KTB แนะเก็บพันธบัตรระยะยาว “สหรัฐ-ไทย” คาดเฟดหั่นดอกเบี้ย 2 ครั้งปี 70

KTB แนะ "ทยอยสะสม" บอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย เมื่อยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น มอง FED คงดอกเบี้ยตลอดปี 69 ก่อนลด 2 ครั้งในปี 70 ขณะที่บอนด์ 10 ปีไทยยีลด์ลงสู่ 1.90-2.00% แตะโซน Fair Value แล้ว ชี้บอนด์ 20 ปีไทยน่าสนใจกว่า แต่ต้องรับความผันผวนสูง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนแถวโซน 4.68% แม้จะปรับตัวขึ้นบ้างตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ และการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) บ้าง
ทว่า ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลง ได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดบางส่วนเริ่มทยอยกลับเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวบ้าง ทั้งนี้ เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) โดยเฉพาะเมื่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4.50%
เนื่องจาก เราคงมุมมองว่า FED มีโอกาส “คงดอกเบี้ย” ในปี 2026 ก่อนที่จะทยอยเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปี 2027 (ไตรมาสที่ 2 และ ไตรมาสที่ 4) ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของ FED ใน Dot Plot ล่าสุด และยังคงสวนทางกับคาดการณ์ของผู้เล่นในตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถาบันการเงินรายใหญ่ ส่วน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า ทว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ได้ปรับตัวลงมาพอสมควรสู่ระดับ 1.90%-2.00% ซึ่งเป็นโซน Fair Value ที่เราได้ประเมินไว้ ทำให้ บอนด์ 10 ปี ไทย มีความน่าสนใจลดลงมาก
และเน้นย้ำให้ทยอยเข้าซื้อ เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเท่านั้น (เรามองว่า บอนด์ 20 ปี ไทย มีความน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะเมื่อมองในแง่ของความชันยีลด์เคิร์ฟ แต่ต้องพร้อมยอมรับความผันผวนที่สูง)
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินสหรัฐฯ ที่มีส่วนกดดันเงินเยนญี่ปุ่นเพิ่มเติม นอกเหนือจากการปรับสถานะของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่ยังคงไม่เชื่อว่า เงินเยนญี่ปุ่นจะสามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้ สอดคล้องกับมุมมองนักวิเคราะห์ต่างประเทศที่ยังคงคำแนะนำ Short JPY ผ่านการใช้กลยุทธ์ Options นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย บ้าง ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้น สู่โซน 100 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 99.7-100 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่า จังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม จะสร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทว่า ความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และแรงซื้อ Buy on Dip ของผู้เล่นในตลาดยังพอช่วยหนุนให้ ราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นบ้างและเคลื่อนไหวเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์