ปส. ร่วม IAEA–สหรัฐฯ เปิดเวทีภูมิภาค ถกโมเดลการเงิน SMR

"ปส." ดึง "IAEA–สหรัฐฯ" เปิดเวทีระดับภูมิภาค ลุยถอดสูตรลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ดันเป้า 9,000 เมกะวัตต์ตามร่าง PDP 2026
"ปส." ดึง "IAEA–สหรัฐฯ" เปิดเวทีระดับภูมิภาค ลุยถอดสูตรลงทุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก SMR ดันเป้า 9,000 เมกะวัตต์ตามร่าง PDP 2026
- ปส. ร่วมกับ IAEA และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคในหัวข้อ "IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models" ระหว่างวันที่ 2–6 พ.ย. 2569 ณ กรุงเทพฯ
- เวทีนี้มุ่งเน้นหารือประเด็นด้าน "การเงิน" เนื่องจากโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) มีความซับซ้อนในการจัดหาทุน โดยเฉพาะโครงการแรก (FOAK) ที่มีความเสี่ยงและต้นทุนสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในด้านที่ไทยต้องเร่งดำเนินการตามกรอบของ IAEA
- การอบรมมีผู้เข้าร่วมจากหลายภาคส่วน ทั้งผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอาเซียน หน่วยงานกำกับดูแลและพลังงานของไทย (สนพ., กฟผ., ปตท.) รวมถึงวิทยากรจากหน่วยงานภาครัฐสหรัฐฯ (กระทรวงการคลัง, U.S. EXIM) และสถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ธนาคารโลก, ADB)
- เนื้อหาการอบรมจะครอบคลุมการสาธิตเครื่องมือประเมินต้นทุน (ACCERT) และหารือโครงสร้างการระดมทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) และหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออก (ECA) เพื่อเสริมทักษะให้หน่วยงานไทย
นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ วันที่ 2–6 พฤศจิกายน 2569 จะมีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ IAEA–United States Regional Workshop on Scaling SMR Deployment: From FOAK to NOAK Financing Models ณ ห้องประชุม Park View โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร (Best Western Chatuchak) กรุงเทพฯ แบ่งเป็นช่วงระดับนโยบาย (High-level) ในวันที่ 2–3 พ.ย. และช่วงเจาะลึกด้านเทคนิคและการเงิน (Technical and Financing Deep Dive) ในวันที่ 4–6 พ.ย.
การอบรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง ปส. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) โดยฝ่ายวางแผนและศึกษาด้านเศรษฐกิจ (PESS) กระทรวงพลังงานสหรัฐอเมริกา (U.S. DOE) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) โดยผู้เข้าร่วมมีราว 70 คน ในจำนวนนี้ราว 45 คนเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม ที่เหลือเป็นผู้แทนหน่วยงานกำกับดูแล องค์กรพลังงาน และสถาบันการเงินของไทย
นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเป็นวิทยากรและผู้เข้าร่วม ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐสหรัฐฯ คือ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งสหรัฐฯ (U.S. EXIM) องค์การการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐฯ (USTDA) และห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ (ANL) ภาคอุตสาหกรรมและการวิจัยของสหรัฐฯ คือ สถาบันพลังงานนิวเคลียร์สหรัฐฯ (NEI) สภาอุตสาหกรรมนิวเคลียร์สหรัฐฯ (USNIC) และสถาบันวิจัยพลังงานไฟฟ้า (EPRI) สถาบันการเงินระหว่างประเทศ คือ ธนาคารโลก (World Bank) บรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (IFC) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) องค์กรระหว่างประเทศและภูมิภาค คือ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ซึ่งร่วมบรรยายผ่านระบบออนไลน์ และศูนย์พลังงานอาเซียน (ACE) ภาคเอกชน คือ สำนักงานกฎหมาย Pillsbury Winthrop Shaw Pittman และธนาคาร BNP Paribas รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.)
พิธีเปิดช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ย. เวลา 09.30 น. มีผู้กล่าวเปิด 2 คน ได้แก่ Ms. Brianna Lazerwitz นักเศรษฐศาสตร์พลังงาน IAEA และ Ms. Anushya Ramaswamy ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศ สำนักงานพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ (DOE-NE) ส่วน นพ.รุ่งเรือง จะกล่าวต้อนรับในช่วงบ่ายเวลา 13.30 น.
ทำไมเวทีนี้คุยเรื่อง "เงิน"
เลขาธิการ ปส. อธิบายว่า หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทย กำลังให้ความสนใจโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) แต่โครงการ SMR มักเริ่มจากโครงการแรก หรือ FOAK (First-of-a-Kind) ซึ่งมีความเสี่ยงและต้นทุนเริ่มต้นสูง ก่อนขยายไปสู่โครงการลำดับถัด ๆ ไป หรือ NOAK (Nth-of-a-Kind) ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ทำให้การจัดโครงสร้างทุน การบริหารการเงิน และการจัดซื้อจัดจ้างซับซ้อนมาก
ผลประเมินความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติ 19 ด้านตามกรอบ IAEA ยังพบว่า "เงินทุนและการจัดหาเงินลงทุน" (Funding and Financing) เป็นหนึ่งในด้านที่ไทยต้องเร่งดำเนินการ
ภายในเวทีจะมีการสาธิตเครื่องมือประเมินต้นทุน ACCERT ของห้องปฏิบัติการแห่งชาติอาร์กอนน์ (ANL) สหรัฐฯ และหัวข้อโครงสร้างการระดมทุนจากธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี (MDBs) และหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออก (ECA) เปิดโอกาสให้หน่วยงานไทยที่เกี่ยวข้องเสริมทักษะการวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์ของโครงการ ทั้งหน่วยงานนโยบายอย่างสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ผู้ประกอบการอย่างการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมถึงผู้กำกับดูแล โดยผู้แทน สนพ. กฟผ. และ ปตท. จะร่วมบรรยายในช่วงปาฐกถาพิเศษ "โอกาสของ SMR ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" บ่ายวันแรกด้วย
ผู้ขอใบอนุญาตต้องพร้อมทางการเงิน
นพ.รุ่งเรือง ระบุว่า ในฐานะผู้กำกับดูแล ปส. ต้องเข้าใจขีดความสามารถทางการเงินและการบริหารของผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตั้งแต่ขั้นคัดเลือกพื้นที่ไปจนถึงเริ่มก่อสร้าง
นอกจากนี้ต้องมีกรอบหลักประกันทางการเงิน (Financial Assurance) ได้แก่ กองทุนจัดการกากกัมมันตรังสีและเชื้อเพลิงใช้แล้ว และกองทุนรื้อถอนโรงไฟฟ้า (Decommissioning Fund) เพื่อให้มีเงินรองรับความปลอดภัยตลอดอายุโครงการ ไปจนถึงการเลิกดำเนินการ
"สมุดพก" 19 ด้าน: 3 ด้านต้องเร่ง 6 ด้านต้องเติม
ผลประเมินตนเองเบื้องต้น (Self-Evaluation) ของไทยตามกรอบ IAEA Milestones Approach แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
• ต้องเร่งดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญ 3 ด้าน: นโยบายและการกำหนดจุดยืนระดับชาติ (National Position) การบริหารจัดการโครงการ (Management) และเงินทุนและการจัดหาเงินลงทุน (Funding and Financing)
• ต้องดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์ 6 ด้าน: การพัฒนาทรัพยากรบุคคล การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน สถานที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวกสนับสนุน การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม วัฏจักรเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และการมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรมในประเทศ
กฎหมายแม่ครอบคลุมเกือบทั้งหมด เหลือเติม "กฎลูก"
เลขาธิการ ปส. ระบุว่า ก่อนที่ประเทศใดจะมี SMR ได้ ผู้กำกับดูแลต้องพร้อมด้านกฎหมายเป็นอันดับแรก ทั้งอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน กฎเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างชิ้นส่วนนิวเคลียร์ โครงสร้างองค์กรกำกับดูแลที่เป็นอิสระ งบประมาณ และกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญทางเทคนิค
สำหรับไทย พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ประกอบกับร่าง พ.ร.บ.ความรับผิดทางแพ่งต่อความเสียหายทางนิวเคลียร์ พ.ศ. .... ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี ครอบคลุมการกำกับดูแลสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ได้เกือบทั้งหมด แต่ SMR มีหลายรูปแบบและพัฒนาเร็ว ทั้งโรงไฟฟ้าโมดูลาร์บนบกและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำ ปส. จึงต้องออกกฎกระทรวง ประกาศ ปส. และระเบียบคณะกรรมการพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (พนส.) เพิ่มเติม โดยเฉพาะเกณฑ์ประเมินสถานที่ตั้ง การผลิตโมดูลสำเร็จรูปจากโรงงานต่างประเทศ การประกอบในพื้นที่จริง และการจัดการกากกัมมันตรังสีของเครื่องปฏิกรณ์ยุคใหม่
การอนุญาต 5 ขั้น ตลอดอายุโครงการ
ตาม พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ. 2559 ปส. กำกับดูแลสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ 5 ขั้น ตั้งแต่เลือกพื้นที่จนถึงเลิกดำเนินการ
1. ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่เพื่อตั้งสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
2. ใบอนุญาตก่อสร้างสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
3. การอนุญาตบรรจุเชื้อเพลิงและทดสอบการเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ (Permit)
4. ใบอนุญาตดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
5. ใบอนุญาตเลิกดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์
ข้อกำหนด เอกสาร และเกณฑ์ทางเทคนิคที่ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องยื่น ระบุไว้ในกฎกระทรวงอย่างโปร่งใส
นพ.รุ่งเรือง ระบุว่า SMR ผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปจากโรงงานแล้วนำมาประกอบในพื้นที่ จึงลดระยะเวลาการตรวจสอบทางวิศวกรรมหน้างานได้ การอ้างอิงผลรับรองแบบ (Design Certification) หรือประสบการณ์ของผู้กำกับดูแลในประเทศต้นทางเทคโนโลยียังช่วยให้การพิจารณาใช้เวลาน้อยลง โดย ปส. จะมุ่งประเมินความปลอดภัยด้านสภาพแวดล้อมและปัจจัยเฉพาะของสถานที่ตั้งในไทย
ปส. คือ "ผู้กำกับ" ไม่ใช่ "ผู้ลงทุน"
เลขาธิการ ปส. ย้ำว่า ปส. เป็นผู้กำกับดูแลอิสระ (Independent Regulator) มีหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยของประชาชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่ผู้ลงทุนหรือผู้พัฒนาโครงการ บทบาทผู้อำนวยความสะดวกของ ปส. อยู่ในฐานะสำนักงานเลขานุการของ พนส. เพื่อให้กิจกรรมนิวเคลียร์ทุกประเภทอยู่บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และสื่อสารข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
ตั้งสถาบันพัฒนาบุคลากร รองรับ SMR สูงสุด 9,000 เมกะวัตต์
ด้านกำลังคน ปส. จัดทำกรอบอัตรากำลังเพื่อรองรับการกำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แล้ว และตั้ง "สถาบันพัฒนาศักยภาพบุคลากรการกำกับดูแลนิวเคลียร์และรังสี" ระดับเทียบเท่ากองขึ้นเป็นการเฉพาะ ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างแผนแม่บทพัฒนาทรัพยากรบุคคล (HRDP) ระยะยาว เพื่อให้บุคลากรพร้อมกำกับดูแล SMR สูงสุด 9,000 เมกะวัตต์ตามกรอบร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) ซึ่งยังอยู่ในขั้นร่าง
สถานีเฝ้าระวังรังสี 23 สถานีทั่วประเทศ เชื่อมระบบ IAEA แบบเรียลไทม์
ด้านการรับมือเหตุฉุกเฉิน ปส. มีศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉินทางนิวเคลียร์และรังสี (NuREAC) และรถปฏิบัติการฉุกเฉินทางรังสีเคลื่อนที่เร็วที่พร้อมออกปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมสถานีตรวจวัดระดับรังสีเตือนภัยล่วงหน้า 23 สถานีทั่วประเทศ แบ่งเป็นสถานีตรวจวัดในอากาศ 21 สถานี และใต้น้ำ 2 สถานี โดยการเชื่อมโยงระบบสากล เชื่อมต่อข้อมูลผลการตรวจวัดแบบเรียลไทม์เข้ากับระบบ IRMIS ของ IAEA และเครือข่าย ASEAN-RDEP เพื่อเฝ้าระวังการแพร่กระจายรังสีข้ามพรมแดน
นอกจากนี้ยังมีระบบแบบจำลองและสนับสนุนการตัดสินใจ มีการติดตั้งและใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระดับสากล เช่น HotSpot (แบบจำลองการกระจายตัวของรังสีเพื่อสุขภาพ) และ JRODOS (ระบบสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์) ในการประเมินผลกระทบเพื่อสั่งการเผชิญเหตุได้ทันท่วงที
เลขาธิการ ปส. ทิ้งท้ายว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนสร้างได้ด้วยการทำงานบนหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของ IAEA อย่างเคร่งครัดโดยไม่มีข้อยกเว้น และเปิดให้ประชาชน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมรับฟังข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มโครงการ