KBANK สินเชื่อมีลุ้นโตต่อ แตะกรอบบน 0-2% โฟกัส Corporate-รุกต่างแดน

“ขัตติยา” CEO แบงก์กสิกรไทย (KBANK) มั่นใจสินเชื่อรวมปี 69 โตตามเป้า 0-2% มีลุ้นแตะกรอบบน รับแรงหนุนสินเชื่อ Corporate กลุ่มเคมีภัณฑ์-ยานยนต์ พร้อมปรับกลยุทธ์ต่างประเทศ เน้นหนุนลูกค้าไทยบุกอินโดนีเซีย-เวียดนาม ขณะที่ลดสัดส่วนพอร์ต SME เหลือ 20-24% ยกระดับ Credit Scoring คุมคุณภาพ

นางขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยว่า ธนาคารมั่นใจว่าสินเชื่อรวมปี 2569 จะเติบโตใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ 0-2% และมีโอกาสแตะกรอบบนของเป้าหมาย โดยเฉพาะสินเชื่อกลุ่มลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ (Corporate) ในอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์และรถยนต์ ซึ่งมีการขยายกำลังการผลิต ขณะที่รายได้จากค่าธรรมเนียมยังได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดค่าธรรมเนียม 19 รายการ อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีแผนบริหารจัดการและลดค่าใช้จ่ายเพื่อชดเชยรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลง และรักษาผลประกอบการให้เป็นไปตามเป้าหมาย
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม ธนาคารจะปรับจุดโฟกัสจากเดิมที่เน้นลูกค้าในประเทศมาเป็นการสนับสนุนลูกค้าไทยที่ขยายธุรกิจไปต่างประเทศเป็นลำดับแรก พร้อมเพิ่มความระมัดระวังในการบริหารความเสี่ยง โดยจะช่วยให้ลูกค้าไทยประเมินทั้งโอกาสและความเสี่ยงของการเข้าไปดำเนินธุรกิจในตลาดดังกล่าว ส่วนการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทท้องถิ่นในประเทศนั้น ธนาคารจะพิจารณาอย่างรอบคอบและต้องมีความมั่นใจในความปลอดภัยของการลงทุนและการให้สินเชื่อเป็นอย่างมาก
นางขัตติยา กล่าวอีกว่า การบริหารพอร์ตลูกค้า SME และรายย่อย ธนาคารได้ปรับลดสัดส่วนพอร์ต SME จากเดิม 30-36% มาอยู่ที่ประมาณ 20-24% เพื่อสร้างสมดุลกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจและรายย่อย หลังจากกลุ่ม SME และรายย่อยสร้างผลกระทบ ทำให้ธนาคารเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ พร้อมอยู่ระหว่างทดสอบระบบ Credit Scoring ใหม่ เพื่อคัดกรองลูกค้าโดยแยกความสามารถในการชำระหนี้ออกจากความเต็มใจในการชำระหนี้ และป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพ ขณะเดียวกัน ธนาคารมองว่า SME ไม่ได้ต้องการเพียงเงินทุน แต่จำเป็นต้องปรับ Business Model ทั้งด้านเทคโนโลยีและประสิทธิภาพการผลิต
นอกจากนี้ KBank พร้อมสนับสนุนโครงการ Data Center ขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะเข้าถึงโครงการได้ราว 30-40% แม้การก่อสร้างยังไม่ได้เริ่มอย่างเต็มตัว พร้อมเดินหน้าธุรกิจ Private Banking ภายใต้แนวคิด Open Architecture นำเสนอกองทุนที่หลากหลายจากทั่วโลก ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังไม่เห็นแนวโน้มการปรับขึ้นในระยะใกล้ และมองว่าความสัมพันธ์ระหว่าง Bond Yield สหรัฐฯ กับอัตราดอกเบี้ยไทยไม่ได้เคลื่อนไหวแบบ 1:1 โดยต้นทุนทางการเงินของธนาคารและลูกค้าในปัจจุบันยังไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ