กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

ETF Bitcoin กลับมาเทขาย? Crypto จับตา Fed

17 ก.ย. 2569 · 3 min read via XTB.com
ETF Bitcoin กลับมาเทขาย? Crypto จับตา Fed

ในวันที่ Fed เตรียมประกาศมติอัตราดอกเบี้ย Bitcoin ซื้อขายอยู่บริเวณ $75,000–$76,000 และปรับตัวลดลงราว 5% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ขณะที่ความต้องการ Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง โดยกระแสเงินทุนเปลี่ยนไปสู่ภาวะไหลออกสุทธิ

ในวันที่ Fed เตรียมประกาศมติอัตราดอกเบี้ย Bitcoin ซื้อขายอยู่บริเวณ $75,000–$76,000 และปรับตัวลดลงราว 5% ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ขณะที่ความต้องการ Bitcoin Spot ETF ของสหรัฐฯ เริ่มอ่อนแรงลง โดยกระแสเงินทุนเปลี่ยนไปสู่ภาวะไหลออกสุทธิ (Net Distribution) การขายผ่าน ETF ยังเกิดขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายรายสัปดาห์ที่ลดลง จาก $12.1 พันล้าน เหลือ $8.7 พันล้าน

ตลาด Spot ก็ส่งสัญญาณอ่อนตัวเช่นกัน ข้อมูลจาก Glassnode ยืนยันว่า Momentum เริ่มชะลอลง และเห็นแรงขายสุทธิอย่างชัดเจนบนตลาดซื้อขายแบบรวมศูนย์ (Centralized Exchanges) ปริมาณการซื้อขาย Spot ลดลงจาก $5.3 พันล้าน เหลือ $4.9 พันล้านในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังอยู่ในกรอบระดับปกติ

  • ในตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) ระดับ Leverage ยังคงสูง แต่ไม่ได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดย Open Interest ของ Futures ลดลงจาก $37.1 พันล้าน เหลือ $36.4 พันล้าน แม้ยังสูงกว่าขอบบนของกรอบที่ $36.0 พันล้าน

  • Open Interest ของ Options ทรงตัวใกล้ $40 พันล้าน และยังอยู่เหนือขอบบน ขณะที่ Volatility Spread กว้างขึ้นเป็น -22.34% ซึ่งต่ำกว่าขอบล่างของกรอบ ส่วน 25-Delta Skew ปรับดีขึ้นจาก -2.05% เป็น 0.94% แต่ยังต่ำกว่าขอบล่างที่ 3.75%

  • อัตราส่วน ETF MVRV ลดลงมาอยู่ที่ 1.34 และยังอยู่ในกรอบปกติ ขณะที่กิจกรรมบนเครือข่าย (On-chain Activity) ชะลอลง แต่ยังไม่หลุดจากระดับปกติ โดย Fee Volume ลดลงมาอยู่ที่ $202.6K, Transfer Volume อยู่ที่ $4.0 พันล้าน และ Active Addresses ลดลงมาอยู่ที่ 610.8K

  • กระแสเงินทุนยังคงอยู่ในทิศทางที่เป็นบวก โดยการเปลี่ยนแปลงของ Realized Cap รายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 1.0% สูงกว่าขอบบนที่ 0.2% อย่างมาก ขณะที่อัตราส่วน STH/LTH อยู่ที่ 13.7% และสัดส่วนของ “Hot Capital” อยู่ที่ 17.6% ซึ่งยังอยู่ในกรอบมาตรฐาน

  • ผู้ถือ BTC โดยรวมยังอยู่ในสถานะมีกำไร แม้ระดับความสามารถในการทำกำไรจะค่อย ๆ ลดลง ปัจจุบันประมาณ 66.2% ของ Supply อยู่ในสถานะกำไร ขณะที่ Unrealized Profit-to-Loss Ratio อยู่ที่ 8.4% โดยทั้งสองตัวชี้วัดยังสูงกว่าขอบบนทางสถิติ ขณะเดียวกัน Realized Profit-to-Loss Ratio ลดลงจาก 1.0 เป็น 0.5 แต่ยังคงอยู่ในแดนบวก

  • โดยรวม ข้อมูลสะท้อนว่าแรงขายเพิ่มขึ้นทั้งในตลาด Spot, Derivatives และ ETF แม้ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ Consolidation ที่กว้างกว่าเดิม ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของภาวะ Panic และตลาดยังคงดูดซับแรงขายที่ระดับราคาต่ำลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เงินทุนใหม่กำลังไหลเข้าสู่ตลาดด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

กราฟ Bitcoin (กรอบเวลา D1)

Bitcoin ปรับตัวลดลงจากบริเวณ $82,500 สู่ประมาณ $75,500 สะท้อนว่า Bitcoin ไม่ได้ปลอดจากแรงกดดันจากการปรับฐานของตลาดหุ้น Wall Street และการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ ก่อนการประชุม Fed ในวันพรุ่งนี้ ตลาดแทบทั้งหมดคาดว่า Fed จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 Basis Points

แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะยังไม่ใช่สิ่งที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น และไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะต้องปรับตัวลงต่อโดยอัตโนมัติ แต่การขึ้นดอกเบี้ยอาจสร้างแรงกดดันต่อกระแสเงินที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF

ในขณะ

Source: xStation5

Source: Glassnode

Fed ขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2023 แล้ว Bitcoin เคยตอบสนองอย่างไร?

Fed กำลังเข้าใกล้การตัดสินใจที่อาจนำไปสู่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 โดยตลาดให้น้ำหนักความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้มากกว่า 90% อย่างไรก็ตาม การขึ้นดอกเบี้ยไม่ได้หมายความว่า Bitcoin จะต้องปรับตัวลงเสมอไป เพราะในปี 2023 BTC มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันในแต่ละครั้งที่ Fed ปรับดอกเบี้ย ดังนั้นในครั้งนี้ น้ำเสียงของแถลงการณ์และ Guidance เกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงินในอนาคตอาจมีความสำคัญมากกว่าการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเอง

หนึ่งในตัวชี้วัดที่ควรจับตาคือ STH-SOPR ซึ่งสะท้อนว่าผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้น หรือผู้ที่ถือเหรียญน้อยกว่า 155 วัน กำลังขายทำกำไรหรือขาดทุน โดยค่าที่สูงกว่า 1 หมายความว่า BTC ที่ถูกโอนมีการทำกำไรโดยเฉลี่ย ขณะที่ค่าต่ำกว่า 1 สะท้อนว่ามีการโอน BTC ในระดับที่ขาดทุน อย่างไรก็ตาม การโอน BTC ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการขายออกทั้งหมดเสมอไป

ในปี 2023 SOPR ลดลงต่ำกว่า 1 หลังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกุมภาพันธ์ แต่หลังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม ตัวชี้วัดนี้ยังคงอยู่เหนือ 1 เป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ Bitcoin เดินหน้าปรับตัวขึ้นต่อ การขายในภาวะขาดทุนเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้นหลังการตัดสินใจในเดือนพฤษภาคม ส่วนหลังการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม SOPR เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 1 อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ตลาดปรับฐานในเดือนสิงหาคม

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า การเคลื่อนไหวของ BTC ในแต่ละช่วงเวลาไม่สามารถเชื่อมโยงกับการตัดสินใจของ Fed ได้โดยตรงเสมอไป

ดังนั้น ในครั้งนี้ประเด็นสำคัญอาจอยู่ที่ว่า Fed จะส่งสัญญาณถึงการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมหรือไม่ หากตลาดรับรู้การขึ้นดอกเบี้ยไปมากแล้ว การส่งสัญญาณที่ไม่ Hawkish มากนักอาจกระตุ้นให้เกิด Relief Rally ในระยะสั้นได้

สำหรับ Bitcoin สิ่งที่สำคัญกว่าพาดหัวข่าวเรื่องการขึ้นดอกเบี้ย คือ STH-SOPR จะยังคงต่ำกว่า 1 ขณะที่ราคาปรับตัวลงต่อหรือไม่ หรือจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจสะท้อนว่าตลาดยังสามารถดูดซับแรงขายได้ แม้เผชิญแรงกดดันจากนโยบายการเงินของ Fed

Image

Source: CryptoQuant

ETF ไหลออก กดดันความต้องการ Bitcoin

กระแสเงินทุนรายสัปดาห์ของ U.S. Spot Bitcoin ETF เปลี่ยนจากเงินไหลเข้า $753.2 ล้าน เป็นเงินไหลออก $440.5 ล้านในสัปดาห์ที่ผ่านมา และในสัปดาห์ใหม่ เงินไหลเข้าราว $150 ล้านในวันจันทร์ก็ถูกหักล้างอย่างรวดเร็วด้วยเงินไหลออกมากกว่า $450 ล้าน สะท้อนถึงความต้องการจากนักลงทุนสถาบันที่อ่อนแรงลงอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ปริมาณการซื้อขาย ETF รายสัปดาห์ลดลงจาก $12.1 พันล้าน เหลือ $8.7 พันล้าน ต่ำกว่าขอบล่างทางสถิติที่ $9.6 พันล้าน

แม้กระแสเงินทุนจะอ่อนแรงลง แต่อัตราส่วน ETF MVRV ยังค่อนข้างทรงตัว โดยลดลงจาก 1.39 เป็น 1.34 สะท้อนว่า Position โดยเฉลี่ยของ ETF ยังคงมีกำไร แม้ว่ากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Gains) จะค่อย ๆ ลดลง

ตลาด Spot ก็เริ่มเห็นแรงขายมากกว่าแรงซื้อเช่นกัน Bitcoin กำลังสูญเสีย Momentum ขณะที่ Spot CVD ลดลงมาอยู่ที่ -$142.7 ล้าน สะท้อนว่านักลงทุนมีแนวโน้มขาย BTC ที่ราคาตลาดปัจจุบันมากกว่าการเข้าซื้ออย่างแข็งขัน ปริมาณการซื้อขายลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในกรอบปกติ จึงยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของภาวะ Panic

ขณะเดียวกัน ตลาดอนุพันธ์ยังมี Position ที่ใช้ Leverage ในระดับสูง โดย Open Interest อยู่ที่ $36.4 พันล้าน ขณะที่ Perpetual CVD ลดลงมาอยู่ที่ -$605.9 ล้าน สะท้อนแรงขายที่ค่อนข้างรุนแรงในตลาด Futures

ประเด็นนี้มีความสำคัญ เนื่องจากเมื่อระดับ Leverage ยังคงสูง แม้ราคาจะเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ก็สามารถเร่งความรุนแรงของการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว หากเกิดการ Liquidation ของ Position ที่ใช้ Leverage

Source: Glassnode


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ