งานเข้า Shift Up ดราม่าเพลง Stellar Blade: Blood Rain โดนสับเละเหตุใช้ AI ทำมิวสิกวิดีโอ

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีในวงการเกม เมื่อสตูดิโอผู้พัฒนาเกมดังอย่าง Shift Up ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Wanna Be In Love เพื่อ

กลายเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีในวงการเกม เมื่อสตูดิโอผู้พัฒนาเกมดังอย่าง Shift Up ได้ปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Wanna Be In Love เพื่อโปรโมตเกม Stellar Blade: Blood Rain แต่กลับถูกแฟนๆ สับเละบนโลกออนไลน์ เนื่องจากตัววิดีโอดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI งานนี้ทำเอาเหล่าสาวกที่เคยสนับสนุนต่างพากันออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก เพราะการใช้ปัญญาประดิษฐ์สร้างงานศิลปะยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและสร้างความขัดแย้งในกลุ่มผู้เล่นอยู่เสมอ
หลังจากโดนกระแสต้านอย่างหนัก Kim Hyung Tae ผู้บริหารระดับสูงของ Shift Up ก็ไม่รอช้า รีบออกมาทวีตข้อความชี้แจงบน X เพื่อสยบดราม่าทันที โดยเขาได้อธิบายว่าตัวละครหลักอย่าง Evie ที่ปรากฏในวิดีโอ ไม่ได้ถูก AI สร้างขึ้นมาจากศูนย์ แต่เป็นผลงานการออกแบบและปั้นโมเดลอย่างพิถีพิถันด้วยน้ำมือของทีมงานศิลปินและโมเดลเลอร์ในสตูดิโอ ซึ่งใช้เวลากับมันยาวนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ก่อนจะนำข้อมูลเหล่านั้นมาให้ระบบประมวลผลต่อเท่านั้น
การทำงานในครั้งนี้ดูเหมือนว่าทาง Shift Up ได้พัฒนาเครื่องมือ AI ขึ้นมาใช้เองภายในองค์กร โดยทำการป้อนข้อมูลตัวละคร และไอเดียสร้างสรรค์ที่ทีมงานมนุษย์ทำไว้ เข้าไปในระบบเพื่อให้ AI ช่วยประมวลผลภาพให้ออกมาเป็นมิวสิกวิดีโอ ซึ่งรูปแบบการใช้เทคโนโลยีในลักษณะนี้เริ่มเห็นได้บ่อยขึ้นในกลุ่มผู้พัฒนาและผู้จัดจำหน่ายเกมยุคใหม่ ที่พยายามนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาปรับใช้เหมือนเป็นโปรแกรมช่วยทำงานภายในบริษัทของตัวเอง
— Kim Hyung Tae, 김형태, キム・ヒョンテ (@jamm3rd) July 31, 2026EVIE, the character at the heart of this video, was created from head to toe by our talented artists and modelers through more than a year of dedicated work.
The AI is not creating her from scratch. It is rendering and presenting the character based on the data, designs, and…
ทางด้าน Kim Hyung Tae ยังได้ทิ้งท้ายด้วยการขอร้องให้แฟนๆ ลองเปิดใจมองมิวสิกวิดีโอนี้ในฐานะการผสานพลังระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับเทคโนโลยี AI เข้าด้วยกัน พร้อมหวังว่าผู้เล่นจะเข้าใจในเจตนาของการทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ในครั้งนี้ แต่นั่นก็ดูเหมือนจะยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนมุมมองของเหล่าเกมเมอร์ที่รู้สึกผิดหวังกับแนวทางการทำงานดังกล่าวได้เลย
ฝั่งแฟนเกมบน X ได้ออกมาโต้กลับคำชี้แจงของผู้บริหารอย่างรวดเร็ว โดยมองว่าคำอธิบายนั้นไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น และถือเป็นการตอบไม่ตรงประเด็นอย่างสิ้นเชิง เพราะไม่มีใครกังขาเลยว่าทีมงานเป็นคนออกแบบตัวละครขึ้นมา แต่สิ่งที่ทุกคนรับไม่ได้คือการที่สตูดิโอเลือกใช้ทางลัดอย่าง AI ในการสร้างสรรค์ผลงานวิดีโอ แทนที่จะใช้ความสามารถของทีมงานสร้างชิ้นงานขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมในครั้งนี้ไม่ได้เหนือความคาดหมายสักเท่าไร เนื่องจาก Kim Hyung Tae เคยออกมาแสดงความคิดเห็นก่อนหน้านี้แล้วว่า เทคโนโลยี AI ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมในประเทศเกาหลีใต้ ทำให้หลังจากนี้แฟนๆ อาจจะต้องเตรียมใจเห็นผลงานจาก Shift Up ที่มีกลิ่นอายแปลกๆ จากการประมวลผลของ AI ปรากฏออกมาให้เห็นกันอีกเรื่อยๆ ในอนาคต