รอเปิดไพ่ไตรมาส 2

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องหันมาเม้าท์เรื่องภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 อีกครั้ง เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นรายการหักปากกาเซียน

วันนี้เป็นอีกครั้งที่ “โมนิก้า” ต้องหันมาเม้าท์เรื่องภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 69 อีกครั้ง เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนเป็นรายการหักปากกาเซียน เพราะเมื่อย้อนกลับไปดูช่วงต้นปีจะเห็นว่า ดัชนียืนแถว ๆ 1,280 จุด แต่ตอนนี้ทะยานขึ้นมาสแตนด์บายเหนือ 1,620 จุดได้สำเร็จ (บวกเกือบ 27%) ซึ่งเป็นผลมาจากฝรั่งไล่เก็บหุ้นแบบดุดัน ส่วนสถาบันก็โกยกำไรกันพุงกาง จนโบรกเกอร์มองเป้าหมายถัดไปที่ 1,700-1,720 จุดกันแล้วนะจ๊ะ
ถึงกระนั้นก็ต้องยอมรับว่า ช่วงสั้นสตอรี่ที่เคยบิ้วอารมณ์เริ่มตึง ๆ และเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องหลายวัน แถมบอนด์ยีลด์ยังอยู่ในระดับสูง “โมนิก้า” ถึงเข้าใจเหตุผลที่ดัชนียืนปิดได้แค่ระดับ 1,621.90 จุด ลบไป 1.74 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.47 หมื่นล้านบาท เพราะตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วงรอดูงบไตรมาส 2 พร้อมกับมีคำเตือนออกมาเรื่อย ๆ ว่า หุ้นตัวไหนงบต่ำคาด โดนทุบเละแน่นอนเจ้าค่ะ
นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้นักลงทุนรายใหญ่ และสถาบันเลือกที่จะ “อยู่นิ่ง ๆ” เพื่อหยุดดูสถานการณ์ให้แน่ใจเสียก่อน!..ส่วนเหตุผลที่ทำให้นักเล่นต้องรอ ล้วนเป็นผลมาจากดัชนีวิ่งขึ้นแรงเหลือเกินตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ราคาหุ้นหลายตัววิ่งล่วงหน้าไปแล้ว (Price-in) ตลาดเลยขอดูงบจริงก่อนว่า “กำไรโตจริง” หรือแค่ “ราคาคุย” โดยหนึ่งในคำแนะนำที่อีฉันได้ยินบ่อย ๆ คือ แนะนำให้หมุนกลุ่มเล่น (Rotation) โดยเฉพาะไฟแนนซ์ ค้าปลีก และโรงไฟฟ้านะเจ้านาย
จุดที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ หลายคนกำลังรอทีเด็ดกระตุ้นเศรษฐกิจก้อนใหญ่จากภาครัฐบาล เนื่องจากกระสุนที่ใช้ในการกะตุ้นเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีแรกหมดแล้ว เลยอยากดูรัฐบาลว่าจะเข็นเมกะโปรเจกต์ หรืออัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 3-4 คมขนาดไหน? ถ้าไม่มีสตอรี่ใหม่มาจุดไฟเพิ่ม ดัชนีแถว 1,620 จุด มันก็แอบตึงมูลค่าอยู่เหมือนกันพะยะค่ะ
ด้วยเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ “โมนิก้า” มองอาการนิ่ง ๆ เฉย ๆ รอบนี้ ไม่ใช่หุ้นไทยหมดแรง! เพราะมันเป็นฟีล “พักฐานสะสมพลัง” มากกว่า ผนวกกับนักลงทุนสถาบันเริ่มสลับกลุ่มเล่น โดยเปลี่ยนจากการเล่นหุ้นเทค หรือหุ้นใหญ่ที่แพง ๆ ลงมาเก็บพวกกลุ่ม Laggard จึงเอาเป็นว่า จังหวะนิ่ง ๆ แบบนี้..เหมาะแก่การเฟ้นหา “หุ้นงบสวย ราคาดี” เพื้อชี้ช่องให้นักลงทุนกลับไปคิดเป็นการบ้านเจ้าค่ะ
เหมือนกับกรณีของเจ้าจำปี THAI ที่วันนี้มีประเด็นพ้นระยะห้ามขาย (Silent Period) ซึ่งทำเอานักลงทุนในตลาดหุ้นเกิดความกังวลกันเป็นแถบ ๆ เพราะมีหุ้นที่ถูกปลดล็อก และสามารถออกมาขายได้กว่า 2 หมื่นล้านหุ้น แถมส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน ซึ่งต้นทุนต่ำเตี้ยเรี่ยดินแค่ 2.54 บาทเท่านั้น อีฉันเลยไม่แน่ใจว่า การที่หุ้นยืนปิด 5.65 บาท บวกไป 0.05 บาท หรือขึ้นไป 0.89% ด้วยมูลค่า 1.11 พันล้านบาท ต้องการสื่ออะไร?
ส่วนรายที่ฮอตฮิตไม่แพ้กันต้องมองไปที่หุ้นยางมะตอย TASCO ซึ่งมีโอกาสจะกลับมานำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศเวเนซุเอลา พร้อมกับมีการอ้างอิงว่า เริ่มมีโรงกลั่นในเกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนฯ มาทดสอบคุณภาพกันแล้ว เลยทำให้หลายคนเชื่อว่า ในไม่ช้าบริษัทนี้จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ จากสถานการณ์ที่คลี่คลายลงเรื่อย ๆ วานนี้ถึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ระดับ 15.50 บาท บวกไป 1.50 บาท หรือขึ้นไป 10.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 944 ล้านบาทนะจะบอกให้
ในเมื่อเม้าท์ถึงหุ้นที่กลับมาขึ้นใหม่อีกครั้ง “โมนิก้า” จึงอยากหันไปมองหุ้นล้งทุเรียน NTF เพื่อชี้ให้เห็นการยืนปิดที่ระดับ 16.30 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 8.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 89 ล้านบาท กลายเป็นช็อตที่นักเล่นพูดถึงกันมากเหลือเกินในหมู่ขาลุย เพราะผลงานไตรมาส 1 โตดีเหลือเกิน เลยเชื่อว่า ไตรมาส 2 น่าจะโตต่อแบบนี้ จึงมีลุ้นขึ้นไปทดสอบไฮเดิมที่บริเวณ 18.80 บาทอีกครั้งก็เท่านั้นเอง!
โมนิก้าและทีมงาน