กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก่อนเปิดตลาด 02/11/69 Nasdaq เสี่ยงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

01 พ.ย. 2569 · 3 min read via สยามรัฐ
วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก่อนเปิดตลาด 02/11/69 Nasdaq เสี่ยงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก่อนเปิดตลาด 02/11/69 Nasdaq เสี่ยงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง

วิเคราะห์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ก่อนเปิดตลาด 2 พ.ย. 2569 Nasdaq เสี่ยงเผชิญแรงขายต่อเนื่อง นักลงทุนกังวลต้นทุน AI ฉุดหุ้นเทคโนโลยี

ตลาดหุ้นนิวยอร์กมีแนวโน้มเปิดการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่เปราะบาง หลังดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปิดร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ทรุดตัวถึง 2.86% นับเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน สะท้อนแรงกดดันจากหุ้นเทคโนโลยีและความกังวลต่อแนวโน้มการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ คือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อหุ้นเทคโนโลยี หลังผลประกอบการของ Intel และ Amazon ออกมาต่ำกว่าความคาดหวัง จนทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการใช้จ่ายเงินลงทุนจำนวนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งศูนย์ข้อมูล ชิปประมวลผล และเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่เทคโนโลยีดังกล่าวยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาและสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจ

ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันศุกร์ในแดนลบทั้งหมด โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,770.31 จุด ลดลง 572.25 จุด หรือ 1.09% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,580.07 จุด ลดลง 140.32 จุด หรือ 1.82% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,437.00 จุด ลดลง 747.73 จุด หรือ 2.86%

นอกจากนี้ Nasdaq ยังปรับตัวลงมาแล้ว 7.8% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม สะท้อนให้เห็นว่าแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น และอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น หากนักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกเทขายหนักที่สุด โดยหุ้น Intel ดิ่งลงถึง 28.6% ขณะที่ Nvidia ลดลง 4.2% และ AMD ร่วงลง 10.9% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวลง 7.2% ในวันศุกร์ และเมื่อนับรวมตลอดเดือนตุลาคมพบว่าปรับตัวลดลงมากกว่า 15%

แรงขายยังขยายวงไปยังหุ้นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้าน AI โดยหุ้น Dell ร่วงลง 10.8% และ HP ลดลง 9.6% สะท้อนความกังวลของตลาดว่าเม็ดเงินลงทุนด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอาจไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นรายได้และกำไรในระดับที่นักลงทุนคาดหวัง

สำหรับผลการดำเนินงานตลอดเดือนตุลาคม ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดเดือนในแดนลบ ขณะที่ดาวโจนส์ยังสามารถรักษาการปรับตัวขึ้นได้ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแรงลงทุนระหว่างหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มอื่น ๆ ในตลาด

ประเมินแนวโน้มตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาด 2 พ.ย. 2569

คาดว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กจะยังเผชิญแรงกดดันในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยี หุ้นชิป และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI เนื่องจากนักลงทุนอาจใช้ความระมัดระวังในการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง หลังเกิดแรงเทขายอย่างหนักในช่วงปลายเดือนตุลาคม

ปัจจัยที่ต้องติดตามมี 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

1. ทิศทางหุ้นเทคโนโลยีและหุ้น AI หากแรงขายในหุ้นชิปยังไม่สิ้นสุด อาจกดดัน Nasdaq และ S&P 500 ต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดสูง
2. ความเชื่อมั่นต่อการลงทุน AI นักลงทุนจะประเมินว่าการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้คุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่
3. การประเมินมูลค่าหุ้นหลังปรับฐาน การลดลงของ Nasdaq จากจุดสูงสุด 7.8% อาจเปิดโอกาสให้เกิดแรงซื้อกลับในหุ้นบางกลุ่ม แต่ยังต้องรอสัญญาณยืนยันว่าการเทขายเริ่มชะลอตัว

 ตลาดหุ้นนิวยอร์กก่อนเปิดตลาดวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 มีแนวโน้มเผชิญความผันผวนสูงและยังมีความเสี่ยงด้านลบ โดย Nasdaq เป็นดัชนีที่น่าจับตามากที่สุดจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นชิป ขณะที่ความกังวลเรื่องความคุ้มค่าของการลงทุน AI กลายเป็นประเด็นสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรสรุปว่าตลาดเข้าสู่แนวโน้มขาลงระยะยาว เพราะต้องรอติดตามผลประกอบการและแรงซื้อกลับของนักลงทุนเพิ่มเติม


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ