# ONE SIAMSOFT — full content export > Complete machine-readable export of public content. Enterprise software — ERP, CRM, web platforms, and cloud infrastructure. ## Services ### Social Media Marketing (smm) Managed social pages, content calendars, and Meta/TikTok ads with a 24-hour data dashboard via metasocial24hr.com. - Content calendar - Ad management - Analytics dashboard - Influencer briefs ### ERP Systems (erp) Enterprise resource planning — accounting, inventory, finance, orders, and HR unified on one platform built for scale. - Accounting & finance - Inventory & WMS - Sales & purchase - Custom reports ### CRM Systems (crm) End-to-end customer and pipeline management with workflow automation, omnichannel messaging, and extensible integrations. - Lead pipeline - Omnichannel inbox - Email & workflow automation - Mobile CRM app ### Web Platforms (web) Corporate sites, commerce, and custom web apps engineered for performance, SEO, and user experience. - Responsive design - SEO optimized - Headless CMS - Performance first ### Cloud & Hosting (cloud) Managed cloud hosting via onesiamhost.com with 99.9% SLA, monitoring, and automated backups. - Managed cloud - Auto backups - DDoS protection - 24/7 monitoring ## Portfolio ### metasocial24hr.com (2024) URL: https://onesiamsoft.com/portfolio/metasocial24hr External: https://metasocial24hr.com Category: Social Media Marketing Stack: Next.js, Node, PostgreSQL, Meta API A content and ad-campaign operations platform for Meta and TikTok with a real-time 24h dashboard covering ad spend, engagement, and conversions. ### onesiamhost.com (2023) URL: https://onesiamsoft.com/portfolio/onesiamhost External: http://onesiamhost.com/ Category: Cloud + Hosting Stack: Linux, Docker, Nginx, S3 Thai cloud hosting for business sites and ERP/CRM platforms — with a full self-serve console for domains, SSL, and backups. ### Retail Chain ERP (2025) URL: https://onesiamsoft.com/portfolio/retail-chain-erp Category: ERP · Retail Stack: React, Nest.js, PostgreSQL Retail-chain ERP connecting POS, stock, and finance in real time — a forthcoming case study. ### Hospitality CRM Suite (2025) URL: https://onesiamsoft.com/portfolio/hospitality-crm Category: CRM · Hospitality Stack: React Native, Node, Postgres Hospitality CRM for hotel chains with a booking engine and front-desk tooling. ## Articles ### กองทุน Humanoid ค่าจัดการต่ำมาแล้ว เศรษฐกิจของ Humanoid จะใหญ่กว่าเศรษฐกิจของมนุษย์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/humanoid-humanoid Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อีลอน มัสก์ พูดประโยคที่ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ เขาบอกว่า ภายใน 10 ปี โลกจะมีหุ่นยนต์ Humanoid อย่างน้อย 1,000 ล้านตัว อีลอน มัสก์ พูดประโยคที่ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ เขาบอกว่า ภายใน 10 ปี โลกจะมีหุ่นยนต์ Humanoid อย่างน้อย 1,000 ล้านตัวและหุ่นยนต์ 1 ตัว จะมีผลิตภาพเท่ากับมนุษย์ 5 คนเมื่อโลกมีหุ่นยนต์ครบ 1,000 ล้านตัว ผลผลิตของพวกมันจะใกล้เคียงกับผลผลิตของมนุษย์ทั้งโลกรวมกันหลังจากนั้น เศรษฐกิจของ Humanoid จะใหญ่กว่าเศรษฐกิจของการจ้างงานมนุษย์คำถามคือ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง เราในฐานะนักลงทุนจะเกาะไปกับมันได้อย่างไร ?แล้วทำไมหนึ่งในคำตอบ ชื่อว่า ONE-HUMANOID-Xลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง1. ตลาดที่ Humanoid กำลังจะเข้าไปกิน ไม่ใช่ ตลาดหุ่นยนต์ แต่คือ ตลาดแรงงานที่ผ่านมา เวลาเราประเมินมูลค่าธุรกิจหุ่นยนต์ เรามักมองว่ามันคือตลาดเครื่องจักรกล ที่มีมูลค่าไม่กี่หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐแต่ Morgan Stanley มองต่างออกไป เพราะ Humanoid ไม่ได้แข่งกับเครื่องจักร แต่มันแข่งกับคนตลาดค่าจ้างแรงงานทั้งโลก มีมูลค่าราว 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นราว 1 ใน 3 ของ GDP โลกทั้งใบอาชีพในสหรัฐฯ ทั้งหมด 831 อาชีพ ราว 75% ของอาชีพ และ 40% ของแรงงาน มีความเป็นไปได้ที่จะถูกแทนที่ด้วย Humanoidภายในปี 2050- โลกจะมี Humanoid ใช้งานราว 1,000 ล้านตัว- สร้างรายได้ราว 5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี- และอุตสาหกรรมนี้จะโตเฉลี่ยปีละ 54% ในทศวรรษข้างหน้า2. ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี จีน กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยพร้อมกัน ประชากรวัยทำงานหดตัว ค่าแรงเพิ่ม ขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะโลกไม่ต้องการหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์แบบ แค่ต้องการหุ่นยนต์ที่ "มาทำงานทุกวัน ไม่ลาออก และถูกกว่าคนที่เราหาไม่ได้"ที่สำคัญคือ วันนี้โลกเพิ่งส่งมอบ Humanoid ไปราว 13,000-16,000 ตัวเท่านั้นนั่นแปลว่าในอนาคตที่มีคาดการณ์ว่าจะมี Humanoid 1,000 ล้านตัว เรากำลังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่ปลายทาง3. มูลค่าทางเศรษฐกิจของ Humanoid ในมุมที่เรานึกไม่ถึงพอพูดถึงหุ่นยนต์ เรามักนึกถึงโรงงานแต่มูลค่าที่แท้จริงซ่อนอยู่ในมุมที่คนส่วนใหญ่มองข้าม- แรงงานที่ไม่มีวันหยุดHumanoid ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่ลาป่วย ไม่ลาออก ไม่ต้องเทรนใหม่ และเมื่อหุ่นยนต์ตัวหนึ่งเรียนรู้งานได้ หุ่นยนต์อีกล้านตัวจะรู้ทันที เพราะมันแชร์สมองเดียวกัน สิ่งนี้มนุษย์ทำไม่ได้- Robot-as-a-Serviceบริษัทไม่ต้องซื้อหุ่นยนต์ แต่จ่ายเป็นรายเดือนเหมือนจ้างพนักงาน ธุรกิจหุ่นยนต์จึงไม่ใช่ธุรกิจขายของครั้งเดียวจบ แต่เป็นรายได้ประจำแบบ Subscription- ตลาดดูแลผู้สูงอายุนี่คือสาเหตุที่ Bank of America เชื่อว่า 62% ของหุ่นยนต์จะไปอยู่ในบ้าน ไม่ใช่โรงงาน เพราะงานที่โลกขาดแคลนแรงงานที่สุด คืองานดูแลคน- ข้อมูลจากโลกกายภาพทุกก้าวเดิน ทุกการหยิบจับ คือข้อมูลฝึกโมเดล AI ที่หาจากอินเทอร์เน็ตไม่ได้ ใครมีหุ่นยนต์เดินอยู่ในโลกจริงมากที่สุด คนนั้นมีขุมทรัพย์ข้อมูลที่คู่แข่งลอกไม่ได้- ชิ้นส่วนสึกหรอและอะไหล่เกียร์ ตลับลูกปืน สกรู เซนเซอร์ ล้วนมีอายุการใช้งาน หุ่นยนต์ 1,000 ล้านตัว จึงหมายถึงตลาดอะไหล่ที่ต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี- เซมิคอนดักเตอร์เฉพาะทางMorgan Stanley ประเมินว่าเฉพาะชิปและเซนเซอร์สำหรับ Humanoid อย่างเดียว จะมีมูลค่าตลาด 305,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 20454. การลงทุนในธีมนี้คือ ไม่มีใครรู้ว่าหุ่นยนต์แบรนด์ไหนจะชนะ แต่สิ่งที่รู้แน่ ๆ คือ ไม่ว่าใครจะชนะ ทุกตัวต้องใช้ระบบนิเวศการผลิตเดียวกันและนี่คือสิ่งที่ ONE-HUMANOID-X ทำโดย ONE-HUMANOID-X จะเข้าลงทุนในกองทุนหลักชื่อ KraneShares Global Humanoid Robotics and Physical AI Index ETF (KOID) โดยเป็น ETF ลงทุนในธีม Humanoid โดยเฉพาะ อ้างอิงดัชนี MerQube Global Humanoid Robotics and Physical AI Indexจุดเด่นคือเป็นกอง Equal Weight ถือหุ้นราว 52 บริษัททั่วโลก น้ำหนักตัวละประมาณ 1.4-2.7% เท่า ๆ กันแปลว่าเราไม่ต้องเดาว่าใครจะเป็นผู้ชนะ เราแค่เดิมพันว่า อุตสาหกรรมนี้จะโต..ลองมาดูว่าใครอยู่ในกองบ้าง (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กันยายน 2026)สมอง (ชิปและการประมวลผล)- NVIDIA 2.33%- Horizon Robotics 2.14%- Analog Devices 1.99%- Texas Instruments 1.80%- NXP Semiconductors 1.75%- Infineon 1.74%- Renesas 1.55%ตาและประสาทสัมผัส (เซนเซอร์)- Hexagon 2.71%- Keyence 2.26%- TE Connectivity 2.24%- Amphenol 2.22%- Sensata 2.10%- Cognex 2.03%- Teledyne 2.04%- Melexis 1.91%กล้ามเนื้อและข้อต่อ (Actuator, เกียร์, ลิเนียร์)นี่คือหัวใจของ Humanoid เพราะหุ่นยนต์ 1 ตัว ต้องใช้ชุดข้อต่อหลายสิบชุด- Hiwin Technologies 2.14%- Nidec 2.13%- Allient 2.11%- Jiangsu Hengli Hydraulic 2.09%- Shenzhen Inovance 2.06%- THK 1.94%- Schaeffler 1.93%- Zhejiang Sanhua 1.87%- Ningbo Tuopu 1.87%- Nabtesco 1.77%- RBC Bearings 1.77%- Harmonic Drive Systems 1.50%- Leader Harmonious Drive 1.60%โครงกระดูกและวัตถุดิบ (แร่หายาก)- MP Materials 2.41%- Lynas Rare Earths 2.00%- China Northern Rare Earth 1.86%ผู้ผลิตหุ่นยนต์- Rainbow Robotics 2.40%- Doosan 2.05%- Tesla 2.04%- Symbotic 2.07%- UBTECH Robotics 1.98%- Yushu Technology หรือ Unitree 1.61%ผู้รับจ้างผลิตและประกอบ- Magna International 2.32%- Jabil 1.95%- Lingyi iTech 1.83%- Aptiv 1.69%จะเห็นว่ากองนี้ไม่ได้ซื้อแค่หุ้นหุ่นยนต์ แต่ซื้อทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่แร่ในดิน ไปจนถึงหุ่นยนต์ที่เดินได้5. สัดส่วนการลงทุนในแต่ละประเทศของ KOIDถ้าเรารวมน้ำหนักของหุ้นในกองตามสัญชาติของบริษัท (คำนวณจากรายการถือครอง ณ วันที่ 2 ก.ย. 69) จะได้สหรัฐอเมริกา ~32%จีน ~24%ญี่ปุ่น ~11%ยุโรป ~10%เกาหลีใต้ ~4.5%แคนาดา ~2.3%ไต้หวัน ~2.1%ออสเตรเลีย ~2.0%แล้วทำไมถึงกระจุกอยู่ที่ 4 ประเทศแรก ?สหรัฐอเมริกา คือเจ้าของสมองชิป AI โมเดล และซอฟต์แวร์ควบคุม ล้วนอยู่ในมือบริษัทอเมริกัน สมองของหุ่นยนต์เกือบทุกตัวในโลก ยังต้องพึ่ง NVIDIA และเพื่อน ๆจีน คือเจ้าของ โรงงานและวัตถุดิบจีนมีทั้งแร่หายาก มีทั้งซัพพลายเชนชิ้นส่วนที่ถูกที่สุดในโลก และมีนโยบายรัฐหนุนเต็มที่ ผลคือหุ่นยนต์ที่ส่งมอบจริงในปี 2025 ส่วนใหญ่มาจากจีน และแบรนด์อย่าง Unitree กับ UBTECH กำลังทำสิ่งที่จีนถนัดที่สุด คือกดราคาลงจนธีมนี้เกิดได้จริงเร็วกว่าที่คิดญี่ปุ่น คือเจ้าของข้อต่อนี่คือจุดที่โลกไม่มีทางเลือกมากนัก เกียร์ความแม่นยำสูงอย่าง Harmonic Drive และ Nabtesco รวมถึงลิเนียร์ไกด์ของ THK เป็นชิ้นส่วนที่สะสมความรู้มาหลายสิบปี ลอกเลียนยาก และหุ่นยนต์เดินสองขาขาดไม่ได้ ต่อให้แบรนด์หุ่นยนต์เปลี่ยนหน้ากันเป็นสิบยี่ห้อ ออร์เดอร์ก็ยังวิ่งกลับมาที่ญี่ปุ่นอยู่ดีเกาหลีใต้ ไต้หวัน และยุโรป คือเจ้าของส่วนประกอบที่จำเป็นเกาหลีใต้มี Rainbow Robotics เจ้าของผลงานวิจัยมากมายไต้หวันมี Hiwin เจ้าของบอลสกรูและลิเนียร์ไกด์ส่วนยุโรปมีเซนเซอร์และแบริ่งระดับโลกและที่น่าสนใจคือ ประเทศเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ผู้ผลิต แต่ยังเป็นผู้ซื้อ ด้วยเพราะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี และจีน คือกลุ่มประเทศที่ขาดแคลนแรงงานหนักที่สุดในโลก6. ข้อดีของการลงทุนใน Supply Chain ทั่วโลก แทนที่จะเดาผู้ชนะKOID จะทำให้เราเติบโตไปกับทั้งอุตสาหกรรม Humanoid โดยไม่ต้องเดาว่าใครจะชนะ ทุกตัวต้องซื้อเกียร์ ซื้อมอเตอร์ ซื้อเซนเซอร์ ซื้อชิป จากบริษัทกลุ่มเดียวกันนี้ธุรกิจในห่วงโซ่นี้ไม่ได้พึ่ง Humanoid อย่างเดียว แต่มีระบบอัตโนมัติในโรงงาน คลังสินค้าอัตโนมัติ อุปกรณ์การแพทย์ และเซมิคอนดักเตอร์ ทำให้ระหว่างรอวันที่หุ่นยนต์เกิดเต็มตัว บริษัทเหล่านี้ยังมีรายได้จริงหล่อเลี้ยงอยู่นอกจากนั้นยังมีการกระจายความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ในวันที่โลกแบ่งขั้ว การถือทั้งอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป คือการไม่แทงข้างใดข้างหนึ่งด้วยการถือหุ้น 52 ตัวแบบเท่า ๆ กัน ถ้ามีสัก 5-10 ตัวที่กลายเป็นผู้ชนะตัวจริงของทศวรรษหน้า มันก็อาจคือคำตอบ3 ปีที่ผ่านมา เราเห็น AI เปลี่ยนโลกไปแล้วรอบหนึ่งแต่ AI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ยังติดอยู่ในจอมันเขียนอีเมลได้ วิเคราะห์งบได้ เขียนโค้ดได้ แต่มันยกกล่องไม่ได้ ล้างจานไม่ได้ ดูแลคนแก่ไม่ได้ซึ่งงานเหล่านั้น คือส่วนที่ใหญ่กว่ามากของเศรษฐกิจโลกAI ในจอ แตะได้แค่งาน Knowledge Workแต่ AI ที่มีร่างกาย แตะตลาดแรงงานทั้ง 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐพูดอีกแบบคือ AI ทำให้เราคิดเร็วขึ้น แต่ AI + Physical จะทำให้โลกผลิตได้มากขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเพราะตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา การเติบโตทางเศรษฐกิจถูกล็อกไว้ด้วยข้อจำกัดเดียว คือ จำนวนคนHumanoid คือครั้งแรกที่ข้อจำกัดนั้นถูกปลดล็อกและถ้าเราเชื่อว่า AI จะเปลี่ยนโลกจริง AI สิ่งที่เหนือกว่าคือ AI ที่มีร่างกายอย่าง Humanoid จะเป็นตัวเปลี่ยนโลกแบบสมบูรณ์..ONE-HUMANOID-X-UH เป็นกองทุน Humanoid ค่าจัดการต่ำ บริหารจัดการโดย บลจ.วรรณ IPO 10-15 ก.ย. 69✅ซีรีส์ X กองแรก ค่าจัดการต่ำสุดในกลุ่ม Humanoid✅กระจายลงทุนทั่วโลก ครอบคลุมผู้นำในสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้✅ครบทั้ง Ecosystem ของ Humanoid ตั้งแต่ ชิป เซนเซอร์ มอเตอร์ เกียร์ ไปจนถึงผู้ผลิตหุ่นยนต์✅ได้รับการยกเว้นภาษี Capital Gain ตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย✅ไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐฯโปรโมชันช่วง IPO ลด 10% ค่าธรรมเนียมซื้อ | 2 ล้านบาทขึ้นไป ลด 50% ค่าธรรมเนียมซื้อสำหรับผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บล.เวลท์เอกซ์ Line ID : @wealthxคำเตือน : กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุน ในตราสารต่างประเทศ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และกองทุน RMF สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์ภาษีที่ใช้บังคับ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ และการปฏิบัติทางภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของผู้ลงทุนแต่ละราย ข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการนําเสนอเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนําให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมไม่ใช่การฝากเงิน ผลการดําเนินงานในอดีตของกองทุนรวม มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดําเนินงานในอนาคตReferences- KraneShares, KOID Fund Page & Full Holdings, ข้อมูล ณ 2 กันยายน 2026- Morgan Stanley Research, "Humanoids: 1bn Robots and $5tn Revenues by 2050"- Morgan Stanley, "The Humanoid 100: Mapping the Humanoid Robot Value Chain"- Bank of America Global Research via Fortune, "More people will own a humanoid robot than a car by 2060"- CNBC, คำกล่าวของ Elon Musk ต่อที่ประชุม G20 Innovation Ministers- Future Investment Initiative, Riyadh- International Federation of Robotics (IFR) Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดอนุพันธ์: กลุ่มพลังงานหนุนดัชนีแต่แรงขาย DELTA -กลุ่มรพ.กดดัชนี : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/delta-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นายกิตติ บัวบึง,IAA นักวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นหนุนดัชนีตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาอีกครั้งทั้งราคาน้ำมันWTI และ BRENT อย่างไรก็ตามราคาหุ้น DELTA ปรับตัวลงกดดันดัชนี สอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศจา นายกิตติ บัวบึง,IAA นักวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า การซื้อขาย SET50 Index Futures วันนี้กลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นหนุนดัชนีตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาอีกครั้งทั้งราคาน้ำมันWTI และ BRENT อย่างไรก็ตามราคาหุ้น DELTA ปรับตัวลงกดดันดัชนี สอดคล้องกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศจากความกังวลเงินเฟ้อ รวมทั้งหุ้น Defensive อย่างกลุ่มโรงพยาบาล ที่มีแรงขายออกมา แต่ยังเป็นสัญญาณที่ดีเนื่องจากมี Sector rotation เม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มอื่นช่วยพยุงดัชนี แนวโน้มในวันพรุ่งนี้คาดดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบที่ยังเป็นแรงส่งต่อเนื่อง ขณะเดียวกันคืนนี้ Apple เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอาจทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ Tech Consumer เช่น COM7, SYNEX , ADVANC, TRUE ได้รับ Sentiment บวกระยะสั้น รวมทั้งช่วงปลายสัปดาห์ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)โดยประเมินกรอบแนวรับ 1,073 / 1,060 จุด และแนวต้าน 1,085 / 1,090 จุด ด้านราคาทองคำวันนี้ แกว่งไซด์เวย์ หลังยืนเหนือ EMA200 แล้วราคาเริ่มนิ่งโดยทองคำดีดขึ้นแกว่งออกข้างรอปัจจัยขับเคลื่อน โดยเฉพาะการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ และการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า ประเมินกรอบแนวรับ 4,320 / 4,300เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ และแนวต้าน 4,500 / 4,696 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ ดัชนี SET50 ปิดตลาดวันนี้ 1,083.06 จุด ลดลง 0.62 จุด (-0.06%) โดย วรินทร ศิรินอก/เสาวลักษณ์ อวยพร Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### Apple วางแผนเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ที่ระหว่างรุ่น Air และ Pro URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-macbook-air-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple วางแผนเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ที่ระหว่างรุ่น Air และ Pro - Apple News บทความใหม่ล่าสุด มีข้อมูลจากบริษัทวิจัย Omdia ระบุว่า Apple อาจเปิดตัว MacBook รุ่นใหม่ล่าสุดขนาด 13.8 นิ้วที่ใช้หน้าจอ OLED ในปี 2029 ซึ่งอาจสร้างกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ระหว่าง MacBook Air และ MacBook Pro ด้วยครับ แผนงานล่าสุดของบริษัทได้วาง MacBook ขนาด 13.8 นิ้ว รุ่นใหม่ไว้ระหว่างรุ่น Air และ Pro ซึ่งรุ่นนี้ระบุว่าอาจใช้หน้าจอแบบ Hybrid OLED ชั้นเดียว แทนที่จะเป็นเทคโนโลยี OLED แบบ 2 ชั้นที่ซับซ้อนกว่า ซึ่งคาดว่าจะใช้ใน MacBook Pro รุ่น OLED ที่กำลังจะเปิดตัวในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ที่สำคัญ ข่าวดังกล่าวก็มีที่่มาที่ไปด้วย เพราะตามรายงานจาก ZDNet Korea เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Apple ได้สอบถามข้อมูลจาก Samsung Display, LG Display และ BOE เกี่ยวกับแผงหน้าจอ OLED ขนาด 13.8 นิ้วสำหรับ MacBook ในช่วงต้นปีนี้ ซึ่งตอนนั้นคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา MacBook Air รุ่น OLED รุ่นแรกของ Apple ที่คาดว่าจะวางจำหน่ายเร็วที่สุดในปี 2028 อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากแผนงานล่าสุดของ Omdia แล้ว จะเห็นได้ชัดว่า MacBook Air รุ่น OLED หายไป โดยถูกแทนที่ด้วยเครื่อง OLED ขนาด 13.8 นิ้ว ในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ “ใหม่” แยกต่างหาก รุ่นใหม่นี้คาดว่าจะใช้แผงวงจร LTPO+ มีเซ็นเซอร์สัมผัสในตัว กล้องใต้แผงหน้าจอ และตัวกรองสีที่รวมอยู่ในชั้นเคลือบ OLED นอกจากนี้ ก็ยังคงมีโอกาสที่แผนการจะเปลี่ยนไปได้ โดย Omdia ระบุว่าแผนงานของพวกเขานั้นอิงตามความคาดหวังของตลาดในปัจจุบัน ดังนั้นจึงอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาตามกำลังการผลิต OLED ต้นทุนชิ้นส่วนครับ อ่านเพิ่มเติม: หลุดสเปคชิป A20 Pro บน iPhone 18 Pro ปรับปรุง GPU และแบนด์วิดท์หน่วยความจำครั้งใหญ่ Xiaomi 18 Fold ยืนยันได้กล้องระดับสูงพัฒนากับ LEICA พร้อมตัวอย่างภาพถ่ายชุดแรกสุดอลังการ! ผู้บริหารยืนยัน…ดีไซน์ OPPO Find X10 Series ของจริง “ดูดีกว่า” ภาพเรนเดอร์ที่หลุดมา! คาดการณ์ราคา iPhone 18 Pro อาจเริ่มต้นราว 41,000.- สูงขึ้นกว่า iPhone 17 Pro เปิดตัว vivo V80 Lite 5G แบตเตอรี่ 10000mAh ชาร์จเร็ว 44W กล้องหน้า 50MP ที่มา : Macrumors, Omdia ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม AppleMacbook Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Samsung Galaxy S27 Pro และ S27 Ultra มีรายงานได้ Privacy Display พร้อมจอ COE ส่วน S27 และ S27+ อาจอด :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-s27-pro-s27-ultra-privacy-display-coe-s27-s27-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung Galaxy S27 Pro และ Galaxy S27 Ultra มีรายงานว่าจะได้ Privacy Display พร้อมเทคโนโลยี COE ขณะที่ Galaxy S27 และ S27+ อาจไม่ได้ฟีเจอร์นี้ Samsung Galaxy S27 Pro และ Galaxy S27 Ultra มีรายงานว่าจะได้ Privacy Display พร้อมเทคโนโลยี COE ส่วนโน้ตบุ๊ก Samsung อาจใช้ฟีเจอร์นี้ในอนาคต Samsung เปิดตัวฟีเจอร์ Privacy Display ครั้งแรกกับ Samsung Galaxy S26 Ultra เมื่อต้นปีนี้ ก่อนจะมีรายงานหลายครั้งเกี่ยวกับการนำฟีเจอร์ดังกล่าวมาใช้กับสมาร์ตโฟนตระกูล Samsung Galaxy S27 Series ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน มีข้อมูลว่า Samsung Galaxy S27 Pro จะรองรับ Privacy Display ขณะที่รายงานในเดือนกรกฎาคมระบุว่า สมาร์ตโฟนในตระกูล Samsung Galaxy S27 Series ทุกรุ่น ยกเว้น Samsung Galaxy S27 FE อาจได้รับฟีเจอร์นี้ อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดจากสื่อเกาหลีใต้ ETNews ระบุว่า อาจมีเพียง 2 รุ่นเท่านั้นที่ได้ใช้ Privacy Display ได้แก่ Samsung Galaxy S27 Pro และ Samsung Galaxy S27 Ultra Privacy Display อาจจำกัดไว้เฉพาะรุ่น Pro และ Ultra ตามรายงาน Samsung ต้องการใช้ Privacy Display เป็นหนึ่งในจุดแตกต่างของ Samsung Galaxy S27 Pro และ Samsung Galaxy S27 Ultra เพื่อแยกตำแหน่งผลิตภัณฑ์ออกจาก Samsung Galaxy S27 และ Samsung Galaxy S27+ รวมถึงช่วยกระตุ้นความต้องการของผู้บริโภค นอกจาก Privacy Display แล้ว หน้าจอของ Samsung Galaxy S27 Pro และ Samsung Galaxy S27 Ultra ยังมีรายงานว่าจะใช้เทคโนโลยี Color Filter-on-Encapsulation หรือ COE ด้วย โน้ตบุ๊ก Samsung ในอนาคตอาจได้ Privacy Display รายงานเดียวกันยังระบุว่า โน้ตบุ๊ก Samsung รุ่นใหม่ในอนาคตอาจรองรับ Privacy Display เช่นกัน โดยบริษัทกำลังหารือเกี่ยวกับแผนการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้กับผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นเพิ่มเติม ข่าวที่เกี่ยวข้อง Samsung Galaxy S27 Pro หลุดภาพเรนเดอร์ เผยดีไซน์ใหม่คล้าย S27 Ultra ลุ้น Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro กล้อง 200MP Samsung Galaxy S27 Ultra หลุดภาพ CAD ใหม่ เผยดีไซน์กล้องหลังโฉมใหม่ ตัวเครื่องใกล้เคียงรุ่นเดิม ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 10/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### OpenAI เปิดตัว ChatGPT Images 2.5 อัปเกรดสร้างภาพ AI ละเอียดขึ้น แก้ไขแม่นกว่าเดิม เร็วขึ้น 50% [PR] URL: https://onesiamsoft.com/articles/openai-chatgpt-images-25-ai-50percent-pr Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 OpenAI เปิดตัว ChatGPT Images 2.5 โมเดลสร้างภาพรุ่นใหม่ระดับแถวหน้า ชูจุดเด่นด้านภาพที่คมชัด รายละเอียดและพื้นผิวเป็นธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจคำสั่งแก้ไขภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมลดเวลาในการสร้างภาพสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับ Images 2.0 และเพิ่มฟีเจอร์ Sketch ให้ผู้ใช้วาดไอเดียคร่าว ๆ OpenAI เปิดตัว ChatGPT Images 2.5 โมเดลสร้างภาพรุ่นใหม่ระดับแถวหน้า ชูจุดเด่นด้านภาพที่คมชัด รายละเอียดและพื้นผิวเป็นธรรมชาติมากขึ้น เข้าใจคำสั่งแก้ไขภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมลดเวลาในการสร้างภาพสูงสุด 50% เมื่อเทียบกับ Images 2.0 และเพิ่มฟีเจอร์ Sketch ให้ผู้ใช้วาดไอเดียคร่าว ๆ แล้วนำไปสร้างเป็นภาพได้ OpenAI ระบุว่า ปัจจุบันผู้คนสร้างภาพผ่าน ChatGPT Images และโมเดล GPT-Image บน API มากกว่า 3,000 ล้านภาพต่อสัปดาห์ สะท้อนว่าการสร้างภาพกำลังกลายเป็นหนึ่งในรูปแบบการใช้งานสำคัญของ ChatGPT โดย ChatGPT Images 2.5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้การเปลี่ยนไอเดีย ภาพสเก็ตช์ และภาพต้นแบบ ให้กลายเป็นภาพที่ตรงกับความต้องการมากขึ้น จุดเด่นสำคัญ คือ “แก้เฉพาะจุด” โดยไม่ทำให้ส่วนอื่นของภาพเปลี่ยน ความสามารถที่ถูกยกระดับอย่างชัดเจนคือ Precision Editing การแก้ไขภาพอย่างแม่นยำ โดย Images 2.5 สามารถปรับเปลี่ยนเฉพาะองค์ประกอบที่ผู้ใช้ต้องการ พร้อมพยายามรักษารายละเอียดอื่น ๆ ของภาพเอาไว้ เช่น องค์ประกอบหลัก ฉากหลัง องค์ประกอบภาพ หรือรูปแบบของ branding สำหรับการใช้งานผ่าน API นักพัฒนาสามารถนำความสามารถดังกล่าวไปใช้กับงานที่ต้องการแก้ไของค์ประกอบเพียงส่วนเดียว เช่น เปลี่ยนสินค้า เปลี่ยนพื้นหลัง หรือแก้ข้อความ โดยยังคงองค์ประกอบหลักของภาพเอาไว้ อีกจุดที่ OpenAI เน้นคือ การแก้ไขภาพหลายรอบต่อเนื่อง โดยเมื่อผู้ใช้สนทนากับ ChatGPT และสั่งแก้ภาพหลายครั้ง ระบบจะรักษาความสอดคล้องของการแก้ไขก่อนหน้าได้ดีขึ้น ทำให้การปรับภาพทีละขั้นไม่ทำให้คุณภาพหรือรายละเอียดของภาพเดิมลดลงง่ายเหมือนที่ผ่านมา เข้าใจภาพต้นแบบดีขึ้น รายละเอียดคนและวัตถุยังอยู่ครบ Images 2.5 ยังปรับปรุงการทำงานกับ ภาพต้นแบบ โดยสามารถนำภาพบุคคลหรือวัตถุที่ผู้ใช้ให้เป็นต้นแบบไปสร้างในสถานการณ์ สไตล์ และองค์ประกอบใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น จุดเด่นคือการรักษาลักษณะเฉพาะขององค์ประกอบหลัก รวมถึงการจัดแสงและพื้นผิวที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ โมเดลยังถูกปรับให้เข้าใจคำสั่งด้านภาพที่มีความซับซ้อนได้ดีขึ้น รองรับเลย์เอาต์ที่หลากหลาย รวมถึงภาพพื้นหลังโปร่งใส และสามารถถ่ายทอดสไตล์ภาพตามที่ผู้ใช้กำหนดได้แม่นยำขึ้น เหมาะกับงานที่ต้องสร้างภาพหลายชิ้นให้มีทิศทางอยู่ภายใน branding เดียวกัน และมีรูปแบบของ branding ที่สอดคล้องกัน เช่น งานครีเอทีฟ แคมเปญ สื่อประชาสัมพันธ์ และภาพประกอบพรีเซนเทชัน เพิ่ม Sketch วาดเอง แล้วให้ AI เปลี่ยนเป็นภาพจริง สำหรับผู้ใช้ทั่วไป OpenAI เพิ่มฟีเจอร์ Sketch ที่ให้ผู้ใช้วาดภาพหรือโครงร่างไอเดียโดยตรงใน ChatGPT ก่อนใช้เป็น Visual Guide ในการสร้างภาพตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถวาดแปลนห้อง รูปทรงเสื้อผ้า หรือภาพร่างแบบง่าย ๆ จากนั้นใส่คำอธิบายเกี่ยวกับสไตล์และรายละเอียดที่ต้องการ ระบบจะนำภาพร่างนั้นไปสร้างเป็นภาพที่สมบูรณ์มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านการวาดภาพ และสามารถเรียกใช้ด้วยการพิมพ์ “@Sketch” ใน ChatGPT ขณะเดียวกัน OpenAI เพิ่ม Templates สำหรับรูปแบบงานยอดนิยม เช่น Poster และ Merch ช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นจากโครงสร้างที่กำหนดไว้ แทนการเริ่มต้นจากศูนย์ พร้อมเติมข้อมูล องค์ประกอบการออกแบบ และสไตล์ที่ต้องการได้ทันที แชร์ภาพพร้อม Prompt ให้คนอื่นนำไปต่อได้ อีกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือการแชร์ Prompt ที่ใช้สร้างภาพ ไปพร้อมกับภาพ เมื่อผู้ใช้แชร์ภาพให้คนอื่น ผู้รับสามารถนำแนวคิดหรือ Prompt เดิมไปสร้างเวอร์ชันของตัวเอง โดยเปลี่ยนเป็นภาพและรายละเอียดของตัวเองได้ API เปิด 2 โมเดลใหม่ สำหรับนักพัฒนาและธุรกิจ สำหรับนักพัฒนา OpenAI เปิดตัวโมเดลบน API เพิ่มอีก 2 รุ่น ได้แก่ GPT-Image-2.5 Flare และ GPT-Image-2.5 Sunburst GPT-Image-2.5 Flare เป็นตัวเลือกหลักสำหรับแอปพลิเคชันส่วนใหญ่ โดยเน้นคุณภาพ การแก้ไขภาพ และความเร็ว พร้อมระบุว่ามีคุณภาพสูงกว่า GPT-Image-2 และใช้เวลาน้อยลง 50% เหมาะกับงานสร้างคอนเทนต์ โซเชียลมีเดีย ประสบการณ์ด้านสินค้า การค้นหาด้วยภาพหรือ Visual Search การทำต้นแบบภาพอย่างรวดเร็ว และการสร้างภาพจำนวนมาก ส่วน GPT-Image-2.5 Sunburst ถูกออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการการควบคุมรายละเอียดในระดับสูง โดยยอมใช้เวลาในการสร้างนานขึ้น เพื่อแลกกับความแม่นยำในการแก้ไข เหมาะกับงานครีเอทีฟระดับโปรดักชัน เช่น ภาพสำหรับแคมเปญ และภาพสินค้า ใช้งานได้แล้วบน ChatGPT OpenAI ระบุว่า ChatGPT Images 2.5 เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ ChatGPT, ChatGPT Work และ Codex ทุกระดับผ่านทั้งเดสก์ท็อป มือถือ และเว็บไซต์ ขณะที่ GPT-Image-2.5 Flare และ Sunburst เปิดให้ใช้งานผ่าน API พร้อมรายละเอียดด้านราคาแยกตามบริการ ดังนั้น Images 2.5 ไม่ได้เน้นเพียง “สร้างภาพให้สวยขึ้น” แต่ขยับไปสู่การเป็นเครื่องมือสำหรับ สร้าง แก้ ปรับและทำซ้ำ ภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษารายละเอียดจากภาพต้นฉบับ การแก้เฉพาะจุด และการทำงานหลายรอบ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและทีมครีเอทีฟที่ต้องผลิตภาพจำนวนมากและต้องการควบคุมทิศทางของงานให้แม่นยำขึ้น Source: Originally published on TechTalkThai. Read the full article at TechTalkThai → ### ใน GTA 6 เราสามารถทำให้เจสันกับลูเซียเลิกรากันได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น URL: https://onesiamsoft.com/articles/gta-6-15 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มีข้อมูลของเกม GTA 6 อัปเดตเพิ่มเติมว่าเราสามารถทำให้เจสันกับลูเซียยุติความสัมพันธ์เชิงคนรักได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น - Online Station หน้าแรก PC CONSOLE GAME ใน GTA 6 เราสามารถทำให้เจสันกับลูเซียเลิกรากันได้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้เล่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ภายในคอมมูนิตี้ของเกม GTA 6 บนเว็บไซต์ Reddit ได้มีการลงเนื้อหาที่แปลมาจากคลิปพอดแคสต์ของช่อง MikeShowSha ที่พูดคุยกันหลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปตัวอย่าง Extended Look บน Netflix ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจก็คือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเจสัน (Jason) กับลูเซีย (Lucia) คู่พระ-นางของเกมดังกล่าว ซึ่งมีการยืนยันว่าทั้งคู่สามารถเลิกราหรือยุติความสัมพันธ์ในฐานะคู่รักได้ โดยขึ้นอยู่กับการกระทำและการตัดสินใจของผู้เล่นล้วน ๆ และ Rockstar ได้เปิดเผยว่าสิ่งนี้จะเป็นทางเลือกเสริม และจะไม่ส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อตัวเกมแต่อย่างใดระหว่างเล่นนั้น ผู้เล่นจำเป็นต้องใช้ความพยายามระดับหนึ่งหากต้องการที่จะให้เจสันกับลูเซียมีระดับความสัมพันธ์ที่ดี และถึงแม้จะเกิดพลาดพลั้งทำให้ความสัมพันธ์แบบคนรักต้องสิ้นสุดลงไป แต่ก็ยังสามารถให้ทั้งคู่ทำงานร่วมกันแบบมืออาชีพได้อยู่ หรือเป็นหุ้นส่วนกันในระหว่างการก่ออาชญากรรมต่อไปได้ หรือจะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ออกมาในลักษณะท็อกซิกต่อกันก็ได้ ขณะที่คบกันแบบคนรัก เราสามารถเลือกได้ว่าจะบอกเรื่องที่เจสันหรือลูเซียเก็บงำไว้กับอีกฝ่ายแบบเปิดอก หรือจะปิดบังต่อไป ซึ่งการบอกแบบเปิดอกทันทีอาจจะมีผลกระทบตามมาอย่างหนึ่ง แต่การปิดบังจนอีกฝ่ายมารู้เอาทีหลังก็อาจมีผลกระทบตามมาอีกแบบ ตรงจุดนี้ Rockstar ต้องการนำเสนอความสมจริงเหมือนประสบการณ์ชีวิตของคู่รักจริง ๆ นั่นเองแปลและเรียบเรียงจากMikeShowSha / Insider-gaming ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Life without passion is not living, it's just existing. Previous article SILENT HILL f กำลังลดราคา 50 เปอร์เซนต์ บน Steam งานนี้รีบจัดให้ไว! Next article (มี Demo) แต้มไม่ดีมีด่า! Invokyr เกมทำลายมิตรภาพเกมใหม่ ตั้งตี้ทอยเต๋าหนีผี ที่รีวิวดีตั้งแต่เดโม Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### เผยโฉมดีไซน์หน้าจอ iQOO 16 ยืนยันใช้หน้าจอตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung Display URL: https://onesiamsoft.com/articles/iqoo-16-samsung-display Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เผยโฉมดีไซน์หน้าจอ iQOO 16 ยืนยันใช้หน้าจอตัวใหม่ล่าสุดจาก Samsung Display - Android News บทความใหม่ล่าสุด ก่อนหน้านี้ iQOO ได้ประกาศยืนยันแล้วว่า iQOO 16 และ iQOO Pad 6 Ultra จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 14 กันยายนนี้ ล่าสุด ดีไซน์และสเปคหน้าจอบางส่วนของ iQOO 16 ก็ได้เปิดเผยออกมาแล้วครับ iQOO ยืนยันแล้วว่าจะร่วมมือกับ Samsung Display เพื่อเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าจอของ iQOO 16 โดยทั้ง 2 บริษัทจะร่วมมือกันในด้านต่างๆ เช่น ความคมชัดของหน้าจอ การแสดงผลสี การตอบสนองการสัมผัส อัตราการรีเฟรชสูง และการปกป้องดวงตา ทั้งนี้ iQOO จะเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนแบรนด์แรกที่จัดงานแถลงข่าวเทคโนโลยีจอแสดงผลที่สำนักงานใหญ่ของ Samsung Display ในประเทศเกาหลีใต้ โดยภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่า iQOO 16 จะมีหน้าจอแสดงผลแบบแบนเรียบพร้อมขอบจอที่บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน ตามข่าวลือของรุ่นนี้คาดว่าจะได้หน้าจอ AMOLED M16 LEAD ของ Samsung โดยคาดว่าจะมีขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 2K พร้อม Refresh Rate 165Hz ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro คู่กับชิป Q4 ของ iQOO เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผล Ray Tracing กล้องหน้ารุ่นนี้คาดว่าจะได้ความละเอียด 32MP พร้อมด้วยกล้องหลัง 50MP (เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3″) + Ultra-Wide 50MP + Periscope 50MP ทั้งยังได้แบตเตอรี่ 8400mAh ชาร์จเร็วด้วยสาย 100W และไร้สายที่ 40W ครับ ฟีเจอร์อื่นที่จะได้ใน iQOO 16 จะมีการทนน้ำ-ฝุ่น IP68/69, พอร์ต USB Type-C (USB 3.2) สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic มี RAM 12/16GB + ROM 256/512GB/1TB และรันบน Android 17 ครอบทับด้วย OriginOS 7 อ่านเพิ่มเติม: iQOO 16 ยืนยันเปิดตัวเดือนก.ย. นี้ที่จีน ใช้โมดูลกล้องใหม่ และมีเลนส์ “100X Tele Lens” มาแล้ว! vivo X500 Series เผยโฉมทางการในสีเทาและสีส้ม ก่อนเปิดตัวจริง 21 ก.ย.นี้ HONOR Magic9 Pro Max เผยโฉมทางการในสีเขียว พร้อมยืนยันเปิดตัว 28 ก.ย.นี้ รอลุ้น ! Apple เคยต้องการตั้งราคา iPhone Ultra ไว้ที่ 1,999 ดอลลาร์ ถูกกว่าราคาที่อาจจำหน่ายจริง เพราะชิปแพง ที่มา : Gizmochina มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### เปิดรายชื่อ 11 ผลิตภัณฑ์ Apple ที่อาจถูกยกเลิกขายคืนนี้ ก่อน iPhone 18 Pro มา URL: https://onesiamsoft.com/articles/11-apple-iphone-18-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หลังการเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max รวมถึง iPhone Ultra จะมีผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลจะยกเลิกการวางจำหน่ายบน App Store ซึ่งคาดว่าอาจมีมากถึง 11 รายการ หลังการเปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max รวมถึง iPhone Ultra จะมีผลิตภัณฑ์ที่แอปเปิลจะยกเลิกการวางจำหน่ายบน App Store ซึ่งคาดว่าอาจมีมากถึง 11 รายการก่อนงาน Apple Event Surprise and Shine ที่จะเกิดขึ้นในเวลาเที่ยงคืนตรงของวันที่ 10 กันยายนตามเวลาประเทศไทย ที่น่าสนใจก็คือหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มีโอกาสที่แอปเปิลจะถอดผลิตภัณฑ์บางรายการจากการวางจำหน่ายบนหน้าเว็บไซต์ของแอปเปิลตามธรรมเนียมปกติแล้วแอปเปิลมักจะยุติการวางจำหน่ายรุ่นเดิมในหมวดเดียวกันเมื่อมีสินค้าใหม่เข้ามาแทนที่ โดยรายชื่อที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือiPhone 17 ProiPhone 17 Pro MaxiPhone 16iPhone 16 PlusApple Watch Series 11Apple Watch Ultra 3AirPods 4AirPods 4 รุ่นที่มีระบบตัดเสียงรบกวน ANCApple TV 4K รุ่นที่ 3HomePod mini รุ่นแรกHomePod รุ่นที่ 2จาก 11 รายการเบื้องต้นก็อาจมีบางผลิตภัณฑ์ที่จะวางจำหน่ายต่อไป แต่ที่แน่ๆ คือ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max จะถูกยกเลิกจำหน่าย เพื่อเปิดทางให้รุ่นใหม่กว่า แม้ทั้งสองรุ่นจะทำยอดขายได้ดีมากก็ตามกลุ่มที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ก็คือ iPhone 16 และ iPhone 16 Plus รวมถึงสินค้าในหมวด Home เพราะตามปกติแล้วแอปเปิลจะเปิดตัว iPhone รุ่นมาตรฐาน พร้อมกับลดราคารุ่นก่อนหน้านั้นลงอีกนิดหนึ่ง แล้วจึงยกเลิกรุ่นเก่าในที่สุด แต่ปีนี้มีรายงานตรงกันหลายสำนักว่า iPhone 18 รุ่นมาตรฐาน และ iPhone Air รุ่นที่ 2 ถูกเลื่อนไปเปิดตัวช่วงต้นปี 2027 ตามยุทธศาสตร์แบ่งการเปิดตัว iPhone ออกเป็นสองรอบต่อปี ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่า แอปเปิลจะขาย iPhone 16 ต่อไปจนถึงช่วงเวลาดังกล่าวหรือไม่อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกปัจจัยที่น่าสนใจก็คือ ในรอบนี้แอปเปิลมีการปรับขึ้นราคาสินค้าซึ่งอาจทำให้แอปเปิลเลือกเก็บผลิตภัณฑ์รุ่นเก่านานกว่าปกติในราคาที่ต่ำกว่า ควบคู่ไปกับการวางขายรุ่นใหม่ในราคาที่สูงขึ้น Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### vivo X500 Pro Max เผยดีไซน์ก่อนเปิดตัว 21 กันยายน ชูกล้อง 3 ตัว Zeiss พร้อม Teleconverter 400mm :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/vivo-x500-pro-max-21-3-zeiss-teleconverter-400mm-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 vivo X500 Pro Max เผยดีไซน์ก่อนเปิดตัวในจีน 21 กันยายน มาพร้อมโมดูลกล้องวงกลม 3 ตัว แบรนด์ Zeiss และรองรับ Teleconverter 400mm vivo X500 Pro Max เผยดีไซน์ก่อนเปิดตัว 21 กันยายน มากับโมดูลกล้องวงกลม 3 ตัว พร้อม Teleconverter 400mm vivo เตรียมเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูล vivo X500 Series รุ่นใหม่ในประเทศจีนภายในเดือนนี้ โดยก่อนถึงวันเปิดตัว บริษัทได้ทยอยเผยฟีเจอร์สำคัญของอุปกรณ์รุ่นใหม่ และล่าสุดได้เผยดีไซน์ของ vivo X500 Pro Max เป็นครั้งแรก Huang Tao รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ vivo เผยภาพด้านหลังของ vivo X500 Pro Max ผ่าน Weibo โดยตัวเครื่องที่ปรากฏในภาพมีให้เห็นทั้งสีเงินและสีส้ม ดีไซน์ใกล้เคียง vivo X300 Ultra พร้อมกล้องหลัง 3 ตัว จากภาพทีเซอร์ vivo X500 Pro Max มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงกับ vivo X300 Ultra โดยใช้ฝาหลังแบบทูโทน พร้อมโมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ที่ติดตั้งกล้อง 3 ตัว และมีแบรนด์ Zeiss กำกับอยู่ ส่วนแฟลช LED ถูกจัดวางบริเวณขอบด้านซ้ายบนของฝาหลัง รองรับ Teleconverter ระยะ 400mm vivo X500 Pro Max จะรองรับ Teleconverter ระยะ 400mm ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพทีเซอร์ด้วย ขณะเดียวกัน vivo ยังได้เผยตัวอย่างความสามารถด้านการถ่ายวิดีโอของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ผ่านวิดีโอบน Weibo vivo จะเปิดตัว vivo X500, vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max ในประเทศจีนวันที่ 21 กันยายน ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 10/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### iPhone 18 Pro Max เปิดตัว ราคาเริ่มต้น 52,900 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-pro-max-52900 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro Max ในงาน Apple Event เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา iPhone 18 Pro Max มาพร้อมกับชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตรของ TSM TNN ช่อง1610 กันยายน 2569 ( 02:58 )Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro Max ในงาน Apple Event เมื่อคืนวันที่ 9 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา iPhone 18 Pro Max มาพร้อมกับชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยกระบวนการ 2 นาโนเมตรของ TSMC ประสิทธิภาพดีขึ้น แต่ใช้พลังงานน้อยกว่า Apple ยังเพิ่มความสามารถด้าน Neural Engine สำหรับ AI โดยเฉพาะ หน้าจอใหญ่ 6.9 นิ้ว รีเฟรช 120Hz กล้องหลัง 3 ตัว มีกล้องหลักเป็น 48MP Fusion Camera รองรับ Variable Aperture หรือ "รูรับแสงแบบปรับได้" สามารถควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่เซนเซอร์ได้มากขึ้น ทำให้มีประโยชน์ทั้งด้าน การถ่ายภาพในที่แสงน้อย การควบคุม Depth of Field การสร้างฉากหลังเบลอ การควบคุมภาพในสถานการณ์ที่มีแสงมาก การควบคุมกล้องแบบจริงจัง แนวคิดจะใกล้เคียงกับกล้อง Mirrorless/DSLR มากกว่า iPhone รุ่นก่อน ๆ และที่สำคัญ Apple ระบุว่าระบบรูรับแสงใหม่นี้ใช้ 6 ใบมีดที่บางมาก เพื่อควบคุมช่องรับแสงของเลนส์ ภายในยังเพิ่ม Vapor Chamber รุ่นใหม่ มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 17 Pro ถึง 3 เท่า เล่นเกมหนัก ถ่ายวิดีโอ 4K เป็นเวลานาน ตัดต่อวิดีโอบนเครื่อง ใช้ AI ใช้งาน CPU/GPU หนักต่อเนื่อง ได้ดีขึ้น เพราะเครื่องจะร้อนน้อยลง ในด้านแบตเตอรี่ iPhone 18 Pro Max  ระบุว่าสามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุดประมาณ 45 ชั่วโมง มาพร้อมสีใหม่ Burgundy และ Glacier รวมถึงสีโทนคลาสสิกอย่าง Silver และ Deep Black iPhone 18 Pro Max มีราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท สำหรับความจุ 256GB 60,900 บาท สำหรับความจุ 512GB76,900 บาท สำหรับความจุ 1TB100,900 บาท สำหรับความจุ 2TB Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือนเรียกค่าใช้จ่ายรวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถ URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-240-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดเงื่อนไข ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือน เรียกค่าใช้จ่ายเดือนละ 60 ล้านบาท รวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถทันที พรุ่งนี้ (10 ก.ย.69) เสนอบอร์ดรฟท.หาข้อยุติที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย SondhiX Social World Talk Sondhitalk Exclusive Health ข่าวอัพเดต LIVE --> การแจ้งเตือน ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือนเรียกค่าใช้จ่ายรวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถ เผยแพร่: 9 ก.ย. 2569 21:02   ปรับปรุง: 9 ก.ย. 2569 21:02 เปิดเงื่อนไข ซี.พี. ยอมเดินรถ”แอร์พอร์ตลิงก์”ต่อ 4 เดือน เรียกค่าใช้จ่ายเดือนละ 60 ล้านบาท รวม 240 ล้านบาท ห้ามรฟท.ฟ้องร้องทุกกรณีไม่งั้นหยุดเดินรถทันที พรุ่งนี้ (10 ก.ย.69) เสนอบอร์ดรฟท.หาข้อยุติที่ยอมรับได้ทั้ง 2 ฝ่าย วันที่ 9 ก.ย. 2569 นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ได้รายงานต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถึงความคืบหน้าเรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) กรณี MOU การเดินรถกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (AERA 1 ) (ในเครือบริษัท ซี.พี.) สิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2569 โดยจากที่ รฟท. ขอให้เอกชนช่วยสนับสนุนการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปอีก 4 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2569 - 31 ม.ค. 2570 เนื่องจากเป็นการบริการสาธารณะที่ไม่ควรหยุดชะงัก โดยทาง ซี.พี. ได้ตอบกลับมาเมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมาว่า ยินดีจะสนับสนุนการเดินรถต่อไปอีก 4 เดือน ตามที่ รฟท. ร้องขอ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องไม่นำเรื่องการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ไปผูกพันกับการขอใช้สิทธิยกเลิกสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา)และกรณีมีการฟ้องร้องระหว่างกัน ทางเอกชนขอสงวนสิทธิ์ยุติการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ทันที ซึ่งขณะนี้ รฟท. ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีประเด็นใดที่จะนำไปสู่การฟ้องร้องกันบ้าง แต่หากมีข้อพิพาทเกิดขึ้นจริง ยังสามารถใช้กระบวนการเจรจากันก่อนได้นอกจากนี้เอกชน ยังเสนอขอค่าบริหารจัดการเดินรถเดือนละ 60 ล้านบาท หรือรวม 240 ล้านบาท ซึ่งในประเด็นนี้ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ รฟท.เห็นว่า ยังเป็นอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของเอกชนคู่สัญญาในการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาหลักให้ชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม รฟท. จะนำรายละเอียดและเงื่อนไขทั้งหมดที่เอกชนทำหนังสือแจ้งมา เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท. ในวันที่ 10 ก.ย. 2569 เพื่อพิจารณาแนวทางในการรักษาความต่อเนื่องของการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่อไปผู้สื่อข่าวถามว่า เงื่อนไขที่เอกชนเสนอว่าถ้าฟ้องร้อง จะยุติสนับสนุนการเดินรถทันที เหมือนจะเป็นการข่มขู่หรือไม่ นายอนันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการข่มขู่ แต่เป็นการระบุสิทธิของเอกชน ขณะที่ รฟท. ก็มีหน้าที่ต้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการหยุดให้บริการ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง และต้องมีการหารือ เพื่อหาข้อยุติในเงื่อนไขที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกันให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด --> Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Apple อาจยกเลิก iPhone 18 รุ่นเริ่มต้น แล้วดัน iPhone Air 2 แทนที่ - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-18-iphone-air-2-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple อาจยกเลิก iPhone 18 รุ่นเริ่มต้น แล้วดัน iPhone Air 2 แทนที่ Thisisgame Thailand ข้าม iPhone 18 Pro ไปก่อน!! เหตุผล 9 ข้อ ที่ควรรอ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี flashfly.net iPhone 20 จะปฏิวัติวงการ iPhone อีกครั้งหรือไม่? Vietnam.vn iPhone ปีที่ 20 จะสนุกสุดเหวี่ยงเลย Apple เขาต Apple อาจยกเลิก iPhone 18 รุ่นเริ่มต้น แล้วดัน iPhone Air 2 แทนที่  Thisisgame Thailandข้าม iPhone 18 Pro ไปก่อน!! เหตุผล 9 ข้อ ที่ควรรอ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี  flashfly.netiPhone 20 จะปฏิวัติวงการ iPhone อีกครั้งหรือไม่?  Vietnam.vniPhone ปีที่ 20 จะสนุกสุดเหวี่ยงเลย Apple เขาต้องการสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเหมือนที่เคยทำเมื่อหลายปีก่อนด้วย iPhone X  Letem světem Applem[วิเคราะห์] 9 เหตุผลที่อาจยังไม่ควรอัปเกรดเป็น iPhone 18 Pro และรอ iPhone 20 แทน  macthai.com Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### “Apple Watch Series 12” ตัวช่วยสรุปการสนทนา พร้อมเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพรุ่นใหม่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-watch-series-12-8 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 วันที่ 10 กันยายน ภายในงาน Surprise and Shine บริษัท Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 ยกระดับจากนาฬิกาติดตามการออกกำลังกายไปสู่เครื่องมือวิเคราะห์สุขภาพและความพร้อมขอ TNN ช่อง1610 กันยายน 2569 ( 02:30 )วันที่ 10 กันยายน ภายในงาน Surprise and Shine บริษัท Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 ยกระดับจากนาฬิกาติดตามการออกกำลังกายไปสู่เครื่องมือวิเคราะห์สุขภาพและความพร้อมของร่างกายตลอดวัน ผ่านระบบเซนเซอร์ใหม่ Health Sensing System และชิป S11ฟังก์ชันสุดน่าสนใจ “Audio Intelligence” และ “Siri AI”ชิป S11 รองรับระบบ Audio Intelligence ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนสำคัญ เช่น สัญญาณเตือน กริ่งประตู หรือแม้กระทั่งเสียงเด็กร้อง แถมยังสามารถสรุปเรื่องและประเด็นสำคัญจากบทสนทนา กับคู่สนทนาของเราตอนพูดคุยขณะสวมใส่นาฬิกา นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ "Live Rewind" ที่ช่วยให้ผู้ใช้แตะสองครั้ง (Double tap) ที่ปุ่ม Digital Crown เพื่อดูข้อความถอดเสียง (Transcript) ของบทสนทนาในช่วง 15 วินาทีก่อนหน้าได้ทันที รวมไปถึงการสั่งงานให้ Siri ช่วยสรุปบทสนทนาทั้งหมด เพื่อช่วยเตียนความจำระบบตรวจความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันโดยใช้การวิเคราะห์ร่างกายอย่างละเอียดจากการออกกำลังกาย ค่าสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับ ก่อนสรุปเป็นคะแนนตั้งแต่ 0–10 พร้อมคำแนะนำ 4 ระดับ ได้แก่ Recover ควรพักฟื้น, Pace Yourself ควรงดหักโหม, Ready ร่างกายพร้อม และ Go For It  พร้อมทำกิจกรรมเต็มที่ การออกแบบวัสดุและสีสันรุ่นที่วางจำหน่ายมีขนาดตัวเรือน 42 มม. และ 46 มม. พร้อมตัวเลือกวัสดุและสีสัน เช่น ตัวเรือนอลูมิเนียม สีดำ (Black), สีทองอ่อน (Light gold), สีสเปซเกรย์ (Space gray) และสีบรอนซ์เข้ม (Dark bronze)ตัวเรือนไทเทเนียม สีทอง (Gold) และสีไทเทเนียมธรรมชาติ (Natural titanium) พร้อมรุ่นพิเศษ Hermés Edition และตัวเรือนเซรามิก (Ceramic) ซึ่งถือเป็นการกลับมาอีกครั้งนับตั้งแต่ Apple Watch Series 5 ปี 2020 มีให้เลือกในสีขาวมุก (Pearl white) และสีน้ำเงินเข้ม (Night blue) ซึ่งทนทานต่อรอยขีดข่วนและการกระแทกได้สูง สำหรับราคาและการจัดจำหน่าย Apple Watch Series 12 เริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราคาไทยเริ่มต้นที่ 14,900 บาท เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าตั้งแต่วันนี้ และเริ่มวางจำหน่ายในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาควันที่ 18 กันยายน 2026  Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### AWS Lambda now supports 90-minute function timeout on Lambda Managed Instances URL: https://onesiamsoft.com/articles/aws-lambda-now-supports-90-minute-function-timeout-on-lambda-managed-instances Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Discover more about what's new at AWS with AWS Lambda now supports 90-minute function timeout on Lambda Managed Instances AWS Lambda now supports a 90-minute function timeout for asynchronous and event source mapping (ESM) invocations on Lambda Managed Instances (LMI), a 6x increase from the previous 15-minute limit. You can now run data processing, media transcoding, financial calculations, AI inference, and batch workloads on Lambda for jobs that require longer continuous execution, without re-architecting your applications. Customers use Lambda to build serverless applications like event-driven processors, API backends, and data processing pipelines. For data-intensive workloads like media transcoding, financial calculations (such as Monte Carlo simulations), and AI inference that need longer continuous execution, Lambda's 15-minute function timeout limit required customers to adopt architectural workarounds. With today's launch, you can configure a function timeout of up to 90 minutes for asynchronous and ESM invocations on Lambda Managed Instances. Lambda Managed Instances lets you process multiple concurrent requests per instance, access specialized compute configurations, and drive cost efficiency through EC2 pricing advantages, without managing infrastructure. The increased function timeout also applies to invocations within Lambda durable functions, which allow you to checkpoint and replay steps for longer-running invocations. When invoked asynchronously, a multi-step durable execution can run for up to 1 year. You can configure up to a 90-minute function timeout for asynchronous and ESM invocations via the AWS Lambda Console, AWS CLI, Lambda APIs, Infrastructure as Code tooling, or the Agent Toolkit for AWS. Synchronous invocations retain the existing 15-minute maximum timeout. This feature is available in all AWS Regions where Lambda Managed Instances is available. To learn more about configuring the 90-minute function timeout, see the Lambda developer guide. For combining extended timeouts with checkpoint-and-replay resilience, see the durable functions documentation. For pricing details, see AWS Lambda Pricing. To learn more about AWS Lambda, visit aws.amazon.com/lambda.  Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 300 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ $100 : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/300-dollar100 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 300 จุดในวันนี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ณ เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 368.54 จุด หรือ 0.70% สู่ระดับ 52 ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 300 จุดในวันนี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ณ เวลา 20.55 น.ตามเวลาไทย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ลบ 368.54 จุด หรือ 0.70% สู่ระดับ 52,417.53 จุด ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับ ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 15-16 ก.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ราคาน้ำมันโลกทะลุ 100 ดอลล์ครั้งแรกใน 6 สัปดาห์ หวั่นสงครามสหรัฐ-อิหร่านกระทบอุปทานโลก | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-6-or-the-bangkok-insight-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันโลก พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลังการโจมตีระหว่างกอ... ราคาน้ำมันโลก พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (9 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลังการโจมตีระหว่างกองกำลังสหรัฐ และอิหร่านทวีความรุนแรง ขณะที่การโจมตีโรงงานพลังงานในซาอุดีอาระเบียยิ่งเพิ่มความกังวลว่าเหตุขัดข้องด้านอุปทานอาจขยายวงกว้างทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนพ.ย. บวก 2.73 ดอลลาร์ หรือ 2.79% สู่ระดับ 100.65 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 2.84 ดอลลาร์ หรือ 3.05% มาอยู่ที่ 95.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลราคาน้ำมันโลกราคาน้ำมันเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 25% นับตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมา ขณะที่ความหวังต่อการยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างถาวรเริ่มลดน้อยลงแรงซื้อในตลาดน้ำมันเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนในสัปดาห์นี้ หลังกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่ติดตั้งด้านน้ำมัน ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าความเสียหายและการหยุดชะงักของการผลิตอาจขยายไปยังพื้นที่อื่นในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียการที่ราคาน้ำมันทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ จึงสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ตลาดน้ำมันโลกกำลังมีความเปราะบางมากขึ้น หลังเผชิญภาวะสูญเสียอุปทานมาหลายเดือน จากการหยุดชะงักของการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการลดลงของปริมาณน้ำมันสำรองทามาส วาร์กา จากบริษัทนายหน้าซื้อขายน้ำมันพีวีเอ็ม กล่าวว่า นักลงทุนในตลาดน้ำมันกำลังสะท้อนมุมมองต่อผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดรอบล่าสุดในตะวันออกกลางอย่างชัดเจน โดยหากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่กลับมาเปิด และการขนส่งน้ำมันยังไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง อุปทานน้ำมันจะยังไม่สอดคล้องกับความต้องการในอนาคตอันใกล้แม้ราคาน้ำมันเบรนท์ยังไม่กลับไปแตะระดับสูงสุดที่ 126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับที่เคยพุ่งขึ้นในช่วงเดือนเม.ย. แต่หากราคาน้ำมันสามารถยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้เป็นเวลานาน ผลกระทบอาจขยายออกไปไกลกว่าตลาดพลังงานโดยเฉพาะต้นทุนด้านการขนส่ง และภาคการผลิต รวมถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้น และอาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้นอ่านข่าวเพิ่มเติม'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันรอบ 2 ชี้เสี่ยงอุปทานล้นตลาด'ซิตี้' คาดราคาน้ำมันต้นปี 70 ร่วง! แตะ 60-65 ดอลลาร์ รับขนส่งฮอร์มุซฟื้นตัว'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาวติดตามเราได้ที่เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### OPPO Find X10 Series เปิดพรีออเดอร์แล้ว แบต 8,000mAh พร้อม ColorOS 17 และ Find X10 Pro Max กล้อง 200MP 3 ตัว :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-series-8000mah-coloros-17-find-x10-pro-max-200mp-3-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 OPPO Find X10 Series เปิดพรีออเดอร์ในจีนแล้ว โดย Find X10 และ Find X10 Pro Max ใช้แบต 8,000mAh พร้อม ColorOS 17 ส่วน Pro Max มากับกล้อง 200MP สามตัว OPPO Find X10 Series เปิดพรีออเดอร์ในจีนแล้ว ยืนยัน Find X10 และ Find X10 Pro Max ใช้แบต 8,000mAh พร้อม ColorOS 17 OPPO ยืนยันก่อนหน้านี้ว่า OPPO Find X10 Series จะเปิดตัวในประเทศจีนภายในเดือนนี้ แม้บริษัทยังไม่ได้ประกาศวันเปิดตัวที่แน่นอน แต่ล่าสุดได้เปิดให้พรีออเดอร์ OPPO Find X10, OPPO Find X10 Pro Max และ OPPO Find X10E แล้ว พร้อมกันนี้ OPPO ยังเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนของสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ผ่าน Weibo โดยยืนยันว่า OPPO Find X10 และ OPPO Find X10 Pro Max จะมาพร้อมแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ความจุ 8,000mAh ซึ่งบริษัทระบุว่าสามารถรักษาความจุแบตเตอรี่ไว้ได้นานสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ Digital Chat Station อ้างว่า ทั้งสองรุ่นจะรองรับชาร์จเร็วแบบมีสาย 80W และชาร์จไร้สาย 50W มาพร้อม ColorOS 17 และจอ Tianma รุ่นใหม่ ทั้ง OPPO Find X10 และ OPPO Find X10 Pro Max จะทำงานบน ColorOS 17 ที่พัฒนาบน Android 17 ตั้งแต่แกะกล่อง พร้อมใช้หน้าจอ Tianma รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงคุณสมบัติด้านการถนอมสายตา OPPO Find X10 Pro Max ยืนยันกล้องหลัง 200MP สามตัว สำหรับ OPPO Find X10 Pro Max ได้รับการยืนยันว่าจะมาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 ตัวที่มีความละเอียด 200MP ทั้งสามกล้อง อย่างไรก็ตาม OPPO ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ OPPO Find X10E ในขณะนี้ ข่าวที่เกี่ยวข้อง OPPO Find X10 Pro Max เผยสเปกกล้อง 200MP ทั้ง 3 ตัว พร้อม Periscope และถ่ายวิดีโอ 8K ได้ทุกกล้องหลัง OPPO Find X10 และ Find X10 Pro Max โผล่ Geekbench เผยชิป Dimensity 9500 และชิป 2nm รุ่นใหม่ พร้อม RAM 16GB OPPO Find X10 และ OPPO Find X10 Pro Max ผ่าน กสทช. (NBTC) แล้ว! ลุ้นเปิดตัวในไทย ปลายเดือนตุลาคม OPPO Find X10 Pro Max หลุดภาพเรนเดอร์ เผยดีไซน์กล้องหลังใหม่เต็มความกว้าง พร้อมกล้อง 3 ตัว 200MP ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 10/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### Apple ขึ้นราคา iPhone 16,iPhone 17e, iPhone 17, iPhone Air ในไทยแบบยกแผง URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-16iphone-17e-iphone-17-iphone-air Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple ขึ้นราคา iPhon Apple ขึ้นราคา iPhone 16,iPhone 17e, iPhone 17, iPhone Air ในไทยแบบยกแผง ส่วนiPhone 16e, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max เลิกขายเรียบร้อยแล้ว iPhone 16 จาก 26,900 บาท เป็น 30,900 บาท iPhone 17e จาก 22,900 บาทเป็น 26,900 บาท iPhone 17 จาก 29,900 บาทเป็น 34,900 บาท iPhone Air จาก 39,900 บาท เป็น 43,900 บาท Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### GULF หนุน PDP 2026 เพิ่มทางเลือกไฟฟ้า เปิดกว้าง Direct PPA รับคลื่นลงทุน Data Center : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/gulf-pdp-2026-direct-ppa-data-center Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 GULF หนุนภาครัฐเปิดเสรีพลังงานในร่าง PDP 2026 เผยผู้ใช้ไฟยุคใหม่ต้องการทั้ง “ไฟเขียว” และ “ความมั่นคง” แนะขยายขอบเขต Direct PPA ครอบคลุมเชื้อเพลิงอื่น แก้จุดอ่อน RE ผันผวน และเร่งเคาะอัตราค่าบริการ Third Party Access และ Direct PPA ให้โปร่งใส ทลายตอข้อกฎหมายเดิมเพื่อเปิดเสรีระบบไ GULF หนุนภาครัฐเปิดเสรีพลังงานในร่าง PDP 2026 เผยผู้ใช้ไฟยุคใหม่ต้องการทั้ง “ไฟเขียว” และ “ความมั่นคง” แนะขยายขอบเขต Direct PPA ครอบคลุมเชื้อเพลิงอื่น แก้จุดอ่อน RE ผันผวน และเร่งเคาะอัตราค่าบริการ Third Party Access และ Direct PPA ให้โปร่งใส ทลายตอข้อกฎหมายเดิมเพื่อเปิดเสรีระบบไฟฟ้าอย่างแท้จริง นายชัยชวิน ตันติยันกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจพลังงานภูมิภาคอาเซียน บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ [GULF] เปิดเผยในงาน BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ว่า รู้สึกตื่นเต้นกับทิศทางนโยบายของประเทศ ทั้งสัดส่วนพลังงานสะอาดในร่างแผน รวมถึงแนวนโยบายของกระทรวงพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ที่มุ่งเน้น “การเปิดกว้าง” ให้ระบบไฟฟ้ามีทางเลือกมากขึ้น ในมุมมองของนักลงทุน เดิมกรอบแผน PDP สัดส่วนข้างในภาครัฐจะเป็นผู้กำหนด แต่ปัจจุบันกำลังเปิดกว้างในระดับโครงสร้างโดยผู้ใช้ไฟฟ้าก็สามารถเลือกเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ยังสามารถขายไฟฟ้าตรงให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ “เดิมทีสัดส่วนและการจัดหาไฟฟ้าในระบบภาครัฐเป็นผู้กำหนดทั้งหมด แต่วันนี้กลายเป็นว่า ผู้ใช้ไฟฟ้า มีส่วนในการกำหนดด้วย เช่น กลุ่ม Data Center เข้ามาวันแรกบอกอยากได้ไฟเขียว แต่วันนี้บอกว่าต้องการทั้งไฟเขียวและไฟที่มั่นคงด้วย ดังนั้น แม้ภาครัฐจะวางกรอบไว้ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้มีส่วนร่วมจริงในตลาด” นายชัยชวิน กล่าว นอกจากนี้ในฐานะนักลงทุนยังมองเห็นโอกาสจากการขายไฟฟ้าตรงกับผู้ใช้ไฟฟ้าได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันนโยบาย Direct PPA เน้นส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน RE แต่ละประเภทมีข้อจำกัดด้านต้นทุนและความผันผวนต่างกัน เช่น แสงอาทิตย์ผลิตได้เพียงวันละ 4–5 ชั่วโมง, พลังงานลมในไทยส่วนใหญ่มาช่วงกลางคืน, ส่วนชีวมวลมีต้นทุนด้านเชื้อเพลิง (Feedstock) ทำให้ชั่วโมงที่เหลือผู้ใช้ไฟยังต้องพึ่งพาโครงข่ายหลัก ดังนั้นการพัฒนาระบบโครงข่ายอัจฉริยะ (Smart Grid) ของการไฟฟ้าจึงเป็นหัวใจสำคัญ อีกทั้ง ตนยังสนับสนุนแนวคิดที่อาจเปิดกว้างให้ Direct PPA ครอบคลุมเชื้อเพลิงอื่นนอกเหนือจาก RE เพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงของผู้ใช้ไฟ อย่างไรก็ตามในมุมของนักลงทุน ไม่ว่าภาครัฐจะเลือกทางเลือกไหน ก็มองว่าเกิดโอกาสทางธุรกิจขึ้นทั้งสิ้น เพราะมีการสร้างกำลังการผลิตใหม่ขึ้นมาตลอดเวลาอย่างเท่าเทียมกัน แต่เนื่องจากแผนนี้เป็นการประเมินบนฐานเทคโนโลยีที่เรารู้ในปัจจุบัน ขณะที่ในอีก 3–5 ปี หรือ 10–20 ปีข้างหน้า พัฒนาการของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีการดักจับคาร์บอน (CCS) จะก้าวหน้าไปอีกมาก จึงเห็นด้วยว่าภาครัฐต้องมีการประเมินและติดตามแผนอย่างต่อเนื่อง (Continuous Monitoring) เพื่อรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น สำหรับกลุ่มธุรกิจ Data Center ในแผน PDP2026 คาดการณ์ความต้องการไฟฟ้าใหม่ไว้ราว 6,000–8,000 เมกะวัตต์ และในระยะยาวตลอดทั้งแผนจะมีเมกะวัตต์ใหม่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ 100,000 – 200,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเปิดกว้างสำหรับโอกาสทางธุรกิจเสมอ อย่างไรก็ตามภาครัฐตั้งเป้าหมายอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไว้ที่ประมาณ 4.00–4.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งนักลงทุนจะใช้ตัวเลขนี้เป็นกรอบอ้างอิงในการเลือกเทคโนโลยีและทิศทางการพัฒนาโครงการ นอกจากนี้ เอกชนกำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าภาครัฐจะเคาะอัตราค่าบริการ Third Party Access ออกมาที่ระดับใด โดยเชื่อว่าหากภาครัฐจะส่งเสริมเรื่องนี้ ให้เกิดขึ้นจริงทั้งเรื่อง Direct PPA และ Third Party Access น่าจะเป็นอัตราที่มีความเหมาะสม และเป็นธรรม ทำให้เอกชนสามารถทำธุรกิจได้จริง “หากจะเปิดเสรีอย่างแท้จริง ราคา Third Party Access ต้องโปร่งใสและแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม หากการไฟฟ้าทำหน้าที่ผลิตเองและส่งผ่านโครงข่าย ก็ควรต้องจ่ายค่า Third Party Access ในมาตรฐานและอัตราเดียวกับที่ภาคเอกชนต้องจ่าย เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง” นายชัยชวิน ตันติยันกุล กล่าวถึง ทิศทางกรอบนโยบาย PDP 2026 ว่ายังมีข้อจำกัด หากกล่าวถึงการเปลี่ยนผ่าน หรือการเปิดเสรีด้านพลังงาน จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบเดิมในอดีตที่เคยเป็นอุปสรรค ยกตัวอย่างเช่นการปฏิรูปการออกใบอนุญาต รวมทั้งกฎหมายต่าง ๆ ในบริบทที่เปลี่ยนไปปัจจุบัน ทั้งเรื่องของการเดินปักเสาพาดสาย ซึ่งหากจะส่งเสริมให้เปิดเสรีต้องมีการปรับปรุง อย่างเช่นเรื่องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ที่มีการผ่อนปรนปลดล็อกขั้นตอนการขอใบอนุญาต แต่ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่มองว่าสามารถปรับปรุงแก้ไขเพื่อที่จะสามารถเปิดเสรี เปิดกว้างให้กับทุกคน ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมทั้งเรื่องการใช้ไฟ เลือกผู้ซื้อไฟ และเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วย นอกจากนี้ นายชัยชวิน ยังได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับการจัดตั้งคณะกรรมการคัดกรองโครงการ Data Center โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งในมุมมองของนักลงทุน เนื่องจากปัจจุบันการลงทุน Data Center มี Ghost Demand หรือมีการขอลงทุนจำนวนมาก แต่ผู้ที่ต้องการลงทุนจริงมีเพียงกลุ่มเดียว การมีกลไกคัดกรองทั้งในมิติของไฟฟ้า น้ำ สิ่งแวดล้อม และประโยชน์ที่จะตกแก่ประเทศ จะช่วยคัดสรรผู้ประกอบการที่ตั้งใจลงทุนจริง และทำให้ประเทศไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การเข้ามาใช้ทรัพยากรเพื่อให้บริการผู้ที่อยู่นอกประเทศเท่านั้น สำหรับประเด็นทางเลือกระหว่างการใช้ไฟฟ้าสีเขียวกับการนำเข้า LNG เพื่อป้อน Data Center นายชัยชวิน มองว่า ต้องเป็นการผสมผสาน โดยขึ้นอยู่กับระดับราคาค่าไฟฟ้าที่ Data Center ยอมรับได้ ซึ่งการเปิดทางเลือกให้ผู้ใช้ไฟจัดหาจากหลายแหล่ง ทั้ง Direct PPA, ชีวมวลที่เดินเครื่องแบบ Firm 24 ชม. และไฟฟ้าจากโครงข่ายจะช่วยตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro - Pro Max พร้อมไอโฟนจอพับรุ่นแรก "iPhone Duo" URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-18-pro-pro-max-iphone-duo Category: tech · Reading time: 4 min Published: 2026-09-09 สรุปงาน Apple Event "Surprise And Shine" เปิดตัว iPhone 18 Pro - iPhone 18 Pro Max และไอโฟนจอพับรุ่นแรก "iPhone Duo" พร้อม Apple Watch - Air... สรุปงาน Apple Event "Surprise And Shine" เปิดตัว iPhone 18 Pro - iPhone 18 Pro Max และไอโฟนจอพับรุ่นแรก "iPhone Duo" พร้อม Apple Watch - AirPods รุ่นใหม่ คืนวันที่ 9 กันยายน 2569 Apple จัดงาน Apple Event "Surprise and Shine" เปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่หลายรายการ โดยงานเริ่มจากการปรากฏตัวของ "ทิม คุก" อดีตซีอีโอของ Apple ก่อนหยอดมุกส่งไม้ต่อให้กับ "จอห์น เทอร์นัส" ซีอีโอ Apple คนปัจจุบันเป็นผู้ดำเนินอีเวนต์ครั้งนี้ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ Apple Event Surprise and Shine คือ "iPhone Duo" ไอโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท พร้อมการมาถึงของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่อัปเกรดกล้อง ชิป และแบตเตอรี่ Apple จอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ Apple iPhone Duo เริ่มกันที่ผลิตภัณฑ์ที่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของไลน์อัป iPhone กับ iPhone Duo ซึ่ง Apple ระบุว่าเป็น iPhone แบบพับได้รุ่นแรกของบริษัท โดยเมื่อพับตัวเครื่องจะมีหน้าจอด้านนอก Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว ให้พื้นที่หน้าจอคิดเป็นประมาณ 90% ของ iPhone 18 Pro ขณะที่เมื่อกางออกจะได้หน้าจอด้านใน Super Retina XDR ขนาด 7.6 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่าหน้าจอ iPhone 18 Pro Max ราว 50% และถือเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ที่สุดที่ Apple เคยใช้กับ iPhone หน้าจอด้านในมาพร้อมพื้นผิว Nano-texture ช่วยลดแสงสะท้อนและทำให้รอยพับมองเห็นได้น้อยลง รองรับ ProMotion, Always-On Display และความสว่างสูงสุดกลางแจ้ง 3,000 นิต ส่วนกล้อง FaceTime ด้านในจะซ่อนอยู่ใต้หน้าจอเมื่อไม่ได้ใช้งาน ตัวเครื่องผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมบานพับที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น ส่วนด้านนอกใช้ Ceramic Shield 2 ซึ่ง Apple ระบุว่าทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และตัวเครื่องผ่านมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 นอกจากนี้ ระบบยืนยันตัวตนของ iPhone Duo ใช้ Touch ID บริเวณปุ่มด้านข้าง แทน Face ID และยังสามารถปลดล็อกผ่าน Apple Watch ได้ด้วย ภายในใช้ชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร ประกอบด้วย CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 7-core โดย Apple ระบุว่า GPU มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นสูงสุด 40% เมื่อเทียบกับ A19 Pro พร้อม Dual 16-core Neural Engine สำหรับประมวลผลงาน AI และระบบระบายความร้อน Vapor Chamber Apple iPhone Duo ส่วนกล้องหลังประกอบด้วยกล้องหลัก 48MP Fusion Main ที่รองรับการถ่ายภาพความละเอียดสูงสุด 48MP และมีระยะเทเลโฟโต้คุณภาพระดับออปติคัล 2 เท่าในตัว ร่วมกับกล้อง 48MP Fusion Ultra Wide ซึ่งสามารถใช้ถ่ายภาพมาโครได้ การออกแบบแบบพับยังทำให้ Apple เพิ่มรูปแบบการใช้กล้องใหม่ เช่น Duo Preview ที่ให้คนถูกถ่ายดูภาพตัวเองผ่านหน้าจอด้านนอก, Smart Take ที่ใช้ AI วิเคราะห์และถ่ายภาพอัตโนมัติเมื่อบุคคลในเฟรมพร้อม รวมถึง Kid Cue ที่แสดงแอนิเมชันบนหน้าจอด้านนอกเพื่อดึงความสนใจเด็กขณะถ่ายภาพ ด้านระบบปฏิบัติการ iPhone Duo มาพร้อม iOS 27 ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เข้ากับหน้าจอพับ โดยเมื่อกางเครื่องออกสามารถใช้ Split View เปิดแอป 2 แอปพร้อมกัน หรือเปิด 2 หน้าต่างของแอปเดียวกันได้ พร้อมรองรับ Apple Intelligence และ Siri AI แบตเตอรี่ถูกแบ่งไว้ทั้งสองฝั่งของตัวเครื่อง โดย Apple ระบุว่าสามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 31 ชั่วโมงเมื่อใช้หน้าจอด้านใน หรือสูงสุด 44 ชั่วโมงเมื่อใช้หน้าจอด้านนอก และใช้งานได้สูงสุด 24 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเมื่อใช้งานทั้งสองหน้าจอใกล้เคียงกัน รองรับชาร์จเร็ว 50% ภายในประมาณ 20 นาที และชาร์จไร้สายผ่าน MagSafe หรือ Qi2 ได้ 50% ภายในประมาณ 30 นาที iPhone Duo มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Star White และ Night Sky และมีความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB โดยราคาเริ่มต้นที่ 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ Apple จะเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในกว่า 70 ประเทศและภูมิภาคกลุ่มแรกตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 ก่อนเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ส่วนอีก 28 ประเทศและภูมิภาคจะเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 30 ตุลาคม Apple iPhone Duo Apple iPhone 18 Pro - iPhone 18 Pro Max iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ต่อกันที่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่ Apple อัปเกรดระบบกล้อง ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ โดยใช้ชิป A20 Pro เช่นเดียวกับ iPhone Duo และมาพร้อมระบบระบายความร้อน Vapor Chamber เจเนอเรชันใหม่ หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือกล้องหลัก 48MP Fusion Main แบบ Variable Aperture หรือรูรับแสงที่ปรับเปลี่ยนได้ โดยใช้ใบรูรับแสง 6 ใบ ให้ผู้ใช้สามารถควบคุมระยะชัดลึกและปริมาณแสงได้มากขึ้น ถือเป็นครั้งแรกที่ Apple นำระบบปรับรูรับแสงมาใช้กับ iPhone ในแอป Camera ยังเพิ่ม Pro controls ให้สามารถตั้งค่าการถ่ายภาพด้วยตนเอง ทั้งค่ารูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ และ White Balance รวมถึงแสดง Histogram สำหรับตรวจสอบระดับแสงในภาพ นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Apple Reference Image ซึ่งใช้ข้อมูลที่มีลายเซ็นจากเซ็นเซอร์กล้องสร้างภาพอ้างอิงที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพื่อใช้เปรียบเทียบกับภาพหลักว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขภาพภายหลังหรือไม่ โดย Apple ระบุว่าฟีเจอร์นี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการตรวจสอบความแท้จริงของภาพ ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งกับช่างภาพ ผู้สื่อข่าว และผู้ใช้งานทั่วไป Apple iPhone 18 Pro - iPhone 18 Pro Max Dynamic Island ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีขนาดเล็กลง และสามารถแสดง Live Activities ได้พร้อมกันสูงสุด 3 รายการ ด้านประสิทธิภาพ ชิป A20 Pro ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำเพิ่มขึ้น 50% จาก A19 Pro ใช้ CPU แบบ 6-core และ GPU แบบ 7-core ซึ่ง Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพด้านกราฟิกสูงขึ้นสูงสุด 40% พร้อม Vapor Chamber ที่มีพื้นที่ผิวมากกว่ารุ่นก่อน 3 เท่า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 40% ส่วนแบตเตอรี่ รุ่นที่ใช้ eSIM เพียงอย่างเดียวสามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 36 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro และ 45 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro Max ขณะที่ iPhone 18 Pro สามารถชาร์จแบตเตอรี่ 50% ได้ภายในประมาณ 15 นาที iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Black, Silver, Glacier และสีใหม่ Burgundy มีความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB iPhone 18 Pro ราคาเริ่มต้น 1,199 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วน iPhone 18 Pro Max ราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์สหรัฐ Apple เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในกว่า 65 ประเทศและภูมิภาคกลุ่มแรกตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน 2569 และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายน 2569 ก่อนขยายไปอีก 20 ประเทศและภูมิภาคในวันที่ 25 กันยายน Apple iPhone 18 Pro - iPhone 18 Pro Max Apple Apple Watch 12 Apple Watch Series 12 สำหรับ Apple Watch Series 12 การอัปเกรดสำคัญอยู่ที่เรื่องสุขภาพ โดยมาพร้อม Health Sensing System ใหม่ และชิป S11 ซึ่ง Apple ระบุว่าเป็นชิปสำหรับอุปกรณ์สวมใส่ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัท Health Sensing System ใช้เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบ Optical และเทคโนโลยีใหม่ ทำให้ Apple Watch Series 12 สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ทุก 5 วินาทีตลอดทั้งวัน ขณะที่ HRV หรือความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ สามารถตรวจวัดได้บ่อยขึ้นสูงสุด 24 เท่า เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลเกี่ยวกับภาวะความเครียดและการฟื้นตัวของร่างกายได้ละเอียดขึ้น อีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่คือ Readiness ซึ่งจะนำข้อมูลกิจกรรมล่าสุด ภาระจากการออกกำลังกาย ข้อมูลสัญญาณชีพ และคะแนนการนอนหลับมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันออกมาเป็นคะแนนตั้งแต่ 0-10 พร้อมคำแนะนำ เช่น Recover, Pace Yourself, Ready หรือ Go For It Apple Apple Watch 12 Apple Watch Series 12 ยังรองรับฟีเจอร์ Audio Intelligence ซึ่งจะทยอยเปิดให้ใช้งานภายหลัง รวมถึง Siri AI ผ่าน watchOS 27 ส่วนแบตเตอรี่สามารถใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามการออกกำลังกายกลางแจ้งได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง ขณะที่การชาร์จเพียง 15 นาที สามารถเพิ่มเวลาใช้งานได้สูงสุดอีก 12 ชั่วโมง Apple Watch Series 12 มีขนาดตัวเรือน 42 มม. และ 46 มม. โดยรุ่นอะลูมิเนียมมีสี Dark Bronze, Black, Light Gold และ Space Gray ส่วนรุ่นไทเทเนียมมีสี Radiant Gold และ Natural Titanium นอกจากนี้ ยังมีตัวเรือนเซรามิกสี Pearl White และ Night Blue ราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 18 กันยายน 2569 Apple Apple Watch 12 Apple Apple Watch Ultra 4 Apple Watch Ultra 4 ด้าน Apple Watch Ultra 4 ยังคงวางตำแหน่งเป็นสมาร์ตวอตช์สำหรับการเล่นกีฬาและกิจกรรมผจญภัย โดยได้รับ Health Sensing System และชิป S11 เช่นเดียวกับ Apple Watch Series 12 Apple ระบุว่า Apple Watch Ultra 4 สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจและ HRV ได้ถี่ขึ้น พร้อมฟีเจอร์ Readiness สำหรับประเมินความพร้อมของร่างกาย และมีระบบ GPS บนอุปกรณ์ที่ Apple ระบุว่าแม่นยำที่สุดในกลุ่มนาฬิกากีฬา โดยเปรียบเทียบกับนาฬิกากีฬา Dual-frequency GPS ชั้นนำที่วางจำหน่ายในช่วงทดสอบเดือนสิงหาคม 2569 Apple Apple Watch Ultra 4 ด้านแบตเตอรี่ Apple Watch Ultra 4 ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง หรือมากกว่า 2 วัน และเพิ่มเป็นสูงสุด 84 ชั่วโมงใน Low Power Mode ส่วนการชาร์จเพียง 15 นาทีสามารถเพิ่มเวลาใช้งานได้สูงสุดอีก 18 ชั่วโมง สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้ง Extended Workout Mode สามารถใช้งาน GPS และตรวจวัดอัตราการเต้นหัวใจได้ต่อเนื่องสูงสุด 25 ชั่วโมง ขณะที่ Max Extended Workout Mode สามารถติดตามการวิ่ง เดิน หรือเดินป่าได้นานสูงสุด 45 ชั่วโมง โดยยังเก็บข้อมูล GPS ทุกวินาที Apple Watch Ultra 4 มีตัวเรือนไทเทเนียมให้เลือกทั้งสี Natural และ Black ราคาเริ่มต้น 799 ดอลลาร์สหรัฐ เปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในกว่า 50 ประเทศและภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 18 กันยายน 2569 Apple Apple Watch Ultra 4 Apple AirPods 5 AirPods 5 ปิดท้ายด้วย AirPods 5 หูฟังไร้สายแบบ Open-ear รุ่นใหม่ ที่ครั้งนี้ Apple นำระบบ Active Noise Cancellation หรือ ANC มาให้ใช้งาน พร้อมปรับโครงสร้างระบบเสียงใหม่ Apple ระบุว่า AirPods 5 สามารถลดเสียงรบกวนภายนอกได้มากกว่า AirPods 4 พร้อม ANC สูงสุด 50% จากสถาปัตยกรรมเสียงแบบ Multiport และอัลกอริทึม Computational Audio ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ขณะที่ Transparency Mode ได้รับการปรับให้เสียงพูดและเสียงรอบข้างฟังเป็นธรรมชาติมากขึ้น AirPods 5 ยังรองรับ Adaptive Audio ที่ผสมการทำงานระหว่าง Transparency Mode และ ANC โดยอัตโนมัติตามสภาพแวดล้อม รวมถึง Conversation Awareness ที่จะลดระดับเสียงของคอนเทนต์ลงเมื่อผู้ใช้เริ่มพูด Apple AirPods 5 ด้านคุณภาพเสียง Apple ใช้สถาปัตยกรรม Multiport Acoustic แบบใหม่ ร่วมกับ Adaptive EQ เจเนอเรชันถัดไป และรองรับ Personalized Spatial Audio เมื่อเชื่อมต่อกับ iPhone ที่รองรับ Apple Intelligence ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งาน Siri AI แบบแฮนด์ฟรี รวมถึงตอบรับ Siri ด้วยการพยักหน้าหรือส่ายศีรษะ และรองรับ Live Translation สำหรับฟังบทสนทนาเป็นภาษาที่ผู้ใช้เลือกหลังจากตั้งค่าภาษาผ่านแอป Translate AirPods 5 รุ่นพร้อม Wireless Charging Case สามารถเล่นเสียงโดยเปิด ANC ได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หรือรวมสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคส โดยตัวเคสรองรับการชาร์จด้วยที่ชาร์จ Apple Watch, อุปกรณ์ Qi และ USB-C นอกจากนี้ รุ่นดังกล่าวยังรองรับการเลื่อนนิ้วบนก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียงได้ AirPods 5 มี 2 รุ่น ได้แก่ AirPods 5 ราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ AirPods 5 พร้อม Wireless Charging Case ราคา 149 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองรุ่นเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในสหรัฐฯ และกว่า 65 ประเทศและภูมิภาคตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านวันที่ 18 กันยายน 2569 Apple AirPods 5 Source: Originally published on pptvhd36.com. Read the full article at pptvhd36.com → ### ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV URL: https://onesiamsoft.com/articles/ev-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ส.อ.ท.ชี้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อ ฐานผลิต ICE–รถกระบะเผชิญแรงกดดัน ขณะที่ BEV โตเร็ว สะเทือนห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท แรงงานกว่า 8 แสนคน แนะรักษาฐานผลิตเดิมควบคู่ดึงเทคโนโลยีใหม่ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์ภูมิภาค วันนี้ (9 ก.ย.2569) นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของประเทศ ที่สั่งสมองค์ความรู้ และพัฒนาระบบนิเวศมาอย่างต่อเนื่องหลายทศวรรษ ครอบคลุมตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs บุคลากร ไปจนถึงเครือข่าย Supply Chain ทั้งในและต่างประเทศ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต จึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตเดิม กับการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ โดยไม่ใช่การเลือกระหว่างเทคโนโลยีเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ แต่ต้องนำศักยภาพของฐานอุตสาหกรรมเดิมมาต่อยอด เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเชื่อมเข้าสู่ Supply Chain ใหม่ได้มากที่สุด ส.อ.ท.มองว่าไทยควรรองรับเทคโนโลยียานยนต์ที่หลากหลาย ทั้ง BEV, Hybrid และเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ เพื่อรักษาฐานการผลิตเดิม รองรับการลงทุนใหม่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หวังยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาค ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV ด้านนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ โดยการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันต่อฐานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถกระบะ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงาน ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนตลอด Supply Chain มีมูลค่ามากกว่า 10% ของ GDP มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานกว่า 800,000 คน ดังนั้น หากฐานการผลิตบางส่วนลดลง ผลกระทบจะส่งผ่านไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน SMEs และแรงงานในวงกว้าง ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV แม้ตลาดรถยนต์ในประเทศช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 มียอดขาย 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% แต่การเติบโตส่วนใหญ่มาจาก BEV ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ ICE และรถกระบะยังหดตัว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาด ยังไม่กระจายทั่วถึงมายังฐานการผลิตเดิม ด้านการผลิต 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยผลิตรถยนต์รวม 834,595 คัน ลดลง 0.09% แต่เมื่อแยกตามเทคโนโลยีพบว่า การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงกว่า 34% ขณะที่ BEV, PHEV และ HEV ขยายตัว โดยเฉพาะเดือน ก.ค. การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงมากกว่า 60% จากปีก่อน สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการผลิตที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV ขณะเดียวกัน อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) รถยนต์นั่งช่วงเดือน ม.ค.–ก.ค.2569 อยู่ที่เฉลี่ยเพียง 40.65% ลดจาก 44.92% ในปีก่อน ส่วนรถกระบะ 1 ตันอยู่ที่ 56.54% หากการใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง จะเพิ่มต้นทุนคงที่ต่อหน่วยและกดดันผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะ SMEs ใน Tier 2 และ Tier 3 สำหรับรถกระบะ ซึ่งเป็นฐานสำคัญของอุตสาหกรรมไทย ช่วง 7 เดือนแรกปี 2569 ไทยผลิตได้กว่า 5.2 แสนคัน หรือเกือบ 63% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่ส่งออกรถกระบะมากกว่า 3 แสนคัน แต่ลดลงประมาณ 9% จากปีก่อน สะท้อนแรงกดดันทั้งจากตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV ส.อ.ท.ระบุว่า รถกระบะที่ผลิตในไทยมีการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูง จึงสร้างมูลค่าเชื่อมโยงไปยังผู้ผลิตชิ้นส่วน Tier 1–3 SMEs และการจ้างงานจำนวนมาก การรักษาความสามารถในการแข่งขันของฐานผลิตรถกระบะ จึงมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยทั้งระบบ ขณะเดียวกัน ไทยยังต้องจับตาการแข่งขันดึงดูดการลงทุนยานยนต์ในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซียและเวียดนาม ที่เร่งสร้างแรงจูงใจรองรับการลงทุนรถยนต์ Hybrid และเทคโนโลยีใหม่ แม้ปัจจุบันยังไม่เห็นการย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่จากไทย แต่ความเสี่ยงสำคัญคือการลงทุนในรถยนต์รุ่นใหม่ และการเพิ่มกำลังการผลิตอาจถูกจัดสรรไปยังประเทศอื่น หากเกิดขึ้นต่อเนื่องอาจกระทบคำสั่งซื้อของ Supplier ไทย SMEs และการจ้างงาน ก่อนที่จะเห็นการย้ายฐานการผลิตอย่างชัดเจน ส.อ.ท.ชี้ยานยนต์ไทยจุดเปลี่ยน เร่งรักษาฐานผลิตเดิม–ต่อยอด EV ดังนั้น ทิศทางสำคัญของไทย คือการบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านให้สมดุล รักษาฐานการผลิตและ Supply Chain เดิม พร้อมเร่งยกระดับเทคโนโลยี รองรับ BEV, Hybrid และยานยนต์รูปแบบใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทย สามารถเชื่อมต่อกับห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคต และรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว อ่านข่าว: ส.อ.ท.หนุนเร่งปิดดีล ART ดันการค้า-ลงทุนไทย-สหรัฐฯราคาน้ำมันลดทุกกลุ่ม ส.อ.ท.ชี้ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ หนุนเศรษฐกิจไทยฟื้นญี่ปุ่นยังปักหลักลงทุนไทยต่อเนื่อง เร่งอัปเกรดฐานผลิต รับเทคโนโลยีใหม่ Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 อัปเกรดชิป S11 แบตอึด พร้อมฟีเจอร์สุขภาพสุดล้ำ รับยุค Longevity URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-watch-series-12-ultra-4-s11-longevity Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 อัปเกรดชิป S11 แบตสุดอึด พร้อมฟีเจอร์สุขภาพล้ำลึกสู่ยุค Longevity Apple event ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา (วันที่ 10 กันยายน 2569 เที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทย) Apple ได้เผยโฉมสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดอย่าง Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของการเป็นแค่นาฬิกาออกกำลังกาย สู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวด้านสุขภาพที่มุ่งเน้นเรื่อง Longevity อย่างเต็มรูปแบบ Health Sensing System ใหม่ ทำงานคู่กับชิป S11 เซ็นเซอร์สุดแม่นยำไฮไลต์สำคัญของการอัปเกรดครั้งนี้คือ Health Sensing System ใหม่ล่าสุดที่ทำงานคู่กับชิป S11 ทำให้เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจทำงานได้แม่นยำที่สุด โดยจะเก็บข้อมูลแบบ Live heart rate ถี่ขึ้นเป็นทุกๆ 5 วินาทีตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ยังเพิ่มความถี่ในการวัดความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ หรือ HRV in vitals เป็นทุกๆ 5 นาที ข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้จะถูกนำไปประมวลผลเป็นฟีเจอร์ Readiness Score เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันตั้งแต่คะแนน 0-10 พร้อมให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ว่าคุณควรลุยต่อหรือพักผ่อน ยิ่งไปกว่านั้น แอปพลิเคชัน Health บน iPhone ยังได้รับการปรับโฉมเพื่อรองรับ โดยเพิ่มแท็บ Longevity ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Health Age สำหรับประเมินอายุสุขภาพเทียบกับอายุจริง รวมไปถึงการมีหน้าประเมินความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ การทรงตัวและความยืดหยุ่น การทดสอบ VO2 max แบบออนดีมานด์ และการเชื่อมโยงข้อมูล Lab biomarkers เพื่อให้คุณประเมินสุขภาพเชิงลึกได้อย่างตรงจุด นอกจากฟีเจอร์สุขภาพ ชิป S11 บน Apple Watch รุ่นใหม่นี้ ยังขับเคลื่อน Audio Intelligence ที่จะช่วยให้ชีวิตประจำวันง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Sound Recognition ที่ช่วยตรวจจับเสียงเตือนภัย Live Rewind ที่ให้คุณย้อนอ่านข้อความถอดเสียงบทสนทนา 15 วินาทีล่าสุดได้ทันที และ Siri Recap ที่ช่วยสรุปการสนทนาได้อย่างชาญฉลาดผ่านการทำงานของ Siri AI โดยทั้งหมดทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ watchOS 27 อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือการอัปเกรดความทนทานด้วยกระจกหน้าจอ Ceramic Shield 2 และการเพิ่มหน้าปัดแสดงจำนวนก้าวเดิน ให้ติดตามเป้าหมายได้ง่ายขึ้นเปรียบเทียบ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 รุ่นไหนดี ?แม้ทั้งสองรุ่น Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 จะอัดแน่นด้วยขุมพลัง S11 และฟีเจอร์สุขภาพระดับท็อปที่เหมือนกัน แต่ Apple ก็ออกแบบจุดเด่นมาให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน สำหรับใครที่เน้นการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน Apple Watch Series 12 จะตอบโจทย์ความบางเบาและหรูหรา โดยมีขนาดตัวเรือน 42 มม. และ 46 มม. พร้อมตัวเลือกวัสดุที่หลากหลายตั้งแต่อลูมิเนียม ไทเทเนียม ไปจนถึงเซรามิกสุดพรีเมียม แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน 24 ชั่วโมง  ส่วน Apple Watch Ultra 4 จะเหมาะกับสายลุย เอ็กซ์ตรีม หรือนักกีฬาเอนดูรานซ์ที่ต้องการขีดสุดของความทนทาน Apple Watch Ultra 4 คือคำตอบที่ใช่กว่า ด้วยดีไซน์ตัวเรือนไทเทเนียมสุดแกร่งในสี Natural และ Black พร้อมระบบ GPS ที่แม่นยำที่สุดในบรรดาสปอร์ตวอทช์ ไฮไลต์เด็ด คือ แบตเตอรี่ที่อึดแบบก้าวกระโดด ใช้งานทั่วไปได้นานทำลายสถิติถึง 50 ชั่วโมง และยืดได้สูงสุด 84 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ต่างก็รองรับระบบ Fast charge และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อย  ราคา Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4โดยราคาเปิดตัว Apple Watch Series 12 ในประเทศไทยสำหรับรุ่น GPS ขนาด 42 มม. จะเริ่มต้นที่ 14,900 บาท และขนาด 46 มม. เริ่มต้นที่ 15,900 - 16,900 บาท (ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ 399 ดอลลาร์) และ Apple Watch Ultra 4 มีราคาเปิดตัวในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 29,900 บาท (ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ 799 ดอลลาร์) โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายน 2569 นี้ ส่วนแฟนๆ ในประเทศไทยเตรียมตัวรอเป็นเจ้าของกันได้เลย เพราะ Apple ยืนยันว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในไทยเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน ข้อมูล และภาพ : Apple Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### Amazon EMR extends support at no additional cost for customers migrating off older releases URL: https://onesiamsoft.com/articles/amazon-emr-extends-support-at-no-additional-cost-for-customers-migrating-off-older-release Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Discover more about what's new at AWS with Amazon EMR extends support at no additional cost for customers migrating off older releases Amazon EMR now gives you more time, at no additional cost, to migrate off older releases before they reach end of support. If you are actively migrating, your workloads on eligible releases keep receiving support while you move to a current release, with no opt-in and at no charge. To give you more time to plan and migrate, Amazon EMR provides critical security fixes for releases 5.36 and 6.6 through 6.15 on a best-effort basis through June 30, 2027, and extended Standard Support for 7.0 through 7.10 releases through August 31, 2027. To receive an extension, contact AWS Support with your migration plan and any help you need with the upgrade. This applies to all deployment models of Amazon EMR (EMR on EC2, EMR on EKS, and EMR Serverless), in all AWS Regions where Amazon EMR is available. For the full list of releases and their support dates, see the Amazon EMR standard support policy. To get the extended support, contact AWS Support with your migration plan, or use the Apache Spark Upgrade Agent to move your applications to a current release. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### Apple ออกอัปเดท iOS 27 RC ให้นักพัฒนา พร้อมปล่อยตัวเต็มให้ผู้ใช้งานทั่วไปสัปดาห์หน้า URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-ios-27-rc Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple ออกอัปเดท iOS 27 RC ให้นักพัฒนา พร้อมปล่อยตัวเต็มให้ผู้ใช้งานทั่วไปสัปดาห์หน้า - Apple News บทความใหม่ล่าสุด สรุปราคาไทย iPhone 18 Pro l iPhone 18 Pro Max l iPhone Duo ครบทุกความจุ พร้อมสั่งซื้อล่วงหน้า 12 ก.ย. และ 16 ต.ค. นี้ Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### เปิดตัว AirPods 5 ดีไซน์ใส่สบายหู ยกระดับ ANC ตัวท็อป ดีขึ้น 50% ในราคาเริ่มต้น 4,790 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/airpods-5-anc-50percent-4790 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตัว AirPods 5 ดีไซน์ใส่สบายหู ยกระดับ ANC ตัวท็อป ดีขึ้น 50% ในราคาเริ่มต้น 4,790 บาท Apple สานต่อความสำเร็จของตระกูลหูฟังไร้สายด้วยการเปิดตัว AirPods 5 ใน Apple Event เมื่อเช้ามืดวันที่ 10 กันยายน 2569 เที่ยงคืนตามเวลาประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  การกลับมาครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นการดิสรัปชันวงการหูฟังแบบ Open-ear ครั้งใหญ่ เพราะ Apple ได้ยัดระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ หรือ Active Noise Cancellation (ANC) ระดับท็อปคลาสมาไว้ในดีไซน์ไร้จุกยางแบบนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์คนที่อยากได้ความเงียบสงบแต่ไม่ชอบความอึดอัดของหูฟังแบบอินเอียร์ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น AirPods 5 ขุมพลังเสียง และระบบตัดเสียงรบกวนที่เงียบขึ้นถึง 50%หัวใจสำคัญของการอัปเกรดรอบนี้อยู่ที่สถาปัตยกรรมเสียงอะคูสติกแบบมัลติพอร์ตใหม่หมดจด ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นพี่อย่าง AirPods Pro 3 ทำงานร่วมกับ EQ แบบปรับได้เองเจเนอเรชั่นถัดไป และระบบประมวลผลเชิงคำนวณขั้นสูง ส่งผลให้สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ดีกว่า AirPods 4 มากถึง 50%  นอกจากนี้ยังมีระบบ Adaptive Audio ที่ผสานโหมดฟังเสียงภายนอกเข้ากับ ANC ได้อย่างลื่นไหลตามสภาพแวดล้อมจริง รวมถึงคุณสมบัติ Conversation Awareness ที่ช่วยเบาเสียงลงให้อัตโนมัติทันทีที่คุณเริ่มพูดคุยกับคนรอบข้าง เพิ่มเซ็นเซอร์ปรับเสียง และแบตเตอรี่อึดทนApple ยังเอาใจสายลุยด้วยการอัปเกรดความทนทานต่อฝุ่น เหงื่อ และน้ำในระดับ IP57 พร้อมออกแบบแบตเตอรี่ใหม่ให้เล่นเสียงได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เมื่อเปิดใช้งาน ANC และขยายระยะเวลารวมได้นานถึง 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ สำหรับผู้ที่ต้องการความพรีเมียมมากขึ้น AirPods 5 รุ่นเคสชาร์จไร้สาย ได้เพิ่มเซ็นเซอร์แรงกดที่รองรับการเลื่อนนิ้วขึ้นลงบนก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียงได้ทันที นับเป็นครั้งแรกที่มีฟังก์ชันนี้ในหูฟังทรงเปิดหู โดยตัวเคสชาร์จแบบไร้สายยังรองรับทั้งแท่นชาร์จ Apple Watch, แท่นชาร์จมาตรฐาน Qi และพอร์ต USB-C ราคา AirPods 5 และวันวางจำหน่ายApple ได้ประกาศเปิดราคา AirPods 5  ได้อย่างน่าสนใจ โดยรุ่นมาตรฐานไว้ที่ 4,790 บาท ส่วน AirPods 5 รุ่นพร้อมเคสชาร์จแบบไร้สายวางจำหน่ายในราคา 5,490 บาท โดยลูกค้าในไทยและอีกกว่า 65 ประเทศทั่วโลกจะสามารถสั่งซื้อได้ในเร็วๆ นี้ ส่วนตัวสินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่หน้าร้านตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ข้อมูล และภาพ : Apple Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### iPhone จอพับมาแล้ว! Apple เปิด iPhone Duo ครั้งแรก สรุป iPhone 18 Pro และของใหม่ทั้งหมดในงาน URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-apple-iphone-duo-iphone-18-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 iPhone จอพับมาแล้ว! Apple เปิด iPhone Duo ครั้งแรก สรุป iPhone 18 Pro และของใหม่ทั้งหมดในงาน กลับมาอีกครั้งกับ Apple Event ประจำปี รอบนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะนอกจากการเปิดตัวสินค้าใหม่แล้ว ยังถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญของ Apple ภายใต้การนำของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่ ของใหม่รอบนี้มีตั้งแต่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max, Apple Watch Series 12, Apple Watch Ultra 4 และ AirPods 5 แต่หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ iPhone Duo หน้าจอพับที่หลายคนรอคอย TODAY Bizview สรุปผลิตภัณฑ์และฟีเจอร์สำคัญจาก Apple Event รอบนี้ ว่า Apple เปลี่ยนอะไร เพิ่มอะไร ราคาเท่าไร และมีอะไรที่ผู้ใช้ชาวไทยยังต้องรอกันต่อไป [ iPhone 18 Pro อัปเกรด A20 Pro เพิ่มพลังประมวลผล AI ] เริ่มต้นกันที่ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งรอบนี้อัปเกรดมาใช้ชิป A20 Pro โดย Apple ให้น้ำหนักกับการประมวลผล AI มากขึ้น ผ่านการเพิ่มจำนวนคอร์สำหรับ Neural Processing เป็น 2 เท่าจากเดิม เมื่อประสิทธิภาพสูงขึ้น การจัดการความร้อนก็ต้องตามมาด้วย Apple จึงปรับโครงสร้างภายใน พร้อมพัฒนาระบบ Vapor Chamber ให้ช่วยกระจายความร้อนจากชิปและส่วนต่างๆ ของเครื่องได้ดีขึ้นเมื่อต้องทำงานหนักต่อเนื่อง iPhone 18 Pro Series มีทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Deep Black, Silver, Glacier และ Burgundy พร้อมปรับ Dynamic Island ให้มีขนาดเล็กลง แต่สามารถแสดงข้อมูลพร้อมกันได้มากขึ้นสูงสุด 3 กิจกรรม [ กล้อง 48MP ปรับรูรับแสงได้ครั้งแรกบน iPhone ] ด้านกล้อง Apple ยังคงใช้กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล แต่เพิ่ม Variable Aperture หรือระบบปรับขนาดรูรับแสง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ฟีเจอร์นี้ถูกนำมาใช้บน iPhone ตัวเลนส์มีกลไกเบลดที่สามารถเปลี่ยนค่า f เพื่อควบคุมปริมาณแสงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ทำให้กล้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่อต้องถ่ายภาพในสภาพแสงที่แตกต่างกัน การเปลี่ยนแปลงรอบนี้จึงไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มความละเอียด แต่เป็นการเพิ่มความสามารถในการควบคุมภาพตั้งแต่ระดับฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะเรื่องปริมาณแสงและลักษณะของระยะชัดในภาพ อีกส่วนที่ Apple ปรับคือการออกแบบแบตเตอรี่ภายใน เพื่อเพิ่มระยะเวลาการใช้งาน โดยบริษัทระบุว่า iPhone 18 Pro Max มีประสิทธิภาพด้านแบตเตอรี่ดีขึ้นมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone ขณะเดียวกัน ความเร็วในการชาร์จก็เพิ่มขึ้น โดย Apple ระบุว่าสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 50% ภายใน 15 นาที เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ชาร์จที่รองรับ สำหรับประเทศไทย iPhone 18 Pro ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Max ราคาเริ่มต้น 52,900 บาท โดยเปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน และเริ่มวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายน [ iPhone Duo ไอโฟนจอพับใหม่ของ Apple เริ่มต้น 79,900 บาท ] อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับตามองคือ iPhone Duo ไอโฟนฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่ที่มาพร้อมหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว และเมื่อกางเครื่องออกจะได้พื้นที่หน้าจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว Apple ออกแบบอินเทอร์เฟซใหม่ให้เหมาะกับสัดส่วนหน้าจอ โดยปรับตำแหน่งปุ่มควบคุม พร้อมเพิ่ม Home Bar แนวตั้ง สำหรับเข้าถึงแอปและเครื่องมือสำคัญ รวมถึงรองรับการเปิดใช้งาน 2 แอปพร้อมกัน เมื่อกางตัวเครื่อง ซอฟต์แวร์ยังมีเอฟเฟกต์การเคลื่อนไหวที่ต่อยอดจากภาษาการออกแบบ Liquid Glass เพื่อให้อินเทอร์เฟซตอบสนองไปกับรูปแบบของอุปกรณ์ที่เปลี่ยนไป พื้นที่หน้าจอด้านใน 7.6 นิ้ว ทำให้ iPhone Duo มีรูปแบบการใช้งานต่างจาก iPhone รุ่นเดิม โดย Apple เตรียมเพิ่มการรองรับ Apple Pencil (USB-C) ภายในช่วงปลายปีนี้ นั่นหมายความว่าเมื่อกางเครื่องออก ผู้ใช้จะไม่ได้มีเพียงพื้นที่สำหรับเปิดสองแอปพร้อมกัน แต่ยังสามารถใช้หน้าจอสำหรับการเขียน วาด หรือจดบันทึกด้วย Apple Pencil ได้ด้วย iPhone Duo มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Star White และ Night Sky โดยรุ่นเริ่มต้นความจุ 256GB มีราคา 1,999 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 79,900 บาท อย่างไรก็ตาม คนที่สนใจ iPhone Duo จะยังซื้อไม่ได้พร้อมกับ iPhone 18 Pro Series เพราะ Apple แยกกำหนดการวางจำหน่ายออกไปอีกประมาณหนึ่งเดือน ในประเทศไทย iPhone Duo เปิดให้สั่งซื้อตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม ก่อนเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคม [ Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 ขยับจากเก็บข้อมูลสู่การแนะนำสุขภาพ หน้าตาไม่ต่างจากเดิมมาก ] ฝั่งนาฬิกาเปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 โดยปรับเซนเซอร์บริเวณด้านหลังตัวเรือนให้มีพื้นที่สัมผัสกับข้อมือมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจวัดข้อมูลต่างๆ Apple ยังปรับ Watch Face ให้ผู้ใช้เห็นข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจได้ชัดเจนขึ้น พร้อมรองรับการแสดงค่า Heart Rate Variability หรือ HRV เพื่อให้ติดตามความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ละเอียดกว่าเดิม ขณะเดียวกัน แอป Health ถูกพัฒนาให้ไม่ได้มีหน้าที่แค่รวบรวมข้อมูล แต่สามารถนำข้อมูลมาประมวลผลเป็นคำแนะนำที่เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคนมากขึ้น [ Health Age มา พร้อมคำแนะนำคาร์ดิโอแบบเรียลไทม์ ] หนึ่งในฟีเจอร์ใหม่คือ Health Age ที่นำข้อมูลสุขภาพมาประเมินและแสดงภาพรวมในรูปแบบอายุสุขภาพ พร้อมคำแนะนำที่อิงกับข้อมูลของผู้ใช้งานแต่ละคน Apple ยังเพิ่มคำแนะนำด้านการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการทำคาร์ดิโอแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับรูปแบบการออกกำลังกายให้สัมพันธ์กับข้อมูลร่างกายและไลฟ์สไตล์ สำหรับราคาในประเทศไทย Apple Watch Series 12 เริ่มต้น 14,900 บาท ส่วน Apple Watch Ultra 4 เริ่มต้น 29,990 บาท อีกฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาคือ Audio Intelligence ซึ่งทำงานร่วมกับ Apple Watch เพื่อช่วยตรวจจับและวิเคราะห์เสียงที่เกิดขึ้นรอบตัวผู้ใช้ระหว่างวัน ระบบสามารถจำแนกเสียงบางประเภทได้ เช่น เสียงไซเรน เสียงกริ่ง หรือเสียงเด็กร้อง รวมถึงสามารถช่วยรีแคปการประชุม และรองรับการบันทึกเสียงย้อนหลังประมาณ 15 วินาที [ AirPods 5 เพิ่มแปลภาษาเรียลไทม์ เริ่มต้น 4,790 บาท ] สำหรับหูฟัง Apple เปิดตัว AirPods 5 พร้อมอัปเกรดระบบ Active Noise Cancellation หรือ ANC ซึ่ง Apple ระบุว่ามีประสิทธิภาพสูงในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับเดียวกัน ฟีเจอร์ด้านเสียงยังมีทั้ง Adaptive Audio, Transparency Mode, Conversation Awareness และ Personalized Spatial Audio ขณะที่ของใหม่ที่น่าสนใจคือการรองรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ AirPods 5 ยังรองรับ Hands-free Siri AI ส่วนรุ่นบนเพิ่มกล่องชาร์จที่รองรับการชาร์จไร้สาย และสามารถเลื่อนนิ้วบริเวณก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียงได้โดยตรง โดย AirPods 5 ราคาในไทยเริ่มต้น 4,790 บาท [ Apple Intelligence ไปต่อ แต่ภาษาไทยยังต้องรอ ] แม้ผลิตภัณฑ์ชุดใหม่จะถูกออกแบบมาให้รองรับ AI มากขึ้น ตั้งแต่ชิป A20 Pro ไปจนถึง AirPods และ Apple Watch แต่สำหรับผู้ใช้ภาษาไทยยังมีข้อจำกัดสำคัญ เพราะ Apple Intelligence ยังไม่รองรับภาษาไทย Apple เตรียมเปิดฟีเจอร์ AI ชุดใหม่ในรูปแบบ Beta โดยเริ่มจากภาษาอังกฤษภายในเดือนนี้ ก่อนขยายเพิ่มอีก 5 ภาษาในเดือนหน้า แต่ยังไม่มีภาษาไทยอยู่ในรายชื่อ Screenshot Source: Originally published on TODAY. Read the full article at TODAY → ### Strive ทุ่มเงิน 109 ล้านดอลลาร์กวาด Bitcoin เข้าพอร์ต ดันมูลค่าหุ้นบุริมสิทธิแตะ 1 พันล้านดอลลาร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/strive-109-bitcoin-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปข่าว Matt Cole CEO ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ Strive เปิดเผยว่าบริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีก 1,375 เหรียญด้วยมูลค่ารวม 109 กันยายน 9, 2026 สรุปข่าว Matt Cole CEO ของบริษัทจัดการสินทรัพย์ Strive เปิดเผยว่าบริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมอีก 1,375 เหรียญด้วยมูลค่ารวม 109 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายนส่งผลให้ยอดการถือครองรวมพุ่งขึ้นไปถึง 24,531 เหรียญหรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ เงินทุนสำหรับการเข้าซื้อครั้งนี้กว่า 70% มาจากการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิประเภทจ่ายเงินปันผลคงที่ 13% ต่อปีหรือ SATA ซึ่งขณะนี้มีมูลค่าคงค้างในระบบสูงเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์โดยบริษัทได้ใช้กลยุทธ์การขายหุ้นเพื่อนำเงินไปซื้อ Bitcoin แทนการกู้ยืมเงินหรือการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่อาจกระทบต่อผู้ถือหุ้นเดิม ปัจจุบัน Strive ได้ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับที่ห้าของโลกและกำลังเร่งเครื่องกวาดซื้อเหรียญเข้าพอร์ตอย่างต่อเนื่องเพื่อลดช่องว่างกับบริษัท Twenty One Capital ซึ่งเป็นผู้ถือครองอันดับที่สองของตลาดด้วยยอด 43,500 เหรียญท่ามกลางความท้าทายจากความผันผวนของราคาคริปโตที่อาจกระทบต่อสถานะทางการเงินของบริษัทได้ แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish เนื่องจากการที่บริษัทจัดการสินทรัพย์ระดับองค์กรยังคงเดินหน้ากว้านซื้อ Bitcoin เข้าคลังอย่างต่อเนื่องด้วยเม็ดเงินมหาศาลจะช่วยลดอุปทานในตลาดและเป็นแรงผลักดันสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสถาบันรายอื่นๆ Strive บริษัทจัดการสินทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq ยังคงเดินหน้ากว้านซื้อ Bitcoin อย่างดุดัน ล่าสุด Matt Cole ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ได้ออกมาเปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าบริษัทได้เข้าซื้อเหรียญเพิ่มเติมอีก 1,375 เหรียญในช่วงระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 4 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีราคาเฉลี่ยในการเข้าซื้ออยู่ที่ 79,281 ดอลลาร์ต่อเหรียญ คิดเป็นเม็ดเงินลงทุนรวม 109 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อระลอกนี้ส่งผลให้คลังสินทรัพย์ของบริษัทเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมียอดการถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 24,531 เหรียญ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าสูงถึงประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดในปัจจุบัน การขับเคลื่อนกลยุทธ์ของ Strive สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของบริษัทมหาชนที่ระดมทุนมาเพื่อซื้อและถือครอง Bitcoin โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแนวทางที่ริเริ่มโดยบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ในปี 2020 ก่อนที่บริษัทอย่าง Twenty One Capital และบริษัทขนาดเล็กอีกหลายแห่งจะนำมาปรับใช้ Matt Cole ได้อธิบายถึงที่มาของเงินทุนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เม็ดเงินกว่า 70% ได้มาจากการเสนอขายหุ้นบุริมสิทธิชนิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ชื่อว่า SATA ซึ่งเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลคงที่ 13% ต่อปีแทนที่จะอิงตามความผันผวนของราคา Bitcoin โดยในขณะนี้หุ้น SATA มีมูลค่าคงค้างตามหน้าตั๋วสูงถึง 999 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะทะลุกำแพง 1 พันล้านดอลลาร์ในเร็วๆ นี้ Strive acquired an additional 1,375 BTC for $109M at an average cost of $79,281 per bitcoin, bringing total holdings to ₿24,531.70% of the capital raised last week came from $SATA, which now has $999M notional outstanding.Time to break the billion-dollar wall.$ASST $SATA pic.twitter.com/qjjykekHTk— Matt Cole (@ColeMacro) September 8, 2026 กลยุทธ์การใช้หุ้นบุริมสิทธิถือเป็นทางออกที่ Strive นำมาใช้แก้ปัญหาที่ทุกบริษัทที่ถือครอง Bitcoin ต้องเผชิญ นั่นคือการหาเงินทุนมาซื้อเหรียญเพิ่มโดยไม่ต้องออกหุ้นสามัญมาเจือจางสัดส่วนผู้ถือหุ้นเดิมหรือต้องไปกู้ยืมเงินที่มาพร้อมกับภาระหนี้สินแบบผูกมัด บริษัทเลือกที่จะขายหุ้น SATA ในราคาใกล้เคียงกับราคาหน้าตั๋ว 100 ดอลลาร์แล้วนำเงินไปแปลงเป็น Bitcoin พร้อมกับจ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างนี้ก็ยังมีความเสี่ยงแฝงอยู่ ดังเช่นกรณีของหุ้น STRC ของบริษัท Strategy ที่เคยร่วงลงต่ำกว่าหน้าตั๋ว 100 ดอลลาร์อย่างหนักเมื่อราคา Bitcoin ปรับตัวลง จนทำให้บริษัทต้องจำใจเทขายเหรียญเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2022 เพื่อนำเงินมาจ่ายปันผล แม้ว่าหุ้น SATA ของ Strive จะยังสามารถรักษาระดับราคาไว้ได้ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมา แต่กลไกการทำงานที่เหมือนกันก็ทำให้หุ้นตัวนี้ยังต้องรอการพิสูจน์ตัวเองหากตลาดเข้าสู่ภาวะหมีอย่างรุนแรง Strive increased gross BTC holdings by 5.9% week over week (23,156 > 24,531). Third consecutive week of 5%+ WoW change in holdings.In the last three weeks, we have increased our Bitcoin stack by 21.1% (20,245 > 24,531).$999M of $SATA outstanding & scaling https://t.co/56ibWkX2K4— Jeff Walton (@PunterJeff) September 8, 2026 Jeff Walton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยงของ Strive ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่ายอดการถือครอง Bitcoin ของบริษัทเติบโตขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า และเป็นการเติบโตในระดับที่สูงกว่า 5% ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สามแล้ว อัตราการเติบโตที่ดุดันนี้ทำให้ Strive ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่มีคลัง Bitcoin ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ห้าของโลก แซงหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง SpaceX รวมถึง Coinbase และ Trump Media and Technology Group ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเป้าหมายต่อไปของบริษัทคือการไล่ตาม Twenty One Capital ที่มีเหรียญในคลังราว 43,500 เหรียญ ซึ่งหาก Strive ต้องการปิดช่องว่างที่ห่างกัน 19,000 เหรียญภายในสิ้นปี 2026 บริษัทจะต้องเร่งซื้อเหรียญให้ได้ถึง 1,200 เหรียญต่อสัปดาห์เลยทีเดียวจุดที่น่าสนใจคือ Strive เพิ่งจะผันตัวมาเป็นบริษัทที่เน้นลงทุนใน Bitcoin ได้ไม่ถึงหนึ่งปี โดยบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนกันยายน 2025 ผ่านการควบรวมกิจการกับ Asset Entities ก่อนที่จะได้เหรียญมา 5,048 เหรียญจากการเข้าซื้อกิจการ Semler Scientific ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ที่แอบสะสม Bitcoin ไว้เงียบๆ นับตั้งแต่นั้นมา บริษัทภายใต้การร่วมก่อตั้งของ Vivek Ramaswamy อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและปัจจุบันลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าการรัฐโอไฮโอ ก็เดินหน้ากว้านซื้อเหรียญแทบจะทุกสัปดาห์ แม้ว่าในไตรมาสแรกบริษัทจะต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิ 265.9 ล้านดอลลาร์จากมูลค่าทางบัญชีของ Bitcoin ที่ลดลงจนฉุดให้ราคาหุ้น ASST ร่วงลงถึง 86% ก็ตาม แต่หลังจากที่ตลาดคริปโตฟื้นตัว บริษัทก็กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง พร้อมกับเงินสดในมือที่เพิ่มขึ้นเป็น 202.6 ล้านดอลลาร์ และยังมีใบสำคัญแสดงสิทธิอีกกว่า 700 ล้านดอลลาร์ที่พร้อมจะแปลงเป็นเงินทุนมูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์เพื่อใช้ซื้อ Bitcoin ต่อไปในอนาคต ที่มา: yahoo มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่บริษัทระดับสถาบันอย่าง Strive นำโมเดลการใช้หุ้นบุริมสิทธิมาเป็นเครื่องมือในการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin ถือเป็นวิวัฒนาการทางการเงินที่ชาญฉลาดและช่วยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของการออกหุ้นสามัญหรือการกู้เงินแบบเดิมได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ดาบสองคมของกลยุทธ์นี้คือภาระการจ่ายเงินปันผลที่สูงถึง 13% ซึ่งผูกมัดให้บริษัทต้องพึ่งพาการเติบโตของราคา Bitcoin อย่างมาก หากตลาดเกิดการพักฐานหรือเปลี่ยนเป็นขาลงอย่างยืดเยื้อ แรงกดดันนี้อาจบีบให้บริษัทต้องเทขายสินทรัพย์ออกมาเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับบริษัทอื่น นักลงทุนจึงควรติดตามสภาพคล่องและเสถียรภาพของราคาหุ้น SATA อย่างใกล้ชิด เพราะหากกลไกนี้สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดคริปโตได้ มันจะเป็นการเปิดมิติใหม่ของการบริหารคลังสินทรัพย์ดิจิทัลระดับองค์กรอย่างแท้จริง Channarong Noramat "Content is King" คือคติประจำใจ ชื่นชอบในเทคโนโลยี รักในการค้นคว้าข้อมูล และเชื่อใน Blockchain จึงผันตัวมาเป็นนักเขียน มั่นใจว่าวงการเทคฯ ในอนาคตยังมีอะไรอีกหลายอย่างรออยู่ และพร้อมเสมอที่จะ Ride the wave Source: Originally published on Siam Blockchain. Read the full article at Siam Blockchain → ### ภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569 URL: https://onesiamsoft.com/articles/nix-9-2569 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ก.ย. 69 13:56 น. ดัชนีเอเชีย Nikkei 225 ปิดตลาดที่ระดับ 65,142.78 จุด ลดลง 126.55 จุด หรือ -0.19% ไปหน้าแรกefinAIแผนราคาModal Upgrade PackageModal Upgrade Packageลงชื่อเข้าใช้ไปหน้าแรกpersonModal Upgrade PackageModal Upgrade Packageหน้าหลักหุ้นข่าวภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569Modal Upgrade Package 9 ก.ย. 2569 13:56 น.ภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569Modal Upgrade PackageefinAIแท็กที่เกี่ยวข้องReported byefin Reporter Source: Originally published on efin.finance. Read the full article at efin.finance → ### ECB เตรียมขึ้นดอกเบี้ยรอบ 2 ท่ามกลางเงินเฟ้อ 3.3% - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/ecb-2-33percent-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ECB เตรียมขึ้นดอกเบี้ยรอบ 2 ท่ามกลางเงินเฟ้อ 3.3% efinanceThai Citi มองกําไรยูโรมีจํากัด แม้ ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแบบเข้มงวด Investing.com EUR/USD ได้แรงส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่คำแนะนำจาก ECB กลายเป็นประเด็นสำคัญ Traders Union การต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบาก Vi ECB เตรียมขึ้นดอกเบี้ยรอบ 2 ท่ามกลางเงินเฟ้อ 3.3%  efinanceThaiCiti มองกําไรยูโรมีจํากัด แม้ ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยแบบเข้มงวด  Investing.comEUR/USD ได้แรงส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่คำแนะนำจาก ECB กลายเป็นประเด็นสำคัญ  Traders Unionการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบาก  Vietnam.vnChart of the Day: EUR/USD ก่อนประกาศ NFP – Fed กำลังอยู่ระหว่าง Warsh และ Waller  XTB.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Watch Ultra 4 ฉลาดขึ้นกว่าเดิม และทำงานได้มากขึ้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-apple-watch-series-12-watch-ultra-4 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple เปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Watch Ultra 4 ฉลาดขึ้นกว่าเดิม และทำงานได้มากขึ้น - Apple News บทความใหม่ล่าสุด Apple เปิดตัว Apple Series 12 และ Watch Ultra 4 ที่เป็น 2 รุ่นใหม่ที่อัปเกรดขึ้นมาหลายอย่างเลยทีเดียว ทั้ง 2 รุ่นสร้างขึ้นบนพื้นฐานการตรวจจับที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และปรับปรุงองค์ประกอบหลัก 3 อย่าง อย่างแรก คือ ภายในขนาดที่กะทัดรัดเท่าเดิม พื้นที่ผิวของอิเล็กโทรดเพิ่มขึ้นเพื่อให้สัมผัสกับผิวหนังได้ดีขึ้นระหว่างการอ่านค่า ECG อย่างที่ 2 เพื่อการตรวจจับด้วยแสงที่ดีขึ้น โฟโตไดโอดที่ออกแบบใหม่ถูกจัดเรียงเป็นวงแหวนเพื่อจับแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และอย่างที่ 3 ไฟ LED สีเขียวขนาดใหญ่ขึ้นและประหยัดพลังงานมากขึ้น ช่วยให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแม่นยำตลอดทั้งวัน แม้ในขณะเคลื่อนไหว อุปกรณ์นี้ให้ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องด้วยความถี่ที่สูงขึ้น โดยวัดอัตราการเต้นของหัวใจทุกๆ 5 วินาที ซึ่งบ่อยกว่าเดิมถึง 60 เท่า ส่วนความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจนั้น จะวัดได้บ่อยถึงทุกๆ 5 นาที ซึ่งเร็วกว่าเดิมถึง 24 เท่า ทั้งนี้ Apple ยังได้ทดสอบระบบตรวจวัดสุขภาพของ Apple Watch ในการศึกษาแบบเปรียบเทียบกับอุปกรณ์สวมใส่ได้อื่นๆ โดยใช้สายรัดหน้าอก ECG เป็นตัวอ้างอิง โดยมีผู้เข้าร่วมหลายร้อยคนวิ่ง ปั่นจักรยาน และออกกำลังกายแบบ HIIT เรายินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่าผลลัพธ์นั้นชัดเจน: Apple Watch มีการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำที่สุดในบรรดาอุปกรณ์สวมใส่ได้ ตอนนี้อัตราการเต้นของหัวใจจะเผยข้อมูลอันมีค่าเกี่ยวกับสมรรถภาพทางกายและสภาวะทางสรีรวิทยาในปัจจุบัน ดังนั้นจึงนำเสนอข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจความถี่สูงในแอปอัตราการเต้นของหัวใจเวอร์ชันอัปเดตและส่วนเสริมใหม่บนหน้าปัดนาฬิกา ระบบตรวจวัดสุขภาพมอบประสบการณ์ใหม่ทั้งหมดให้กับฟังก์ชันการเตรียมความพร้อมของ Apple Watch ไม่ว่าคุณจะฝึกซ้อมเพื่อการแข่งขันด้วย ฟังก์ชันการเตรียมความพร้อมจะบอกคุณได้ว่าเมื่อใดควรเร่งและเมื่อใดควรผ่อนแรง ทุกเช้า Apple Watch จะวิเคราะห์กิจกรรมล่าสุด สัญญาณชีพ และการนอนหลับของคุณ เพื่อให้คะแนนเดียวที่บ่งบอกถึงความสามารถของร่างกายในการรับมือกับวันใหม่ได้อย่างชัดเจน พักผ่อน วางแผนให้ดี เตรียมพร้อม แล้วลุยเลย ทั้งนี้ แอปสุขภาพตัวใหม่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ในตัวเครื่องมีไมโครโฟนในตัวมอบคุณสมบัติอัจฉริยะรูปแบบใหม่ล่าสุดจาก Apple ขอแนะนำระบบอัจฉริยะด้านเสียง เช่นเดียวกับระบบอัจฉริยะด้านภาพที่ช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่เห็น ระบบอัจฉริยะด้านเสียงก็ช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่คุณได้ยิน ทั้งยังการรับรู้โลกรอบตัวที่เพิ่มขึ้นนั้นสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่หูหนวกหรือมีปัญหาทางการได้ยิน ดังนั้น จึงนำการจดจำเสียงมาสู่ Apple Watch สามารถจดจำเสียงต่างๆ เช่น เสียงนาฬิกาปลุก เสียงกริ่งประตู เสียงเด็กร้องไห้ และอื่นๆ อีกมากมาย มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ ฟีเจอร์ Live Rewind ที่ให้ย้อนเวลากลับไปได้ 15 วินาที สามารถถอดเสียงและแสดงสิ่งที่เพิ่งพูดไปได้ โดยฟีเจอร์อัจฉริยะด้านเสียงตัวต่อไปจะช่วยให้คุณจดจำช่วงเวลาสำคัญจากการสนทนาประจำวัน เพื่อให้คุณมีสมาธิและมีส่วนร่วมมากขึ้น ขอแนะนำ Siri Recap อย่างไรก็ตาม Apple Intelligence ต่างๆ ในเวอร์ชัน Beta จะเปิดให้ใช้งานในปลายปีนี้ โดยเริ่มจากภาษาอังกฤษก่อน และจะทยอยเพิ่มภาษาอื่นๆ ในภายหลัง Apple Watch ใหม่ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมชิปใหม่ Apple S11 ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อขับเคลื่อนคุณสมบัติอัจฉริยะเหล่านี้ ในขณะเดียวกันก็รักษาความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล คุณสมบัติเหล่านี้ทำงานได้ด้วยโปรเซสเซอร์แบบเปิดใช้งานตลอดเวลาที่ประหยัดพลังงานของชิป S11 ตัวเลือกสีของ Apple Watch Series 12 จะมี Space Grey, Black, Light Gold และ Dark Bronze ตัวเรือนอะลูมิเนียมรุ่นใหม่มาพร้อมกับ Ceramic Shield ทำให้หน้าจอทนทานขึ้น 60% มีให้เลือกสองแบบคือ ผิวมันเงาสีทองอร่ามและสีธรรมชาติ ผลิตจากไทเทเนียม นอกจากนี้ Series 12 ยังมีให้เลือกในรุ่น Ceramic สีขาวมุกและสีน้ำเงินเข้มอีกด้วย Apple Watch Ultra 4 มี 2 สี คือ Black และ natural titanium โดยและสายนาฬิกา Hermes ไทเทเนียมใหม่ Series 12 เริ่มต้นที่ราคา 399 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,200 บาท) และ Ultra 4 เริ่มต้นที่ราคา 799 ดอลลาร์ (ประมาณ 26,100 บาท) ทั้ง 2 รุ่นเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ และจะวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายนนี้ ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### IBC 2026: DJI เตรียมเปิดตัว SDR Transmission 2 พร้อมนำเสนอเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับนักถ่ายวิดีโอมืออาชีพ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ibc-2026-dji-sdr-transmission-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 IBC 2026: DJI เตรียมเปิดตัว SDR Transmission 2 พร้อมนำเสนอเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับนักถ่ายวิดีโอมืออาชีพ - IT News บทความใหม่ล่าสุด พบกับ SDR Transmission 2 การมอนิเตอร์วิดีโอระดับมืออาชีพและ Osmo 360 II สำหรับคอนเทนต์สร้างสรรค์แบบ 360° DJI ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีกล้องเพื่อการสร้างสรรค์ ประกาศเข้าร่วม IBC 2026 ซึ่งเป็นหนึ่งในงานด้านคอนเทนต์และเทคโนโลยีที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการในวันนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 กันยายน DJI จะนำเสนอเทคโนโลยีด้านพลังงาน ระบบเสียง และการบันทึกภาพหลากหลายประเภทที่งาน IBC ผู้เข้าชมบูธ DJI (ฮอลล์ 12.G75) ทุกคนจะได้ค้นพบว่าสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในสภาพแวดล้อมการถ่ายทำของตนเองได้อย่างไร เพื่อให้การเก็บภาพคอนเทนต์เป็นเรื่องง่ายและมีคุณภาพสูงไฮไลต์ 2 รายการที่บูธ: DJI SDR Transmission 2 และ Osmo 360 IIเปิดตัวในเวทีนานาชาติครั้งแรกที่งาน IBC 2026 โดย DJI SDR Transmission 2 คือระบบรับส่งสัญญาณวิดีโอแบบไร้สายที่รองรับความละเอียดสูงสุดถึง DCI 4K60 10-bit HDR มาพร้อมดีไซน์ตัวรับส่งสัญญาณที่สามารถสลับโหมด TX/RX ได้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทีมโปรดักชันภาพยนตร์และวิดีโอขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่สร้างงานโฆษณา สารคดี ละครสั้น ภาพยนตร์เรื่องยาว รวมถึงไลฟ์สตรีมด้วยกล้องหลายตัว เป็นต้น หลังจากการจัดแสดงที่งาน IBC รายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับ DJI SDR Transmission 2 รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และกำหนดการวางจำหน่ายทั่วโลก จะประกาศในวันที่ 17 กันยายนOsmo 360 II มาพร้อมเทคโนโลยีการถ่ายภาพพาโนรามาเรือธงรุ่นล่าสุดของ DJI ซึ่งพัฒนาขึ้นจากความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมากว่าสองทศวรรษ ด้วยเซ็นเซอร์ภาพ HDR ทรงสี่เหลี่ยมแบบล้ำสมัยที่ช่วยเพิ่มการใช้ประโยชน์จากเซ็นเซอร์ขึ้นอีก 25% ทำให้การใช้พลังงานลดลง ขณะยังคงได้ภาพวิดีโอที่คมชัดและมีจุดรบกวนน้อยทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน เมื่อจับคู่กับ AI SuperNight 2.0 แล้ว Osmo 360 II สามารถถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยได้อย่างคมชัดและมีจุดรบกวนน้อยเป็นพิเศษ กล้องยังมาพร้อมกับเลนส์ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษซึ่งถอดเปลี่ยนได้ และหน่วยความจำภายในขนาด 105 GB ช่วยให้ครีเอเตอร์ถ่ายทำได้อย่างมั่นใจ บันทึกทุกช่วงเวลาไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ด้วยรายละเอียดอันคมชัดจากทุกมุมมองไม่ว่าจะเป็นโซโล่ครีเอเตอร์หรือสตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ ผู้เข้าชมบูธจะได้สัมผัสกับไลน์อัปเครื่องมือบันทึกคอนเทนต์ระดับมืออาชีพของ DJI อย่างครบครัน กล้องกิมบอลภาพยนตร์แบบเลนส์คู่ Osmo Pocket 4P กำหนดมาตรฐานและวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับทั้งงานระดับมืออาชีพและการสร้างคอนเทนต์ในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี LOFIC ทำให้ช่วงไดนามิกของ Osmo Pocket 4P เพิ่มขึ้นถึง 17 สต็อป ช่วยให้สามารถปรับสมดุลส่วนแสงและเงาได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะถ่ายทำเมื่อใดหรือที่ใดก็ตาม  กลุ่มผลิตภัณฑ์แบบถือด้วยมือของ DJI ครอบคลุมตั้งแต่ระบบนิเวศ Osmo ที่หลากหลายและใช้งานง่าย ซึ่งมีผลิตภัณฑ์ระดับแนวหน้าของวงการอย่างไมโครโฟนไร้สาย DJI Mic Mini 2S รุ่นล่าสุด  กล้องแบบสวมใส่ได้ Osmo Nano กล้องแอ็คชันสำหรับสายสปอร์ต Osmo Action 6 และกิมบอลสำหรับสมาร์ทโฟน Osmo Mobile 8P ไปจนถึงซีรีส์ Ronin ที่คว้ารางวัล Engineering, Science & Technology Emmy® ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์กันสั่นสำหรับกล้องน้ำหนักเบา RS 5 และกล้องถ่ายภาพยนตร์แบบรวมระบบกันสั่น 4 แกน Ronin 4D  ผลิตภัณฑ์ Ronin อื่น ๆ ที่จะจัดแสดงประกอบด้วย Ronin 2 ซึ่งได้รับรางวัล Oscar® Scientific and Technical Award, Focus Pro, RS 4 Pro, RS 4, RS 4 Mini และ SDR Transmissionมุมมองที่แตกต่างจากบนท้องฟ้า สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บภาพแอ็คชันจากมุมสูง กล้องโดรนครบไลน์อัพของ DJI จะถูกนำมาจัดแสดงเช่นกัน รวมถึงโดรนเรือธง 8K  แบบ 360° รุ่น Avata 360 และซีรีส์ Lito ที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งเปิดตัวในปีนี้ด้วย ผู้เข้าชมยังสามารถสำรวจได้ตั้งแต่โดรนติดตามบุคคล Neo 2 โดรนสำหรับวล็อก Flip, Mini 5 Pro โดรนออลอินวันเซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่, โดรนกล้องคู่ Air 3S, Mavic 4 Pro โดรนเรือธงสามเลนส์ ไปจนถึงสุดยอดแห่งการถ่ายทำภาพยนตร์ทางอากาศด้วย Inspire 3 มีโดรนสำหรับทุกการใช้งานและทุกระดับงบประมาณในการโปรดักชันการขับเคลื่อนงานโปรดักชันได้ทุกที่ผู้กำกับภาพยนตร์และครีเอเตอร์สามารถพึ่งพาชุดสถานีพลังงานแบบพกพาของ DJI เพื่อให้ได้พลังงานที่เสถียรในทุกสถานที่ โดยไม่ต้องจำกัดอยู่กับเต้ารับไฟฟ้าคงที่อีกต่อไป  ด้วยขีดความสามารถด้านการชาร์จเร็วทรงพลังที่ให้กำลังเอาต์พุตสูงสุดถึง 3000W พร้อมการทำงานที่เงียบเป็นพิเศษเพียง 26dB ซีรีส์ DJI Power จึงเป็นโซลูชันที่ยอดเยี่ยมในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและกระบวนการทำงาน DJI Power ยังเสริมความสมบูรณ์ให้กับระบบนิเวศของ DJI ด้วยพอร์ต SDC ที่ช่วยให้สามารถให้การชาร์จเร็วสำหรับอุปกรณ์ DJI ที่รองรับได้ ผู้เข้าร่วมงานสามารถพบกับ DJI Power 2000, DJI Power 1000 Mini, DJI Power 1000 V2, DJI Power Expansion Battery 2000 และ DJI Power Super Fast Car Chargers ได้ที่บูธ ทำงานอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้นด้วยโซลูชัน DJI Delivery, Enterprise และ Agras ค้นพบ FlyCart 100, Matrice 4 Thermal และ Mavic 3M ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและเพิ่มผลิตภาพในหลากหลายอุตสาหกรรมเรียนรู้สร้างสรรค์และแบ่งปัน เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาทักษะ DJI จะจัดเวิร์กช็อปต่อเนื่องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างภาพยนตร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากความสามารถ ซึ่งจะมาแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับวิธีที่ชุดเครื่องมือสร้างสรรค์ของ DJI ช่วยยกระดับการเล่าเรื่องด้วยภาพ เวิร์กช็อปจะจัดขึ้นวันละสองรอบในวันที่ 11 และ 12 กันยายน โดยครอบคลุมหัวข้อตั้งแต่การถ่ายภาพแบบถือด้วยมือไปจนถึงการถ่ายทำทางอากาศ  เวิร์กช็อปเหล่านี้เปิดให้ผู้เข้าชมงาน IBC ทุกคน พร้อมมอบมุมมองเชิงลึกในการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย วันที่ 11 กันยายน เวลา 11:30|RS 5 and DJI RS Enhanced Intelligent Tracking Module วันที่ 11 กันยายน เวลา 14:00|Osmo Pocket 4P และ DJI Mic Series มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ วันที่ 12 กันยายน เวลา 11:30|Ronin 4D และ Inspire 3 วันที่ 12 กันยายน เวลา 14:30|Avata 360 และ Neo 2 วันที่ 12 กันยายน เวลา 15:30|Osmo 360 II และ DJI Mic Series พบกันที่งาน IBC 2026 Show งาน IBC 2026 Show จะเปิดประตูต้อนรับที่ศูนย์ประชุม RAI Amsterdam ตั้งแต่วันที่ 11 ถึง 14 กันยายน 2026 ผู้เข้าชมสามารถพบ DJI ได้ที่ฮอลล์ 12 หมายเลขบูธ: ฮอลล์ 12.G75 ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Apple เปิดตัว AirPods 5 ชูดึง ANC เป็นมาตรฐานใหม่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-airpods-5-anc-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple เดินหน้ารุกตลาดอุปกรณ์เสียงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว AirPods 5 หูฟังไร้สายเจเนอเรชันล่าสุดที่ยังคงจุดเด่นด้วยดีไซน์แบบเปิด (Open-ear) พร้อมยกระดับเทคโนโลยีภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพเสียงขั้นส หน้าหลัก Cyber BIZ ข่าวไอที อิเล็กทรอนิกส์  Apple เปิดตัว AirPods 5 ชูดึง ANC เป็นมาตรฐานใหม่ เผยแพร่: 10 ก.ย. 2569 00:48   ปรับปรุง: 10 ก.ย. 2569 00:48   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ Apple เดินหน้ารุกตลาดอุปกรณ์เสียงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว AirPods 5 หูฟังไร้สายเจเนอเรชันล่าสุดที่ยังคงจุดเด่นด้วยดีไซน์แบบเปิด (Open-ear) พร้อมยกระดับเทคโนโลยีภายในใหม่ทั้งหมด เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการคุณภาพเสียงขั้นสูงควบคู่กับความคล่องตัว โดยชูจุดขายด้านการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับพรีเมียมในระดับราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นทั้งนี้ การอัปเกรดสำคัญของ AirPods 5 อยู่ที่การติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (Active Noise Cancellation - ANC) ที่มีประสิทธิภาพลดเสียงรบกวนได้มากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 50% ผ่านสถาปัตยกรรมอะคูสติกแบบหลายพอร์ตแบบใหม่และการประมวลผลเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ขั้นสูง พร้อมระบบ Adaptive Audio ที่ช่วยปรับระดับเสียงระหว่างโหมด ANC และโหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency mode) ให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมโดยอัตโนมัติAirPods 5 ได้รับการออกแบบใหม่จากภายในสู่ภายนอก เพื่อมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่สมบูรณ์ขึ้น พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายที่ไร้รอยต่อของระบบ Apple Intelligence บน iPhone ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ Siri AI และฟีเจอร์การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ (Live Translation) ได้โดยตรงแบบแฮนด์ฟรีApple ได้แบ่งการเปิดตัวออกเป็น 2 รุ่นย่อย โดย AirPods 5 รุ่นมาตรฐาน มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (ANC), สถาปัตยกรรมอะคูสติกใหม่, ระบบเสียงตามตำแหน่งแบบปรับแต่งส่วนบุคคล (Personalized Spatial Audio) รองรับการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุด 4 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และรวมสูงสุด 20 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จขนาดกะทัดรัดส่วน AirPods 5 พร้อมเคสชาร์จไร้สาย เพิ่มระบบควบคุมระดับเสียงที่ก้านหูฟัง ด้วยการปัดนิ้วขึ้น-ลง ซึ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกในหูฟังรูปทรงนี้ พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นเป็นสูงสุด 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC และเคสชาร์จแบบไร้สายที่รองรับทั้งแท่นชาร์จ Apple Watch และแท่นชาร์จมาตรฐาน Qiจอห์น เทอร์นัส ซีอีโอ แอปเปิล ทิ้งท้ายว่า การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นการทำให้ระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (ANC) กลายเป็นมาตรฐานสำหรับหูฟัง AirPods ทุกรุ่น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงนวัตกรรมขั้นสูงได้กว้างขวางยิ่งขึ้นในส่วนของราคาจำหน่าย AirPods 5 รุ่นมาตรฐานเปิดราคาอยู่ที่ 4,790 บาท ขณะที่รุ่นท็อปที่มาพร้อมเคสชาร์จไร้สายเคาะราคาที่ 5,490 บาท โดยยังไม่เปิดเผยวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย --> Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### น้ำมันขึ้นราคา! กบน.ยกเหตุผล ลดชดเชยน้ำ ปัจจัย ความผันผวนราคาน้ำมันในตลาดโลก URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788977803116 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มี (ยกเว้นน้ำมันกลุ่มพรีเมียมราคาคงเดิม) การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่อแวว น้ำมันขึ้นราคา! กบน.ยกเหตุผล ลดชดเชยน้ำ ปัจจัย ความผันผวนราคาน้ำมันในตลาดโลก 09 กันยายน 2569, 09:51น.            ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มี (ยกเว้นน้ำมันกลุ่มพรีเมียมราคาคงเดิม)             การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่อแววไร้ข้อยกเว้นการเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดและเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ           นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบชะงักส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในวันที่ 8 ก.ย.2569 พุ่งสูงกว่า 172 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งขึ้นประมาณ 137 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล           ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อสร้างความสมดุลและสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ ที่แบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท #น้ำมันในประเทศ #ขึ้นราคา ข่าวทั้งหมดADS--> Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### เปิดตัว AirPods 5 หูฟัง Open-Ear ตัดเสียงรบกวนดีขึ้น 50% พร้อม Siri AI URL: https://onesiamsoft.com/articles/airpods-5-open-ear-50percent-siri-ai Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple เปิดตัว AirPods 5 หูฟังทรง Open-Ear ระบบตัดเสียงรบกวน ANC ดีขึ้น 50% รองรับ Siri AI และระบบแปลภาษา Live Translation Apple ประกาศเปิดตัว AirPods 5 หูฟังไร้สายดีไซน์แบบ Open-Ear รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมการอัปเกรดระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็คทีฟ (Active Noise Cancellation หรือ ANC) ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถตัดเสียงรบกวนภายนอกได้มากกว่า AirPods 4 รุ่น ANC ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ด้วยสถาปัตยกรรมอะคูสติกแบบ Multiport ใหม่ และอัลกอริทึมการประมวลผลเสียงเชิงคำนวณขั้นสูง พร้อมปรับปรุงโหมดฟังเสียงภายนอก (Transparency mode) ให้ถ่ายทอดเสียงรอบข้างและเสียงสนทนาได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในด้านคุณภาพเสียง AirPods 5 ได้รับการพัฒนาสถาปัตยกรรมเสียงใหม่ที่ต่อยอดมาจาก AirPods Pro 3 ทำงานร่วมกับ Adaptive EQ เจเนอเรชันถัดไป ช่วยส่งมอบรายละเอียดเสียงที่คมชัดและมิติเสียงที่สมบูรณ์ครอบคลุมสรีระช่องหูของผู้ใช้งานหลากหลายรูปแบบ พร้อมขับเน้นระบบเสียงตามตำแหน่งเฉพาะบุคคล (Personalized Spatial Audio) ให้มีความสมจริง นอกจากนี้ ตัวหูฟังยังเสริมระบบเสียงอัจฉริยะ Adaptive Audio ที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างโหมด ANC และโหมดฟังเสียงภายนอกตามสภาวะแวดล้อมอัตโนมัติ ควบคู่ไปกับระบบ Conversation Awareness ที่ช่วยลดเสียงสื่อลงเมื่อผู้ใช้งานเริ่มพูดคุย นอกจากฮาร์ดแวร์ด้านเสียง AirPods 5 ยังรองรับความสามารถอัจฉริยะผ่าน Siri AI เวอร์ชันใหม่บน iOS 27 ทำให้ผู้ใช้งานสั่งการแบบแฮนด์ฟรีโดยอาศัยความเข้าใจบริบทส่วนบุคคลจากข้อความ อีเมล และรูปภาพ รวมทั้งตอบรับคำสั่งด้วยการพยักหน้าหรือส่ายศีรษะ (Siri Interactions) อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญคือ Live Translation ที่ขับเคลื่อนโดย Apple Intelligence ช่วยแปลบทสนทนาข้ามภาษาแบบเรียลไทม์ผ่านหูฟัง ซึ่งสามารถสั่งการได้โดยตรงจากการบีบก้านหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกัน หรือสั่งผ่าน Siri สำหรับรุ่น AirPods 5 with Wireless Charging Case มาพร้อมการเพิ่มเซนเซอร์ตรวจจับแรงกดที่รองรับการปาดนิ้วขึ้น-ลงบนก้านหูฟังเพื่อปรับระดับเสียง (Volume Swipe) เป็นครั้งแรกของหูฟังทรง Open-Ear รวมถึงปรับปรุงแบตเตอรี่ให้ใช้งานได้นานสูงสุด 5 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 ชั่วโมง) และใช้งานได้รวมสูงสุด 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ ซึ่งรองรับการชาร์จผ่าน USB-C, ที่ชาร์จ Apple Watch และแท่นชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi ด้านการออกแบบและสิ่งแวดล้อม AirPods 5 ใช้วัสดุรีไซเคิลคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของตัวผลิตภัณฑ์ ทั้งโคบอลต์รีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์ในแบตเตอรี่ และพลาสติกรีไซเคิล 70 เปอร์เซ็นต์ในเคสชาร์จไร้สาย โดยตัวหูฟังยังได้รับการอัปเกรดความทนทานต่อฝุ่น เหงื่อ และน้ำ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น Apple เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในสหรัฐฯ และอีกกว่า 65 ประเทศแล้ววันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2026 โดยรุ่น AirPods 5 มาตรฐานวางจำหน่ายในราคา 129 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรุ่น AirPods 5 with Wireless Charging Case จำหน่ายในราคา 149 ดอลลาร์สหรัฐ ที่มา apple –เปิดตัว Acer PA100 Portable SSD ไดรฟ์พกพาไซส์บาง 9 มม. สปีดอ่าน 560 MB/s จุจุใจสูงสุด 2TB FacebookFacebookXXLINELine Source: Originally published on Biztalknews.com. Read the full article at Biztalknews.com → ### Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max มาพร้อมชิป A20 Pro และสีใหม่ Burgundy URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-18-pro-18-pro-max-a20-pro-burgundy Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาแล้ว ต่อยอดการออกแบบจากรุ่นก่อน มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ซึ่งสีหลักคือสีแดงเบอร์กันดี iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาแล้ว ต่อยอดการออกแบบจากรุ่นก่อน มีให้เลือกด้วยกัน 4 สี ซึ่งสีหลักคือสีแดงเบอร์กันดีแอปเปิล เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max อย่างเป็นทางการในงาน Apple Event "Surprise and Shine" โดยการออกแบบภายนอกไม่ได้ต่างจาก iPhone 17 Pro เมื่อปีก่อนมากนักiPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยชิปเซต Apple A20 Pro พร้อมหน่วยประมวลผล Neural Engine แบบคู่เพื่อรองรับงานปัญญาประดิษฐ์ได้เร็วขึ้นขณะที่ระบบระบายความร้อนแบบ vapor chamber ได้รับการออกแบบใหม่ ช่วยจัดการความร้อนได้ดีขึ้นและลดปัญหาเครื่องร้อนเกินไปในด้านการออกแบบแอปเปิลปรับให้พื้นผิวอะลูมิเนียมด้านหลังกับบริเวณกระจก Ceramic Shield มีโทนสีที่กลมกลืนกันมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน สำหรับกล้องถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถูกจับตามากที่สุด เพราะได้เพิ่มเลนส์ปรับรูรับแสงได้ (variable aperture) เป็นครั้งแรก เนื่องจากตั้งแต่ iPhone 14 Pro จนถึง iPhone 17 Pro กล้องหลักใช้รูรับแสงคงที่ที่ ƒ/1.78 มาโดยตลอดจากเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานไอโฟนสามารถควบคุมปริมาณแสงที่ตกกระทบเซนเซอร์ได้จริงในเชิงกลไก การเปิดรูรับแสงกว้างขึ้นจะช่วยเก็บภาพในที่แสงน้อยได้สะอาดขึ้น ส่วนการหรี่รูรับแสงให้แคบลงจะช่วยลดปัญหาภาพสว่างเกินเมื่อถ่ายกลางแดดจัด และให้ระยะชัดลึกที่กว้างขึ้นสำหรับภาพวิว โดยแอปเปิลเพิ่มชุดควบคุมระดับมืออาชีพในแอปกล้องที่ให้ผู้ใช้เลือกค่ารูรับแสงเองได้ ตั้งแต่โหมดอัตโนมัติไปจนถึงการล็อกค่าเฉพาะอย่าง ƒ/4.0 นอกจากนี้ยังมีเลนส์เทเลโฟโต้ Fusion ที่ให้ระยะซูม 4 เท่าและ 8 เท่า ฟีเจอร์ Photographic Styles ที่เพิ่มการควบคุมพื้นผิวของภาพ ระบบ Apple Reference Image สำหรับความแม่นยำของสี และความสามารถในการสร้างภาพวิดีโอแบบ Cinematic จากวิดีโอปกติในฝั่งซอฟต์แวร์ กล้องของ iPhone 18 Pro จะได้ระบบแก้ไขภาพตามค่ารูรับแสงที่เลือกใช้ พร้อมเครื่องมือใหม่สำหรับผู้ใช้ระดับมืออาชีพ ได้แก่ Manual Focus สำหรับปรับโฟกัสด้วยตัวเอง Exposure Scopes สำหรับตรวจสอบค่าแสง และ Repeated Self-Timer Shots สำหรับถ่ายภาพตั้งเวลาต่อเนื่องหลายภาพรวดพร้อมกันนี้ แอปเปิลได้ปรับ Dynamic Island ใหม่ให้มีขนาดเล็กลงและใช้งานได้มากขึ้น โดยรองรับการสลับดูงานที่กำลังทำงานอยู่ได้ 3 รายการ จากเดิม 2 รายการ ขณะที่ Apple Intelligence ได้รับการปรับปรุงผ่าน Siri เวอร์ชันใหม่ที่แยกออกมาเป็นแอปพลิเคชันบนหน้าจอหลัก รองรับการสั่งงานด้วยเสียงและการพิมพ์ และสามารถสั่งให้ทำงานข้ามแอปพลิเคชันได้ รวมถึงแอปของผู้พัฒนารายอื่นด้านสเปกเครื่อง iPhone 18 Pro มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว ส่วน iPhone 18 Pro Max ขนาด 6.9 นิ้ว ทั้งสองรุ่นใช้ระบบระบายความร้อนแบบ vapor chamber รุ่นใหม่ที่ Apple ระบุว่าจัดการความร้อนได้ดีขึ้นในด้านแบตเตอรี่ แอปเปิลเคลมว่าให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานที่สุดเท่าที่ iPhone เคยทำได้ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ, สีเงิน, สีฟ้า Glacier และสีแดง Burgundyสำหรับราคาและวันวางจำหน่ายในประเทศไทย แอปเปิลยังไม่ประกาศในขณะนี้ Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### รัฐเตรียมแจก 5 หมื่นติดโซลาร์ 1 ล้านหลัง เปิดลงทะเบียนกลาง ต.ค. นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-1-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคต เพื่อกําหนดทิศทางไทย ของ สถานีข่าว TNN  ว่า ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Thailand Beyond Tomorrow : มองอนาคต เพื่อกําหนดทิศทางไทย ของ สถานีข่าว TNN  ว่า รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนโครงการ “โซลาร์ภาคครัวเรือน” สำหรับประชาชนอย่างน้อย 1 ล้านครัวเรือน หวังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและเปลี่ยนประชาชนจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิตพลังงานรายย่อย เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน และราคาน้ำมันแพง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้า สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  (ธ.ก.ส.)  ในการปล่อยสินเชื่อติดตั้ง โดยให้ประชาชนผ่อนชำระผ่านรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้แก่การไฟฟ้า ทำให้ประชาชนไม่ต้องใช้เงินลงทุนเองในเบื้องต้น ประเมินว่า หากครัวเรือนติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ และใช้ไฟน้อย จะสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟคืนเดือนละประมาณ 1,000 บาท ตลอดอายุการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ 25-30 ปีนอกจากนี้ ยังเตรียมปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้วยการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Storage) เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงื่อนไขกำหนดให้สิทธิ์ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 มิเตอร์ที่เป็นเจ้าของไฟฟ้าทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมจัดฝึกอบรมทักษะแรงงานไทยร่วมกับกระทรวงแรงงาน ทั้งด้านการประกอบ ติดตั้ง และบำรุงรักษา เพื่อสร้างอาชีพใหม่ รวมถึงประสาน BOI และกรมศุลกากรในการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ไทยยังไม่สามารถผลิตเองได้ เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อช่วยลดต้นทุน อย่างไรก็ตามคาดว่า กระทรวงมหาดไทย จะเสนอรายละเอียดโครงการต่อกระทรวงการคลัง ช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้กลางเดือนตุลาคมนี้ และตั้งเป้าหมายดำเนินการให้บรรลุผลภายในสิ้นปีหน้า และอาจพิจารณาขยายกรอบเป้าหมายเพิ่มเป็น 1.5 ล้านครัวเรือนในอนาคต Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### สหรัฐฯ ทุ่ม 300 ล้านดอลลาร์ดันควอนตัม บีบ Bitcoin และ Ethereum เร่งแก้ระบบความปลอดภัยรับมือปี 2029 URL: https://onesiamsoft.com/articles/300-bitcoin-ethereum-2029 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปข่าว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อนุมัติงบสนับสนุนจากกฎหมาย CHIPS Act รายละสูงสุด 100 ล้านดอลลาร์ให้กับสามบริษัทผู้บุกเบิกเทคโนโลยีควอนตัมอย่าง Rigetti และ กันยายน 9, 2026 สรุปข่าว กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ อนุมัติงบสนับสนุนจากกฎหมาย CHIPS Act รายละสูงสุด 100 ล้านดอลลาร์ให้กับสามบริษัทผู้บุกเบิกเทคโนโลยีควอนตัมอย่าง Rigetti และ D-Wave รวมถึง Quantinuum เพื่อเร่งขยายขนาดฮาร์ดแวร์และพัฒนาระบบประมวลผลที่ปราศจากข้อผิดพลาด ฝั่งนักพัฒนา Ethereum ได้กำหนดเส้นตายภายในเดือนธันวาคม 2029 เพื่ออัปเกรดระบบ Layer 1 ให้ต้านทานการโจมตีจากควอนตัมได้อย่างสมบูรณ์ ขณะที่ชุมชน Bitcoin ก็เริ่มเร่งผลักดันข้อเสนอ BIP-360 และ BIP-361 เพื่อเตรียมแนวทางในการยกเลิกระบบลายเซ็นดิจิทัลเดิมและย้ายไปสู่มาตรฐานใหม่ที่ปลอดภัยกว่า อุปสรรคสำคัญของ Bitcoin คือเหรียญจำนวนมหาศาลซึ่งรวมถึง 1 ล้าน BTC ของ Satoshi Nakamoto ที่ยังค้างอยู่ในกระเป๋าเงินยุคเก่าที่เคยเปิดเผย Public Key สู่สาธารณะแล้ว ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกถอดรหัสหรืออาจต้องถูกล็อกทิ้งไว้หากเจ้าของไม่ยอมเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ออกมาก่อนที่เครือข่ายจะตัดการเชื่อมต่อระบบเก่า แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral เนื่องจากภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ยังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี แต่การขยับตัวอย่างจริงจังของนักพัฒนาในการวางแผนรับมือล่วงหน้าจะช่วยคลายความกังวลและสร้างความเชื่อมั่นในเสถียรภาพระยะยาวของสินทรัพย์ดิจิทัล การแข่งขันเพื่อเอาชีวิตรอดของโลกคริปโตกำลังเริ่มนับถอยหลังอย่างจริงจัง เมื่อรัฐบาลสหรัฐฯ ตัดสินใจอัดฉีดเม็ดเงินก้อนโตผ่านกระทรวงพาณิชย์เพื่อสนับสนุนบริษัทพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์ชั้นนำถึงสามแห่ง ภายใต้งบประมาณจากกฎหมาย CHIPS Act รายละสูงสุดถึง 100 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งเข้าถือหุ้นส่วนน้อยในบริษัทเหล่านั้น เม็ดเงินเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาระบบแก้ไขข้อผิดพลาดของเครื่องควอนตัม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้คอมพิวเตอร์ยุคใหม่มีความสามารถในการประมวลผลขั้นสูงจนอาจทะลวงระบบความปลอดภัยที่ปกป้องกระเป๋าเงินคริปโตในปัจจุบันได้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้นักพัฒนาของทั้ง Bitcoin และ Ethereum ต้องเร่งฝีเท้าเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับวัน Q-day หรือวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมมีพลังมากพอที่จะเจาะระบบรหัสลับได้ โดยทางมูลนิธิ Ethereum ได้ปักหมุดหมายที่ชัดเจนไว้แล้วว่าจะต้องทำให้เครือข่าย Layer 1 ปลอดภัยจากการโจมตีของควอนตัมภายในเดือนธันวาคม 2029 ซึ่งจะครอบคลุมทั้งระบบการทำงาน การประมวลผล และการจัดเก็บข้อมูล ขณะที่ทางฝั่ง Bitcoin แม้จะไม่มีการขีดเส้นตายที่แน่นอนเหมือนกันทั้งเครือข่าย แต่นักวิจัยและกลุ่มสถาบันการเงินต่างก็มองปี 2029 เป็นกรอบเวลาสำคัญที่ระบบจะต้องมีแผนการโอนย้ายข้อมูลที่ใช้งานได้จริง โดยในปีนี้เริ่มมีการผลักดันข้อเสนออย่าง BIP-360 เพื่อสร้างรูปแบบกระเป๋าเงินรุ่นใหม่ที่ทนทานต่อควอนตัม และข้อเสนอ BIP-361 ที่วางขั้นตอนการทยอยยกเลิกระบบลายเซ็นแบบ ECDSA และ Schnorr ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าภาพรวมของการถูกเจาะระบบอาจจะยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากรายงานจาก Google Quantum AI ระบุว่าการจะถอดรหัสความปลอดภัยของบล็อกเชนได้อาจต้องใช้ควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีอนุภาคคิวบิตแบบไร้ข้อผิดพลาดมากกว่า 1,200 คิวบิต ซึ่งยังห่างไกลจากแผนการสร้างเครื่อง Starling ของ IBM ในปี 2029 ที่ตั้งเป้าไว้เพียง 200 คิวบิต แต่สิ่งที่ทำให้นักพัฒนาไม่สามารถนิ่งนอนใจได้คือความยุ่งยากในการปรับปรุงระบบ โดยเฉพาะเครือข่าย Bitcoin ที่มีเหรียญนับล้านเหรียญนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าเงินรุ่นเก่าที่เคยเปิดเผย Public Key ออกมาแล้ว ซึ่งรวมถึงขุมทรัพย์กว่า 1 ล้าน BTC ของผู้สร้างอย่าง Satoshi Nakamoto หากข้อเสนอ BIP-361 ถูกนำมาบังคับใช้จริงเพื่อตัดสิทธิ์การใช้งานลายเซ็นรุ่นเก่าหลังจากพ้นระยะเวลาผ่อนผัน เหรียญที่ไม่มีการเคลื่อนย้ายก็อาจจะกลายเป็นเหรียญที่ติดค้างอยู่ในระบบและไม่สามารถนำออกมาใช้งานได้อีกเลย ส่วนฝั่ง Ethereum ก็มีความท้าทายในการประสานงานระหว่างแอปพลิเคชันและกระเป๋าเงินต่างๆ ที่ต้องทยอยเปลี่ยนผ่านตามกันไปให้ทันที่มา: coindesk มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การที่ภาครัฐของมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ กระโดดเข้ามาเป็นนายทุนหนุนหลังการพัฒนาควอนตัมด้วยตัวเอง ถือเป็นสัญญาณเร่งด่วนที่ส่งผลให้วงการบล็อกเชนต้องรีบตื่นตัว การที่นักพัฒนาทั้งสองค่ายเลือกที่จะตั้งรับตั้งแต่ตอนนี้แทนที่จะรอให้เทคโนโลยีควอนตัมก้าวมาถึงประตูบ้าน ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่ถูกต้อง แม้ว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านอาจสร้างความโกลาหลและอาจนำไปสู่ข้อถกเถียงเรื่องการแช่แข็งเหรียญในกระเป๋าของ Satoshi Nakamoto แต่ความพยายามในการยกเครื่องระบบรหัสลับใหม่ในครั้งนี้ จะกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นสำคัญที่ทำให้บล็อกเชนยังคงเป็นระบบการเงินที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือที่สุดในโลกยุคดิจิทัลต่อไป Channarong Noramat "Content is King" คือคติประจำใจ ชื่นชอบในเทคโนโลยี รักในการค้นคว้าข้อมูล และเชื่อใน Blockchain จึงผันตัวมาเป็นนักเขียน มั่นใจว่าวงการเทคฯ ในอนาคตยังมีอะไรอีกหลายอย่างรออยู่ และพร้อมเสมอที่จะ Ride the wave Source: Originally published on Siam Blockchain. Read the full article at Siam Blockchain → ### น้ำมันโลกยังผันผวน! คาดราคาน้ำมันอาจสูงถึงต้นปีหน้า แต่ไทยยังไม่ขาดแคลน - Car2Day URL: https://onesiamsoft.com/articles/car2day Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 น้ำมันโลกยังผันผวน จากความขัดแย้งและความเสี่ยงด้านอุปทาน คาดราคาน้ำมันอาจสูงถึงต้นปีหน้า ไทยยังไม่ขาดแคลน ยืนยันไทยยังมีน้ำมันเพียงพอ สถานการณ์ด้านพลังงาน น้ำมันโลกผันผวน โดยเฉพาะปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทั่วโลก กระทรวงพลังงานจึงเร่งเตรียมมาตรการรับมือทั้งเรื่องราคา การจัดหา และปริมาณสำรอง เพื่อให้ไทยยังมีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมยืนยันว่าประชาชนยังมีน้ำมันเพียงพอ และคาดราคาน้ำมันอาจสูงถึงต้นปีหน้า น้ำมันโลกผันผวน ราคาขึ้นสูงต่อเนื่อง นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและมีความผันผวนจากความขัดแย้งรวมถึงความไม่แน่นอนในหลายพื้นที่ของโลก โดยยืนยันว่าประเทศไทยยังมีความมั่นคงด้านพลังงาน และกระทรวงพลังงานมีมาตรการรองรับสถานการณ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง น้ำมันดิบ WTI อยู่ที่ประมาณ 92.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบ Brent อยู่ที่ประมาณ 97.31 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล น้ำมันดิบ Dubai อยู่ที่ประมาณ 100.16 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้ง รวมถึงความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันในตลาดโลกที่อาจกระทบต่อปริมาณน้ำมัน ทำให้ราคาน้ำมันอาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประเมินสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ระบบพลังงานของไทยมีความพร้อมและสามารถรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ กระจายแหล่งน้ำมัน ลดความเสี่ยงจากตลาดโลก ปัจจุบันกระทรวงพลังงานกำลังเร่งดำเนินการหลายด้าน เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ได้แก่ การบริหารจัดการราคาพลังงานภายในประเทศ การดูแลให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการใช้งาน การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างมีวินัย นอกจากนี้ ยังเร่งสร้างความหลากหลายในการจัดหาแหล่งน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่ง และเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบพลังงานไทย รวมถึงมีการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสำรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว และมั่นใจได้ว่ายังมีน้ำมันเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศ ราคาน้ำมันไทยขยับเพิ่ม สถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศล่าสุด คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) แจ้งผลการประชุมวันที่ 8 กันยายน 2569  โดยมีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด  น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B7 และ B20 ปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร การปรับขึ้นราคาครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เนื่องจากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูง และกองทุนน้ำมันยังต้องรับภาระในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงาน ข้อมูลวันที่ 6 กันยายน 2569 กองทุนฯ มีฐานะติดลบประมาณ 83,291 ล้านบาท ติดลบเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนอีก 2,819 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานจะบริหารจัดการกองทุนฯ อย่างรอบคอบ โดยให้ความสำคัญกับ 2 เป้าหมายสำคัญควบคู่กัน การลดผลกระทบต่อประชาชน  การดูแลฐานะทางการเงินของกองทุนฯ ให้มีความมั่นคงในระยะยาว ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานยืนยันว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน เพราะประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองและสามารถจัดหาเพิ่มเติมได้เพียงพอต่อการใช้งานภายในประเทศ  โดยกระทรวงฯ กำลังเร่งเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านราคา ปริมาณน้ำมัน การจัดหา และการกระจายความเสี่ยง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดโลก และทำให้การใช้น้ำมันภายในประเทศยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง กำหนดราคาน้ำมันโลกไม่ได้ แต่บริหารความเสี่ยงได้ สำหรับราคาน้ำมันเป็นปัจจัยที่ประเทศไทยไม่สามารถกำหนดได้ทั้งหมด เพราะยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากตลาดโลก สิ่งที่ภาครัฐสามารถทำได้คือการบริหารความเสี่ยง เตรียมการจัดหาให้เพียงพอ กระจายแหล่งนำเข้า และใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลกไม่ให้ส่งผ่านมายังประชาชนมากเกินไป โดยกระทรวงพลังงานจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถปรับมาตรการได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมระบุว่า ความร่วมมือจากประชาชนก็มีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะการใช้น้ำมันอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกใช้เชื้อเพลิงที่เหมาะสม เช่น แก๊สโซฮอล์ E20 สำหรับรถยนต์ที่รองรับ ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าพลังงาน ลดค่าใช้จ่าย และลดแรงกดดันต่อระบบพลังงานไทยได้อีกทาง ข้อมูลจาก : mgronline.com ติดตามข่าวสารยานยนต์ได้ที่ : car2day.com Source: Originally published on Car2Day. Read the full article at Car2Day → ### Samsung Galaxy A55 เริ่มได้อัปเดต One UI 9 Beta แล้ว ขนาดกว่า 2GB พร้อมแพตช์กันยายน 2026 :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-a55-one-ui-9-beta-2gb-2026-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung Galaxy A55 เริ่มได้รับ One UI 9 Beta แล้วในเกาหลีใต้และอินเดีย อัปเดตมีขนาดมากกว่า 2GB พร้อมแพตช์ความปลอดภัยเดือนกันยายน 2026 Samsung Galaxy A55 เริ่มได้รับอัปเดต One UI 9 Beta แล้ว ขนาดกว่า 2GB พร้อมแพตช์ความปลอดภัยเดือนกันยายน 2026 Samsung เริ่มปล่อยอัปเดต One UI 9 Beta สำหรับ Samsung Galaxy A55 แล้ว โดยขณะนี้มีรายงานการอัปเดตในเกาหลีใต้และอินเดีย พร้อมแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนกันยายน 2026 อัปเดต One UI 9 Beta สำหรับ Samsung Galaxy A55 มีขนาดดาวน์โหลดมากกว่า 2GB โดยเวอร์ชันเฟิร์มแวร์แตกต่างกันตามประเทศ ได้แก่ ZZI1/EZI1 ในเกาหลีใต้ และ ZZI1/EZI2 ในอินเดีย วิธีเข้าร่วม One UI 9 Beta ผู้ใช้ Samsung Galaxy A55 ที่ต้องการทดลอง One UI 9 Beta ก่อนเวอร์ชัน Stable สามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรม One UI 9 Beta ผ่านแอป Samsung Members จากนั้นไปที่ Settings > Software update บนตัวเครื่องเพื่อตรวจสอบและดาวน์โหลดอัปเดต ข่าวที่เกี่ยวข้อง Samsung One UI 9 บน Android 17 เช็กรายชื่อมือถือ Galaxy รุ่นไหนได้อัปเดต พร้อมกำหนดการล่าสุด [Update] ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 10/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### สรุปมัดรวมไฮไลต์เกมเด็ด เกมใหม่จาก Nintendo Direct ประจำเดือนกันยายน 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/nintendo-direct-2026 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปจัดเต็มทุกเกมจากงาน Nintendo Direct ก.ย. 2026 ขนทัพเกมฟอร์มยักษ์ทั้งค่ายหลักและค่ายพันธมิตรบุก Switch 2 เพียบ เช็กรายชื่อเกมและวันวางจำหน่ายทั้งหมดได้ที่นี่เลย! - Online Station หลังจากที่ตื่นตากันไปกับ The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมคกันไปแบบสด ๆ ร้อน ๆ  วันนี้ทาง Nintendo ขอสานต่อความไฮป์ด้วยสตรีม Nintendo Direct ที่นำกองทัพเกมใหม่เตรียมลงให้เครื่อง Switch 2 อย่างจุใจ มาดูกันเลยว่ามีเกมอะไรน่าสนใจประกาศในงานนี้บ้าง!Monster Hunter Wilds ลง Switch 2 พร้อมอัปเดตทั้งหมดที่เคยออก ในวันที่ 4 ธันวาคม 2026 และจะมีส่วนเสริม Ascendance ตามมาในปี 2027Final Fantasy VII Revelation วางจำหน่ายวันที่ 8 เมษายน 2027Crisis Core: Final Fantasy VII Reunion วางจำหน่ายวันนี้!Hyrule Warriors: Age of Calamity - Definitive Edition ลง Switch 2 พร้อมโหมดความยากใหม่ Calamity วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2027Meccha Chameleon ลง Switch 2 วันนี้เลย!Pokemon Pokopia เนื้อหาเสริม Expansion Pass DLC พาร์ตสอง เตรียมปล่อยปลายปีนี้Star Fox อัปเดตฟรีเพิ่มโหมดต่อสู้ วันที่ 29 กันยายนStar Fox Adventures เกมคลาสสิกจาก GameCube เตรียมลงให้เล่นกันบน Switch 2 วันนี้The Witcher 3: Wild Hunt - Remastered วางจำหน่ายวันที่ 29 กันยายน และจะมีส่วนเสริม Songs of the Past ตามมาในปี 2027Kingdom Come: Deliverance 2 Royal Edition เตรียมลง Switch 2 ภายในปี 2027Fire Emblem: Fortune's Weave วางจำหน่ายวันที่ 17 กันยายนProfessor Layton and the New World of Steam วางจำหน่ายวันที่ 10 ธันวาคมYo-kai Watch 2: Haunted Domain ยืนยันแล้วว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาPikmin 4 ลง Switch 2 พร้อมรองรับคำสั่งเสียงและโหมดใหม่ Dandori Academy วันที่ 12 พฤศจิกายนOnyx: The Dark Grip วางจำหน่ายแบบ Exclusive บน Switch 2 ในปี 2027Xenoblade Chronicles 3 ลง Switch 2 พร้อมโหมด Heroes Vault และฮีโร่สาวใหม่ Shimmer วันที่ 3 ธันวาคมStage Fright เตรียมลงทั้ง Switch และ Switch 2 ในปี 2027Disney Dreamlight Valley: The Keepsake Sea Expansion ลงทั้ง Switch และ Switch 2 ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026Ondeh Ondeh Kaya's Tasty Tale วางจำหน่ายปี 2027Lego Batman: Legacy of the Dark Knight ลง Switch 2 วันที่ 18 กันยายนKirby Air Riders เตรียมวางจำหน่ายฟิกเกอร์ amiibo ใหม่สองตัว วันที่ 12 พฤศจิกายนCairn ลง Switch 2 ต้นปี 2027 โดยจะปล่อยเดโมฟรีให้เล่นภายในวันนี้Resident Evil 2, 3 และ 4 Remakes เตรียมลง Switch 2 รวดเดียวในวันที่ 16 ตุลาคมTomb Raider: Legacy of Atlantis วางจำหน่ายวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2027Nintendo Switch Sports Resort วางจำหน่ายวันที่ 22 ตุลาคมMetroid Ravenous วางจำหน่ายวันที่ 28 มกราคม 2027Mario Kart World อัปเดตเพิ่ม 10 ด่านคลาสสิกใหม่ภายในวันนี้Mega Man Dual Override ลงทั้ง Switch และ Switch 2 ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027Eternal Anima วางจำหน่ายวันที่ 4 มีนาคม 2027Danganronpa 2x2 ลง Switch และ Switch 2 พร้อมโหมดใหม่ Slayhem วันที่ 14 มกราคม 2027Fatal Fury: City of the Wolves ลง Switch 2 วันที่ 22 ตุลาคม 2026Metal Slug Ultimate Collection วางจำหน่ายปี 2027Yu-Gi-Oh! Tag Force GX ลง Switch 2 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2027Romancing SaGa 3: Destinies United ลงทั้ง Switch และ Switch 2 วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2027Persona 4 Revival วางจำหน่ายวันที่ 20 พฤษภาคม 2027Persona 6 คอนเฟิร์มว่าเตรียมมาลงให้กับเครื่อง Switch 2Kirby and the World Beyond วางจำหน่ายช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027รายชื่อเกมจากช่วง Partner Spotlightเกมกำหนดวางจำหน่าย007 First Light2026Far Cry 3ฤดูใบไม้ผลิ 2027Far Cry 3: Blood Dragonฤดูใบไม้ผลิ 2027The Crew Motorfest8 ตุลาคม 2026The Apothecary Diariesต้นปี 2027House Flipper 215 ตุลาคม 2026Dragon Quest Monsters: The Withered World3 ธันวาคม 2026Torneko's Mystery Dungeon Classic HDวางจำหน่ายแล้ววันนี้Hela1 ธันวาคม 2026Eriksholm: The Stolen Dream3 ธันวาคม 2026Stellar Blade: Complete Edition5 พฤศจิกายน 2026The Ascent: Ultimate Editionธันวาคม 2026It Takes Two5 พฤศจิกายน 2026Palia Switch 2 Editionธันวาคม 2026Bluey's Happy Snaps15 ตุลาคม 2026Hot Wheels: Infinite Rush10 กันยายน 2026Fading Echo17 กันยายน 2026Hell Is Us8 ตุลาคม 2026Guardians Of The Galaxy: Encore Edition5 พฤศจิกายน 2026เรียกได้ว่าปู่นินจัดเต็มแบบสุด ๆ งานนี้มีเกมให้ชาว Switch 2 ได้เล่นกันยาว ๆ ไปจนถึงปีหน้าเลยทีเดียว ใครเล็งเกมไหนไว้ก็เตรียมตัวเตรียมกระเป๋าสตางค์กันไว้ให้พร้อมได้เลย!ข้อมูลอ้างอิงจากThe Gamer ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### ใครฆ่า Loki? แฟนเกม Marvel Rivals ตื่นตระหนกหลังทิ้งไว้แค่ป้ายคนหาย URL: https://onesiamsoft.com/articles/loki-marvel-rivals Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Loki หายจากรายชื่อฮีโร่ Marvel Rivals ก่อนซีซัน 10 เหลือไว้แค่ป้ายคนหาย คาดว่าเป็นการปูทางให้ Gorr the God Butcher ที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ Loki หายจาก Marvel Rivals ก่อนเข้าซีซัน 10 ปูทางการมาถึงของ Gorr the God Butcher Loki หายไปจากรายชื่อฮีโร่ของ Marvel Rivals ก่อนซีซัน 10 จะเริ่มในสัปดาห์นี้ ทั้งในหน้าเลือกฮีโร่และในแกลเลอรีของเมนูหลัก โดยไอคอนของเขาถูกแทนที่ด้วยป้ายที่เขียนว่า missing ในตัวอักษรแบบแอสการ์ด ที่หายคือหายเฉพาะบางโหมด ทั้ง Quick Play, Arcade, Practice vs. AI และโหมด 18 ต่อ 18 ส่วนโหมดจัดอันดับกับพื้นที่พบปะในเกมอย่าง Times Square และ Hellfire Bay Beach ยังเลือก Loki ได้ตามปกติ เหตุผลน่าจะอยู่ที่ Gorr the God Butcher ซึ่งมีข้อมูลหลุดว่าเป็นฮีโร่ใหม่ของซีซัน 10 และ PlayStation Store ก็เผลอปล่อยภาพปกของซีซันออกมาก่อนหน้านี้จนยืนยันได้ NetEase จึงน่าจะกำลังปูทางให้ Gorr ด้วยการเอาเทพเจ้าองค์หนึ่งออกจากเกม และจนถึงตอนนี้ NetEase ยังไม่ได้ออกมาพูดถึงการหายตัวไปของ Loki เลยสักคำ Source: Originally published on GameMonday. Read the full article at GameMonday → ### TECNO Camon Slim 5G เผยโฉมสมาร์ตโฟนบาง 6.39 มม. จอ AMOLED 144Hz ชิป Dimensity 7300e แบต 6,000mAh :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/tecno-camon-slim-5g-639-amoled-144hz-dimensity-7300e-6000mah-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 TECNO Camon Slim 5G เผยโฉมด้วยตัวเครื่องบาง 6.39 มม. จอ AMOLED 144Hz ชิป Dimensity 7300e แบต 6,000mAh พร้อมฝาหลังดีไซน์พิเศษ 6 แบบ TECNO เผยโฉม Camon Slim 5G ตัวเครื่องบาง 6.39 มม. จอ AMOLED 144Hz ชิป Dimensity 7300e แบต 6,000mAh พร้อมฝาหลังดีไซน์พิเศษ 6 แบบ TECNO เผยโฉม Camon Slim 5G สมาร์ตโฟนที่โดดเด่นสมชื่อด้วยตัวเครื่องบางเพียง 6.39 มม. ใช้ชิป MediaTek Dimensity 7300e จับคู่กับ RAM 8GB และพื้นที่จัดเก็บ 128GB หรือ 256GB ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1208x2644 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 144Hz ด้านการถ่ายภาพ มีกล้องหลัก 50MP ใช้เซ็นเซอร์ Sony Lytia 700C ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS เสริมด้วยกล้อง Ultrawide 8MP และกล้องหน้า 32MP ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 6,000mAh รองรับชาร์จแบบมีสาย 45W   Tecno Camon Slim 5G official images Android 16 พร้อมอัปเดตระบบ 3 เวอร์ชัน และความปลอดภัย 5 ปี Camon Slim 5G ทำงานบน HiOS 16 ที่พัฒนาบน Android 16 โดย TECNO ระบุว่าจะได้รับการอัปเดต Android เวอร์ชันหลัก 3 ครั้ง และอัปเดตความปลอดภัยเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ ยังได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD สำหรับความลื่นไหลในการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 60 เดือน ด้านความทนทาน Camon Slim 5G รองรับมาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66, IP68, IP69 และ IP69K รวมถึงผ่านมาตรฐาน MIL-STD-810H สำหรับความทนทานต่อแรงกระแทกและการตกหล่น ฝาหลัง 6 สี พร้อมดีไซน์และพื้นผิวแตกต่างกัน Camon Slim 5G มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Neo Mondrian, Gossamer White, Matisse Black, Rebel Pink, Van Gogh Blue และ Burgundy Red โดยแต่ละสีมีรายละเอียดฝาหลังแตกต่างกันดังนี้ Neo Mondrian ใช้แผง Photochromic ซึ่งปกติจะดูเป็นสีขาว แต่เมื่อสัมผัสแสง UV จะปรากฏบล็อกตารางหลากสี Matisse Black ใช้ไฟเบอร์กลาสสีดำ พร้อมรายละเอียดสีเขียวเรืองแสง Rebel Pink ใช้ตัวเครื่องสีดำ ตกแต่งด้วย Accent สีชมพู Van Gogh Blue ใช้พื้นผิวเคลือบไล่เฉดพร้อมลวดลายที่ออกแบบให้คล้ายเนบิวลาที่กำลังหมุน Burgundy Red ใช้ไฟเบอร์กลาสพร้อมพื้นผิวด้านที่ให้สัมผัสคล้ายกำมะหยี่ Gossamer White มาพร้อมเอฟเฟกต์ภาพลวงตา 3 มิติแบบลอยตัวของปีกผีเสื้อ สรุปสเปก TECNO Camon Slim 5G TECNO Camon Slim 5G บาง 6.39 มม. ชิป MediaTek Dimensity 7300e RAM 8GB พื้นที่จัดเก็บ 128GB / 256GB หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1208x2644 พิกเซล Refresh Rate 144Hz กล้องหลัก 50MP เซ็นเซอร์ Sony Lytia 700C ขนาด 1/1.56 นิ้ว ระบบกันสั่น OIS กล้อง Ultrawide 8MP กล้องหน้า 32MP แบตเตอรี่ 6,000mAh ชาร์จแบบมีสาย 45W HiOS 16 บน Android 16 รับอัปเดต Android เวอร์ชันหลัก 3 ครั้ง รับอัปเดตความปลอดภัย 5 ปี ผ่านการรับรอง TÜV SÜD สำหรับความลื่นไหลต่อเนื่อง 60 เดือน มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ IP66, IP68, IP69 และ IP69K มาตรฐานความทนทาน MIL-STD-810H มี 6 สี ได้แก่ Neo Mondrian, Gossamer White, Matisse Black, Rebel Pink, Van Gogh Blue และ Burgundy Red ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### เปิดตัว Star Fox Adventures บน Nintendo Switch 2 อย่างเป็นทางการ - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/star-fox-adventures-nintendo-switch-2-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตัว Star Fox Adventures บน Nintendo Switch 2 อย่างเป็นทางการ Thisisgame Thailand เปิดตัว Star Fox Adventures บน Nintendo Switch 2 อย่างเป็นทางการ  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### เปิดตัว Tecno Camon Slim 5G มือถือบางเฉียบ 6.39 มม. แบตอึด 6,000mAh ทนทานระดับทหาร URL: https://onesiamsoft.com/articles/tecno-camon-slim-5g-639-6000mah Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Tecno เปิดตัว Camon Slim 5G สมาร์ตโฟนบางเฉียบเพียง 6.39 มม. มาพร้อมชิป Dimensity 7300e จอ AMOLED 144Hz กล้อง Sony 50MP และฝาหลังดีไซน์ศิลปะ 6 สไตล์ Tecno ประกาศเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด Tecno Camon Slim 5G ที่มาพร้อมความโดดเด่นสมชื่อด้วยความบางเฉียบเพียง 6.39 มิลลิเมตร แต่กลับอัดแน่นไปด้วยสเปกหน้าจอระดับสูง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ความทนทานระดับทางการทหาร และไฮไลต์สำคัญอย่างดีไซน์ฝาหลังที่ผสานงานศิลปะและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันถึง 6 สไตล์ ประสิทธิภาพและหน้าจอแสดงผล ตัวเครื่องขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ที่จัดการพลังงานได้ดีเยี่ยม พร้อมหน้าจอแสดงผลที่ลื่นไหลขั้นสุด: ชิปประมวลผล: MediaTek Dimensity 7300e หน่วยความจำ: RAM 8GB ความจุข้อมูล: 128GB และ 256GB หน้าจอ: AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1208 x 2644 พิกเซล อัตรารีเฟรชเรต: 144Hz มอบประสบการณ์การสัมผัสและแอนิเมชันที่ลื่นไหลตา กล้องเซนเซอร์ Sony และแบตเตอรี่สุดอึด แม้ตัวเครื่องจะบางเฉียบ แต่ฮาร์ดแวร์ด้านการถ่ายภาพและพลังงานยังคงจัดเต็ม: กล้องหลัก: 50MP เซนเซอร์ Sony Lytia 700C ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อมระบบกันสั่น OIS กล้องอัลตราไวด์: 8MP กล้องหน้า (Selfie): 32MP แบตเตอรี่: ความจุทะลุพิกัด 6,000 mAh รองรับระบบชาร์จไวผ่านสาย 45W ซอฟต์แวร์ และความทนทานระดับขั้นสุด Tecno Camon Slim 5G ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังเกิดมาเพื่อความสมบุกสมบัน: ระบบปฏิบัติการ: HiOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 การอัปเดต: การันตีอัปเดต Android เวอร์ชันหลัก 3 รุ่น และแพตช์ความปลอดภัยยาวนาน 5 ปี ความลื่นไหลระยะยาว: ได้รับการรับรองจาก TÜV SÜD ว่าตัวเครื่องจะคงความลื่นไหลต่อเนื่องถึง 60 เดือน มาตรฐานความทนทาน: กันน้ำและฝุ่นระดับสูงสุด (IP66, IP68, IP69 และ IP69K) พร้อมผ่านมาตรฐานความทนทานต่อการตกกระแทกระดับทางการทหาร MIL-STD-810H Tecno นำเสนองานออกแบบฝาหลังที่แตกต่างกันถึง 6 สไตล์ เพื่อสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของผู้ใช้งาน: Neo Mondrian: ฝาหลังเทคโนโลยี Photochromic ที่จะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นลวดลายบล็อกสีเมื่อโดนแสง UV Matte Black: วัสดุไฟเบอร์กลาสสีดำ ดุดัน ตัดกับรายละเอียดสีเขียวสะท้อนแสง (Fluorescent green) Rebel Pink: ตัวเครื่องสีดำดุดัน ผสานกับลวดลายตัดขอบสีชมพูสุดโดดเด่น Van Gogh Blue: ดีไซน์ลวดลายเกรเดียนท์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสวยงามของการหมุนวนของเนบิวลาในอวกาศ Burgundy Red: วัสดุไฟเบอร์กลาสสีแดงเบอร์กันดี ที่ให้สัมผัสด้านและนุ่มนวลคล้ายกำมะหยี่ Gossamer White: ดีไซน์เอฟเฟกต์ภาพลวงตา 3 มิติ (3D Illusion) ที่ดูราวกับปีกของผีเสื้อที่กำลังลอยอยู่ ที่มา : Gsmarena Source: Originally published on MobileOcta. Read the full article at MobileOcta → ### ซื้อมือถือใหม่ทั้งที ไม่เช็ก 4 จุดนี้ก็เสียดายตังค์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-38 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 กระแสเปิดตัว iPhone 18 ทำให้หลายคนเริ่มคิดถึงการอัปเกรดมือถือเครื่องใหม่ — ไม่ว่าจะเป็นรุ่นนั้นหรือรุ่นอื่น สิ่งที่ต้องทำก่อนกดสั่งซื้อคือ "อ่านสเปคให้เป็น" เพราะตัวเลขแ TrueIDFollow usCopyright © True Digital Group Company Limited.All rights reservedUnbox Yourself with TrueIDทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### เปิดตัวเทรลเลอร์สรุปเนื้อหา FF7 Remake trilogy ที่งาน PAX West 2026 - games.gg URL: https://onesiamsoft.com/articles/ff7-remake-trilogy-pax-west-2026-gamesgg Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตัวเทรลเลอร์สรุปเนื้อหา FF7 Remake trilogy ที่งาน PAX West 2026 games.gg สรุปไฮไลต์ของ PlayStation จากงาน State of Play เดือนกันยายน 2569 flashfly.net Square Enix ต้องการให้ Final Fantasy VII กลายเป็นแฟรนไชส์แยกที่พัฒนาได้ต่อเนื่องในระยะยาว AppDisqus Final Fantasy VII ตั้งเป้ เปิดตัวเทรลเลอร์สรุปเนื้อหา FF7 Remake trilogy ที่งาน PAX West 2026  games.ggสรุปไฮไลต์ของ PlayStation จากงาน State of Play เดือนกันยายน 2569  flashfly.netSquare Enix ต้องการให้ Final Fantasy VII กลายเป็นแฟรนไชส์แยกที่พัฒนาได้ต่อเนื่องในระยะยาว  AppDisqusFinal Fantasy VII ตั้งเป้าเป็นแฟรนไชส์เต็มตัวที่จะขยับขยายเรื่องราวต่อเนื่องไปอีก  Thisisgame ThailandFinal Fantasy VII Revelation เผยกำหนดวางจำหน่ายในงาน State of Play เดือนกันยายน 2026  Sortir à Paris Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ORIENT STAR เปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ พร้อมคอลเลกชันใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม URL: https://onesiamsoft.com/articles/orient-star Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09      นาฬิกา ORIENT STAR (โอเรียนท์ สตาร์) จากประเทศญี่ปุ่น นำโดย บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด UKT (UNITED KRUNG THONG TRADING CO., LTD.) ตัวแทนจำหน่ายอย      นาฬิกา ORIENT STAR (โอเรียนท์ สตาร์) จากประเทศญี่ปุ่น นำโดย บริษัท สหกรุงทองเทรดดิ้ง จำกัด UKT (UNITED KRUNG THONG TRADING CO., LTD.) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวเคาน์เตอร์แห่งใหม่ ณ เซ็นทรัล ชิดลม พร้อมแนะนำเรือนเวลาคอลเลกชันใหม่ในวาระครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ กับ ‘M45 F8 MECHANICAL MOON PHASE HAND WINDING’ โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก และเรือนเวลาคู่ Limited Edition ได้แก่ RE-AV0140E Modern Skeleton จาก Contemporary Collection และ RE-ND0024E Classic Semi Skeleton จาก Classic Collection ที่ได้ แรงบันดาลใจจากความงามของแสงออโรรา พร้อมได้รับเกียรติจากสองนักแสดง ท็อปแท็ป-จารุกิต แก้วมูลเรือง และ มิน-ธนากร วิชานุเคราะห์ มาร่วมงาน ณ เคาเตอร์ ORIENT STAR ห้างเซ็นทรัล ชิดลม ชั้น 2     โดยเริ่มต้นด้วยการนำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษ ฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ด้วย M45 F8 Mechanical Moon Phase Hand Winding 75th Anniversary รหัส RE-BW0008B เรือนเวลาที่ถ่ายทอดภาพดวงจันทร์ล่องผ่านหมู่เมฆอย่างเงียบงามในคืนฤดูใบไม้ร่วง ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก พร้อมหมายเลขประจำเรือน ผสานศิลปะแห่งการรังสรรค์หน้าปัดเข้ากับศาสตร์ Mechanical Watchmaking แบบญี่ปุ่น และกลไก Moon Phase แบบ Hand Winding ที่พัฒนาขึ้นใหม่ โดยแรงบันดาลใจของดีไซน์มาจากเมฆที่เคลื่อนผ่านท้องฟ้าโปร่งในคืนฤดูใบไม้ร่วง ทำให้แสงจันทร์ปรากฏและเลือนหายผ่านช่องว่างระหว่างหมู่เมฆ ช่วงเวลาอันแสนสั้นนี้ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าปัดที่เต็มไปด้วยมิติ พื้นผิว และประกายแสงที่เปลี่ยนไปตามมุมมอง      ต่อมาคือนาฬิกา Mechanical Limited Edition สองรุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงดงามลึกลับของห้วงอวกาศและแสงออโรรา รุ่นพิเศษภายใต้ Contemporary Collection กับวาระครบรอบ 75 ปี คือ RE-AV0140E Contemporary Modern Skeleton ขนาด 41 มม. ผลิตจำนวนจำกัด 1,600 เรือนทั่วโลก และนาฬิกาอีกรุ่นที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น สำหรับวาระพิเศษฉลองครบรอบ 75 ปี คือนาฬิกา RE-ND0024E Classic Semi Skeleton Ladies จาก Classic Collection     เรือนเวลาทั้งสองได้รับการออกแบบให้เป็นคู่ที่มีรูปลักษณ์สอดคล้องกัน โดดเด่นด้วยหน้าปัด Blue-Green Gradation ที่เปล่งประกาย ชวนให้นึกถึงแสงออโรราที่เคลื่อนไหวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน Roman Numerals สีขาวช่วยเพิ่มความชัดเจนและกลิ่นอาย Classic ขณะที่ช่อง Open-heart เผยเสน่ห์ของจังหวะกลไกอันเป็นหัวใจของ Orient Star แต่ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านสัดส่วนและรายละเอียดการออกแบบที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบันทึกช่วงเวลาร่วมกันโดยยังคงสไตล์เฉพาะตัว ผลิตในประเทศญี่ปุ่น พร้อมฝาหลังแบบ See-through เผยให้เห็นการทำงานของกลไก และสลักหมายเลข Limited Edition ฉลองครบรอบ 75 ปี     พบกับนาฬิกา ORIENT STAR ได้ที่เคาเตอร์  ชั้น 2 แผนกนาฬิกา ห้างเซ็นทรัลชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน LINE OA: @orientstarth Source: Originally published on https://women.trueid.net. Read the full article at https://women.trueid.net → ### Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 จะได้รับฟีเจอร์ใหม่จาก AI ช่วยสรุปเหตุการณ์ในแต่ละวัน URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-watch-series-12-apple-watch-ultra-4-ai Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple Watch Series 1 Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ตามรายงานล่าสุดของ Mark Gurman จากสำนักข่าว Bloomberg นักข่าวของ Bloomberg กล่าวว่า ฟีเจอร์ใหม่ของ Apple Watch จะใช้ AI ช่วยวิเคราะห์กิจกรรมตลอดทั้งวัน และสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงบทสนทนาต่างๆ ที่ผู้ใช้ได้มีส่วนร่วม โดยเน้นเรื่องความเป็นส่วนตัว ฟีเจอร์ดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแข่งขันกับอุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของคู่แข่ง ซึ่งกำลังได้รับความนิยม และมีจุดเด่นในการบันทึกและเรียกดูข้อมูลกิจกรรมประจำวันของผู้ใช้ อย่างไรก็ตาม ระบบของ Apple แตกต่างจากอุปกรณ์ของคู่แข่ง ตรงที่ไม่มีการแสดงข้อความถอดเสียง ไม่มีการบันทึก หรือ จัดเก็บไฟล์เสียง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ Apple น่าจะนำมาใช้ชูโรง เพื่อตอบโจทย์ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวที่มักเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ AI ที่คอยดักฟังเสียงอยู่ตลอดเวลา คาดว่า ฟีเจอร์นี้ จะได้รับการเปิดตัวพร้อมกับ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 รวมถึงแอปพลิเคชัน Readiness ในอีเวนต์ “Surprise and shine” วันพุธที่ 9 กันยายนนี้ เวลา 10.00 น. ตามเวลาแปซิฟิก ซึ่งตรงกับ เวลา 0:00 น. ของวันที่ 10 กันยายน ในประเทศไทย ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### Huawei Mate XT2 เปิดตัวด้วยดีไซน์แบบพับสามทบรูปตัว G หน้าจอขนาด 10.2 นิ้ว และชิปประมวลผล Kirin 9050 Pro URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-mate-xt2-g-102-kirin-9050-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Huawei Mate XT2 สร้างความก้าวหน้าด้วยกลไกการพับแบบสมมาตร G-folding, จอแสดงผลขนาด 10.2 นิ้ว, โปรเซสเซอร์ Kirin 9050 Pro อันทรงพลัง และมาตรฐานการกันฝุ่นและน้ำระดับสูง IP58/IP59 หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีHuawei Mate XT2 สร้างความก้าวหน้าด้วยกลไกการพับแบบสมมาตร G-folding, จอแสดงผลขนาด 10.2 นิ้ว, โปรเซสเซอร์ Kirin 9050 Pro อันทรงพลัง และมาตรฐานการกันฝุ่นและน้ำระดับสูง IP58/IP59Báo Nghệ An•09/09/2026หัวเว่ยได้เปิดตัว Mate XT2 อย่างเป็นทางการแล้ว สมาร์ทโฟนแบบพับสามทบรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านวิศวกรรมและการออกแบบอุตสาหกรรม แทนที่จะใช้กลไกการพับแบบซิกแซกรูปตัว Z เหมือนรุ่นก่อนหน้า รุ่นใหม่นี้ใช้โครงสร้างการพับรูปตัว G เพื่อกระจายน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ โครงสร้างปีกพับรูปตัว G และการปรับปรุงตามหลักสรีรศาสตร์ จุดเด่นที่สุดของ Huawei Mate XT2 อยู่ที่กลไกการพับแบบรูปตัว G หรือที่เรียกว่าดีไซน์ "พับปีก" ดีไซน์นี้ช่วยให้ส่วนหน้าจอด้านนอกทั้งสองพับเข้าด้านในอย่างราบรื่น คล้ายกับการเปิดและปิดหนังสือ การปรับปรุงทางกลไกนี้ส่งผลดีต่อตัวเครื่องโดยตรง ด้วยการย้ายโมดูลกล้องหลักและจุดศูนย์ถ่วงโดยรวมไปไว้ตรงกลางด้านหลัง ช่วยลดความไม่สมดุลของน้ำหนักขณะใช้งาน เมื่อปิดสนิท Mate XT2 มีความกว้าง 77 มม. และหนา 12.3 มม. เมื่อกางหน้าจอทั้งสามส่วนออก จุดที่บางที่สุดของอุปกรณ์จะอยู่ที่ 3.5 มม. และน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ประมาณ 299 กรัม หัวเว่ยได้เปลี่ยนกลไกการพับของ Mate XT2 แล้ว ภาพ: หัวเว่ย บานพับรุ่นที่สองมีความทนทานและต้านทานต่อแรงภายนอกได้ดี ความทนทานของอุปกรณ์พับได้หลายทบเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับวิศวกรรมวัสดุมาโดยตลอด ใน Mate XT2 หัวเว่ยได้นำระบบบานพับรุ่นที่สองมาใช้ ซึ่งประกอบด้วยชุดรางคู่และกลไกการเชื่อมต่อแบบซิงโครไนซ์ ช่วยให้การเปิดและปิดเป็นไปอย่างราบรื่นในมุมต่างๆ พื้นผิวด้านในของหน้าจอได้รับการปกป้องด้วยกระจก UTG บางเฉียบ ผสานกับโครงสร้างหลายชั้นเพื่อกระจายแรงกระแทก นอกเหนือจากการเสริมความแข็งแรงทางกลแล้ว อุปกรณ์นี้ยังตรงตามมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นระดับ IP58/IP59 ซึ่งช่วยปกป้องวงจรภายในและชิ้นส่วนทางกลจากผลกระทบของสภาพแวดล้อมภายนอกระหว่างการใช้งานประจำวัน เทคโนโลยีจอแสดงผลคู่และระบบป้องกันการแอบมอง เมื่อกางออกจนสุด หน้าจอหลักของ Huawei Mate XT2 มีขนาด 10.2 นิ้ว ความละเอียด 3,184 x 2,232 พิกเซล รองรับอัตราการรีเฟรชสูงสุด 90 Hz ในรุ่นมาตรฐาน ส่วนหน้าจอรองด้านนอกมีขนาด 6.5 นิ้ว และรองรับอัตราการรีเฟรชแบบแปรผันตามการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ 1 Hz ถึง 120 Hz ที่น่าสนใจคือ รุ่นพรีเมียมได้รวมเอาโซลูชันหน้าจอเพื่อความเป็นส่วนตัวไว้ด้วย โดยใช้เทคนิคการแยกพิกเซลมุมแคบและมุมกว้าง เมื่อใช้งานในพื้นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่านหรือพื้นที่สาธารณะ ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 7 จะเปิดใช้งานการแจ้งเตือนด้านความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ และจำกัดมุมมองจากทิศทางโดยรอบเพื่อปกป้องข้อมูลที่แสดง ประสิทธิภาพจากชิป Kirin 9050 Pro และระบบออปติคอล RYYB สมาร์ทโฟน แบบพับสามทบรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Kirin 9050 Pro ริชาร์ด ยู ประธานกลุ่มธุรกิจผู้บริโภคของหัวเว่ย กล่าวว่า นี่คือชิป Kirin ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยพัฒนามา โดยให้ประสิทธิภาพโดยรวมเพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับ Mate XT รุ่นก่อนหน้า ความสามารถด้านการถ่ายภาพของ Mate XT2 นั้นขึ้นอยู่กับเซ็นเซอร์หลัก 50MP พร้อมอาร์เรย์ฟิลเตอร์ RYYB ขนาด 1/1.28 นิ้ว และรูรับแสงทางกายภาพที่สามารถปรับได้ยืดหยุ่นตั้งแต่ f/1.49 ถึง f/4.0 นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์อัลตร้าไวด์ 40MP และเลนส์เทเลโฟโต้แบบปริซึม 50MP เพื่อตอบสนองความต้องการในการถ่ายภาพระยะไกลแบบออปติคอล พารามิเตอร์ หัวเว่ย มาเต้ เอ็กซ์ที2 ขนาดเมื่อปิดสนิท กว้าง 77 มม. หนา 12.3 มม. บางลงเมื่อขยายออก 3.5 มม. (จุดที่บางที่สุด) น้ำหนัก ประมาณ 299 กรัม หน้าจอหลัก 10.2 นิ้ว, 3,184 x 2,232 พิกเซล จอแสดงผลภายนอก 6.5 นิ้ว, LTPO 1-120 เฮิรตซ์ ไมโครโปรเซสเซอร์ คิริน 9050 โปร กล้องหลัก 50 MP, RYYB, รูรับแสงทางกายภาพ f/1.49 - f/4.0 มาตรฐานการต้านทานฝุ่น/น้ำ IP58/IP59 ในตลาด จีน โทรศัพท์ Huawei Mate XT2 มีราคาเริ่มต้นที่ 19,999 หยวน (ประมาณ 2,800 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรุ่นมาตรฐาน และสูงสุดที่ 24,999 หยวน (ประมาณ 3,700 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรุ่นท็อปสุด โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 12 กันยายนเป็นต้นไป ที่มา: https://baonghean.vn/huawei-mate-xt2-ra-mat-with-thiet-ke-gap-ba-chu-g-man-hinh-102-inch-cung-kirin-9050-pro-10350926.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี OSRS: Mod Jed ถูกตัดสินจำคุกคดีขโมย $400K URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-osrs-mod-jed-dollar400k Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อดีตทีมงาน Jagex อย่าง Mod Jed ถูกตัดสินจำคุกคดีขโมยทรัพย์สินในเกม Old School RuneScape มูลค่า $400K ปิดฉากมหากาพย์การทุจริตที่ยืดเยื้อมานาน 8 ปี แปดปีเป็นเวลานานเกินไปสำหรับการแบกรับความผิดที่ก่อขึ้นภายในโลกของวิดีโอเกม สำหรับ Andrew Lakeman หรือที่ชุมชน Old School RuneScape รู้จักกันดีในนาม Mod Jed น้ำหนักของความผิดนั้นได้ตกลงมาสู่เขาอย่างจังในศาลของสหราชอาณาจักร ด้วยโทษจำคุก 3 ปี (รอลงอาญา 2 ปี) ซึ่งถือเป็นการปิดฉากคดีการขโมยทรัพย์สินโดยคนในที่ยืดเยื้อที่สุดคดีหนึ่งในวงการเกมจากนักพัฒนาคอนเทนต์สู่การเปลี่ยนเครื่องมือ Dev ให้เป็นตู้ ATM ส่วนตัวLakeman เข้าร่วมงานกับ Jagex ในตำแหน่งนักพัฒนาคอนเทนต์สำหรับ Old School RuneScape ในปี 2015 งานนี้ทำให้เขาสามารถเข้าถึงเครื่องมือหลังบ้าน (backend tools) ประเภทที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่มีวันได้เห็น และเขาก็นำมันไปใช้ในทางที่เลวร้ายที่สุด ด้วยการเข้าถึงข้อมูลประจำตัวของพนักงาน Jagex คนอื่น Lakeman ได้บงการระบบดูแลบัญชีและการกู้คืนบัญชีของ OSRS เพื่อดึงเอาเงิน Gold และไอเทมออกมาจากคลังของผู้เล่นโดยตรง ก่อนจะนำไปขายออนไลน์เพื่อแลกกับเงินจริงประเด็นคือ เรื่องนี้ไม่ใช่การจู่โจมแบบฉาบฉวย แต่มันดำเนินมานานพอที่ในตอนแรก Jagex ไม่สามารถระบุได้ว่าไอเทมที่หายไปนั้นเกิดจากบั๊ก (bug) หรือมีคนในกำลังแอบขโมยไอเทมจากบัญชีผู้เล่นอย่างเป็นระบบ ในที่สุดบริษัทก็สรุปได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นในปี 2018 และการตอบโต้ก็เป็นไปอย่างแยบยล Jagex ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของ OSRS อย่างเงียบๆ โดยไม่ให้ทีมพัฒนาส่วนใหญ่รู้ตัว Lakeman เดินเข้ากับดักเต็มๆ จนถูกจับได้และถูกไล่ออก ก่อนที่ตำรวจจะเข้าจับกุมเขาในปี 2019มูลค่าความเสียหายรวมที่เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่าเกิดจากฝีมือของ Lakeman นั้นสูงเกินกว่า $400,000มหากาพย์ทางกฎหมายที่มีจุดหักมุมยิ่งกว่าเควสต์ในเกมสิ่งที่ตามมาหลังจากการจับกุม Lakeman คือกระบวนการทางกฎหมายที่ลากยาวนานหลายปีและมีจุดหักมุมที่น่าประหลาดใจ ในปี 2022 เขาได้รับชัยชนะเล็กน้อยในเชิงขั้นตอนจากการยื่นฟ้องกลับ Jagex ในข้อหาเลิกจ้างไม่เป็นธรรม แม้ว่าเงินชดเชยจะถูกลดทอนลงอย่างมากและคำขอให้เขากลับเข้าทำงานในบริษัทจะถูกปฏิเสธทันทีก็ตามความคืบหน้าทางกฎหมายที่สำคัญกว่าเกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้ เมื่อ Lord Justice Popplewell ตัดสินว่า Lakeman สามารถถูกฟ้องร้องในข้อหาขโมยทรัพย์สินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงิน Gold ใน RuneScape คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อคำถามในวงกว้างว่าศาลจะปฏิบัติต่อทรัพย์สินเสมือนจริงอย่างไร และเป็นการปูทางไปสู่การตัดสินโทษที่เพิ่งเกิดขึ้นสำคัญคำตัดสินของผู้พิพากษาที่ระบุว่าทรัพย์สินเสมือนจริงอย่างเงิน Gold ใน RuneScape ถือเป็นทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้กฎหมายลักทรัพย์นั้น ส่งผลกระทบที่กว้างไกลกว่าแค่คดีนี้ มันเป็นสัญญาณว่าศาลเริ่มมีความพร้อมที่จะมองว่าเศรษฐกิจภายในเกมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในทางกฎหมายDetective Constable Andrew McKeane จากตำรวจ Cambridge กล่าวไว้อย่างชัดเจนในแถลงการณ์ต่อสาธารณะว่า: "เพียงเพราะมันเป็นโลกเสมือนจริง ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่ต้องเผชิญกับบทลงโทษตามกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเติบโตอย่างรวดเร็วของโลกออนไลน์และโลกเสมือน ระบบยุติธรรมจะต้องก้าวให้ทันและปรับตัวให้เข้ากับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านี้"สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับเกมเมอร์และอุตสาหกรรมเกมคดีของ Mod Jed อาจดูไม่ปกติ แต่ช่องโหว่ที่ถูกเปิดเผยออกมานั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เกม Live-service ทุกเกมที่มีระบบเศรษฐกิจเงินจริงผูกติดกับสกุลเงินในเกมล้วนเผชิญกับความเสี่ยงเดียวกัน นั่นคือการที่นักพัฒนาที่มีสิทธิ์เข้าถึงระดับสูง (elevated access) มีเจตนาไม่ดี สิ่งที่ Lakeman ทำนั้นเป็นไปได้เพราะการเข้าถึงข้อมูลของคนในในการพัฒนาเกมมีความกว้างขวางตามความจำเป็น และการตรวจสอบมักจะตามไม่ทันโอกาสที่เกิดขึ้นการตอบโต้ของ Jagex ที่ใช้วิธีแพตช์ความปลอดภัยอย่างเงียบๆ และวางกับดักแทนที่จะแจ้งเตือนทั้งทีมถือเป็นวิธีที่ฉลาดและได้ผล แต่ระยะเวลา 8 ปีที่ใช้ในการตัดสินคดีแสดงให้เห็นว่าระบบกฎหมายเคลื่อนที่ช้าเพียงใดเมื่อเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินเสมือนจริง แม้ว่าข้อเท็จจริงจะค่อนข้างชัดเจนก็ตามสำหรับชุมชน OSRS โดยเฉพาะ นี่คือการปิดฉากบทหนึ่งที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ผู้เล่นหลายคนในปัจจุบันยังเรียนหนังสืออยู่ ตัวเกมเองได้ก้าวไปไกลมากแล้ว ปัจจุบัน OSRS มีจำนวนผู้เล่น (subscriber count) มากกว่า RuneScape ต้นฉบับ และ Jagex เพิ่งจัดอีเวนต์สดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาอย่างการแข่งขันอีสปอร์ต Deadman All Stars ที่ชิคาโกเมื่อต้นปีนี้มหากาพย์ Mod Jed จบลงแล้ว แต่ตัวเกมยังคงดำเนินต่อไป หากคุณต้องการติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นใน Gielinor สามารถดูได้ที่ คู่มือกลยุทธ์ Old School RuneScape และ คู่มือเกม อื่นๆ ของเรา Source: Originally published on GAMES.GG. Read the full article at GAMES.GG → ### GTA 6 ปรับระบบ NPC ตอบสนองต่ออาวุธใหม่ ยกระดับความสมจริง URL: https://onesiamsoft.com/articles/gta-6-npc Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เจาะลึกระบบ NPC ใน GTA 6 ที่พัฒนาการตอบสนองต่ออาวุธให้สมจริงยิ่งขึ้น เหนือกว่ามาตรฐานเดิมของ GTA 5 โดยทีมพัฒนา Rockstar ลืมการเดินเล่นชิลล์ๆ ใน Vice City พร้อมแบก Rocket Launcher ไว้บนบ่าไปได้เลย Grand Theft Auto 6 กำลังจะเปลี่ยนกฎการพกพาอาวุธใหม่ และ Rob Nelson บอสร่วมของ Rockstar North ได้อธิบายเหตุผลชัดเจนว่าทำไมระบบเดิมถึงต้องถูกโละทิ้งสรุปสั้นๆ คือ โลกที่ Rockstar สร้างขึ้นสำหรับ GTA 6 นั้นสมจริงเกินกว่าจะปล่อยให้ผู้เล่นเดินถืออาวุธสงครามไปมาได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ Nelson อธิบายตรงๆ ว่าใน GTA 5 คุณสามารถชัก Shotgun ออกมาต่อหน้า NPC ได้โดยที่พวกเขาไม่ตอบสนองอะไรเลย ซึ่งเขามองว่า “เราไม่คิดว่ามันจะเวิร์กอีกต่อไปแล้วในความละเอียดระดับนี้ ด้วยความซับซ้อนของพฤติกรรม (behavioral sophistication) ที่เราต้องการจากประชากรในเกมตอนนี้”ระบบการพกพาอาวุธทำงานอย่างไรระบบใหม่นี้มีโครงสร้างที่ชัดเจน ผู้เล่นสามารถพกปืนพก (Handgun) แบบซ่อนได้ 2 กระบอกตลอดเวลาโดยไม่ทำให้ NPC รอบข้างแตกตื่น แต่ทันทีที่คุณหยิบปืนยาว (Long gun) ออกมา มันจะปรากฏให้เห็นบนตัวละครของคุณอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะสะพายไว้ที่หลังหรือถืออยู่ในมือ ซึ่งความชัดเจนนี้แหละที่มีผลการสะพายปืนยาวไว้ที่หลังส่วนใหญ่จะไม่มีปัญหา NPC จะรับรู้ว่าคุณมีอาวุธแต่จะไม่ตื่นตระหนก แต่ถ้าคุณถืออาวุธชิ้นเดิมไว้ในมือ ผู้คนจะเริ่มเดินหนีคุณ และตำรวจอาจเข้ามาแทรกแซงได้หากคุณเดินถือปืนไรเฟิลไปมาในที่สาธารณะ ประเด็นสำคัญคือปฏิกิริยาของ NPC จะแปรผันตามความคุกคามที่คุณแสดงออก ไม่ใช่แค่ว่าคุณมีอาวุธหรือไม่คุณสามารถพกปืนยาวได้พร้อมกัน 2 กระบอก แต่มีข้อแม้คือ กระบอกหนึ่งต้องสะพายไว้ที่หลังและอีกกระบอกต้องถือไว้ในมือ คุณไม่สามารถซ่อนทั้งสองกระบอกให้พ้นสายตาได้ การมีอาวุธชิ้นที่สองปรากฏให้เห็นจะเป็นสัญญาณเตือนให้โลกในเกมรับรู้ว่าตัวละครหลักอย่าง Lucia และ Jason กำลังมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลข้อควรทราบปืนพกที่ซ่อนอยู่จะไม่ทำให้ NPC มีปฏิกิริยาตอบโต้ แต่ปืนยาวที่ถืออยู่ในมือจะทำให้คนเดินถนนเดินหนีและอาจดึงดูดความสนใจจากตำรวจได้แม้จะยังไม่มีดาว Wanted ก็ตามความแตกต่างเมื่อเทียบกับ GTA 5GTA 5 ใช้ระบบ "สัญญาประชาคม" กับผู้เล่น คือโลกในเกมจะเมินเฉยต่อคลังแสงของคุณตราบใดที่คุณยังไม่เริ่มยิง คุณสามารถวิ่งถือ Minigun ผ่านชายหาดที่มีคนพลุกพล่านได้โดยไม่มีใครสนใจ ซึ่งมันก็ใช้งานได้ดีในตอนที่ NPC ยังเป็นระบบง่ายๆ ที่มีรูทีนพื้นฐานแต่ NPC ใน GTA 6 นั้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ประชากรที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตในเกมนี้มีแอนิเมชันมากกว่า 600,000 รูปแบบ เมื่อเทียบกับประมาณ 55,000 รูปแบบใน GTA 5 พวกเขาถูกออกแบบมาให้รู้สึกเหมือนคนจริงๆ ที่ใช้ชีวิตประจำวัน ดังนั้นการที่พวกเขาเมินเฉยต่อคนที่เดินถือปืน Assault Rifle เข้าไปในร้านสะดวกซื้อจะทำลายความสมจริงนั้นทันที คำพูดของ Nelson เรื่อง "ความซับซ้อนของพฤติกรรม" จึงไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นข้อจำกัดด้านการออกแบบจริงๆฟุตเทจ Extended Look ที่ฉายบน Netflix ทำให้เห็นภาพนี้ชัดเจน คนเดินถนนสังเกตเห็น Lucia และ Jason ทันทีที่ชักอาวุธออกมา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ปฏิกิริยาตอบโต้เหล่านี้ถูกฝังอยู่ในพื้นฐานของโลกเกม ไม่ใช่แค่ถูกกระตุ้นด้วยดาว Wanted เท่านั้นการเปลี่ยนแปลงในด้านพลังของผู้เล่นการปรับเปลี่ยนเรื่องการมองเห็นอาวุธนี้สอดคล้องกับปรัชญาการออกแบบที่ Rockstar ส่งสัญญาณมาตลอดสำหรับ GTA 6 ผู้เล่นจะไม่ใช่ "แตะต้องไม่ได้" เหมือนภาคก่อนๆ โลกในเกมจะโต้ตอบกลับ NPC ถูกอธิบายว่า "มีความสามารถในการใช้ความรุนแรงมากขึ้น" กว่าภาคที่ผ่านมา และระบบโปรไฟล์อาชญากรจะคอยติดตามความรุนแรงของการกระทำของคุณตลอดเวลาสำหรับผู้เล่นที่ต้องการดู รายชื่ออาวุธใน GTA 6 และวางแผน Loadout ก่อนเกมวางจำหน่าย กฎเรื่องการซ่อนอาวุธจะมีความสำคัญมากกว่าที่เคย การเลือกว่าจะพกอะไรให้เห็นชัดเจนตอนนี้กลายเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่เรื่องของช่องเก็บของ (Inventory) อีกต่อไปในขณะที่ GTA 6 กำลังเข้าใกล้ช่วงวางจำหน่าย ภาพรวมของระบบเหล่านี้ยังคงค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดย คลังบทความแนะนำ GTA 6 จะคอยอัปเดตทุกกลไกใหม่ที่ Rockstar เปิดเผยออกมาจนกว่าเกมจะวางจำหน่าย Source: Originally published on GAMES.GG. Read the full article at GAMES.GG → ### หลุดรายชื่อโลกใน Kingdom Hearts 4 ผ่าน Steam Achievements - games.gg URL: https://onesiamsoft.com/articles/kingdom-hearts-4-steam-achievements-gamesgg Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หลุดรายชื่อโลกใน Kingdom Hearts 4 ผ่าน Steam Achievements games.gg หลุดรายชื่อโลกใน Kingdom Hearts 4 ผ่าน Steam Achievements  games.gg Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### "Monster Hunter Wilds" เคาะวันออกล่าบน Switch 2 มัดรวมครบทุกอัปเดต URL: https://onesiamsoft.com/articles/monster-hunter-wilds-switch-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ใกล้ได้ฤกษ์เวลาที่กลุ่มนักล่าหน้าใหม่จากเครื่องคอนโซลสายชิล จะได้สัมผัสกับความอภิมหาโหดของโคตรมอนสเตอร์อย่าง โอเมก้า กันสักที! หน้าหลัก เกม ข่าวเกมคอนโซล Console  "Monster Hunter Wilds" เคาะวันออกล่าบน Switch 2 มัดรวมครบทุกอัปเดต เผยแพร่: 9 ก.ย. 2569 22:39   ปรับปรุง: 9 ก.ย. 2569 22:39   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ ใกล้ได้ฤกษ์เวลาที่กลุ่มนักล่าหน้าใหม่จากเครื่องคอนโซลสายชิล จะได้สัมผัสกับความอภิมหาโหดของโคตรมอนสเตอร์อย่าง โอเมก้า กันสักที!Capcom ออกมาประกาศเตรียมวางจำหน่ายเกม Monster Hunter Wilds เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 ในวันที่ 4 ธันวาคมปี 2026 โดยจะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้ากันในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ เรียกว่าทิ้งช่วงระยะเวลาห่างจากวันเปิดตัวครั้งแรกบนแพลตฟอร์ม PlayStation 5, Xbox Series และ Steam ร่วมๆเกือบสองปีเลยทีเดียวMonster Hunter Wilds จะพาผู้เล่นออกเดินทางสู่ดินแดนต้องห้ามและเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดสุดระทึกมากมายที่รอคอยเหล่านักล่าอยู่ โดยตัวเกมในเวอร์ชันสวิตช์ 2 นั้นจะมาพร้อมกับฟีเจอร์ Wireless Local Play เล่นร่วมกันแบบไร้สายในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง รองรับการเล่นข้ามแพลตฟอร์ม Cross-play และบรรจุมัดรวมครบทุกเนื้อหา Free Title Updates ที่เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ทั้งหมดการมาของเวอร์ชันสวิตช์ 2 น่าจะช่วยให้ชุมชนเกมล่าแย้ดูคึกคักยิ่งขึ้นจากกลุ่มผู้เล่นหน้าใหม่ที่เข้ามาเติมสีสัน และนี่นับเป็นโอกาสดีที่เหล่าแฟนๆนินเทนโดจะได้มีเวลาฟาร์มของตระเตรียมตัวเพื่อรับมือกับมอนสเตอร์ระดับ Master Rank ในภาคเสริม Monster Hunter Wilds: Ascendance ที่มีกำหนดแผนลงพร้อมกันแบบครบทุกเครื่องในปี 2027ข้อมูลและภาพประกอบจากgematsu*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ* --> Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### vivo X500 Pro Max เปิดตัวแล้วด้วยดีไซน์ที่คล้ายกับกล้องระดับมืออาชีพและเซ็นเซอร์ BluePrint 900 URL: https://onesiamsoft.com/articles/vivo-x500-pro-max-blueprint-900 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 โทรศัพท์รุ่น vivo X500 Pro Max โดดเด่นด้วยอุปกรณ์เสริมที่จับแบบถอดได้ เลนส์เทเลโฟโต้ และเซ็นเซอร์ BluePrint 900 ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K 120fps พร้อมความแม่นยำของสีแบบ Log หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโทรศัพท์รุ่น vivo X500 Pro Max โดดเด่นด้วยอุปกรณ์เสริมที่จับแบบถอดได้ เลนส์เทเลโฟโต้ และเซ็นเซอร์ BluePrint 900 ที่รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K 120fps พร้อมความแม่นยำของสีแบบ LogBáo Nghệ An•09/09/2026ก่อนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 กันยายน ภาพและข้อมูลจำเพาะแรกของสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ vivo X500 Pro Max ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้ว จุดเด่นสำคัญของอุปกรณ์นี้อยู่ที่ดีไซน์ที่เลียนแบบกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพ ผสานกับเซ็นเซอร์และเทคโนโลยีการประมวลผลภาพรุ่นใหม่ล่าสุด ภาพถ่าย Vivo X500 Pro Max รูปแบบการออกแบบเลียนแบบกล้องถ่ายรูปเชิงกล vivo X500 Pro Max โดดเด่นด้วยแผงด้านหลังที่สวยงาม โดยมีโมดูลกล้องทรงกลมขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่ของครึ่งบนของตัวเครื่อง เพื่อความสวยงามและลดความหนา ขอบรอบโมดูลจึงถูกออกแบบให้ลาดเอียงเล็กน้อย ทำให้เกิดการเชื่อมต่อที่ราบรื่นกับพื้นผิวด้านหลัง ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสี ได้แก่ สีดำและสีส้ม ที่น่าสนใจคือ ระบบฮาร์ดแวร์ของกล้องมีดีไซน์แบบโมดูลาร์ โดยมีอุปกรณ์เสริมที่ถอดเปลี่ยนได้หลากหลายชนิด ผู้ใช้สามารถเพิ่มด้ามจับเฉพาะและเลนส์เทเลโฟโต้เสริมได้ การผสมผสานนี้ช่วยให้จับถนัดมือมากขึ้น เพิ่มความเสถียรขณะถ่ายภาพ และรองรับความสามารถในการซูมระยะไกลสำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ สมาร์ทโฟนซีรีส์ vivo X500 จะมอบประสบการณ์การใช้งานที่ยอดเยี่ยม ระบบออปติคอลและเซ็นเซอร์ BluePrint 900 ในด้านฮาร์ดแวร์การถ่ายภาพ vivo X500 Pro Max เป็นอุปกรณ์พกพาเครื่องแรก ของโลก ที่ผสานรวมเซ็นเซอร์ BluePrint 900 ระบบนี้ได้รับการสนับสนุนโดยระบบป้องกันภาพสั่นไหวตามมาตรฐาน CIPA 7.0 ซึ่งใช้กับทั้งกล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้แบบปริซึม ผสานกับอัลกอริธึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างรายละเอียดของภาพในสภาพแสงที่ซับซ้อนต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ ความสามารถในการบันทึก วิดีโอ ของกล้องได้รับการออกแบบให้ตรงตามมาตรฐานภาพยนตร์ ด้วยช่วงไดนามิกกว้างถึง 17 สต็อป และการเข้ารหัส 10 บิต 4:2:2 ในพื้นที่สี ACES ฮาร์ดแวร์รองรับการบันทึกวิดีโอ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีในรูปแบบ Log และรองรับการส่งออกและสตรีมมิ่งวิดีโอ 8K ข้อกำหนด รายละเอียดเกี่ยวกับ vivo X500 Pro Max เซ็นเซอร์หลัก บลูพรินต์ 900 รุ่นใหม่ล่าสุด ป้องกันการสั่นสะเทือน มาตรฐาน CIPA 7.0 (กล้องหลักและกล้องเทเลโฟโต้แบบปริซึม) ช่วงไดนามิก 17 จุดจอด การเข้ารหัสวิดีโอ มาตรฐานสี 10 บิต 4:2:2 ACES รูปแบบการบันทึกวิดีโอ บันทึกวิดีโอ 4K 120fps ในรูปแบบ Log และรองรับวิดีโอ 8K อุปกรณ์เสริมส่วนขยาย กริปกล้องระดับมืออาชีพ เลนส์เทเลโฟโต้แบบถอดได้ ความแตกต่างระหว่างรุ่นต่างๆ ภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน นอกจากรุ่น Pro Max ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดแล้ว ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ยังมีอีกสองรุ่นที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกัน รุ่น X500 Pro ยังคงใช้แนวคิดการออกแบบกลุ่มกล้องตรงกลาง แต่มีขนาดโดยรวมที่เล็กกว่า ทำให้สะดวกต่อการใช้งานด้วยมือเดียวมากขึ้น สมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมซีรีส์ vivo X500 เป็นสมาร์ทโฟนที่หลายคนตั้งตารอคอย ในขณะเดียวกัน vivo X500 รุ่นมาตรฐานมีโมดูลกล้องที่วางเยื้องไปทางมุมบนซ้ายของแผงด้านหลัง ทำให้มีองค์ประกอบการออกแบบที่แตกต่างจากรุ่นระดับสูงกว่าสองรุ่นในซีรีส์เดียวกัน ที่มา: https://baonghean.vn/vivo-x500-pro-max-lo-dien-thiet-design-dang-may-anh-chuyen-nghiep-cung-cam-bien-blueprint-900-10350968.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Nintendo Switch 2 รุ่นฉลอง 40 ปี The Legend of Zelda แปลงโฉมคอนโซลด้วยลวดลาย Triforce สีทอง URL: https://onesiamsoft.com/articles/nintendo-switch-2-40-the-legend-of-zelda-triforce Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Joy-Con 2 สีเขียว-ทองและด็อกประทับสัญลักษณ์ Triforce นำทัพเซ็ตที่มาพร้อม Pro Controller และกระเป๋าพกพาเข้าชุด Nintendo เตรียมปล่อย Switch 2 รุ่นพิเศษ “Legend of Zelda 40th Anniversary Edition” แต่งเต็มด้วยดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ ตั้งแต่ตัวเครื่อง แท่นวาง ไปจนถึงคอนโทรลเลอร์ แท่นวางสีดำ‑ทองมาพร้อมสัญลักษณ์ Triforce สีทองเด่นบนด้านหน้า ส่วน Joy-Con 2 ที่ให้มาคู่กันจะมาในโทนเขียว‑ทองสุดไอคอนิก ยังมี Pro Controller และกระเป๋าพกพาลายเข้าชุดกันที่ดีไซน์ด้วย Triforce เช่นกัน วางจำหน่ายในวันเดียวกัน Nintendo Switch 2 – The Legend of Zelda – 40th Anniversary Edition ยกเครื่องลุคคอนโซลของ Nintendo ให้เป็นธีม Zelda แบบเต็มรูปแบบ ด้วยดีไซน์จากซีรีส์ที่ปรากฏบนตัวเครื่อง ด็อก และ Joy-Con 2 รุ่นพิเศษนี้สร้างขึ้นเพื่อฉลอง 4 ทศวรรษของแฟรนไชส์ โดยคงฮาร์ดแวร์มาตรฐานของ Switch 2 ไว้ครบถ้วน แต่ปรับโฉมเกือบทุกพื้นผิวที่มองเห็นได้ด้วยแรงบันดาลใจจาก Triforce ตัวเครื่องมาในโทนดำและทอง ด้านหน้าประดับสัญลักษณ์ Triforce สีทอง ล้อมรอบด้วยลวดลายที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์เกม Legend of Zelda ธีมนี้ยังต่อเนื่องไปทั่วฮาร์ดแวร์ ทั้งตัวเครื่องและด็อกด้านหลังตกแต่งด้วยแพตเทิร์นและสัญลักษณ์จากซีรีส์ จึงเป็นการคารวะเกมชุดนี้ผ่านดีไซน์รอบตัวเครื่อง ไม่ใช่เพียงการวางโลโก้ไว้จุดเดียว Joy-Con 2 ที่ให้มาเป็นคู่มาในสีเขียวและทองอันเป็นโทนคลาสสิกที่ผูกโยงกับซีรีส์นี้มายาวนาน พร้อมรายละเอียดตกแต่งในธีมเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของฮาร์ดแวร์ มีข้อควรรู้สำหรับผู้ซื้อคือ ตัวเครื่องไม่ได้แถมเกมมาให้ จึงเป็นรุ่นพื้นฐานที่เพิ่มงานตกแต่งสำหรับนักสะสม ไม่ใช่ชุดบันเดิล ภายใต้ดีไซน์ธีมพิเศษ นี่ยังคงเป็น Switch 2 มาตรฐาน เกมต่าง ๆ แสดงผลบนหน้าจอ 1080p ขนาด 7.9 นิ้วที่สีสันสดใส ซึ่งเผยศักยภาพการประมวลผลและกราฟิกของเครื่องได้เต็มที่ และเมื่อเชื่อมต่อกับทีวีที่รองรับผ่านด็อกที่ให้มา เกมที่รองรับสามารถเล่นได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K นอกจากเกมเอ็กซ์คลูซีฟของเครื่องแล้ว ยังเล่นเกมที่รองรับจากคลังเกม Nintendo Switch เดิมได้ด้วย ดังนั้นรุ่นฉลองครบรอบนี้จึงโดดเด่นที่รูปลักษณ์ โดยไม่ลดทอนความสามารถหลักของคอนโซลแต่อย่างใด ส่วนไอเท็มที่ออกมาพร้อมกันยังมี Pro Controller ดีไซน์เข้าชุด ซึ่งมีทั้งแบบพร้อมและไม่มีแท่นวางโชว์ รวมถึงกระเป๋าพกพาพร้อมแผ่นป้องกันหน้าจอ ทุกชิ้นใช้ลวดลาย Triforce เดียวกัน Nintendo Switch 2 – The Legend of Zelda – 40th Anniversary Edition วางจำหน่ายวันที่ 29 ตุลาคม ผ่าน Nintendo พร้อม Pro Controller ธีม Triforce และกระเป๋าพกพาที่ออกวางจำหน่ายในวันเดียวกัน Source: Originally published on Hypebeast. Read the full article at Hypebeast → ### หุ้น Apple เอาไม่อยู่! ร่วงตามวอลล์สตรีท แม้เตรียมเปิดตัว iPhone URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-6 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาหุ้นของ Apple Inc ร่วงลงในวันนี้ สอดคล้องกับการดิ่งลงอย่างหนักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท แม้บริษัทเตรียมจัดอีเวนท์ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในคืนนี้ ณ เวลา 21.19 น.ตามเวลาไทย ราคาหุ้น Apple ร่วงลง 0.47% สู่ระดับ 314.74 ราคาหุ้นของ Apple Inc ร่วงลงในวันนี้ สอดคล้องกับการดิ่งลงอย่างหนักของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท แม้บริษัทเตรียมจัดอีเวนท์ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในคืนนี้ ณ เวลา 21.19 น.ตามเวลาไทย ราคาหุ้น Apple ร่วงลง 0.47% สู่ระดับ 314.74 ดอลลาร์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 300 จุดในวันนี้ หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บริษัท Apple Inc เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ในวันพุธที่ 9 กันยายนที่ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ธีม Surprise and Shine โดยงานดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 00.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนตามเวลาไทย งานดังกล่าวถือเป็นการเปิดตัว จอห์น เทอร์นัส ซึ่งเข้ามาแทนที่ ทิม คุก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีการคาดการณ์ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่นในงานดังกล่าว ได้แก่:- iPhone 18 Pro หน้าจอ 6.3 คาดราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์ iPhone 18 Pro Max หน้าจอ 6.9 คาดราคาเริ่มต้น 1,399 ดอลลาร์ iPhone 18 รุ่นพับได้ ซึ่งเดิมมีการคาดว่าอาจใช้ชื่อว่า iPhone Ultra แต่ล่าสุด มาร์ก กูร์แมน จากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า Apple จะใช้ชื่อว่า iPhone Duo และจะวางจำหน่ายในเดือนตุลาคม iPhone Duo ขณะที่ยังพับอยู่จะมีหน้าจอ 5.5 แต่เมื่อกางออกจะมีหน้าจอกว้างถึง 7.8 มีการคาดการณ์ว่า ราคา iPhone Duo รุ่นท็อปสุด ซึ่งมีขนาดความจุ 1TB จะมีราคาสูงถึง $3,000 หรือราว 98,500 บาท แม้ว่าจะมีราคาสูง แต่ iPhone Duo ก็จะขายดีจนแทบหมดจากชั้นวาง เนื่องจาก Apple มีความสามารถในการสร้างความรู้สึกถึงความพิเศษ ความหรูหรา และความหายาก นาบิลา โพพอล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ โพพอลคาดว่า iPhone Duo จะสร้างรายได้ให้ Apple มากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า คาดว่าประเทศไทยยังคงติดกลุ่มประเทศ Tier 1 ในปีนี้ MacRumors และ 9to5Mac รายงานว่า Apple อาจเลื่อนวัน Preorder สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จากวันศุกร์ที่ 11 กันยายน เป็นวันเสาร์ที่ 12 กันยายน เนื่องจากวันที่ 11 กันยายนปีนี้ ตรงกับวันครบรอบ 25 ปีของเหตุการณ์ 9/11 นอกจากนี้ เวลา Preorder อาจเปลี่ยนจาก 05.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ เป็น 00.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งจะตรงกับเวลา 14.00 น.ของวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ตามเวลาไทย ส่วนการวางจำหน่ายคาดว่าจะเป็นวันศุกร์ที่ 18 กันยายน หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone แบบพับได้รุ่นแรกในปี 2026 คาดว่าบริษัทจะเปิดตัว iPhone แบบพับได้รุ่นที่ 2 ในปี 2027 ซึ่งจะตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของการเปิดตัว iPhone รุ่นแรกของ Apple iPhone ใหม่ทั้ง 3 รุ่นที่จะเปิดตัวในวันที่ 9 กันยายนจะใช้ชิป A20 Pro รุ่นล่าสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเร็วและการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ คาดว่า Apple จะเปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะเดียวกัน ยังมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเปิดตัวอุปกรณ์สมาร์ตโฮมรุ่นใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงอุปกรณ์ควบคุมบ้านอัจฉริยะ, Apple TV 4K รุ่นใหม่ และ HomePod mini รุ่นอัปเดท นอกจากฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่แล้ว คาดว่า Apple จะแจ้งกำหนดการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ได้แก่ IOS 27, iPadOS 27, macOS Golden Gate และการอัปเดทซอฟต์แวร์อื่น ๆ โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลงทะเบียนเดือนตุลาคมนี้ ช่วยครัวเรือนละ 5 หมื่น เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-1-1-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 “เอกนิติ” แจ้งข่าวดี! ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลงทะเบียนเดือนตุลาคมนี้ ช่วยครัวเรือนละ 5 หมื่น เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า… “เอกนิติ” แจ้งข่าวดี! ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ลงทะเบียนเดือนตุลาคมนี้ ช่วยครัวเรือนละ 5 หมื่น เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ เตรียมธนาคารรัฐหนุนเงินกู้  เล็งขยายสิทธิจาก 1 ล้านเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน วันนี้ ( 9 ก.ย. 69) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐเตรียมสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป(Solar Rooftop) ในภาคประชาชน เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนจากวิกฤตราคาพลังงานที่แพงขึ้น และลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานเมื่อมีเหตุสงครามความขัดแย้ง อาทิ สงครามตะวันออกกลาง เบื้องต้นรัฐบาลจะสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ซึ่งสามารถติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาบ้านและบนพื้นดิน ตั้งเป้าหมายคลอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน และขณะนี้ทางกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่จะขยายให้ครอบคลุมถึง 1.5 ล้านครัวเรือน “เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท จะเป็นเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังน้อยกว่างบประมาณที่ใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมาที่ใช้ไปถึง 6 หมื่นล้านบาท” นายเอกนิติ  ระบุ หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การเปลี่ยนประชาชนจาก “ผู้บริโภค” ให้กลายเป็น “ผู้ผลิตไฟฟ้า” และสามารถขายไฟคืนให้รัฐได้ โดยภายในศุกร์นี้ (11 ก.ย. 69) กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียดเพื่อขอใช้เงิน ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานมายังกระทรวงการคลัง หรือช้าสุดไม่เกินสัปดาห์หน้า ทั้งนี้คาดว่าโครงการจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ และตั้งเป้าให้โครงการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570 ทั้งนี้ประชาชนที่ไม่มีเงินก้อนไม่ต้องกังวล เพราะเราดึงสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งธนาคารออมสิน, ธอส. และ ธ.ก.ส. เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน จากนั้นการไฟฟ้าฯ จะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองเลย Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### UK เรียกตัวหัวหน้าผู้คุมการบินเข้าพบ หลังระบบขัดข้องครั้งใหญ่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/uk Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเรียกตัวซีอีโอบริษัทที่ดูแลระบบควบคุมการจราจรทางอากาศเข้าพบให้ชี้แจง หลังเกิดเหตุระบบขัดข้องครั้งใหญ่กระทบผู้โดยสารหลายแสนคน ซ้ำรอยปี 2566 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเรียกตัวซีอีโอบริษัทที่ดูแลระบบควบคุมการจราจรทางอากาศเข้าพบให้ชี้แจง หลังเกิดเหตุระบบขัดข้องครั้งใหญ่กระทบผู้โดยสารหลายแสนคน ซ้ำรอยปี 2566เมื่อวันพุธที่ 9 ก.ย. 2569 รัฐบาลสหราชอาณาจักรเรียกตัวซีอีโอของบริษัท NATS ซึ่งเป็นผู้บริหารระบบควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศเข้าพบ หลังระบบดังกล่าวเกิดขัดข้องยาวนานหลายชั่วโมงเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินไปแล้วราว 2,000 เที่ยวบิน และผู้โดยสารหลายแสนคนต้องติดค้างไฮดี อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของสหราชอาณาจักร เรียกตัว มาร์ติน โรล์ฟ ซีอีโอของ NATS เข้าพบด่วนเพื่อให้อธิบายสาเหตุของความขัดข้องดังกล่าว ขณะที่ ไมเคิล โอเลียรี ซีอีโอของ “ไรอันแอร์” (Ryanair) ออกมาโจมตีเหตุการณ์นี้อย่างรุนแรงว่า นี่คือ "ภาพฉายซ้ำ" ของเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันในปี 2566 และเรียกร้องให้นายโรล์ฟลาออกไรอันแอร์ระบุว่า พวกเขาได้รับแจ้งว่าเหตุระบบขัดข้องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเดิมเหมือนปี 2566 ที่เคยสร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านปอนด์ แต่ NATS และโรล์ฟออกมารายงานโต้ว่าเป็นปัญหาใหม่ที่เกิดขึ้นกับระบบข้อมูลการบินที่ศูนย์ “สวอนวิค” (Swanwick) พร้อมตัดประเด็นเรื่องการโจมตีทางไซเบอร์ออกไป และกำลังเร่งสอบสวนเชิงลึกในวันพุธ แม้เที่ยวบินจะเริ่มกลับมาให้บริการแล้ว แต่ความระส่ำระสายยังส่งผลกระทบต่อเนื่อง จากการต้องจัดลำดับเครื่องบินและลูกเรือใหม่เหตุการณ์นี้ทำให้ไรอันแอร์ต้องยกเลิกเที่ยวบินไป 260 เที่ยว กระทบผู้โดยสาร 48,000 คน ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 3 ล้านปอนด์ ขณะที่ บริติช แอร์เวย์ส (British Airways) ยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทางไปนับร้อยเที่ยวบิน กระทบผู้โดยสารหลายหมื่นคนส่วนท่าอากาศยานฮีทโธรว์และเกตวิก ซึ่งเป็นสนามบินหลักในอังกฤษ เตือนผู้โดยสารให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินล่วงหน้าเนื่องจากตารางบินยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติNATS ซึ่งเป็นองค์กรร่วมทุนภาครัฐ-เอกชน เพิ่งจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นสูงถึง 175 ล้านปอนด์ ส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยไรอันแอร์อยู่ระหว่างฟ้องร้อง NATS เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเหตุการณ์ปี 2566 และเรียกร้องให้นำกำไรไปลงทุนพัฒนาประสิทธิภาพระบบและเพิ่มบุคลากรแทนติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreignที่มา : cna Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### Steam ทำข้อมูล Achievement ของเกมดังหลุดครั้งใหญ่ รวม Persona 6 และ Kingdom Hearts IV URL: https://onesiamsoft.com/articles/steam-achievement-persona-6-kingdom-hearts-iv Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Steam พบข้อมูล Achievement ของเกมที่ยังไม่วางจำหน่ายจำนวนมากหลุดออกมา รวม Persona 6, Kingdom Hearts IV, Fable และเกมที่ยังไม่เปิดตัวอีกหลายรายการ เกิดเหตุข้อมูล Achievement ของเกมจำนวนมากหลุดออกมาบน Steam โดยรายการดังกล่าวถูกพบผ่านเว็บไซต์ Exophase ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มติดตาม Achievement และ Trophy ของเกมต่าง ๆ โดยมีทั้งเกมที่ประกาศแล้วแต่ยังไม่วางจำหน่าย รวมถึงเกมที่ยังไม่เคยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ หนึ่งในชื่อที่ถูกพบคือ Persona 6 และ Kingdom Hearts IV รวมถึง Fable, Gears of War: E-Day, Persona 4 Revival, Dragon Ball Xenoverse 3, Silent Hill: Townfall, Minecraft Dungeons II, Deus Ex Remastered และ Tomb Raider: Legacy of Atlantis นอกจากนี้ยังมีเกมอีกหลายรายการที่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ข้อมูลจากเจ้าของ Exophase ระบุว่าเหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเกิดจากความผิดพลาดฝั่ง Valve เนื่องจาก Achievement ของเกมที่ควรจะถูกตั้งเป็นข้อมูลส่วนตัวสามารถเข้าถึงได้ผ่าน Steam API ทำให้ระบบของ Exophase สามารถดึงข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงบนเว็บไซต์ได้ โดยเบื้องต้นไม่มีข้อมูลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเจาะระบบ สิ่งที่ทำให้การหลุดครั้งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือ Achievement บางส่วนมีรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาในเกมที่ยังไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ โดยเฉพาะ Persona 6 ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่ยังไม่ประกาศ ขณะที่ Kingdom Hearts IV มีรายชื่อโลกภายในเกมที่ยังไม่เคยเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ทำให้ข้อมูลชุดนี้อาจมีสปอยล์สำคัญสำหรับผู้ที่กำลังรอเกมทั้งสองภาค นอกจากเกมที่เป็นที่รู้จักแล้ว ยังพบชื่อโปรเจกต์ที่ไม่เคยประกาศอีกหลายรายการ เช่น เกมจาก Nickelodeon, เกม Tetris, เกม The Walking Dead Collection จาก Telltale Games และเกม Rurouni Kenshin ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ถือเป็นการยืนยันว่าเกมทั้งหมดจะวางจำหน่ายจริง เนื่องจาก Achievement สามารถถูกสร้างและเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงพัฒนาเกม ขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก Valve หรือผู้พัฒนาเกมที่ได้รับผลกระทบ และรายการ Achievement ที่หลุดออกมาอาจมีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงก่อนเกมวางจำหน่ายจริง อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลของเกมที่ยังไม่พร้อมเปิดตัวต่อสาธารณะในวงกว้าง และบางรายการมีรายละเอียดที่อาจส่งผลต่อประสบการณ์ของผู้เล่นโดยตรง แหล่งที่มา : Instant Gaming News  Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### EGCO มองแผน PDP ขุมทรัพย์ใหม่ แนะเอกชนเตรียมความพร้อมเพิ่มโอกาสธุรกิจ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/egco-pdp Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า [EGCO] ได้ร่วมแสดงทัศนะและมุมมองในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ ในงาน BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ว่าร่างแผน PDP 2026 สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุน นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้า [EGCO] ได้ร่วมแสดงทัศนะและมุมมองในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนรายใหญ่ ในงาน BIG ISSUE : PDP 2026 ENERGY GREEN POWER “พลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว” ว่าร่างแผน PDP 2026 สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ในระบบไฟฟ้าของประเทศ รวมทั้งยังมีประเด็นระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ตลอดจนความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า เพื่อรองรับความผันผวนและความไม่เสถียรที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของพลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังคงมีการกำหนดสัดส่วนของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนว่าระบบไฟฟ้าของประเทศไทยยังคงต้องการโรงไฟฟ้าฐานที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเข้ามาช่วยรักษาความมั่นคงและความเสถียรของระบบในช่วงที่พลังงานหมุนเวียนมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม บทบาทของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอนาคตจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง จากเดิมที่เดินเครื่องแบบนิ่งๆ คงที่ตลอดเวลา ไปสู่การเป็น Flexible Capacity ที่มีความยืดหยุ่นสูง โดยโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ต้องสามารถปรับเพิ่มหรือลดเมกะวัตต์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มเข้ามาในระบบ ขณะเดียวกันจากเดิมที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติมักจะเดินเครื่องขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 60% ของกำลังการผลิต แต่ในบริบทใหม่จะต้องสามารถลดกำลังการผลิตขั้นต่ำลงมาเหลือเพียง 30% ให้ได้ ซึ่งการลดกำลังการผลิตลงเหลือ 30% จะช่วยเปิดทางให้พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้เต็มที่สามารถจ่ายเข้าสู่ระบบได้ โดยที่โรงไฟฟ้าก๊าซฯ ยังคงสแตนด์บายเดินเครื่องอยู่เพื่อรักษาความเสถียรของระบบ และพร้อมเร่งจ่ายไฟทันทีเมื่อพลังงานหมุนเวียนสะดุด มองโอกาสภาคเอกชน ปรับปรุงสินทรัพย์เดิม ควบคู่คว้าโอกาสลงทุนใหม่ นายธวัชชัย ระบุว่า ภาพรวมการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมและผู้ผลิตไฟฟ้าตามร่างแผน PDP 2026 แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ: การปรับปรุงสินทรัพย์เดิม (Existing Assets) ผู้ประกอบการต้องพิจารณาปรับปรุงโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่เดิม เพื่อยกระดับสมรรถนะให้มีความยืดหยุ่น สอดรับกับคุณลักษณะใหม่ที่ระบบไฟฟ้าต้องการ โอกาสการลงทุนในโครงการใหม่ (New Investment Opportunities) แผน PDP 2026 เป็นโอกาสของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนจะเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในส่วนของการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติโรงใหม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Energy Storage System) ซึ่งแบตเตอรี่จะมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าร่วมกับพลังงานหมุนเวียน เมื่อพิจารณาทางเลือกทั้ง 4 ฉากทัศน์ในร่าง PDP 2026 นายธวัชชัย ระบุว่า ทางเลือกที่ 1 เป็นกรณีฐานที่อ้างอิงแนวทางตามแผนเดิม ทางเลือกที่ 2 เป็นการคงโรงไฟฟ้าเดิมดั้งเดิมเพื่อตอบโจทย์ความมั่นคงของระบบ แต่เสริมด้วยเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) เข้ามาช่วยเสริมความมั่นคง แต่แลกมาด้วยต้นทุนของเทคโนโลยี ทางเลือกที่ 3 เร่งพลังงานหมุนเวียนเต็มที่ ซึ่งตอบโจทย์เรื่องพลังงานสะอาดอย่างแน่นอน แต่ต้องมีโรงไฟฟ้าฐานไว้ดูแลความเสถียร และมีต้นทุนการปรับปรุงระบบ (RE Integration Cost) สูงราว 700,000 ล้านบาท ทางเลือกที่ 4 เป็นทางเลือก “ทางสายกลาง” ระหว่างทางเลือกที่ 2 และที่ 3 นายธวัชชัย เปิดเผยว่า ส่วนตัวชอบทางเลือกที่ต้นทุนถูกที่สุดอยู่แล้ว แต่เมื่อพิจารณาในภาพรวม ณ ปัจจุบัน ควรเลือกทางสายกลาง ซึ่งมีความสมเหตุสมผลในการเปลี่ยนผ่าน แม้ว่ารายละเอียดของทางเลือกนี้อาจยังต้องรอข้อสรุปหลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็น ขณะเดียวกัน ได้ตั้งข้อสังเกตถึงตัวเลขค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผน 25 ปีในแต่ละเคส แตกต่างกันเพียงตัวเลขทศนิยมตำแหน่งที่ 3 และ 4 เท่านั้น ซึ่งระยะยาวอาจมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อีกมาก ขณะเดียวกันภาคเอกชนเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องใน PDP 2026 พร้อมทั้งแสวงหาโอกาสในแผน เพื่อพร้อมคว้าโอกาสทันทีที่ภาครัฐกำหนดทิศทางนโยบายหรือเทคโนโลยีชัดเจนขึ้น ซึ่งภาคเอกชนพร้อมที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมลงทุน เพื่อช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยมีระบบพลังงานที่มีต้นทุนเหมาะสม มีเสถียรภาพ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างยั่งยืนในอนาคต โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ Core & Main: การควบคุมต้นทุนและการซื้อหุ้นคืนช่วยหนุน EPS URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-2026-core-and-main-eps Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ยอดขายสุทธิประจำไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ Core & Main เพิ่มขึ้น 2.5% สู่ระดับ 2.145 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้น 10.0% เป็น 0.77 ดอลลาร์ และ EBITDA ปรับปรุงขยายตัว 3.0% สู่ระดับ 274 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อกิจการ ปริมาณการขาย และการปรับราคาขายเป็นปัจจัยสนับสน Core & Main (NYSE: CNM) รายงานยอดขายสุทธิประจำไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026 อยู่ที่ 2.145 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี และกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) อยู่ที่ 0.77 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.0% สำหรับไตรมาสที่สิ้นสุด ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2026 ทั้งนี้ การควบรวมกิจการ ราคาขาย และปริมาณการขายช่วยสนับสนุนยอดขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) ที่ลดลงและจำนวนหุ้นที่ลดลงช่วยให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงเล็กน้อยก็ตาม ข้อมูลผลประกอบการหลัก รายได้เพิ่มขึ้น 52 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณการขาย ราคาขาย และการควบรวมกิจการ ด้านกำไรขั้นต้นเติบโตช้ากว่ายอดขายเล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 10 basis points สู่ระดับ 26.7% ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงแบบ Non-GAAP แตะที่ระดับ 12.8% กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิเติบโตเร็วกว่ารายได้ ขณะที่การเติบโตของกำไรต่อหุ้นปรับลดสูงกว่านั้นอีก ซึ่งสะท้อนถึงทั้งกำไรที่เพิ่มขึ้นและจำนวนหุ้น Class A ที่ลดลงจากการซื้อหุ้นคืน ตัวชี้วัดไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2025การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายปียอดขายสุทธิ2,145 ล้านดอลลาร์2,093 ล้านดอลลาร์+2.5%กำไรขั้นต้น573 ล้านดอลลาร์560 ล้านดอลลาร์+2.3%อัตรากำไรขั้นต้น26.7%26.8%-10 bpsกำไรจากการดำเนินงาน227 ล้านดอลลาร์213 ล้านดอลลาร์+6.6%กำไรสุทธิ150 ล้านดอลลาร์141 ล้านดอลลาร์+6.4%กำไรต่อหุ้นปรับลด$0.77$0.70+10.0%กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุง (Non-GAAP)$0.94$0.87+8.0%EBITDA ปรับปรุง (Non-GAAP)274 ล้านดอลลาร์266 ล้านดอลลาร์+3.0% ผลการดำเนินงานตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และตลาดปลายทาง ผลการดำเนินงานมีความแตกต่างกันไปในแต่ละหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์ ยอดขายท่อ วาล์ว และข้อต่อเพิ่มขึ้นเนื่องจากการควบรวมกิจการ ขณะที่ยอดขายระบบระบายน้ำฝนค่อนข้างทรงตัว ส่วนผลิตภัณฑ์ป้องกันอัคคีภัยได้รับอานิสงส์จากทั้งปริมาณการขายและราคาขายที่สูงขึ้น และยอดขายผลิตภัณฑ์สาธารณูปโภคอัจฉริยะเพิ่มขึ้นเป็นหลักจากราคาขาย ผู้บริหารระบุว่าอุปสงค์จากเทศบาลเป็นปัจจัยหนุนที่แข็งแกร่ง ขณะที่ระบบป้องกันอัคคีภัยและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รวมถึงโรงงานบำบัดน้ำและศูนย์ข้อมูล ก็สร้างการเติบโตเช่นกัน ซึ่งช่วยชดเชยสภาวะอุปสงค์ในภาพรวมที่ยังมีความผันผวน มาตรการคุมต้นทุนและการซื้อหุ้นคืนช่วยดัน EPS เติบโตเร็วกว่ายอดขาย ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร (SG&A) ลดลง 0.3% สู่ระดับ 301 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นก็ตาม เมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดขาย สัดส่วน SG&A ปรับตัวดีขึ้นเป็น 14.0% จาก 14.4% โดยมีสาเหตุหลักมาจากมาตรการลดต้นทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ และค่าตอบแทนผันแปรที่ลดลง ซึ่งผลประโยชน์เหล่านี้ถูกชดเชยบางส่วนด้วยต้นทุนการกระจายสินค้าที่สูงขึ้น รวมถึงการลงทุนในสาขาใหม่ (greenfield locations) และโครงการส่งเสริมการขาย การควบคุมค่าใช้จ่ายนี้ช่วยให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.6% ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่ 2.5% อย่างมาก นอกจากนี้ การซื้อหุ้นคืนยังช่วยหนุนผลงานต่อหุ้นเพิ่มเติม โดยจำนวนหุ้นปรับลดที่ใช้ในการคำนวณ EPS ลดลงเหลือ 193.4 ล้านหุ้น จาก 198.3 ล้านหุ้น หรือลดลงประมาณ 2.5% ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้น 10.0% ซึ่งเติบโตเร็วกว่าทั้งกำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิ กระแสเงินสด สภาพคล่อง และการจัดสรรเงินทุน กระแสเงินสดจากการดำเนินงานประจำไตรมาสอยู่ที่ 62 ล้านดอลลาร์ สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีงบการเงิน 2026 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 144 ล้านดอลลาร์ จาก 111 ล้านดอลลาร์ สะท้อนถึงกำไรสุทธิที่สูงขึ้น การจ่ายภาษีที่ลดลง และการเปลี่ยนแปลงในเงินทุนหมุนเวียน แม้จะถูกชดเชยบางส่วนด้วยการจ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็ตาม เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 312 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 220 ล้านดอลลาร์ ณ ต้นปีงบการเงิน ในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.439 พันล้านดอลลาร์ สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเป็น 1.137 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเป็น 815 ล้านดอลลาร์ หนี้สินสุทธิอยู่ที่ 2.166 พันล้านดอลลาร์ เปรียบเทียบกับ 2.253 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า โดย Core & Main ไม่มียอดคงค้างการกู้ยืมภายใต้วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนที่มีสินทรัพย์เป็นประกัน (senior asset-based revolving credit facility) และมีวงเงินกู้คงเหลือที่สามารถใช้ได้ประมาณ 1.226 พันล้านดอลลาร์หลังหักภาระผูกพันตามเล็ตเตอร์ออฟเครดิต บริษัทใช้เงิน 169 ล้านดอลลาร์ในการซื้อหุ้นคืนจำนวน 3.7 ล้านหุ้นในระหว่างไตรมาส และอีก 11 ล้านดอลลาร์ในการซื้อหุ้นคืน 0.3 ล้านหุ้นหลังสิ้นสุดไตรมาส ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืนในตลาดเสรีสำหรับปีงบการเงินนี้นับถึงช่วงที่มีการประกาศผลประกอบการมีมูลค่ารวมเกือบ 270 ล้านดอลลาร์ รวมเป็นจำนวน 5.7 ล้านหุ้น นอกจากนี้ Core & Main ยังได้เปิดสาขาใหม่ (greenfield locations) รวม 7 แห่งในระหว่างปีงบการเงิน 2026 ซึ่งรวมถึง 2 แห่งในระหว่างไตรมาสและหลังสิ้นสุดไตรมาส ประมาณการผลประกอบการปีงบการเงิน 2026 Core & Main ยืนยันแนวโน้มผลประกอบการตลอดทั้งปีที่เคยออกไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2026 โดยประมาณการที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบุว่ายอดขายจะเติบโต 2% ถึง 3% และมีอัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 12.2% ถึง 12.4% ตัวชี้วัดประมาณการปีงบการเงิน 2026 ล่าสุดประมาณการครั้งก่อนการเปลี่ยนแปลงยอดขายสุทธิ7,800–7,900 ล้านดอลลาร์7,800–7,900 ล้านดอลลาร์ไม่เปลี่ยนแปลงการเติบโตของยอดขายสุทธิ2%–3%2%–3%ไม่เปลี่ยนแปลงEBITDA ปรับปรุง (Non-GAAP)950–980 ล้านดอลลาร์950–980 ล้านดอลลาร์ไม่เปลี่ยนแปลงอัตรากำไร EBITDA ปรับปรุง (Non-GAAP)12.2%–12.4%12.2%–12.4%ไม่เปลี่ยนแปลงกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน60%–70% ของ EBITDA ปรับปรุง60%–70% ของ EBITDA ปรับปรุงไม่เปลี่ยนแปลง ความเชื่อมั่นของผู้บริหารต่อแนวโน้มผลประกอบการตั้งอยู่บนอุปสงค์จากเทศบาล การเติบโตในกลุ่มป้องกันอัคคีภัยและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ รวมถึงโอกาสในการควบรวมกิจการที่อยู่ระหว่างการพิจารณา ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องติดตาม อุปสงค์ที่มีความผันผวน: โครงสร้างพื้นฐานของเทศบาลและโครงการขนาดใหญ่ช่วยหนุนผลงาน ยอดขายระบบระบายน้ำฝนทรงตัว และผู้บริหารประเมินภาพรวมสภาวะอุปสงค์ว่ายังคงมีความผันผวนแตกต่างกันไปในแต่ละส่วน การพึ่งพาและการดำเนินการควบรวมกิจการ: การควบรวมกิจการเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของยอดขายท่อ วาล์ว และข้อต่อ ขณะที่การเติบโตของรายได้ในครึ่งปีแรกส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ ดังนั้น ผลการดำเนินงานในอนาคตจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการคัดเลือกและรวมกิจการเป้าหมายที่เหมาะสมเป็นสำคัญ แรงกดดันต่ออัตรากำไร: อัตรากำไรขั้นต้นประจำไตรมาสลดลง 10 basis points อีกทั้งต้นทุนการกระจายสินค้าที่สูงขึ้นและการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตได้ลดทอนผลของมาตรการคุมต้นทุนไปบางส่วน ซึ่งส่วนต่างที่กว้างขึ้นระหว่างต้นทุนสินค้าและราคาขายอาจส่งผลกดดันต่อความสามารถในการทำกำไรได้ ความต้องการเงินทุนหมุนเวียน: ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือปรับตัวเพิ่มขึ้นนับตั้งแต่ต้นปีงบการเงิน แม้ว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรกจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม แต่การขยายตัวของเงินทุนหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องอาจดึงเงินสดที่จำเป็นต้องใช้สำหรับการควบรวมกิจการ การขยายธุรกิจ การชำระหนี้ หรือการซื้อหุ้นคืนได้ สรุป Core & Main รายงานการเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 ปีงบการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการควบรวมกิจการ ปริมาณการขาย และราคาขาย ขณะที่การควบคุมต้นทุนและการซื้อหุ้นคืนช่วยให้กำไรต่อหุ้นเติบโตเร็วกว่ายอดขายอย่างมาก อุปสงค์จากเทศบาล ระบบป้องกันอัคคีภัย และโครงการขนาดใหญ่ช่วยหนุนผลงานประจำไตรมาส อย่างไรก็ตาม แรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นและสภาวะที่ผันผวนในส่วนอื่น ๆ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ นักลงทุนควรรอติดตามอุปสงค์อินทรีย์ (organic demand) ในครึ่งปีหลัง ปัจจัยหนุนจากการควบรวมกิจการ การเปลี่ยนเงินทุนหมุนเวียนเป็นเงินสด และการรักษาอัตรากำไรและกระแสเงินสดให้เป็นไปตามประมาณการตลอดทั้งปีที่ได้ยืนยันไว้หรือไม่ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### $undefined (SKHY.US)$[220441][220441][220441] URL: https://onesiamsoft.com/articles/dollarundefined-skhyusdollar220441220441220441 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 @aPondOfBs 4435 ครั้ง aPondOfBsโพสต์ · 21:35$SK hynix (SKHY.US)$ ข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติมยอดชม 4435 ครั้งรีพอร์ตความคิดเห็นเข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นเขียนความคิดเห็น... Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Advanced Micro Devices Inc (AMD) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.08% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ URL: https://onesiamsoft.com/articles/advanced-micro-devices-inc-amd-308percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 AMD ปรับเพิ่มคาดการณ์ตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้ (TAM) สำหรับ AI ในปี 2030 เป็น 3 ล้านล้านดอลลาร์ฝ่ายบริหารปรับเพิ่มประมาณการตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้ (TAM) สำหรับ CPU เซิร์ฟเวอร์ในระยะยาวเป็น 2.2 แสนล้านดอลลาร์บริษัทรายงานรายได้ประจำปีล่าสุดที่ 34.64 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Advanced Micro Devices Inc (AMD) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?แอดวานซ์ ไมโคร ไดเวสส์ (Advanced Micro Devices) มีโมเมนตัมการซื้อขายในแดนบวก โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการอัปเดตการคาดการณ์ตลาดระยะยาวที่นำเสนอโดยคณะผู้บริหาร โดย Jean Hu ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ได้ปรับเพิ่มประมาณการตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้ (TAM) สำหรับปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลของบริษัทในปี 2030 ขึ้นเป็น 3 ล้านล้านดอลลาร์ จากประมาณการเดิมที่ 2 ล้านล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ผู้บริหาวยังได้ปรับเพิ่มประมาณการตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับซีพียูเซิร์ฟเวอร์ในระยะยาวขึ้นเป็น 2.2 แสนล้านดอลลาร์ การปรับเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องหลายปีของความต้องการขุมพลังคำนวณด้าน AI พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงสถานะที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นของ AMD ในตระกูลโปรเซสเซอร์เซิร์ฟเวอร์ EPYC และตัวเร่งความเร็ว Instinct GPU การปรับตัวขึ้นดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากความแข็งแกร่งในภาพรวมของกลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ โดยโมเมนตัมเชิงบวกในกลุ่มผู้ผลิตชิปรายอื่นและพันธมิตรในห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ถือเป็นปัจจัยหนุนที่เอื้ออำนวย ขณะที่นักลงทุนกลับเข้าซื้อหุ้นผู้นำกลุ่มเทคโนโลยีที่มีค่าเบต้าสูง (High-beta) อีกครั้งหลังจากผ่านพ้นช่วงพักฐานในช่วงปลายฤดูร้อน ทั้งนี้ ผู้ร่วมตลาดต่างมุ่งเน้นไปที่ปัจจัยเร่งทางการค้าในช่วงครึ่งปีหลังมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดส่งแพลตฟอร์ม AI ขนาดระดับแร็ก Helios ของ AMD ในล็อตแรก และสถาปัตยกรรม Instinct GPU รุ่นถัดไป นอกจากนี้ สัญญาณความต้องการที่แข็งแกร่งจากผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกล (Hyperscale) และพันธสัญญาจากองค์กรขนาดใหญ่ยังคงช่วยสนับสนุนความคาดหวังเกี่ยวกับการเติบโตของรายได้จากศูนย์ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง การจัดสถานะการลงทุนของสถาบันและกระแสเงินในตลาดอนุพันธ์ยังสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเชิงบวกของบรรยากาศตลาด โดยปริมาณการซื้อขายออปชันประเภท Call Option อายุยาวที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแสดงให้เห็นว่านักลงทุนสถาบันกำลังวางตัวรับการเติบโตของรายได้ที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีงบประมาณข้างหน้า แม้ว่าทวีคูณการประเมินมูลค่า (Valuation multiples) ที่อยู่ในระดับสูงหลังจากการพุ่งขึ้นติดต่อกันหลายไตรมาสจะทำให้มีช่องว่างรองรับความล่าช้าด้านการดำเนินงานอย่างจำกัด แต่อัตราส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในส่วนของซีพียูเซิร์ฟเวอร์และอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวขึ้นยังคงเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยรองรับ ทั้งนี้ นักลงทุนจะยังคงติดตามการดำเนินงานด้านห่วงโซ่อุปทาน ความพร้อมของหน่วยความจำ และความก้าวหน้าในการส่งมอบรายไตรมาส เพื่อประเมินความยั่งยืนของการขยายฮาร์ดแวร์ในรอบนี้การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Advanced Micro Devices Inc (AMD)ในเชิงเทคนิค Advanced Micro Devices Inc (AMD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 11.039 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 60.505 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 6.188 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Advanced Micro Devices Inc (AMD)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Advanced Micro Devices Inc (AMD) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เป็นกลาง.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Advanced Micro Devices Inc (AMD) Advanced Micro Devices Inc (AMD) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $34.64B จัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $4.33B จัดอยู่ในอันดับที่ 12 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $600.76 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $1250.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $320.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Advanced Micro Devices Inc (AMD)ความเสี่ยงเฉพาะบริษัท: มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ และการตัดจำหน่ายสินค้าคงเหลือ: ข้อจำกัดทางการค้าที่เข้มงวดขึ้นซึ่งระงับการจัดส่งตัวเร่งความเร็ว AI รุ่น MI308 ไปยังจีน ส่งผลให้ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือจำนวน 800 ล้านดอลลาร์ และกดดันรายได้โดยประเมินไว้ที่ 1.5 พันล้านถึง 1.8 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างรุนแรง การถูกแย่งชิงยอดขาย x86 CPU โดยชิปสถาปัตยกรรม ARM ที่พัฒนาขึ้นเอง: ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่หันมาแทนที่ CPU ศูนย์ข้อมูลรุ่น EPYC สถาปัตยกรรม x86 ที่มีอัตรากำไรสูง ด้วยชิปสถาปัตยกรรม ARM ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองสำหรับภาระงาน AI มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งคุกคามกระแสเงินสดหลักและส่วนแบ่งตลาดเซิร์ฟเวอร์ ความเปราะบางในห่วงโซ่อุปทานระบบออปติคัลระดับ Rack-Scale: ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับผู้จัดหาอุปกรณ์รับส่งสัญญาณแสงของจีน สร้างปัญหาคอขวดของชิ้นส่วนอย่างรุนแรงสำหรับการติดตั้งแร็ก Helios ซึ่งกระทบต่อกำหนดการติดตั้งและทำให้ต้นทุนรายการวัตถุดิบสูงขึ้น ความเปราะบางจากมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายด้วยส่วนพรีเมียมสูง: การซื้อขายที่อัตราราคาต่อกำไรล่วงหน้า (Forward P/E) ในระดับสูง ทำให้หุ้นมีความเสี่ยงต่อการถูกบีบลดพหุคูณราคาอย่างรุนแรง หากตัวชี้วัดการเติบโตของ AI ในศูนย์ข้อมูลต่ำกว่าเป้าหมายที่สูงขึ้นของนักลงทุนสถาบัน เมื่อเปรียบเทียบกับผู้นำตลาดอย่างเอ็นวิเดีย บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### General Electric Co (GE) หุ้น เคลื่อนไหว ลง 3.54% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: ข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรรู้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/general-electric-co-ge-354percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 GE เข้าซื้อกิจการ Consolidated Precision Products ด้วยมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในรูปเงินสดและหนี้สินธุรกรรมดังกล่าวส่งผลให้ระดับเลเวอเรจในงบการเงินเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับพหุคูณมูลค่าที่อยู่ในระดับสูงMACD แสดงสัญญาณขาย ขณะที่ Williams %R บ่งชี้ถึงภาวะขายมาก อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น General Electric Co (GE) ปรับตัว ลง ในวันนี้?ราคาหุ้นของเจนเนอรัล อิเล็กทริก เผชิญกับทิศทางราคาขาลงหลังจากตลาดรับรู้ข่าวการเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่อย่าง คอนโซลิเดเต็ด เพรซิชัน โปรดักส์ ด้วยมูลค่ามากกว่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ แม้ว่าเหตุผลเชิงยุทธศาสตร์ในการรวมกิจการผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนงานหล่อและใบพัดเครื่องบินรายสำคัญ ซึ่งเป็นคู่ค้าระยะยาว จะมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานที่ยืดเรื้อรังและสนับสนุนเป้าหมายการส่งมอบเครื่องยนต์ แต่ผู้ร่วมตลาดต่างตอบรับเงื่อนไขของข้อตกลงนี้ด้วยความระมัดระวัง การจัดหาเงินทุนสำหรับข้อตกลงดังกล่าวด้วยการจ่ายเงินสดจำนวนมากควบคู่ไปกับการก่อหนี้ใหม่มูลค่าสูง ได้เพิ่มอัตราส่วนหนี้สินในงบการเงินระยะสั้น นอกจากนี้ อัตราส่วนพหุคูณการเข้าซื้อกิจการที่สูงมากยังก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับราคาเสนอซื้อและความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน จนส่งผลให้เกิดความขัดแย้งด้านการประเมินมูลค่าหุ้นในหมู่นักลงทุนสถาบันโดยทันที แรงขายดังกล่าวยังสะท้อนถึงการขายทำกำไรในวงกว้างหลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างยาวนาน โดย จีอี แอโรสเปซ มีการซื้อขายที่พหุคูณการประเมินมูลค่าระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมโดยรวม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอุปสงค์บริการหลังการขายเครื่องยนต์เชิงพาณิชย์ที่แข็งแกร่งและแนวโน้มกระแสเงินสดในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม เมื่อความคาดหวังสูงของตลาดต้องเผชิญกับการเข้าซื้อกิจการที่ใช้เงินกู้ยืมและต้องใช้ความพยายามในการรวมกิจการยาวนานไปจนถึงปี 2027 ผู้ร่วมตลาดระยะสั้นจึงมักเลือกลดความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ความอ่อนแอของกลุ่มอุตสาหกรรมโดยรวมซึ่งเกิดจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคและข่าวนโยบายการค้า ได้กลายเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่ซ้ำเติมให้ราคาหุ้นย่อตัวลงระหว่างวัน แม้จะมีการย่อตัวลง แต่ปัจจัยพื้นฐานของ จีอี แอโรสเปซ ยังคงยึดมั่นอยู่กับอุปสงค์เชิงโครงสร้างในอุตสาหกรรมการบินเชิงพาณิชย์ ฐานเครื่องยนต์ที่ติดตั้งอยู่ทั่วโลกซึ่งมีขนาดใหญ่ และรายได้จากบริการหลังการขายที่มีอัตรากำไรสูงและยืดหยุ่นได้ดี ขณะที่ตลาดยังคงประเมินกลยุทธ์การจัดสรรเงินทุนและสัดส่วนหนี้สินเทียบกับปัจจัยกดดันด้านการดำเนินงานในระยะสั้น นักลงทุนสถาบันจะจับตาอย่างใกล้ชิดว่ากรอบการผลิตแบบลีนของผู้บริหารจะสามารถดึงการผนึกกำลังด้านกำลังการผลิต ขจัดปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน และพิสูจน์ความคุ้มค่าตามเป้าหมายการเพิ่มขึ้นของกำไรในระยะยาวได้อย่างประสบความสำเร็จหรือไม่การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ General Electric Co (GE)ในเชิงเทคนิค General Electric Co (GE) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -4.515 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณขาย ขณะที่ค่า RSI ที่ 34.482 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 94.940 แสดงถึงสภาวะขายมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ General Electric Co (GE)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ General Electric Co (GE) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 33 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ต่ำ โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวกอย่างมาก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ General Electric Co (GE) General Electric Co (GE) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าทางอุตสาหกรรม โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $45.85B จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $8.70B จัดอยู่ในอันดับที่ 1 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $401.26 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $455.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $350.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ General Electric Co (GE)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: ความเสี่ยงจากภาระหนี้และการจัดสรรเงินทุน: การประกาศเมื่อวันที่ 8 กันยายนเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ Consolidated Precision Products (CPP) มูลค่า 11.75 พันล้านดอลลาร์ จำเป็นต้องใช้เงินสดที่มีอยู่เดิม 7 พันล้านดอลลาร์ควบคู่กับหนี้ใหม่จำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เงินสำรองสภาพคล่องลดลงอย่างมาก และเพิ่มระดับภาระหนี้สุทธิของ GE ความเสี่ยงจากมูลค่าประเมินที่สูงและการรวมกิจการ: การเข้าซื้อ CPP ในระดับราคาประเมินที่สูงถึง 26 เท่า EV/EBITDA ทำให้ GE มีความเสี่ยงต่ออุปสรรคในการรวมกิจการและการเจือจางของกระแสเงินสดอิสระ หากผลประโยชน์ร่วมจากการดำเนินงานรายปีที่คาดการณ์ไว้จำนวน 200 ล้านดอลลาร์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามกำหนดเวลา ความเสี่ยงจากการกำกับดูแลด้านการต่อต้านการผูกขาด: เนื่องจาก CPP เป็นหนึ่งในผู้จัดหาชิ้นส่วนหล่อโครงสร้างสำหรับอุตสาหกรรมการบินและอวกาศรายใหญ่เพียงสี่รายทั่วโลก และจัดหาวัตถุดิบคิดเป็นหนึ่งในสี่ของความต้องการของ GE การทำธุรกรรมนี้จึงเผชิญกับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากหน่วยงานกำกับดูแลและการต่อต้านการผูกขาด ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์ หรือเกิดความล่าช้าในการปิดดีลที่ยืดเยื้อ ปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานที่ยืดเยื้อ: การทำธุรกรรมขนาดใหญ่เพื่อการเติบโตแบบภายนอกองค์กรนี้ ตอกย้ำถึงปัญหาคอขวดในอุตสาหกรรมการหล่อใบพัดเทอร์ไบน์ที่แก้ไขได้ยาก และภาวะเงินเฟ้อของราคาวัตถุดิบที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคุกคามกำลังการผลิตสำหรับเครื่องยนต์เจ็ทเชิงพาณิชย์และกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงาน บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Google จับมือ Fortum หนุนพลังงาน AI ในฟินแลนด์ หุ้นพุ่ง 14% 🎯 URL: https://onesiamsoft.com/articles/google-fortum-ai-14percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้นของบริษัทพลังงานฟินแลนด์ Fortum (FORTUM.FI) พุ่งขึ้นอย่างแรงในวันนี้ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 14% การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากข่าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทในระยะยาว เกิดอะไรขึ้น? Fortum ลงนามใน สัญญาจัดหาพลังงานระยะเวลา หุ้นของบริษัทพลังงานฟินแลนด์ Fortum (FORTUM.FI) พุ่งขึ้นอย่างแรงในวันนี้ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 14% การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดจากข่าวสำคัญที่อาจเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทในระยะยาว เกิดอะไรขึ้น? Fortu... เข้าสู่ระบบ หรือเปิดบัญชีฟรี เพื่ออ่านต่อ บทวิเคราะห์เชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญการเงินชั้นนำ Source: Originally published on XTB.com. Read the full article at XTB.com → ### SanDisk Corporation (SNDK) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.49% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/sandisk-corporation-sndk-349percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แซนดิสก์ปรับตัวขึ้นจากความแข็งแกร่งของตลาด NAND และบทวิเคราะห์เชิงบวกจากนักวิเคราะห์การเตรียมถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 100 ช่วยสร้างแรงซื้อที่แข็งแกร่งจากนักลงทุนสถาบันรายได้ประจำปีสูงถึง 20.25 พันล้านดอลลาร์ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11.43 พันล้านดอลลาร์ การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ SanDisk Corporation (SNDK)ในเชิงเทคนิค SanDisk Corporation (SNDK) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 62.668 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 63.831 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 0.916 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ SanDisk Corporation (SNDK)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ SanDisk Corporation (SNDK) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 61 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ สูง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เป็นกลาง.การวิเคราะห์พื้นฐานของ SanDisk Corporation (SNDK) SanDisk Corporation (SNDK) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $20.25B จัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $11.43B จัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $2124.18 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $3000.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $1020.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SanDisk Corporation (SNDK)ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: เป้าหมายอัตรากำไรเชิงรุกและการรับผลกระทบจากวัฏจักร NAND: นักวิเคราะห์สถาบันเตือนว่าเป้าหมายระยะยาวของผู้บริหารที่กำหนดอัตรากำไรขั้นต้นแบบ non-GAAP ไว้ที่ 80% ทำให้หุ้นมีความเปราะบางอย่างมากต่อการถูกปรับลดมูลค่า หากราคาตลาดสปอตของแฟลช NAND ชะลอตัวลง หรือหากอัตราการเติบโตของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล AI ชะลอตัวลงจากระดับสูงสุดในปัจจุบัน การขายหุ้นของคนในบริษัทหลังการปรับตัวขึ้นเป็นประวัติการณ์: การเปิดเผยข้อมูลตามแบบ Form 4 ของ SEC เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 แสดงให้เห็นว่า Bernard Shek ผู้บริหารภายใน ได้ขายหุ้นจำนวน 2,308 หุ้น มูลค่า 4.08 ล้านดอลลาร์ ภายใต้แผน Rule 10b5-1 ซึ่งส่งสัญญาณถึงการขายทำกำไรของผู้บริหารใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมหาศาลหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ การกดดันในกลุ่มสินค้าผู้บริโภค: อุปสงค์ที่ซบเซาอย่างต่อเนื่องในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค หน่วยความจำสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สร้างแรงกดดันต่อการดำเนินงาน ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทต้องพึ่งพาแรงส่งคำสั่งซื้อ SSD สำหรับองค์กรอย่างมาก เพื่อไม่ให้ถูกขัดจังหวะจากการระบายสินค้าคงคลังของลูกค้า กำลังการผลิตส่วนเกินจากงบลงทุนการผลิตร่วม: โครงการขยายการลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ร่วมกับคิโอเซียพันธมิตรร่วมทุน เสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะอุปทานส่วนเกินของ NAND ทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งอาจลดทอนอำนาจการต่อรองราคาในปัจจุบันและกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ตามติด Cathie Wood: เก็บ Archer เพิ่มกว่า 570,000 หุ้น พร้อมลดพอร์ต Palantir และ AMD URL: https://onesiamsoft.com/articles/cathie-wood-archer-570000-palantir-amd Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐฯ ปิดลบยกแผง นำโดย Dow Jones ที่ร่วงลง -1.18% ตามด้วย S&P 500 ที่ -0.58% ส่วน Nasdaq ปรับตัวลงน้อยที่สุดที่ -0.32% โดยทิศทางความเชื่อมั่นของตลาดส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังตลอดทั้งช่วงเวลาเทรด ท่ามกลางสภาวะตลาดที่อ่อนแอในวงกว้าง การเ เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน ดัชนีหลักทั้งสามของสหรัฐฯ ปิดลบยกแผง นำโดย Dow Jones ที่ร่วงลง -1.18% ตามด้วย S&P 500 ที่ -0.58% ส่วน Nasdaq ปรับตัวลงน้อยที่สุดที่ -0.32% โดยทิศทางความเชื่อมั่นของตลาดส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังตลอดทั้งช่วงเวลาเทรดท่ามกลางสภาวะตลาดที่อ่อนแอในวงกว้าง การเคลื่อนไหวของ ARK Invest โดดเด่นขึ้นมาด้วยสัญญาณความเชื่อมั่นที่ชัดเจน โดยมีการสะสม ​สถานะพอร์ต อย่างดุดันในกลุ่มการตัดแต่งพันธุกรรม, การคมนาคมทางอากาศในเมือง (Urban Air Mobility) และโครงสร้างพื้นฐาน AI ในขณะเดียวกันก็มีการปรับพอร์ตโดยลดสัดส่วนหุ้นบางตัวที่มีมูลค่าสูงเกินไป หรือหุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับธีมหลักของ ARK น้อยลงฝั่งซื้อ: ย้ำจุดยืนเดิมในแพลตฟอร์มตัดแต่งพันธุกรรมและโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งยุคใหม่$Archer Aviation (ACHR.US)$ มีการซื้อเพิ่มมากที่สุดในวันเดียวถึง +575,700 หุ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมการคมนาคมทางอากาศในเมือง (UAM) กำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนเชิงพาณิชย์ และเครื่องบิน Midnight ของ Archer ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในกระบวนการรับรองจาก FAA การที่ ARK สะสมหุ้นจำนวนมหาศาลเช่นนี้อาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่า eVTOL ใกล้จะสามารถนำมาใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ได้แล้ว$Beam Therapeutics (BEAM.US)$ มีการซื้อเพิ่ม 263,163 หุ้น, $CRISPR Therapeutics (CRSP.US)$ ซื้อเพิ่ม 110,841 หุ้น, $Intellia Therapeutics (NTLA.US)$ เพิ่มขึ้น 97,626 หุ้น และ $Scribe Therapeutics (SCTX.US)$ เพิ่มขึ้น 10,956 หุ้น การเก็บหุ้นบริษัทตัดต่อพันธุกรรมพร้อมกันถึง 4 แห่งใน ช่วงเวลาเทรด เดียวถือเป็นสัญญาณเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน นี่อาจเป็นการทยอยสะสมหุ้นกลุ่มแพลตฟอร์มการแพทย์จีโนมิกส์อย่างเป็นระบบ เพื่อแสดงความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี Base Editing, การบำบัดด้วย CRISPR ในร่างกาย และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่จ่อจะสร้างความก้าวหน้าในการรักษาโรคร้ายแรง$Cerebras Systems (CBRS.US)$ มีการซื้อเพิ่ม 32,561 หุ้น ในฐานะผู้ท้าชิงหน้าใหม่ในตลาดชิปเร่งความเร็ว AI สถาปัตยกรรมระดับเวเฟอร์ของ Cerebras มอบประสิทธิภาพที่แตกต่างในการเทรนโมเดลขนาดใหญ่บางประเภท การที่ ARK สะสมหุ้นตัวนี้อย่างต่อเนื่องน่าจะสะท้อนถึงมุมมองต่อศักยภาพของบริษัทในการเป็นทางเลือกสำหรับโครงสร้างพื้นฐานการคำนวณ AI นอกเหนือจากระบบนิเวศหลักของ NVIDIA$Robinhood (HOOD.US)$ มีการซื้อเพิ่ม 27,083 หุ้น จากการที่ Robinhood รุกหนักในสินทรัพย์ คริปโท, บัญชีเพื่อการเกษียณ และการบริหารความมั่งคั่ง การซื้อของ ARK ในครั้งนี้อาจส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องในจุดยืนระยะยาวของบริษัท ในฐานะแพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสำหรับรายย่อยยุคใหม่$Kratos Defense & Security Solutions (KTOS.US)$ มีการซื้อเพิ่ม 4,755 หุ้น และ $Rocket Lab (RKLB.US)$ เพิ่มขึ้น 2,341 หุ้น ทั้งคู่ถือเป็นจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีป้องกันประเทศและโครงสร้างพื้นฐานอวกาศ การเพิ่มสัดส่วนเพียงเล็กน้อยนี้น่าจะสะท้อนถึงการจัดสรรพอร์ตเชิงกลยุทธ์ของ ARK ในกลุ่มอุตสาหกรรมที่กำลังหลอมรวมกันเหล่านี้ฝั่งขาย: การปรับพอร์ตเพื่อรวมศูนย์เงินทุนไปยังธีมหลัก$Tempus AI (TEM.US)$ ถูกลดสัดส่วนมากที่สุดที่ -68,759 หุ้น แม้ว่า Tempus AI จะมีความได้เปรียบในฐานะผู้เล่นรายแรกๆ ในด้านข้อมูลการแพทย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แต่การลดสัดส่วนครั้งนี้อาจสะท้อนถึงการบริหาร ​สถานะพอร์ต แบบไดนามิก และการโยกย้ายเงินทุนไปยังหุ้นกลุ่มตัดต่อพันธุกรรมที่ ARK มีความเชื่อมั่นสูงกว่า$10x Genomics (TXG.US)$ ถูกลดสัดส่วนลง 46,401 หุ้น แม้ว่า 10x Genomics จะสร้างปราการทางเทคนิคที่แข็งแกร่งในด้าน Single-cell Omics แต่การลดสัดส่วนครั้งนี้ดูเหมือนเป็นการปรับโครงสร้างภายในกลุ่มเครื่องมือชีววิทยาศาสตร์ของ ARK มากกว่าที่จะเป็นการเปลี่ยนมุมมองต่อปัจจัยพื้นฐาน$Palantir (PLTR.US)$ ถูกลดสัดส่วนลง 38,395 หุ้น หลังจากราคาพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา การที่ ARK ลดสัดส่วนใน $Palantir (PLTR.US)$ อาจเป็นการปรับพอร์ตเพื่อรักษาสมดุลของมูลค่าหุ้น (Valuation) โดยย้ายเงินทุนไปเน้นสะสมหุ้นเป้าหมายหลักประจำวันแทน$Twist Bioscience (TWST.US)$ มีการลดสัดส่วนลง 37,066 หุ้น แม้ว่า Twist จะเป็นตัวเล่นสำคัญในกลุ่ม DNA Synthesis ของธุรกิจชีววิทยาสังเคราะห์ แต่การที่ ARK เข้าเก็บหุ้นแพลตฟอร์มการรักษาด้วยการตัดต่อพันธุกรรมหลายตัวเพิ่มอย่างหนักในวันเดียวกัน อาจสะท้อนถึงการปรับสัดส่วนภายในกลุ่มอุตสาหกรรม (Intra-theme reallocation) เพื่อไปเน้นหุ้นที่มีปัจจัยบวกด้านการรักษาในระยะใกล้มากกว่า$Advanced Micro Devices (AMD.US)$ ถูกลดสัดส่วนลง 19,491 หุ้น โดยที่ $Cerebras Systems (CBRS.US)$ และหุ้นกลุ่ม AI Compute Disruptors ตัวอื่นๆ มีอยู่ในพอร์ตอยู่แล้ว การขายทำกำไรบางส่วนใน $Advanced Micro Devices (AMD.US)$ อาจสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะหมุนเวียนกลุ่มหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ AI โดยเปลี่ยนจากการเน้นหุ้น GPU ยักษ์ใหญ่เจ้าเดิม ไปสู่คู่แข่งที่มีสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีที่แปลกใหม่และสร้างความเปลี่ยนแปลงได้มากกว่า$Brera Holdings (SLMT.US)$ ลดลงไป 4,900 หุ้น ซึ่งถือเป็นการปรับเพียงเล็กน้อยและน่าจะเป็นการบริหารจัดการ ​สถานะพอร์ต ตามปกติไปที่ ตลาด > Smart Money Tracker เพื่อติดตามพอร์ตของ Cathie Wood และกดที่ “การแจ้งเตือน” เพื่อรับสัญญาณซื้อขายแบบเรียลไทม์ อัปเดตแอปเพื่อลองใช้งานได้เลย >>ข้อความสงวนสิทธิ์: Moomoo Technologies Inc. นำเสนอเนื้อหานี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม6 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ทำไมหุ้น Casey's ถึงดิ่งลง 12%? ผลประกอบการดีกว่าคาด กำไรจากธุรกิจน้ำมันกลายเป็นข้อกังวล URL: https://onesiamsoft.com/articles/caseys-12percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 TradingKey - เมื่อวันที่ 9 กันยายน หุ้นของเครือห้างสรรพสินค้า Casey's (CASY) ดิ่งลงเกือบ 12% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดของสหรัฐฯ แม้ว่าผลประกอบการไตรมาสแรกประจำปีบัญชีล่าสุดของบริษัทจะสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่นักลงทุนกลับผิดหวังกับคุณภาพของการเติบโตของกำไรและการที่ไม่มีการปรับเ TradingKey - เมื่อวันที่ 9 กันยายน เคซียส์ (Casey's) เชนร้านสินค้าทั่วไป (CASY) ร่วงลงเกือบ 12% ในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาดของสหรัฐฯ แม้ว่าผลประกอบการไตรมาสแรกตามปีงบการเงินล่าสุดของบริษัทจะสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ แต่นักลงทุนกลับผิดหวังกับคุณภาพของการเติบโตของกำไรและการที่บริษัทไม่ได้ปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการตลอดปีงบการเงินที่มา: TradingViewสำหรับไตรมาสที่ 1 ของปีงบการเงิน 2027 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม รายได้ของเคซียส์เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 5.678 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.56 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเติบโต 27.1% สู่ระดับ 274 ล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.37 ดอลลาร์ จาก 5.77 ดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 6.78 ดอลลาร์เช่นกันอย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้ได้รับปัจจัยหนุนหลักมาจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกำไรขั้นต้นจากน้ำมันเชื้อเพลิงต่อแกลลอนของบริษัทเพิ่มขึ้นจาก 41 เซนต์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 47.8 เซนต์ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 19.6% สู่ระดับ 447 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ปริมาณยอดขายน้ำมันเชื้อเพลิงจากสาขาเดิมลดลง 0.3% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุหลักมาจากส่วนต่างราคาที่ขยายตัวขึ้นมากกว่าการเติบโตของปริมาณขาย และเนื่องจากกำไรจากธุรกิจน้ำมันเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาขายส่งและการแข่งขันในตลาด นักลงทุนจึงมักไม่ให้มูลค่าประเมินที่สูงแก่กำไรในส่วนนี้ในทางกลับกัน นักลงทุนให้ความสนใจมากกว่าว่าการดำเนินงานค้าปลีกหลัก เช่น ยอดขายสินค้าภายในร้าน สามารถบรรลุการเติบโตที่มั่นคงได้หรือไม่ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แม้ว่าผลประกอบการที่น่าประทับใจในไตรมาสนี้จะสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ส่วนหนึ่งของการเติบโตนั้นมาจากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีความผันผวน จึงยังไม่สามารถขจัดข้อสงสัยของตลาดเกี่ยวกับแรงขับเคลื่อนการเติบโตในธุรกิจค้าปลีกหลักของบริษัทได้อย่างสิ้นเชิงขณะเดียวกัน บริษัทได้คงแนวโน้มผลประกอบการสำหรับปีงบการเงิน 2027 ไว้ตามเดิม โดยคาดว่ายอดขายจากสาขาเดิมของสินค้าภายในร้านจะเติบโต 2% ถึง 5% และ EBITDA จะเติบโต 8% ถึง 10%เมื่อพิจารณาว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก่อนการเปิดเผยผลประกอบการ ตลาดจึงคาดหวังว่าผลงานไตรมาสที่แข็งแกร่งจะกระตุ้นให้ผู้บริหารปรับเพิ่มประมาณการ ดังนั้น การคงประมาณการเดิมไว้จึงถูกมองว่าค่อนข้างระมัดระวังเนื้อหานี้ได้รับการแปลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านตรวจสอบโดยมนุษย์ มีไว้เพื่อการอ้างอิงและข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Micron Technology Inc (MU) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.86% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: ข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนควรรู้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/micron-technology-inc-mu-386percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ไมครอนปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากอุปสงค์โครงสร้างพื้นฐานหน่วยความจำขั้นสูงที่อยู่ในระดับสูงสัญญาระยะเวลาหลายปีกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ช่วยประกันข้อตกลงรายได้ในระยะยาวบริษัทรายงานรายได้ประจำปีที่ 3.738 หมื่นล้านดอลลาร์ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Micron Technology Inc (MU) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?หุ้นไมครอน เทคโนโลยี (Micron Technology) ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระหว่างวัน โดยได้รับแรงหนุนจากความสนใจอย่างท่วมท้นของนักลงทุนสถาบันและความกระตือรือร้นในวงกว้างของกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีต่อโครงสร้างพื้นฐานหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง การนำเสนอข้อมูลอุตสาหกรรมในงานประชุมเทคโนโลยีสำคัญ ๆ ช่วยย้ำมุมมองที่ว่า ภาวะขาดแคลนอุปทานหน่วยความจำในปัจจุบันกำลังพัฒนาไปสู่การขาดแคลนเชิงโครงสร้างระยะยาว มากกว่าจะเป็นเพียงการพุ่งขึ้นชั่วคราวตามวัฏจักร อุปสงค์ที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (High-Bandwidth Memory) และ DRAM สำหรับศูนย์ข้อมูลจากผู้สร้างเซิร์ฟเวอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชั้นนำ ยังคงสูงกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบนด์วิธสูงระดับสูงใช้กำลังการผลิตเวเฟอร์ซิลิคอนมากกว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำมาตรฐานหลายเท่า ส่งผลให้อุปทานทั่วโลกที่มีอยู่ยังคงตึงตัวอย่างมาก ซึ่งช่วยสนับสนุนราคาตามสัญญาที่อยู่ในระดับสูงและช่วยขยายอัตรากำไรขั้นต้นให้กว้างขึ้น ความเชื่อมั่นต่อทิศทางทางการเงินของไมครอนได้รับการเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากข้อตกลงเชิงกลยุทธ์กับลูกค้ารายใหญ่ ข้อตกลงแบบครอบคลุมหลายปีเหล่านี้ได้ล็อกรายได้ระยะยาวจำนวนมาก โดยมีเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวนมหาศาลจากผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (Hyperscalers) และผู้ผลิตฮาร์ดแวร์รายใหญ่ การที่บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระบุว่าต้นทุนฮาร์ดแวร์หน่วยความจำที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นคอขวดสำคัญในการปรับใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ไมครอนอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากยิ่งขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ ด้านนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทยังคงมีมุมมองเชิงบวกอย่างท่วมท้น โดยการปรับทบทวนประมาณการล่าสุดสะท้อนถึงความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นว่า ความสามารถในการทำกำไรในระดับสูงนี้จะดำเนินต่อไปอย่างยาวนานจนถึงรอบปีงบประมาณถัด ๆ ไป แม้ว่าบรรยากาศโดยรวมของตลาดจะยังคงเป็นไปในเชิงบวกอย่างชัดเจน แต่ราคาหุ้นก็เผชิญกับความผันผวนในระหว่างวันอย่างเห็นได้ชัด การย่อตัวลงสั้น ๆ ในระหว่างช่วงการซื้อขายมีสาเหตุมาจากความกังวลชั่วคราวของตลาดเกี่ยวกับการเจรจาด้านแรงงานที่กำลังดำเนินอยู่ ณ โรงงานผลิตสำคัญในเอเชีย รวมถึงการปรับพอร์ตตามสภาวะเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้างก่อนการตัดสินใจนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนได้คลายความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานเหล่านี้อย่างรวดเร็ว โดยมองว่าคอขวดการผลิตในบางพื้นที่อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้อุปทานหน่วยความจำทั่วโลกตึงตัวยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีแรงซื้อคืนเมื่อราคาปรับตัวลง (Dip-buying) กลับเข้ามาอีกครั้ง และช่วยให้ราคาหุ้นปิดบวกได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากปัจจัยหนุนระยะยาวจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงมีน้ำหนักมากกว่าแรงกดดันจากการดำเนินงานในระยะสั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Micron Technology Inc (MU)ในเชิงเทคนิค Micron Technology Inc (MU) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 19.071 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 61.905 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 0.801 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Micron Technology Inc (MU)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Micron Technology Inc (MU) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 56 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เป็นกลาง.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Micron Technology Inc (MU) Micron Technology Inc (MU) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $37.38B จัดอยู่ในอันดับที่ 7 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $8.54B จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $1445.62 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $2000.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $190.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Micron Technology Inc (MU)ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะบริษัท: การปรับลดคำแนะนำของนักวิเคราะห์และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสัญญา: นักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีทปรับลดคำแนะนำหุ้นไมครอนจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" หลังจากการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของมูลค่าหุ้น โดยระบุถึงอัพไซด์ที่จำกัดและความไม่แน่นอนที่ยังคงอยู่ว่า โครงการสัญญาระยะยาวมูลค่า 1.0 แสนล้านดอลลาร์นั้น หนักไปทาง DRAM และ NAND ทั่วไป มากกว่าผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ที่มีอัตรากำไรสูงหรือไม่ ข้อพิพาทแรงงานในไต้หวันและการหยุดชะงักของการดำเนินงาน: พนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานมากกว่า 80% ในโรงงานผลิตหลักของไมครอนที่เมืองเถาหยวนและไทจงในไต้หวัน ลงมติสนับสนุนการประท้วงหยุดงานเนื่องจากข้อขัดแย้งเกี่ยวกับโครงสร้างโบนัส ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตและความเสถียรของห่วงโซ่อุปทานทั่วศูนย์กลางการผลิตหลัก ความเสี่ยงจากการฟ้องร้องด้านสิทธิบัตรในสายการผลิต DDR5: การฟ้องร้องด้านทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่องจากเน็ตลิสต์ (Netlist) ที่มุ่งเป้าไปยังพอร์ตผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ DDR5 ของไมครอน ยังคงสร้างความผันผวนให้แก่ราคาหุ้น และก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายเกี่ยวกับค่าเสียหายที่อาจเกิดขึ้นหรือคำสั่งห้ามจำหน่ายผลิตภัณฑ์ การแข่งขันที่สูงขึ้นและการกระจายแหล่งอุปทานของลูกค้า: ลูกค้ารายใหญ่ระดับองค์กรอย่างแอปเปิลกำลังเร่งทดสอบชิปหน่วยความจำจากคู่แข่งสัญชาติจีน ซึ่งรวมถึง CXMT และ YMTC เพื่อกระจายแหล่งอุปทานท่ามกลางภาวะขาดแคลนหน่วยความจำ ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงระยะยาวต่อส่วนแบ่งตลาดและอำนาจในการกำหนดราคาของไมครอน บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Cloudflare Inc (NET) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 8.17% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: การวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/cloudflare-inc-net-817percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้นคลาวด์แฟลร์พุ่งขึ้นจากการบูรณาการระบบความปลอดภัย AI และความร่วมมือกับโอเพนเอไอความต้องการของภาคองค์กรกำลังเปลี่ยนไปสู่สถาปัตยกรรมการป้องกันสำหรับเอเจนต์ AI และเอดจ์คอมพิวติ้งบริษัทรายงานรายได้ประจำปีที่ 2.17 พันล้านดอลลาร์ และมีผลขาดทุนสุทธิ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Cloudflare Inc (NET) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?ราคาหุ้นคลาวด์แฟลร์ (Cloudflare) พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งพร้อมความผันผวนระหว่างวันที่น่าจับตา โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากความตื่นตัวของตลาดต่อขีดความสามารถด้านความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล่าสุดของบริษัท และการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับโอเพนเอไอ (OpenAI) การเปิดตัวบริการตรวจหาและแก้ไขช่องโหว่อัตโนมัติภายใต้ Cloudflare Managed Defense ซึ่งใช้โมเดลไซเบอร์ระดับแนวหน้าอันล้ำสมัยของ OpenAI ช่วยให้เครือข่ายระดับองค์กรสามารถค้นหาข้อบกพร่องของซอฟต์แวร์ สกัดกั้นการโจมตีที่ขอบเครือข่าย (edge attacks) และติดตั้งแพตช์โค้ดแบบอัตโนมัติได้ในเวลาจริง (real time) การบูรณาการในครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ตำแหน่งของคลาวด์แฟลร์ในฐานะระบบเกราะความปลอดภัยที่สำคัญสำหรับภาระงานที่สร้างด้วย AI และระบบนิเวศเอเจนต์อัตโนมัติ ซึ่งถือเป็นปัจจัยหนุนหลักที่ทำให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าตลาด โมเมนตัมขาขึ้นของตลาดยังได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างระยะยาวในอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์และการประมวลผลแบบคลาวด์เอดจ์ (cloud edge computing) เนื่องจากปริมาณการรับส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติและไม่ใช่บุคคล (non-human traffic) ขยายตัวอย่างรวดเร็วจนมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการรับส่งข้อมูลในเครือข่ายทั่วโลก ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยขององค์กรจึงปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ไปสู่สถาปัตยกรรมป้องกันภัยสำหรับเอเจนต์ AI ความต้องการโซลูชัน Secure Access Service Edge, Zero Trust และแพลตฟอร์มนักพัฒนา Workers ของคลาวด์แฟลร์ ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่องค์กรต่าง ๆ เร่งดำเนินการเพื่อรักษาความปลอดภัยในการปรับใช้ AI เมื่อผนวกกับจำนวนช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้น พลวัตการดำเนินงานเหล่านี้จึงช่วยสนับสนุนความคาดหวังต่อการเร่งตัวของรายได้ในระยะยาวและการขยายสัญญาซื้อขายหลายผลิตภัณฑ์ในระดับองค์กร ทิศทางเชิงบวกดังกล่าวยิ่งมีความโดดเด่นเป็นพิเศษท่ามกลางสภาวะซบเซาของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในภาพรวม ซึ่งเน้นย้ำถึงแรงซื้อเฉพาะตัวที่แข็งแกร่งในหุ้นของบริษัท ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานทางการเงินประจำไตรมาสที่แข็งแกร่ง การปรับเพิ่มประมาณการผลประกอบการล่วงหน้า และเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลล่าสุดที่ระบุถึงการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยบริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำ แม้ว่าการทำธุรกรรมของคนในบริษัทตามปกติภายใต้แผนการซื้อขายล่วงหน้าตามกฎ Rule 10b5-1 จะได้รับความสนใจจากตลาดเพียงชั่วคราว แต่นักลงทุนยังคงให้ความสำคัญกับความผูกพันของลูกค้าต่อแพลตฟอร์มของบริษัทที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของระบบนิเวศนักพัฒนา และศักยภาพในการสร้างรายได้ระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐาน edge AIการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Cloudflare Inc (NET)ในเชิงเทคนิค Cloudflare Inc (NET) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -2.179 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 56.664 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 5.630 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดการวิเคราะห์พื้นฐานของ Cloudflare Inc (NET) Cloudflare Inc (NET) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $2.17B จัดอยู่ในอันดับที่ 120 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $-102.27M จัดอยู่ในอันดับที่ 538 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $333.91 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $400.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $160.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cloudflare Inc (NET)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นจากต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI: อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับปรุงแล้วของคลาวด์แฟลร์หดตัวลงสู่ระดับ 72.8% เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นสำหรับปริมาณงาน AI และภาระงานบนแพลตฟอร์มนักพัฒนา ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนสถาบันเกี่ยวกับการลดลงของอัตรากำไรในระยะสั้นและจังหวะความเร็วในการสร้างรายได้ ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างและความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน: แผนการของผู้บริหารในการลดจำนวนพนักงานลงประมาณ 20% (ราว 1,100 คน) เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่รูปแบบการดำเนินงานด้วยเอเจนต์ AI มีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 140 ล้านดอลลาร์ถึง 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนในการดำเนินงาน พหุคูณมูลค่าและความเปราะบางต่อการหดตัวของพหุคูณมูลค่า: แม้ว่าความสามารถในการทำกำไรตามหลักการบัญชีทั่วไป (GAAP) จะเป็นลบ (อัตรากำไรสุทธิ -8.21%) แต่การซื้อขายที่ระดับพหุคูณมูลค่าที่สูงอย่างยิ่ง ส่งผลให้หุ้นยังคงเปราะบางต่อแรงเทขายอย่างหนักระหว่างวันและการปรับลดประเมินมูลค่าลงหากการเติบโตของรายได้ชะลอตัวลง การขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของคนในระดับผู้บริหาร: การเปิดเผยข้อมูลตามแบบ SEC Form 4 ซึ่งเน้นย้ำถึงการขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของคนใน รวมถึงการขายหุ้นมูลค่าหลายล้านดอลลาร์โดย Michelle Zatlyn ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ในช่วงต้นเดือนกันยายน ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาด บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ราคาก๊าซธรรมชาติยุโรปพุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ขณะที่สต็อกก๊าซยังอยู่ในระดับต่ำก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว URL: https://onesiamsoft.com/articles/2022 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับตัวสูงขึ้น โดยสัญญา TTF เดือนใกล้สุด (Front-month) พุ่งเหนือระดับ €79/MWh ในเช้าวันพุธ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังจำกัดปริมาณ LNG ในตลาด ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับตัวสูงขึ้น โดยสัญญา TTF เดือนใกล้สุด (Front-month) พุ่งเหนือระดับ €79/MWh ในเช้าวันพุธ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกำลังจำกัดปริมาณ LNG ในตลาด ขณะที่ยุโรปกำลังเตรียมรับมือฤดูหนาวด้วยปริมาณก๊าซสำรองที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ ขณะเดียวกัน ราคาส่งมอบระยะใกล้ที่อยู่ในระดับสูงกำลังทำให้การกักเก็บก๊าซมีความคุ้มค่าทางการเงินลดลง และเป็นอุปสรรคต่อการเติมสต็อกในช่วงที่ราคายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจ International Energy Agency (IEA) มองว่า ความมั่นคงด้านอุปทานไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงกับการเติมก๊าซในคลังให้เพียงพอเท่านั้น แต่ยังจำเป็นต้องมี Strategic Reserves ที่มากขึ้น สัญญาที่มีความยืดหยุ่น และความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยกิจกรรมการเข้าซื้อก๊าซอาจเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า การปิดกั้นช่องแคบ Hormuz และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในกาตาร์กดดันอุปทาน นับตั้งแต่ต้นปี สัญญา TTF Front-month เคลื่อนไหวอยู่ในช่วงประมาณ €26.50–€79/MWh โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นได้เพิ่ม Risk Premium ให้กับราคาก๊าซ เนื่องจากภัยคุกคามต่ออุปทาน LNG ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการจัดหาก๊าซของผู้ซื้อในยุโรป ก่อนเกิดความขัดแย้ง ประมาณ 20% ของการค้า LNG ทั่วโลก มีเส้นทางผ่านช่องแคบ Hormuz การปิดกั้นเส้นทางดังกล่าวในทางปฏิบัติได้ขัดขวางการขนส่งเหล่านี้เป็นเวลาหลายเดือน ส่งผลให้ปริมาณก๊าซที่มีอยู่ในตลาดโลกปรับตัวลดลง การโจมตีในเดือนมีนาคมสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อหน่วยผลิต 2 แห่งในโครงการ Ras Laffan ของกาตาร์ ส่งผลให้กำลังการผลิตประมาณ 17,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ต้องหยุดลง ข้อมูลจาก IEEFA ระบุว่า ปริมาณดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 17% ของกำลังการส่งออก LNG ของกาตาร์ ขณะที่ IEA ประเมินว่าการซ่อมแซมอาจใช้เวลา 3–5 ปี ดังนั้น ปัญหาด้านอุปทานจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการกลับมาเปิดเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบ Hormuz เท่านั้น นับตั้งแต่วิกฤตพลังงานในปี 2022–2023 ยุโรปได้เพิ่มความสามารถในการนำเข้า LNG มากกว่า 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติผ่านท่อจากรัสเซียในสัดส่วนที่สำคัญด้วยการนำเข้าทางเรือ อย่างไรก็ตาม การมีสถานีรับ LNG เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ายุโรปจะมีก๊าซเพียงพอโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ซื้อในยุโรปยังคงต้องแข่งขันเพื่อจัดหา LNG ในตลาดโลก ทำไมราคาที่สูงจึงทำให้การเติมสต็อกก๊าซทำได้ยากขึ้น? โดยปกติ ก๊าซที่ซื้อในช่วงฤดูร้อนจะมีราคาถูกกว่าการส่งมอบในช่วงฤดูหนาว ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถทำกำไรจากการนำก๊าซไปเก็บไว้และขายในภายหลัง อย่างไรก็ตาม วิกฤตในปัจจุบันได้ผลักดันราคาส่งมอบระยะใกล้ให้สูงขึ้น ขณะที่ตลาดคาดว่าเงื่อนไขด้านอุปทานจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี โครงสร้างราคาดังกล่าวจึงลดแรงจูงใจทางการเงินในการเติมก๊าซเข้าสู่คลังในบางประเทศของยุโรป การที่ปริมาณก๊าซสำรองอยู่ในระดับต่ำไม่ได้หมายความว่ายุโรปจะเผชิญภาวะก๊าซหมดโดยอัตโนมัติ การใช้ก๊าซของ EU ยังคงต่ำกว่าระดับปี 2021 ประมาณ 15–20% ทำให้เศรษฐกิจสามารถดำเนินต่อไปได้แม้มีปริมาณสำรองน้อยลง อย่างไรก็ตาม Safety Buffer ที่เล็กลงนี้ต้องแลกมาด้วยการพึ่งพาการส่งมอบ LNG อย่างต่อเนื่องมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว เป้าหมายของ EU กำหนดให้คลังเก็บก๊าซมีปริมาณสำรอง 90% ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน แม้จะอนุญาตให้มีการเบี่ยงเบนจากเป้าหมายได้หากสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย IEA สนับสนุนการบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวอย่างยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมี การจัดซื้อก๊าซร่วมกัน (Coordinated Purchasing) และข้อตกลงสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเข้ามาสนับสนุน โปแลนด์กำลังเผชิญแรงกดดันในประเด็นนี้น้อยที่สุดในขณะนี้ โดยระดับก๊าซสำรองอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 96.5% ณ วันที่ 8 กันยายน ขณะที่ เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ กำลังเผชิญความท้าทายในการเติมก๊าซสำรอง และระดับก๊าซสำรองเฉลี่ยของ EU ที่ 67% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต Source: AGSI ก๊าซอาจทะลุ €100/MWh? Goldman Sachs ชี้หนึ่งในสถานการณ์ความเสี่ยง Goldman Sachs ประเมินว่า หากการส่งออกก๊าซจากตะวันออกกลางฟื้นตัวอย่างล่าช้า การดึงดูด LNG ให้เพียงพอต่อความต้องการของยุโรปอาจทำให้สัญญา TTF เดือนธันวาคมปรับขึ้นเหนือ €100/MWh อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ Base Case ของธนาคาร ซึ่งก่อนหน้านี้ประเมินราคาไว้ที่ €50/MWh แต่เป็นสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นหากข้อจำกัดด้านอุปทานยังคงดำเนินต่อไป ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ โดยเงินเฟ้อใน Eurozone อยู่ที่ 3.3% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้แรงกดดันด้านราคาพื้นฐานจะเริ่มผ่อนคลายลงก็ตาม ก่อนการประชุม ECB ในวันพรุ่งนี้ นักลงทุนเกือบทั้งหมดกำลัง Price in ความเป็นไปได้ของการขึ้นดอกเบี้ย 25 Basis Points หากเกิดขึ้นจริง จะทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก (Deposit Rate) เพิ่มจาก 2.25% เป็น 2.50% อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงความคาดหวังของตลาด ไม่ใช่การตัดสินใจที่ประกาศอย่างเป็นทางการ โดยยังเหลือเวลาอีกราว 24 ชั่วโมงก่อนการประชุม ความกังวลว่าเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด กำลังส่งผลให้เกิดแรงเทขายในตลาดพันธบัตรรัฐบาลยุโรป ขณะที่ Bond Yields ที่สูงขึ้นหมายถึงต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น เมื่อรัฐบาลต้องออกหนี้ใหม่เพื่อ Refinance หนี้เดิมที่ครบกำหนด IEA: Strategic Reserves ควรทำงานควบคู่กับ Commercial Inventories ในรายงาน “Gas Reserve Mechanisms and Flexibility Options” ที่เผยแพร่ในวันนี้ IEA เสนอให้มีการใช้ก๊าซที่อยู่นอกตลาดเชิงพาณิชย์มากขึ้น และเก็บไว้เพื่อปล่อยออกมาเฉพาะในกรณีฉุกเฉิน Strategic Reserves ดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น Safety Buffer เพิ่มเติม แทนที่จะให้แต่ละประเทศพึ่งพาเพียงเป้าหมายการเติมก๊าซสำรองภาคบังคับและการแข่งขันเพื่อจัดหา LNG ในตลาดโลก โปแลนด์ อิตาลี และสเปน เป็นหนึ่งในประเทศที่มี Strategic Gas Reserves ระดับประเทศอยู่แล้ว จากการประเมินของ IEA ในปี 2025 สหภาพยุโรปมีก๊าซประมาณ 12,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ถูกเก็บไว้ภายใต้กลไกดังกล่าว คิดเป็นประมาณ 3.5% ของการใช้ก๊าซต่อปี และประมาณ 12% ของความจุ Working Gas Storage IEA สนับสนุนให้รัฐบาลต่าง ๆ ขยายกลไกเหล่านี้ และพิจารณาการประสานงานในระดับ EU หรือระหว่างประเทศ ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ AccelerateEU ของ European Commission ซึ่งครอบคลุมถึงการจัดซื้อก๊าซร่วมกัน การบริหารสต็อกอย่างยืดหยุ่น การลดความต้องการใช้พลังงาน และมาตรการช่วยปกป้องผู้บริโภคจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น Strategic Reserves ในต่างประเทศ อุปทานที่ยืดหยุ่น และศักยภาพของยูเครน ประเทศต่าง ๆ อาจใช้เงินทุนเพื่อจัดเก็บก๊าซสำรองฉุกเฉินในต่างประเทศ หรือร่วมกันรับสิทธิ์ในการซื้อ LNG Cargo เพิ่มเติมหากเกิดภาวะขาดแคลน สัญญาที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้นและ Supply Swaps จะช่วยให้สามารถส่งก๊าซไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการมากที่สุดได้ง่ายขึ้น IEA ยังชี้ถึงความเป็นไปได้ในการจัดเก็บก๊าซปริมาณ 10–15 พันล้านลูกบาศก์เมตรในยูเครน อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวจำเป็นต้องมีการยุติสงครามกับรัสเซีย ซึ่งในขณะนี้ยังดูเป็นไปได้ยาก รวมถึงต้องมีหลักประกันด้านความปลอดภัยของสถานที่จัดเก็บ ดังนั้น แนวทางนี้จึง ยังไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ทางเลือกอื่นที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา ได้แก่ การนำ เรือ LNG รุ่นเก่ามาใช้เป็นคลังเก็บก๊าซชั่วคราว และการนำก๊าซบางส่วนที่ปกติจะเก็บไว้ในคลังใต้ดินออกมาใช้ IEA เน้นย้ำว่า แนวทางเหล่านี้ยังจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม ขณะเดียวกัน การเพิ่มปริมาณก๊าซสำรองยังต้องมีข้อตกลงที่ชัดเจนว่า ใครเป็นเจ้าของก๊าซ ใครเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนการจัดเก็บ และสามารถนำก๊าซออกมาใช้ได้ภายใต้สถานการณ์ใด อย่างไรก็ตาม IEA ระบุว่า แม้การสร้างคลังสำรองฉุกเฉินจะมีต้นทุน แต่ การไม่เตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตอาจสร้างความเสียหายที่มีต้นทุนสูงกว่ามาก กราฟราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก๊าซ TTF (กรอบเวลา D1) Source: xStation5 Source: Originally published on XTB.com. Read the full article at XTB.com → ### J.P. Morgan มองตลาด Medtech ยุโรปฟื้นตัว นำโดยความต้องการเครื่องช่วยฟัง - Investing.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/jp-morgan-medtech-investingcom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 J.P. Morgan มองตลาด Medtech ยุโรปฟื้นตัว นำโดยความต้องการเครื่องช่วยฟัง Investing.com J.P. Morgan มองตลาด Medtech ยุโรปฟื้นตัว นำโดยความต้องการเครื่องช่วยฟัง  Investing.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Block ของ Jack Dorsey ยื่นขอจัดตั้งธนาคารทรัสต์ระดับชาติ รับฝากคริปโทฯ ภายใต้ปีกรัฐบาลสหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/block-jack-dorsey Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปข่าว Block บริษัทการเงินของ Jack Dorsey ยื่นเรื่องต่อ OCC เพื่อจัดตั้งธนาคารทรัสต์แห่งชาติชื่อ "Builders Bank & Trust, N.A." กันยายน 9, 2026 สรุปข่าว Block บริษัทการเงินของ Jack Dorsey ยื่นเรื่องต่อ OCC เพื่อจัดตั้งธนาคารทรัสต์แห่งชาติชื่อ “Builders Bank & Trust, N.A.” เน้นบริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลและทรัสต์ สำหรับ Bitcoin กับ Stablecoin กระแสนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบริษัทคริปโทและฟินเทคจำนวนมากที่แห่ขอใบอนุญาตแบบเดียวกัน โดย OCC มีคำขอค้างพิจารณาถึง 13 รายการ และก่อนหน้านี้ก็มี Circle, Ripple, Paxos, BitGo และ Fidelity Digital Assets ที่ได้ไฟเขียวไปแล้ว ดีลนี้ยังเจอแรงต้านจากฝ่ายการเมือง และกลุ่มธนาคารดั้งเดิม ทั้งจากวุฒิสมาชิก Elizabeth Warren และ Bank Policy Institute ที่กำลังพิจารณาฟ้องร้อง OCC แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral การยื่นขอใบอนุญาตของ Block ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้น และต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของ OCC อีกหลายเดือนกว่าจะรู้ผล จึงยังไม่ใช่ปัจจัยที่จะกระทบราคา Bitcoin หรือ Stablecoin ในทันที แต่ในเชิงโครงสร้างระยะยาว ข่าวนี้สะท้อนแนวโน้มเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมคริปโทโดยรวม  Block บริษัทการเงินของ Jack Dorsey ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทางเงินตราของสหรัฐฯ (OCC) เพื่อจัดตั้งธนาคารทรัสต์แห่งชาติในชื่อ “Builders Bank & Trust, N.A.” โดยเน้นให้บริการรับฝากสินทรัพย์ (Custody) และบริการทรัสต์สำหรับ Bitcoin รวมถึง Stablecoin โดยเฉพาะ แม้ธนาคารประเภทนี้จะไม่ได้เปิดรับฝากเงินหรือปล่อยกู้เหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป แต่การอนุมัติระดับประเทศ จะช่วยให้ Block สามารถดำเนินธุรกิจรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางได้อย่างถูกต้องและเป็นรูปธรรม  ทั้งนี้ Lee Woolley ผู้ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานและ CEO ของ Builders Bank ระบุว่า การขอใบอนุญาตครั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของ Square Financial Services เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายในการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในภาพรวมของบริษัทแนวโน้มธุรกิจคริปโทแห่ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารทรัสต์แห่งชาติ การยื่นขอใบอนุญาตของ Block เกิดขึ้นในยุคที่บริษัทคริปโทฯ และฟินเทคแห่ยื่นขอจัดตั้งธนาคารทรัสต์จากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กันมากขึ้น หลังจาก Jonathan Gould ผู้ตรวจการแผ่นดินทางเงินตรา (OCC) ออกมาระบุในเดือนสิงหาคมว่า บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดำเนินธุรกิจถูกต้องควรมีสิทธิเข้าสู่ระบบธนาคารแห่งชาติ ส่งผลให้ตลอด 18 เดือนที่ผ่านมามีผู้ยื่นขอจัดตั้งธนาคารใหม่สูงถึง 40 ราย  โดยค่ายดังอย่าง Ripple, Circle, Paxos, BitGo และ Fidelity ต่างได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไขไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2025 ซึ่งล่าสุด Circle ก็ได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายให้จัดตั้ง Circle National Trust เมื่อเดือนกรกฎาคมเพื่อดูแลทุนสำรอง Stablecoin ขณะที่ค่ายอื่น ๆ เช่น Payward, Revolut และ World Liberty Financial ก็กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาอนุมัติเช่นกัน ด้าน Revolut ก็เพิ่งได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไข เพื่อจัดตั้ง Revolut Bank US ในรัฐคอนเนตทิคัต ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 95 ล้านดอลลาร์สหรัฐการตรวจสอบจากฝ่ายการเมืองและกลุ่มธนาคารดั้งเดิม แม้กระแสการขอใบอนุญาตธนาคารทรัสต์ระดับสหรัฐฯ จะขยายตัว แต่ก็ต้องเผชิญกับแรงต้านและการจับตาอย่างหนัก โดยเฉพาะโครงการ World Liberty Financial ของครอบครัวประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากการถือหุ้น 38% หลังได้รับอนุมัติแบบมีเงื่อนไขเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม  ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิก Elizabeth Warren ได้ออกมาตั้งคำถามว่า OCC อาจทำเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย National Bank Act รวมทั้งสมาคมธนาคารดั้งเดิมอย่าง Bank Policy Institute ก็กำลังพิจารณาฟ้องร้องดำเนินคดีต่อ OCC อีกด้วย ซึ่งในส่วนของ Block นั้น แผนจัดตั้ง Builders Bank ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาตรวจสอบ และจะสามารถเปิดดำเนินการได้ ต่อเมื่อได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ พร้อมปฏิบัติตามเกณฑ์ที่กำหนดครบถ้วนแล้วเท่านั้น ที่มา : crypto.news มุมมองผู้เขียน : ต้องจับตาดูว่ากรณีของ Builders Bank จะผ่านด่านได้เร็วแค่ไหน และผลของเรื่องนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญที่กำหนดว่า บริษัทคริปโทรายอื่นจะเข้าสู่ระบบธนาคารสหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นหรือยากขึ้นในอนาคต Pairploy Denpairojsak เข้าสู่โลกคริปโตจากการเทรดในปี 2021 เริ่มรู้จัก Bitcoin และสนใจเทคโนโลยี Blockchain รวมถึงการเปลี่ยนผ่านของโลกการเงิน มองสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่าแค่เครื่องมือการลงทุน แต่เชื่อว่าคืออนาคตของการเงินยุคใหม่ Source: Originally published on Siam Blockchain. Read the full article at Siam Blockchain → ### เอเชีย เอราวัน ยอมเดินรถแอร์พอร์ต เรลลิงก์ต่ออีก 4 เดือน รองนายกฯ-หารือ รฟท.บ่ายนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-37 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 การเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วันจำกัด (ในเครือบริษัท ซี.พี.) เดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่ออีกเป็นเวลา 4 เดือน หลังจากที่จะหมดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า ล่าสุด ทางเอกชน ได้ส่งหนังสือตอบรับอย่างเป็น วันนี้, 11:35น.           การเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วันจำกัด (ในเครือบริษัท ซี.พี.) เดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ต่ออีกเป็นเวลา 4 เดือน หลังจากที่จะหมดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่า ล่าสุด ทางเอกชน ได้ส่งหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการมาที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แล้ว โดยช่วงบ่าย วันนี้ จะประชุมร่วมกับ ประธานคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (ประธานบอร์ด รฟท.) และผู้ว่าฯรฟท. โดยยอมรับว่าทางเอกชนยื่นเงื่อนไขเข้ามาพอสมควร ฉะนั้นจะต้องพิจารณาว่าเงื่อนไขใดบ้างที่เราพอรับได้ แต่อย่างไรก็ต้องหาวิธีให้เขาเดินรถต่อ ซึ่งเขาพร้อมที่จะเดินรถต่อ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่รัฐจะต้องรับบางส่วน           เมื่อถามย้ำว่าบริษัทเอกชนพร้อมที่จะเดินรถต่ออีก 4 เดือนใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ใช่ พร้อมที่จะเดินรถต่ออีก 4 เดือนจนถึงสิ้นปีนี้ ส่วนรายละเอียดเงื่อนไขตนมองว่าก็น่าที่จะพอพูดคุยกันได้ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอการหารือในช่วงบ่ายวันนี้ก่อน            เมื่อถามว่าในช่วงบ่ายวันนี้ จะได้ความชัดเจนเลยใช่หรือไม่นายพิพัฒน์กล่าวว่า เราจะต้องพยายามสรุปให้ได้ เนื่องจากอาจกระทบกับความมั่นใจของผู้ใช้บริการ ซึ่งในเบื้องต้นจะสรุปว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไร เพื่อตอบไปยังผู้ประกอบการ           ส่วนจะมีแผนสำรองรองรับหรือไม่หากผลการเจรจาไม่ลงตัว นายพิพัฒน์ กล่าวยอมรับว่า ต้องเตรียมความพร้อมในการดำเนินการด้วยตัวเราเองให้ได้ ซึ่งทางรฟท.จะให้บริษัทลูกรับช่วงต่อ ส่วนช่วงเปลี่ยนผ่านการเดินรถจากบริษัทเอกชนมาเป็นบริษัทลูกของรฟท. จะมีปัญหาหรือไม่ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะในอดีตบริษัทลูกของรฟท.ก็เคยเดินรถก่อนที่ผู้ประกอบการจะเข้ามา ฉะนั้นหากเขาส่งคืนเราเราก็ส่งช่วงต่อและกลับไปบริหารเหมือนเดิม ส่วนบุคลากรส่วนหนึ่งกับภาคเอกชนก็ต้องดึงกลับ และส่วนที่ขาดก็จะมีการเติมเข้าไป ข่าวทั้งหมดADS--> Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### Samsung AI Buddy เปิดแคมเปญ AI Living เชื่อมมือถือ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน One Samsung Ecosystem :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-ai-buddy-ai-living-one-samsung-ecosystem-thaimobilecentercom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung เปิดแคมเปญ AI Buddy ชู AI Living ผ่าน One Samsung Ecosystem เชื่อมมือถือ สมาร์ทวอทช์ ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วย SmartThings พร้อมโปรถึง 15 กันยายน ซัมซุงชูจุดขายหนึ่งเดียวในตลาดเชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ One Samsung Ecosystem ด้วย AI ส่งแคมเปญ Samsung AI Buddy ที่จะทำให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น ซัมซุงตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีอันดับ 1 ในไทยและระดับโลก ประกาศขับเคลื่อนยุคใหม่แห่งการอยู่อาศัยด้วย AI Living ชูแนวคิดการเชื่อมต่อไร้รอยต่อผ่าน One Samsung Ecosystem ตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ซึ่งเข้ามาช่วยเปลี่ยนความซับซ้อนในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และไร้กังวลในทุกมิติ สะท้อนความสำเร็จจากยอดผู้ใช้งานระบบและแอปพลิเคชัน SmartThings ในไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในมิติของจำนวนผู้ใช้งานและสถิติการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมส่งแคมเปญการตลาด "Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้" มอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชันสุดพิเศษถึง 15 กันยายนนี้ วิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” เปลี่ยนเทคโนโลยีสู่เพื่อนคู่คิด ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ ซัมซุงได้ประกาศวิสัยทัศน์ระดับโลก “Your Companion to AI Living” ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน The First Look ณ งาน CES 2026 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนบทบาทของ AI จากเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี ไปสู่การเป็น 'บัดดี้' ที่แท้จริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า "สำหรับซัมซุง AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเป็นบัดดี้ ที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเข้าไปผสมผสานและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อ ในปีนี้ เรามุ่งต่อยอดวิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นวัตกรรม AI ของซัมซุงอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอแนวทางการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่เพื่อดูแลผู้ใช้และครอบครัว วิสัยทัศน์นี้มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ทีวี ไปจนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Samsung Health, SmartThings, Calendar และอื่น ๆ การทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ด้วยการผสานอุปกรณ์ การบริการ และพันธมิตรต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน ซึ่งช่วยต่อยอดความอัจฉริยะของฟีเจอร์แต่ละอย่าง เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นหนึ่งเดียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น" อินไซต์คนไทยและสถิติการเติบโตของ SmartThings Ecosystem จากผลการศึกษาวิจัยผู้บริโภคของซัมซุง พบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อเทคโนโลยีของผู้บริโภคคือ “ความสะดวกสบายและใช้งานง่าย” โดยผู้บริโภคไม่ได้มองหา AI ในฐานะฟีเจอร์เดี่ยว ๆ บนอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่มองหาประโยชน์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งเข้ามาช่วยจัดการภาระในชีวิตประจำวัน ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความสุขและมีเวลามากขึ้น นางลัดดาวรรณ เลิศวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด  กล่าวเสริมว่า "ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชี้ชัดว่า ความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งานคือหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ ซึ่ง One Samsung Ecosystem ตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือน 'ผู้ช่วยส่วนตัว' ที่คอยจัดการดูแลและอำนวยความสะดวกในทุกรายละเอียดของการดำเนินชีวิตอย่างไร้รอยต่อ เข้าใจความต้องการของแต่ละบุคคลได้ และช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในชีวิตประจำวันให้หมดไป ช่วยยกระดับประสบการณ์ชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง" ปัจจุบัน ซัมซุงครองความเป็นผู้นำด้วยฐานผู้ใช้งานอุปกรณ์ในประเทศไทยกว่า 37 ล้านเครื่อง โดยสถิติล่าสุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอัตราการเปิดรับใช้งาน SmartThings Ecosystem ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้: จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้งาน (Registered Users): ทะลุ 4.8 ล้านราย เติบโตขึ้น 12% จากปี 2025 และขยายตัวต่อเนื่อง ผู้ใช้งานรายเดือน (Active User MAU): เติบโตขึ้นกว่า 34% เมื่อเทียบกับปลายปี 2025 สะท้อนการใช้งาน SmartThings ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานรายสัปดาห์ (Active User WAU) เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 74% เมื่อเทียบกับปลายปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการใช้งานแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น เจาะลึก 3 ฟีเจอร์ยอดนิยมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อเจาะลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความนิยมและใช้งานบริการ SmartThings ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่: SmartThings Energy: โดยอุปกรณ์หลักที่ใช้งานฟีเจอร์นี้ ได้แก่ เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมอนิเตอร์และควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้า และเปิดใช้งานฟีเจอร์ประหยัดพลังงานอัจฉริยะ Pet Care: โดยอุปกรณ์หลัก ได้แก่ สมาร์ทโฟน SmartTag ทีวี ระบบไฟส่องสว่าง และเครื่องปรับอากาศ ใช้สำหรับดูแล สอดส่อง สัตว์เลี้ยง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายสบายตัวให้สัตว์เลี้ยงขณะเจ้าของไม่อยู่บ้าน Home Care: โดยอุปกรณ์หลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องฟอกอากาศ มุ่งเน้นการตรวจเช็กสถานะอุปกรณ์ พร้อมแนะนำโซลูชันการดูแลรักษา เช่น การแจ้งเตือนล้างแอร์ หรือการล้างถังซักผ้าอัตโนมัติ แคมเปญ “Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้” และโปรโมชันพิเศษ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควงกว้าง ซัมซุงได้ปล่อยแคมเปญการตลาด "Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้" ผ่านวิดีโอคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ถ่ายทอดอินไซต์ความวุ่นวายในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องสุขภาพ สัตว์เลี้ยง และการดูแลบ้าน ที่ถูกจัดการให้เป็นเรื่องง่าย โดยในวิดีโอแคมเปญ ได้ชูเคล็ดลับการดูแลตัวเอง การดูแลสัตว์เลี้ยง และการดูแลบ้านง่าย ๆ ด้วย AI ของซัมซุง ที่เปรียบเสมือน บัดดี้รู้ใจ ดูแลจบแบบครบลูป ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การทำงานของ Samsung Health ใน Galaxy Watch ที่ช่วย Tracking การออกกำลังกาย รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์เพื่อดูแลคุณ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่า Galaxy Watch ช่วยเตือนให้วิ่งได้แบบไม่หลุดโซน พร้อมหลังออกกำลังกาย ดูเมนูอาหารที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพ หรือเพิ่มรายการส่วนประกอบของเมนูอาหารในตู้เย็นได้ด้วย หรือแม้แต่เมื่อ Now Brief บนมือถือ Samsung Galaxy แจ้งเตือนเรื่องสภาพอากาศ ก็สามารถสั่งเปิดแอร์ให้สัตว์เลี้ยงที่บ้านได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้กระทั่งให้ AI Buddy ช่วยดูแลงานบ้าน ตั้งเตือนบนทีวีซัมซุง เมื่อเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จ ดูหนังเพลินแค่ไหน ก็ไม่ลืมตากผ้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อทุกอุปกรณ์เชื่อมต่อกันอย่างเข้าใจ ชีวิตที่ดีก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นในทุกวัน ร่วมรับชมวิดีโอแคมเปญชูจุดเด่น AI และ SmartThings ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องง่าย: วิดีโอแคมเปญหลัก Samsung AI Buddy: Samsung AI Buddy: The Buddy That Makes Life Easier พร้อมกันนี้ ซัมซุงยังได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษ มอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายนนี้เท่านั้น* จัดใหญ่ ลดทันทีสูงสุด 50% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ยิ่งซื้อ ยิ่งรับคืน เพียงสะสมยอดซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ รับเงินคืนสูงสุด 12,000.- ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิด AI Living และติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมและเงื่อนไขโปรโมชั่นได้ที่ Samsung AI Buddy: https://www.samsung.com/th/support/ai-living/ai-buddy/ วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### Barclays ปรับเพิ่มเป้าหมาย S&P 500 หลังผลกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง - Investing.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/barclays-sandp-500-investingcom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Barclays ปรับเพิ่มเป้าหมาย S&P 500 หลังผลกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง Investing.com Barclays ปรับเพิ่มเป้าหมาย S&P 500 หลังผลกำไรแข็งแกร่งต่อเนื่อง  Investing.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### อั้นไม่อยู่ น้ำมันขึ้นราคา กองทุนฯ ติดลบหนัก URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788964612371 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ห้องข่าวภาคเที่ยง - เช้านี้ราคาน้ำมันขายปลีกในบ้านเรา ปรับราคาขึ้นค่อนข้างแรง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ติดลบหนักกว่า… ห้องข่าวภาคเที่ยง - เช้านี้ราคาน้ำมันขายปลีกในบ้านเรา ปรับราคาขึ้นค่อนข้างแรง ขณะที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็ติดลบหนักกว่า 8 หมื่นล้านบาท ก็ยังไม่รู้ว่า หากราคาน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด จะบริหารจัดการราคากันอย่างไร หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน หรือ กบน. มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด มีผลตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2569 หรือเช้าวันนี้ โดยกลุ่มน้ำมันดีเซลปรับขึ้นลิตรละ 70 สตางค์ และกลุ่มน้ำมันเบนซินปรับขึ้นลิตรละ 80 สตางค์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลพุ่งไปอยู่ที่ลิตรละ 39 บาท 84 สตางค์ ส่วนน้ำมันเบนซินอยู่ที่ลิตรละ 48 บาท 8 สตางค์ เฉียด ๆ ลิตรละ 50 บาทแล้ว การขยับขึ้นราคาขายปลีก เป็นเพราะราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ วันที่ 8 กันยายน พุ่งสูงกว่า 172 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันเบนซินอยู่ที่ประมาณ 137 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การปรับราคาขายปลีกในประเทศครั้งนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท และมีสถานะติดลบกว่า 83,000 ล้านบาท หลังมีข่าวออกไป ปรากฏเมื่อคืนนี้ ชาวโคราชก็พากันนำรถออกมาเติมน้ำมันกันเพียบทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หลายคนเลือกเติมน้ำมันเต็มถัง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้น โดยประชาชนฝากความหวังขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือ และดูแลราคาน้ำมัน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเพียงฝ่ายเดียว พร้อมขอให้เร่งหามาตรการบรรเทาค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถในการประกอบอาชีพ Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### ประกาศแล้ว!! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย.69 | มุมข่าว | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9ก.ย.69ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)... ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9ก.ย.69ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่นราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9ก.ย.69ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ (OR) บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ 60 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่ดีเซล ขึ้นราคา 75 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69กลุ่มน้ำมันเบนซินเบนซิน ลิตรละ 47.28 บาทซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (โออาร์)เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาทแก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 29.23 บาท (บางจาก)แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 38.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 37.92 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 33.29 บาทกลุ่มน้ำมันดีเซลซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (โออาร์)ดีเซล ลิตรละ 39.14 บาท (โออาร์)ดีเซล B20 ลิตรละ 34.14 บาท (โออาร์)ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (โออาร์)ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)ไฮดีเซล S ลิตรละ 39.14 บาท (บางจาก)ดีเซล B20 ลิตรละ 34.14 บาท (บางจาก) Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### "ARES: Iron Vanguard" พร้อมสวมเกราะฟาร์มออร่า 15 ก.ย.นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ares-iron-vanguard-15 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Com2uS ประกาศความพร้อม ARES: the IRON Vanguard เกมมือถือแอคชั่นอาร์พีจีสุดล้ำที่จะพาผู้เล่นก้าวเข้าสู่โลก sci-fi บู๊ระห่ำในสมรภูมิที่สามารถสลับ 'สูท' ตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ เตรียมเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วโลก 15 กันยายนนี้ หน้าหลัก เกม ข่าวเกมมือถือ  "ARES: Iron Vanguard" พร้อมสวมเกราะฟาร์มออร่า 15 ก.ย.นี้ เผยแพร่: 9 ก.ย. 2569 21:04   ปรับปรุง: 9 ก.ย. 2569 21:04   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ Com2uS ประกาศความพร้อม "ARES: the IRON Vanguard" เกมมือถือแอคชั่นอาร์พีจีสุดล้ำที่จะพาผู้เล่นก้าวเข้าสู่โลก sci-fi บู๊ระห่ำในสมรภูมิที่สามารถสลับ 'สูท' ตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ เตรียมเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วโลก 15 กันยายนนี้"ARES: the IRON Vanguard" จะพาผู้เล่นก้าวเข้าสู่โลก sci-fi ที่มีฉากหลังเป็นเมืองสุดล้ำในโลกอนาคตกับดาวเคราะห์ตกสำรวจ พร้อมบู๊ระห่ำในสมรภูมิที่สามารถสลับ 'สูท' ที่มีทักษะพิเศษเฉพาะตัวได้ตามสถานการณ์ หลบหลีกการโจมตี สวนกลับ ตลอดจนสะสมคอมโบ ทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การวางกลยุทธ์ที่สมจริง เน้นให้ผู้เล่นควบคุมด้วยตัวเองโดยตรง แทนการพึ่งพาระบบต่อสู้อัตโนมัติตัวเกมมีคลาสทั้งหมด 4 คลาส ได้แก่ เอนจิเนียร์ (Engineer), วอร์ลอร์ด (Warlord), วอร์ล็อค (Warlock), และฮันเตอร์ (Hunter) แต่ละคลาสมีทักษะและความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกติดตั้งสูทได้ 2 ชุดพร้อมกัน เพื่อสลับทำคอมโบและความเสียหายให้ไว นอกจากนี้สูทในเกมยังแบ่งออกเป็น 5 ธาตุหลัก ได้แก่ กายภาพ, น้ำแข็ง, ไฟ, ไฟฟ้า, และกัมมันตรังสี แต่ละธาตุจะมีปฏิกริยาธาตุที่มีเอฟเฟกต์เฉพาะ ซึ่งจำเป็นต่อการต่อสู้อีกด้วยในช่วงแรกของเกมจะเน้นคอนเทนต์ Single-player ให้ผู้เล่นอินไปกับเนื้อเรื่องและจักรวาลของเกม จากนั้นจึงค่อย ๆ เปิดโลกสู่คอนเทนต์ Co-op ที่จะได้รางวัลเป็นอาวุธสำหรับพัฒนาตัวละคร ได้แก่ มิติมืด ศึกล่าบอสสุดอลังการ, ศึกดวงดาว Raid ดันเจี้ยนทำเวลาตีบอสให้ทัน และโหมด PvP แบบ 5v5 เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินกับผองเพื่อนในเนื้อหา Co-op และตื่นเต้นไปกับการประชันฝีมือสุดเดือดสำหรับการอัปเกรดตัวละคร ตัวเกมจะไม่มีระบบตีบวกอาวุธและอัปเกรดอาวุธ เน้นฟาร์มไอเทมเพื่อนำไปคราฟท์อาวุธ Tier หายาก ยิ่ง Tier สูงจำนวนออปชั่นเสริมยิ่งมีมากขึ้น ส่วนชุดสูทสามารถอัปเกรดเลเวลและโอนย้ายเลเวลไปยังชุดสูทใหม่ได้โดยไม่ต้องเสียทรัพยากรเพิ่มเติมตัวละครสามารถอัปเกรดหมู่ดาวเมื่อเปิดกาชาได้ตัวละครซ้ำ ยิ่งได้ตัวละครซ้ำ ตัวละครยิ่งเก่ง โดยระบบกาชามี 3 ระดับคือ ฟ้า ม่วง และแดง สุ่มทุก 10 ครั้งการันตีระดับม่วง และ 80 ครั้งการันตีระดับแดง แบนเนอร์สุ่มจะมีสองประเภทคือ ชุดสูท (คลาส) และโอเปอเรเตอร์ตัวเกมมีตลาดให้ผู้เล่นในเซิร์ฟเวอร์ (ข้ามเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้) ซื้อขายไอเทมที่ได้จากการฟาร์ม ผ่านเว็บไซต์ของ LINE NEXT โดยใช้หน่วยเงิน USDT ในการแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นหนึ่งใน Endgame ของเกม คือการฟาร์มอาวุธมาขายตลาด โดยทีมงานได้วางระบบเพื่อควบคุมการเฟ้อของจำนวนไอเทม พร้อมยืนยันเรื่องความปลอดภัยในการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ตรวจสอบได้"ARES: the IRON Vanguard" เตรียมเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วโลก 15 กันยายนนี้ ลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วที่ https://app.adjust.com/22aegm8q ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://aresglobal.com2us.com/ และแฟนเพจ ARES: the IRON Vanguard*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข่าวสารวงการเกมครับ* --> Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 ใช้พื้นที่ราว 27 GB URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-legend-of-zelda-ocarina-of-time-nintendo-switch-2-27-gb Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชัน Nintendo Switch 2 เปิดเผยขนาดไฟล์ประมาณ 27 GB หลังหน้าร้านค้า Nintendo ระบุข้อมูลดังกล่าว พร้อมกำหนดวางจำหน่าย 5 พฤศจิกายน 2026 The Legend of Zelda: Ocarina of Time เวอร์ชันรีเมคสำหรับ Nintendo Switch 2 เปิดเผยขนาดไฟล์โดยประมาณแล้ว โดยหน้าร้านค้าอย่างเป็นทางการของ Nintendo ระบุว่าเกมจะใช้พื้นที่จัดเก็บประมาณ 27 GB สำหรับเวอร์ชันดิจิทัล ขนาดไฟล์ดังกล่าวถือว่าค่อนข้างใหญ่เมื่อเทียบกับเกมต้นฉบับบน Nintendo 64 ซึ่งมีขนาดเพียง 32 MB เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เวอร์ชันใหม่ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมปรับปรุงกราฟิกและรายละเอียดของโลกภายในเกมอย่างมาก ทำให้ต้องใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด Nintendo ยังเปิดเผยรายละเอียดการเล่นเพิ่มเติมในงานฉลองครบรอบ 40 ปีของ The Legend of Zelda โดยเวอร์ชันรีเมคจะมีระบบกล้องแบบอิสระ การควบคุมที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงฟีเจอร์ Threads of Time ที่ช่วยให้ผู้เล่นติดตามเป้าหมายและเส้นทางของ Link ได้สะดวกขึ้น The Legend of Zelda: Ocarina of Time มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026 และจะเป็นเกมที่ลงให้กับ Nintendo Switch 2 โดยเฉพาะ ราคาเวอร์ชันดิจิทัลอยู่ที่ 59.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,930 บาท ขณะที่เวอร์ชันแผ่นวางจำหน่ายในราคา 69.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,250 บาท สำหรับผู้ที่เลือกซื้อเกมแบบดิจิทัล พื้นที่ประมาณ 27 GB หมายความว่าควรตรวจสอบพื้นที่ว่างในเครื่องหรือ microSD Express ให้เพียงพอก่อนดาวน์โหลด โดยขนาด 27 GB ที่ระบุในหน้าร้านค้า Nintendo ยังเป็นค่าประมาณและอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเกมวางจำหน่ายจริง แหล่งที่มา : Instant Gaming News  Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบการเงินของ ServiceTitan: รายได้เพิ่มขึ้น 21% ขณะที่กระแสเงินสดขยายตัว URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-servicetitan-21percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รายได้ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ของ ServiceTitan เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 292.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผลขาดทุนต่อหุ้นขั้นเจือจางตามมาตรฐาน GAAP ขยายตัวลดลงเหลือ 0.26 ดอลลาร์ จาก 0.35 ดอลลาร์ ด้านกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่ใช่ GAAP เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 44. ServiceTitan (NASDAQ: TTAN) รายงานรายได้ประจำไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027 ที่ 292.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ผลขาดทุนต่อหุ้นปรับลด GAAP แคบลงเหลือ 0.26 ดอลลาร์ จาก 0.35 ดอลลาร์ สำหรับไตรมาสซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 กำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP เพิ่มขึ้นเป็น 44.4 ล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระ Non-GAAP แตะ 50.5 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าบริษัทยังคงไม่มีกำไรภายใต้ GAAP ก็ตาม ข้อมูลผลประกอบการหลัก รายได้จากแพลตฟอร์มยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตหลัก โดยเพิ่มขึ้น 22% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น GAAP รวมขยับขึ้นเป็น 71.4% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นประมาณ 15% เป็น 236.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตช้ากว่ารายได้ ช่วยให้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน GAAP แคบลง และทำให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น 5 จุดเปอร์เซ็นต์ ผลประกอบการปรับปรุงแสดงให้เห็นถึงการปรับตัวดีขึ้นในวงกว้าง โดยกำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP เพิ่มขึ้นประมาณ 52% และกำไรต่อหุ้นปรับลด Non-GAAP เพิ่มขึ้นเป็น 0.40 ดอลลาร์ ตัวชี้วัดไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายปีรายได้292.8 ล้านดอลลาร์242.1 ล้านดอลลาร์+21%กำไรขั้นต้น / อัตรากำไรขั้นต้น GAAP209.1 ล้านดอลลาร์ / 71.4%171.3 ล้านดอลลาร์ / 70.8%ประมาณ +22% / +0.6 จุดเปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน / อัตรากำไรจากการดำเนินงาน GAAP-27.6 ล้านดอลลาร์ / -9.4%-34.8 ล้านดอลลาร์ / -14.4%ขาดทุนแคบลงประมาณ 21% / +5.0 จุดเปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนสุทธิ GAAP-24.9 ล้านดอลลาร์-32.2 ล้านดอลลาร์ขาดทุนแคบลงประมาณ 23%กำไรต่อหุ้นปรับลด GAAP-$0.26-$0.35ปรับตัวดีขึ้น 0.09 ดอลลาร์กำไรจากการดำเนินงาน / อัตรากำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP44.4 ล้านดอลลาร์ / 15.2%29.2 ล้านดอลลาร์ / 12.1%ประมาณ +52% / +3.1 จุดเปอร์เซ็นต์กำไรต่อหุ้นปรับลด Non-GAAP$0.40$0.33ประมาณ +21%กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน / กระแสเงินสดอิสระ Non-GAAP58.0 ล้านดอลลาร์ / 50.5 ล้านดอลลาร์40.3 ล้านดอลลาร์ / 34.3 ล้านดอลลาร์ประมาณ +44% / +47% ผลการดำเนินงานของธุรกิจและแพลตฟอร์ม รายได้จากแพลตฟอร์มเติบโตเร็วกว่ารายได้รวม โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตทั้งของรายได้จากการสมัครสมาชิกและรายได้จากการใช้งาน รายได้จากการใช้งานเติบโตประมาณ 24% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมรวม หรือ GTV เพิ่มขึ้น 17% เป็น 2.68 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ ServiceTitan นิยาม GTV ว่าเป็นจำนวนเงินรวมทั้งหมดที่ลูกค้าออกใบแจ้งหนี้ผ่านแพลตฟอร์มของบริษัท ทำให้เป็นตัวชี้วัดแทนกิจกรรมการทำธุรกรรมของลูกค้า จุดอ่อนหลักอยู่ที่บริการวิชาชีพและรายได้อื่น ๆ โดยลดลงประมาณ 12% ขณะที่ผลขาดทุนขั้นต้นของกลุ่มนี้กว้างขึ้น เนื่องจากต้นทุนรายได้จำนวน 23.2 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ารายได้จำนวน 8.3 ล้านดอลลาร์ อย่างมีนัยสำคัญ ตัวชี้วัดไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบรายปีGTV2.68 หมื่นล้านดอลลาร์2.29 หมื่นล้านดอลลาร์+17%รายได้จากแพลตฟอร์ม284.5 ล้านดอลลาร์232.7 ล้านดอลลาร์+22%รายได้จากการสมัครสมาชิก212.4 ล้านดอลลาร์174.8 ล้านดอลลาร์ประมาณ +22%รายได้จากการใช้งาน72.1 ล้านดอลลาร์58.0 ล้านดอลลาร์ประมาณ +24%บริการวิชาชีพและรายได้อื่น ๆ8.3 ล้านดอลลาร์9.4 ล้านดอลลาร์ประมาณ -12%อัตรากำไรขั้นต้น GAAP ของแพลตฟอร์ม78.7%77.7%+1.0 จุดเปอร์เซ็นต์อัตรากำไรขั้นต้น GAAP ของบริการวิชาชีพและอื่น ๆ-180.5%-99.9%-80.6 จุดเปอร์เซ็นต์อัตราการรักษาฐานรายได้สุทธิสูงกว่า 110%สูงกว่า 110%ช่วงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โครงสร้างทางเศรษฐกิจของแพลตฟอร์มปรับตัวดีขึ้น แต่ผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นในบริการวิชาชีพได้จำกัดการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้นรวมของ ServiceTitan ค่าตอบแทนในรูปหุ้นขยายส่วนต่างระหว่างกำไร GAAP และกำไรปรับปรุง ServiceTitan รายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงาน GAAP จำนวน 27.6 ล้านดอลลาร์ แต่มีกำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP จำนวน 44.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีส่วนต่างประมาณ 72.0 ล้านดอลลาร์ การกระทบยอดดังกล่าวไม่ได้รวมค่าตอบแทนในรูปหุ้นและภาษีเงินเดือนของนายจ้างที่เกี่ยวข้องจำนวน 48.6 ล้านดอลลาร์, หุ้นจำกัดสิทธิ์ตามผลการดำเนินงานของผู้ร่วมก่อตั้งจำนวน 13.5 ล้านดอลลาร์ และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจากการซื้อกิจการจำนวน 9.9 ล้านดอลลาร์ การวิจัยและพัฒนาเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน GAAP ที่ใหญ่ที่สุด โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 38% เป็น 100.6 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตเร็วกว่ารายได้ ขณะที่ค่าใช้จ่าย Non-GAAP ที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ 76.2 ล้านดอลลาร์ หลังจากหักค่าตอบแทนในรูปหุ้นและภาษีเงินเดือนที่เกี่ยวข้องจำนวน 24.5 ล้านดอลลาร์ออกแล้ว ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายทั่วไปและการบริหาร GAAP ลดลงเหลือ 59.0 ล้านดอลลาร์ จาก 63.5 ล้านดอลลาร์ การสร้างกระแสเงินสดที่เป็นบวกช่วยชดเชยผลขาดทุน GAAP งบกระแสเงินสดรวมรายการปรับปรุงที่ไม่ใช่เงินสด ได้แก่ ค่าตอบแทนในรูปหุ้นจำนวน 60.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กระแสเงินสดอิสระสะท้อนถึงการหักค่าใช้จ่ายสำหรับซอฟต์แวร์สำหรับใช้ภายใน อาคารและอุปกรณ์ และเงินมัดจำที่เกี่ยวข้อง เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นเป็น 479.5 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 จาก 428.8 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 31 มกราคม 2026 แนวโน้มผลประกอบการ ServiceTitan ได้ออกแนวโน้มผลประกอบการเชิงปริมาณสำหรับไตรมาส 3 และตลอดปีงบการเงิน 2027 เนื่องจากแหล่งข้อมูลไม่ได้ระบุช่วงแนวโน้มผลประกอบการก่อนหน้านี้ จึงไม่มีการเปรียบเทียบกับแนวโน้มเดิม ตัวชี้วัดแนวโน้มไตรมาส 3 ปีงบการเงิน 2027แนวโน้มตลอดปีงบการเงิน 2027รายได้285 ล้าน-287 ล้านดอลลาร์1.139 พันล้าน-1.144 พันล้านดอลลาร์กำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP29 ล้าน-30 ล้านดอลลาร์152 ล้าน-154 ล้านดอลลาร์ บริษัทไม่ได้ให้แนวโน้มผลขาดทุนจากการดำเนินงาน GAAP หรือการกระทบยอดจากกำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP ที่คาดการณ์ไว้ โดยอ้างถึงความยากในการประเมินรายการที่ยกเว้น เช่น ค่าใช้จ่ายค่าตอบแทนในรูปหุ้นในอนาคต Ara Mahdessian ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO เชื่อมโยงการเติบโตของรายได้และกระแสเงินสดอิสระในไตรมาสนี้กับการที่ ServiceTitan เปิดใช้งานระบบปฏิบัติการแบบเอเจนต์สำหรับธุรกิจช่างบริการ ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารยังกล่าวด้วยว่าการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยปรับปรุงการดำเนินงานขององค์กรให้ดีขึ้น Vahe Kuzoyan ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน กล่าวว่า ServiceTitan บรรลุเป้าหมายในไตรมาส 2 เกินคาดในการเพิ่มจำนวนสถานที่ที่ใช้ Max ขึ้นเป็นสองเท่า เมื่อพิจารณาจากการดำเนินงานร่วมกับลูกค้าเดิมและความคืบหน้ากับลูกค้าใหม่ที่ได้รับการคัดเลือก บริษัทคาดว่าเมื่อสิ้นสุดปีงบการเงิน 2027 จะมีสถานที่ลงทะเบียนใช้ Max มากกว่า 700 แห่ง รายการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหารเมื่อเร็ว ๆ นี้ สรุปข้อมูลผู้ภายในที่ได้รับแสดงให้เห็นว่ามีการซื้อหุ้น 418,816 หุ้น จาก 15 รายการ และขายหุ้น 1,740,966 หุ้น จาก 25 รายการ ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มียอดขายสุทธิ 1,322,150 หุ้น ทั้งนี้ 8 รายการจาก 10 รายการล่าสุดที่รายงานระบุว่าเป็นรายการขาย โดยงดแสดง 2 รายการที่ไม่ระบุทิศทางการทำธุรกรรมที่ชัดเจนด้านล่าง วันที่ผู้ภายในตำแหน่งประเภทรายการราคาที่รายงานมูลค่าที่รายงาน14 ส.ค. 2026David SherryCFOขาย$90.83$817,47012 ส.ค. 2026Vahe Kuzoyanประธานขาย$88.84-$88.95$11,650,5034 ส.ค. 2026Ara MahdessianCEOขาย$84.75-$84.89$7,467,85217 ก.ค. 2026Byron B. Deeterกรรมการและผู้รับประโยชน์ที่ถือหุ้นเกิน 10%ขาย$76.00-$78.46$12,357,56015 ก.ค. 2026Byron B. Deeterกรรมการและผู้รับประโยชน์ที่ถือหุ้นเกิน 10%ขาย$79.49-$80.50$15,999,00015 ก.ค. 2026David SherryCFOขาย$79.31$180,5107 ก.ค. 2026Michele O’Connorผู้บริหารขาย$80.93$397,3667 ก.ค. 2026Byron B. Deeterกรรมการและผู้รับประโยชน์ที่ถือหุ้นเกิน 10%ขาย$77.38-$80.45$29,232,048 การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ระบุทิศทางและมูลค่าของรายการที่มีการรายงาน แต่ไม่ได้อธิบายถึงแรงจูงใจของผู้ภายในหรือมุมมองที่มีต่อแนวโน้มของ ServiceTitan ในตัวของมันเอง ปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนควรติดตาม ความสามารถในการทำกำไร GAAP ยังคงเป็นลบ การปรับตัวดีขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงขึ้นอยู่กับการยกเว้นค่าตอบแทนในรูปหุ้นจำนวนมาก ภาษีเงินเดือนที่เกี่ยวข้อง และการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน โครงสร้างทางเศรษฐกิจของบริการวิชาชีพย่ำแย่ลง รายได้ลดลงขณะที่ผลขาดทุนขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่เป็นลบของกลุ่มนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งไปชดเชยการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรของแพลตฟอร์มบางส่วน อัตราการเติบโตที่รายงานชะลอตัวลง การเติบโตของรายได้ในไตรมาส 2 ปีงบการเงินอยู่ที่ 21% เมื่อเทียบกับอัตรา 25% ที่แสดงในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน การเติบโตของแพลตฟอร์มชะลอตัวลงจาก 26% เหลือ 22% และการเติบโตของ GTV เปลี่ยนจาก 19% เป็น 17% ค่าใช้จ่าย R&D เติบโตเร็วกว่ารายได้ การเติบโตของค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการเพิ่มขึ้นของการใช้แพลตฟอร์มที่สอดคล้องกัน อาจกดดันผลการดำเนินงาน GAAP ความชัดเจนของแนวโน้ม GAAP มีจำกัด ServiceTitan ให้เพียงประมาณการกำไรจากการดำเนินงาน Non-GAAP เท่านั้น และไม่สามารถประเมินผลกระทบทาง GAAP จากค่าใช้จ่ายที่ได้รับการยกเว้นได้ สรุป ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027 ของ ServiceTitan ผสานการเติบโตของรายได้ 21% เข้ากับผลขาดทุน GAAP ที่แคบลง ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงที่สูงขึ้น และกระแสเงินสดอิสระที่ปรับตัวดีขึ้น รายได้จากการสมัครสมาชิกและการใช้งานแพลตฟอร์มเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการขยายตัว ขณะที่บริการวิชาชีพยังคงเป็นตัวถ่วงอัตรากำไรขั้นต้น ปัจจัยต่อไปที่ต้องติดตามคือการดำเนินงานตามแนวโน้มปีงบการเงิน 2027 การเปิดรับใช้ Max อัตราการใช้จ่ายด้าน AI และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และดูว่า ServiceTitan จะสามารถลดส่วนต่างระหว่างกำไร GAAP และกำไรปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### AMD พุ่งขึ้นเกือบ 6% หลังรายได้เพิ่มขึ้น 50% หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน - Traders Union URL: https://onesiamsoft.com/articles/amd-6percent-50percent-traders-union Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 AMD พุ่งขึ้นเกือบ 6% หลังรายได้เพิ่มขึ้น 50% หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน Traders Union AMD ยืนเหนือ SMA 200 แต่ RSI ใกล้ overbought: อัปเดตทุกชั่วโมง Investing.com AMD ชูแนวคิด “The Era of Personal AI” เปิดตัวเทคโนโลยี Local AI และ Ryzen AI Halo ในงาน IFA 2026 AppDisqus AMD เปิด AMD พุ่งขึ้นเกือบ 6% หลังรายได้เพิ่มขึ้น 50% หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน  Traders UnionAMD ยืนเหนือ SMA 200 แต่ RSI ใกล้ overbought: อัปเดตทุกชั่วโมง  Investing.comAMD ชูแนวคิด “The Era of Personal AI” เปิดตัวเทคโนโลยี Local AI และ Ryzen AI Halo ในงาน IFA 2026  AppDisqusAMD เปิดตัว Threadripper Halo Station เวิร์กสเตชันทรงพลังที่สุดในโลก  Thisisgame ThailandAMD เปิดตัวซูเปอร์คอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผลโมเดล AI  vietnam.vn Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ServiceNow Inc (NOW) หุ้น เคลื่อนไหว ลง 5.20% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: มันส่งสัญญาณอะไร? URL: https://onesiamsoft.com/articles/servicenow-inc-now-520percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้น ServiceNow ปรับตัวลดลง ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้นและการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ความก้าวหน้าด้าน AI และความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรเงินทุนมีส่วนทำให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนสถาบันบริษัทรายงานรายได้ประจำปีที่ 13.28 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 1.75 พั อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น ServiceNow Inc (NOW) ปรับตัว ลง ในวันนี้?เซอร์วิสนาว (ServiceNow) เผชิญแรงเทขาย เนื่องจากสภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (risk-off) ในตลาดโดยรวมและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอ้างอิงที่ทรงตัวในระดับสูงได้ส่งผลกดดันหุ้นซอฟต์แวร์ระดับองค์กรที่มีมูลค่าประเมินสูง โดยหลังจากราคาปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์จากความเชื่อมั่นต่อผลประกอบการของบริษัทในกลุ่มเดียวกันในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์โดยรวม หุ้นของผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) ที่มีอัตราส่วนมูลค่าสูงก็เผชิญกับแรงขายทำกำไร ขณะเดียวกัน อัตราคิดลดที่อยู่ในระดับสูงยังคงกดดันพหุคูณการประเมินมูลค่าของสินทรัพย์เติบโตระยะยาว ส่งผลให้หุ้นที่ซื้อขายด้วยพหุคูณกำไรระดับพรีเมียมมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษต่อการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศการลงทุนในตลาด นอกจากนี้ ปัจจัยเฉพาะตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมและมุมมองเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เปลี่ยนแปลงไปยังเป็นอีกปัจจัยที่ซ้ำเติมทิศทางขาลง โดยนักลงทุนสถาบันกำลังจับตาดูความเป็นไปได้ที่โมเดลการคิดค่าลิขสิทธิ์ตามจำนวนผู้ใช้ (seat-based licensing) แบบดั้งเดิมจะถูกลดความสำคัญลง เมื่อเครื่องมือเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติระดับองค์กรมีความก้าวหน้ามากขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันที่เกิดขึ้นใหม่จากผู้ให้บริการ AI พื้นฐานที่ขยายเข้าสู่การบริหารจัดการระบบ IT service desk ประกอบกับต้นทุนโครงสร้างพื้นฐานและค่าโฮสติ้งที่สูงขึ้นจากการให้บริการ Generative AI ได้เพิ่มความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นระยะปานกลางและความเร็วในการสร้างรายได้จากเทคโนโลยี ขณะเดียวกัน ปัจจัยเฉพาะของบริษัทด้านการดำเนินงานและงบการเงินก็ส่งผลกระทบต่อการซื้อขายระหว่างวันเช่นกัน โดยการตรวจสอบการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ยังคงเป็นประเด็นหลักที่ตลาดให้ความสนใจ หลังจากมีการออกตราสารหนี้จำนวนมากเพื่อระดมทุนในการซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ ซึ่งการเปลี่ยนผ่านจากสถานะเงินสดสุทธิไปสู่ระดับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลให้ต้องระงับโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นการชั่วคราวและมีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น ประจวบเหมาะกับแนวทางการดำเนินงานของผู้บริหารที่ชี้ว่ารายจ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI จะปรับตัวสูงขึ้น และเมื่อประกอบกับการเปิดเผยข้อมูลการขายหุ้นของคนในบริษัทเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้นักลงทุนสถาบันเลือกที่จะลดสัดส่วนการลงทุน ส่งผลให้เกิดการย่อตัวของราคาหุ้นเร็วขึ้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ ServiceNow Inc (NOW)ในเชิงเทคนิค ServiceNow Inc (NOW) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -0.181 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 54.002 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 50.404 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ ServiceNow Inc (NOW)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ ServiceNow Inc (NOW) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 48 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ ServiceNow Inc (NOW) ServiceNow Inc (NOW) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $13.28B จัดอยู่ในอันดับที่ 28 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $1.75B จัดอยู่ในอันดับที่ 30 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $145.89 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $248.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $72.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ServiceNow Inc (NOW)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: พหุคูณการประเมินมูลค่าและความผันผวนจากการขายทำกำไร: ตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงอัตราส่วน P/E ย้อนหลังที่ใกล้เคียง 90 เท่า ทำให้ราคาหุ้นมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อแรงเทขายอย่างฉับพลันและการขายทำกำไรของนักลงทุนสถาบัน หากการเติบโตของยอดสมัครใช้บริการไม่สามารถแซงหน้าความคาดหวังที่อยู่ในระดับสูงได้ แรงกดดันต่ออัตรากำไรจากการใช้จ่ายด้าน AI และการรวมกิจการ M&A: รายจ่ายทุนจำนวนมากที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน Generative AI และการรวมกิจการจากการเข้าซื้อกิจการเชิงกลยุทธ์ขนาดใหญ่ กำลังกดดันอัตรากำไรจากการดำเนินงานแบบ non-GAAP และอัตรากำไรกระแสเงินสดอิสระ ความเสี่ยงจากการจัดสรรงบประมาณ IT ใหม่: การที่ลูกค้าองค์กรโยกย้ายงบประมาณ IT ตามดุลยพินิจไปยังฮาร์ดแวร์และโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานของ Generative AI ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการอัปเกรดซอฟต์แวร์เวิร์กโฟลว์ที่ไม่ใช่ AI และการขยายจำนวนสิทธิ์ผู้ใช้งาน การขายหุ้นของบุคคลภายในส่งผลกระทบต่อบรรยากาศตลาด: การขายสุทธิของบุคคลภายในอย่างต่อเนื่องที่มีมูลค่าเกินกว่า 6 ล้านดอลลาร์ ได้กดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาด และซ้ำเติมแนวต้านทางเทคนิคด้านบนหลังจากที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### เมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เครื่องมือ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788963512903 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ในปัจจุบัน การใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับธุรกิจอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม มีความเป็นจริงที่น่าคิดอยู่อย่างหนึ่งคือ ธุรกิจจำนวนมากใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางธุรกิจมอ หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันเศรษฐกิจเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เครื่องมือในปัจจุบัน การใช้ซอฟต์แวร์บริหารจัดการ แอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) และแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับธุรกิจอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม มีความเป็นจริงที่น่าคิดอยู่อย่างหนึ่งคือ ธุรกิจจำนวนมากใช้เทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน แต่กลับได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางธุรกิจมองเทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานประจำวัน ในขณะที่บางธุรกิจเปลี่ยนเทคโนโลยีให้เป็นข้อได้เปรียบที่ช่วยให้พวกเขาเติบโตเร็วขึ้นและให้บริการลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีเอง แต่ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์และบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับกลยุทธ์การพัฒนาของตนอย่างไรThời báo Ngân hàng•08/09/2026เทคโนโลยีเป็นเพียงเครื่องมือหากไม่สร้างมูลค่าที่แตกต่าง จากการทำงานร่วมกับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ผมได้พบกับธุรกิจมากมายที่ลงทุนอย่างหนักในระบบการจัดการ ซอฟต์แวร์การขาย หรือเครื่องมืออัตโนมัติ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง เมื่อวิเคราะห์อย่างละเอียดแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่มักไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีที่ไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะธุรกิจใช้เทคโนโลยีเพียงเพื่อทดแทนการทำงานด้วยมือเท่านั้น หากธุรกิจเปลี่ยนมาใช้ระบบดิจิทัลเฉพาะในส่วนงานที่ทำอยู่ โดยไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานหรือการบริการลูกค้า ประโยชน์ที่ได้รับมักจะเป็นเพียงการประหยัดเวลา ซึ่งจำเป็นแต่ไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน เพราะเมื่อคู่แข่งสามารถซื้อซอฟต์แวร์เดียวกันและนำไปใช้ในลักษณะเดียวกัน ความแตกต่างจึงแทบไม่มีอยู่เลย เทคโนโลยีมอบข้อได้เปรียบโดยการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เทคโนโลยีจะไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างข้อได้เปรียบที่คู่แข่งจะเลียนแบบได้ยากอีกด้วย ธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพมักเริ่มต้นด้วยการปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้ามากกว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในเพียงอย่างเดียว พวกเขาใช้เทคโนโลยีเพื่อลดเวลาในการตอบสนอง ปรับแต่งบริการ ติดตามความต้องการของลูกค้า และประมวลผลคำขอได้เร็วขึ้น ฉันเคยทำงานกับธุรกิจบริการขนาดเล็กแห่งหนึ่ง ก่อนหน้านี้ ลูกค้ามักต้องรอการตอบกลับค่อนข้างนาน หลังจากที่ได้สร้างระบบจัดการข้อมูลลูกค้าและกระบวนการดูแลลูกค้าที่สอดคล้องกันแล้ว ความเร็วในการตอบกลับก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สิ่งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้มีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำมากขึ้นด้วย ที่สำคัญ ลูกค้าไม่สนใจว่าธุรกิจนั้นใช้ซอฟต์แวร์อะไร พวกเขาแค่รู้สึกว่าธุรกิจนั้นให้บริการที่รวดเร็ว เป็นมืออาชีพ และน่าเชื่อถือมากขึ้น นั่นคือเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนสำคัญของมูลค่าแบรนด์ ข้อมูลช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น ประโยชน์ที่สำคัญกว่าของเทคโนโลยีคือความสามารถในการเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นพื้นฐานสำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจ ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนมากยังคงดำเนินธุรกิจโดยอาศัยประสบการณ์ส่วนตัวหรือสัญชาตญาณทางการตลาดเป็นหลัก วิธีการนี้อาจได้ผลในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น การตัดสินใจโดยอาศัยสัญชาตญาณจะมีความเสี่ยงมากขึ้น ด้วยข้อมูลการขาย ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลการดำเนินงาน ธุรกิจสามารถระบุปัญหาที่ก่อนหน้านี้ตรวจจับได้ยาก พวกเขารู้ว่าผลิตภัณฑ์ใดสร้างกำไรได้มากที่สุด กลุ่มลูกค้าใดมีมูลค่าระยะยาวมากที่สุด และช่องทางการขายใดมีประสิทธิภาพมากที่สุด เทคโนโลยีจะแสดงศักยภาพสูงสุดได้ก็ต่อเมื่อผสานเข้ากับกลยุทธ์อย่างลงตัว ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือธุรกิจต่างๆ ลงทุนในเทคโนโลยีตามกระแส พวกเขาลงทุนใน AI เพราะตลาดกำลังพูดถึงกันมาก หรือพวกเขาใช้ CRM (การจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า) เพราะธุรกิจอื่นๆ ก็ใช้กัน แต่เทคโนโลยีจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อเชื่อมโยงกับเป้าหมายทางธุรกิจที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น ธุรกิจจำเป็นต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ชัดเจน: เทคโนโลยีนี้จะช่วยแก้ปัญหาอะไร สร้างคุณค่าอะไรให้แก่ลูกค้า และสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตอะไรบ้าง? เมื่อนำเทคโนโลยีมาใช้โดยพิจารณาจากคำถามเหล่านี้ โอกาสประสบความสำเร็จจะสูงกว่าการลงทุนตามกระแสมาก ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ เทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือสนับสนุนการดำเนินงานอีกต่อไป เมื่อใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง เทคโนโลยีสามารถช่วยให้ธุรกิจสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า ปรับปรุงคุณภาพการตัดสินใจด้านการจัดการ และเร่งการปรับตัวให้เข้ากับตลาดได้ สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป้าหมายไม่ใช่การมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่เป็นการรู้วิธีบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับความสามารถในการแข่งขันของตน เมื่อทำได้เช่นนั้น เทคโนโลยีจะไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างข้อได้เปรียบที่คู่แข่งจะเลียนแบบได้ยากอีกด้วย ที่มา: https://thoibaonganhang.vn/khi-cong-nghe-tro-thanh-loi-the-canh-tranh-chu-khong-chi-la-cong-cu-187195.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ผลประกอบการ Korn Ferry ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027: รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 7% ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ทรงตัวอยู่ที่ 17% URL: https://onesiamsoft.com/articles/korn-ferry-1-2027-7percent-ebitda-17percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2027 ของคอร์น เฟอร์รี่ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 756.5 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้น 5% เป็น 1.32 ดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นปรับลดที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 9% เป็น 1.43 ดอลลาร์ ด้านกำไรสุทธิส่วนที คอร์น เฟอร์รี่ (Korn Ferry) (NYSE: KFY) รายงานรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 ที่ 756.5 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบปีต่อปีจาก 708.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลด (EPS ปรับลด) เพิ่มขึ้น 5% สู่ระดับ 1.32 ดอลลาร์ จาก 1.26 ดอลลาร์ ธุรกิจ Search และ Workforce Solutions เติบโตในระดับสองหลัก อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายด้านผลตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงทรงตัว และลดอัตรากำไรสุทธิลง 30 เบซิสพอยต์ โดยผลประกอบการดังกล่าวครอบคลุมระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม 2026 และได้รับการประกาศเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2026 ข้อมูลผลประกอบการหลัก รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกัน โดยมีการเติบโตในทุกภูมิภาค รายได้ที่สูงขึ้นช่วยหนุนกำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ และ EBITDA ปรับปรุง แม้ว่าการขยายตัวดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงรวมสูงขึ้นก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ คอร์น เฟอร์รี่ เพิ่มขึ้น 4% สู่ระดับ 69.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุงขยายตัวเร็วกว่าที่ระดับ 9% ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนถึงการไม่รวมต้นทุนการรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 7.6 ล้านดอลลาร์ จาก 1.5 ล้านดอลลาร์ ตัวชี้วัดQ1 FY2027Q1 FY2026การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบปีต่อปีรายได้ค่าธรรมเนียม756.5 ล้านดอลลาร์708.6 ล้านดอลลาร์+6.8%กำไรจากการดำเนินงาน93.4 ล้านดอลลาร์83.4 ล้านดอลลาร์ประมาณ +12%กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ คอร์น เฟอร์รี่69.0 ล้านดอลลาร์66.6 ล้านดอลลาร์+4%อัตรากำไรสุทธิ9.1%9.4%-30 bpsกำไรต่อหุ้นปรับลด1.32 ดอลลาร์1.26 ดอลลาร์+5%กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุง1.43 ดอลลาร์1.31 ดอลลาร์+9%EBITDA ปรับปรุง128.2 ล้านดอลลาร์120.4 ล้านดอลลาร์+7%อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุง17.0%17.0%ทรงตัว EBITDA ปรับปรุงและกำไรต่อหุ้นปรับปรุงเป็นมาตรวัดที่ไม่ใช่ GAAP ซึ่งไม่รวมต้นทุนการรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ และต้นทุนอื่น ๆ ที่ระบุไว้ที่เกี่ยวข้อง ผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจและภูมิภาค ธุรกิจ Search และ Workforce Solutions ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในภาพรวม ขณะที่ธุรกิจ Talent & Organizational Solutions แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ภูมิภาคอเมริกาเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดและสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนเพิ่มส่วนใหญ่ ขณะที่ APAC มีการเติบโตตามรายงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กลุ่มธุรกิจหรือภูมิภาครายได้ค่าธรรมเนียม Q1 FY2027รายได้ค่าธรรมเนียม Q1 FY2026การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบปีต่อปีSearch307.9 ล้านดอลลาร์278.9 ล้านดอลลาร์+10.4%Talent & Organizational Solutions259.2 ล้านดอลลาร์259.2 ล้านดอลลาร์ทรงตัวWorkforce Solutions189.4 ล้านดอลลาร์170.5 ล้านดอลลาร์+11.1%Americas442.1 ล้านดอลลาร์404.1 ล้านดอลลาร์+9.4%EMEA227.7 ล้านดอลลาร์219.0 ล้านดอลลาร์+4.0%APAC86.7 ล้านดอลลาร์85.5 ล้านดอลลาร์+1.4% การเติบโตของภูมิภาคอเมริกาสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้น 14% ในทั้งธุรกิจ Search และ Workforce Solutions ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงของภูมิภาคนี้ปรับตัวดีขึ้น 140 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 26.3% ด้านอัตรากำไรของ EMEA ขยับขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 16.4% ส่วน EBITDA ปรับปรุงของ APAC ลดลงสู่ระดับ 19.2 ล้านดอลลาร์ จาก 19.8 ล้านดอลลาร์ และอัตรากำไรลดลงสู่ระดับ 22.2% จาก 23.1% ตัวชี้วัดทางการค้าก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยค่าธรรมเนียมคงเหลือประเมินตามสัญญาที่ลงนามแล้วแตะระดับ 1.915 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 14% ขณะที่ธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 12% สู่ระดับ 832.3 ล้านดอลลาร์ ผลิตภาพธุรกิจใหม่ต่อผู้สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมแบบปรับเต็มปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.84 ล้านดอลลาร์ จาก 1.61 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าจำนวนผู้สร้างรายได้ค่าธรรมเนียม ณ สิ้นงวดจะลดลงสู่ระดับ 1,811 คน จาก 1,830 คน ความสามารถในการทำกำไรและงบดุล ค่าใช้จ่ายด้านตอบแทนและสวัสดิการเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 477.4 ล้านดอลลาร์ จาก 461.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารทั่วไปเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 80.2 ล้านดอลลาร์ จาก 63.9 ล้านดอลลาร์ ต้นทุนบริการก็เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 83.3 ล้านดอลลาร์ จาก 77.2 ล้านดอลลาร์ คอร์น เฟอร์รี่ ระบุว่า การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิและ EBITDA ปรับปรุงสูงขึ้น โดยถูกหักล้างบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้ กำไรจากการดำเนินงานเติบโตประมาณ 12% แต่กำไรสุทธิโตในอัตราที่ชะลอตัวกว่า โดยรายได้อื่นสุทธิลดลงสู่ระดับ 5.1 ล้านดอลลาร์ จาก 12.8 ล้านดอลลาร์ และดอกเบี้ยจ่ายสุทธิเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.3 ล้านดอลลาร์ จาก 3.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจำกัดผลประโยชน์ที่ได้รับจากกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ วันที่ 31 กรกฎาคม อยู่ที่ 800.9 ล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 1.10 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนเมษายน ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 615.3 ล้านดอลลาร์ จาก 573.4 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หนี้สินระยะยาวแทบไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 398.8 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการ AMS หลังสิ้นสุดไตรมาสในวันที่ 1 กันยายน งบดุล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม จึงยังไม่รวมธุรกิจที่เข้าซื้อดังกล่าว คาดการณ์แนวโน้ม Q2 FY2027 แนวโน้มไตรมาส 2 ของคอร์น เฟอร์รี่ ได้รวม AMS สำหรับเดือนกันยายนและตุลาคมไว้แล้ว ซึ่งหมายความว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมที่คาดการณ์ไว้จึงไม่สามารถเปรียบเทียบได้โดยตรงกับอัตราการดำเนินงาน (run rate) ของไตรมาส 1 ก่อนการเข้าซื้อกิจการ ตัวชี้วัดคาดการณ์ Q2 FY2027รายได้ค่าธรรมเนียม860 ล้านดอลลาร์ ถึง 878 ล้านดอลลาร์อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุง16.8% ถึง 17.2%กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุง1.30 ดอลลาร์ ถึง 1.40 ดอลลาร์ การคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุงได้รวมผลกระทบหลังภาษีของการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนส่วนเพิ่ม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิ และหุ้นที่ออกสำหรับการเข้าซื้อกิจการ AMS ทั้งนี้ คอร์น เฟอร์รี่ ไม่ได้ให้ตัวเลขคาดการณ์อัตรากำไรหรือ EPS ตามมาตรฐาน GAAP ที่สอดคล้องกัน เนื่องจากไม่สามารถประเมินต้นทุนการรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการในไตรมาส 2 ได้อย่างสมเหตุสมผล มุมมองของผู้บริหาร แกรี ดี. เบอร์นิสัน (Gary D. Burnison) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เน้นย้ำว่า ไตรมาส 1 นับเป็นไตรมาสที่ 6 ติดต่อกันที่รายได้ค่าธรรมเนียมของคอร์น เฟอร์รี่ เติบโตขึ้น ผู้บริหารคาดหวังว่า AMS จะช่วยขยายธุรกิจ Workforce Solutions โดยเพิ่มบริการด้านบุคลากรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งส่งผ่านสัญญาระยะยาวกับลูกค้า แม้ว่าแนวโน้มไตรมาส 2 ระยะใกล้นี้จะรวมผลกระทบจากการตัดจำหน่าย การจัดหาเงินทุน และจำนวนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเข้าซื้อกิจการไว้ด้วยก็ตาม รายการการซื้อขายของผู้ภายในเมื่อเร็ว ๆ นี้ ข้อมูลผู้ภายในที่ได้รับจัดหมวดหมู่หุ้นจำนวน 400,800 หุ้นจากการซื้อ 5 ครั้ง และ 9,110 หุ้นจากการขาย 3 ครั้ง ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เป็นการซื้อหุ้นสุทธิ 391,690 หุ้น ในบรรดารายการละเอียดย้อนหลัง 10 รายการล่าสุด มี 3 รายการเป็นการขายโดยตรง ซึ่งมีมูลค่าตามที่รายงานรวมกันประมาณ 704,000 ดอลลาร์ ส่วนรายการที่เหลือประกอบด้วยการให้รางวัลเป็นหุ้นและการมอบหุ้นเป็นของขวัญ ผู้ภายในตำแหน่งรายการมูลค่าที่รายงานวันที่Angel R. Martinezกรรมการการขายโดยตรง295,460 ดอลลาร์17 กรกฎาคม 2026Lesley Urenผู้บริหารการขายโดยตรง157,500 ดอลลาร์16 กรกฎาคม 2026Michael Distefanoผู้บริหารการขายโดยตรง251,234 ดอลลาร์15 กรกฎาคม 2026 การเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้เป็นการอธิบายรายการซื้อขาย แต่ไม่ได้ชี้ให้เห็นถึงมุมมองของผู้ภายในที่มีต่อแนวโน้มของคอร์น เฟอร์รี่ ความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา ต้นทุนการรวมกิจการ AMS: บริษัทไม่สามารถประเมินมูลค่ากำไรตาม GAAP ในไตรมาส 2 ได้ เนื่องจากต้นทุนการรวมกิจการและการเข้าซื้อกิจการยังคงมีความไม่แน่นอน ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจทำให้ความแตกต่างระหว่างผลประกอบการตาม GAAP และผลประกอบการปรับปรุงกว้างขึ้น แรงกดดันด้านค่าใช้จ่าย: ต้นทุนด้านผลตอบแทน การบริหาร และการส่งมอบบริการเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1 การเติบโตของค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องอาจขัดขวางไม่ให้รายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดการขยายตัวของอัตรากำไร การเติบโตของธุรกิจที่ไม่เท่าเทียมกัน: Talent & Organizational Solutions ทรงตัว ขณะที่ APAC เติบโตเพียง 1.4% และบันทึก EBITDA ปรับปรุงลดลง ความอ่อนแออย่างต่อเนื่องในกลุ่มเหล่านี้จะเพิ่มการพึ่งพาภูมิภาคอเมริกา ธุรกิจ Search และ Workforce Solutions ข้อสันนิษฐานในการคาดการณ์: แนวโน้มในไตรมาส 2 อยู่ภายใต้ข้อสันนิษฐานว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมในสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน หรืออัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สรุป ผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 ของคอร์น เฟอร์รี่ แสดงให้เห็นถึงการเติบโตเป็นวงกว้างในระดับภูมิภาค นำโดยธุรกิจ Search และ Workforce Solutions โดยรายได้ค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นช่วยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิ และ EPS ปรับปรุง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของค่าใช้จ่ายและรายได้อื่นที่ลดลงได้จำกัดการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไร ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงทรงตัวและอัตรากำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย สำหรับไตรมาสถัดไปจะถูกกำหนดด้วยการรวม AMS เข้ามา ทำให้ต้นทุนการรวมกิจการ รายได้ที่ได้มา และผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรปรับปรุงเป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตาดู บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2027 ของ Signet: การขยายตัวของอัตรากำไรหนุนการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการ URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-2027-signet Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ยอดขายในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2027 ของ Signet Jewelers อยู่ที่ 1.528 พันล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ยอดขายจากสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.2% ด้านกำไรต่อหุ้นปรับลดที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 2.19 ดอลลาร์ จาก 1.61 ดอลลาร์ และอัตรากำไรจากกา Signet Jewelers (NYSE: SIG) รายงานยอดขายในไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2027 อยู่ที่ 1.528 พันล้านดอลลาร์ ลดลงประมาณ 0.5% จาก 1.535 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรต่อหุ้นเจือจาง (diluted EPS) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 1.33 ดอลลาร์ จากผลขาดทุน 0.22 ดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นเจือจางปรับปรุงแล้ว (adjusted diluted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 2.19 ดอลลาร์ จาก 1.61 ดอลลาร์ ด้านยอดขายสาขาเดิม (same-store sales) เพิ่มขึ้น 2.2% โดยการได้รับเงินคืนภาษีศุลกากร ต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลง และระเบียบวินัยในค่าใช้จ่ายในการขาย ทั่วไป และบริหาร (SG&A) ช่วยขยายอัตรากำไร นอกจากนี้ Signet ยังได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรตลอดปีขึ้น ขณะที่คงแนวโน้มยอดขายไว้ตามเดิม ผลประกอบการสำคัญประจำไตรมาส สำหรับช่วง 13 สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 สิงหาคม 2026 ยอดขายตามรายงานลดลง 7.0 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ายอดขายเทียบเคียง (comparable sales) จะยังคงเป็นบวก กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 1.8% และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว 80 basis points เป็น 39.4% กำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐาน GAAP ยังได้รับประโยชน์จากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ลดลง โดยลดลงเหลือ 19.5 ล้านดอลลาร์ จาก 80.2 ล้านดอลลาร์ การปรับตัวดีขึ้นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการปรับปรุงตามมาตรฐาน GAAP เท่านั้น โดยกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 25.5% และอัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วแตะระดับ 7.0% ตัวชี้วัดไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบแบบปีต่อปียอดขาย1,528.1 ล้านดอลลาร์1,535.1 ล้านดอลลาร์ลดลงประมาณ 0.5%การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม2.2%2.4%ลดลง 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์กำไรขั้นต้นและอัตรากำไรขั้นต้น602.4 ล้านดอลลาร์ / 39.4%591.9 ล้านดอลลาร์ / ประมาณ 38.6%กำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 1.8%; อัตรากำไรเพิ่มขึ้น 80 bpsกำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรตามมาตรฐาน GAAP87.5 ล้านดอลลาร์ / 5.7%2.8 ล้านดอลลาร์ / 0.2%กำไรเพิ่มขึ้น 84.7 ล้านดอลลาร์กำไรจากการดำเนินงานและอัตรากำไรปรับปรุงแล้ว107.2 ล้านดอลลาร์ / 7.0%85.4 ล้านดอลลาร์ / 5.6%กำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 25.5%กำไรสุทธิ52.1 ล้านดอลลาร์ขาดทุน 9.1 ล้านดอลลาร์ปรับตัวดีขึ้น 61.2 ล้านดอลลาร์กำไรต่อหุ้นเจือจาง (EPS)1.33 ดอลลาร์ขาดทุน 0.22 ดอลลาร์พลิกกลับมามีกำไรกำไรต่อหุ้นเจือจางปรับปรุงแล้ว2.19 ดอลลาร์1.61 ดอลลาร์เพิ่มขึ้นประมาณ 36.0% บริษัทระบุว่า GAAP diluted EPS รวมผลกระทบเชิงลบ 0.86 ดอลลาร์ ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการด้อยค่าของสินทรัพย์หลังหักภาษี ส่วน EPS ปรับปรุงแล้วได้รับประโยชน์จากกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วที่สูงขึ้น จำนวนหุ้นเจือจางที่ลดลง และรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ผลการดำเนินงานตามแบรนด์และกลุ่มสินค้า ยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น 2.2% โดยมียอดขายเทียบเคียงเป็นบวกในทุกแบรนด์เครื่องประดับแท้ (fine jewelry) ของ Signet ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยของสินค้า (merchandise average unit retail) เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ตามอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มเครื่องประดับแต่งงาน (Bridal) และแฟชั่น (Fashion) นอกจากนี้ Signet ยังรายงานการเติบโตของยอดขายเชิงปริมาณในระดับเลขหลักเดียวช่วงปลาย (high-single-digit) ในกลุ่มสินค้าราคาสูงขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินค้าราคาสูงมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายเทียบเคียงประจำไตรมาส แทนที่จะมาจากปรับขึ้นราคาโดยรวมเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ยอดขายตามรายงานลดลงเล็กน้อยในขณะที่ยอดขายเทียบเคียงเพิ่มขึ้น Signetไม่ได้แสดงรายการกระทบยอดประจำไตรมาสเพื่อระบุตัวเลขผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงจำนวนสาขา ยอดขายที่ไม่เข้าเกณฑ์เทียบเคียง หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังความแตกต่างนี้ การได้รับเงินคืนภาษีศุลกากรและวินัยด้านต้นทุนช่วยดันอัตรากำไรพุ่ง แม้ยอดขายลดลง การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น 80 basis points สะท้อนถึงการได้รับเงินคืนภาษีศุลกากรที่เคยชำระไปล่วงหน้าประมาณ 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ Signet คาดไว้ 13 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ต้นทุนสินค้าคงคลังและการจัดจำหน่ายที่ลดลงยังช่วยหนุนอัตรากำไร ขณะที่ต้นทุนทองคำที่สูงขึ้นส่งผลลบหักล้างไปบางส่วน ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงเหลือ 493.6 ล้านดอลลาร์ จาก 505.3 ล้านดอลลาร์ และลดลงเหลือ 32.3% ของยอดขาย จาก 32.9% ผู้บริหารระบุว่าการประหยัดเชิงขนาด (leverage) นี้เป็นผลจากการลดต้นทุนผ่านการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานและยอดขายสาขาเดิมที่เป็นบวก การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นและการประหยัดค่าใช้จ่าย SG&A ร่วมกันสนับสนุนให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 140 basis points เนื่องจากเงินคืนภาษีศุลกากรมีส่วนช่วยโดยตรงต่อการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรในไตรมาสนี้ ความยั่งยืนของการเติบโตของกำไรจึงต้องพึ่งพาอัตรากำไรสินค้าพื้นฐาน ต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และการควบคุมค่าใช้จ่ายด้วย ทั้งนี้ สมมติฐานตลอดทั้งปีของ Signet รวมถึงการได้รับเงินคืนภาษีศุลกากรที่เคยชำระไปก่อนหน้าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ กระแสเงินสด งบดุล และการตอบแทนเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้น สำหรับช่วง 26 สัปดาห์แรกของปีงบการเงิน 2027 Signet ใช้เงินสดจากการดำเนินงานไป 73.5 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 89.0 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งปรับตัวดีขึ้น 15.5 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าตัวเลขนี้จะแสดงถึงกระแสเงินสดสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) ไม่ใช่กระแสเงินสดประจำไตรมาสก็ตาม เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 526.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 281.4 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า แต่ลดลงจาก 874.8 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปีงบการเงิน 2026 สินค้าคงคลังอยู่ที่ 1.96 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าระดับปีก่อนประมาณ 1% Signet ได้ซื้อหุ้นคืนประมาณ 1.0 ล้านหุ้น เป็นมูลค่า 87 ล้านดอลลาร์ในระหว่างไตรมาส และซื้อหุ้นคืนอีก 0.4 ล้านหุ้น เป็นมูลค่าประมาณ 33 ล้านดอลลาร์หลังสิ้นสุดไตรมาส บริษัทตั้งใจจะเข้าทำสัญญาซื้อหุ้นคืนแบบเร่งด่วน (accelerated share-repurchase agreement) มูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ คณะกรรมการของบริษัทได้ขยายวงเงินอนุมัติที่เหลืออยู่อีกประมาณ 385 ล้านดอลลาร์ เป็น 700 ล้านดอลลาร์ โดยคาดว่าจะเหลือวงเงินประมาณ 575 ล้านดอลลาร์หลังจากเสร็จสิ้นแผนการซื้อหุ้นคืนแบบเร่งด่วนดังกล่าว นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ประกาศจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสที่ 0.35 ดอลลาร์ต่อหุ้น สำหรับไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2027 โดยกำหนดจ่ายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2026 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียน ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2026 ประมาณการสำหรับปีงบการเงิน 2027 Signet ปรับเพิ่มช่วงประมาณการตลอดปีสำหรับยอดขายสาขาเดิม กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว EBITDA ปรับปรุงแล้ว และ EPS ปรับปรุงแล้ว ขณะที่คงประมาณการยอดขายรวมไว้ตามเดิม การคงช่วงรายได้ไว้เท่าเดิมควบคู่ไปกับประมาณการกำไรที่สูงขึ้น บ่งชี้ว่าการปรับปรุงตัวเลขนี้ขับเคลื่อนโดยอัตรากำไร เงินคืนภาษีศุลกากร ข้อตกลงสินเชื่อผู้บริโภคฉบับใหม่ ผลการดำเนินงาน และการซื้อหุ้นคืนเป็นหลัก ไม่ได้มาจากแนวโน้มรายได้รวมที่สูงขึ้น ตัวชี้วัดประมาณการปีงบการเงิน 2027 ฉบับปรับปรุงประมาณการครั้งก่อนการเปลี่ยนแปลงยอดขายรวม6.7-6.9 พันล้านดอลลาร์6.7-6.9 พันล้านดอลลาร์ไม่เปลี่ยนแปลงยอดขายสาขาเดิมทรงตัวถึงเพิ่มขึ้น 2.5%ลดลง 0.75% ถึงเพิ่มขึ้น 2.5%ปรับเพิ่มขอบล่างของช่วงประมาณการกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว535-605 ล้านดอลลาร์480-560 ล้านดอลลาร์ปรับเพิ่มช่วงประมาณการEBITDA ปรับปรุงแล้ว730-800 ล้านดอลลาร์665-745 ล้านดอลลาร์ปรับเพิ่มช่วงประมาณการกำไรต่อหุ้นเจือจางปรับปรุงแล้ว10.45-12.15 ดอลลาร์9.20-11.00 ดอลลาร์ปรับเพิ่มช่วงประมาณการ แนวโน้ม EPS ปรับปรุงแล้วตั้งอยู่บนสมมติฐานจำนวนหุ้นเจือจางถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักตลอดปีประมาณ 38.8 ล้านหุ้น และรวมถึงการซื้อหุ้นคืนแบบเร่งด่วนมูลค่า 125 ล้านดอลลาร์ที่ได้ประกาศไว้แล้ว แต่ไม่รวมการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติมใด ๆ ที่เสร็จสิ้นหลังจากโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ ประมาณการยังตั้งอยู่บนสมมติฐานของการลดลงของรายได้สุทธิ 60-80 ล้านดอลลาร์จากการปรับเปลี่ยนแบรนด์ James Allen โดยมีผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วเพียงเล็กน้อย สมมติฐานอื่น ๆ ได้แก่ รายได้ที่ไม่เข้าเกณฑ์เทียบเคียงและกำไรขั้นต้นจำนวน 30-40 ล้านดอลลาร์จากข้อตกลงสินเชื่อผู้บริโภคฉบับใหม่ ค่าใช้จ่ายลงทุน (capital expenditures) 150-180 ล้านดอลลาร์ การลดลงของพื้นที่ขายสุทธิ (net square footage) ในระดับเลขหลักเดียวช่วงต้น และอัตราภาษีต่อปีที่ 23%-25% ไม่รวมรายการย่อยแยกต่างหาก สำหรับไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2027 บริษัทได้ให้แนวโน้มไว้ดังนี้ โดยช่วงประมาณการยอดขายสาขาเดิมรองรับทั้งการลดลงเล็กน้อยหรือการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดประมาณการไตรมาส 3 ปีงบการเงิน 2027ยอดขายรวม1.37-1.41 พันล้านดอลลาร์ยอดขายสาขาเดิมลดลง 1.0% ถึงเพิ่มขึ้น 2.0%กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้ว31-48 ล้านดอลลาร์EBITDA ปรับปรุงแล้ว82-100 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ที่ไม่ใช่ GAAP นี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้าง การปรับองค์กร และการด้อยค่าของสินทรัพย์ Signetไม่ได้ให้คาดการณ์ตามมาตรฐาน GAAP หรือการกระทบยอดที่สอดคล้องกัน เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นไม่สามารถประมาณการได้หากปราศจากความพยายามที่ไม่สมเหตุสมผล ข้อตกลงสินเชื่อผู้บริโภค Signet ได้ขยายความร่วมมือกับ Bread Financial ไปจนถึงเดือนธันวาคม 2035 ข้อตกลงนี้รวมถึงการส่วนแบ่งกำไรและโบนัสการเซ็นสัญญาที่จะรับรู้ตลอดอายุสัญญา รวมถึงการยกระดับเทคโนโลยี การวิเคราะห์ การช้อปปิ้งข้ามแบรนด์ และประสบการณ์ลูกค้า ผู้บริหารคาดว่าข้อตกลงใหม่นี้จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอัตรากำไรเพิ่มเติมเมื่อเวลาผ่านไป ผลสะท้อน 30-40 ล้านดอลลาร์ที่รวมอยู่ในประมาณการปีงบการเงิน 2027 ทำให้กรอบเวลาและการดำเนินงานตามข้อตกลงนี้เป็นส่วนสำคัญของแนวโน้มกำไรที่ปรับเพิ่มขึ้น ธุรกรรมของคนใน (Insider Transactions) ล่าสุด สรุปธุรกรรมของคนในย้อนหลังหกเดือนที่ให้มาแสดงการได้มาซึ่งหุ้นจำนวน 108,923 หุ้นจาก 54 ธุรกรรม และการขายหุ้นจำนวน 7,000 หุ้นใน 1 ธุรกรรม ส่งผลให้เป็นการได้มาสุทธิ 101,923 หุ้น อย่างไรก็ตาม การได้มาอย่างละเอียดครั้งล่าสุดเป็นรางวัลหุ้นราคาศูนย์ดอลลาร์ (zero-price stock awards) ดังนั้นตัวเลขรวมดังกล่าวจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการซื้อในตลาดเสรี (open-market buying) การขายหนึ่งรายการที่มีการเปิดเผยรายละเอียดธุรกรรมอย่างครบถ้วนดำเนินการโดยกรรมการ Brian A. Tilzer ซึ่งธุรกรรมนี้เพียงรายการเดียวไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองของคนในที่มีต่อแนวโน้มของ Signet คนใน (Insider)วันที่ธุรกรรมจำนวนหุ้นมูลค่าBrian A. Tilzer, กรรมการ25 มีนาคม 2026ขายที่ราคา 88.96 ดอลลาร์ต่อหุ้น7,000622,720 ดอลลาร์ ปัจจัยเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตา อุปสงค์ระยะสั้นที่มีความผันผวน: ประมาณการยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3 ของปีงบการเงินมีช่วงตั้งแต่ลดลง 1.0% ถึงเติบโต 2.0% ซึ่งเปิดช่องให้อุปสงค์ของผู้บริโภคอ่อนตัวลงในช่วงเวลาดังกล่าว ความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรและสินค้าโภคภัณฑ์: เงินคืนภาษีศุลกากรช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ขณะที่ต้นทุนทองคำที่สูงขึ้นหักล้างผลบวกไปบางส่วนแล้ว การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีศุลกากรหรือราคาโลหะมีค่าอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสินค้าในอนาคต การปรับเปลี่ยนแบรนด์ James Allen: ประมาณการตลอดทั้งปีตั้งอยู่บนสมมติฐานการลดลงของรายได้ 60-80 ล้านดอลลาร์โดยมีผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วเพียงเล็กน้อย ผลลัพธ์ของผลกำไรจึงขึ้นอยู่กับการปรับเปลี่ยนที่เป็นไปตามสมมติฐานเหล่านั้น การดำเนินการตามข้อตกลงสินเชื่อ: แนวโน้มที่ปรับเพิ่มขึ้นได้รวมรายได้ที่ไม่เข้าเกณฑ์เทียบเคียงและกำไรขั้นต้นจำนวน 30-40 ล้านดอลลาร์จากข้อตกลงกับ Bread Financial ส่งผลให้กรอบเวลาและการรับรู้ผลประโยชน์เหล่านั้นมีความสำคัญ ค่าใช้จ่ายการด้อยค่าเพิ่มเติม: การด้อยค่าของสินทรัพย์ฉุด GAAP EPS ในไตรมาส 2 ลง และคาดการณ์ของ Signet ไม่รวมการด้อยค่าที่เกิดขึ้นไม่ประจำและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต สรุป ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2027 ของ Signet ผสมผสานระหว่างยอดขายสาขาเดิมที่เป็นบวกกับรายได้ตามรายงานที่ลดลงเล็กน้อย แต่เงินคืนภาษีศุลกากร ต้นทุนสินค้าคงคลังและการจัดจำหน่ายที่ลดลง รวมถึงระเบียบวินัยในค่าใช้จ่าย SG&A ได้สร้างการขยายตัวของอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทได้ปรับเพิ่มแนวโน้มกำไรตลอดปีขึ้นโดยไม่ได้ขยายช่วงยอดขาย ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญมากขึ้นกับการควบคุมต้นทุน ข้อตกลงสินเชื่อผู้บริโภค และการซื้อหุ้นคืน ประเด็นสำคัญถัดไปที่นักลงทุนต้องจับตาคืออุปสงค์ในไตรมาส 3 ความยั่งยืนของอัตรากำไรนอกเหนือจากเงินคืนภาษีศุลกากร และการดำเนินการปรับเปลี่ยนแบรนด์ James Allen รวมถึงพันธมิตรด้านสินเชื่อ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Derivatives Recap 09-09-2569 - Hua Seng Heng URL: https://onesiamsoft.com/articles/derivatives-recap-09-09-2569-hua-seng-heng Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 SET50 Futures (S50U26)แนวรับ : 1,077 – 1,078 / 1, […] แนวโน้มตลาดและการลงทุน09 กันยายน 2569|08:36 น.SET50 Futures (S50U26)แนวรับ : 1,077 – 1,078 / 1,075 จุดแนวต้าน : 1,087 – 1,088 / 1,090 จุดแนะนำการลงทุนดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้แกว่งตัวในกรอบแคบเคลื่อนไหวสลับขึ้นลงทั้งแดนบวกและลบ ก่อนที่จะปิดตลาดเพิ่มขึ้นจากระดับปิดของวันก่อนหน้า รายงานเงินเฟ้อของสหรัฐช่วงปลายสัปดาห์ซึ่งจะมีผลต่อการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงิน เป็นประเด็นที่นักลงทุนรอติดตาม ขณะที่ประเด็นการเมืองในประเทศที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจ การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในระยะนี้จึงมีแนวโน้มแกว่งตัวแคบเพื่อรอติดตามประเด็นต่างๆ ส่วนการเคลื่อนไหวทางเทคนิคของตลาดหุ้นไทยซึ่งมีสัญญาณซื้อเกิดขึ้น  แต่ด้วยดัชนีดีดตัวขึ้นต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน คาดว่าจะเริ่มมีแรงขายเพื่อลดความเสี่ยงกลับออกมา การเก็งกำไรในระหว่างวันควรรอกลับเข้าซื้อช่วงที่มีการอ่อนตัว การเก็งกำไรในสัญญาเดือน U แนะนำรอเปิดสถานะช่วงปรับฐานลงมาใกล้แนวรับบริเวณ 1,077-1,078 จุด และมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 1,075 จุด ส่วนแนวต้านสำหรับเก็งกำไรฝั่งขายอยู่ที่บริเวณ 1,087-1,088 จุด และมีจุดปิดสถานะตัดขาดทุนอยู่ที่ 1,090 จุดSingle Stock FuturesADVANC FUTURESเปิดสถานะซื้อ : 348.00 – 349.00 บาทStop Loss : 345.00 บาทราคาหุ้น ADVANC อ่อนตัวลงในการซื้อขายวานนี้ แต่ด้วยสัญญาณซื้อที่เกิดขึ้นในวันจันทร์ จึงยังมีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นได้ต่อ โดยมีแนวรับสำหรับเปิดสถานะซื้ออยู่ที่บริเวณ 348-349 บาท และมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 345 บาทBCH FUTURESเปิดสถานะซื้อ : 10.70 – 10.80 บาทStop Loss : 10.50 บาทราคาหุ้น BCH แกว่งตัวใกล้แนวรับบริเวณ 10.7-10.8 บาท ต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน  หากยังสามารถเคลื่อนไหวทรงตัวเหนือแนวรับนี้ แนะนำเปิดสถานะซื้อเก็งกำไร โดยมีจุดขายตัดขาดทุนอยู่ที่ 10.5 บาทบทความที่เกี่ยวข้อง แนวโน้มตลาดและการลงทุนNight Recap Gold Spot 09-09-2569 แนวโน้มตลาดและการลงทุนNight Recap Gold Futures 09-09-2569 แนวโน้มตลาดและการลงทุนDaily Recap Gold Spot 09-09-2569 แนวโน้มตลาดและการลงทุนDaily Recap Gold Futures 09-09-2569 Source: Originally published on Hua Seng Heng. Read the full article at Hua Seng Heng → ### CPAXT : “พลาสติกคืนค่า” เปลี่ยนพลาสติกจากปัญหา สู่คุณค่าที่ส่งต่อให้สังคม - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/cpaxt-or Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มิติหุ้น - พลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สังคมไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็น “ขยะ” มิติหุ้น – พลาสติกเป็นหนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สังคมไม่ควรมองข้าม เช่นเดียวกับพลาสติกที่ผ่านการใช้งานแล้วก็ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการเป็น “ขยะ” หากได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและนำกลับเข้าสู่ระบบ ก็สามารถรักษาคุณค่าของทรัพยากรและสร้างประโยชน์ใหม่ให้กับผู้คนและสังคมได้ แนวคิดนี้คือหัวใจของ “พลาสติกคืนค่า” AXTRA Circular Impacts ของบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่มองการจัดการพลาสติกไปไกลกว่าการ “รีไซเคิล” แต่คือการสร้างระบบที่ทำให้ทรัพยากรหมุนเวียนกลับมาเกิดคุณค่าอีกครั้ง พร้อมส่งต่อคุณค่านั้นกลับคืนสู่สังคม เพราะ Circular Economy ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการรีไซเคิล แต่เป็นจุดเริ่มต้นของ “การมีส่วนร่วมแบบบูรณาการ” ตั้งแต่การคัดแยกและส่งคืนวัสดุอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการสร้างระบบที่ทำให้วัสดุเหล่านั้นสามารถเดินทางต่อเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และกลับมาเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของสังคมได้จริง จาก “พลาสติกใช้แล้ว” สู่ “สิ่งที่มีความหมาย” คุณค่าของเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อเราไม่ได้เพียงนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ แต่สามารถนำวัสดุนั้นไปสร้างประโยชน์ที่ตอบโจทย์ชีวิตของผู้คน และหนึ่งในภาพที่สะท้อนแนวคิดนี้คือ การนำขวดพลาสติกที่ผ่านการคัดแยกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และต่อยอดเป็นเสื้อสะท้อนแสงสำหรับพี่กวาดของ กทม. เสื้อสะท้อนแสงจากวัสดุรีไซเคิลจึงไม่ได้มีคุณค่าเพียงเพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการรีไซเคิล แต่คือการนำทรัพยากรกลับมาต่อยอดสร้างประโยชน์ เพื่อส่งต่อให้ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งต้องทำงานบนท้องถนน และต้องอาศัยการมองเห็นเพื่อความปลอดภัยได้ใช้งานจริง เป้าหมายการส่งมอบเสื้อสะท้อนแสงจากวัสดุรีไซเคิลให้กับพี่กวาดทั่วกรุงเทพมหานคร จึงเป็นภาพที่ทำให้ Circular Economy จับต้องได้ เพราะขวดพลาสติกที่ถูกคัดแยกไม่ได้เพียงถูกนำออกจากระบบขยะ แต่สามารถเดินทางกลับมาเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนทำงานในบนท้องถนนได้ นี่คือความหมายของคำว่า “คืนค่า” ที่ไม่ใช่เพียงคืนวัสดุให้กลับเข้าสู่ระบบ แต่คือการเปลี่ยน “การทิ้ง” ให้เป็น “การส่งต่อ” และเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง วัสดุเหล่านั้นจะสามารถกลับเข้าสู่ระบบ เกิดเป็นผลลัพธ์ในวงกว้างได้ ด้วยเหตุนี้ การสร้าง Circular Economy ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างระบบตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง โดยเฉพาะการปลูกฝังแนวคิดให้กับเด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว นี่คือเหตุผลที่นอกจาก ซีพี แอ็กซ์ตร้า จะผนึกกำลังกับหลายภาคส่วนแล้ว ยังเชื่อมต่อกับโรงเรียน และสถาบันอุดมศึกษา เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่เข้าใจว่า พลาสติกที่คัดแยกแล้วสามารถเดินทางต่อไปสร้างประโยชน์ได้ พวกเขาจะใส่ใจให้ความสำคัญเรื่องการจัดการขยะ และพร้อมเรียนรู้แนวคิดเรื่องคุณค่าของทรัพยากร ความรับผิดชอบ อีกทั้งการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน ในภาพใหญ่ บทบาทของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นพื้นที่ซื้อขายสินค้า แต่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านเครือข่ายแม็คโคร–โลตัส ที่เป็นจุดเชื่อมระหว่างผู้บริโภคกับระบบ Circular Economy ตั้งแต่สร้างการรับรู้ การคัดแยก เพื่อเก็บกลับ รับคืน ตลอดจนการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อสร้างระบบ ทำให้วัสดุเดินทางกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล และการออกแบบปลายทางทำให้ทรัพยากรนั้นกลับมาเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ ตอบโจทย์ Circular Economy ในมิติที่จับต้องได้ และเมื่อคนในสังคมร่วมกัน “คืนค่า” ให้กับทรัพยากรเหล่านี้ การเปลี่ยนแปลงก็จะไม่หยุดอยู่ที่พลาสติกหนึ่งขวด แต่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง เพื่อสังคมที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon Source: Originally published on มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน. Read the full article at มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน → ### ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งกว่า 300 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ URL: https://onesiamsoft.com/articles/300-6 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 300 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ณ เวลา 19.57 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 318 จุด หรือ ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดิ่งลงกว่า 300 จุด หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ณ เวลา 19.57 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ลบ 318 จุด หรือ 0.60% สู่ระดับ 52,514 จุด ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับ ก่อนที่เฟดจะจัดการประชุมในวันที่ 15-16 ก.ย. กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### หุ้นเด่นขวัญใจชาว Mooers | กระแส AI ยังแรง แต่เทรดเดอร์เริ่มเลือกเล่นมากขึ้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/mooers-or-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สวัสดีทุกคน — เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า รายการหุ้นเด่นจาก Moover จะย้ายไปเผยแพร่ที่บัญชี Moomoo Insights แทน ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุน! ความเชื่อมั่นในการเก็งกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเมื่อวันที่ 8 กันยายน แต่สถานการณ์ในกลุ่มเทคโนโลยีนั้นค่อนข้างผสมผสาน อย่างไรก็ตาม สวัสดีทุกคน — เรามีความยินดีที่จะแจ้งให้ทราบว่า รายการหุ้นเด่นจาก Moover จะย้ายไปเผยแพร่ที่บัญชี Moomoo Insights แทน ขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุน!ความเชื่อมั่นในการเก็งกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวลงเมื่อวันที่ 8 กันยายน แต่สถานการณ์ในกลุ่มเทคโนโลยีนั้นค่อนข้างผสมผสานอย่างไรก็ตาม $Dow Jones Industrial Average (.DJI.US)$ ร่วงลง 1.18%, ส่วน $S&P 500 Index (.SPX.US)$ 500 ลดลง 0.58%, และ $Nasdaq Composite Index (.IXIC.US)$ ขยับลง 0.32% ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งใกล้แตะ 100 ดอลลาร์ ปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและความคาดหวังว่า Fed จะใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ในขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์จาก GPT-6 Astra ก็กดดันบางส่วนในภาคธุรกิจซอฟต์แวร์ด้วยอย่างไรก็ตาม กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์กลับสวนทาง โดย Intel, AMD และ Broadcom ต่างปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งข้อมูลการซื้อขาย Top 10 ของ Moomoo เผยให้เห็นรูปแบบที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น:นักลงทุนไม่ได้แค่ไล่ราคาหุ้นที่บวกแรงที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขากลับขายทำกำไรในช่วงที่ราคาแข็งแกร่ง และเลือกซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงในบางตัว$Intel (INTC.US)$ ปรับตัวขึ้น 9.05%แต่สัดส่วนการซื้อ/ขายในวันเดียวอยู่ที่เพียง 0.56. $Advanced Micro Devices (AMD.US)$ ปรับตัวขึ้น 5.90%แต่สัดส่วนลดลงเหลือ 0.33, ในขณะที่ $SK hynix (SKHY.US)$ ปรับตัวขึ้น 4.83% ด้วยสัดส่วนเพียง 0.53.ในทางกลับกัน $Apple (AAPL.US)$ ร่วงลง 1.17% แต่สัดส่วนการซื้อ/ขายพุ่งขึ้นเป็น 4.34. $NVIDIA (NVDA.US)$ และ $Micron Technology (MU.US)$ ก็ลดลงเช่นกัน แต่ยังมีสัดส่วนอยู่ที่ 2.13 และ 1.38 ตามลำดับสรุปสั้นๆ คือ การที่ราคาพุ่งแรงไม่ได้ทำให้นักลงทุนแห่ไล่ซื้อตามกันไปหมด แต่ช่วงที่ราคาย่อตัวกลับดึงดูดแรงซื้อได้มากกว่าIntel: พุ่งแรง แต่เหล่านักลงทุนเลือกขายทำกำไรIntel เป็นหุ้นที่มีการซื้อขายมากที่สุดบน Moomoo และพุ่งขึ้นกว่า 9.05%.การเคลื่อนไหวนี้มีปัจจัยพื้นฐานที่ชัดเจนรองรับ โดยรายงานด้านซัพพลายเชนระบุว่า Intel มีแผนที่จะปรับขึ้นราคาในบางกลุ่ม ราคา CPU สำหรับ PC ทั่วไปอีก 10% ในเดือนตุลาคม.การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว เพราะตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 Intel ได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม PC และ Server CPU ไปบ้างแล้ว นอกจากนี้บริษัทอาจจะลดสัดส่วนผลิตภัณฑ์กลุ่ม Small Core ที่มีกำไรต่ำลง ซึ่งตอกย้ำแนวคิดที่ว่าผู้บริหารกำลังเปลี่ยนกลยุทธ์จากการไล่ตามส่วนแบ่งการตลาด มาเป็นการเน้นเพิ่มความสามารถในการทำกำไรแทนเรื่องนี้สำคัญมากเพราะมุมมองเชิงบวก (Bull case) เริ่มผูกติดกับเรื่องของ อำนาจในการต่อรองราคา.รายได้ในไตรมาส 2 ของ Intel อยู่ที่ 1.61 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่รายได้จากกลุ่ม DCAI เพิ่มขึ้น 59% และรายได้จากกลุ่ม Client Computing เพิ่มขึ้น 13%ด้านราคาก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของ Client CPU เพิ่มขึ้นประมาณ เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ ASP ของฝั่ง Server เพิ่มขึ้นราวๆ 48%. ยอดส่งมอบเซิร์ฟเวอร์ก็เพิ่มขึ้น 9% ด้วย โดยได้แรงหนุนจากความต้องการของกลุ่ม Hyperscalerภาพรวมปัจจัยพื้นฐานในตอนนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ:ดีมานด์ AI Server แข็งแกร่ง → ซัพพลาย CPU ตึงตัว → ASP (ราคาขายเฉลี่ย) สูงขึ้น → ราคา PC CPU ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก → ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นแต่ผู้ใช้งาน Moomoo กลับมีปฏิกิริยาที่ต่างจากราคาหุ้นอย่างสิ้นเชิงของ Intel สัดส่วนการซื้อ/ขาย (Buy/Sell Ratio) ในหนึ่งวันลดลงเหลือ 0.56, ซึ่งต่ำกว่า ในขณะที่สัดส่วนรอบหนึ่งเดือนอยู่ที่ 1.60.นั่นแสดงให้เห็นว่าในช่วงเดือนที่ผ่านมาผู้ใช้ส่วนใหญ่เน้นฝั่งซื้อ แต่หลังจากราคาพุ่งขึ้น 9% ในวันเดียว ฝั่งขายก็กลับมาคุมตลาดทันทีปัจจัยพื้นฐานกำลังดีขึ้น แต่นักลงทุนกลับเลือกที่จะขายทำกำไรในช่วงที่หุ้นขึ้นแรงคำถามสำคัญถัดไปไม่ใช่ว่า Intel จะขึ้นราคาได้ไหม แต่คือยอดขายจะยังประคองตัวได้หรือเปล่าหลังจากขึ้นราคาไปแล้ว—และ ASP ที่สูงขึ้นจะสามารถเปลี่ยนเป็นมาร์จิ้นและกระแสเงินสดที่ดีขึ้นได้ต่อเนื่องไหมถ้าดีมานด์ยังทนทาน การขึ้นราคาก็จะสะท้อนถึงอำนาจในการต่อรองราคา (Pricing Power) ที่แท้จริง แต่ถ้ายอดขายลดลง ตลาดอาจจะต้องกลับมาประเมินคุณภาพของการฟื้นตัวของ ผลประกอบการ กันใหม่Apple: หุ้นร่วง แต่แรงซื้อกลับพุ่งสวนApple แสดงให้เห็นถึงรูปแบบที่ตรงกันข้ามราคาหุ้นปรับตัวลดลง 1.17% แต่สัดส่วนการซื้อต่อการขาย (Buy/Sell Ratio) ในวันเดียวพุ่งไปถึง 4.34 ซึ่งสูงที่สุดในบรรดาหุ้น Top 10 และสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบหนึ่งเดือนที่ 2.34.หุ้นร่วงลงมา แต่ผู้ใช้งานกลับแห่เข้าช้อนซื้อ (Buy the dip) กันอย่างดุเดือดปัจจัยกระตุ้นที่ชัดเจนที่สุดคืองานเปิดตัวสินค้าของ Apple ในวันที่ 9 กันยายนนี้นักลงทุนกำลังจับตามองฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ ที่อาจจะเปิดตัว รวมถึง iPhone พับได้ ตลอดจนการอัปเกรด Siri และขีดความสามารถด้าน AI ของ Apple เพิ่มเติมนั่นทำให้ Apple ดูเหมือนจะเป็นการ เทรดแบบช้อนซื้อช่วงย่อตัวตามกระแสอีเวนต์.แทนที่จะมองว่าการย่อตัวลงมาคือพื้นฐานที่แย่ลง แต่ดูเหมือนว่าผู้ใช้ Moomoo กำลังดักเก็บของเพื่อรอรับปัจจัยบวกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์หลักมากกว่าอย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงก็คือความคาดหวังอาจจะพุ่งสูงเกินไปแล้วหากฮาร์ดแวร์ตัวใหม่หรือฟีเจอร์ AI ทำได้แค่เพียงเสมอตัวตามที่คาดไว้ แต่ไม่ได้ว้าวเกินคาด Apple ก็อาจจะยังต้องเจอกับ แรงเทขายแบบ "Buy the rumor, sell the news" ได้ดังนั้นคำถามที่สำคัญกว่าไม่ใช่ว่า Apple จะดีดขึ้นทันทีหลังจบงานอีเวนต์หรือไม่แต่มันอยู่ที่ว่าวงจรผลิตภัณฑ์ใหม่จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการอัปเกรดเครื่องที่แรงขึ้นได้ไหม และฟีเจอร์ AI จะช่วยยกระดับความคาดหวังในการเติบโตในช่วง 2-3 ไตรมาสข้างหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญหรือเปล่าAI ยังคงเป็นธีมหลักในการเทรด—แต่ตอนนี้นักลงทุนเริ่มอ่อนไหวต่อเรื่องราคามากขึ้นหุ้นตัวอื่นๆ ใน Top 10 ก็แสดงให้เห็นรูปแบบที่คล้ายกันNVIDIA ปรับตัวลดลง 2.01% แต่สัดส่วนการซื้อต่อการขาย (Buy/Sell Ratio) กลับพุ่งสูงขึ้นเป็น 2.13, ซึ่งสูงกว่าระดับเฉลี่ยในรอบหนึ่งเดือนที่ 1.25 อย่างมาก Micron ร่วงลง 1.61% แต่สัดส่วนการซื้อขายยังคงเป็นบวกที่ 1.38.สิ่งนี้สะท้อนว่านักลงทุนยังคงพร้อมที่จะเข้าซื้อหุ้นกลุ่มฮาร์ดแวร์ AI หลักๆ ในช่วงที่ราคาย่อตัวในทางตรงกันข้าม เอเอ็มดี พุ่งขึ้น 5.90% แต่กลับมีสัดส่วนการซื้อขายเพียงแค่ 0.33, ในขณะที่ เอสเค ไฮนิกซ์ บวกขึ้น 4.83% โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 0.53—ซึ่งทั้งคู่แสดงให้เห็นถึงการขายทำกำไรที่ชัดเจนหลังจากราคาพุ่งขึ้นมาแรง$Broadcom (AVGO.US)$ อยู่ในระดับกลางๆ โดยหุ้นบวกขึ้น 2.98% และสัดส่วน Buy/Sell ยังคงยืนเหนือ 1 ที่ระดับ 1.26, แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าระดับเฉลี่ยในรอบหนึ่งเดือนที่ 3.06 อยู่มาก ซึ่งบ่งชี้ว่าแรงซื้อเริ่มแผ่วลงแล้วประเด็นสำคัญไม่ได้มีแค่ว่า:"AI กลับมาแล้ว นักลงทุนเลยแห่ไล่ซื้อกันทุกตัวเลย""AI ยังคงเป็นธีมหลักในการเทรด แต่ตอนนี้นักลงทุนเริ่มเลือกจังหวะราคาเข้าซื้อกันละเอียดมากขึ้นเยอะ"หมายเหตุ: อัตราส่วนการซื้อ/ขาย (Buy/Sell Ratio) ของ Moomoo สะท้อนถึงพฤติกรรมการเทรดของผู้ใช้งาน Moomoo เท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวแทนของกระแสเงินทุน (Fund Flows) ในตลาดสหรัฐฯ ทั้งหมด และไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นคำพยากรณ์ผลตอบแทนของหุ้นในอนาคตการกลับตัวพวกนี้เกิดขึ้นได้ในไม่กี่นาที การใช้คำสั่ง Trailing Type–Ratio สามารถช่วยให้คุณเกาะติดสถานการณ์ได้ทัน Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### หุ้น Qualcomm พุ่งเกือบ 9% จากดีล AI กับ Amazon เงิน 60,000 ล้านดอลลาร์การันตีจริงหรือไม่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/qualcomm-9percent-ai-amazon-60000 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้น Qualcomm พุ่งเกือบ 9% หลังประกาศดีล AI กับ Amazon มาดูความหมายของเกณฑ์วอร์แรนต์มูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์ และช่วงเวลาที่รายได้อาจเริ่มรับรู้ หุ้น Qualcomm พุ่งขึ้นเกือบ 9% ระหว่างวันซื้อขายเมื่อวันที่ 8 กันยายน หลังบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้ประกาศข้อตกลงด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ครอบคลุมหลายรุ่นผลิตภัณฑ์กับ Amazon ตัวเลขที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ 60,000 ล้านดอลลาร์ แต่เอกสารที่ Qualcomm ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ไม่ได้ระบุว่า Amazon การันตีจะสั่งซื้อสินค้ามูลค่าดังกล่าวจริง ตัวเลขนี้แท้จริงแล้วอยู่ในโครงสร้างวอร์แรนต์ที่ผูกกับปริมาณธุรกิจที่ Amazon จะทำกับ Qualcomm ในท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญ หุ้น QCOM ทำระดับสูงสุดที่ 183.49 ดอลลาร์ในวันที่ 8 กันยายน สูงกว่าราคาปิดวันก่อนหน้าเกือบ 9% ก่อนปิดตลาดที่ 174.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.17% Amazon ได้รับวอร์แรนต์ที่ให้สิทธิซื้อหุ้น Qualcomm ได้สูงสุด 25 ล้านหุ้น ในราคาใช้สิทธิ 161.26 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดย 3.75 ล้านหุ้นได้รับสิทธิแล้วทันทีตั้งแต่วันออกวอร์แรนต์ ตัวเลข 60,000 ล้านดอลลาร์ คือยอดเพดานการจ่ายเงินสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับเงื่อนไขการได้รับสิทธิของวอร์แรนต์ ไม่ใช่รายได้ที่บันทึกบัญชีแล้ว งานค้างส่งมอบ หรือคำสั่งซื้อที่ผูกพันตามที่เปิดเผยจริง Qualcomm ระบุว่าขณะนี้เริ่มการผลิตร่วมกับ Amazon แล้ว และคาดว่ารายได้จากความร่วมมือนี้จะเริ่มรับรู้ในไตรมาส เดือนธันวาคมปี 2026 ทำไมหุ้น QCOM พุ่งเกือบ 9% หลังประกาศดีลกับ Amazon หุ้น Qualcomm ไต่ขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 183.49 ดอลลาร์ในวันที่ 8 กันยายน เพิ่มขึ้นราว 8.7% จากราคาปิดวันก่อนหน้าที่ 168.74 ดอลลาร์ แรงซื้อเริ่มแผ่วลงในช่วงท้ายของการซื้อขาย ทำให้ QCOM ปิดตลาดที่ 174.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 3.17% ขณะที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็นราว 25.5 ล้านหุ้น ปัจจัยที่จุดกระแสคือความร่วมมือใหม่กับ Amazon ซึ่งครอบคลุมหลายรุ่นผลิตภัณฑ์ และเกี่ยวข้องกับชิปที่ออกแบบเฉพาะสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ของ AWS ในระยะแรกทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันด้านการประมวลผลอนุมาน AI (AI inference) และยังพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อด้วยระบบออปติคัลที่รองรับความเร็วสูงสุดถึง 1.6 เทราบิตต่อวินาที โดยมีแผนพัฒนารุ่นถัดไปในอนาคต ดีลนี้ทำให้ Qualcomm ได้ลูกค้ารายใหญ่ในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะที่ธุรกิจนี้ยังอยู่ระหว่างการสร้างฐาน อย่างไรก็ตาม หุ้น QCOM คืนกำไรส่วนใหญ่ที่ทำได้ในช่วงต้นวันก่อนตลาดปิด ทำให้เงื่อนไขเชิงพาณิชย์และรายได้ที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตเป็นตัวชี้วัดมูลค่าของดีลนี้ที่น่าเชื่อถือกว่าตัวเลขราคาหุ้นระหว่างวัน แท้จริงแล้ว Amazon ซื้ออะไรจาก Qualcomm เอกสารที่ Qualcomm ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุว่าความร่วมมือนี้เกี่ยวข้องกับการที่ Amazon จะซื้อผลิตภัณฑ์ชิปสำหรับเซิร์ฟเวอร์ เทคโนโลยี ระบบ และบริการด้านการผลิตจาก Qualcomm Technologies ส่วนประกาศแยกต่างหากของบริษัทระบุว่าองค์ประกอบหลัก 2 ส่วนของความร่วมมือนี้คือชิป AI ที่ออกแบบเฉพาะ และระบบเชื่อมต่อออปติคัลความเร็วสูง ทั้งสองบริษัทระบุว่าความร่วมมือนี้ครอบคลุมหลายรุ่นผลิตภัณฑ์ นั่นหมายความว่าจะดำเนินต่อเนื่องเกินกว่าวงจรผลิตภัณฑ์เพียงรุ่นเดียว นอกจากนี้ Qualcomm เองก็จะใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ของ AWS มากขึ้นสำหรับงานออกแบบชิป มูลค่ารวมของคำสั่งซื้อเริ่มต้นที่ Amazon ผูกพันไว้ยังไม่มีการเปิดเผย ตัวเลขที่ขาดหายไปนี้มีความสำคัญ เพราะยอด 60,000 ล้านดอลลาร์ที่ถูกอ้างถึงอย่างแพร่หลายไม่ได้หมายถึงมูลค่าที่ Amazon สั่งซื้อไปแล้วจริง แต่เป็นตัวเลขที่มาจากโครงสร้างวอร์แรนต์ ซึ่ง Qualcomm เปิดเผยแยกต่างหากควบคู่กับข้อตกลงเชิงพาณิชย์ ทำไม 60,000 ล้านดอลลาร์ เป็นแค่หลักไมล์ของวอร์แรนต์ ไม่ใช่รายได้ที่การันตี Qualcomm ออกวอร์แรนต์ให้บริษัทในเครือของ Amazon โดยให้สิทธิซื้อหุ้น QCOM ได้สูงสุด 25 ล้านหุ้น ในราคาใช้สิทธิ 161.26 ดอลลาร์ต่อหุ้น และจะหมดอายุวันที่ 3 กันยายน 2036 มีเพียง 3.75 ล้านหุ้น หรือ 15% ของจำนวนสูงสุดเท่านั้นที่ได้รับสิทธิทันทีตั้งแต่วันออกวอร์แรนต์ โดยอิงจากคำสั่งซื้อเริ่มต้นที่ผูกพันไว้ หุ้นส่วนที่เหลือจะได้รับสิทธิเป็นงวด ๆ ผูกกับข้อตกลงเชิงพาณิชย์ คำสั่งซื้อที่มีผลผูกพัน และการซื้อขายจริงที่เกิดขึ้น เอกสารระบุว่ายอดการซื้อดังกล่าวอาจสูงถึง 60,000 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุของวอร์แรนต์ เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เปิดเผยว่ามีรายได้ที่บันทึกบัญชีแล้ว งานค้างส่งมอบ หรือคำสั่งซื้อที่ผูกพันมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์แต่อย่างใด แต่เป็นการระบุเพดานการจ่ายเงินสูงสุดที่เกี่ยวข้องกับกรอบเงื่อนไขการได้รับสิทธิของวอร์แรนต์เท่านั้น ส่วนว่ายอดดังกล่าวจะกลายเป็นรายได้ที่ Qualcomm รายงานจริงเท่าใด และเมื่อใด ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และบริการที่ส่งมอบจริง รวมถึงหลักการบัญชีที่นำมาใช้ ทำไมวอร์แรนต์ที่ได้รับสิทธิแล้ว 15% ไม่ได้แปลว่า Amazon ผูกพันเงิน 9,000 ล้านดอลลาร์ หุ้นวอร์แรนต์ 3.75 ล้านหุ้นที่ได้รับสิทธิในรอบแรกคิดเป็น 15% ของจำนวนสูงสุด 25 ล้านหุ้น แต่ไม่สามารถนำสัดส่วนนี้ไปคำนวณเทียบกับเพดานการจ่ายเงิน 60,000 ล้านดอลลาร์ได้โดยตรง หากคำนวณ 15% ของ 60,000 ล้านดอลลาร์ จะได้ตัวเลข 9,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Qualcomm ไม่ได้เปิดเผยว่าความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละงวดของวอร์แรนต์กับสัดส่วนของเพดานการจ่ายเงินเป็นแบบเส้นตรงหรือไม่ และเอกสารก็ไม่ได้ระบุหลักไมล์มูลค่าเป็นดอลลาร์ที่ผูกกับหุ้น 3.75 ล้านหุ้นแรก ตัวเลขอีกชุดหนึ่งก็อาจสร้างความสับสนในลักษณะเดียวกัน หากนำหุ้น 3.75 ล้านหุ้นคูณกับราคาใช้สิทธิ 161.26 ดอลลาร์ จะได้ยอดรวมประมาณ 604.7 ล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงผลคูณของราคาใช้สิทธิกับจำนวนหุ้นวอร์แรนต์เท่านั้น ไม่ใช่มูลค่าคำสั่งซื้อชิปเริ่มต้นของ Amazon นอกจากนี้วอร์แรนต์ยังอนุญาตให้ใช้สิทธิแบบไม่ต้องชำระเงินสด (cashless exercise) ได้ด้วย Qualcomm เปิดเผยเพียงว่าวอร์แรนต์งวดแรกได้รับสิทธิโดยอิงจากคำสั่งซื้อเริ่มต้นของ Amazon เท่านั้น แต่ไม่ได้ระบุว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวมีมูลค่าเท่าใด Qualcomm เริ่มการผลิตร่วมกับ Amazon แล้ว แม้ตัวเลข 60,000 ล้านดอลลาร์ จะมีเงื่อนไขกำกับอยู่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความร่วมมือเชิงพาณิชย์ครั้งนี้เป็นเพียงสมมติฐาน ในงานประชุม Goldman Sachs Communacopia + Technology Conference เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายอาคาช พัลคีวาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงินและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Qualcomm เปิดเผยว่าบริษัทเริ่มการผลิตร่วมกับ Amazon แล้ว และคาดว่ารายได้จากความร่วมมือนี้จะเริ่มรับรู้ในไตรมาสเดือนธันวาคม ผู้บริหารยังระบุด้วยว่าขณะนี้ Qualcomm มีความมั่นใจสูงว่าจะสามารถทำรายได้รวมจากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ได้ราว 5,000 ล้านดอลลาร์ ในปีงบประมาณ 2027 โดย Amazon เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเป้าหมายดังกล่าว ไม่ใช่ตัวเลขทั้งหมด 5,000 ล้านดอลลาร์ เป้าหมายระยะยาวของ Qualcomm ยิ่งใหญ่กว่านั้น โดยในงาน Investor Day เมื่อเดือนมิถุนายน บริษัทตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ต่อปีให้เกิน 15,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2029 สิ่งที่ยังไม่มีคำตอบคือขนาดของธุรกิจนี้จะใหญ่แค่ไหน สิ่งที่ Qualcomm ยังไม่เปิดเผย ตัวเลขหลายชุดที่จำเป็นต่อการประเมินขนาดที่แท้จริงของความร่วมมือกับ Amazon ยังไม่มีการเปิดเผย ได้แก่ มูลค่าเป็นดอลลาร์ของคำสั่งซื้อเริ่มต้นที่ Amazon ผูกพันไว้ หลักไมล์การจ่ายเงินที่ผูกกับวอร์แรนต์งวดถัดไป สัดส่วนรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในปีงบประมาณ 2027ของ Qualcomm ที่มาจาก Amazon โดยเฉพาะ กำหนดเวลาการได้รับสิทธิของวอร์แรนต์ในอนาคต และ สัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่แน่ชัดภายในคำสั่งซื้อของ Amazon ที่เข้าเงื่อนไข เอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุเพียงกลไกการได้รับสิทธิของวอร์แรนต์ ขณะที่ประกาศของ Qualcomm ระบุเพียงผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในความร่วมมือ ทั้งสองแหล่งข้อมูลยังไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงพาณิชย์เหล่านี้ คำถามที่พบบ่อย Amazon ถือหุ้น Qualcomm อยู่แล้ว 25 ล้านหุ้นหรือไม่ ไม่ Amazon ถือเพียงวอร์แรนต์ที่อาจทำให้ได้สิทธิซื้อหุ้น Qualcomm สูงสุด 25 ล้านหุ้นในท้ายที่สุด โดยมีเพียง 3.75 ล้านหุ้นเท่านั้นที่ได้รับสิทธิแล้วตั้งแต่วันที่ออกข้อตกลง และตราบใดที่ยังไม่มีการใช้สิทธิ วอร์แรนต์ก็ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือสิทธิอื่นใดที่ผู้ถือหุ้นสามัญของ Qualcomm พึงมี วอร์แรนต์ของ Amazon อาจทำให้สัดส่วนหุ้นของผู้ถือหุ้น QCOM เจือจางหรือไม่ มีความเป็นไปได้ Qualcomm อาจต้องออกหุ้นเพิ่มเติมในอนาคต หากวอร์แรนต์งวดถัดไปได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นและ Amazon เลือกใช้สิทธิ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถคำนวณผลกระทบสุดท้ายได้ในตอนนี้ เนื่องจากวอร์แรนต์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสิทธิ และข้อตกลงยังเปิดทางให้ใช้สิทธิแบบไม่ต้องชำระเงินสดได้ด้วย Qualcomm กำลังเข้ามาแทนที่ Nvidia ใน AWS หรือไม่ ยังไม่มีหลักฐานที่เปิดเผยในลักษณะดังกล่าว Qualcomm และ Amazon ประกาศเพียงความร่วมมือด้านชิปที่ออกแบบเฉพาะและระบบเชื่อมต่อออปติคัลสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยไม่ได้ระบุว่า Qualcomm จะเข้ามาแทนที่ GPU ของ Nvidia หรือชิปที่ Amazon พัฒนาขึ้นเองที่ใช้งานอยู่แล้ว ประกาศของ Qualcomm เน้นไปที่การขยายทางเลือกด้านโครงสร้างพื้นฐานของ AWS มากกว่าการระบุเทคโนโลยีที่จะถูกแทนที่ Amazon กำลังซื้อชิป Dragonfly AI Accelerator ของ Qualcomm หรือไม่ Qualcomm ยังไม่ได้ระบุเช่นนั้น ประกาศเกี่ยวกับความร่วมมือกับ Amazon กล่าวถึงเพียงชิปที่ออกแบบเฉพาะและโซลูชันการเชื่อมต่อขั้นสูง โดยไม่ได้ระบุว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นคือชิป Dragonfly AI200 AI250 หรือ AI300 ผลิตภัณฑ์ตระกูล Dragonfly เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในภาพรวมของ Qualcomm และไม่ควรถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เปิดเผยว่าขายให้ Amazon จนกว่าจะมีการยืนยันเพิ่มเติม รายได้จาก Amazon ในไตรมาสเดือนธันวาคมคือบททดสอบแรกที่แท้จริง Qualcomm คาดว่ารายได้ที่เกี่ยวข้องกับ Amazon จะเริ่มรับรู้ในไตรมาสเดือนธันวาคมปี 2026 ซึ่งจะเป็นบททดสอบทางการเงินครั้งแรกที่วัดผลได้จริงของดีลนี้ จากจุดนั้น ความคืบหน้าสู่เป้าหมายรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ราว 5,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2027 จะสะท้อนผลกระทบเชิงพาณิชย์ที่แท้จริงได้ชัดเจนกว่าเพดานการจ่ายเงินสูงสุดที่เปิดเผยไว้ในโครงสร้างวอร์แรนต์ การเปิดเผยข้อมูลในอนาคตยังจะช่วยชี้ให้เห็นว่าคำสั่งซื้อของ Amazon จะกระตุ้นให้วอร์แรนต์ได้รับสิทธิเพิ่มขึ้นหรือไม่ และความร่วมมือครั้งนี้จะขยายตัวใหญ่พอที่จะสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของ Qualcomm ที่ต้องการรายได้จากธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์เกิน 15,000 ล้านดอลลาร์ภายในปีงบประมาณ 2029 หรือไม่ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### EUR/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดรอ ECB และข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ - Traders Union URL: https://onesiamsoft.com/articles/eurusd-ecb-traders-union Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 EUR/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดรอ ECB และข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ Traders Union อะไรเป็นตัวขับเคลื่อนการแยกตัวของอัตราผลตอบแทนในยุโรป? Investing.com การคาดการณ์ EUR/USD: การประชุม ECB จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับเงินยูโรในสัปดาห์นี้ thaifrx.com ยูโรตกอยู่ในกับดักผลตอบแทน EUR/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ตลาดรอ ECB และข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ  Traders Unionอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนการแยกตัวของอัตราผลตอบแทนในยุโรป?  Investing.comการคาดการณ์ EUR/USD: การประชุม ECB จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับเงินยูโรในสัปดาห์นี้  thaifrx.comยูโรตกอยู่ในกับดักผลตอบแทน การคาดการณ์ ณ วันที่ 08.09.2569  LiteFinanceการต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่ช่วงที่ยากลำบาก  vietnam.vn Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Google ทุ่ม 1.3 หมื่นล้านยูโร ปักฐาน AI ฟินแลนด์ ลงทุนครั้งใหญ่สุดในยุโรป | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/google-13-ai-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Google เตรียมสร้าง Data Center ใหม่อย่างน้อย 3 แห่งในฟินแลนด์ พร้อมขยายศูนย์เดิมในช่วง 2 ปีข้างหน้า รองรับความต้องการประมวลผล AI ที่พุ่งสูง วันที่... Google เตรียมสร้าง Data Center ใหม่อย่างน้อย 3 แห่งในฟินแลนด์ พร้อมขยายศูนย์เดิมในช่วง 2 ปีข้างหน้า รองรับความต้องการประมวลผล AI ที่พุ่งสูงวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Google ในเครือ Alphabet วางแผนลงทุนอย่างน้อย 1.3 หมื่นล้านยูโร หรือประมาณ 1.51 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในฟินแลนด์ ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทในยุโรป ท่ามกลางการแข่งขันของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกในการเพิ่มกำลังประมวลผลรองรับ AIGoogle ระบุว่า การลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า ครอบคลุมการก่อสร้าง Data Center แห่งใหม่อย่างน้อย 3 แห่ง รวมถึงการขยาย Data Center เดิมในเมืองฮามินา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฟินแลนด์ฟินแลนด์มีปัจจัยหลายด้านที่เอื้อต่อการลงทุน Data Center โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น ซึ่งช่วยลดความต้องการใช้พลังงานสำหรับระบบทำความเย็น ขณะเดียวกัน ความร้อนที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ยังสามารถนำกลับมาใช้ทำความร้อนให้กับบ้านเรือนได้นอกจากนี้ ไฟฟ้าประมาณ 96% ของฟินแลนด์มาจากแหล่งพลังงานที่ไม่ปล่อยคาร์บอน โดยส่วนใหญ่เป็นพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียน อีกทั้งประเทศยังมีแหล่งน้ำจืดเพียงพอ ขณะที่ Data Center ใช้ระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดเพื่อลดการสูญเสียน้ำรูธ โพรัต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Google กล่าวว่า บริษัทภูมิใจที่จะขยายฐานการดำเนินงานในฟินแลนด์ผ่านการลงทุนครั้งเดียวที่มีมูลค่าสูงที่สุดของ Google ในยุโรปโครงการในฟินแลนด์เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ Alphabet ในการเร่งเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผล AI ท่ามกลางการแข่งขันอย่างเข้มข้นระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เพื่อช่วงชิงความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเมื่อเดือนกรกฎาคม Alphabet ได้ปรับเพิ่มประมาณการรายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) สำหรับปีนี้เป็นสูงสุดถึง 2.05 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและกำลังประมวลผลที่จำเป็นสำหรับ AIสำหรับฟินแลนด์ การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเผชิญความยากลำบากในการฟื้นการเติบโต หลังอุปสงค์ในประเทศอ่อนแอ การค้ากับรัสเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านหดตัวลงอย่างหนัก รวมถึงผลกระทบจากมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อควบคุมฐานะการคลังของรัฐบาลโดยอัตราว่างงานของฟินแลนด์เพิ่มขึ้นเหนือ 10% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในสหภาพยุโรป (EU)Google ประเมินว่าโครงการลงทุนครั้งนี้จะสนับสนุนการจ้างงานทั่วฟินแลนด์มากกว่า 37,000 ตำแหน่งในช่วงการก่อสร้าง ในจำนวนนี้ประมาณ 16,000 ตำแหน่งจะอยู่ในภาคก่อสร้างโดยตรงเมื่อ Data Center ทั้งหมดก่อสร้างแล้วเสร็จ คาดว่าโครงการจะสนับสนุนการจ้างงานประมาณ 7,000 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งงานที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเออร์และธุรกิจบริการในท้องถิ่นData Center แห่งใหม่จะสร้างขึ้นใน Kajaani, Muhos และ Vaala ทางตอนเหนือของฟินแลนด์ ซึ่ง Google เคยเข้าซื้อที่ดินเพื่อรองรับความเป็นไปได้ในการพัฒนา Data Center ไว้ก่อนหน้านี้บริษัทระบุว่า พื้นที่ทั้ง 3 แห่งได้รับเลือกเนื่องจากตั้งอยู่ใกล้โครงสร้างพื้นฐานระบบสายส่งไฟฟ้าที่มีอยู่ และสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานที่ไม่ปล่อยคาร์บอนได้อัสตา ซิห์โวเนน-พุงกา (Asta Sihvonen-Punkka) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Fingrid ผู้ดำเนินระบบสายส่งไฟฟ้าของฟินแลนด์ ระบุว่า การตั้ง Data Center ในจุดที่โครงข่ายไฟฟ้ามีความแข็งแกร่งจะช่วยทั้งระบบไฟฟ้าโดยรวม และทำให้การพัฒนาเครือข่ายมีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากขึ้นนอกจากนี้ Google ยังเตรียมขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรองรับ Data Center ใหม่ ผ่านข้อตกลงจัดหาพลังงานลมเพิ่มเติม รวมถึงการติดตั้ง ระบบแบตเตอรี่ขนาด 94 เมกะวัตต์ที่ Kajaani เพื่อช่วยรักษาสมดุลของระบบไฟฟ้าData Center เหล่านี้ยังได้รับการออกแบบให้รองรับระบบนำความร้อนกลับมาใช้ประโยชน์ ซึ่งสามารถนำความร้อนส่วนเกินจากเซิร์ฟเวอร์ไปใช้ในระบบทำความร้อนแทนการปล่อยทิ้งด้าน Fortum บริษัทพลังงานของฟินแลนด์ ประกาศทำ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 22 ปีกับ Google ครอบคลุมช่วงการต่ออายุการดำเนินงานของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Loviisaระหว่างปี 2573–2592 สัญญาดังกล่าวจะครอบคลุมกำลังการผลิตถึง 50% ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Loviisa ซึ่งมีเครื่องปฏิกรณ์ 2 เครื่อง ตามข้อมูลของ Fortumขณะที่ Elisa ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และ Nokia ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย จะเข้ามาสนับสนุนระบบเชื่อมต่อสำหรับ Data Center แห่งใหม่ของ Googleการลงทุนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแข่งขันด้าน AI กำลังขยายจากการพัฒนาโมเดลไปสู่การแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างเต็มรูปแบบ โดย Google เลือกใช้จุดแข็งของฟินแลนด์ทั้งด้านพลังงานสะอาด สภาพภูมิอากาศ และระบบโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อรองรับความต้องการกำลังประมวลผล AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอ้างอิง : bloomberg.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน URL: https://onesiamsoft.com/articles/7-15 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบเจ็ดเดือนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ในขณะที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างมาก หน้าหลักเศรษฐกิจการลงทุน - การเงินค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบเจ็ดเดือนเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ ในขณะที่ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นอย่างมากBáo Tin Tức•09/09/2026ขณะนี้ตลาดกำลังจับจ้องไปที่การประกาศแผนการซื้อพันธบัตรของ กระทรวงการคลัง สหรัฐฯ และข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่คาดว่าจะเปิดเผยในปลายสัปดาห์นี้ ธนบัตร 100 ดอลลาร์จำนวนมากกองอยู่ที่โรงกษาปณ์แห่งชาติในฟอร์ตเวิร์ธ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ภาพ: AFP/VNA ดัชนี Bloomberg Dollar Index ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.2% เมื่อวันที่ 9 กันยายน ใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ การลดลงดังกล่าวเกิดจากสาเหตุหลักมาจากการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีน้ำหนักมากเป็นอันดับสองในดัชนี Bloomberg Dollar Index โดยเงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.5% ทำให้เพิ่มขึ้นประมาณ 4% นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ชี้ว่านักลงทุนอาจลองทดสอบความตั้งใจของเขาที่จะหนุนค่าเงินเยน โดยเขาให้เหตุผลว่าการประเมินตลาดล่าสุดของเขานั้นดูเหมือนจะอิงจากข้อมูลที่ตลาดไม่ได้รับรู้ นี่เป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่หนักแน่นที่สุดของเบสเซนต์ในแคมเปญกดดันตลาดและชี้นำทิศทางของตลาดไปในทิศทางที่สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ คาดว่านายเบสเซนต์จะประกาศระดับการแทรกแซงเบื้องต้นที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมดำเนินการเพื่อควบคุมผลตอบแทนพันธบัตร รัฐบาล สหรัฐฯ ผ่านการขยายโครงการซื้อพันธบัตร กระทรวงการคลังคาดว่าจะประกาศขนาดของการซื้อคืนครั้งแรกในวันที่ 9 กันยายน ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 10 กันยายน สำหรับพันธบัตรที่มีอายุคงเหลือ 10-20 ปี โมฮิต คูมาร์ หัวหน้า นักเศรษฐศาสตร์ และนักวางกลยุทธ์ด้านตลาดในยุโรปของเจฟเฟอรีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ความเห็นว่า “เพื่อให้มีผลกระทบต่อตลาด ขนาดของการระดมทุนรอบแรกจะต้องมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์ เราจะไม่แปลกใจเลยหากรอบแรกมีขนาดใหญ่กว่านั้นมาก อาจสูงถึง 8-10 พันล้านดอลลาร์” อย่างไรก็ตาม นักวิจัยจาก JPMorgan Chase & Co. เชื่อว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่น่าจะประกาศขนาดสูงสุดของโครงการซื้อพันธบัตรในเร็วๆ นี้ นักลงทุนกำลังจับตาดูข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะประกาศในวันที่ 11 กันยายน ข้อมูลนี้อาจส่งผลกระทบต่อความคาดหวังเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ปัจจุบันตลาดเงินตราต่างประเทศประเมินโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ไว้ที่ประมาณ 60% ตัวชี้วัดตลาดบ่งชี้ว่าโดยทั่วไปแล้วนักลงทุนยังคงมองว่าดอลลาร์สหรัฐจะอ่อนค่าลงในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงเชื่อว่าดอลลาร์สหรัฐมีศักยภาพที่จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์อังกฤษ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อสองสกุลเงินนี้ แหล่งที่มา: https://baotintuc.vn/thi-truong-tien-te/dong-usd-truot-xuong-gan-muc-thap-nhat-7-thang-20260909165622760.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดลบ 42.22 จุด วิตกสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสูง URL: https://onesiamsoft.com/articles/4222-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดที่ระดับ 25,274.96 จุด ลดลง 42.22 จุด หรือ -0.17% สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบจำนวน 5 ลำของอิหร่านในวันอังคาร (8 ก.ย.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่พยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ณ เวลา 14.33 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 2.1% สู่ระดับ 100.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.8% สู่ระดับ 94.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่นักลงทุนจับตา สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนส.ค. ไต่ระดับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อของจีนเพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. มาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย). และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) โดย ปรียพรรณ มีสุข/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. ปิดขึ้นเล็กน้อย 50 บาท ทองแท่งขายออก 68,600 บาท | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-50-68600-or-the-bangkok-insight-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย.) ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 50 บาท จาก ระดับปิดเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองในประเทศวันนี้ 24 รอบ โดยรวมแล้ว... ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย.) ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 50 บาท จาก ระดับปิดเมื่อวานนี้ (7 ก.ย.)สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองในประเทศวันนี้ 24 รอบ โดยรวมแล้วราคร่วงลง 600 บาท จากระดับปิดเมื่อวานนี้ โดยราคาทองรูปพรรณขายออกอยู่ที่ 69,350 บาท ส่วนราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่ 68,600 บาทราคาทองวันนี้ราคาทองวันนี้ รูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 67,037.52 บาท ขายออก 69,400 บาทราคาทองคำวันนี้ 1 บาท 69,400 บาทราคาทองคำวันนี้ 2 สลึง 35,100 บาทราคาทองคำวันนี้ 1 สลึง 17,950 บาทราคาทองคำวันนี้ ครึ่งสลึง 9,375 บาทราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อ 68,400 บาท ขายออก 68,600 บาทราคาทองคำต่างประเทศ 4,397 ดอลลาร์ต่อออนซ์ราคาทองวันนี้อ่านข่าวเพิ่มเติมวิเคราะห์ชี้ 'สันติภาพ' หนุนราคาทองปี 2569 มากกว่าสงคราม สวนทางทฤษฎีดั้งเดิมส่อง 3 ปัจจัยหนุนราคาทองคำ ส่งสัญญาณไปต่อ แนะสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวเตือน! 'ราคาทอง' อาจเจอ 'ฟองสบู่แตก' จ่อปรับฐานใหญ่ หลังทะลุ 5,300 ดอลลาร์ติดตามเราได้ที่เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram:https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### เควิน วอร์ช มีมุมมองที่แข็งกร้าวมากกว่า โดยเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนหรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788963407932 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบก่อนการประชุมนโยบายในวันที่ 15-16 กันยายน แม้ว่าข้อมูลการจ้างงานในเดือนสิงหาคมจะให้สัญญาณที่หลากหลาย แต่คำแถลงของประธานเฟด เควิน วอร์ช ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของเฟดในการประชุมคร หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันเศรษฐกิจเควิน วอร์ช มีมุมมองที่แข็งกร้าวมากกว่า โดยเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนหรือไม่?ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบก่อนการประชุมนโยบายในวันที่ 15-16 กันยายน แม้ว่าข้อมูลการจ้างงานในเดือนสิงหาคมจะให้สัญญาณที่หลากหลาย แต่คำแถลงของประธานเฟด เควิน วอร์ช ยังคงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดเพื่อหาเบาะแสเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของเฟดในการประชุมครั้งนี้Thời báo Ngân hàng•09/09/2026 เควิน วอร์ช ส่งสัญญาณอะไรหรือเปล่า? ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่การประชุมแจ็กสันโฮลเมื่อเร็วๆ นี้ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้ออกคำเตือนที่ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าภาวะเงินเฟ้อที่ยืดเยื้ออาจบีบให้เฟดต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย เขากล่าวว่า “แม้ว่าตัวชี้วัดเงินเฟ้อในช่วง ฤดูร้อน จะดีกว่าที่คาดไว้ แต่ก็ไม่ได้บ่งชี้ถึงการปรับปรุงที่สำคัญในแนวโน้มเงินเฟ้อพื้นฐาน” ประธานเฟดยังยืนยันด้วยว่า เฟด "ยังมีงานที่ต้องทำ" หากผู้กำหนดนโยบายไม่มีความมั่นใจเพียงพอว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 2% "มาตรฐานของผมคือ เราต้องมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจนและรวดเร็วเพียงพอ มิเช่นนั้น เราก็ยังมีงานที่ต้องทำ นั่นคืองานของเรา" เขากล่าวเน้น ตามที่ Jan Hatzius หัวหน้า นักเศรษฐศาสตร์ และหัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Goldman Sachs กล่าวไว้ ในสุนทรพจน์ครั้งแรกของเขาในการประชุม Jackson Hole ในฐานะประธานเฟด Kevin Warsh ได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าว โดยระบุว่าเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันสูงกว่าเป้าหมาย 2% สิ่งที่เฟดควรให้ความสำคัญเป็นหลักในขณะนี้คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่า "อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เป้าหมายอย่างชัดเจนและในอัตราที่รวดเร็วเพียงพอ" ในทำนองเดียวกัน Aditya Bhave นักเศรษฐศาสตร์ตลาดสหรัฐฯ จาก Bank of America Securities ก็กล่าวว่า Kevin Warsh ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานไม่ได้แสดงให้เห็นถึง 'การปรับปรุงที่สำคัญ' ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ดังนั้น "ขณะนี้เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน (เว้นแต่ข้อมูลการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมจะแสดงผลลัพธ์ที่อ่อนแอมาก)" แต่คงไม่ใช่ในเดือนกันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังคงกังวลเกี่ยวกับการดำเนินการของเฟดในเดือนกันยายน แม้จะยอมรับว่าประธานเฟดได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็ตาม “จากคำอธิบายของเขาเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจที่อัตราเงินเฟ้อแทบจะเป็นข้อกังวลหลักในภารกิจสองประการของเฟด การเปลี่ยนไปใช้ท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นจึงสมเหตุสมผล ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ย” เพรสตัน คาลด์เวลล์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสประจำตลาดสหรัฐฯ ของมอร์นิงสตาร์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังแนะนำว่า เควิน วอร์ช ประธานเฟด อาจเลือกที่จะเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนออกไป เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม หรือรอสังเกตดูว่าอัตราเงินเฟ้อจะลดลงเองหรือไม่ “มีความเป็นไปได้สูงมากที่วอร์ชจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนการประชุมในเดือนตุลาคม” เขากล่าวเสริม แม้จะมีหลายความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่คำกล่าวของเขายังคงคลุมเครือ และเป็นการยากที่จะคาดเดาการกระทำของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนกันยายนโดยอิงจากคำกล่าวเหล่านั้น “เขายังไม่ได้เปิดเผยอะไรเกี่ยวกับกลไกการตอบสนองของเฟด ซึ่งหมายความว่าตลาดยังไม่มีข้อมูลที่เฉพาะเจาะจง” เอลเลน เฮเซน นักกลยุทธ์ตลาดจาก FL Putnam Investment Management ในเมืองลินน์ฟิลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าว “ฉันคิดว่ามันชัดเจนว่าเขากำลังปูทางสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เขาอาจจะใช้ช่วงเวลาการรอคอยของคณะทำงานเป็นข้ออ้างในการชะลอการดำเนินการใดๆ จนกว่าจะถึงหลังการเลือกตั้งกลางเทอม” ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมจะเป็นตัวชี้ขาด ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายคนเชื่อว่าข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่จะประกาศในเดือนสิงหาคมจะเป็นปัจจัยชี้ขาด ริช คลาริดา อดีตรองประธานคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของ PIMCO กล่าวว่า เควิน วอร์ช ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งจะประกาศออกมาเพียงไม่กี่วันก่อนการประชุมของเฟดในเดือนกันยายน เขากล่าวเสริมว่า “ข้อมูลใหม่นี้มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นตัวกำหนดว่าสมาชิกผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่จากทั้งหมด 12 คนของคณะกรรมการตลาดเปิดกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FOMC) มีเหตุผลเพียงพอที่จะลงคะแนนเสียงเห็นชอบให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นหรือไม่ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายสองประการ” ในทำนองเดียวกัน คริสโตเฟอร์ ฮอดจ์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านตลาดสหรัฐฯ ของ Natixis ก็เชื่อว่านโยบายของเฟดจะขึ้นอยู่กับข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่จะออกมาในเร็วๆ นี้ ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นจะยืนยันหรือหักล้างตัวเลขอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เขากล่าวเสริมว่า "เราเชื่อว่าการตัดสินใจในเดือนกันยายนจะสูสีกันมาก แต่เรามีแนวโน้มไปทางที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม โดยพิจารณาจากข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อกำลังชะลอตัวลง" แม้แต่เจ้าหน้าที่เฟดเองก็ยังระบุว่าพวกเขากำลังรอข้อมูลอัตราเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคมก่อนที่จะตัดสินใจ โดยเมื่อวันที่ 3 กันยายน ผู้ว่าการเฟด คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ กล่าวว่าเขาอาจสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม หากข้อมูลที่จะออกมาในเร็วๆ นี้แสดงให้เห็นว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้บ่งชี้ว่าข้อมูลอัตราเงินเฟ้อที่จะประกาศในเร็วๆ นี้ (รวมถึงรายงานดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนสิงหาคมในวันที่ 10 กันยายน และรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคมในวันที่ 11 กันยายน) จะกลายเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งก่อนการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ที่มา: https://thoibaonganhang.vn/kevin-warsh-dieu-hau-hon-lieu-fed-co-tang-lai-suat-trong-thang-9-187283.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ Chewy: ยอดขายเพิ่มขึ้น 7.3% ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงแล้วขยายตัว URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-2026-chewy-73percent-ebitda Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ชูวี่ (Chewy) (NYSE: CHWY) รายงานยอดขายสุทธิประจำไตรมาส 2 ของปีงบประมาณ 2026 ที่ 3.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 0.20 ดอลลาร์ จาก 0.14 ดอลลาร์ ทั้งนี้ EBITDA ปรับปรุงแล้ว เพิ่มขึ้น 23.7% สู่ระดับ 226.7 ชูวี่ (Chewy) (NYSE: CHWY) รายงานยอดขายสุทธิประจำไตรมาส 2 ของปีงบการเงิน 2026 ที่ 3.33 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 0.20 ดอลลาร์ จาก 0.14 ดอลลาร์ อัตรากำไรขั้นต้นคงอยู่ที่ 30.4% แต่อัตราการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 90 basis points เป็น 6.8% อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดอิสระประจำไตรมาสลดลง 15.5% เหลือ 89.5 ล้านดอลลาร์ ผลการดำเนินงานดังกล่าวครอบคลุมระยะเวลา 13 สัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2026 ผลประกอบการทางการเงินที่สำคัญ การเติบโตของยอดขายสุทธิอยู่ที่ 5.7% เมื่อไม่รวมรายได้จาก SmartPak และ Modern Animal เมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตที่รายงานที่ 7.3% ส่วนต่าง 1.6 จุดเปอร์เซ็นต์นี้แสดงให้เห็นว่าการเข้าซื้อกิจการมีส่วนช่วยสนับสนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้ ขณะที่ธุรกิจเดิมที่ไม่รวมส่วนดังกล่าวก็ยังคงขยายตัวเช่นกัน กำไรสุทธิเติบโตเร็วกว่ารายได้ และจำนวนหุ้นปรับลดที่ลดลง (410.1 ล้านหุ้น เปรียบเทียบกับ 428.4 ล้านหุ้น) ส่งผลให้กำไรต่อหุ้นปรับลดเพิ่มขึ้นเร็วกว่ากำไรสุทธิ นอกจากนี้ EBITDA ปรับปรุงแล้วยังเติบโตเร็วกว่ายอดขาย ซึ่งสะท้อนถึงการได้รับประโยชน์จากอัตราส่งผ่านในการดำเนินงาน (Operating Leverage) แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะไม่เปลี่ยนแปลงก็ตาม ตัวชี้วัดไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026ไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2025การเปลี่ยนแปลง YoYยอดขายสุทธิ3,330.2 ล้านดอลลาร์3,104.2 ล้านดอลลาร์+7.3%กำไรขั้นต้น / อัตรากำไรขั้นต้น1,011.2 ล้านดอลลาร์ / 30.4%942.2 ล้านดอลลาร์ / 30.4%+7.3% / ทรงตัวกำไรจากการดำเนินงาน92.0 ล้านดอลลาร์69.7 ล้านดอลลาร์ประมาณ +32.0%กำไรสุทธิ / อัตรากำไรสุทธิ80.5 ล้านดอลลาร์ / 2.4%62.0 ล้านดอลลาร์ / 2.0%+29.8% / +40 bpsกำไรต่อหุ้นปรับลด0.20 ดอลลาร์0.14 ดอลลาร์+42.9%กำไรต่อหุ้นปรับลดปรับปรุงแล้ว0.36 ดอลลาร์0.33 ดอลลาร์+9.1%EBITDA ปรับปรุงแล้ว / อัตรากำไร226.7 ล้านดอลลาร์ / 6.8%183.3 ล้านดอลลาร์ / 5.9%+23.7% / +90 bpsกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน137.4 ล้านดอลลาร์133.9 ล้านดอลลาร์+2.6%กระแสเงินสดอิสระ89.5 ล้านดอลลาร์105.9 ล้านดอลลาร์-15.5% EBITDA ปรับปรุงแล้ว, กำไรต่อหุ้นปรับปรุงแล้ว และกระแสเงินสดอิสระ เป็นตัวเลขที่ไม่ใช่ตามมาตรฐาน GAAP (Non-GAAP) และควรพิจารณาควบคู่ไปกับผลประกอบการตามมาตรฐาน GAAP ของบริษัท ผลการดำเนินงานด้านลูกค้าและบริการ Autoship จำนวนลูกค้าที่มีการใช้งาน (Active customers) เพิ่มขึ้น 3.8% เป็น 21.705 ล้านราย ขณะที่ยอดขายสุทธิต่อลูกค้าที่มีการใช้งานเพิ่มขึ้น 1.9% เป็น 602 ดอลลาร์ ทั้งนี้ ตัวเลขลูกค้าที่มีการใช้งานรวมลูกค้าประมาณ 43,000 รายที่มาจาก SmartPak แต่ไม่รวมการเพิ่มขึ้นของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับ Modern Animal ยอดขายจากลูกค้าบริการ Autoship เพิ่มขึ้น 9.3% เป็น 2.82 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเติบโตเร็วกว่าการเติบโตของยอดขายสุทธิทั้งหมด บริการ Autoship คิดเป็นสัดส่วน 84.6% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 83.0% ในปีก่อนหน้า ซึ่งตอกย้ำถึงการเน้นย้ำของผู้บริหารเกี่ยวกับความยั่งยืนของฐานรายได้ประจำ (Recurring revenue) ของชูวี่ การเพิ่มขึ้นของกำไรได้รับแรงหนุนจากอัตราส่งผ่านในการดำเนินงาน ไม่ใช่การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น อัตรากำไรขั้นต้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงที่ 30.4% ดังนั้นการปรับตัวดีขึ้นของความสามารถในการทำกำไรจึงมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เติบโตช้ากว่ารายได้เป็นหลัก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดเพิ่มขึ้นประมาณ 5.4% เป็น 919.2 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับการเติบโตของยอดขายที่ 7.3% ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 32% อัตรากำไรจากการดำเนินงานของชูวี่อยู่ที่ประมาณ 2.8% เพิ่มขึ้นจากประมาณ 2.2% ในปีก่อนหน้า อัตรากำไร EBITDA ปรับปรุงแล้วขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญมากขึ้นเป็น 6.8% แต่นักลงทุนควรระวังความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ตาม GAAP และผลลัพธ์ปรับปรุงแล้ว การกระทบยอด EBITDA ปรับปรุงแล้วรวมค่าใช้จ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้นและภาษีที่เกี่ยวข้องจำนวน 85.9 ล้านดอลลาร์ การลดลง 24.0 ล้านดอลลาร์จากรายรับสุทธิจากการประนีประนอมยอมความทางกฎหมาย และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมจำนวน 6.4 ล้านดอลลาร์ กระแสเงินสดและงบดุล กระแสเงินสดจากการดำเนินงานประจำไตรมาสเพิ่มขึ้น 2.6% แต่กระแสเงินสดอิสระลดลงเนื่องจากรายจ่ายลงทุน (Capital expenditures) เพิ่มขึ้น ตามคำนิยามกระแสเงินสดอิสระของชูวี่ รายจ่ายลงทุนประจำไตรมาสอยู่ที่ประมาณ 47.9 ล้านดอลลาร์ เปรียบเทียบกับประมาณ 28.0 ล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า สำหรับ 26 สัปดาห์แรกของปีงบการเงิน 2026 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ที่ 245.9 ล้านดอลลาร์ และกระแสเงินสดอิสระอยู่ที่ 160.3 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 11.6% และ 3.7% ตามลำดับ ตัวเลขสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) เหล่านี้ไม่ควรรวมสับสนกับตัวเลขกระแสเงินสดประจำไตรมาส การเข้าซื้อกิจการและการจัดสรรเงินทุนมีผลกระทบต่องบดุลค่อนข้างมาก ในช่วง 26 สัปดาห์แรก ชูวี่ใช้เงิน 552.8 ล้านดอลลาร์สำหรับการเข้าซื้อกิจการ และ 400.0 ล้านดอลลาร์สำหรับการซื้อหุ้นคืน บริษัทได้รับเงินจากการก่อหนี้ 811.7 ล้านดอลลาร์ และชำระคืนเงินต้น 220.0 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงจาก 860.1 ล้านดอลลาร์ ณ ต้นปีงบการเงิน เหลือ 611.0 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนและหนี้สินระยะยาวมีจำนวนรวม 591.7 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส มุมมองของผู้บริหาร Sumit Singh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ระบุว่าผลประกอบการในไตรมาสนี้เกิดจากความยั่งยืนของรายได้ประจำ การเติบโตอย่างต่อเนื่องของลูกค้า และการดำเนินงานอย่างมีวินัย ผู้บริหารกล่าวว่าปัจจัยเหล่านี้สนับสนุนการตัดสินใจในการปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้และความสามารถในการทำกำไรตลอดทั้งปีของชูวี่ พร้อมกับลงทุนในโอกาสสร้างความผูกพันกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รายการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ของผู้บริหารเมื่อเร็ว ๆ นี้ สรุปการทำรายการของผู้ภายในช่วง 6 เดือน รายงานว่ามีการซื้อหุ้นจำนวน 1,760,698 หุ้น จาก 14 รายการ และขายหุ้นจำนวน 149,355 หุ้น จาก 4 รายการ ส่งผลให้เป็นการซื้อสุทธิ 1,611,343 หุ้น เนื่องจากบันทึกโดยละเอียดรวมการให้สิทธิหุ้นที่ราคาศูนย์ดอลลาร์ ดังนั้น ยอดรวมดังกล่าวจึงไม่ควรถือว่าเป็นการซื้อในตลาดเสรีโดยอัตโนมัติหรือเป็นข้อมูลสรุปเกี่ยวกับการประเมินมูลค่า รายการที่รายงานล่าสุด 10 รายการรวมถึงการขายของ CEO จำนวน 2 รายการ การขายของที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป (General Counsel) จำนวน 1 รายการ และการให้สิทธิหุ้นแก่กรรมการอีกหลายรายการ วันที่ผู้ภายในและตำแหน่งรายการรูปแบบการถือครองราคาต่อหุ้นมูลค่าที่รายงาน3 ส.ค. 2026Sumit Singh, CEOขายโดยอ้อม$23.01$1,138,4669 ก.ค. 2026Kristine Dickson, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$09 ก.ค. 2026Nathaniel Goldhaber, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$09 ก.ค. 2026James Larry Nelson, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$09 ก.ค. 2026Deborah G. Ellinger, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$09 ก.ค. 2026James A. Star, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$09 ก.ค. 2026Martin H. Nesbitt, กรรมการการให้สิทธิหุ้นโดยตรง$0.00$029 มิ.ย. 2026Da-Wai Hu, ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปขายโดยตรง$19.48–$19.49$81,9154 พ.ค. 2026Sumit Singh, CEOขายโดยอ้อม$25.60$2,240,6668 เม.ย. 2026Sumit Singh, CEOการให้สิทธิหุ้นโดยอ้อม$0.00$0 ปัจจัยเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ต้องติดตาม การมีส่วนร่วมจากการเข้าซื้อกิจการ: การเติบโตของยอดขายที่รายงานอยู่ที่ 7.3% แต่การเติบโตเมื่อไม่รวม SmartPak และ Modern Animal อยู่ที่ 5.7% นักลงทุนควรแยกการเติบโตจากการเข้าซื้อกิจการออกจากผลการดำเนินงานที่ไม่รวมส่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง การแปลงเป็นกระแสเงินสดอิสระ: กระแสเงินสดอิสระประจำไตรมาสลดลงแม้ว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานจะสูงขึ้น เนื่องจากรายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของงบดุล: ค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อกิจการและการซื้อหุ้นคืนทำให้เงินสดลดลง ขณะที่ชูวี่มีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีงบการเงิน การพึ่งพาวินัยในการควบคุมค่าใช้จ่าย: อัตรากำไรขั้นต้นไม่ได้ขยายตัว ส่งผลให้การปรับตัวดีขึ้นของกำไรในไตรมาสนี้พึ่งพาการรักษาการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้อยู่ต่ำกว่าการเติบโตของรายได้เป็นหลัก ส่วนต่างระหว่าง GAAP และ Non-GAAP: ค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้นและภาษีที่เกี่ยวข้องมีจำนวนรวม 85.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่ากำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP ประจำไตรมาสเล็กน้อย ทำให้การกระทบยอดระหว่างความสามารถในการทำกำไรที่รายงานและปรับปรุงแล้วมีความสำคัญ สรุป ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026 ของชูวี่ ได้รวมการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมลูกค้าและการเติบโตที่เร็วขึ้นของบริการ Autoship เข้ากับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้กำไรและ EBITDA ปรับปรุงแล้วเติบโตเร็วกว่ายอดขาย แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว ประเด็นหลักที่ต้องติดตามต่อไปคือการเติบโตที่ไม่รวมการเข้าซื้อกิจการ วินัยในการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง การแปลงเป็นกระแสเงินสดอิสระ และผลกระทบต่องบดุลจากการเข้าซื้อกิจการ การซื้อหุ้นคืน และหนี้ใหม่ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Meta เปิดตัว Muse เอเจนต์ AI ส่วนตัวที่ลงมือทำแทนคุณ URL: https://onesiamsoft.com/articles/meta-muse-ai-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ใช้งานได้ผ่านเว็บ iOS, Android และ WhatsApp พร้อมเตรียมรองรับแว่นตา Meta AI ในเร็ว ๆ นี้ Meta เปิดตัว Muse เอเจนต์ AI อิสระที่พร้อมจัดการงานประจำวันและช้อปปิงแทนผู้ใช้ได้ บริการนี้เชื่อมต่อกับแอปของผู้ใช้โดยตรง เพื่อเปิดใช้งานซับเอเจนต์ สร้างทูล และทำงานเบื้องหลังอย่างต่อเนื่อง Muse เปิดให้ใช้ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา มีทั้งแพ็กเกจใช้ฟรี และสองระดับสมาชิกแบบพรีเมียม โดยทำงานอยู่บนระบบ virtual machine แบบแยกตัวและมีความปลอดภัยสูง Meta เปิดตัว Muse เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน เอเจนต์ AI ส่วนตัวนี้ได้รับการออกแบบมาให้จัดการงานประจำวันแทนผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาได้อย่างอัตโนมัติ การเปิดตัวครั้งนี้เปลี่ยนภาพของแชตบอตที่รอให้สั่ง ไปสู่เอเจนต์เชิงรุกที่สร้างมาเพื่อลงมือทำแทนผู้ใช้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การพัฒนาในลักษณะนี้ต้องอาศัยการเชื่อมต่อเข้ากับกิจวัตรดิจิทัลในชีวิตประจำวันอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผู้ใช้ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความสะดวกกับการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล. Muse Spark คือระบบขับเคลื่อนเบื้องหลัง โดยเชื่อมต่อกับแอปและบริการที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นอีเมล ปฏิทิน การชำระเงิน สุขภาพและฟิตเนส อุปกรณ์สมาร์ตโฮม ร้านอาหาร การช้อปปิ้ง และเพลง ผู้ใช้ยังคงควบคุมได้ด้วยการเลือกเชื่อมต่อบริการเหล่านี้ทีละรายการ เมื่อเชื่อมต่อแล้ว เอเจนต์สามารถจัดการงานหลากหลาย ตั้งแต่ส่งอีเมล จองการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย กรอกแบบฟอร์ม วางแผน ไปจนถึงสั่งซื้อสินค้า ระบบคุ้มครองระหว่างชำระเงินให้บริการผ่าน Link by Stripe และจะเพิ่มการเชื่อมต่อกับ Shopify และ 1Password ในเร็ว ๆ นี้ การตั้งค่าเฉพาะบุคคลยังเปิดให้ผู้ใช้เลือกอวตาร ตั้งชื่อเอเจนต์ และปรับรูปแบบการสื่อสารได้. โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคนิคช่วยให้ระบบขยายขอบเขตความเป็นอิสระของ AI ได้มากขึ้น หากบริการที่เชื่อมต่อมี API สาธารณะ เอเจนต์จะตั้งค่าการเชื่อมต่อด้วยข้อมูลรับรองที่ผู้ใช้ให้ไว้ แต่หากไม่มี API Muse จะเข้าถึงบริการนั้นผ่านเบราว์เซอร์ Tarek Sheasha รองประธาน Meta Superintelligence Labs ระบุว่า โมเดลนี้ได้รับการฝึกให้เรียกใช้เครื่องมือแบบซีโร่ช็อต โดยใช้ CLI และทักษะต่าง ๆ ระบบยังทำงานเบื้องหลังต่อได้แม้ผู้ใช้ออกจากแอปแล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานกลุ่มเอเจนต์ย่อยจำนวนมาก สร้างเครื่องมือของตัวเอง และแก้ไขโค้ดของตัวเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างอัตโนมัติ. มาตรการความปลอดภัยดิจิทัลที่เข้มงวดกำหนดให้เอเจนต์ทำงานอยู่ในเครื่องเสมือน Linux แบบแยกส่วนและทำงานต่อเนื่อง ซึ่งเรียกว่า Muse Secure VM สภาพแวดล้อมนี้มีทั้งเบราว์เซอร์เต็มรูปแบบ พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หน่วยประมวลผล และหน่วยความจำ Sentinel ซึ่งเป็นเอเจนต์อีกตัว จะคอยตรวจสอบสภาพแวดล้อมนี้จากภายในเครื่องเสมือนเดียวกัน แต่ยังคงแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดในระดับระบบ Meta ระบุว่าเอเจนต์ไม่สามารถมองเห็นรหัสผ่านหรือวิธีการชำระเงินจริงได้ และบริษัทยังยืนยันว่าจะไม่แชร์ข้อมูลการสนทนากับระบบโฆษณาของตน. ผู้ใช้เข้าถึงได้ผ่านเว็บไซต์ แอป iOS และ Android รวมถึงภายในแชต WhatsApp โดย Meta มีแผนนำเอเจนต์นี้ไปใช้กับแว่นตา AI ของบริษัทในเร็ว ๆ นี้ การเริ่มใช้งานต้องผูกบัตรชำระเงินไว้ก่อน จึงจะปลดล็อกแพ็กเกจฟรีที่มีตัววัดการใช้งานได้ สำหรับผู้ที่ใช้งานหนัก มีแพ็กเกจสมาชิกแบบชำระเงิน 2 ระดับ ได้แก่ Power ราคา 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน และ Maximum ราคา 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน. Source: Originally published on Hypebeast. Read the full article at Hypebeast → ### พรีวิวผลประกอบการ Oracle: จับตา RPO และกระแสเงินสด, วอลล์สตรีทมองสูงถึง $400 URL: https://onesiamsoft.com/articles/oracle-rpo-dollar400 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 TradingKey - ในปัจจุบัน ออราเคิล (ORCL) แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้งในตลาดอย่างเห็นได้ชัด โดยบริษัทได้รับคำสั่งซื้อในอนาคตคิดเป็นเกือบ 9.5 เท่าของรายได้ในปีงบประมาณที่ผ่านมา แต่ราคาหุ้นกลับย่อตัวลงมากกว่า 50% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความย้อนแย้งนี้ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสที TradingKey - ออราเคิล (ORCL) กำลังแสดงความขัดแย้งในตลาดที่ย้อนศรอย่างน่าประหลาดใจในปัจจุบัน: แม้ว่าบริษัทจะลงนามในคำสั่งซื้อในอนาคตคิดเป็นเกือบ 9.5 เท่าของรายได้ในปีงบประมาณก่อนหน้า แต่ราคาหุ้นกลับลดลงมากกว่า 50% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ณ ราคาปิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน ออราเคิลซื้อขายอยู่ที่ 162.52 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 17% นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 และร่วงลงมากกว่า 50% จากระดับสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 345 ดอลลาร์อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของบริษัทยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยภาระผูกพันตามสัญญาที่เหลืออยู่ (RPO) แตะระดับ 638 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นเกือบ 9.5 เท่าของรายได้ในปีงบประมาณ 2026ด้วยอุปสงค์ AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและคำสั่งซื้อที่สะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในด้านหนึ่ง ขณะที่ผลงานของราคาหุ้นซบเซาในอีกด้านหนึ่ง ความขัดแย้งนี้ทำให้รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ปีงบประมาณ 2027 ซึ่งจะเปิดเผยหลังตลาดปิดในวันที่ 10 กันยายน กลายเป็นจุดสนใจอย่างยิ่งประเด็นที่ต้องจับตาในรายงานผลประกอบการของ Oracleแฟกต์เซต (FactSet) คาดการณ์ว่า รายได้ไตรมาสแรกของออราเคิลจะอยู่ที่ประมาณ 1.913 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นมากกว่า 28% เมื่อเทียบรายปี โดยคาดว่ากำไรต่อหุ้นปรับปรุงจะอยู่ที่ 1.74 ดอลลาร์ ตัวเลขประมาณการเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในกรอบแนวทางที่บริษัทเคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้ ออราเคิลคาดว่ารายได้รวมประจำไตรมาสจะเติบโต 27% ถึง 29% และกำไรต่อหุ้นปรับปรุงจะอยู่ระหว่าง 1.72 ถึง 1.76 ดอลลาร์ดังนั้น เพียงแค่ทำได้ตามคาดการณ์รายได้และกำไรอาจไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาหุ้นของออราเคิลให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในรายงานผลประกอบการจะอยู่ที่อัตราการเติบโตของธุรกิจคลาวด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานของ Oracle Cloud Infrastructure (OCI)ในไตรมาสก่อนหน้า รายได้ OCI ของออราเคิลแตะระดับ 5.8 พันล้านดอลลาร์ ทะยานขึ้น 93% เมื่อเทียบรายปี จนกลายเป็นธุรกิจหลักที่เติบโตเร็วที่สุดของบริษัท ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ารายได้รวมจากคลาวด์ในไตรมาสแรกจะเติบโต 58% ถึง 64% หากผลประกอบการจริงออกมาใกล้เคียงกับขอบบนของช่วงดังกล่าว จะแสดงให้เห็นว่าความต้องการในการฝึกอบรม AI การประมวลผล AI (inference) และฐานข้อมูลมัลติคลาวด์ยังคงแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังเป็นหลักฐานเบื้องต้นที่ชี้ว่ายอดคำสั่งซื้อค้างส่งกำลังเปลี่ยนเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นจริงอีกหนึ่งตัวเลขสำคัญที่ต้องจับตาดูคือการเปลี่ยนแปลงของ RPO เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาสก่อนหน้า RPO ของออราเคิลเพิ่มขึ้น 8.5 หมื่นล้านดอลลาร์ จนแตะระดับ 6.38 แสนล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 363% เมื่อเทียบรายปี เนื่องจากฐานการเปรียบเทียบเมื่อเทียบรายปีในไตรมาสนี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก การดูแค่อัตราการเติบโตจึงมีความหมายน้อยลง ในทางตรงกันข้าม ขนาดของสัญญาใหม่ที่ลงนาม การเพิ่มขึ้นของ RPO แบบไตรมาสต่อไตรมาส และสัดส่วนรายได้ที่จะรับรู้ภายใน 12 เดือนข้างหน้า จะสะท้อนถึงคุณภาพของคำสั่งซื้อได้ดีกว่าออราเคิลคาดว่าประมาณ 12% ของ RPO จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า คิดเป็นมูลค่าราว 7.66 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่อีก 68% ของคำสั่งซื้อจะรับรู้หลังจากผ่านไป 3 ปี แม้โครงสร้างนี้จะช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ในระยะยาว แต่ก็หมายความว่าบริษัทต้องสร้างศูนย์ข้อมูลล่วงหน้าเป็นเวลานาน ส่งผลให้อัตราการแปลงสัญญาเป็นรายได้จริงค่อนข้างช้าเหตุใดคำสั่งซื้อมูลค่า 638 พันล้านดอลลาร์จึงไม่ช่วยหนุนราคาหุ้น?ปัจจัยหลักที่กดดันราคาหุ้นของออราเคิลไม่ใช่การขาดแคลนอุปสงค์ แต่เป็นขนาดของเงินทุนที่จำเป็นต้องใช้เพื่อตอบสนองต่ออุปสงค์ดังกล่าวในปีงบประมาณ 2026 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของออราเคิลเติบโต 54% สู่ระดับ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่รายจ่ายลงทุนพุ่งขึ้น 162% เมื่อเทียบรายปี สู่ระดับ 5.56 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระลดลงติดลบ 2.37 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อระดมทุนสำหรับส่วนนี้ บริษัทได้จัดหาเงินทุนจากการก่อหนี้ 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และการเสนอขายหุ้น 5 พันล้านดอลลาร์ ทั้งยังมีแผนที่จะระดมทุนเพิ่มอีกประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ผ่านการจัดหาเงินทุนจากการก่อหนี้และการเสนอขายหุ้นในปีงบประมาณ 2027ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ารายจ่ายลงทุนในปีงบประมาณ 2027 จะสูงถึง 9.0 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึง 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยส่วนใหญ่จะถูกจัดสรรไปกับการสร้างศูนย์ข้อมูล AI และการจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าลูกค้ารายใหญ่บางรายจะให้เงินทุนล่วงหน้าหรือจัดหา GPU ของตนเอง แต่ออราเคิลยังคงต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านที่ดิน พลังงาน ระบบเครือข่าย และการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลสิ่งนี้แสดงถึงความไม่สอดคล้องด้านกรอบเวลาที่ใหญ่ที่สุดในสมมติฐานการลงทุนปัจจุบันของออราเคิล โดยในขณะที่คำสั่งซื้อจะค่อย ๆ รับรู้เป็นรายได้ในหลายปีข้างหน้า แต่รายจ่ายในการก่อสร้างส่วนใหญ่กลับต้องเกิดขึ้นล่วงหน้าหากการส่งมอบศูนย์ข้อมูลดำเนินไปอย่างราบรื่น ยอดภาระผูกพันตามสัญญาที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้ (RPO) จำนวนมหาศาลอาจแปรเปลี่ยนเป็นการเติบโตในระดับสูงที่ต่อเนื่องยาวนานหลายปี อย่างไรก็ตาม หากโครงการต่าง ๆ ประสบความล่าช้า ต้นทุนการจัดหาเงินทุนสูงขึ้น หรืออุปสงค์ของลูกค้าเปลี่ยนแปลงไป แรงกดดันด้านกระแสเงินสดอาจเกิดขึ้นล่วงหน้านานก่อนที่จะรับรู้รายได้จริงตลาดสินเชื่อได้เริ่มรับรู้ปัจจัยเสี่ยงนี้ไปในราคาแล้ว โดยก่อนหน้านี้ S&P Global ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของออราเคิลลงสู่ BBB- ซึ่งอยู่สูงกว่าระดับเก็งกำไรเพียงระดับเดียว สำหรับบริษัทที่ต้องการการระดมทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI การถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือไม่เพียงแต่จะเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายเท่านั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของโครงการในอนาคตอีกด้วยวอลล์สตรีทตั้งราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 400 ดอลลาร์จากข้อมูลของ TipRanks ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทจำนวน 31 รายได้เสนอราคาเป้าหมายระยะเวลา 12 เดือนสำหรับออราเคิล โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 257.36 ดอลลาร์ ราคาสูงสุดอยู่ที่ 400 ดอลลาร์ และราคาต่ำสุดอยู่ที่ 145 ดอลลาร์ ทั้งนี้ เมื่ออิงตามราคาหุ้นล่าสุดของออราเคิลที่ 162.52 ดอลลาร์ ราคาเป้าหมายเฉลี่ยดังกล่าวสะท้อนถึงอัพไซด์ที่อาจเกิดขึ้นประมาณ 58.35%ที่มา: TipRanksอย่างไรก็ตาม มุมมองของนักลงทุนสถาบันมีความแตกต่างกันอย่างมากเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของ OCI รายจ่ายฝ่ายทุน และแรงกดดันด้านกระแสเงินสดมอร์แกน สแตนลีย์ (MS) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของออราเคิลขึ้นเล็กน้อยจาก 207 ดอลลาร์เป็น 210 ดอลลาร์ พร้อมคงคำแนะนำ "ถือ" โดยคาดว่าธุรกิจ GPU-as-a-Service จะยังคงขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้จากคลาวด์ ซึ่งการเติบโตของคลาวด์ในไตรมาสแรกตามปีงบการเงินมีแนวโน้มอยู่ใกล้ขอบบนของกรอบคาดการณ์ของบริษัทแบงก์ ออฟ อเมริกา (BAC) ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และคงราคาเป้าหมายที่ 240 ดอลลาร์ โดยเชื่อว่าการขยายธุรกิจ OCI และยอดค้างรับรู้รายได้ (backlog) จำนวนมาก จะสามารถสนับสนุนการเติบโตในระยะกลางถึงระยะยาวของบริษัทได้เจฟเฟอรีส์ (JEF) ปรับลดราคาเป้าหมายลงจาก 320 ดอลลาร์เป็น 290 ดอลลาร์ ขณะที่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยยอมรับว่าออราเคิลกำลังเผชิญปัญหาต่าง ๆ เช่น รายจ่ายฝ่ายทุน (capex) ที่เพิ่มขึ้น หหนี้สินที่สูงขึ้น และแรงกดดันด้านกระแสเงินสดอิสระ แต่เชื่อว่าความกังวลเหล่านั้นได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นปัจจุบันเป็นส่วนใหญ่แล้วนอกจากนี้ TD Cowen ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" แต่ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงจาก 300 ดอลลาร์เป็น 240 ดอลลาร์ โดยพิจารณาหลัก ๆ จากขนาดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ขยายตัวขึ้น และกรอบเวลาที่ยาวนานขึ้นในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเหล่านี้ในทางตรงกันข้าม กุกเกนไฮม์ (Guggenheim) ยังคงราคาเป้าหมายไว้ที่ 400 ดอลลาร์ โดยยังคงเป็นหนึ่งในสถาบันที่มองในแง่ดีที่สุดในวอลล์สตรีท ซึ่งมีมุมมองเป็นบวกต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ AI ของออราเคิลเนื้อหานี้ได้รับการแปลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านตรวจสอบโดยมนุษย์ มีไว้เพื่อการอ้างอิงและข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนแต่อย่างใดข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้สะท้อนท่าทีอย่างเป็นทางการของ Tradingkey ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และผู้อ่านไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากเนื้อหาของบทความนี้เท่านั้น Tradingkey ไม่รับผิดชอบต่อผลการเทรดใด ๆ ที่เกิดจากการพึ่งพาบทความนี้ นอกจากนี้ Tradingkey ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องของเนื้อหาบทความ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใดๆ ขอแนะนำให้ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ราคาน้ำมันโลกพุ่งไม่หยุด กูรูฟันธงไปต่อทะลุ $120! URL: https://onesiamsoft.com/articles/dollar120 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง ณ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง ณ เวลา 18.28 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) [WTI.X] ส่งมอบเดือนต.ค. บวก 2.09 ดอลลาร์ หรือ 2.25% สู่ระดับ 95.12 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. บวก 2.73 ดอลลาร์ หรือ 2.79% สู่ระดับ 100.65 ดอลลาร์/บาร์เรล ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุในแถลงการณ์ว่า สหรัฐได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำนวน 5 ลำ เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐ โดยเรือรบสหรัฐสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของอิหร่านได้สำเร็จ และไม่มีเจ้าหน้าที่หรือกำลังพลได้รับบาดเจ็บ นายดาน สตรุยเวน หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกของโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน ซึ่งขณะนี้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 7 แล้ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นเหนือระดับ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากอิหร่านทวีความรุนแรงในการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งนี้ ต่อคำถามที่ว่า ราคาน้ำมันมีโอกาสพุ่งขึ้นไปถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือไม่ นายสตรุยเวนกล่าวต่อสำนักข่าว CNBC ว่า มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน นายสตรุยเวนกล่าวว่า การยกระดับความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้เพิ่มโอกาสที่การส่งออกน้ำมันอาจไม่สามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า พัฒนาการในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ราคาน้ำมันจะมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยการส่งออกน้ำมันอาจหยุดชะงักและไม่สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า และราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยความน่าจะเป็นของสถานการณ์ดังกล่าวกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากเราเห็นการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันที่รุนแรงขึ้นและขยายวงกว้างมากขึ้น นายสตรุยเวนกล่าว อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีพื้นฐาน โกลด์แมน แซคส์ยังคงคาดการณ์ว่าการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะค่อย ๆ ฟื้นตัว ขณะที่ผู้ผลิตปรับตัวรับมือกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงการใช้เส้นทางขนส่งทางเลือก รวมทั้งการเพิ่มขีดความสามารถของระบบท่อส่งน้ำมัน โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### Dell Technologies Inc (DELL) หุ้น เปิด ขึ้น 3.84% เมื่อวันที่ 9 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/dell-technologies-inc-dell-384percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เดลล์ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดปี หลังผลประกอบการทางการเงินไตรมาสที่ 2 ตามปีงบการเงินออกมาแข็งแกร่งความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน Generative AI ผลักดันยอดสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ให้สูงเป็นประวัติการณ์และมียอดคำสั่งซื้อค้างส่งมอบสูงเป็นประวัติการณ์นักวิเคราะห์หลายรายปรับเพิ่มราคาเป้ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Dell Technologies Inc (DELL) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?เดลล์ เทคโนโลยีส์ (Dell Technologies) มีแรงขับเคลื่อนทิศทางขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งและความผันผวนระหว่างวันอย่างเห็นได้ชัด โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการที่นักลงทุนสถาบันยังคงขานรับผลประกอบการไตรมาส 2 ตามปีงบประมาณที่ยอดเยี่ยมและการปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการตลอดทั้งปีขึ้นอย่างก้าวกระโดด บริษัททำรายได้และกำไรสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของวอลล์สตรีทอย่างมาก ซึ่งเป็นผลจากการขยายตัวอย่างโดดเด่นของกลุ่มธุรกิจโซลูชันโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Solutions Group) นอกจากนี้ การที่ผู้บริหารปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้และกำไรสุทธิประจำปีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญยังช่วยให้นักลงทุนมองเห็นทิศทางธุรกิจที่ชัดเจนในระยะยาวหลายปี พร้อมตอกย้ำว่าอุปสงค์ขององค์กรต่อฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นเชิงโครงสร้างที่แข็งแกร่ง ปัจจัยเร่งสำคัญที่ช่วยหนุนการทะยานขึ้นของราคาหุ้นคือ ความเป็นผู้นำที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นของเดลล์ในการติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน Generative AI โดยบริษัทมียอดสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งสำหรับ AI ประจำไตรมาสสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งมอบ (backlog) ด้าน AI รวมพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่สำคัญคือ โมเมนตัมนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscalers) เท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ลูกค้าระดับองค์กรที่กำลังสร้างศักยภาพ AI ภายในองค์กรเอง (on-premise) ขณะเดียวกัน เดลล์ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการดำเนินงานอย่างครอบคลุม ทั้งในกลุ่มเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม ระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับองค์กร และกลุ่มพีซีเชิงพาณิชย์ ซึ่งพิสูจน์ว่าวัฏจักรการปรับปรุงศูนย์ข้อมูลให้ทันสมัยและรอบการเปลี่ยนเครื่องพีซีใหม่กำลังช่วยส่งเสริมประโยชน์จากการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วย AI นอกจากนี้ การเติบโตของผลกำไรที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ (operating leverage) และอัตรากำไรที่ขยายตัวขึ้น ยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่อความสามารถในการบริหารงานของผู้บริหาร บรรยากาศเชิงบวกในตลาดยิ่งได้รับแรงหนุนจากการที่สำนักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทจำนวนมากทยอยปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย และการปรับพอร์ตการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยบริษัทวิจัยสถาบันชั้นนำได้ปรับเพิ่มมุมมองต่อบริษัทหลังจากเปิดเผยผลประกอบการที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยระบุถึงความได้เปรียบด้านสถาปัตยกรรมไอทีแบบครบวงจร (end-to-end) ของเดลล์ และความชัดเจนที่เพิ่มขึ้นในการทยอยรับรู้รายได้จากยอดคำสั่งซื้อค้างส่งมอบ นอกจากนี้ ความคาดหวังเกี่ยวกับการนำหุ้นเข้าคำนวณในดัชนีอ้างอิงสำคัญยังกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและการปรับสมดุลพอร์ตของกองทุน ETF เพิ่มมากขึ้น แม้การขายทำกำไรระหว่างวันอาจทำให้ราคาหุ้นผันผวนชั่วคราว แต่แรงซื้ออย่างต่อเนื่องจากนักลงทุนสถาบันระยะยาวยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญให้กับทิศทางราคาหุ้น ในขณะที่ภาพรวมของกลุ่มเทคโนโลยีมุ่งไปในทิศทางเดียวกับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AIการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Dell Technologies Inc (DELL)ในเชิงเทคนิค Dell Technologies Inc (DELL) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 17.714 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 67.986 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 2.643 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Dell Technologies Inc (DELL)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Dell Technologies Inc (DELL) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 56 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวกอย่างมาก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Dell Technologies Inc (DELL) Dell Technologies Inc (DELL) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $113.54B จัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $5.94B จัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $564.64 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $700.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $465.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Technologies Inc (DELL)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การเทขายหุ้นของผู้ภายในและผู้ถือหุ้นรายใหญ่: รายงาน Form 4 และ Form 144 ที่ยื่นต่อ SEC ล่าสุดเปิดเผยการลดสัดส่วนการถือหุ้นจำนวนมากโดยผู้ถือหุ้นสัดส่วน 10% ที่มีความเชื่อมโยงกับ Silver Lake Partners ซึ่งได้เทขายหุ้นสามัญ Class C ล็อตใหญ่ในช่วงราคา 500–528 ดอลลาร์ หลังจากผลประกอบการพุ่งสูงขึ้น ส่งสัญญาณถึงการขายทำกำไรของนักลงทุนสถาบัน ณ ระดับราคาและมูลค่าที่ปรับตัวขึ้นสูง อัตรากำไรของ AI เซิร์ฟเวอร์ที่ลดลงและต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น: การเร่งปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์มุ่งสู่ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ที่ปรับแต่งสำหรับ AI กดดันให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานของเดลล์อยู่ในระดับหลักเดียวช่วงกลาง ขณะที่ราคาชิปหน่วยความจำ DRAM และ NAND ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกำลังคุกคามเสถียรภาพของอัตรากำไรขั้นต้น เนื่องจากผลกำไรจากฮาร์ดแวร์ AI ย้ายไปอยู่กับผู้ผลิตชิ้นส่วนต้นน้ำ ความระมัดระวังของนักวิเคราะห์สถาบันและการหดตัวของพหุคูณมูลค่า: หลังจากราคาหุ้นของเดลล์ทะยานขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินซึ่งรวมถึงดอยช์แบงก์ (Deutsche Bank) ยังคงคำแนะนำ "ถือ" (Hold) พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายอย่างระมัดระวัง โดยเตือนว่าความคาดหวังระดับสูงต่อยอดคำสั่งซื้อ AI ค้างส่งมูลค่า 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปแล้วทั้งหมด การแปลงยอดคำสั่งซื้อค้างส่งเป็นรายได้และคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน: การสร้างรายได้จากยอดคำสั่งซื้อ AI ค้างส่งมหาศาลมูลค่า 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ของเดลล์ ยังคงเปราะบางต่อข้อจำกัดด้านห่วงโซ่อุปทานเกี่ยวกับ GPU และหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานจากการส่งมอบสินค้าล่าช้า หรือการสะสมของสินค้าคงคลัง หากการจัดหาชิ้นส่วนกลายเป็นอุปสรรคต่อกำหนดการประกอบสินค้า บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Architect เตรียมเปิด Pre-download และสร้างตัวละครล่วงหน้า 14 กันยายน ก่อนเปิดจริงทั่วโลก URL: https://onesiamsoft.com/articles/architect-pre-download-14 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Architect: Land of Exiles เตรียมเปิด Pre-download และสร้างตัวละครล่วงหน้าวันที่ 14 กันยายน ก่อนเปิดให้บริการทั่วโลกวันที่ 16 กันยายน รองรับทั้ง PC และ Mobile DRIMAGE ผู้ให้บริการเกมจากเกาหลีใต้ นำโดย CEO Wooyong Chung ประกาศว่า Architect: Land of Exiles หรือ Architect เกม MMORPG ฟอร์มยักษ์ที่พัฒนาโดย AQUATREE เตรียมเปิดให้ผู้เล่นดาวน์โหลดเกมล่วงหน้าและสร้างตัวละครก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการทั่วโลก ผู้เล่นจะสามารถเริ่ม Pre-download และสร้างตัวละครล่วงหน้าได้ในวันที่ 14 กันยายน เวลา 09:00 น. ตามเวลาไทย โดยเวอร์ชัน PC สามารถดาวน์โหลด Launcher ผ่านเว็บไซต์ทางการ ส่วนผู้เล่นบน Mobile สามารถดาวน์โหลดเกมผ่าน Google Play และ Apple App Store ได้ หลังจากติดตั้งเกมแล้ว ผู้เล่นจะสามารถสร้างตัวละครล่วงหน้า พร้อมเลือกคลาส ปรับแต่งรูปลักษณ์ เลือกเซิร์ฟเวอร์ และตั้งชื่อตัวละครได้ทันที ตัวละครที่สร้างไว้จะยังคงอยู่และสามารถนำมาเล่นต่อได้ทันทีเมื่อ Architect เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้ DRIMAGE เปิดให้ผู้เล่นจองเซิร์ฟเวอร์และชื่อตัวละครล่วงหน้า ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก โดยการจองรอบแรกเต็มทุกเซิร์ฟเวอร์ภายในเวลาเพียง 7 นาที ขณะที่รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ซึ่งเปิดเพิ่มในวันเดียวกันก็เต็มอย่างรวดเร็วเช่นกัน หลังจากทั้งสามรอบเต็มภายในวันเดียวกัน DRIMAGE จึงเพิ่มความจุเซิร์ฟเวอร์ในวันที่ 2 กันยายน และเปิดให้จองรอบที่ 4 ตามมา Architect มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการวันที่ 16 กันยายน เวลา 10:00 น. ตามเวลาไทย ใน 9 ตลาดทั่วโลก รวมถึงไต้หวัน ฮ่องกง และมาเก๊า ตัวเกมนำเสนอทวีปขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกันแบบ Seamless โดยไม่มีการแบ่งแชนแนล พร้อมรองรับการต่อสู้ขนาดใหญ่ที่ผู้เล่นจำนวนมากสามารถเข้าร่วมสนามรบเดียวกันได้ นอกจากนี้ยังมีระบบ AI เช่น AI ต่อสู้, AI ออฟไลน์ และตาราง AI เพื่อช่วยลดเวลาที่ต้องใช้กับกิจกรรมซ้ำ ๆ และทำให้ตัวละครสามารถเติบโตต่อได้แม้ผู้เล่นไม่ได้อยู่ในเกม โดย Architect จะเปิดให้เล่นทั้งบน PC และ Mobile Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### บอร์ด รฟท. ถกด่วน ซีพีเสนอเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน พ่วงเงื่อนไขอุดหนุน 240 ล้าน URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-240 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ซีพียอมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน หลังส่งหนังสือถึง รฟท. ยินยอมให้บริการหลัง 30 ก.ย. พ่วง 3 เงื่อนไข ขอเงินอุดหนุน 240 ล้านบาท และห้ามฟ้องร้อง หากมีข้อพิพาทหยุดวิ่งทันที ซีพียอมเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ต่อ 4 เดือน หลังส่งหนังสือถึง รฟท. ยินยอมให้บริการหลัง 30 ก.ย. พ่วง 3 เงื่อนไข ขอเงินอุดหนุน 240 ล้านบาท และห้ามฟ้องร้อง หากมีข้อพิพาทหยุดวิ่งทันทีซีพียินยอมเดินรถต่อ 4 เดือน หลังสัญญาสิ้นสุด 30 ก.ย.นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท เอเซีย เอราวัณ จำกัด (บริษัทในเครือซีพี) ซึ่งเป็นบริษัทที่รับสัมปทานในการดำเนินงานในโครงการรถไฟเชื่อมสามสนามบิน และเดินรถให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ได้ทำหนังสือมายังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อขอยุติการให้บริการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ในวันที่ 30 ก.ย. นั้น ในเรื่องนี้ทางกระทรวงคมนาคมได้พยายามหาทางออก จนล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมาทาง เอเซีย เอราวัณ ได้ทำหนังสือตอบกลับมายัง รฟท.ว่า เอกชนยินยอมที่จะเดินรถให้บริการ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ต่อไปอีก 4 เดือน แต่แบบมีเงื่อนไข ดังนั้นในวันนี้ (9 ก.ย.) ตนและนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) ในฐานะประธานบอร์ด รฟท.จึงได้เข้ามารายงาน รวมถึงแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป ก่อนที่จะมีนำเข้าที่ประชุมบอร์ด รฟท. วันที่ 10 ก.ย. ต่อไปเปิด 3 เงื่อนไขหลัก ซีพีขออุดหนุน 240 ล้านบาทการยินยอมให้บริการเดินรถชั่วคราวของเอกชนในครั้งนี้ มาพร้อมกับข้อเสนอและเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการ ได้แก่แยกสัญญาชัดเจน การเดินรถต่ออีก 4 เดือน ต้องไม่นำไปเกี่ยวข้องกับประเด็นที่บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการขอยกเลิกสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นสัญญาหลักยุติการเดินรถหากมีข้อพิพาท หากมีการฟ้องร้องหรือเกิดข้อพิพาททางกฎหมายขึ้นระหว่างสองฝ่าย บริษัทจะสิ้นสุดการให้บริการเดินรถทันทีขอสนับสนุนค่าบริหารจัดการ ขอให้ รฟท. สนับสนุนงบประมาณบริหารจัดการเดินรถ อัตราเดือนละ 60 ล้านบาท ครอบคลุมค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายระบบสาธารณูปโภค รวมเป็นวงเงิน 240 ล้านบาทตลอดระยะเวลา 4 เดือน (1 ตุลาคม 2569 – 30 มกราคม 2570)นายอนันต์ ระบุว่า เงื่อนไขต่างๆ ที่ทาง เอเซีย เอราวัณ เสนอเงื่อนไขมานั้นทาง รฟท. ได้รายงานให้ รมว.คมนาคมรับทราบแล้ว และจะรวบรวมรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ เสนอให้ที่ประชุมบอร์ด รฟท. ที่มี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล ในฐานะประธานบอร์ด รฟท. พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป“รฟท.เห็นว่าหน้าที่การเดินรถในช่วงเวลานี้ยังเป็นความรับผิดชอบของคู่สัญญาเดิมของเอกชน โดยเฉพาะก่อนครบกำหนดวันที่ 30 ก.ย. ส่วนการดำเนินการภายหลังจากนั้นจำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดของสัญญาหลักให้มีความชัดเจนเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตามการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ ยังถือเป็นการบริการสาธารณะที่กระทรวงคมนาคมจะต้องดำเนินการเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบต่อการบริการ ขณะที่กรณีเอกชนขอสิ้นสุดสัญญาในสัญญาหลักนั้น ก็มีขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาตามสัญญารองรับอยู่แล้วส่วนกรณีที่เอกชนเสนอเงื่อนไขว่าหากมีการฟ้องร้องจะหยุดเดินรถนั้น ถือเป็นการข่มขู่หรือไม่นั้น ในเรื่องนี้ไม่ใช่การข่มขู่ แต่เป็นการระบุสิทธิของเอกชน ขณะที่ รฟท.มีหน้าที่ต้องคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและดูแลไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากการหยุดให้บริการ โดยที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง และจะต้องหารือเพื่อหาข้อยุติในเงื่อนไขที่ยังเห็นต่างกันต่อไป”อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### Klaviyo เปิดแพลตฟอร์มรองรับ AI ของบุคคลที่สาม พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ SQL - Investing.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/klaviyo-ai-sql-investingcom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Klaviyo เปิดแพลตฟอร์มรองรับ AI ของบุคคลที่สาม พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ SQL Investing.com Klaviyo เปิดแพลตฟอร์มรองรับ AI ของบุคคลที่สาม พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ SQL  Investing.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เตือนแล้วนะ! รายชื่อ Achievement จาก 80 กว่าเกมบน Steam หลุดยับ มีเกมที่ยังไม่ประกาศด้วย! URL: https://onesiamsoft.com/articles/achievement-80-steam Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หลุดยับ! เว็บเก็บสถิติเผลอปล่อยรายชื่อ Achievement เกมใหม่กว่า 80 เกมบน Steam มีทั้ง Persona 6, Kingdom Hearts 4 และเกมดังที่ยังไม่เปิดตัวอีกเพียบ ใครไม่อยากโดนสปอยล์ระวังตัวไว้ให้ดี! - Online Station งานนี้มีสะเทือนคนที่อยากเล่นเกมแบบเต็มอรรถรสอย่างแน่นอน เมื่อเว็บไซต์ Exophase ที่ปกติใช้สำหรับเช็คระบบ Achievement ของแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึง Steam ได้อัปเดตข้อมูลใหม่ในวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา แต่ดันมีรายชื่อเกมที่ยังไม่เคยวางจำหน่ายหรือบางเกมยังไม่เคยแม้แต่จะประกาศเปิดตัวหลุดออกมาให้เห็นกันแบบเต็มตา!โดยรายชื่อที่หลุดออกมานี้มีมากถึง 85 เกม ครอบคลุมทั้งระบบฟีเจอร์ในเกม Easter Egg ไปจนถึงสปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญแบบจัดเต็ม ใครที่ไม่อยากโดนสปอยล์เกมล่วงหน้าอาจจะต้องระวังการเล่นโซเชียลหรือตั้งค่าปิดกั้นคีย์เวิร์ดชื่อเกมบางเกมกันเอาไว้แต่เนิ่น ๆ เพราะกว่าบางเกมจะวางจำหน่ายก็อาจจะต้องรอกันอีกหลายเดือนเลยทีเดียว ซึ่งขณะนี้ก็เริ่มมีปรากฏออกมาแล้ว เช่น เกม Persona 4 Revival ที่มีผู้ค้นพบ Achievement ซึ่งเปิดเผยเนื้อหาบางอย่างที่ไม่มีในภาคเดิมสำหรับรายชื่อเกมเด่น ๆ ที่หลุดออกมาก็มีทั้ง Fable, Persona 6, Stranger Than Heaven, Kingdom Hearts 4, ACE COMBAT 8, Tropico 7 และ Minecraft Dungeons 2 แถมยังมีรายชื่อเกมฟอร์มยักษ์และเกมภาคต่ออีกมากมายจากหลายสตูดิโอและค่ายเกมผู้จัดจำหน่าย ซึ่งทางเราได้สรุปรายชื่อเกมมาให้ดูกันแบบเน้น ๆ ดังนี้เกม Warhammer ที่ยังไม่ได้ประกาศ (จำนวน 2 เกม)4loopACE COMBAT 8ALF gameAttack on Titan 3Brazilian Drug Dealer 4Clive Barker’s HellraiserClutchControl ResonantCrazy Taxi: World TourCustom HoboDanganronpa 2X2Deus Ex RemasterDisney/Pixar Toy Story: Retro Roundup! + Toy Story 3 Complete EditionDRAGON BALL XENOVERSE 3Dragon Quest Monsters: The Withered WorldDynasty Warriors 3 Complete RemasteredFate/Extra RecordFINAL FANTASY RESONANCEFright TrainGears of War E-DayGrave SeasonsGundam Rogue OrbitHoloTrialsHorizon Hunters GatheringJudasKena: Scars of KosmoraKingdom Hearts IVLast EpochLords of the Fallen IIMega Man Dual OverrideMetal Max 2 ReloadMetro 2039Minecraft Dungeons 2Nivalis NightsOrder of the Sink StarPersona 4 RevivalPersona 6PGA Tour 2k27Professor Layton and the New World of SteamPUBG DED.NETRayman OriginsRemothered: Red Nun’s LegacyRestitchedRhapsody in ScarletRoad KingsSilent Hill: TownfallSquadron 42Star Trek OutpostsStar Wars Galactic RacersStranger Than HeavenStupid Never DiesTales of Eternia RemasteredTerranigmaThief the Dark ProjectTomb Raider: Legacy of AtlantisTouhou KyoumakouTrails in the Sky 2nd ChapterTrine 6: Together in TimeTropico 7Turok OriginsUta MacrossValor MortisWardogsWarhammer SurvivorsWarrior Cats: Clans of the ForestWitchbrookเกม Avengers ที่ยังไม่ได้ประกาศเกมภาคต่อหรือเกมสปินออฟของ Balatro ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Brawl Stars ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Candy Crush ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Dune ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Heroes of Newerth ที่ยังไม่ได้ประกาศเกมแนวจำลองชีวิตสไตล์ Animal Crossing ของ Nickelodeon ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Raiden Fighters Collection ที่ยังไม่ได้ประกาศเกมภาคต่อหรือเกมสปินออฟของ Sea of Thieves ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Shrek 2 Remaster หรือเกมที่เกี่ยวกับ Shrek ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Sin Reloaded ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Slime Rancher ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Sonic ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Stellaris ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Toem 2 ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Twin Peaks ที่ยังไม่ได้ประกาศเกม Walking Dead Collection ที่ยังไม่ได้ประกาศเรียกว่าเป็นลิสต์หลุดที่ทำเอาเกมเมอร์ฮือฮากันไปทั่วโลก เพราะมีทั้งเกมภาคต่อฟอร์มยักษ์และเกมรีมาสเตอร์ที่หลายคนรอคอยซ่อนอยู่เพียบ ใครที่กำลังรอเกมไหนอยู่ก็เตรียมลุ้นรอการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการจากค่ายเกมกันได้เลย แต่ขณะเดียวกันใครที่ไม่อยากโดนสปอยล์ก็หลบระเบิดตามช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ กันให้ดี ๆแปลและเรียบเรียงจากDexerto ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### iQOO 16 เน้นจอ! เตรียมเปิดตัว 14 ก.ย. จับมือ Samsung พัฒนาจอ 2K 165Hz URL: https://onesiamsoft.com/articles/iqoo-16-14-samsung-2k-165hz Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 iQOO 16 เตรียมเปิดตัว 14 กันยายน พร้อมจอ Samsung M16 AMOLED ความละเอียด 2K รีเฟรชเรต 165Hz และสเปกเรือธงสำหรับเกมเมอร์ iQOO 16 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 14 กันยายนนี้ พร้อมเผยรายละเอียดเทคโนโลยีหน้าจอที่พัฒนาร่วมกับ Samsung Display โดยคาดว่าจะเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่มีหน้าจอระดับสูงที่สุดในตลาด ในบทความนี้iQOO 16 จับมือ Samsung Display พัฒนาหน้าจอคาดใช้จอ Samsung M16 LEAD AMOLED ความละเอียด 2K 165HzSnapdragon 8 Elite Gen 6 Pro พร้อมชิป Q4กล้อง 50MP สามตัว แบตเตอรี่ 8,400mAhRAM สูงสุด 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 1TB iQOO 16 จับมือ Samsung Display พัฒนาหน้าจอ iQOO ยืนยันว่าจะจัดงานด้านเทคโนโลยีหน้าจอร่วมกับ Samsung Display ในวันที่ 14 กันยายน ที่สำนักงานใหญ่ของ Samsung Display ในประเทศเกาหลีใต้ โดยจะพูดถึงการพัฒนาหน้าจอในหลายด้าน ตั้งแต่ความคมชัด การแสดงผลสี ความเร็วในการตอบสนองของระบบสัมผัส อัตรารีเฟรชสูง ไปจนถึงเทคโนโลยีถนอมสายตา งานดังกล่าวยังมีความสำคัญในเชิงภาพลักษณ์ เนื่องจาก iQOO จะเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนรายแรกที่จัดงานสื่อสารด้านเทคโนโลยีหน้าจอภายในสำนักงานใหญ่ของ Samsung Display ภาพที่ iQOO เปิดเผยยังแสดงให้เห็นว่า iQOO 16 จะใช้หน้าจอแบบ แบน (Flat Display) พร้อมขอบจอบางทั้ง 4 ด้าน ต่างจากสมาร์ตโฟนเรือธงบางรุ่นที่ยังเลือกใช้หน้าจอโค้ง คาดใช้จอ Samsung M16 LEAD AMOLED ความละเอียด 2K 165Hz ตามข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ iQOO 16 มีแนวโน้มที่จะใช้แผงหน้าจอ Samsung M16 LEAD AMOLED ขนาดประมาณ 6.85 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K และรองรับอัตรารีเฟรชสูงถึง 165Hz หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง หน้าจอของ iQOO 16 จะไม่ได้เน้นเพียงความคมชัด แต่ยังเหมาะกับการเล่นเกมที่ต้องการการเคลื่อนไหวลื่นไหลและการตอบสนองของหน้าจอที่รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อทำงานร่วมกับชิปประมวลผลสำหรับกราฟิกและ Ray Tracing Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro พร้อมชิป Q4 ด้านประสิทธิภาพ iQOO 16 คาดว่าจะมาพร้อม Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro และชิปประมวลผล Q4 ของ iQOO ซึ่งถูกระบุว่าจะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Ray Tracing หรือการจำลองแสงและเงาแบบสมจริงสำหรับการเล่นเกมบนสมาร์ตโฟน สเปกอื่น ๆ ที่มีรายงานก่อนหน้านี้ ได้แก่ เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิกใต้หน้าจอ, USB 3.2, ลำโพงคู่ และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68/IP69 กล้อง 50MP สามตัว แบตเตอรี่ 8,400mAh ระบบกล้องด้านหลังของ iQOO 16 คาดว่าจะได้รับการออกแบบใหม่ โดยประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.3 นิ้ว รูรับแสง f/1.68 พร้อมกล้อง Ultra-Wide 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Periscope Telephoto 50 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้าคาดว่าจะมีความละเอียด 32 ล้านพิกเซล อีกจุดที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 8,400mAh รองรับชาร์จผ่านสาย 100W และชาร์จไร้สาย 40W ซึ่งถือว่าเป็นความจุที่สูงมากสำหรับสมาร์ตโฟนระดับเรือธง RAM สูงสุด 16GB พื้นที่เก็บข้อมูล 1TB สำหรับหน่วยความจำ iQOO 16 มีข่าวว่าจะมีตัวเลือกตั้งแต่ 12GB+256GB, 12GB+512GB, 16GB+512GB ไปจนถึงรุ่นสูงสุด 16GB+1TB ด้านซอฟต์แวร์คาดว่าจะมาพร้อม OriginOS 7 บนพื้นฐาน Android 17 และอาจมีตัวเลือกสีอย่าง Track, Legend และ Light Chaser อย่างไรก็ตาม สเปกส่วนใหญ่ข้างต้นยังอยู่ในระดับข้อมูลหลุดหรือข่าวลือ ขณะที่รายละเอียดด้านหน้าจอและการจับมือกับ Samsung Display เป็นข้อมูลที่ iQOO ยืนยันแล้ว ต้องรอติดตามงานวันที่ 14 กันยายนว่าจะมีการเปิดเผยสเปกอย่างเป็นทางการมากน้อยเพียงใด หาก iQOO สามารถทำให้หน้าจอ 2K 165Hz ทำงานร่วมกับชิปเรือธงและระบบ Ray Tracing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ iQOO 16 ก็มีโอกาสกลายเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่เน้นการเล่นเกมอย่างจริงจังที่สุดของปีนี้ Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### จับตา iPhone 18 คืนนี้! เปิดทุกข้อมูลก่อน Apple เฉลย รุ่นไหนมา จอใหม่ ฟังก์ชันเด็ด และราคาจะแพงขึ้นแค่ไหน URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-apple-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ส่อง iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone จอพับ ก่อนเปิดตัวคืนนี้ ลุ้นดีไซน์ใหม่ จอ 120Hz กล้อง 48MP ชิป A20 Pro พร้อมจับตาราคาอาจขยับขึ้นจากรุ่นก่อนหลายพันบาท ได้เวลานับถอยหลัง! คืนนี้ Apple เตรียมเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในงาน “Surprise and shine” ซึ่งปีนี้ถือว่าน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะนอกจาก iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max แล้ว ยังมีไฮไลต์สำคัญอย่าง iPhone จอพับรุ่นแรกของ Apple ที่คาดว่าจะใช้ชื่อ iPhone Ultra เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของตระกูลด้วยและสิ่งที่หลายคนกำลังลุ้นไม่แพ้ฟีเจอร์ใหม่ก็คือ “ราคา” เพราะกระแสข่าวก่อนเปิดตัวระบุว่า Apple อาจปรับราคา iPhone รุ่น Pro ขึ้นจากปีก่อน ขณะที่รุ่นจอพับอาจเปิดราคาสูงกว่า iPhone ทุกรุ่นที่เคยมีมาอย่างชัดเจนiPhone 18 Pro รุ่นเล็กที่ไม่ได้เล็กเรื่องสเปกเริ่มกันที่ iPhone 18 Pro รุ่นที่คาดว่าจะยังคงใช้หน้าจอขนาดประมาณ 6.3 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี ProMotion ที่รองรับอัตรารีเฟรชสูงสุด 120Hz ทำให้การเลื่อนหน้าจอและการเล่นเกมลื่นไหลหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ถูกพูดถึงมากคือ Dynamic Island ที่อาจมีขนาดเล็กลง โดยมีข้อมูลคาดการณ์ว่าพื้นที่สำหรับกล้องและเซนเซอร์บนหน้าจออาจลดลง ทำให้ผู้ใช้ได้พื้นที่แสดงผลมากขึ้นด้านประสิทธิภาพคาดว่าจะมาพร้อม ชิป A20 Pro และ RAM 12GB ซึ่งจะเข้ามารับบทเป็นขุมพลังหลักสำหรับทั้งการประมวลผลทั่วไป การเล่นเกม และฟีเจอร์ AI ที่ Apple กำลังผลักดันอย่างต่อเนื่องกล้องหลังยังคาดว่าจะเป็นระบบกล้อง 3 ตัว ความละเอียดระดับ 48MP ทั้งกล้องหลัก, Ultra Wide และ Telephoto แต่จุดที่น่าสนใจคือข่าวลือเรื่อง Variable Aperture หรือรูรับแสงที่สามารถปรับขนาดได้ซึ่งจะช่วยให้กล้องควบคุมการรับแสงและระยะชัดลึกได้ยืดหยุ่นกว่าเดิมiPhone 18 Pro Max  ตัวท็อปที่เน้นจอใหญ่ แบตใหญ่ และกล้องจัดเต็มขยับขึ้นมาเป็น iPhone 18 Pro Max ซึ่งคาดว่าจะยังคงใช้หน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว และรีเฟรชเรต 120Hz เช่นเดียวกับรุ่นก่อนความแตกต่างสำคัญจะอยู่ที่แบตเตอรี่และกล้อง โดยมีข้อมูลคาดการณ์ว่า Pro Max อาจมาพร้อมแบตเตอรี่ประมาณ 5,567mAh ขณะที่ iPhone 18 Pro อยู่ที่ราว 4,288mAhส่วนกล้อง Telephoto มีข่าวว่า Pro Max อาจได้ ซูมออปติคัลสูงสุด 6x ขณะที่ Pro อาจอยู่ที่ 5x และหาก Variable Aperture ถูกจำกัดไว้เฉพาะรุ่น Pro Max ก็จะยิ่งทำให้รุ่นท็อปมีความแตกต่างจากรุ่น Pro ชัดเจนขึ้นแล้ว iPhone จอพับแบบใหม่คือโทรศัพท์แบบไหนกัน?พระเอกของงานที่หลายคนรอคอยอาจไม่ใช่ iPhone 18 Pro Max แต่เป็น iPhone Ultra หรือชื่อทางการอื่นที่ Apple อาจเลือกใช้สำหรับ iPhone จอพับรุ่นแรกรายงานก่อนหน้านี้ระบุว่า Apple เตรียมใช้ดีไซน์แบบ พับเข้าด้านในลักษณะเดียวกับมือถือจอพับแบบหนังสือ เมื่อกางออกอาจได้หน้าจอขนาดประมาณ 7.8 นิ้ว ขณะที่ตัวเครื่องเมื่อพับจะมีขนาดกะทัดรัดลงอย่างเห็นได้ชัดอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามองคือ รอยพับกลางหน้าจอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของมือถือจอพับในตลาด โดยมีรายงานว่า Apple พยายามพัฒนาโครงสร้างบานพับและหน้าจอให้รอยพับมองเห็นได้น้อยที่สุดตัวเครื่องยังถูกคาดว่าจะใช้ชิปตระกูล A20 Pro และถูกวางตำแหน่งเป็น iPhone ระดับพรีเมียมที่สุดของ Appleแต่สิ่งที่ต้องเตรียมใจก็คือ ราคา เพราะ iPhone จอพับมีข่าวว่าอาจเริ่มต้นมากกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ และบางการประเมินขยับไปถึงประมาณ 2,500 ดอลลาร์ หรือสูงกว่านั้นในรุ่นความจุสูง หากเข้ามาขายในไทยด้วยราคาตามโครงสร้างการตั้งราคาของ Apple ก็มีโอกาสแตะระดับ หลักแสนบาท ได้ราคา iPhone 18 จะแพงขึ้นแค่ไหนต่อจากนี้?นี่อาจเป็นคำถามใหญ่ที่สุดของคืนนี้ปัจจุบัน iPhone 17 Pro ในไทยเริ่มต้นที่ 43,900 บาท สำหรับความจุ 256GB ขณะที่รุ่น Pro Max มีราคาสูงกว่าสำหรับ iPhone 18 Pro มีการคาดการณ์ราคาในสหรัฐฯ อยู่ประมาณ 1,299–1,399 ดอลลาร์ จากเดิม iPhone 17 Pro ที่เริ่มต้น 1,099 ดอลลาร์ ขณะที่ iPhone 18 Pro Max อาจขยับไปอยู่ที่ประมาณ 1,399–1,499 ดอลลาร์ จากเดิม 1,199 ดอลลาร์หากตัวเลขนี้เป็นจริงเท่ากับว่าราคาเริ่มต้นอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 200–300 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 6,000–10,000 บาท ก่อนนำปัจจัยเรื่องภาษีและการตั้งราคาในประเทศไทยมาคำนวณดังนั้นประเด็นที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ “iPhone 18 แพงขึ้นไหม?” แต่คือ Apple จะขึ้นราคาแล้วให้อะไรกลับมาเป็นสิ่งที่คุ้มค่าพอให้ผู้ใช้ยอมจ่ายเพิ่มแล้ว iPhone 18 รุ่นธรรมดาหายไปไหน?อีกความเปลี่ยนแปลงสำคัญของปีนี้คือ Apple อาจ ไม่ได้เปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานพร้อมกับรุ่น Proมีรายงานว่า Apple กำลังเปลี่ยนแผนการเปิดตัว iPhone โดยจะเปิดตัวรุ่นพรีเมียมอย่าง iPhone 18 Pro, Pro Max และรุ่นจอพับก่อน ส่วน iPhone 18 รุ่นธรรมดาและรุ่นราคาจับต้องง่ายกว่า อาจไปเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 แทนนั่นหมายความว่า งานคืนนี้อาจกลายเป็นงานที่ Apple เน้นขายของแพงมากกว่าที่เคยสรุป คืนนี้ Apple มีอะไรให้พวกเราได้ลุ้นบ้าง?iPhone 18 Pro — จอ 6.3 นิ้ว, 120Hz, ชิป A20 Pro, RAM 12GB และกล้อง 48MP หลายตัว พร้อมลุ้น Variable ApertureiPhone 18 Pro Max — จอ 6.9 นิ้ว, แบตเตอรี่ใหญ่กว่า, กล้อง Telephoto อาจซูม 6x และอาจได้ Variable Aperture เป็นฟีเจอร์เด่นiPhone Ultra / iPhone จอพับ — หน้าจอพับได้ประมาณ 7.8 นิ้ว, ดีไซน์แบบหนังสือ, เน้นความพรีเมียม และอาจมีราคาเริ่มต้นมากกว่า 2,000 ดอลลาร์ส่วน iPhone 18 รุ่นธรรมดา มีโอกาสไม่ได้เปิดตัวในคืนนี้และอาจต้องรอถึงปี 2027ทั้งหมดนี้ยังต้องรอ Apple เฉลยบนเวทีอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าข่าวลือส่วนใหญ่เป็นจริงงานคืนนี้อาจไม่ใช่แค่การเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ธรรมดาๆ แต่เป็นการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ของตระกูล iPhone ทั้งในเรื่อง ดีไซน์ จอพับ AI กล้อง ชิป และที่สำคัญที่สุดคือ “ราคา”ติดตามชมการเปิดตัวแบบสดๆ พร้อมกัน 00.00 น.สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดของจริงสามารถติดตาม Apple Event “Surprise and shine” ได้ในคืนวันที่ 10 กันยายน เวลา 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของ Apple ทั้ง เว็บไซต์ Apple, แอป Apple TV และ YouTube Liveใครกำลังเล็งเปลี่ยนเครื่องเตรียมรอดูไปพร้อมกันว่า iPhone รุ่นใหม่จะมาเหนือข่าวลือแค่ไหน จอจะเปลี่ยนไปอย่างไร ฟังก์ชันไหนจะเป็นทีเด็ด และที่สำคัญที่สุด—ราคาไทยจะเปิดมาที่เท่าไรกันแน่คืนนี้เที่ยงคืนตรงรู้กัน Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### ทําไมหุ้น Intel ถึงพุ่งขึ้นในวันนี้? - Investing.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/intel-investingcom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ทําไมหุ้น Intel ถึงพุ่งขึ้นในวันนี้? Investing.com Intel พุ่ง 10% เหนือ MA20 แต่ RSI overbought: อัปเดตทุกชั่วโมง Investing.com แนวโน้มราคาหุ้นอินเทล: INTC พุ่งขึ้นกว่า 9% ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ฝั่งกระทิงจะสามารถดันราคาทำจุดสูงสุดใหม่ได้หรือไม่? TradingKey อินเทลอาจปรับขึ้นราคาซี ทําไมหุ้น Intel ถึงพุ่งขึ้นในวันนี้?  Investing.comIntel พุ่ง 10% เหนือ MA20 แต่ RSI overbought: อัปเดตทุกชั่วโมง  Investing.comแนวโน้มราคาหุ้นอินเทล: INTC พุ่งขึ้นกว่า 9% ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ฝั่งกระทิงจะสามารถดันราคาทำจุดสูงสุดใหม่ได้หรือไม่?  TradingKeyอินเทลอาจปรับขึ้นราคาซีพียูตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป  Vietnam.vn$Intel (INTC.US)$  Moomoo Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### สมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลก ยอดสะสมจ่อทะลุ 100 ล้านเครื่องสิ้นปีนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-13 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Counterpoint Research คาดตลาดสมาร์ทโฟนจอพับแตะหมุดหมายสำคัญภายในสิ้นปี 2569 ก่อนยอดจัดส่งปี 2570 โต 37% โดย Samsung ยังครองอันดับหนึ่ง ตามด้วย Apple และ Huawei ขณะที่ราคาสูงยังเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตลาด ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดย Counterpoint Research คาดว่า ยอดจัดส่งสะสมจะทะลุ 100 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี 2569 หลังผู้ผลิตหลายรายเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ พร้อมพัฒนารูปแบบและประสบการณ์ใช้งานให้หลากหลายขึ้น นับตั้งแต่สมาร์ทโฟนจอพับเชิงพาณิชย์รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2562 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มีสัดส่วนประมาณ 2% ของตลาดสมาร์ทโฟนทั่วโลก แม้ยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างชัดเจนในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ปี 70 จ่อโต 37% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 65 Counterpoint Research ประเมินว่า ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกในปี 2570 จะเพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นอัตราการเติบโตสูงที่สุดตั้งแต่ปี 2565 แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบอุปกรณ์ที่หลากหลายขึ้น และการแข่งขันของผู้ผลิตรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทางเลือกและกระตุ้นความสนใจของผู้บริโภคSamsung นำตลาด 38% Huawei ครอง 22% ข้อมูลคาดการณ์ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทั่วโลกปี 2569 ของ Counterpoint Research ระบุว่า Samsung จะยังครองอันดับหนึ่งด้วยส่วนแบ่งตลาด 38% ตามด้วย Apple ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนแบ่ง 25% และ Huawei ที่ 22% ส่วน Motorola คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาด 6% ขณะที่ HONOR อยู่ที่ 3% และผู้ผลิตรายอื่นรวมกันมีส่วนแบ่งอีก 6% Samsung ยังคงเดินหน้าเปิดตัวสมาร์ทโฟนจอพับรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทิศทางการออกแบบของตลาดกำลังมุ่งไปสู่สมาร์ทโฟนจอพับแบบหนังสือที่มีอัตราส่วนหน้าจอกว้างขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์อย่าง Galaxy Z Fold8 เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานทั้งขณะพับและกางหน้าจอ Apple อาจจัดส่งได้ 6 ล้านเครื่องในปีแรก Counterpoint Research คาดว่า iPhone Ultra สมาร์ทโฟนจอพับรุ่นแรกของ Apple ที่คาดว่ามีกำหนดเปืดตัว 9 กันยายนนี้ อาจมียอดจัดส่งสูงสุด 6 ล้านเครื่องในปี 2569 และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 25% อยู่ในอันดับสองของตลาดโลก อย่างไรก็ตาม การวางจำหน่ายช่วงแรกอาจเผชิญข้อจำกัดด้านปริมาณสินค้า ทำให้ยอดจัดส่งและจำนวนผลิตภัณฑ์ในตลาดทยอยเพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต เมื่อเข้าสู่ปี 2570 ซึ่งเป็นปีแรกที่ผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายเต็มปี ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนจอพับของ Apple คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปี 2569 และอาจมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็นประมาณ 40% แบรนด์ใหญ่เร่งขยายตลาดจอพับ การเข้าสู่ตลาดของ Apple ประกอบกับการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ Samsung, Huawei, Xiaomi, Motorola, HONOR, Google, vivo และ OPPO จะทำให้ตัวเลือกและรูปแบบของสมาร์ทโฟนจอพับมีความหลากหลายมากขึ้น การแข่งขันในระยะต่อไปจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เทคโนโลยีหน้าจอพับเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงประสบการณ์ของผู้ใช้ รูปแบบการใช้งานจริง และความสามารถในการรองรับทั้งการทำงานและการรับชมคอนเทนต์ ราคายังสูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป 3 เท่า แม้ตลาดมีแนวโน้มเติบโตแรง แต่ราคายังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากสมาร์ทโฟนจอพับในปัจจุบันมีราคาสูงกว่าสมาร์ทโฟนทรงแท่งทั่วไปประมาณ 3 เท่า ดังนั้น แม้ยอดจัดส่งสะสมกำลังจะทะลุ 100 ล้านเครื่อง และมีแนวโน้มเติบโตถึง 37% ในปี 2570 แต่ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับยังต้องใช้เวลาอีกระยะ ก่อนจะขยายจากผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมไปสู่ผู้บริโภควงกว้างอย่างเต็มตัว ที่มา Counterpoint Research Source: Originally published on thansettakij. Read the full article at thansettakij → ### Apple Watch SE 3 เกือบทุกรุ่นขึ้นสถานะ “Unavailable” ก่อนงาน Apple Event URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-watch-se-3-unavailable-apple-event Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple Watch SE 3 เกือบทุกรุ่นย่อยขึ้นสถานะ “Unavailable” บน Apple Online Store หลายประเทศ ก่อนงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple เพียง 1 วัน Apple Watch SE 3 เกือบทุกรุ่นย่อยขึ้นสถานะ “Unavailable” บน Apple Online Store หลายประเทศ ก่อนงานเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple เพียง 1 วัน Apple Watch SE 3 เกือบทุกรุ่นย่อยขึ้นสถานะ “Unavailable” บน Apple Online Store ในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศที่มีการตรวจสอบ โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่ Apple จะจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีทั้ง iPhone และ Apple Watch รุ่นใหม่ Apple Watch SE 4 ยังไม่ถูกคาดว่าจะเปิดตัว ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการคาดการณ์ว่า Apple จะเปิดตัว Apple Watch SE 4 ในงานครั้งนี้ เนื่องจาก Apple ไม่เคยเปิดตัว Apple Watch SE รุ่นใหม่ติดต่อกันปีต่อปี ไทม์ไลน์การเปิดตัว Apple Watch SE ที่ผ่านมาคือ Apple Watch SE รุ่นแรก: ก.ย. 2020 Apple Watch SE 2: ก.ย. 2022 Apple Watch SE 3: ก.ย. 2025 จากรูปแบบดังกล่าว Apple Watch SE รุ่นใหม่มักเว้นช่วงมากกว่า 1 ปีระหว่างแต่ละรุ่น อาจเป็นสัญญาณของ Apple Watch SE 4 หรือแค่ปัญหาชั่วคราว บทความตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Apple Watch SE 3 เกือบทุกรุ่นย่อยขึ้นสถานะไม่พร้อมจำหน่าย อาจเป็นสัญญาณว่า Apple Watch SE 4 อาจเปิดตัวในงานวันพรุ่งนี้ก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม อีกความเป็นไปได้คืออาจเป็นเพียงปัญหาชั่วคราวของระบบหรือสต็อกสินค้า ซึ่งอาจกลับมาใช้งานได้ตามปกติในภายหลัง ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Apple Watch SE 4 จะเปิดตัวจริงหรือไม่ ที่มา: MacRumors Source: Originally published on iMoD. Read the full article at iMoD → ### Sequoia doubles down on Cymphony as AI agents create new enterprise security risks | TechCrunch URL: https://onesiamsoft.com/articles/sequoia-doubles-down-on-cymphony-as-ai-agents-create-new-enterprise-security-risks-or-tech Category: smm · Reading time: 5 min Published: 2026-09-09 Cymphony was valued at more than $100 million in a $25 million Series A co-led by Sequoia and SMBC Fin Atlas Beyond Fund. As AI agents gain access to the same sensitive corporate data and systems as human workers while operating at machine speed, enterprises are prone to new security risks. Storied venture firm Sequoia Capital is betting big on that shift, backing startup Cymphony as it emerges with $30 million in funding to help companies keep their growing AI workforce in check. The funding includes a $25 million Series A co-led by Sequoia and SMBC Fin Atlas Beyond Fund, valuing the New York- and Tel Aviv-based startup at more than $100 million after investment. The round follows a previously undisclosed seed investment from Sequoia. AI agents do not necessarily go through the same access and identity controls as employees, but they have access to multiple systems and handle large amounts of corporate data. This makes it hard for enterprises to track who has access to what. Cymphony is trying to address that gap by giving security teams a single view of employees, AI agents, and other non-human identities, including the systems and sensitive data they can access. At the core of its platform, the two-year-old startup has built what it calls a “workforce graph”. This brings together identity, data, and activity signals. “Enterprise security was designed for human employees,” Cymphony co-founder and CEO Shy Dekel (pictured above, center) said in an exclusive interview. “More and more, there start to be independent entities that are practically joining the workforce, but they’re no longer people.” Cymphony says it is already finding those risks inside large companies. At one U.S. public company, the startup said it found about 85,000 files that had become accessible to AI tools and agents. Cymphony stated it helped close the exposure and verified that none of the files had been accessed through those AI systems. In another case, Dekel told TechCrunch that an external collaborator had installed an unsanctioned instance of Anthropic’s Claude that used the collaborator’s existing access to scan thousands of sensitive files. Beyond identifying risks, Cymphony uses AI agents to investigate incidents, prioritize what security teams should address, and automate some remediation, including correcting access permissions. The platform can operate largely automatically, Dekel said, adding that customers can also opt for a managed service that brings Cymphony’s security experts into the loop for more complex cases. Why Sequoia doubled down Sequoia’s initial bet on Cymphony came before the startup had settled on the problem it wanted to solve. When the venture firm led its seed round more than two years ago, Cymphony had no product or even a clear product direction, Sequoia partner Bogomil Balkansky told TechCrunch. The investment was largely a bet on Dekel and his co-founders, Idan Berkovits (pictured above, right) and Edi Gotlieb (pictured above, left), all three of whom came through Talpiot, the Israeli military’s highly selective technology and leadership program. Sequoia was already familiar with the program through previous cybersecurity investments, including Wiz. “We just saw three amazing young people with the kind of pedigree that we at Sequoia have experienced a lot of success with,” Balkansky said. Nonetheless, Sequoia, Balkansky said, wanted to see more than the founders’ pedigree by the Series A. Cymphony had built a product, signed a double-digit number of enterprise customers, and reached seven figures in annual recurring revenue within its first year of sales, the startup told TechCrunch. Its customers include KKR, Syngenta, Cass Information Systems, and Athennian. Sequoia has also been using Cymphony’s product internally since early in its development, Balkansky said. He noted the quality and range of Cymphony’s customers, and that existing customers are expanding their use of the platform, as among the key reasons the venture firm decided to invest again. Cymphony is entering an increasingly crowded market as cybersecurity companies strive to address risks emerging from the growing use of AI agents. Recent incidents have added to those concerns. In July, OpenAI disclosed that agents being tested for cybersecurity capabilities had circumvented safeguards and compromised systems at AI platform Hugging Face. Late last week, OpenAI-linked agents made thousands of edits to a German programming wiki, using parts of the site to communicate and share ways to evade restrictions. Balkansky acknowledged that scores of companies are already positioning themselves around AI and agent security. He said, however, that Cymphony’s approach stands out by treating identity and data security as part of the same problem. That distinction, Dekel and Balkansky both argue, becomes more important as companies deploy more AI agents across their operations. Unlike human employees with relatively stable roles and permissions, agents can take different routes to complete a task, acquire new capabilities, and, in some cases, create other agents, making their access harder to govern with security systems designed around people. “Agents are very different actors,” Balkansky said, arguing that existing identity tools were not designed for agents that can change their behavior and capabilities at runtime. Cymphony is also in a race against established security companies that are expanding their offerings around identity, data, and AI, including Microsoft, Okta, CyberArk, Wiz, and Varonis. Dekel told TechCrunch that Cymphony is already replacing some existing security products at customers. At one enterprise, he said without disclosing specifics, the company helped consolidate two existing tools and eliminated the need to buy a third. However, Balkansky sees Cymphony’s role, at least for now, as more complementary than replacement. “Nobody’s going to get rid of their Okta,” he said, adding that customers are largely adopting Cymphony as an additional layer today. Over time, however, he told TechCrunch that the startup could begin displacing some point solutions, particularly in areas such as data loss prevention. Cymphony has about 30 employees across Tel Aviv and New York. Most of its customers are currently in North America, though Dekel told TechCrunch that the startup is beginning to see demand from enterprises in Europe, the Middle East, and Africa. That said, as Cymphony moves beyond its Series A and expands among large enterprise customers, it now has to prove that AI agent security can become a market of its own rather than a feature offered by larger security platforms. Balkansky believes spending in the area will grow as companies put more AI agents to work. “If companies are not spending money on agent security, I don’t know what else they’ll be spending money on in the next five to 10 years,” he said. When you purchase through links in our articles, we may earn a small commission. This doesn’t affect our editorial independence. Source: Originally published on TechCrunch. Read the full article at TechCrunch → ### ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเปิดข้อมูล SME ไทยน่าห่วง พบอัตรารอดชีวิตต่ำ ศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย หนี้เสียสูง ถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/sme-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ผู้ว่าการ ธปท. ฉายภาพปัญหา SME ไทย ทั้งอัตราการรอดต่ำ หนี้เสียสูง และถูกปฏิเสธสินเชื่อ พร้อมเปิด 3 โครงการหลัก 'SME Credit Ecosystem' วันนี้ (9 กันยายน) วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉายภาพสถานการณ์ SME ไทย โดยระบุว่า SME ถือเป็นกลไกสำคัญในระบบเศรษฐกิจ เนื่องจากมีการจ้างงานอยู่ประมาณ 13.6 ล้านคน คิดเป็นประมาณ 70% ของการจ้างงานทั้งหมดของประเทศ และ มีสัดส่วน (Contribution) ต่อ GDP ประมาณ 35% อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน SME เริ่มสร้างอัตราการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยได้น้อยลงเรื่อยๆ ประเด็นสำคัญ อัตราการรอดต่ำ พบ 50% ตายภายใน 10 ปี SME ไทยศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย SME ไทยหนี้ท่วม ดอกเบี้ยสูง กำลังกลายเป็นผีดิบ SME ไทยถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 70% รายใหม่ยิ่งหมดหวัง เปิดแนวทางแก้ปัญหา SME ของแบงก์ชาติ โดยเมื่อเทียบกับในอดีต การเติบโตของ GDP โตเฉลี่ยประมาณ 3.5% มาจาก SME ประมาณ 1.9% แต่ปัจจุบัน Contribution ของ SME ต่อเศรษฐกิจไทยเหลือเพียง 1.3% เท่านั้น ท่ามกลางภาวะที่ SME ไทยเจอปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นอัตรารอดชีวิตที่ต่ำ ศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย หนี้เสียสูง และ การถูกปฏิเสธสินเชื่อพุ่ง อัตราการรอดต่ำ พบ 50% ตายภายใน 10 ปี ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ยังพบว่า SME ที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกว่า 50% ต้องปิดกิจการภายใน 10 ปี และ เหลือรอดเพียง 30% เมื่อผ่านไป 25 ปี SME ไทยศักยภาพการสร้างรายได้ถดถอย นอกจากนี้ SME รุ่นใหม่ (ดำเนินธุรกิจช่วงปี 2013-2024) มีอัตราการเติบโตของรายได้ที่ต่ำกว่า SME ในยุคก่อนหน้า (ดำเนินธุรกิจช่วงปี 2001-2012) อย่างชัดเจน โดยรายได้ของ SME รุ่นใหม่เริ่มชะงัก เมื่อดำเนินกิจการไปได้ 5 ปี สะท้อนว่า ศักยภาพ SME ไทยกำลังแย่ลง และโตยากขึ้น SME ไทยหนี้ท่วม ดอกเบี้ยสูง กำลังกลายเป็นผีดิบ วิทัยกล่าวต่อว่า SME จำนวนมากกำลังประสบปัญหาหนี้ โดยตามข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (เครดิตบูโร) พบว่า สัดส่วนหนี้เสีย (NPL) ต่อสินเชื่อรวมของ SME พุ่งสูงถึงประมาณ 9.5% เทียบกับรายใหญ่ที่ NPL ต่ำกว่า 2% เท่านั้น โดย SME ที่กลายเป็นบริษัทผีดิบ (Zombie SME) ที่มีกำไรไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 2% เป็นเกือบ 6% แล้ว ท่ามกลางภาวะที่ SME ยังต้องรับภาระดอกเบี้ยโดยเฉลี่ยที่แพงกว่ารายใหญ่อย่างเห็นได้ชัด ที่ประมาณ 6.9% เทียบกับ 3.9% ของรายใหญ่ในปี 2025 SME ไทยถูกปฏิเสธสินเชื่อถึง 70% รายใหม่ยิ่งหมดหวัง ผู้ว่าธปท. กล่าวต่อว่า เมื่อดูการเข้าถึงสินเชื่อพบว่า อัตราขยายตัวของสินเชื่อ SME หดตัว 4.6% ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ สวนทางกับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ขยายตัวถึง 6.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน นอกจากนี้ ยังพบว่าตามข้อมูลในระบบ SME ถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) ถึง 55% โดยได้รับการอนุมัติได้เพียง 45% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม วิทัยกล่าวว่า ตัวเลขการถูกปฏิเสธสินเชื่อจริงอาจสูงถึง 60-70% เนื่องจากจะมี SME ส่วนหนึ่งที่เมื่อขอกู้ธนาคารพาณิชย์แล้วก็ถูกปฏิเสธสินเชื่อทันที ไม่ได้เข้าระบบ นอกจากนี้ หากเป็น SME รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตเลยถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธสินเชื่อ (Reject) 78% ขณะที่ SME ที่มีหนี้เสียถูกปฏิเสธสินเชื่อ 86% ซึ่งวิทัยย้ำว่าทั้ง 2 ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง (Underestimated) โดยตัวเลขจริงอาจขึ้นไปถึง 90% แล้ว ขณะที่เมื่อไปดู SME ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด 30% แรก พบว่า กู้เงินผ่านแค่ 21% อีกเกือบ 80% กู้ไม่ได้ สัดส่วนดังกล่าวนับว่าน้อยอย่างมากเมื่อเทียบกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด 30% แรก ที่ขอสินเชื่อผ่านถึง 60% วิทัยย้ำว่า ปัญหา SME เป็น 1 ใน 4 ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ธปท. เตรียมก้าวเข้ามาแก้ ได้แก่ หนี้ครัวเรือน การเข้าถึงสินเชื่อ ความเหลื่อมล้ำ และเงินเทา “ถ้าจะทำให้ประเทศดีขึ้น ต้องทำให้ SME ดีขึ้นให้ได้ งานยาก แต่ต้องลงมือทำ ต้องร่วมกันทำ” วิทัยกล่าว เปิดแนวทางแก้ปัญหา SME ของแบงก์ชาติ ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ปัญหาให้ SME โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ และต้นทุน ธปท. เตรียมทำโครงการ SME Credit Ecosystem เป็นโครงสร้างและแนวทางการดำเนินงานของ ธปท. ในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ เพื่อลดต้นทุนการเข้าถึงสินเชื่อ (Transaction cost) และบริหารจัดการความเสี่ยงจากหนี้เสีย (Credit cost / NPL) ของ SME โดยประกอบด้วย 3 โครงการหลัก ได้แก่ SME Credit Portal: ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มกลางในการจับคู่ระหว่าง SME ที่มีศักยภาพกับสถาบันการเงิน เพื่อแก้ปัญหาการค้นหาลูกค้า (Search cost) และปัญหาข้อมูลไม่สมบูรณ์ (Information asymmetry) โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดตัวเดือนธันวาคม กลไกการค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่: โดยไม่ได้ใช้เงินของภาครัฐ แต่ใช้เงินที่ธนาคารพาณิชย์นำส่งเข้ากองทุน FIDF มาบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มวงเงินค้ำประกันและลดความเสี่ยง NPL โดยคู่ขนานกับ บสย. โดยคาดการณ์ว่าจะช่วยค้ำประกันสินเชื่อได้เพิ่มอีกประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี เมื่อรวมกับ บสย จะครอบคลุมเป้าหมายถึง 200,000 ล้านบาท Data Bureau: ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลประเภทอื่นนอกเหนือจากบัญชีธนาคาร (เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ภาษี ประวัติชำระเงิน และข้อมูลโทรศัพท์มือถือ) เพื่อช่วยประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า หรือ SME ที่ไม่ได้นำเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ ผู้ว่าการ ธปท. ยังทิ้งท้ายว่า “แม้เงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของ SME แต่ทุนอย่างเดียวไม่พอ SME ต้องยกระดับผลิตภาพของตัวเองด้วย” ภาพ: pixs4u / Shutterstock Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### ตลาดบ้านมือสอง Q2/2569 โตแรง มูลค่าประกาศขายพุ่ง 24.9% สะท้อนตลาดขยับสู่บ้านราคากลาง-บน - Think of Living URL: https://onesiamsoft.com/articles/q22569-249percent-think-of-living Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดบ้านมือสอง Q2/2569 โตแรง มูลค่าประกาศขายพุ่ง 24.9% สะท้อนตลาดขยับสู่บ้านราคากลาง-บน Think of Living ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 69 ได้แรงส่งมาตรการรัฐหนุนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ฯ พุ่ง 17.6% nationtv.tv หนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% ส ตลาดบ้านมือสอง Q2/2569 โตแรง มูลค่าประกาศขายพุ่ง 24.9% สะท้อนตลาดขยับสู่บ้านราคากลาง-บน  Think of Livingศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 69 ได้แรงส่งมาตรการรัฐหนุนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ฯ พุ่ง 17.6%  nationtv.tvหนี้ครัวเรือนสูง 86% ดึงยอดปฏิเสธกู้บ้านพุ่ง 50% สูงสุดรอบ 5 ปี BAM ผุดโมเดลพลิกบ้านมือสอง  ประชาชาติธุรกิจตะลึงคนแห่ขายบ้านมือสอง 1.9 แสนหน่วย มูลค่าแตะ 9.4 แสนล้านบาท  bangkokbiznewsอสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด  ไทยโพสต์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### จีนกว้านซื้อ 'ทองคำ' เพิ่มอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ยอดรายเดือนสูงสุดตั้งแต่ ต.ค. ปี 2023 URL: https://onesiamsoft.com/articles/202-2023-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐจีน (SAFE) ประกาศเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (PBoC) ได้เพิ่มทองคำสำรองอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2023 สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐจีน (SAFE) ประกาศเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (PBoC) ได้เพิ่มทองคำสำรองอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2023การซื้อในเดือนที่ผ่านมาทำให้ปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,387 ตัน จีนได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองติดต่อกันเป็นเวลา 22 เดือนแล้ว และได้เพิ่มทองคำประมาณ 80 ตันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026มูลค่าทองคำสำรองของจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นจาก 306,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือน ก.ค. เป็น 350,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือน ส.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 43,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียวธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้เพิ่มการซื้อทองคำอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเมื่อต้นปีนี้ ในรายงานการซื้อทองคำล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council หรือ WGC) มาริสซา ซาลิม หัวหน้าฝ่ายวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า ธนาคารกลางจีนและโปแลนด์ยังคงเป็นผู้นำในการซื้อทองคำจากกลุ่มประเทศต่างๆ ในปี 2026“ธนาคารกลางต่างๆ ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในเดือน ก.ค. โดยมีรายงานการซื้อสุทธิอยู่ที่ 23 ตัน” ซาลิม เขียนไว้ในรายงานล่าสุดของ WGC “ตลาดเกิดใหม่ก็ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในเดือนนี้ โดยมีจีน (20 ตัน) และโปแลนด์ (8 ตัน) เป็นผู้นำ”ผู้ซื้อรายสำคัญอื่นๆ ในเดือน ก.ค. ได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งซื้อทองคำ 2 ตัน นับเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นเดือนที่ 41 ขณะที่ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน (NBK) ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) และธนาคารกลางโบลิเวีย (CBB) ต่างก็ซื้อทองคำธนาคารละ 1 ตัน นับตั้งแต่ต้นปี โปแลนด์ยังคงเป็นประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุด โดยซื้อไปแล้ว 90 ตัน ขณะเดียวกัน การซื้อทองคำล่าสุดของจีนทำให้จีนขึ้นมาเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 6 ของโลก “ที่น่าสังเกตคือ กิจกรรมของธนาคารประชาชนจีน (PBoC) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีการซื้อทองคำรายเดือนเป็นตัวเลขสองหลักนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2026” ซาลิม ระบุ“เมื่อพิจารณาจากยอดรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ธนาคารกลางต่างๆ รายงานการซื้อทองคำรวมประมาณ 130 ตัน เปรียบเทียบกับยอดซื้อประมาณ 160 ตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว” ที่มา: KITCO NEWS Source: Originally published on News1Live. Read the full article at News1Live → ### ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” URL: https://onesiamsoft.com/articles/3290-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 วันพุธ ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2569, 10.13 น. วันพุธ ที่ 09 กันยายน พ.ศ. 2569, 10.13 น. ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.87-32.95 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น จนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ Brent เข้าใกล้โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวลดลงสู่โซน 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่โดยรวมเงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้อานิสงส์จากการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ของตลาดการเงินเอเชีย (ตามเวลาประเทศไทย) หลังรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ Scott Bessent ได้กล่าว “I am the house now” เพื่อส่งสัญญาณต่อผู้เล่นในตลาดว่า ไม่ควรท้าทายความพยายามในการช่วยให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นระหว่างทางการสหรัฐฯ กับทางการญี่ปุ่น ส่งผลให้ล่าสุด เงินเยนญี่ปุ่นได้แข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซน 153 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับราว 154.50 เยนต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ถ้อยแถลงดังกล่าว บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น ทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลต่อภาพการ Unwind JPY-Carry Trade ซึ่งอาจสร้างแรงขายต่อบรรดาสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นธีม AI/Semiconductor ได้ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวลง -1.18% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.58% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง -0.32% ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ทรงตัว แทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าโดยรวมบรรยากาศในตลาดหุ้นยุโรปจะถูกแรงกดดัน จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรงขึ้น ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงนี้ อนึ่ง ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ตามแรงขายหุ้นกลุ่ม Healthcare โดยเฉพาะ Novartis -10.9% หลังบริษัทรายงานผลการทดลองยาที่น่าผิดหวัง ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อนึ่ง เราคงมองว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง โดย FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้ ซึ่งระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30% และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น หนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานและกดดันบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 98.7 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.7-99.0 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่าลง ทว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) กลับปรับตัวลดลงต่อเนื่องเกิน -1% สู่โซน 4,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจหนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก  สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชน รายสัปดาห์ โดย ADP เพื่อประกอบการประเมินภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานภาวะตลาดพลังงานในระยะสั้น (Short-Term Energy Outlook) โดยทาง EIA ซึ่งรายงานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาพลังงานได้ ทางฝั่งเอเชีย ไฮไลท์สำคัญยังคงอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนสิงหาคม ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้ สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง ในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในลักษณะ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะ ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI และอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ โดยในเบื้องต้น เราประเมินว่า เงินบาทจะยังคงมีโซนแนวรับแถว 32.75-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 32.95-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่ และหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน จะยังคงสร้างแรงกดดันต่อเงินบาท จนกว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงบ้าง (ซึ่งเรากังวลใจว่า โอกาสที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น อาจสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังกลยุทธ์การตอบโต้ของฝั่งอิหร่านและพันธมิตร Axis of Resistance อย่าง Houthi มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน) ซึ่งแม้ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ เงินบาทจะได้แรงหนุนบ้าง จากอานิสงส์การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น แต่เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อาจชะลอลง และในช่วงระหว่างวันเงินเยนญี่ปุ่นเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง ซึ่งอาจช่วยชะลอโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท อย่างไรก็ดี เรามองว่า ถ้อยแถลง “I am the house now” ของรัฐมนตรีคลังฯ สหรัฐฯ Scott Bessent เป็นสิ่งที่ควรทำให้ ผู้เล่นในตลาดระวังความผันผวนของเงินเยนญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง อีกทั้งเตรียมรับมือกับการแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมของเงินเยนญี่ปุ่น และความเสี่ยงที่หากเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ในระยะสั้น อาจยิ่งกระตุ้นการปรับลดสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดโดยเฉพาะในส่วนของฝั่ง Short JPY ( มองเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง) จนนำไปสู่ภาพการ Unwind JPY-Carry Trade ได้ (แนะนำ ควรอ่านเพิ่มเติมในงานวิจัยของ IMF “The Anatomy of Sudden Yen Appreciations”)    ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” แต่หากเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน จะเป็นการกลับสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ใน Time Frame รายสัปดาห์ (เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ใน Time Frame รายวัน หลังแข็งค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน) มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์ Source: Originally published on banmuang.co.th. Read the full article at banmuang.co.th → ### Honor Magic9 โชว์ดีไซน์จริง ก่อนเปิดตัว 28 ก.ย. มาพร้อมกล้องคู่ 200MP URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-magic9-28-200mp Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Honor Magic9 Series เตรียมเปิดตัวในจีน 28 ก.ย. เผยดีไซน์ใหม่ พร้อมกล้องหลักและ Telephoto 200MP รองรับ Teleconverter สูงสุด 500mm onor ประกาศเตรียมเปิดตัว Honor Magic9 Series ในจีนวันที่ 28 กันยายน 2026 พร้อมเผยดีไซน์ตัวเครื่องและจุดเด่นด้านกล้อง โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วในจีน Honor ยืนยันผ่าน Weibo ว่า Magic9 Series จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 28 กันยายน โดยบริษัทยังไม่ได้ระบุจำนวนรุ่นที่จะเปิดตัวอย่างชัดเจน แต่ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าอาจเปิดตัว Magic9 พร้อมกับ Magic9 Pro หรือ Magic9 Pro Max หนึ่งในจุดเด่นที่ Honor เปิดเผยออกมาแล้วคือระบบกล้องหลังแบบ Dual 200MP ซึ่งประกอบด้วย กล้องหลัก 200MP เซนเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว รูรับแสง f/1.57 กล้อง Telephoto 200MP เซนเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว รูรับแสง f/2.6 รองรับอุปกรณ์เสริม 500mm Teleconverter ยังคงรองรับ 200mm Teleconverter รุ่นเดิม การใช้เซนเซอร์ความละเอียด 200MP ทั้งกล้องหลักและกล้อง Telephoto สะท้อนว่า Honor กำลังเน้นความสามารถด้านการถ่ายภาพระยะไกลเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของ Magic9 Series ดีไซน์ใหม่ กล้องหลังทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ จากภาพทีเซอร์ Honor Magic9 Series จะมาพร้อมโมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ โดยมีช่องวงกลมแยกสำหรับกล้องแต่ละตัว ช่องขนาดใหญ่ทางด้านซ้ายจะรวม กล้อง Telephoto, LED Flash และโลโก้ ARRI ขณะที่กล้องอีกสองตัวจะอยู่ในช่องวงกลมแยกออกจากกัน ตัวเครื่องที่ Honor เผยออกมาใช้สีเขียวใหม่ Moss Green ซึ่งให้โทนสีเขียวเข้มค่อนข้างเรียบและพรีเมียม ด้านหน้าจะใช้ช่องกล้องทรง Pill-shaped สำหรับกล้องเซลฟี่และเซนเซอร์ 3D ToF โดย Magic9 Pro หรือ Pro Max มีข่าวลือว่าอาจเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟน Android รุ่นแรก ๆ ที่ใช้เซนเซอร์เซลฟี่ทรงสี่เหลี่ยม นอกจากประกาศวันเปิดตัว Honor ยังเปิดให้ลูกค้าในจีนสามารถ พรีออร์เดอร์ Magic9 Series ได้แล้ว ก่อนงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รายละเอียดสำคัญอย่างจำนวนรุ่น ราคา ชิปประมวลผล แบตเตอรี่ และสเปกหน้าจอยังต้องรอการเปิดเผยเพิ่มเติมในวันที่ 28 กันยายน สำหรับตลาดนอกประเทศจีน Honor ยังไม่ได้ประกาศกำหนดการเปิดตัว Magic9 Series อย่างเป็นทางการ ดังนั้นต้องติดตามกันต่อว่าจะมีการนำรุ่นใดออกสู่ตลาดต่างประเทศบ้าง Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### สรุปราคาทองคำ 9 ก.ย.2569 ปิดตลาด -150 ผันผวน 21 ครั้ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-150-21 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคา ทองคำ ผันผวน 21 ครั้ง ลบ 150บาท ทองโลกฟื้นตัว หลังดอลลาร์อ่อน เงินเยนแข็งค่าจับตาน้ำมันดิบอาจหนุนเงินเฟ้อระลอกใหม่ “รูปพรรณ” ในประเทศ ขายออก 69,250 บาททองคำ “ทองคำแท่ง” ขายออก 68,450 บาททองคำ วันนี้ (9 ก.ย.2569) “ฮั่วเซ่งเฮง” เผย ทองโลกฟื้นตัวขึ้น จากดัชนีเงินดอลลาร์ ปรับตัวลง และยังไม่มีท่าทีจะฟื้นตัวขึ้น เนื่องจากค่าเงินเยนยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง หลังตลาดมีความกังวลว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ยกระดับการตอบโต้ด้วยการยิงทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่านครั้งเดียว 5 ลำ เพื่อตอบโต้ความพยายามของอิหร่านที่ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ขณะที่จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดหวนกลับเข้ามากว้านซื้อน้ำมันอย่างหนัก ซ้ำเติมสต๊อกน้ำมันโลกที่ร่อยหรอและราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งแรง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจผลักดันให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อระลอกใหม่ และอาจหนุนให้เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ เป็นลบกับทองคำ วิเคราะห์ราคาทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,375 ดอลลาร์ แต่ทว่าภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,435 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,355 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงอีกครั้ง สรุปราคาทองคำ วันที่ 9 ก.ย. 2569 ครั้งที่ 21 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,250 บาท ขายออก บาทละ 68,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,885.92 บาท ขายออก บาทละ 69,250 บาท ครั้งที่ 20 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,200 บาท ขายออก บาทละ 68,400 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,840.44 บาท ขายออก บาทละ 69,200 บาท ครั้งที่ 19 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,250 บาท ขายออก บาทละ 68,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,885.92 บาท ขายออก บาทละ 69,250 บาท ครั้งที่ 18 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,300 บาท ขายออก บาทละ 68,500 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,931.4 บาท ขายออก บาทละ 69,300 บาท ครั้งที่ 17 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,350 บาท ขายออก บาทละ 68,550 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,976.88 บาท ขายออก บาทละ 69,350 บาท ครั้งที่ 16 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,300 บาท ขายออก บาทละ 68,500 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,931.4 บาท ขายออก บาทละ 69,300 บาท ครั้งที่ 15 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,250 บาท ขายออก บาทละ 68,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,885.92 บาท ขายออก บาทละ 69,250 บาท ครั้งที่ 14 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,200 บาท ขายออก บาทละ 68,400 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,840.44 บาท ขายออก บาทละ 69,200 บาท ครั้งที่ 13 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,250 บาท ขายออก บาทละ 68,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,885.92 บาท ขายออก บาทละ 69,250 บาท ครั้งที่ 12 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,200 บาท ขายออก บาทละ 68,400 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,840.44 บาท ขายออก บาทละ 69,200 บาท ครั้งที่ 11 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,250 บาท ขายออก บาทละ 68,450 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,885.92 บาท ขายออก บาทละ 69,250 บาท ครั้งที่ 10 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,200 บาท ขายออก บาทละ 68,400 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,840.44 บาท ขายออก บาทละ 69,200 บาท ครั้งที่ 9 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,150 บาท ขายออก บาทละ 68,350 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,779.8 บาท ขายออก บาทละ 69,150 บาท ครั้งที่ 8 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,100 บาท ขายออก บาทละ 68,300 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,734.32 บาท ขายออก บาทละ 69,100 บาท ครั้งที่ 7 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,050 บาท ขายออก บาทละ 68,250 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,688.84 บาท ขายออก บาทละ 69,050 บาท ครั้งที่ 6 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,000 บาท ขายออก บาทละ 68,200 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,643.36 บาท ขายออก บาทละ 69,000 บาท ครั้งที่ 5 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 67,950 บาท ขายออก บาทละ 68,150 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาท ขายออก บาทละ 68,950 บาท ครั้งที่ 4 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,000 บาท ขายออก บาทละ 68,200 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,643.36 บาท ขายออก บาทละ 69,000 บาท ครั้งที่ 3 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 67,950 บาท ขายออก บาทละ 68,150 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาท ขายออก บาทละ 68,950 บาท ครั้งที่ 2 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 67,900 บาท ขายออก บาทละ 68,100 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,537.24 บาท ขายออก บาทละ 68,900 บาท ครั้งที่ 1 ลบ 450 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 67,950 บาท ขายออก บาทละ 68,150 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาท ขายออก บาทละ 68,950 บาท อ่านข่าว: สรุปราคาทองคำ 8 ก.ย.2569 ปิดตลาด -50 ผันผวน 24 ครั้งเฟดเสียงแตกเงินเฟ้อ จับตา CPI ศุกร์นี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ย–ทองราคา“ทองคำ” เช้านี้ +350 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 69,600 บาท Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### อ! Guerilla Games ร่วมมือกับ People Can Fly พัฒนา Killzone ภาคใหม่ ในชื่อ Project Delta | GamingDose URL: https://onesiamsoft.com/articles/guerilla-games-people-can-fly-killzone-project-delta-or-gamingdose Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เว็บไซต์ MP1St อ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ รายงานว่า Guerrilla Games มีแผนจะคืนชีพให้กับ Killzone เกมยิง PVP ยอดนิยมในยุค PS4 ร่วมกับสตูดิโอ People Can Fly เว็บไซต์ MP1St อ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ รายงานว่า Guerrilla Games มีแผนจะคืนชีพให้กับ Killzone เกมยิง PVP ยอดนิยมในยุค PS4 ร่วมกับสตูดิโอ People Can Fly (ผู้สร้าง Bulletstorm และ Outriders) ในรูปแบบเกมรีมาสเตอร์หรือรีเมก รายงานดังกล่าวระบุว่า Guerrilla จะหันมาโฟกัสกับโปรเจกต์นี้อย่างเต็มที่หลังปรับปรุง Horizon Hunter’s Gathering จนสมบูรณ์แล้ว (ตัวเกมถูกพิจารณาให้ปรับปรุงใหม่เนื่องจากผลการทดสอบไม่ดีนัก) และเบาะแสหนึ่งที่ชวนให้เชื่อได้ว่าจะมีการปัดฝุ่น Killzone ก็คือโครงการระหว่าง Sony กับ PCF ที่ถูกประกาศออกมาในปี 2025 ในชื่อ Project Delta หากนี่เป็นเรื่องจริงก็นับว่าน่ายินดียิ่งสำหรับแฟน ๆ เพราะตัวเกมภาคล่าสุดอย่าง Killzone: Shadow Fall นั้นออกมาตั้งแต่ปี 2013 และไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาอีกเลย หลังผู้พัฒนาประสบความสำเร็จกับ Horizon Zero Dawn Source: Originally published on GamingDose. Read the full article at GamingDose → ### ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดลบ 126.55 จุด วิตกน้ำมันพุ่งสกัดแรงหนุนจากหุ้น AI-ชิป : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/12655-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ลดทอนช่วงบวกก่อนหน้านี้ของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 65,142.78 จุด ลดลง 1 ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ลดทอนช่วงบวกก่อนหน้านี้ของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 65,142.78 จุด ลดลง 126.55 จุด หรือ -0.19% หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงนำตลาด ได้แก่ หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ กลุ่มบริการ และกลุ่มค้าปลีก สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตสายเคเบิล ปรับตัวขึ้นตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในตลาดหุ้นสหรัฐฯ หลังบริษัท Verizon Communications Inc. ประกาศข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ร่วมกับบริษัท Corning Inc. ในการจัดซื้อสายเคเบิลใยแก้วนำแสง (ออปติกไฟเบอร์) ความหนาแน่นสูงและโซลูชันการเชื่อมต่อ อย่างไรก็ดี บรรดาดีลเลอร์ระบุว่า สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส [WTI.X] ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนในตลาดนิวยอร์ก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นโตเกียว ทั้งนี้ ตลาดหุ้นโตเกียวเคลื่อนไหวในแดนบวกอย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้า ก่อนจะพลิกกลับเข้าสู่แดนลบในช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่มีน้ำหนักต่อตลาด มากิ ซาวาดะ นักกลยุทธ์จากฝ่ายเนื้อหาการลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ ระบุว่า “ตลาดได้รับรู้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในการประชุมนโยบายการเงินเดือนก.ย. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” “จุดสนใจในขณะนี้จึงเปลี่ยนไปอยู่ที่ว่า BOJ จะยังคงรักษาอัตราความเร็วในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตรา 1 ครั้งทุก ๆ 3 เดือนต่อไป หรือจะส่งสัญญาณความพร้อมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์หลังจากเดือนก.ย.” ซาวาดะกล่าวเสริม โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### Whose GPUs are these, anyway? Secure, self-service metrics for multi-tenant Kubernetes URL: https://onesiamsoft.com/articles/whose-gpus-are-these-anyway-secure-self-service-metrics-for-multi-tenant-kubernetes Category: cloud · Reading time: 9 min Published: 2026-09-09 It was a routine cost review. The slide showed the month’s GPU spend, the biggest line on the whole infrastructure bill, and someone asked a five-word question: “Are we using these things? Posted on September 9, 2026 by Bingi Narasimha Karthik (Golden Kubestronaut, Adobe) and Ramkumar Nagaraj (Golden Kubestronaut, Adobe) CNCF projects highlighted in this post The question that stopped the meeting It was a routine cost review. The slide showed the month’s GPU spend, the biggest line on the whole infrastructure bill, and someone asked a five-word question: “Are we using these things?” Nobody could answer. The most expensive hardware we owned was also the hardest to see. The frustrating part is that the answer already existed. Every GPU’s utilization had been recorded, every second, for months, all of it flowing into one central, infrastructure-owned Prometheus that held every metric for every team across thousands of namespaces. The data was right there. It just sat somewhere no tenant was allowed to look, because a store that sees everyone’s metrics can’t safely be opened to any one of them. So visibility split in two: When we finally went looking, we found a GPU that had sat at zero percent utilization for eleven straight days: allocated, powered on, doing nothing, and invisible to the team that owned it. You can’t fix what you’re not allowed to see. Multiply that one idle card across a fleet, all of it drawing power behind green health checks, and “we’re not sure” becomes real money every month. This post is how we closed that gap: how we gave every team a safe, self-service view into their own metrics without handing them the keys to everyone else’s. No new metrics stack, no vendor platform, just CNCF-native pieces arranged so the people spending the GPU budget can finally see it. Why “just share Prometheus” doesn’t work The obvious fix is to give every team read access to the central Prometheus. We ran into two walls, each built from an individually correct decision. The first is security. A Prometheus query endpoint isn’t namespace-aware: if a tenant can run one PromQL query, they can run any query, including one that reads another tenant’s request rates or capacity plans. “Everyone can read everything” isn’t a posture you can defend across thousands of namespaces. The second is scale, and it has a name every platform engineer knows: the noisy neighbor. The central Prometheus is already scraping and storing series for the whole fleet. Point a few hundred engineers and ad-hoc queries at it and the store everyone depends on starts to buckle. One team’s expensive range query becomes everyone’s latency spike. Both are reasonable on their own. Together they leave the data tenants need locked in a store you can’t safely open to them. We needed to give each tenant their own curated, isolated slice, served directly. A metaphor that made it click Picture the central Prometheus as one enormous reading room where every team’s private notebooks sit on open shelves. Hand out a room key and you break confidentiality in the same motion, and the moment a crowd arrives the shared room grinds to a halt. What you want is a librarian who takes your card and brings a copy of only your box. That librarian is the multi-tenant proxy. The insight: a proxy in front, a contract in YAML We didn’t need a new metrics stack. We needed a thin, tenant-aware layer in front of the one we already had. The design came down to three moves: Identify: Authenticate the caller and establish which tenant they are. Isolate: Restrict every query to that tenant’s namespace, enforced below the query language so it can’t be bypassed. Deliver: Optionally copy a curated slice of each tenant’s metrics into their own small Prometheus, so their dashboards and alerts run against a store they own. The other half is self-service. Platform teams can’t hand-curate metric lists for thousands of namespaces, so the contract is a small Kubernetes custom resource, a MetricAccess object, where a team declares which metrics it wants. The platform owns the mechanism; the tenant owns the policy. All of it sits on CNCF-native, open source pieces. How the pieces fit The infrastructure Prometheus keeps doing its job; everything tenant-facing sits behind the proxy: On the read path, a tenant’s request enters through Nginx (load-balancing across proxy replicas), passes through kube-rbac-proxy for authentication and authorization, and reaches the proxy. The proxy discovers backend Prometheus instances via the Kubernetes API, fans the query across healthy backends, filters results to what the tenant may see, and returns the aggregate. On the write path, the proxy periodically collects each tenant’s curated metrics and remote-writes them into that tenant’s own Prometheus. For HA tenants it resolves each replica’s pod DNS and writes to all of them, so every instance holds identical data. None of this is exotic: Prometheus, service discovery, and remote-write with a tenancy model on top. The part that has to be airtight: isolation Self-service is only safe if isolation isn’t optional. Two open source components do the work here. kube-rbac-proxy handles authentication and authorization. It answers “who is this, and are they allowed?” using Kubernetes-native identity and RBAC, the same model you already trust for the API server, and carries the tenant’s identity through as a namespace assertion that anchors everything downstream. Query-time isolation is handled by prom-label-proxy . It’s the piece that makes “everyone can read everything” impossible rather than merely discouraged: it rewrites every incoming query to inject a namespace matcher, so any query becomes query{namespace=”your-namespace”} before it reaches Prometheus. Enforcement happens below the query language, so no PromQL can escape it. The proxy itself runs hardened: non-root (UID 65534), read-only root filesystem, all capabilities dropped, no privilege escalation, least-privilege service account. Defense in depth on the path that matters most. Isolation that also cuts the bill There’s a second, quieter isolation, where the cost story lives. Read-time filtering stops tenants seeing each other’s data, but a tenant’s own Prometheus can still store far more than it needs. The metricIsolation setting pushes the boundary to collection time: metrics are gathered through prom-label-proxy with the namespace filter already applied, so a tenant only ever ingests its own series. The difference is not subtle: ConfigurationSeries storedQuery speedIsolationmetricIsolation: false~10,000+ (all namespaces)Slower (large dataset)Query-time onlymetricIsolation: true~300 (this namespace)Faster (focused dataset)Collection + query time For a typical tenant that’s roughly a 97% cut in stored series, from ten-thousand-plus down to a few hundred. A smaller store queries faster, costs less, and can’t leak data it never collected. The noisy-neighbor problem shrinks too, since the fleet-wide store leaves the critical path for everyday dashboards. Our original team went from empty dashboards to a Prometheus of its own. What a tenant actually does A tenant onboards with a single YAML file that declares the metrics and where to deliver them: apiVersion: observability.ethos.io/v1alpha1 kind: MetricAccess metadata:   name: gpu-team-metrics   namespace: gpu-team spec:   source: gpu-team   metricIsolation: true          # only collect this namespace's series   metrics:     - "DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL"                       # exact match     - "container_(cpu|memory)_.*"                  # regex     - '{__name__=~"nginx_ingress_controller_.*"}'  # PromQL selector   remoteWrite:     enabled: true     interval: "30s"     target:       type: "prometheus"     prometheus:       serviceName: "prometheus-operated"       servicePort: 9090       replicas: 2                # write to both HA replicas       statefulSetName: "prometheus-gpu-team"     extraLabels:       tenant: "gpu-team"       managed_by: "multi-tenant-proxy" The metrics list mixes three styles freely: exact names, regexes, and PromQL selectors. Apply the file and the proxy starts collecting and delivering. Querying is a normal Prometheus API call with a tenant header: curl -H "X-Tenant-Namespace: gpu-team" \   "http://prometheus-multi-tenant-proxy:8080/api/v1/query?query=DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL" One requirement: the tenant’s Prometheus must accept remote-write (start it with –web.enable-remote-write-receiver). Everything else is defaults. Six PromQL queries that make idle GPUs visible Once a team can see GPU metrics, a few queries do most of the work. These assume a DCGM-style exporter; adjust the names to yours. Queries 5 and 6 also use an ingress request-rate metric, so swap nginx_ingress_controller_requests for whatever your ingress exposes. 1. Average GPU utilization per namespace — the headline number the team was missing: avg by (namespace) (DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL) 2. Count GPUs that are effectively idle — under 5% utilization for the last hour (this one finds the money): count by (namespace) (avg_over_time(DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL[1h]) < 5) 3. GPU memory used vs. total per namespace — separates “busy and memory-bound” from “reserved but empty”: sum by (namespace) (DCGM_FI_DEV_FB_USED)   / sum by (namespace) (DCGM_FI_DEV_FB_USED + DCGM_FI_DEV_FB_FREE) 4. Power draw per namespace — a rough real-time proxy for cost: sum by (namespace) (DCGM_FI_DEV_POWER_USAGE) 5. Hot cards, no traffic — GPUs busy while ingress is silent, often a stuck job: avg by (namespace) (DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL) > 70   and sum by (namespace) (rate(nginx_ingress_controller_requests[5m])) < 1 6. Traffic, no GPUs — requests arriving while GPUs sit idle points at a scheduling gap, not capacity: sum by (namespace) (rate(nginx_ingress_controller_requests[5m])) > 10   and avg by (namespace) (DCGM_FI_DEV_GPU_UTIL) < 5 Query 2 closed the loop for our original team: it surfaced GPUs idle for hours, the invisible spend we opened with, capacity they could finally see and give back. Holding up at fleet scale Self-service without limits just moves the noisy-neighbor problem downstream. Two levers keep load bounded. Curated metric sets mean the proxy handles a fraction of the fleet’s cardinality, not all of it. And per-tenant collection intervals act as a quota: one team can run at 5-second resolution, a batch workload at five minutes, and neither pays for the other’s cadence. Across many clusters it leans on the same primitives: dynamic backend discovery, independent per-tenant remote-write, and writes to all HA replicas so failover is a non-event. It’s still a system you operate, but its moving parts are ones a platform team already knows. What we’d tell our past selves Self-service still needs guardrails.  A team asking for “all metrics” usually means “I don’t know which ones I need yet.” Curation is a conversation, and good defaults beat a big allowlist. Cardinality is a cost decision.  metricIsolation is the difference between a 300-series store and a 10,000-series one. Turn it on unless a team has a concrete cross-namespace reason not to. Delivery is where the sharp edges are.  Retries, backoff, and HA multi-replica writes aren’t optional extras. Budget for the failure modes up front. Isolation can be overkill.  Small teams do fine on filtered query access alone; reserve remote-write for teams that own real dashboards and alerts. Names drift across clusters.  Half our early “no data” tickets were a query naming a metric the exporter didn’t emit. Pin exporter versions and document the exact series names. The portable idea Strip away the specifics and the pattern fits any multi-tenant cluster: an authn/authz proxy, label-enforced isolation below the query language, and optional per-tenant remote-write, all CNCF-native and open source. No proprietary lock-in, no bespoke stack; if you already run Prometheus, you have the foundation. Other approaches exist and are worth a look. This is just the one that let us give thousands of namespaces their own view without opening the shared store to everyone. The team that couldn’t see its own GPUs now runs its own dashboards and catches idle capacity within the hour. The reading room is quiet again, and everyone has their own desk. Try it yourself The proxy is open source under Apache 2.0; the MetricAccess CRD, manifests, and examples are in the repo. The KubeCon + CloudNativeCon India 2025 talk walks through a live demo. Repository: https://github.com/adobe/prometheus-multi-tenant-proxy Talk recording: https://www.youtube.com/watch?v=gI40zpbES5w About the authors Bingi Narasimha Karthik (Golden Kubestronaut, Adobe) is a Senior Cloud Engineer working on Kubernetes observability and GPU workload orchestration. He co-presented “Unlocking Kubernetes Observability: Secure, Tenant-Centric Metrics for GPU Workloads” at KubeCon + CloudNativeCon India 2025 and is based in Bengaluru, India. Ramkumar Nagaraj (Golden Kubestronaut, Adobe) is a Senior Computer Scientist working on GPU infrastructure and Kubernetes platform engineering. He co-presented the same session and is based in Bengaluru, India. Source: Originally published on CNCF. Read the full article at CNCF → ### ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 10 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/10-2569-7 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว อัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้วผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้อัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 10 กันยายน 2569ราคาน้ำมัน "บางจาก" วันที่ 10 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตรไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตรGSH E85S EVO อยู่ที่ 30.03 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมัน "ปตท." วันที่ 10 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 48.08 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "เชลล์" วันที่ 10 กันยายน 2569เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.29 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 39.22 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.59 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรเชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "พีที" วันที่ 10 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 48.58 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "ซัสโก้" วันที่ 10 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรเบนซิน 95 อยู่ที่ 48.23 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "คาลเท็กซ์" วันที่ 10 กันยายน 2569โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.26 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรพาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 49.80 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรอย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่. Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### Samsung Galaxy S27 Pro และ S27 Ultra จะได้จอ Privacy Display เหมือนกันทั้งสองรุ่น เพื่อแยกจากรุ่นปกติ URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-s27-pro-s27-ultra-privacy-display Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มีข่าวลือล่าสุดออกมาว่า Samsung มีแผนขยายเทคโนโลยี Privacy Display ไปยัง Samsung Galaxy S27 Pro และ Galaxy S27 Ultra ในปีหน้า ส่วนรุ่นปกติอีกสองรุ่นยังไม่ได้ ตอนนี้ทั้ง Samsung Galaxy S27 Pro, S27 Ultra, S27+ และ S27 ทุกรุ่นที่จะเปิดตัวในปีหน้าครบทั้ง 4 รุ่นนี้ได้ผ่านการรับรองจาก 3C ในจีนหมดแล้ว แต่มีข่าวลือล่าสุดออกมาว่า Samsung มีแผนขยายเทคโนโลยี Privacy Display ไปยัง Galaxy S27 Pro และ Galaxy S27 Ultra ในปีหน้า หลังจากเริ่มนำมาใช้กับ Galaxy S26 Ultra นำร่องไปแล้วเป็นรุ่นแรก และจะใช้เป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักเพื่อสร้างความแตกต่างระหว่างรุ่นระดับบนกับ Galaxy S27 และ Galaxy S27+ รุ่นมาตรฐาน ส่วนรุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้คือ Samsung Galaxy S26 มีราคาเริ่มต้น 31,900 บาท (Shopee/ Lazada) รุ่น S26+ ราคา 38,900 บาท (Shopee) และรุ่น S26 Ultra เริ่มต้นที่ 44,900 บาท (Shopee/ Lazada) รายงานจากสื่อเกาหลีใต้อย่าง etnews ระบุว่า Samsung Galaxy S27 Pro และ Galaxy S27 Ultra จะใช้หน้าจอ OLED จาก Samsung Display ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Flex Magic Pixel หรือที่รู้จักกันว่าเป็น Privacy Display สามารถควบคุมมุมมองของหน้าจอได้โดยตรงจากโครงสร้างหน้าจอ โดยหลักการของ Privacy Display คือเพิ่ม Black Matrix ที่มีความสูงมากขึ้นไว้บนพิกเซล OLED บางส่วน ทำหน้าที่คล้ายกำแพงขนาดเล็ก เพื่อจำกัดแสงที่ออกไปยังด้านข้าง ทำให้คนที่มองจากมุมอื่นเห็นข้อมูลบนหน้าจอได้ยากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องติดฟิล์ม Privacy เพิ่ม จุดเด่นคือเราสามารถเปิดหรือปิด Privacy Display ได้ตามต้องการ รวมถึงเลือกใช้เฉพาะบางแอป การแจ้งเตือน หรือบางส่วนของหน้าจอได้ ต่างจากฟิล์ม Privacy ทั่วไปที่จำกัดมุมมองตลอดเวลา และไม่สามารถปิด-เปิดได้ นอกจาก Privacy Display แล้ว Samsung Galaxy S27 Pro และ S27 Ultra ยังมีข่าวว่าจะใช้เทคโนโลยี Color Filter on Encapsulation หรือ COE ที่เคยถูกนำมาใช้กับ Galaxy S26 Ultra เช่นกัน โดยหน้าจอ COE นั้นเป็นเทคโนโลยีที่นำ Polarizer ไปรวมไว้ในชั้น Encapsulation ของ OLED ช่วยลดจำนวนชั้นของหน้าจอ และทำให้สามารถสร้าง Black Matrix สำหรับ Privacy Display ได้นั่นเอง มีข้อมูลล่าสุดระบุว่า Galaxy S27 Pro จะมาพร้อมหน้าจอ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว และอาจใช้สเปคหลายส่วนร่วมกับ Galaxy S27 Ultra แต่จะตัดฟีเจอร์ปากกาออก โดย Privacy Display จะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์สำคัญที่จะทำให้สองรุ่นระดับบนแตกต่างจาก Galaxy S27 และ S27+ ทั้งนี้ก็มีรายงานเพิ่มเติมว่าแบรนด์จีนบางแบรนด์ ก็กำลังเตรียมที่จะนำ Privacy Display มาใช้ร่วมกับผู้ผลิตหน้าจอในประเทศเช่นกัน ขณะที่ Omdia คาดว่า Apple อาจนำเทคโนโลยีหน้าจอป้องกันการมองจากด้านข้างมาใช้กับ iPhone ในช่วงปี 2029 หรืออีก 3 ปีข้างหน้านู่นเลย ที่มา: etnews: 김영호 기자 Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### สเปค Samsung Galaxy A07s ชิปเซ็ต Helio G99+ แบตเตอรี่ 5,000mAh รุ่นคุ้มตัวใหม่เสริมไลน์อัปปี 2026 | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-a07s-helio-g99-5000mah-2026-or-droidsans Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung เปิดตัว Galaxy A07s มือถือราคาประหยัดรองรับ 4G ราคาเข้าถึงได้ที่ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีเมื่อปีที่แล้ว โดยเป็นการนำรุ่นเดิมมาปัดฝุ่น อัปเดตสเปคเล็กน้อยด้วยชิปเซ็ตใหม่ พร้อมชูจุดเด่นเดิมอย่าง 'การันตีอัปเดตซอฟต์แวร์นาน 6 ปี' ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### แนะนำ 6 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรงไม่ง้อพีซี จะ AMD, Intel ก็เลือกได้ ปรับสุดลื่นทุกเกมทั้งจอ QHD และ UHD คอมใครเก่าไม่อยากประกอบก็ตอบโจทย์แน่นอน URL: https://onesiamsoft.com/articles/6-amd-intel-qhd-uhd Category: tech · Reading time: 6 min Published: 2026-09-09 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 series หากเล่นเกมออนไลน์ทั่วไปหรือใช้หน้าจอความละเอียด 1080p ก็ยังเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากซึ่งเคยแนะน เกมมิ่งโน้ตบุ๊กพร้อมจีพียู NVIDIA GeForce RTX 50 series หากเล่นเกมออนไลน์ทั่วไปหรือใช้หน้าจอความละเอียด 1080p ก็ยังเลือกซื้อรุ่นเริ่มต้นราคาไม่แพงมากซึ่งเคยแนะนำไปก่อนหน้านี้ได้แล้ว แต่ถ้าพร้อมทุ่มงบสักหน่อยให้ได้รุ่นสเปคดีขึ้นจนใช้แทนพีซีได้ก็มีตัวเลือกอีกมากและลดความยุ่งยากเวลาต้องจัดสเปคหรือประกอบเครื่องไปได้มาก ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดเพิ่มอีกหน่อยก็ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน ซึ่งเกมมิ่งโน้ตบุ๊กราคาเกิน 50,000 บาทขึ้นไปในตอนนี้ดีพอให้ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันได้หมดบนความละเอียด QHD ไม่ว่าจะใช้เพียง NVIDIA DLSS Upscaling หรือใช้ Frame generation เสริมก็เล่นบนความละเอียด UHD ก็ยังไม่มีปัญหา แต่เนื่องจากราคาหน่วยความจำทุกรูปแบบสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายรุ่นได้ RAM 16 GB ยืนพื้นมาให้ ถึงจะพอให้เล่นเกมแต่ไม่เหมาะกับงาน STEM หรืองานครีเอทีฟเท่าไหร่ หากทำงานกลุ่มนั้นเป็นประจำแนะนำให้เพิ่มเป็น 32 GB ตั้งแต่แรกจะใช้งานสะดวกกว่า แล้วยืดระยะเวลาใช้งานไปได้อย่างน้อย 4~5 ปีแน่นอนเลือกเกมมิ่งโน้ตบุ๊กอย่างไรให้แรงคุ้มถูกใจ? ถ้าต้องการให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กใช้งานได้นานหลายปี แนะนำให้โฟกัสซีพียูและจีพียูให้เป็นรุ่นสมรรถนะสูงระดับ Intel Core Ultra 7, Intel Core i7, AMD Ryzen 7 หรือ AMD Ryzen 9 คู่กับ GeForce RTX 5060 ขึ้นไป ถ้าได้ RTX 5070 ก็จะดีมากจีพียูในระดับสูงกว่าแม้จะมี VRAM น้อยกว่ารุ่นต่ำกว่าก็ยังทำงานและเล่นเกมดีกว่ามาก แต่ถ้า VRAM มากกว่าก็จะเปิดใช้ Texture ได้มากกว่ารวมถึงรัน Local AI ดีกว่าด้วยเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในระดับราคาเกิน 50,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนนอกจากใช้เล่นเกมชั้นนำได้ดีแล้ว ก็ใช้ทำงานกลุ่ม STEM ได้ดีรวมถึงรัน Local AI ด้วย6 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรงน่าโดนไม่ง้อพีซี MSI Crosshair 16 HX E14WGK-064TH (66,990 บาท)Lenovo Legion 5 15IAX11-83VK004ATA (74,990 บาท)Lenovo Legion Pro 5 16AFR10-83F2000STA (76,990 บาท)MSI Vector 18 HX A9WHG-252TH (84,990 บาท)ASUS ROG Strix G16 G615LP-TS286W (86,990 บาท)HyperX OMEN 16-ap1035AX (RIOT Blue) VALORANT Limited Editon (106,990 บาท)1. MSI Crosshair 16 HX E14WGK-064TH (66,990 บาท)CPU & GPUIntel Core i7-14650HX แบบ 16 คอร์ 24 เธรด(8P+8E) ความเร็วสูงสุด 5.2 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070VRAM 8 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*1 ช่องอินเทอร์เฟส PCIe 5.0 x4*1 ช่องRAM 16 GB DDR5 บัส 5600 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 96 GBSoftwareWindows 11 HomeDisplay16″ ความละเอียด QHD+ (2560*1600) พาเนล IPSRefresh Rate 240 Hz100% DCI-P3Price66,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: Adviceดีไซน์รูปลักษณ์ของ MSI Crosshair 16 HX E14WGK-064TH ถ้าดูเผินๆ ภายนอกก็ยังคงความเป็นเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเอาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่เส้นสายกรอบให้ความแข็งแรงทนทาน, ลวดลายแบบกระสุนปืน, โลโก้ MSI Dragon และอื่นๆ เพื่อความสวยงาม เสริมด้วยปุ่มฟังก์ชั่นไว้เปิดเป้าเล็งปืน, เล่น / หยุดเพลง, เร่งรอบพัดลม ฯลฯ เอาไว้เพื่อความสะดวกของเจ้าของแล้ว ด้านความสวยงามก็ไม่น้อยหน้าด้วยไฟ Mystic Light RGB บนคีย์บอร์ดแบบปรับสีของไฟและเซ็ตโซนแสงสีในโปรแกรม MSI Center ได้ด้วยสเปคของ Crosshair 16 HX ก็ดีจนใช้แทนเดสก์ท็อปพีซีได้สบายมาก เพราะได้ชิปเซ็ต Intel Core i7-14650HX และ NVIDIA GeForce RTX 5070 ไว้เล่นเกมชั้นนำอย่าง Onimusha: Way of the Sword, The Blood of Dawnwalker และ WARDOGS ได้ไหลลื่นไม่ว่าจะเล่นบนหน้าจอความละเอียด QHD หรือ UHD ก็ไหวแถมสเปคนี้ก็ยังทรงพลังไปอย่างน้อย 4~5 ปี ถ้าเพิ่ม RAM เป็น 32 GB DDR5 ก็เปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันได้มากขึ้นและมีช่องไว้ใส่ M.2 NVMe SSD อีกคู่ด้วย ในแง่สเปคและการอัพเกรดจัดว่าครบเครื่องหากไม่เน้นเล่นเกมแต่ใช้ทำงานเป็นหลักก็ได้ ด้วยหน้าจอขอบเขตสีกว้าง 100% DCI-P3 เองก็กว้างพอให้แสดงสีสันได้สวยงามเหมาะกับการแต่งสีทำงานกราฟิคและ STEM มาก ยิ่งถ้าต่อหน้าจอแยกผ่านพอร์ต USB-C Full Function กับ HDMI เพิ่มพื้นที่ Desktop ให้ทำงานสะดวกขึ้น หรือถ้าพกเครื่องไปทำงานนอกสถานที่แล้วห่วงว่าแบตเตอรี่จะหมดเร็วก็เตรียมอะแดปเตอร์หรือพาวเวอร์แบงค์กำลังชาร์จ 100W ไว้ก็ช่วยได้มากแล้ว หากใครสนใจก็สามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่ข้อสังเกตของ Crosshair 16 HX มีเพียงเรื่องปุ่ม F12 ซึ่งไม่ได้ติดคำสั่งเสริมสำหรับเล่นเกมอย่าง Win Lock และอื่นๆ มาให้ จึงน่าเสียดายอยู่บ้างแถมไม่มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือให้ใช้จึงต้องพิมพ์รหัสผ่านหรือหาอุปกรณ์เสริมมาต่อเพิ่มแทน แต่ถ้าทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่ประเด็นใหญ่ก็เก็บเครื่องนี้ไว้พิจารณาได้ไม่ผิดหวังแน่นอนข้อดี ซีพียูและจีพียูมีสมรรถนะสูง ใช้เล่นเกมยอดนิยมในปัจจุบันปรับตั้งค่ากราฟิคสูงสุดได้ดีมีช่องอัพเกรด RAM, SSD อย่างละ 2 ช่อง เพิ่มความจุในภายหลังได้มากพอควรหน้าจอมีความละเอียดและค่า Refresh rate สูง ขอบเขตสีกว้าง ให้สีสันสวยงามได้พอร์ต USB-C Full Function*2 ช่อง ร่วมกับพอร์ตเชื่อมต่ออื่นๆ ให้ใช้งานสะดวกเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax) และรองรับ Bluetooth 5.3ถ้าใช้โหมด Extreme Performance จะเลือกเปิด Apex Mode เร่งกำลังประมวลผลเพิ่มได้ข้อสังเกต ปุ่ม F12 ไม่มีคำสั่ง Hotkeys ติดมาให้ น่าจะให้ปุ่ม Win Lock มาเพื่อให้เกมเมอร์กดใช้ได้ถ้าติดตั้งเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือหรือใบหน้ามาให้อย่างใดอย่างหนึ่งจะใช้งานได้สะดวกขึ้น2. Lenovo Legion 5 15IAX11-83VK004ATA (74,990 บาท)CPU & GPUIntel Core Ultra 9 290HX Plus แบบ 24 คอร์ 24 เธรด(8P+16E) ความเร็วสูงสุด 5.5 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070VRAM 8 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 512 GBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*2 ช่องRAM 16 GB DDR5 บัส 5600 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 32 GBSoftwareWindows 11 HomeDisplay15.3″ ความละเอียด WQXGA (2560*1600) พาเนล OLEDRefresh Rate 165 HzNVIDIA G-SYNC100% DCI-P3VESA DisplayHDR True Black 1000Price74,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: BaNANAเกมมิ่งโน้ตบุ๊กแบรนด์ขวัญใจเกมเมอร์มาอย่างยาวนานเช่น Lenovo Legion ก็มีรุ่นสเปคน่าใช้อย่าง Lenovo Legion 5 15IAX11-83VK004ATA ซึ่งรุ่นนี้ได้บอดี้สีขาวเรียบหรูไม่นำสายตาเกินไปและติดโลโก้ LEGION ไว้บนฝาหลังเพื่อความสวยงามแล้วยังพกพาง่าย เพราะน้ำหนักเครื่องเบาเพียง 1.9 กก. เท่านั้น ถ้ารวมอะแดปเตอร์แล้วก็ยังพกพาสะดวกไม่กินพื้นที่ในกระเป๋าเกินไป พอให้พกคู่กับอุปกรณ์เสริม, เอกสารและของใช้ส่วนตัวได้จุดแข็งของ Legion 5 ต้องยกให้ซีพียู Intel Core Ultra 9 290HX Plus รุ่นใหม่ล่าสุด พอจับคู่กับจีพียู NVIDIA GeForce RTX 5070 ก็ใช้เล่นเกมยอดนิยมในตอนนี้อย่าง WARDOGS, Palworld หรือจะรอ The Witcher IV ในอนาคตก็ยังปรับกราฟิคสูงสุดเล่นบนความละเอียด QHD~UHD ก็ไม่มีปัญหา เพราะตัวจีพียูก็มีระบบ Upscaling และ Frame generation ไว้ช่วยเร่งเฟรมเรทด้วย กลับกันถ้าจะใช้เป็นคอมทำงานก็เหมาะ ตั้งแต่งานธุรการเอกสารทั่วไปจนเปิดโปรแกรมเขียนแบบ AutoCAD, SketchUp หรือเขียนโปรแกรมก็ทำได้ ถ้าดูพอร์ตเพิ่มเติมจะเห็นว่ามันมีพอร์ตพื้นฐาน, USB-C Full Function กับ Thunderbolt 4 ติดมาให้ ดังนั้นจะต่อหน้าจอเกมมิ่ง, จอทำงานหรืออุปกรณ์เสริมเข้าไปก็ใช้ได้ดี แนะนำว่าหา USB-C Hub มาต่อเพิ่มจะช่วยให้ต่ออุปกรณ์เสริมได้อีกมากข้อดีของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กซีรีส์นี้ต้องยกให้หน้าระบบ Lenovo Vantage ซึ่งใช้งานง่ายปรับฟังก์ชั่นส่วนต่างๆ ได้ละเอียด ไม่ว่าจะโหมดการทำงานแบบเซ็ตกำลังไฟเองหรือจะปล่อยไว้โหมด Auto ให้ชิปเซ็ต Lenovo AI Engine+ ปรับแต่งการทำงานเองก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังเซ็ตอัพเอฟเฟคและสีของแสงไฟคีย์บอร์ดไปตามใจชอบก็ได้ แต่เมื่อเปิดโปรแกรมนี้ขึ้นมาให้เปิดโหมดถนอมพาเนล OLED ไว้เสมอ จะยืดอายุพาเนลให้นานขึ้นแล้วลดอาการหน้าจอเบิร์นในอนาคต แม้บางครั้งตัวเครื่องจะเปิดใช้โหมด Pixel refresh ก็แนะนำให้ปล่อยเครื่องไว้ก่อนราว 5 นาที ให้ระบบเกลี่ยเม็ดพิกเซลค้างจอสักหน่อยแล้วใช้งานต่อได้เลย แต่หวังว่าในอนาคตถ้า Lenovo เพิ่มเซนเซอร์ไม่ว่าจะสแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือมาให้อย่างใดอย่างหนึ่งก็จะดีมาก ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นมากข้อดี ชิปเซ็ต Intel Core Ultra 9 290HX Plus จับคู่กับ GeForce RTX 5070 แล้วใช้งานดีมากหน้าจอ OLED มีขอบเขตสีกว้างและค่า Refresh rate สูง เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบมีพอร์ตพื้นฐานรวมถึง Thunderbolt 4 และ USB-C Full Function ติดมาให้พร้อมใช้เชื่อมต่อไร้สายได้เร็วและเสถียรด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับ Bluetooth 5.4นำ้หนักเฉพาะตัวเครื่องเบาเพียง 1.93 กก. พกพาสะดวกกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นติดตั้งชิปเซ็ต Lenovo AI Engine+ มาช่วยปรับโหมดการทำงานโดยอัตโนมัติลำโพงคู่จาก HARMAN ปรับแต่งโดย Nahimic Audio จึงเหมาะกับความบันเทิงทุกแบบข้อสังเกต ควรเปิดระบบถนอมพาเนล OLED เอาไว้เสมอเพื่อลดอาการหน้าจอเบิร์นในอนาคตไม่มีเซนเซอร์สแกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือติดมาให้ ควรมีอย่างใดอย่างหนึ่งจะดี3. Lenovo Legion Pro 5 16AFR10-83F2000STA (76,990 บาท)CPU & GPUAMD Ryzen 9 9955HX แบบ 16 คอร์ 32 เธรดความเร็วสูงสุด 5.4 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070VRAM 8 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*2 ช่องRAM 32 GB DDR5 บัส 5600 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 32 GBSoftwareWindows 11 HomeDisplay16″ ความละเอียด QHD+ (2560*1600) พาเนล OLEDRefresh Rate 165 HzNVIDIA G-SYNC100% DCI-P3VESA DisplayHDR True Black 1000Dolby VisionPrice76,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: SPEED ComputerLenovo Legion Pro 5 16AFR10-83F2000STA เทียบกับ Legion 5 ในข้อก่อนแล้วสเปคดีไม่น้อยหน้ากันและดีไซน์เครื่องสีดำก็สวยเรียบง่ายไม่นำสายตาเกินไปเวลาพกมาออฟฟิศเพื่อทำงานหรือประชุมกับลูกค้าก็ตาม ในเวลาว่างถ้าจะเล่นเกมแล้ว AMD Ryzen 9 9955HX จะได้เปรียบเวลาเล่นเกมเน้นใช้กำลังซีพียูเป็นหลัก พอจับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 5070 แล้ว เกมใช้กำลังประมวลผลสูงอย่าง Microsoft Flight Simluator 2024, Cities: Skyline II หรือ Cyberpunk 2077 ก็เล่นได้ดีมาก ไม่เกี่ยงว่าจะเล่นบนหน้าจอความละเอียด QHD หรือ UHD ก็ได้ อย่างน้อยก็ใช้ DLSS Upscaling เสริมก็ช่วยให้ภาพลื่นไหลแล้วและมี Frame generation เสริมเมื่อต้องการให้เฟรมเรทสูงขึ้นอีก ประกอบกับชุดระบายความร้อน Legion Coldfront เองก็คุมอุณหภูมิตัวเครื่องให้ทำงานได้เต็มกำลังต่อเนื่องยาวนาน แต่ถ้าเสริมด้วยแท่นวางโน้ตบุ๊คสักหน่อยยิ่งดีและทำให้เกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องนี้รีดศักยภาพออกมาได้มากขึ้นนอกจากเรื่องสเปค Legion Pro 5 ก็ได้ชิ้นส่วนเสริมมาพอควร ไม่ว่าจะเชื่อมต่อ Wi-Fi 7 ให้รับส่งข้อมูลไร้สายเร็วขึ้นและมี USB-C แบบ Full Function กับ DisplayPort alternated mode ให้ใช้อย่างละช่องไว้ต่อหน้าจอแยกเพื่อเพิ่มพื้นที่ Desktop ให้ทำงานสะดวกขึ้น อาจซื้อ USB Hub มาต่อเพิ่มสักหน่อยจะเพิ่มพอร์ตใช้งานได้มากขึ้น นอกจากนี้ทาง Lenovo ก็ติดตั้งชิปเซ็ต AI Engine+ รุ่น LA3 ใหม่ จึงปรับโหมดการทำงานแบบอัตโนมัติดีขึ้นกว่าเดิมมากไม่ว่าจะใช้งานเต็มกำลังหรือประหยัดพลังงานก็ตาม แต่หน้าจอของเครื่องนี้เป็นพาเนล OLED จึงควรเปิดระบบถนอมพาเนลเอาไว้เสมอจะยืดอายุพาเนลให้ยาวนานขึ้นและถ้าได้พอร์ต USB-C Full Function ทั้งคู่ก็จะดีมากข้อดี ซีพียู AMD Ryzen 9 9955HX มีสมรรถนะสูงมาก จับคู่ GeForce RTX 5070 แล้วใช้งานดีติดตั้ง RAM, SSD มาให้พร้อมใช้และอัพเกรดเพิ่มเติมในอนาคตได้อีกพอควรหน้าจอ OLED มีขอบเขตสีกว้างสวยงามและ Refresh rate สูง ให้ภาพสวยไหลลื่นเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับ Bluetooth 5.4 ในตัวติดตั้งชิปเซ็ต Lenovo AI Engine+ รุ่น LA3 ใหม่ล่าสุดมาเพื่อปรับแต่งการทำงานโดยอัตโนมัติได้พอร์ต USB-C Full Function กับ USB-C DisplayPort มาให้ใช้งานได้สะดวกข้อสังเกต หากได้พอร์ต USB-C Full Function ทั้งคู่จะเชื่อมต่อใช้งานสะดวกยิ่งขึ้นควรเปิดฟีเจอร์ถนอมพาเนล OLED เอาไว้เสมอเพื่อยืดอายุพาเนลให้นานขึ้น4. MSI Vector 18 HX A9WHG-252TH (84,990 บาท)CPU & GPUAMD Ryzen 9 9955HX แบบ 16 คอร์ 32 เธรดความเร็วสูงสุด 5.4 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070 TiVRAM 12 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*1 ช่องอินเทอร์เฟส PCIe 5.0 x4*1 ช่องRAM 32 GB DDR5 บัส 6400 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 96 GBSoftwareWindows 11 HomeMicrosoft Office Home 2024Display18″ ความละเอียด QHD+ (2560*1600) พาเนล IPSRefresh Rate 240 Hz100% DCI-P3Price84,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: SPEED ComputerMSI Vector 18 HX A9WHG-252TH พื้นเพแล้วทางบริษัทดีไซน์มาเพื่อทำงานกลุ่ม STEM ทั้งคำนวณค่าทางวิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, โปรแกรมมิ่ง, วิศวกรรม ฯลฯ เป็นหลัก แต่เนื่องจากสมรรถนะสูงจึงเหมาะกับการทำงานทุกแบบรวมไปถึงให้ครีเอเตอร์ใช้ตัดต่อคลิปความละเอียดสูงได้ดีมาก ประกอบกับซีพียู AMD Ryzen 9 9955HX และ GeForce RTX 5070 Ti แล้ว ก็ใช้เล่นเกมชั้นนำในปัจจุบันบนความละเอียด QHD โดยใช้เพียง DLSS Upscaling อย่างเดียวก็เพียงพอ ถ้าต่อหน้าจอแยกความละเอียด UHD ก็มี Frame generation มาช่วยเสริมได้อีกแถมได้สเปคตั้งต้นจากโรงงานดีทีเดียว ดังนั้นถ้าใครจะใช้เป็นพีซีเครื่องหลักเพื่อเล่นเกมชั้นนำระดับ Resident Evil Requiem, ACE COMBAT 8: WINGS OF THEVE หรือ The Witcher IV ก็สบายมากและใช้ไปได้อย่างน้อย 4~5 ปีแน่นอนVector 18 HX เองก็ได้ติดไว้ให้ใช้ครบเครื่องทั้งได้เซนเซอร์สแกนใบหน้าเพื่อใช้ยืนยันตัวเวลาปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมออนไลน์, USB-C Full Function ถึง 2 ช่อง แบบต่อหน้าจอแยก 3 บาน รวมถึงลำโพง 4 ดอก ปรับแต่งเสียงโดย Nahimic รองรับ Hi-Res เสียงจึงดีเป็นพิเศษ เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบ แถมคีย์บอร์ดก็มีเอฟเฟคแสงไฟ Mystic Light RGB ปรับไฟได้ 4-Zone ให้สวยงามตามชอบแต่ถึงสเปคจะดีฟีเจอร์จะครบเครื่องก็ตามแต่เพราะขนาดเครื่องใหญ่ถึง 18″ หนัก 3.6 กก. ไม่รวมอะแดปเตอร์ จึงควรหากระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ซับไหล่หนามาใส่เครื่องโดยเฉพาะ ส่วนชุดระบายความร้อน Cooler Boost 5 เวลาทำงานเสียงจะค่อนข้างดังอยู่พอควรจึงเหมาะกับการใช้งานในห้องส่วนตัว แต่ถ้าเป็นออฟฟิศหรือ Co-working space อาจจะดังจนผู้อื่นได้ยินบ้าง อย่างไรก็ตามเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ก็น่าลงทุนซื้อมาใช้มากถ้าใครเน้นเอาความสะดวกเข้าว่าแล้วไม่อยากประกอบและดูแลพีซีให้ยุ่งยากนักข้อดี ชิปเซ็ต AMD Ryzen 9 9955HX กับ GeForce RTX 5070 Ti ใช้เล่นเกมได้ดีมากหน้าจอมีขนาดใหญ่ความละเอียดและค่า Refresh rate สูง เหมาะกับความบันเทิงทุกแบบมีพอร์ตพื้นฐานติดมาให้ครบถ้วนรวมถึง Thunderbolt 4 อีก 2 ช่อง ให้ต่อใช้งานได้สะดวกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วย Wi-Fi 7 และ 2.5 GbE LAN ได้รวดเร็ว รองรับ Bluetooth 5.4ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้ามาให้เจ้าของเครื่องใช้ยืนยันตัวได้สะดวกรวดเร็วขึ้นลำโพง 4 ดอก ปรับแต่งโดย Nahimic รองรับระบบเสียง Hi-Res ให้คุณภาพเสียงดีขึ้นติดตั้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้เพียงยืนยันตัวรับสิทธิ์เท่านั้นระบบ Matrix Display รองรับการต่อหน้าจอแยก 3 บานพร้อมกัน เพิ่มพื้นที่ Desktop ได้มากข้อสังเกต นำ้หนักเฉพาะตัวเครื่องมากถึง 3.6 กก. ทำให้พกลำบากกว่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นอื่นพอควรชุดระบายความร้อน Cooler Boost 5 คุมอุณหภูมิดีมาก แต่เวลาทำงานเสียงค่อนข้างดัง5. ASUS ROG Strix G16 G615LP-TS286W (86,990 บาท)CPU & GPUIntel Core Ultra 9 290HX Plus แบบ 24 คอร์ 24 เธรด(8P+16E) ความเร็วสูงสุด 5.5 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070VRAM 8 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*2 ช่องRAM 16 GB DDR5 บัส 5600 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 64 GBSoftwareWindows 11 HomeDisplayROG Nebula Display16″ ความละเอียด WQXGA (2560*1600) พาเนล IPSRefresh Rate 300 Hz100% DCI-P3PANTONE ValidatedNVIDIA G-SYNCNVIDIA Advanced OptimusMUX SwitchPrice86,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: ASUS Online Storeแม้จะมี ROG Strix G16 รุ่น VRAM 12 GB GDDR7 ให้เลือกซื้อแล้วก็ตาม แต่ ASUS ROG Strix G16 G615LP-TS286W ก็ยังมีข้อดีเฉพาะตัวซึ่งเหมาะกับผู้ใช้หลากหลายตั้งแต่เกมเมอร์และสตรีมเมอร์ที่ไลฟ์สตรีมเกมแล้วตัดเป็นคลิปไฮไลต์มาอัพโหลดมาก ซึ่งสเปคนี้สามารถเปิดเกมระดับ WARDOGS, Resident Evil Requiem, ACE COMBAT 8: WINGS OF THEVE ฯลฯ ตั้งค่ากราฟิคสูงสุด เสริมด้วย DLSS Upscaling ก็เล่นบนหน้าจอความละเอียด QHD ได้และเสริมด้วย Frame generation ยิ่งได้เฟรมเรทสูงขึ้นจนเล่นบนความละเอียด UHD ได้สบายมาก แถมถ้าใครอยากอัพเกรดเพิ่ม RAM, SSD ก็ง่ายมาก เพราะ ASUS นำระบบสลักล็อค Q-Latch System มาใช้ เพียงดันสลักแล้วดึงฝาลงก็ปลดฝาแล้วอัพเกรดได้ทันทีนอกเล่นเกมแล้ว ROG Strix G16 G615LP ก็ใช้ทำงานกราฟิคตัดต่อคลิปความละเอียด 4K หรือปั้นโมเดล 3D CG ก็เหมาะเหมือนกันแถมไกด์สีได้สมจริง เพราะ ROG Nebula Display นี้ได้การการันตีว่าสีสันแม่นยำสมจริงจาก PANTONE แล้ว และยังติดพอร์ตใช้งานมาครบถ้วนทั้งแบบพื้นฐานและ USB-C Full Function กับ Thunderbolt 4 DisplayPort ไว้ต่อหน้าจอแยกได้ แถมมีฟีเจอร์ประจำซีรีส์อย่างปุ่ม Macro M1~M5, เซนเซอร์อินฟาเรดสแกนใบหน้าและ ASUS NumberPad ไว้พิมพ์ตัวเลขอีกด้วย แต่น้ำหนักเครื่อง 2.65 กก. ยังไม่รวมอะแดปเตอร์ก็ถือว่าหนักพอควร จึงควรใช้กระเป๋าเป้แบบมีซับไหล่หนาจะช่วยลดอาการบาดไหล่และ Office syndrome ไปได้พอควรข้อดี ซีพียูและจีพียูมีสมรรถนะสูงพอให้ใช้เล่นเกมและทำงานได้นานอย่างน้อย 4~5 ปีROG Nebula Display มีความละเอียดสูงและให้ภาพลื่นไหลเป็นพิเศษหน้าจอได้การการันตี PANTONE จึงเหมาะกับการแต่งสีทำงานกราฟิคเป็นพิเศษมี Thunderbolt 4 DisplayPort, USB-C 3.2 Full Function ให้ใช้ร่วมกับพอร์ตอื่นเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) รองรับ Bluetooth 5.4 ในตัวกล้องหน้ามีเซนเซอร์อินฟาเรดเพื่อสแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องได้สะดวกปลอดภัยฝาด้านใต้เครื่องใช้สลัก Q-Latch System ปลดฝาได้ไม่ต้องใช้ไขควงเลยติดปุ่มมาโคร M1~M5 มาให้ตั้งคีย์ลัดใช้งานได้สะดวกและแยกโปรไฟล์ได้แป้น Touchpad มีระบบ NumberPad ไว้ให้พิมพ์ตัวเลขได้ง่ายขึ้นข้อสังเกต เกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องนี้มี VRAM 8 GB GDDR7 ปัจจุบันมีรุ่น VRAM 12 GB แล้วน้ำหนักเฉพาะเครื่องราว 2.65 กก. เวลาพกไปไหนแนะนำให้ใส่กระเป๋าเป้เป็นหลัก6. HyperX OMEN 16-ap1035AX (RIOT Blue) VALORANT Limited Editon (106,990 บาท)CPU & GPUAMD Ryzen 9 9955HX3D แบบ 16 คอร์ 32 เธรดความเร็วสูงสุด 5.4 GHzNVIDIA GeForce RTX 5070VRAM 12 GB GDDR7Memory & StorageM.2 NVMe SSD 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*2 ช่องRAM 24 GB DDR5 บัส 5600 MHzมีช่องอัพเกรด 2 ช่อง รองรับ 32 GBSoftwareWindows 11 HomeDisplay16″ ความละเอียด QHD+ (2560*1600) พาเนล IPSRefresh Rate 240 Hz100% sRGBPrice106,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ: AdviceHyperX OMEN 16-ap1035AX (RIOT Blue) VALORANT Limited Editon เป็นรุ่นพิเศษตามชื่อรุ่นเพราะทางบริษัทจับมือกับเกม Valorant ยกลวดลายมาติดเอาไว้ตามส่วนต่างๆ ของเครื่องให้สวยงามมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษถูกใจเกมเมอร์ที่ชอบเกมนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วมากไม่พอ สเปคก็เหมาะกับเกมนี้เช่นกันเพราะได้ซีพียู AMD Ryzen 9 9955HX3D พร้อม L3 Cache 128 MB ไว้พักข้อมูลให้เรียกใช้ได้เร็วขึ้น พอจับคู่กับ NVIDIA GeForce RTX 5070 VRAM 12 GB GDDR7 ทำให้เฟรมเรทสูงเป็นพิเศษจนเล่นบนหน้าจอความละเอียดตั้งแต่ Full HD ถึง UHD ได้สบาย ถ้าจะเล่นเกมชั้นนำอื่นก็ปรับกราฟิคสูงสุดเล่นพร้อมไลฟ์สตรีมไปด้วยก็ไม่หน่วง แถมจะใช้เป็นคอมทำงานตั้งแต่ครีเอเตอร์ไปจนงาน STEM ก็ดีข้อสังเกตของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กเครื่องนี้ต้องยกให้ราคาหลักแสนบาท แต่เพราะเป็นรุ่นพิเศษและวางจำหน่ายในช่วงวิกฤติการณ์หน่วยความจำแพงเป็นพิเศษ ราคาเครื่องจึงสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ และเสียดายว่า HP ก็ติดตั้งพอร์ต USB-C Full Function มาเพียงช่องเดียวจึงต่ออุปกรณ์เสริมไม่มากเท่าเกมมิ่งโน้ตบุ๊กรุ่นอื่น หากได้เป็นคู่หรือคู่กับ USB-C DisplayPort alternated mode ก็ยังดี จะได้ต่ออุปกรณ์เสริมหรือ USB Hub ได้สะดวกขึ้นข้อดี ซีพียู AMD Ryzen 9 9955HX3D ถูกออกแบบมาเล่นเกมโดยเฉพาะและทรงพลังมากNVIDIA GeForce RTX 5070 ได้ VRAM 12 GB มีหน่วยความจำมากกว่าปกติ ใช้งานดีขึ้นหน้าจอมีความละเอียดและค่า Refresh rate สูง ขอบเขตสีกว้างสวยงามได้ RAM, SSD ความจุมากพอให้ติดตั้งและเล่นเกมสะดวกและยังไม่ต้องรีบอัพเกรดก็ได้ติดตั้งพอร์ต USB-C Full Function ไว้ต่อ Hub เพื่อใช้งานสะดวกขึ้นเชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 7 (802.11be) และรองรับ Bluetooth 6.0ได้ลวดลายพิเศษจากเกม Valorant ให้ดูสวยงามมีเอกลักษณ์เป็นพิเศษข้อสังเกต ราคาสูงถึง 106,990 บาท ถือว่าสูงพอควรเนื่องจากเป็นรุ่นพิเศษจากเกม Valorantมีพอร์ต USB-C Full Function เพียงช่องเดียว ถ้าได้ 2 ช่องจะดีมากสรุปสเปค 6 เกมมิ่งโน้ตบุ๊กสเปคแรง เล่นเกมปรับสุดสบายๆ ไลฟ์สตรีมก็ไม่มีปัญหาแม้ว่าราคาของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กในช่วงปีนี้จะแพงขึ้นมากก็จริง แต่ยังมีตัวเลือกให้เกมเมอร์ได้ซื้อไปใช้งานอยู่พอควรและยังเพิ่มหน่วยความจำเพื่อยืดอายุเครื่องให้นานขึ้นอีกพอควร แถมการซื้อเกมมิ่งโน้ตบุ๊กมาใช้ก็ตัดปัญหาความยุ่งยากเรื่องการจัดสเปคประกอบคอมไปในตัวแล้วข้ามไปขั้นตอนเลือกเกมมิ่งเกียร์และหน้าจอแยกมาใช้ได้เลย แม้จะขัดใจบางคนที่ใช้คอมประกอบมาตลอดก็ตาม แต่เมื่อมันให้ผลลัพธ์เป็นเครื่องมือทำมาหากินและสร้างความสุขให้เจ้าของได้ก็ถือว่าน่าเปิดใจเลือกใช้เช่นกันบทความที่เกี่ยวข้อง Source: Originally published on Notebookspec. Read the full article at Notebookspec → ### iOS 27 หลุดโค้ดแอปกล้อง เพิ่ม 4 ฟีเจอร์ถ่ายภาพระดับโปร URL: https://onesiamsoft.com/articles/ios-27-4-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หลุดโค้ด iOS 27 แอปกล้องเพิ่ม 4 ฟีเจอร์ระดับโปร ทั้ง Focus Peaking, Histogram และปรับโฟกัสเอง ลุ้นเปิดตัวพร้อม iPhone 18 Pro คืนนี้ iOS 27 ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันใหม่ของ Apple ตกเป็นข่าวใหญ่ก่อนหน้างานเปิดตัว iPhone 18 Pro ในค่ำคืนนี้ หลังนักพัฒนาตรวจพบชุดคำสั่งภายในแอปพลิเคชันกล้องถ่ายภาพ (Camera App) เวอร์ชันทดสอบล่าสุด ซึ่งเผยให้เห็นการเตรียมยกระดับแอปกล้องมาตรฐานของ iPhone ให้มี 4 ฟีเจอร์การถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพ ที่โดยปกติจะมีให้ใช้งานเฉพาะบนกล้องโปรหรือแอปภายนอกราคาแพงเท่านั้น การค้นพบโค้ดดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า Apple กำลังเปลี่ยนทิศทางจากการพัฒนาแอปกล้องที่เน้นเพียงแค่การเล็งแล้วถ่าย (Point-and-Shoot) มาสู่การเปิดพื้นที่ควบคุมเชิงสร้างสรรค์ให้แก่ช่างภาพและครีเอเตอร์สายจริงจัง เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดของเลนส์และเซ็นเซอร์ใหม่บนสมาร์ตโฟนตระกูล iPhone 18 Pro เจาะลึก 4 ฟังก์ชันกล้องโปรที่ซ่อนอยู่ในระบบ ตามข้อมูลที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์เปิดเผย ฟังก์ชันใหม่ทั้ง 4 รายการประกอบไปด้วย: Exposure Scopes (Waveform และ Histogram): กราฟจำลองระดับแสงที่แม่นยำ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบสภาพแสงจ้าหรือเงามืดได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการมองหน้าจอไม่ชัดเจนกลางแดด Focus Peaking: แถบไฮไลต์สีสะท้อนแสง (สีเหลืองหรือสีแดง) ที่จะช่วยเน้นขอบวัตถุที่มีความคมชัดสูง เพื่อช่วยให้ผู้ถ่ายรู้ได้ทันทีว่าจุดโฟกัสอยู่ตรงตำแหน่งใดก่อนกดถ่าย Highlight-Clipping Overlays (Zebra Pattern): แถบลายทางม้าลายแจ้งเตือนบริเวณที่มีแสงสว่างจ้าเกินไปจนรายละเอียดภาพขาดหาย (Overexposed) ช่วยป้องกันปัญหาภาพขาวโพลนที่ไม่สามารถดึงรายละเอียดกลับมาได้ในขั้นตอนตกแต่ง True Manual Focus Slider: แถบเลื่อนปรับระยะโฟกัสด้วยตนเองอย่างละเอียด แยกเป็นอิสระจากการล็อกค่าแสง รองรับระบบปรับรูรับแสงแบบกลไก (Variable Aperture) นอกจากฟีเจอร์ระดับโปรแล้ว ในโค้ดยังมีอัลกอริทึมประมวลผลภาพแบบใหม่ที่สอดคล้องกับข่าวลือเรื่องกลไกปรับขนาดรูรับแสงของเลนส์กล้องหลักบน iPhone 18 Pro ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอมีมิติความลึกที่สมจริงยิ่งขึ้น การเพิ่มฟีเจอร์ระดับโปรลงในแอปกล้องหลักจะช่วยให้ผู้ใช้ iPhone สามารถถ่ายภาพและวิดีโอคุณภาพสูงได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชันเสริม ทั้งนี้ ต้องรอติดตามการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Apple Event “Surprise and shine” ในคืนนี้ อ้างอิงข้อมูล: 9to5Mac Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### Samsung Galaxy Z Fold8 เผยเบื้องหลังมือถือจอพับเบาสุดในโลก 201 กรัม ด้วยนวัตกรรม Flex Titanium :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-z-fold8-201-flex-titanium-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung เผยเบื้องหลังการพัฒนา Galaxy Z Fold8 มือถือจอพับน้ำหนัก 201 กรัม เบากว่า Fold5 ถึง 52 กรัม พร้อมเทคโนโลยี Flex Titanium และการออกแบบใหม่ทั้งเครื่อง จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: มือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชัน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดินหน้ารับมือกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่และพกพาสะดวกยิ่งขึ้นในทุกวัน แต่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานเฉพาะตัวอันโดดเด่นของฟอร์มแฟกเตอร์จอพับไว้อย่างครบถ้วน ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ Galaxy Z Fold5 มีน้ำหนักอยู่ที่ 253 กรัม และ Galaxy Z Fold6 ลดลงเหลือ 239 กรัม จนกระทั่ง Galaxy Z Fold7 ซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม: “มือถือจอพับจะเบากว่ามือถือเรือธงแบบ Bar-type ได้หรือไม่?” ในเวลานั้น Galaxy S25 Ultra หนึ่งในมือถือเรือธงแบบ Bar-type ของซัมซุง มีน้ำหนักอยู่ที่ 218 กรัม ทีมพัฒนาจึงตั้งเป้าหมายให้ Galaxy Z Fold7 มีน้ำเบาเพียง 215 กรัม ซึ่ง Galaxy Z Fold7 สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และในวันนี้ Galaxy Z Fold8 ได้ต่อยอดนวัตกรรมจอพับที่สะสมมาหลายปี ด้วยการผสานฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่เข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำหนึ่งก้าวเสมอ วัสดุ และการออกแบบภายในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 201 กรัม เบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม และส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 กลายเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก[i] พัฒนาการด้านน้ำหนักและความบางของ Galaxy Z Fold ในแต่ละเจเนอเรชัน ตั้งแต่ Galaxy Fold รุ่นแรกที่มีน้ำหนัก 276 กรัม และความหนา 17.1 มม. สู่ Galaxy Z Fold8 ที่มีน้ำหนักเพียง 201 กรัม และบาง 9.7 มม. ซึ่งเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก รวมทั้ง Galaxy Z Fold8 Ultra ที่มีความบางเพียง 8.9 มม. แต่ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าแค่มือถือจอพับที่มีน้ำหนักเบาลง จากผลสำรวจของYouGov[ii] ในปี 2024 พบว่าดีไซน์ที่เทอะทะหรือมีน้ำหนักมาก ยังคงเป็นหนึ่งในข้อกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มีแผนจะซื้อมือถือจอพับ ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความทนทาน และคุณภาพหน้าจอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อมือถือจอพับ ข้อมูลเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญด้านวิศวกรรมของซัมซุง คือการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง โดยยังคงประสบการณ์หลักที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไว้ ขณะเดียวกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของกล้อง ระบบจัดการความร้อน และความทนทาน ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง แต่วิศวกรของซัมซุงต้องกลับมาทบทวนการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่การยกระดับเทคโนโลยีพื้นฐานของจอพับ การเลือกใช้วัสดุใหม่ไปจนถึงการปรับชิ้นส่วนหลักและชิ้นส่วนประกอบหลายร้อยรายการอย่างละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของกรัม จากน้ำหนัก 253 กรัม เหลือเพียง 201 กรัม ด้วย 3 นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยพลิกโฉมการออกแบบครั้งนี้ จาก Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ที่ซัมซุงสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 52 กรัม จนทำให้ Galaxy Z Fold8 เป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก ยิ่งบางและเบา ยิ่งต้องอาศัยวิศวกรรมที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม การทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง ถือเป็นความท้าทายใหม่ทางวิศวกรรม ชิ้นส่วนที่ซ้อนกันภายในหน้าจอต้องบางลง แต่ยังต้องตอบโจทย์เกณฑ์ความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของซัมซุง แผ่นโลหะรองรับหน้าจอต้องคงความเรียบเนียนสนิทแม้จะบางลงกว่าเดิม ขณะที่บานพับต้องรองรับแรงกดมหาศาลจากการพับและกางซ้ำ ๆ โดยต้องออกแบบให้ลงตัวกับขนาดและโครงสร้างของตัวเครื่องในแต่ละรุ่น ตลอดหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงได้พัฒนารายละเอียดชั้นหน้าจอ เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษด้วยความแม่นยำสูง และนวัตกรรมบานพับอันเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เทคโนโลยี Flex Titanium ที่มีชั้นฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium Alloy Film) ออกแบบมาเพื่อโครงสร้างหน้าจอพับโดยเฉพาะสำหรับ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra โดยฟิล์มดังกล่าวมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ โดยคุณสมบัติของวัสดุและโครงสร้างทำงานร่วมกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้แม้จะอยู่ภายใต้ความบางเฉียบระดับนี้ แผ่นโลหะที่ทำหน้าที่รองรับหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แผ่นโลหะบางส่วนถูกขึ้นรูปให้มีความหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และบางจุดมีความหนาเพียง 0.15 มิลลิเมตร ซึ่งการจะได้ความบางระดับนี้ แค่การทำให้โลหะบางลงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะโลหะที่บางเกินไปมีโอกาสเกิดการบิดงอได้ง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต และแม้รูปทรงจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประกอบหรือคุณภาพพื้นผิวของหน้าจอได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษระดับ 0.2 มิลลิเมตร ให้ได้รูปทรงและความเรียบตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ ซัมซุง จึงปรับปรุงลำดับการขึ้นรูป เครื่องมือ สภาวะการหล่อเย็น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายขั้นตอนเพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่ต้องการ ส่วนของบานพับก็ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกัน นอกจากการเปิด-ปิดทั่วไปแล้ว บานพับยังต้องสามารถกระจายแรงจากการพับและกางซ้ำ ๆ ให้ทั่วทั้งตัวเครื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้าง ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดและสถาปัตยกรรมของมือถือแต่ละรุ่น วิศวกรซัมซุงจึงออกแบบบานพับขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละฟอร์มแฟกเตอร์ โดยคำนวณความสมดุลทั้งการกระจายแรง ความแข็งแรง ความทนทาน พื้นที่ภายใน และน้ำหนักอย่างพิถีพิถัน แทนการย่อขนาดบานพับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงอย่างเดียว การสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่แค่การลดขนาดชิ้นส่วนลงทีละชิ้น แต่เกิดจากความแม่นยำที่สูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งกระบวนการขึ้นรูปวัสดุ การบริหารจัดการแรง และการออกแบบโครงสร้างภายใต้พื้นที่อันจำกัด เบาลง พร้อมโครงสร้างทรงพลัง ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ มิติที่สองคือการใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ แต่ละส่วนของมือถือจอพับมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางจุดต้องการความแข็งเกร็งสูง บางจุดต้องทนต่อการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และบางจุดต้องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซัมซุงคัดสรรและพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละส่วน ควบคู่ไปกับการรีดน้ำหนักและประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุด ใน Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra เทคโนโลยี Flex Titanium ได้ผสานฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างหน้าจอพับ ส่วนโครงสร้างภายนอกเลือกใช้ Advanced Armor Aluminum เพื่อมอบความแข็งแรงและความทนทานที่จำเป็นสำหรับเฟรมตัวเครื่องที่บางเบา นอกจากนี้ วัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการความร้อน เมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่สำหรับระบายความร้อนภายในย่อมลดลงตามไปด้วย ซัมซุงจึงเลือกใช้กราไฟต์ที่มีประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างระบายความร้อนให้เหมาะกับขนาดและระดับประสิทธิภาพของแต่ละรุ่น สำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy Z Fold7 ได้มีการเพิ่มปริมาตรของชั้นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ซัมซุงยังนำวัสดุ Clad Metal มาใช้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง โดยผสานจุดเด่นของโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน วัสดุนี้จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างอันบางเฉียบไว้ได้ครบถ้วน นวัตกรรมด้านวัสดุจึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุที่เบาลง แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ใช่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้น้ำหนักและพื้นที่น้อยที่สุด เจาะลึกทุกรายละเอียดของอุปกรณ์ทั้งเครื่อง – ลงลึกถึงความละเอียดระดับ 0.001 กรัม เทคโนโลยีหลักและวัสดุใหม่เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัดในการทำให้เบาลง สำหรับมือถือจอพับที่ภายในอัดแน่นไปด้วยชิ้นส่วนที่ทำงานกันอย่างซับซ้อน การจะทำให้เบาลงได้เพียงไม่กี่กรัม หมายถึงการต้องตรวจทานชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง วิศวกรของซัมซุงได้ตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยอีกกว่า 180 ชนิด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอ บานพับ กล้อง ไปจนถึงแผงวงจร เสาอากาศ ขายึด เทปกาว และตัวยึดต่าง ๆ ความแม่นยำนี้ครอบคลุมไปถึงการลดขนาดลงทีละ 0.1 กรัม และ 0.1 มิลลิเมตร โดยชิ้นส่วนประกอบย่อยบางชิ้น สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อตัดวงจรที่ไม่จำเป็นออก ปรับตำแหน่งจัดวางชิ้นส่วน และลดขนาดพื้นที่แผงวงจรให้เล็กลงที่สุด ขณะที่เสาอากาศแบบ MFC (Magnetic Flux Channel) ก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกันเพื่อลดการซ้อนทับและการเบียดบังพื้นที่กับชิ้นส่วนรอบข้าง ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ภายในตัวเครื่องที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชิ้นส่วนประกอบย่อยทุกชิ้นไม่ว่าจะเล็กเพียงใดล้วนผ่านการตรวจทานอย่างละเอียด จากชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เคยใช้อยู่กว่า 180 ชนิด ถูกตัดออกไปประมาณ 15 ชนิด จากนั้นวิศวกรได้ปรับปรุงชิ้นส่วนที่เหลืออีก 170 ชนิด ทั้งการตัดแต่งส่วนเกิน ปรับรูปทรง และคำนวณมิติใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงควบรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าเป็นโครงสร้างเดียวกันในจุดที่ทำได้ แม้ในบางจุดจะประหยัดน้ำหนักได้เพียง 0.001 กรัม และดูเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อมองแยกชิ้น แต่เมื่อนำมารวมกันทั้งเครื่อง เศษเสี้ยวของหนึ่งกรัมเหล่านั้นก็รวมกันกลายเป็นน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด การลดน้ำหนักบนมือถือหนึ่งเครื่อง จึงเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจทางวิศวกรรมชิ้นเล็ก ๆ นับร้อย ๆ ครั้งเข้าด้วยกัน ลดอีก 6 กรัม เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น เป้าหมายคือการนำพื้นที่และน้ำหนักที่ลดลงจากการพัฒนาด้านวิศวกรรมกลับมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ กล้อง และระบบระบายความร้อน Galaxy Z Fold8 Ultra เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้ แม้ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold7 จะมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกัน และมีน้ำหนักเท่ากันที่ 215 กรัม แต่ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถเพิ่มความจุแบตเตอรี่จาก 4,400 mAh ขึ้นเป็น 5,000 mAh ได้สำเร็จภายใต้น้ำหนักเท่าเดิม แต่การเพิ่มความจุแบตเตอรี่ก็มาพร้อมความท้าทายใหม่ เพราะตัวแบตเตอรี่เองมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 กรัม ทีมพัฒนาจึงต้องเผชิญกับคำถามใหม่ว่า “เราจะไปตามหา 6 กรัมนี้มาจากจุดไหนอีก?” คำตอบไม่ได้อยู่ที่การปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทีมวิศวกรจึงใช้วิธีการทำงานเชิงระบบกับตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งวัสดุ โครงสร้าง การจัดวางแผงวงจร ตำแหน่งชิ้นส่วน ลงลึกไปจนถึงชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เล็กที่สุด เพื่อค้นหาจุดที่พอจะลดน้ำหนักลงได้จากทุกองค์ประกอบ กลยุทธ์นี้ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ภายใน ด้วยการลดส่วนที่ซ้อนทับกันโดยไม่จำเป็นระหว่างหน้าจอ แผงวงจร เสาอากาศ และชิ้นส่วนรอบข้าง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดวางโครงสร้าง ซัมซุงจึงสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบระบายความร้อนและระบบกล้องให้ดียิ่งขึ้นได้ ส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถรองรับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมขยายปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Fold7 ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 MP และเป็นครั้งแรกของ Galaxy Z Fold ที่มีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 MP แนวทางของซัมซุงในการสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่การตัดทอนความสามารถออกไป แต่เป็นการบริหารจัดการน้ำหนักและพื้นที่ที่ประหยัดได้ นำกลับไปทุ่มเทให้กับประสบการณ์ระดับเรือธงที่ผู้ใช้งานให้คุณค่ามากที่สุด จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: นิยามใหม่แห่งมาตรฐานน้ำหนักมือถือจอพับ เส้นทางของมือถือจอพับเริ่มต้นขึ้นจาก Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ซึ่งมีน้ำหนัก 276 กรัม โดยตลอด 8 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ซัมซุงไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี วัสดุ และโครงสร้างภายในตัวเครื่องของมือถือจอพับ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เจเนอเรชันล่าสุด ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 253 กรัมใน Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ด้วยน้ำหนักเพียงเพียง 201 กรัม แต่เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงแค่การลดน้ำหนักตัวเครื่อง เป้าหมายของซัมซุงคือการทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่พกพาสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องยอมลดทอนคุณสมบัติระดับเรือธงที่ผู้ใช้คาดหวัง น้ำหนักและพื้นที่ที่ได้คืนมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วัสดุ และการออกแบบชิ้นส่วน ถูกนำกลับมาเติมเต็มให้แบตเตอรี่ กล้อง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์ระดับเรือธงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม ไม่มีวัสดุหรือชิ้นส่วนใดเพียงชิ้นเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือผลลัพธ์การสั่งสมจากงานวิศวกรรมตลอด 8 เจเนอเรชันให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมหลัก การใช้วัสดุใหม่ ๆ และการคิดค้นดีไซน์ของตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ Galaxy Z Fold พกพาง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนประสบการณ์ความเป็นมือถือเรือธงแม้แต่น้อย สรุปเส้นทางสู่ความบางและเบายิ่งขึ้นของ Galaxy Z Fold Series ในรูปแบบตัวเลข -52 กรัม: Galaxy Z Fold8 มีน้ำหนักเบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม 1/3, 0.2 มิลลิเมตร: ฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์ในเทคโนโลยี Flex Titanium มีความบางประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ ขณะที่โครงสร้างโลหะรองรับหน้าจอได้รับการขึ้นรูปด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 0.2 มิลลิเมตร ~270 / 180+ / 0.001 กรัม: ซัมซุงตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยกว่า 180 ชนิด โดยปรับแต่งชิ้นส่วนบางชิ้นให้ลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม 5,000 mAh / +~7% / 200 MP + 50 MP: Galaxy Z Fold8 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 7% กล้องหลักความละเอียด 200 MP และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50MP   [i] อ้างอิงจากการวิจัยภายใน ณ วันที่ 22 กรกฎาคม 2026 โดยเปรียบเทียบกับมือถือจอพับทรงหนังสือ (Book-style) ที่วางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ทั่วโลก น้ำหนักที่แท้จริงอาจแตกต่างกันไปตามรุ่น การกำหนดค่า และกระบวนการผลิต โดยเป็นน้ำหนักที่วัดโดยไม่รวมเคสป้องกันหรืออุปกรณ์เสริม [ii] ที่มา: YouGov plc, 2024, © สงวนลิขสิทธิ์ วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### ตลาดหุ่นยนต์จีนเดือด ค่ายรถจีนลงสนาม แข่งกันทุกด้านไม่มีใครยอมใคร - Marketeer Online URL: https://onesiamsoft.com/articles/marketeer-online-11 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ่นยนต์ ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมของจีนที่ได้รับการจับตามองอย่างมากจากทั่วโลกในปัจจุบัน ท่ามกลางพัฒนาการสำคัญๆ ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์จีนวิ่งได้ทำลายสถิติของคน และการจัดงานแฟร์หุ่นยนต์ในประเทศซึ่งลูกค้าหลายประเทศต่างให้ค หุ่นยนต์ ขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมของจีนที่ได้รับการจับตามองอย่างมากจากทั่วโลกในปัจจุบัน ท่ามกลางพัฒนาการสำคัญๆ ที่มีออกมาอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ทั้งการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกหุ่นยนต์ ซึ่งหุ่นยนต์จีนวิ่งได้ทำลายสถิติของคน และการจัดงานแฟร์หุ่นยนต์ในประเทศซึ่งลูกค้าหลายประเทศต่างให้ความสนใจเทคโนโลยี Made by China รวมไปถึงการทำไอพีโอมูลค่ามหาศาลของยูนิทรี บริษัทหุ่นยนต์ชั้นนำของประเทศ ล่าสุดมีแนวโน้มว่าตลาดหุ่นยนต์จีน โดยเฉพาะหุ่นยนต์ลักษณะคล้ายมนุษย์ (Humanoid) จะโตได้อีกหลังบรรดาบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังแข่งกันพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวเช่นกัน ค่ายรถเอ็กซ์เผิง สามารถระดมทุนให้กับบริษัทลูกด้านหุ่นยนต์ได้มากกว่า 900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 29,500 ล้านบาท) ถือเป็นการลงทุนรอบเดียวของวงการ Embodied AI หรือใส่เอไอในเครื่องจักรที่สูงสุดของจีน ความน่าสนใจของเรื่องนี้ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะในบริษัทที่มาร่วมลงทุนมีค่ายเทคระดับประเทศอย่าง เทนเซ็นต์ และ อาลีบาบา รวมอยู่ด้วย ท่ามกลางรายงานว่า เอ็กซ์เผิง กำลังเดิมพันกับ “ไอรอน” ฮิวมานอยด์ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์โดยเฉพาะ ขณะที่ค่ายรถบีวายดี ก็เพิ่งเปิดตัว “เสี่ยวตี้” ฮิวมานอยด์ตัวใหม่ ส่วน เชอรี ออโตโมบิล ก็กำลังผลักดันไอโมกา สู่การไอพีโอ โดยที่ค่ายรถจีนค่ายอื่นๆ ทั้ง ฉางอัน จีเอซี ลี ออโต้ เอสเอไอซี และ เซเรส ต่างก็เร่งพัฒนาฮิวมานอยด์ของตัวเองเช่นกัน มีหลายสาเหตุที่ผลักดันให้ค่ายรถจีนซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถอีวี หันมาแข่งกันพัฒนาหุ่นยนต์ โดยสาเหตุแรกคือหุ่นยนต์ที่ผลิตออกมาสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในสายการผลิตรถยนต์ได้ สาเหตุต่อมาคือ เป็นการนำกำลังคนในโรงงานมาให้เกิดประโยชน์ โดยที่ไม่ต้องจ้างงานเพิ่ม ขณะเดียวกันยังสามารถนำซัพพลายเชนรถยนต์มาใช้ในการผลิตหุ่นยนต์ได้อีกด้วย ขณะที่การชะลอตัวของตลาดรถอีวี และกำไรจากการขายรถในประเทศที่ลดลง จนต้องเปลี่ยนไปมุ่งส่งออก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่บีบให้ค่ายรถจีนต่างก็แข่งกันพัฒนาหุ่นยนต์ โดยค่ายรถจีนส่วนใหญ่คงเห็นตรงกันว่าหุ่นยนต์จะเป็นธุรกิจใหม่ที่ไปได้สวย โดยมีการสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นสาเหตุสุดท้าย เพราะหุ่นยนต์ ถือเป็น 1 ใน 3 อุตสาหกรรมที่จีนกำลังเดินหน้าผลักดัน ร่วมกับเอไอ และนวัตกรรมด้านยา เนื่องจากเชื่อมั่นว่าจะทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ ตามแผนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ในภายภาคหน้า (Next New Three) ต่อเนื่องจาก 3 อุตสาหกรรมหลักเดิมในอดีต คือ สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ต่อด้วย 3 อุตสาหกรรมใหม่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือ รถอีวี แบตเตอรี่ลิเธียม และ แผงโซลาร์เซลล์ ทั้งนี้จีนเริ่มพัฒนาหุ่นยนต์ในปี 1999 แต่ยังเป็นแบบต้นทุนต่ำและงานของนักศึกษาเท่านั้น แต่พอข้ามมาในปี 2021 จีนก็เริ่มให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์อย่างจริงจัง นำสู่แผนแม่บท 5 ข้อ คือ ยกระดับขีดความสามารถด้านนวัตกรรมอุตสาหกรรม เสริมสร้างรากฐานการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้มั่นคง เพิ่มปริมาณการผลิตและการป้อนสินค้าเกรดพรีเมียม/ระดับไฮเอนด์สู่ตลาด ขยายขอบเขตและเพิ่มความลึกซึ้งในการนำไปใช้งานจริง (ให้ครอบคลุมและหลากหลายยิ่งขึ้น) และ ปรับปรุงโครงสร้างนวัตกรรมอุตสาหกรรมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด นี่ทำให้อุตสาหกรรมหุ่นยนต์จีนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันถือเป็นยุคทองของหุ่นยนต์จีน โดยเฉพาะกลุ่มหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์บริการมีมูลค่าแตะระดับ 11,000–12,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 359,000-392,000 ล้านบาท) ส่วนหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์จีนเข้าสู่การผลิตระดับอุตสาหกรรมตั้งแต่ปี 2025 และมีคาดการณ์อัตราเติบโตสูงถึง 50% ต่อปี ซึ่งจากนี้อัตราการเติบโตและการแข่งขันจะดุเดือดยิ่งขึ้น เพราะค่ายรถจีนร่วมลงมาในตลาดหุ่นยนต์ด้วย / techcruch Source: Originally published on Marketeer Online. Read the full article at Marketeer Online → ### สอท.เปิดปัจจัยฉุดดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ งวด ส.ค. ลดลง URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788952910710 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ เดือนส.ค. ลดลงแตะ 89.7 เหตุ […] ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ เดือนส.ค. ลดลงแตะ 89.7 เหตุฝนตกหนัก-ต้นทุนพุ่ง-กำลังซื้อหด หนุนซื้อสินค้าไทย-ดัน E20 เร่งเศรษฐกิจปลายปี 9 ก.ย. 2569 – นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนส.ค.2569 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 90.0 ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ ทั้งการคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร กอปรกับราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์ยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงช่วงเดียวกันของปีก่อน 17.38% ขณะที่การลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการลงทุน ทั้งยังเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และ ไทยช่วยไทย x Local Low Cost ช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนอยู่ที่ระดับ 96.1 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าดีขึ้น โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการลงทุนและนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้าในประเทศ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 รวมถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ “ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของมาตรการด้านภาษีของสหรัฐ ภายหลังประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ตามรายงาน The Great Transshipment Scam ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี (Non-Tech) ในระยะต่อไป” ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของแหล่งผลิตและห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่ความผันผวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์ Super El Niño อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ปริมาณวัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม สภาอุตฯ จึงมีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ ให้ผลักดันน้ำมันเบนซิน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ ช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร ส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ เชื่อมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) สู่ซัพพลายเออร์ไทย ผ่านการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอ และส่งเสริมให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทย ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านค้าโมเดิร์น เทรด และอี คอมเมิร์ซ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “กูเกิล” เตรียมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอไอ-ซื้อพลังงานนิวเคลียร์ในฟินแลนด์ | เดลินิวส์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/or-1788952905677 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 บริษัท กูเกิล ประกาศว่าจะลงทุนอย่างน้อย 13,000 ล้านยูโร (ราว 497,000 ล้านบาท) ในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ในฟินแลนด์ในช่วงสองปีข้างหน้า และลงนามในสัญญาซื้อพลังงานนิวเคลียร์นอกสหรัฐฉบับแรก สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า บริษัท ฟอร์ทัม ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานรายใหญ่ของฟินแลนด์ ระบุในแถลงการณ์แยกว่า ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงสัญญาซื้อพลังงานนิวเคลียร์ระยะเวลา 22 ปี ในสัดส่วนสูงสุดถึง 50% ของปริมาณพลังงานที่ผลิตจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หนึ่งในสองแห่งของประเทศ พลังงานนิวเคลียร์ ถือเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำขนาดใหญ่ และหนึ่งในปัจจัยสำคัญของฟินแลนด์ที่ดึงดูดบริษัทต่าง ๆ เช่น ไมโครซอฟท์ ไบต์แดนซ์ และกูเกิล ซึ่งมองหาสถานที่ตั้งศูนย์ข้อมูล ควบคู่กับการควบคุมต้นทุนพลังงาน และการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพอากาศ “นี่เป็นข้อตกลงพลังงานนิวเคลียร์นอกสหรัฐฉบับแรกของกูเกิล และเราคิดว่ามันเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่งต่อทุกสิ่งที่เราดำเนินการอยู่ที่นี่” นางรูธ โพรัต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (ซีไอโอ) ของกูเกิล กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเฮลซิงกิ ทั้งนี้ ฟอร์ทัมและกูเกิล ระบุว่าจะร่วมกันสำรวจความเป็นไปได้ในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์และพลังงานหมุนเวียนใหม่ในฟินแลนด์ ด้านกูเกิลระบุในแถลงการณ์ว่า การลงทุนครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดดำเนินการในปี 2570-2571 จะครอบคลุมศูนย์ข้อมูล การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงโครงการด้านพลังงานสะอาดและแบตเตอรี่ ซึ่งจะขับเคลื่อนบริการต่าง ๆ ตลอดจนเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความพร้อมทางดิจิทัล นวัตกรรม และการพัฒนาเอไอ ให้กับฟินแลนด์และภูมิภาคยุโรปในวงกว้าง. เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ เครดิตภาพ : REUTERS Source: Originally published on เดลินิวส์. Read the full article at เดลินิวส์ → ### “พลาสติกคืนค่า” AXTRA Circular Impacts - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/axtra-circular-impacts-thunhoon-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 คืนค่า” ที่ไม่ใช่เพียงคืนวัสดุให้กลับเข้าสู่ระบบ แต่คือการเปลี่ยน “การทิ้ง” ให้เป็น “การส่งต่อ” และเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง วัสดุเหล่า Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### น้ำมันแพงกระทบเกษตรกร และรถพุ่มพวง จ.อุทัยธานี URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788952888753 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ข่าวเด็ด 7 สี - ราคาน้ำมันดีเซล พุ่งทะลุ 40 บาท/ลิตร ที่จังหวัดอุทัยธานี ส่งผลกระทบชาวนา และแม่ค้ารถพุ่มพวง เดือดร้อนกันไปทั่ว… ข่าวเด็ด 7 สี - ราคาน้ำมันดีเซล พุ่งทะลุ 40 บาท/ลิตร ที่จังหวัดอุทัยธานี ส่งผลกระทบชาวนา และแม่ค้ารถพุ่มพวง เดือดร้อนกันไปทั่ว ทีมข่าวลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันขายปลีกที่ขยับขึ้นมา 70-80 สตางค์ต่อลิตร ทั้งดีเซล และเบนซิน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซล หน้าปั๊ม ปตท.  สามแยกสะแกกรัง ตัวเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี ราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 40 บาท 14 สตางค์ต่อลิตร เป็นราคารวมขนส่ง เพราะใน กทม. 39.84 บาท/ลิตร ส่งผลกระทบต่อชาวนานำถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร จำนวน 2 ถัง ขี่รถจักรยานยนต์ มาไกลกว่า 20 กิโลเมตร มาซื้อน้ำมัน ไปสูบน้ำเข้านาและเตรียมไถนา สะท้อนปัญหาน้ำมันและปุ๋ยราคาแพงขึ้น ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนรอบด้าน เช่นเดียว กับ แม่ค้าขายของเร่ รถจักรยานยนต์พุ่มพวง ซึ่งบรรทุกทั้งผัก เนื้อหมู เนื้อไก่ และอาหารปรุงสำเร็จ พอน้ำมันแพง ต้องนำสินค้าออกมาขายเพิ่มขึ้น เพราะกำไรเหลือน้อย แต่ก็ไม่กล้าขึ้นราคาสินค้า Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### ภาวะตลาดหุ้นออสเตรเลีย: S&P/ASX 200 ปิดลบเล็กน้อย กังวลราคาน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sandpasx-200-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่ ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงลบ เนื่องจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ช่วยพยุงตลาด ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ปิดที่ 8,911.40 จุด ลดลง 9.40 จุด หรือ -0.11% ดัชนี All Ordinaries [XAO.X] ปิดที่ 9,102.90 จุด ลดลง 11.40 จุด หรือ -0.13% หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ กลุ่มการเงิน และกลุ่มบริการพาณิชย์ ร่วงลงและเป็นปัจจัยฉุดตลาด อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มบริการด้านอุตสาหกรรมช่วยให้ตลาดลดช่วงลบ โดยหุ้น Woodside พุ่งขึ้น 2.60% และหุ้น Santos บวก 1.31% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น BHP พุ่งขึ้น 3.25% และหุ้น Rio Tinto พุ่งขึ้น 1.89% โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์ Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล กังวลเงินเฟ้อพุ่งจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-12 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามหนัก ราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางลุกลามหนัก ต่างฝ่ายต่างเปิดศึกตอบโต้อย่างดุเดือด ทั้งเหตุสหรัฐฯ ถล่มเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน และอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ส่งผลให้นักลงทุนวิตกว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อและกดดันธนาคารกลางทั่วโลกให้ขึ้นดอกเบี้ยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันนี้ (9 ก.ย.) หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกลับมารุนแรงขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ ก่อนสหรัฐฯ จะเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 100.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ก่อนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 99.90 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือ WTI ปรับขึ้นเข้าใกล้ระดับ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนแรงกดดันต่อตลาดน้ำมันเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ เพื่อตอบโต้กรณีอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเรือรบสหรัฐฯ โดยเรือ 4 ลำที่ถูกโจมตีอยู่ในอ่าวโอมานและมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ขณะที่อีกลำถูกโจมตีใกล้เกาะคาร์ก ซึ่งเป็นจุดส่งออกน้ำมันสำคัญของอิหร่านอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน โดยทางการจอร์แดนระบุว่าสามารถสกัดขีปนาวุธได้ 18 ลูกจากทั้งหมด 20 ลูก ส่วนอีก 2 ลูกตกในพื้นที่ไม่มีประชาชนอาศัยอยู่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านยังประกาศว่า ได้โจมตีเรือของสหรัฐฯ 2 ลำ เรือบรรทุกน้ำมัน 8 ลำ และเรืออีก 10 ลำที่ถูกระบุว่า “ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง” ขณะพยายามเดินทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่าจะเดินหน้าโจมตีตอบโต้เพิ่มเติมช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซของโลก โดยความตึงเครียดที่ทำให้การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวหยุดชะงัก ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อปริมาณน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เกาะคาร์กเป็นที่ตั้งของท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน และน้ำมันดิบราว 90% ของประเทศถูกส่งผ่านพื้นที่ดังกล่าวสถานการณ์ยังรุนแรงขึ้นจากความไม่สงบในภูมิภาค โดยกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีโรงงานพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนในซาอุดีอาระเบียเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 73 คน และเกิดเพลิงไหม้ในสถานที่ด้านพลังงานหลายแห่ง จนต้องระงับการดำเนินงานบางส่วนเป็นการชั่วคราวมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า การตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเป็นเรื่อง "ตรงไปตรงมา" โดยระบุว่า หากอิหร่านยังพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ก็จะต้องเผชิญกับการสูญเสียเรือบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติมความขัดแย้งที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 7 ทำให้นักลงทุนกังวลว่า ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว และส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ต้องชะลอการลดดอกเบี้ย หรืออาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมราคาสินค้าและบริการฟาวัด ราซักซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก FOREX.com กล่าวว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันหยุดชะงัก และทำให้นักลงทุนวิตกถึงผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงตลาดหุ้นได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มต้นทุนการกู้ยืมที่อาจเพิ่มขึ้น โดยดัชนีหลักทั้ง 3 แห่งของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวทั้งในแดนบวกและลบ แม้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงฟื้นตัวจากการเทขายอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม โดยหุ้น SK hynix ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 3%นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ซึ่งถูกมองว่าเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟดว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้าหรือไม่นักวิเคราะห์เตือนว่า หากราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ความพยายามควบคุมเงินเฟ้อของธนาคารกลางทั่วโลกสะดุดลงอีกครั้ง ขณะเดียวกันยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจทั่วโลกนอกจากนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมัน M/T Riesco ซึ่งถูกโจมตีโดยสหรัฐฯ ได้จมลงในอ่าวโอมาน ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของอิหร่าน และปฏิบัติการทางทหารในน่านน้ำภูมิภาคยังคงดำเนินต่อไปก่อนหน้านี้ อิหร่านยังอ้างว่าสามารถยึดเรือดำน้ำไร้คนขับของสหรัฐฯ ได้ในช่องแคบฮอร์มุซ แต่กองทัพสหรัฐฯ ชี้แจงว่าอากาศยานใต้น้ำไร้คนขับดังกล่าวเกิดขัดข้องมากกว่าหนึ่งวันก่อนหน้า เป็นอุปกรณ์รุ่นเก่า และไม่ได้เก็บข้อมูลอ่อนไหวหรือมีอุปกรณ์โซนาร์และเรดาร์ลับแต่อย่างใด.ที่มา BBC / AFP Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### AIS จัดงาน “AIS Pro SUMMIT 2026” อัปสกิลเข้ม ติดอาวุธ AI ยกระดับบริการอัจฉริยะ รับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่กำลังมา | Brand Inside URL: https://onesiamsoft.com/articles/ais-ais-pro-summit-2026-ai-or-brand-inside Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เอไอเอสเคลื่อนทัพเตรียมพร้อมรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ จัด “AIS Pro SUMMIT 2026” รวมพลทีม “AIS Pro” กูรูสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลจาก AIS Shop ทั่วประเทศ เข้าเทรนเข้ม อัปเดตองค์ความรู้ล่าสุดทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ฟีเจอร์ และการให้บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาถ เอไอเอสเคลื่อนทัพเตรียมพร้อมรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ จัด “AIS Pro SUMMIT 2026” รวมพลทีม “AIS Pro” กูรูสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลจาก AIS Shop ทั่วประเทศ เข้าเทรนเข้ม อัปเดตองค์ความรู้ล่าสุดทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ฟีเจอร์ และการให้บริการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาถึง และยกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยคำแนะนำที่ครบถ้วน แม่นยำ และเป็นมืออาชีพตามมาตรฐานระดับโลก ภายในงาน ผู้บริหารเอไอเอสและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญชั้นนำร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคนิค และข้อมูลผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อเสริมทักษะให้ทีม AIS Pro สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้า และแนะนำสินค้า แพ็กเกจ และโปรโมชัน ได้อย่างตรงจุด โดยจากการดำเนินโครงการ AIS Pro ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า พนักงาน AIS Pro สามารถช่วยอำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาการรับบริการของลูกค้าลง 20% พร้อมให้บริการครบจบในจุดเดียว ตั้งแต่เก่าแลกใหม่ การเตรียมเครื่อง โอนถ่ายข้อมูลจนถึงตั้งค่าพร้อมใช้งาน ปีนี้ เอไอเอสยังนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาเสริมขีดความสามารถให้แก่พนักงาน ทั้ง AI Assistance มาเป็นผู้ช่วยให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลสินค้า โปรโมชัน และบริการได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมเชื่อมต่อระบบบริหารสินค้าระหว่างสาขาภายใต้แนวคิด “AIS ที่ไหนก็มีของ” ควบคู่กับบริการแบบ Omnichannel ที่เชื่อมออนไลน์และหน้าร้านอย่างไร้รอยต่อ รวมถึง Fast Delivery ส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมง ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด “5 BEST Experience” ทั้ง Best Product, Best Package, Best Privilege, Best Process และ Best People เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้าในทุกขั้นตอน สำหรับเอไอเอส การเลือกซื้อสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ดิจิทัลไม่ใช่เพียงการซื้อสินค้า แต่คือจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ที่ต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง โดย AIS Pro SUMMIT 2026 สะท้อนความพร้อมของเอไอเอสในการส่งมอบบริการครบวงจรและมาตรฐานระดับ Global Standard ผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา Source: Originally published on Brand Inside. Read the full article at Brand Inside → ### ระบบควบคุมจราจรอากาศล่ม ป่วนสนามบินทั่วอังกฤษ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788951706572 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เกิดความอลหม่านในสนามบินทั่วสหราชอาณาจักร หลังระบบควบคุมจราจรทางอากาศล่ม ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินนับพัน… เกิดความอลหม่านในสนามบินทั่วสหราชอาณาจักร หลังระบบควบคุมจราจรทางอากาศล่ม ส่งผลให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินนับพัน กระทบผู้โดยสารหลายหมื่นคน ช่วงบ่ายวานนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดความอลหม่านในสนามบินหลักทั่วสหราชอาณาจักร เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลการบินอัตโนมัติในระบบควบคุมการจราจรทางอากาศเกิดขัดข้อง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนไปคีย์ข้อมูลด้วยคน ส่งผลให้เที่ยวบินในสนามบินต่าง ๆ ทั่วสหราชอาณาจักร ถูกยกเลิกประมาณ 600-1,000 เที่ยวบิน ล่าช้าอีกนับพันเที่ยวบิน เฉพาะที่สนามบินนานาชาติฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน เพียงแห่งเดียว มีเที่ยวบินถูกยกเลิกประมาณ 100 เที่ยวบิน และล่าช้าอีก 367 เที่ยวบิน ทำให้ผู้โดยสารหลายหมื่นคนตกค้างอยู่ในสนามบินทั่วประเทศ แม้ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถกู้ระบบการประมวลผลข้อมูลการบินคืนมาได้ แต่เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดปลายฤดูร้อนที่มีการเดินทางหนาแน่นที่สุดของปี จึงยังคงส่งผลให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าสะสมจนถึงวันนี้ Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### ทองวันนี้ผันผวน 21 ครั้ง! ปิดร่วง 150 บาท แท่งขายออก 68,450 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/21-150-68450 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สมาคมค้าทองคำ แจ้งการปรับเปลี่ยนราคาทองระหว่างวันในวันนี้(9 ก.ย.69) ราคาปรับลง 150 บาทจากวันก่อน โดยราคามีการเปลี่ยนแปลง 21 ครั้ง ซึ่ง.... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ปิดตลาด TFEX วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 142,704 สัญญา - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/tfex-9-69-set50-index-futures-142704-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปิดตลาด TFEX วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 142,704 สัญญา efinanceThai Derivatives Recap 09-09-2569 ฮั่วเซ่งเฮง TFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ( ปิดตลาด TFEX วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 142,704 สัญญา  efinanceThaiDerivatives Recap 09-09-2569  ฮั่วเซ่งเฮงTFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาด TFEX รายวัน (ภาคบ่าย) 07/09/69  efin.financeหุ้นไทยมีแรงซื้อกลับ ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก ลดการเร่งตัว | 3 ก.ย. 69 | การเงินธนาคาร  LINE TODAY Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เปรียบเทียบ HONOR X7e vs HONOR X7d ซื้ออะไรคุ้มกว่า? URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-x7e-vs-honor-x7d Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สวัสดีทุกท่านครับ มีคนถามผมว่าระหว่าง HONOR X7e และ HONOR X7d ซื้ออะไรดี ซึ่งวันนี้เราจะเปรียบเทียบคู่นี้กันว่าจะแตกต่างกันแค่ไหนยังไงบ้างนั้น เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ TrueIDFollow usCopyright © True Digital Group Company Limited.All rights reservedUnbox Yourself with TrueIDทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์ฯ' พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788949627543 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 'เนาวรัตน์ฯ' แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์ฯ' พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 09 กันยายน 2569 เวลา 16:07 น. 'เนาวรัตน์ฯ' แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 9 กันยายน 2569 หลังจากที่รายงานถึงสถานการณ์ของ 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้างคือ บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง และ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยเฉพาะบมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณาเมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมานั้น ส่องงบการเงิน ‘เพาเวอร์ไลน์ฯ-เนาวรัตน์ฯ’ หลังตึกใหม่ช้า-อุโมงค์น้ำกทม.ส่อขาดคุณสมบัติ ส่องงานในมือ ‘เพาเวอร์ไลน์-เนาวรัตน์ฯ’ 10 ปีย้อนหลัง 63 โครงการ 43,823 ล้านบาท ล่าสุด บมจ.เนาวรัตน์ฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 เรื่อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เนาวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน มีเนื้อหาดังนี้ ตามที่ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย กลาง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และนัดฟังคำ พิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นั้น บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ของบริษัท และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน บริษัทจะติดตามความคืบหน้าของกระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างใกล้ชิด และจะเปิดเผยสารสนเทศ ที่สำคัญและมีสาระสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ (function(d,a,b,l,e,_) { if(d[b]&&d[b].q)return;d[b]=function(){(d[b].q=d[b].q||[]).push(arguments)};e=a.createElement(l); e.async=1;e.charset='utf-8';e.src='//static.dable.io/dist/plugin.min.js'; _=a.getElementsByTagName(l)[0];_.parentNode.insertBefore(e,_); })(window,document,'dable','script'); dable('setService', 'isranews.org'); dable('sendLogOnce'); dable('renderWidgetByWidth','dablewidget_57wjaRo8_Almb64X1'); --> Source: Originally published on สำนักข่าวอิศรา. Read the full article at สำนักข่าวอิศรา → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดลบ 42.22 จุด วิตกสงครามดันน้ำมันพุ่ง-เงินเฟ้อสูง : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/4222 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงระมัดระวังการซื้อขาย ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดที่ระดับ 25,274.96 จุด ลดลง 42.22 จุด หรือ -0.17% สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น และทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลาง โดยล่าสุดกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบจำนวน 5 ลำของอิหร่านในวันอังคาร (8 ก.ย.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่พยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ณ เวลา 14.33 น.ตามเวลาประเทศไทย ราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนพ.ย. พุ่งขึ้น 2.1% สู่ระดับ 100.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.8% สู่ระดับ 94.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่นักลงทุนจับตา สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนส.ค. ไต่ระดับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน ปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อของจีนเพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. มาจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้ นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย). และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) โดย ปรียพรรณ มีสุข/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### PDP 2026 กับ 4 ทางเลือกพลังงานสะอาด ปูทางโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ร่วมจับตาอนาคตประเทศไทย ผ่านกระบวนการนโยบายสาธารณะ ที่พวกเรามีส่วนร่วมได้กับ Thai PBS Policy Watch ©2024 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Yen Carry Trade คืออะไร? จับตาเยนแข็งค่าสุดรอบ 7 เดือน เขย่าตลาด 2.34 ล้านล้านดอลลาร์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/yen-carry-trade-7-234-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เงินเยนแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน สั่นคลอน Yen Carry Trade หลังการกู้ยืมเงินเยนข้ามพรมแดนพุ่งแตะ 2.34 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางคาดการณ์... เงินเยนแข็งค่าแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน สั่นคลอน Yen Carry Trade หลังการกู้ยืมเงินเยนข้ามพรมแดนพุ่งแตะ 2.34 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางคาดการณ์ BOJ จ่อขึ้นดอกเบี้ยวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 15.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การแข็งค่าของเงินเยนญี่ปุ่นขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน กำลังทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่า นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบสำหรับ Yen Carry Trade หนึ่งในกลยุทธ์การลงทุนที่มีบทบาทสำคัญต่อตลาดการเงินโลกมายาวนานหรือไม่แรงกดดันต่อ Yen Carry Trade เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในการประชุมสัปดาห์หน้า ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินเยนเพิ่มขึ้นและลดความน่าสนใจของการนำเงินเยนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าYen Carry Trade คืออะไรCarry Trade เป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนกู้เงินในสกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น เงินเยน ก่อนนำเงินดังกล่าวไปซื้อสกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น ดอลลาร์สหรัฐ เปโซเม็กซิโก ดอลลาร์นิวซีแลนด์ และสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่อื่น ๆเงินเยนเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักที่ถูกใช้เป็นแหล่งเงินทุนสำหรับ Carry Trade มานานหลายปี เนื่องจากญี่ปุ่นดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานาน นักลงทุนจึงสามารถกู้เงินเยนด้วยต้นทุนต่ำ ก่อนนำเงินไปลงทุนในพันธบัตรหรือสินทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเมื่อสิ้นสุดการลงทุน ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นการลงทุนระยะสั้น นักลงทุนจะขายสินทรัพย์หรือแลกเงินกลับมาเป็นเยน เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้ผลตอบแทนต่อปีของ Dollar-Yen Carry Trade โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 2.5-3.5% ตามส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐกับญี่ปุ่น และนักลงทุนยังสามารถทำกำไรเพิ่มเติมได้หากเงินเยนอ่อนค่าลงระหว่างช่วงที่ถือสถานะอย่างไรก็ตามผลตอบแทนดังกล่าวลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งกลยุทธ์นี้เคยสร้างผลตอบแทนประมาณ 5-6%นักลงทุนเริ่มหันไปใช้ฟรังก์สวิสแทนเยนหลังญี่ปุ่นและสหรัฐเข้าแทรกแซงตลาดด้วยการซื้อเงินเยนในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม นักลงทุนที่ใช้กลยุทธ์ Carry Trade มีสัญญาณเริ่มหันไปใช้ฟรังก์สวิส เป็นสกุลเงินสำหรับระดมทุนแทนYen Carry Trade ในรูปแบบปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยนักลงทุนต่างชาติ เริ่มขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปี 2556 ภายใต้รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เมื่อญี่ปุ่นดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและเงินเยนอ่อนค่ากลยุทธ์ดังกล่าวขยายตัวอย่างมากอีกครั้งในช่วงปี 2565-2566 เมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ขณะที่ BOJ ยังคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ในระดับติดลบ ประกอบกับเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างหนัก ทำให้ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างญี่ปุ่นกับต่างประเทศกว้างขึ้นYen Carry Trade ใหญ่แค่ไหนไม่มีใครทราบขนาดที่แท้จริงของ Yen Carry Trade เนื่องจากสถานะการลงทุนจำนวนมากไม่ได้สามารถตรวจสอบได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลบางชุดที่สามารถใช้ประเมินขนาดของตลาดได้Jefferies วิเคราะห์ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) พบว่า การกู้ยืมเงินเยนข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 360 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 2.34 ล้านล้านดอลลาร์ ณ เดือนมีนาคม ถือเป็นการสะสมสถานะที่เกี่ยวข้องกับ Carry Trade ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษอีกตัวชี้วัดหนึ่งคือสถานะเดิมพันว่าเงินเยนจะอ่อนค่า ข้อมูลจากคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐ (CFTC) ระบุว่า ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 กันยายน นักลงทุนมีสถานะขายสุทธิในเงินเยนจำนวน 92,227 สัญญา เพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน แต่ยังต่ำกว่าระดับสูงสุดในรอบ 2 ปีที่ 163,412 สัญญา ซึ่งเกิดขึ้นในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 1 กรกฎาคมขนาดสถานะที่แท้จริงของ Carry Trade อาจสูงกว่าที่ข้อมูลดังกล่าวสะท้อน เนื่องจากกองทุนเฮดจ์ฟันด์และกองทุนที่ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการซื้อขายมักใช้ Leverage หรือเงินกู้เพื่อเพิ่มขนาดการลงทุนต่างจากวิกฤต Carry Trade ปี 2567 อย่างไรไม่ว่า Yen Carry Trade จะมีขนาดใหญ่เพียงใด หากนักลงทุนเร่งปิดสถานะพร้อมกันอย่างกะทันหัน ก็สามารถสร้างผลกระทบรุนแรงต่อตลาดการเงินทั่วโลกได้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2567 เมื่อ BOJ สร้างความประหลาดใจแก่ตลาดด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินเยนแข็งค่าอย่างรวดเร็วจากประมาณ 154 เยนต่อดอลลาร์ สู่ระดับ 141 เยนต่อดอลลาร์ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วันนักลงทุนที่ใช้เงินเยนเป็นแหล่งเงินทุนจึงถูกบังคับให้ปิดสถานะ Carry Trade ส่งผลให้เกิดแรงเทขายต่อเนื่องในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นพิเศษ ดัชนี Nikkei ร่วงถึง 12.4% ภายในวันเดียวอย่างไรก็ตาม ยังไม่มีสัญญาณว่าสถานการณ์ในปัจจุบันกำลังซ้ำรอยเหตุการณ์ปี 2567 เนื่องจากครั้งนี้เจ้าหน้าที่ BOJ ส่งสัญญาณมาหลายสัปดาห์แล้วว่า การปรับขึ้นดอกเบี้ยกำลังใกล้เข้ามา และอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคตตลาดหุ้นจึงสามารถรับมือกับทั้งสัญญาณการคุมเข้มนโยบายการเงินและการแข็งค่าของเงินเยนได้ค่อนข้างดี ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนจนถึงขณะนี้ยังเป็นไปอย่างมีระเบียบ สะท้อนว่านักลงทุนกำลังทยอยปรับสถานะและมุมมองล่วงหน้า ก่อนการประชุม BOJ ครั้งสำคัญในสัปดาห์หน้าอ้างอิง : reuters.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### HUAWEI Mate XT 2 Ultimate Design สมาร์ตโฟนจอพับ 3 ทบรุ่นใหม่ มาพร้อมชิปฯ Kirin 9050 Pro กล้อง 50MP - siamphone.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-mate-xt-2-ultimate-design-3-kirin-9050-pro-50mp-siamphonecom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HUAWEI Mate XT 2 Ultimate Design สมาร์ตโฟนจอพับ 3 ทบรุ่นใหม่ มาพร้อมชิปฯ Kirin 9050 Pro กล้อง 50MP siamphone.com มือถือจอพับเดือด HUAWEI - Xiaomi ชิงเปิดตัวดัก iPhone รุ่นใหม่ mgronline.com Xiaomi 18 Fold เปิดตัว ชิป 3nm กล้อง Leica 200MP ท้าชน iPhone จอพับได้ springnews HUAWEI M HUAWEI Mate XT 2 Ultimate Design สมาร์ตโฟนจอพับ 3 ทบรุ่นใหม่ มาพร้อมชิปฯ Kirin 9050 Pro กล้อง 50MP  siamphone.comมือถือจอพับเดือด HUAWEI - Xiaomi ชิงเปิดตัวดัก iPhone รุ่นใหม่  mgronline.comXiaomi 18 Fold เปิดตัว ชิป 3nm กล้อง Leica 200MP ท้าชน iPhone จอพับได้  springnewsHUAWEI Mate XT 2 Ultimate Design เปิดตัว มือถือจอพับ 3 ตอน ชิป Kirin 9050 Pro จอ 10.2 นิ้ว 3K แบต 5,600mAh  ThaimobilecenterHuawei เปิดตัว Mate XT2 สมาร์ตโฟนจอพับรุ่นใหม่ ท่ามกลางศึกชิงตลาดจีน  RYT9 Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ซื้อมือถือใหม่ทั้งที ไม่เช็ก 4 จุดนี้ก็เสียดายตังค์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-36 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 กระแสเปิดตัว iPhone 18 ทำให้หลายคนเริ่มคิดถึงการอัปเกรดมือถือเครื่องใหม่ — ไม่ว่าจะเป็นรุ่นนั้นหรือรุ่นอื่น สิ่งที่ต้องทำก่อนกดสั่งซื้อคือ "อ่านสเปคให้เป็น" เพราะตัวเลขแ TrueIDFollow usCopyright © True Digital Group Company Limited.All rights reservedUnbox Yourself with TrueIDทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### iQOO Pad Ultra เผยระบบระบายความร้อนด้วยพัดลมในตัว หน้าจอ OLED 165Hz พร้อมชิป Snapdragon 8 Elite Gen 6 URL: https://onesiamsoft.com/articles/iqoo-pad-ultra-oled-165hz-snapdragon-8-elite-gen-6 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เผยทีเซอร์รายละเอียดของ iQOO Pad Ultra เปิดตัวพร้อมกับ iQOO 16 ในประเทศจีนช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยทีเซอร์ล่าสุดยืนยันว่ารุ่นนี้จะเป็นแท็บเล็ตเกมมิ่งเต็มตัว หลังจากที่มีทั้งข้อมูลสเปคหลุดออกมา พร้อมทั้งเผยวันเปิดตัวของมือถือเรือธงและแท็บเล็ตรุ่นใหม่ของ iQOO ล่าสุดก็ได้เผยทีเซอร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของ iQOO Pad Ultra ก่อนเปิดตัวพร้อมกับ iQOO 16 ในประเทศจีนช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ โดยทีเซอร์ล่าสุดยืนยันว่ารุ่นนี้จะเป็นแท็บเล็ตเกมมิ่ง ที่เน้นประสิทธิภาพ การระบายความร้อน และการใช้งานเต็มรูปแบบพร้อมอุปกรณ์เสริม จุดเด่นของรุ่นนี้แน่นอนว่าคือตัวระบบระบายความร้อน ที่เป็นแบบ Active Cooling ด้วยการติดตั้งพัดลมขนาด 30 × 30 × 3.5 มม. หมุนได้สูงสุด 14,500rpm ให้แรงลมสูงสุด 0.94 CFM และมีพื้นที่ระบบระบายความร้อนถึง 1,661 ตร.มม. ที่จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของชิปเมื่อเล่นเกมหนักต่อเนื่อง และลดโอกาสเกิด Thermal Throttling หรือการหน่วงจากการระบายความร้อนสะสม ทีเซอร์อีกชุดยังเผยให้เห็นอุปกรณ์เสริมสำหรับเล่นเกม ที่สามารถปรับขนาดได้ด้วย โดยมีขนาด 209.67 × 107.76 × 60.4 มม. และยืดได้สูงสุด 211.5 มม. ขณะที่อีกภาพระบุขนาด 201.54 × 130.44 × 8.54 มม. พร้อมข้อความ “Under Control” เพื่อเป็นการบอกว่าการจับถือ และการควบคุมเกมจะเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญของรุ่นนี้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีการโปรโมตด้วยคำว่า “Extreme Performance Release” และ “Precision Design” เพื่อบอกว่า iQOO ต้องการทำให้ iQOO Pad Ultra รุ่นนี้เป็นอุปกรณ์เกมมิ่งแบบพกพาที่อยู่กึ่งกลางระหว่างมือถือ แท็บเล็ต และเครื่องเกมพกพามากกว่าเป็นแท็บเล็ต Android แบบปกติทั่วไป สำหรับสเปกที่มีข่าวลือก่อนหน้านี้ iQOO Pad Ultra อาจใช้หน้าจอ OLED ขนาด 8.8 นิ้ว รองรับ Refresh Rate สูงสุด 165Hz เพื่อรองรับเกมที่มีเฟรมเรตสูงโดยเฉพาะ ด้านประสิทธิภาพคาดว่าจะใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 6 พร้อมแบตเตอรี่ 9,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 66W โดยตัวเครื่องจะวางจำหน่ายเฉพาะรุ่น Wi-Fi ไม่มีช่องใส่ซิม และมีตัวเลือกสีดำ Shadow Black กับสีเงิน Armor Silver จากภาพทีเซอร์ที่ปล่อยออกมานี้จาก iQOO ไม่ได้บอกวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการออกมาด้วย แต่สำหรับ vivo X500 Series นั้นเตรียมจะเปิดตัวในวันที่ 21 กันยายนนี้ ก็มีความเป็นไปได้ว่า iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra จะตามมาในช่วงปลายเดือนกันยายน แต่ก็ต้องรอการยืนยันอีกครั้งว่าจะเปิดตัววันไหน และมีราคาเท่าไหร่กันแน่ ส่วนมือถือเรือธงที่ขายตอนนี้คือ iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาทในรุ่น 12+256GB และราคา 32,900 บาทในรุ่น 16+512GB สั่งซื้อได้ที่ Shopee/ Lazada ที่มา: gizmochina Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### ส.อ.ท. เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค. ลด แตะ 89.7 หนุนซื้อสินค้าไทย–ดัน E20 เร่งเศรษฐกิจปลายปี URL: https://onesiamsoft.com/articles/897-e20 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ดูแล้ว: 1,798 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พร้อมด้วย นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ ดร.ปิยะนุช มาลากุล ณ อยุธยา รองประธาน ส.อ.ท. และประธานสายงานสื่อสารองค์กร และนายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ ส.อ.ท. ร่วมแถลงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 89.70 ปรับตัวลดลงจากระดับ 90.0 ในเดือนกรกฎาคม 2569  การปรับลดลงของดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนสิงหาคมนี้ มีปัจจัยกดดันหลายด้าน โดยสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่เพิ่มความเสี่ยงต่อพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ การคมนาคมขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตร ขณะที่ราคาพลังงานและวัตถุดิบปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องปรับตัวเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ ตลาดรถยนต์ยังเผชิญข้อจำกัดจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะรถกระบะ ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ลดลงร้อยละ 17.38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ด้านการลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึงโอกาสการลงทุน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการ SMEs ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยสนับสนุน โดยการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องร้อยละ 18.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ได้แรงหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม้จะเริ่มชะลอตัวลงจากฐานที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงยังมีทิศทางที่ดี ส่งผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นร้อยละ 50.2 แผงวงจรพิมพ์ (PCB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.2 และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.63 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมอาหารยังขยายตัวตามทิศทางตลาดโลก โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสำเร็จรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ประกอบกับมาตรการ Smart & Sustainable Industry มีส่วนช่วยยกระดับประสิทธิภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรม  นอกจากนี้ โครงการ ไทยช่วยไทยพลัส และ ไทยช่วยไทย x Local Low Cost ยังช่วยเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนกระตุ้นการบริโภคและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภูมิภาค จากผลสำรวจผู้ประกอบการจำนวน 1,330 ราย ครอบคลุม 48 กลุ่มอุตสาหกรรมของ ส.อ.ท. ในเดือนสิงหาคม 2569 พบว่าปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ เศรษฐกิจโลก ร้อยละ 63.2 ราคาพลังงาน ร้อยละ 54.1 เศรษฐกิจภายในประเทศ ร้อยละ 52.9 อัตราแลกเปลี่ยน (โดยเฉพาะในมุมมองของผู้ส่งออก) ร้อยละ 25.6 ส่วนปัจจัยที่ผู้ประกอบการมีความกังวลลดลง ได้แก่ นโยบายภาครัฐ ร้อยละ 33.5 การเข้าถึงสินเชื่อ ร้อยละ 23.8 และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ร้อยละ 20.0  ขณะที่ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 96.1 ในเดือนกรกฎาคม 2569 สะท้อนว่าผู้ประกอบการมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าดีขึ้น  ปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ โครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการลงทุนและนำเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเทศกาลจับจ่ายใช้สอยปลายปี คาดว่าจะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและคำสั่งซื้อสินค้าในประเทศ  ขณะเดียวกัน มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 รวมถึงการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน น่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเพิ่มการหมุนเวียนของเม็ดเงินและสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของมาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา ภายหลังประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ตามรายงาน The Great Transshipment Scam ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่กลุ่มเทคโนโลยี (Non-Tech) ในระยะต่อไป  นอกจากนี้ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังสร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของแหล่งผลิตและห่วงโซ่อุปทานวัตถุดิบ ตลอดจนเพิ่มความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่ความผันผวนของสภาพอากาศจากปรากฏการณ์ Super El Niño อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร ปริมาณวัตถุดิบ และการดำเนินธุรกิจของภาคอุตสาหกรรม ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ   1. สนับสนุนให้ภาครัฐผลักดันน้ำมันเบนซิน E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานของประเทศ : เพื่อช่วยลดต้นทุนพลังงาน ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน  และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตรผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลตลอดห่วงโซ่    2. ส่งเสริม Local Content เชื่อม FDI สู่ Supplier ไทย : เสนอให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ในโครงการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ผ่านการเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ BOI ควบคู่กับการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการไทย เพื่อยกระดับ Supplier ไทยให้สามารถเชื่อมเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของนักลงทุนต่างชาติได้อย่างเป็นระบบ 3.  ส่งเสริมให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทย เพื่อกระตุ้นการบริโภคในช่วงปลายปี : ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน ร้านค้า Modern Trade และ E-Commerce เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมและขยายโอกาสให้ SMEs ไทยในการเพิ่มยอดขายสินค้า ทั้งนี้ ส.อ.ท. ได้รวบรวมผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมและข้อมูลตัวชี้วัดเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมย้อนหลัง 3 ปี จัดทำเป็น Dashboard เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Industry Data Space (iDS) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการและประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลสำหรับใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ โดยสามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่ https://fti.or.th/ids ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส.อ.ท. ขอบคุณรัฐบาล-กบง.-กบน. ลดราคาน้ำมัน ช่วยลดต้นทุนทั้งระบบ หนุนเศรษฐกิจฟื้นตัว Continue Reading Source: Originally published on AEC10NEWS. Read the full article at AEC10NEWS → ### GULF ปักหมุดงาน "Gastech 2026"โชว์ Ecosystem จากพลังงานสู่ดิจิทัล - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/gulf-gastech-2026-ecosystem-thunhoon Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ถ่ายทอดเส้นทางพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่มกัลฟ์ ให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางจากรากฐานพลังงานที่มั่นคงสู่ผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: มือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก | ThaiPR.NET URL: https://onesiamsoft.com/articles/253-201-or-thaiprnet Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชัน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดิน ไอที9 ก.ย. 69 11:30 นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชัน เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดินหน้ารับมือกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่และพกพาสะดวกยิ่งขึ้นในทุกวัน แต่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานเฉพาะตัวอันโดดเด่นของฟอร์มแฟกเตอร์จอพับไว้อย่างครบถ้วน ความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ Galaxy Z Fold5 มีน้ำหนักอยู่ที่ 253 กรัม และ Galaxy Z Fold6 ลดลงเหลือ 239 กรัม จนกระทั่ง Galaxy Z Fold7 ซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม:  “มือถือจอพับจะเบากว่ามือถือเรือธงแบบ Bar-type ได้หรือไม่?” ในเวลานั้น Galaxy S25 Ultra หนึ่งในมือถือเรือธงแบบ Bar-type ของซัมซุง มีน้ำหนักอยู่ที่ 218 กรัม ทีมพัฒนาจึงตั้งเป้าหมายให้ Galaxy Z Fold7 มีน้ำเบาเพียง 215 กรัม ซึ่ง Galaxy Z Fold7 สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และในวันนี้ Galaxy Z Fold8 ได้ต่อยอดนวัตกรรมจอพับที่สะสมมาหลายปี ด้วยการผสานฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่เข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำหนึ่งก้าวเสมอ วัสดุ และการออกแบบภายในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 201 กรัม เบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม และส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 กลายเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก[i] แต่ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าแค่มือถือจอพับที่มีน้ำหนักเบาลง จากผลสำรวจของYouGov[ii] ในปี 2024 พบว่าดีไซน์ที่เทอะทะหรือมีน้ำหนักมาก ยังคงเป็นหนึ่งในข้อกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มีแผนจะซื้อมือถือจอพับ ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความทนทาน และคุณภาพหน้าจอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อมือถือจอพับ ข้อมูลเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญด้านวิศวกรรมของซัมซุง คือการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง โดยยังคงประสบการณ์หลักที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไว้ ขณะเดียวกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของกล้อง ระบบจัดการความร้อน และความทนทาน ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง แต่วิศวกรของซัมซุงต้องกลับมาทบทวนการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่การยกระดับเทคโนโลยีพื้นฐานของจอพับ การเลือกใช้วัสดุใหม่ไปจนถึงการปรับชิ้นส่วนหลักและชิ้นส่วนประกอบหลายร้อยรายการอย่างละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของกรัม  จากน้ำหนัก 253 กรัม เหลือเพียง 201 กรัม ด้วย 3 นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยพลิกโฉมการออกแบบครั้งนี้ จาก Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ที่ซัมซุงสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 52 กรัม จนทำให้ Galaxy Z Fold8 เป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก  ยิ่งบางและเบา ยิ่งต้องอาศัยวิศวกรรมที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิม การทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง ถือเป็นความท้าทายใหม่ทางวิศวกรรม ชิ้นส่วนที่ซ้อนกันภายในหน้าจอต้องบางลง แต่ยังต้องตอบโจทย์เกณฑ์ความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของซัมซุง แผ่นโลหะรองรับหน้าจอต้องคงความเรียบเนียนสนิทแม้จะบางลงกว่าเดิม ขณะที่บานพับต้องรองรับแรงกดมหาศาลจากการพับและกางซ้ำ ๆ โดยต้องออกแบบให้ลงตัวกับขนาดและโครงสร้างของตัวเครื่องในแต่ละรุ่น ตลอดหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงได้พัฒนารายละเอียดชั้นหน้าจอ เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษด้วยความแม่นยำสูง และนวัตกรรมบานพับอันเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เทคโนโลยี Flex Titanium ที่มีชั้นฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium Alloy Film) ออกแบบมาเพื่อโครงสร้างหน้าจอพับโดยเฉพาะสำหรับ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra โดยฟิล์มดังกล่าวมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ โดยคุณสมบัติของวัสดุและโครงสร้างทำงานร่วมกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้แม้จะอยู่ภายใต้ความบางเฉียบระดับนี้ แผ่นโลหะที่ทำหน้าที่รองรับหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทาย แผ่นโลหะบางส่วนถูกขึ้นรูปให้มีความหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และบางจุดมีความหนาเพียง 0.15 มิลลิเมตร ซึ่งการจะได้ความบางระดับนี้ แค่การทำให้โลหะบางลงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะโลหะที่บางเกินไปมีโอกาสเกิดการบิดงอได้ง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต และแม้รูปทรงจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประกอบหรือคุณภาพพื้นผิวของหน้าจอได้ สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษระดับ 0.2 มิลลิเมตร ให้ได้รูปทรงและความเรียบตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอ ซัมซุง จึงปรับปรุงลำดับการขึ้นรูป เครื่องมือ สภาวะการหล่อเย็น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายขั้นตอนเพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่ต้องการ ส่วนของบานพับก็ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกัน นอกจากการเปิด-ปิดทั่วไปแล้ว บานพับยังต้องสามารถกระจายแรงจากการพับและกางซ้ำ ๆ ให้ทั่วทั้งตัวเครื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้าง ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดและสถาปัตยกรรมของมือถือแต่ละรุ่น วิศวกรซัมซุงจึงออกแบบบานพับขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละฟอร์มแฟกเตอร์ โดยคำนวณความสมดุลทั้งการกระจายแรง ความแข็งแรง ความทนทาน พื้นที่ภายใน และน้ำหนักอย่างพิถีพิถัน แทนการย่อขนาดบานพับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงอย่างเดียว การสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่แค่การลดขนาดชิ้นส่วนลงทีละชิ้น แต่เกิดจากความแม่นยำที่สูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งกระบวนการขึ้นรูปวัสดุ การบริหารจัดการแรง และการออกแบบโครงสร้างภายใต้พื้นที่อันจำกัด  เบาลง พร้อมโครงสร้างทรงพลัง ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์ มิติที่สองคือการใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ แต่ละส่วนของมือถือจอพับมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางจุดต้องการความแข็งเกร็งสูง บางจุดต้องทนต่อการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และบางจุดต้องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซัมซุงคัดสรรและพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละส่วน ควบคู่ไปกับการรีดน้ำหนักและประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุด ใน Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra เทคโนโลยี Flex Titanium ได้ผสานฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างหน้าจอพับ ส่วนโครงสร้างภายนอกเลือกใช้ Advanced Armor Aluminum เพื่อมอบความแข็งแรงและความทนทานที่จำเป็นสำหรับเฟรมตัวเครื่องที่บางเบา นอกจากนี้ วัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการความร้อน เมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่สำหรับระบายความร้อนภายในย่อมลดลงตามไปด้วย ซัมซุงจึงเลือกใช้กราไฟต์ที่มีประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างระบายความร้อนให้เหมาะกับขนาดและระดับประสิทธิภาพของแต่ละรุ่น สำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy Z Fold7 ได้มีการเพิ่มปริมาตรของชั้นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้น ซัมซุงยังนำวัสดุ Clad Metal มาใช้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง โดยผสานจุดเด่นของโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน วัสดุนี้จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างอันบางเฉียบไว้ได้ครบถ้วน นวัตกรรมด้านวัสดุจึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุที่เบาลง แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ใช่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้น้ำหนักและพื้นที่น้อยที่สุด  เจาะลึกทุกรายละเอียดของอุปกรณ์ทั้งเครื่อง – ลงลึกถึงความละเอียดระดับ 0.001 กรัม  เทคโนโลยีหลักและวัสดุใหม่เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัดในการทำให้เบาลง สำหรับมือถือจอพับที่ภายในอัดแน่นไปด้วยชิ้นส่วนที่ทำงานกันอย่างซับซ้อน การจะทำให้เบาลงได้เพียงไม่กี่กรัม หมายถึงการต้องตรวจทานชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง วิศวกรของซัมซุงได้ตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยอีกกว่า 180 ชนิด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอ บานพับ กล้อง ไปจนถึงแผงวงจร เสาอากาศ ขายึด เทปกาว และตัวยึดต่าง ๆ ความแม่นยำนี้ครอบคลุมไปถึงการลดขนาดลงทีละ 0.1 กรัม และ 0.1 มิลลิเมตร โดยชิ้นส่วนประกอบย่อยบางชิ้น สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อตัดวงจรที่ไม่จำเป็นออก ปรับตำแหน่งจัดวางชิ้นส่วน และลดขนาดพื้นที่แผงวงจรให้เล็กลงที่สุด ขณะที่เสาอากาศแบบ MFC (Magnetic Flux Channel) ก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกันเพื่อลดการซ้อนทับและการเบียดบังพื้นที่กับชิ้นส่วนรอบข้าง ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ภายในตัวเครื่องที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ชิ้นส่วนประกอบย่อยทุกชิ้นไม่ว่าจะเล็กเพียงใดล้วนผ่านการตรวจทานอย่างละเอียด จากชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เคยใช้อยู่กว่า 180 ชนิด ถูกตัดออกไปประมาณ 15 ชนิด จากนั้นวิศวกรได้ปรับปรุงชิ้นส่วนที่เหลืออีก 170 ชนิด ทั้งการตัดแต่งส่วนเกิน ปรับรูปทรง และคำนวณมิติใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงควบรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าเป็นโครงสร้างเดียวกันในจุดที่ทำได้ แม้ในบางจุดจะประหยัดน้ำหนักได้เพียง 0.001 กรัม และดูเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อมองแยกชิ้น แต่เมื่อนำมารวมกันทั้งเครื่อง เศษเสี้ยวของหนึ่งกรัมเหล่านั้นก็รวมกันกลายเป็นน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด การลดน้ำหนักบนมือถือหนึ่งเครื่อง จึงเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจทางวิศวกรรมชิ้นเล็ก ๆ นับร้อย ๆ ครั้งเข้าด้วยกัน ลดอีก 6 กรัม เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น  เป้าหมายคือการนำพื้นที่และน้ำหนักที่ลดลงจากการพัฒนาด้านวิศวกรรมกลับมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ กล้อง และระบบระบายความร้อน Galaxy Z Fold8 Ultra เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้ แม้ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold7 จะมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกัน และมีน้ำหนักเท่ากันที่ 215 กรัม แต่ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถเพิ่มความจุแบตเตอรี่จาก 4,400 mAh ขึ้นเป็น 5,000 mAh ได้สำเร็จภายใต้น้ำหนักเท่าเดิม แต่การเพิ่มความจุแบตเตอรี่ก็มาพร้อมความท้าทายใหม่ เพราะตัวแบตเตอรี่เองมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 กรัม ทีมพัฒนาจึงต้องเผชิญกับคำถามใหม่ว่า “เราจะไปตามหา 6 กรัมนี้มาจากจุดไหนอีก?” คำตอบไม่ได้อยู่ที่การปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียว ทีมวิศวกรจึงใช้วิธีการทำงานเชิงระบบกับตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งวัสดุ โครงสร้าง การจัดวางแผงวงจร ตำแหน่งชิ้นส่วน ลงลึกไปจนถึงชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เล็กที่สุด เพื่อค้นหาจุดที่พอจะลดน้ำหนักลงได้จากทุกองค์ประกอบ กลยุทธ์นี้ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ภายใน ด้วยการลดส่วนที่ซ้อนทับกันโดยไม่จำเป็นระหว่างหน้าจอ แผงวงจร เสาอากาศ และชิ้นส่วนรอบข้าง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดวางโครงสร้าง ซัมซุงจึงสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบระบายความร้อนและระบบกล้องให้ดียิ่งขึ้นได้ ส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถรองรับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมขยายปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Fold7 ที่มีขนาดใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 MP และเป็นครั้งแรกของ Galaxy Z Fold ที่มีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 MP แนวทางของซัมซุงในการสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่การตัดทอนความสามารถออกไป แต่เป็นการบริหารจัดการน้ำหนักและพื้นที่ที่ประหยัดได้ นำกลับไปทุ่มเทให้กับประสบการณ์ระดับเรือธงที่ผู้ใช้งานให้คุณค่ามากที่สุด  จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: นิยามใหม่แห่งมาตรฐานน้ำหนักมือถือจอพับ เส้นทางของมือถือจอพับเริ่มต้นขึ้นจาก Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ซึ่งมีน้ำหนัก 276 กรัม โดยตลอด 8 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ซัมซุงไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี วัสดุ และโครงสร้างภายในตัวเครื่องของมือถือจอพับ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เจเนอเรชันล่าสุด ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 253 กรัมใน Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ด้วยน้ำหนักเพียงเพียง 201 กรัม แต่เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงแค่การลดน้ำหนักตัวเครื่อง เป้าหมายของซัมซุงคือการทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่พกพาสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องยอมลดทอนคุณสมบัติระดับเรือธงที่ผู้ใช้คาดหวัง น้ำหนักและพื้นที่ที่ได้คืนมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วัสดุ และการออกแบบชิ้นส่วน ถูกนำกลับมาเติมเต็มให้แบตเตอรี่ กล้อง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์ระดับเรือธงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม ไม่มีวัสดุหรือชิ้นส่วนใดเพียงชิ้นเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือผลลัพธ์การสั่งสมจากงานวิศวกรรมตลอด 8 เจเนอเรชันให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมหลัก การใช้วัสดุใหม่ ๆ และการคิดค้นดีไซน์ของตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ Galaxy Z Fold พกพาง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนประสบการณ์ความเป็นมือถือเรือธงแม้แต่น้อย  สรุปเส้นทางสู่ความบางและเบายิ่งขึ้นของ Galaxy Z Fold Series ในรูปแบบตัวเลข -52 กรัม: Galaxy Z Fold8 มีน้ำหนักเบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม 1/3, 0.2 มิลลิเมตร: ฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์ในเทคโนโลยี Flex Titanium มีความบางประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ ขณะที่โครงสร้างโลหะรองรับหน้าจอได้รับการขึ้นรูปด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 0.2 มิลลิเมตร ~270 / 180+ / 0.001 กรัม: ซัมซุงตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยกว่า 180 ชนิด โดยปรับแต่งชิ้นส่วนบางชิ้นให้ลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม 5,000 mAh / +~7% / 200 MP + 50 MP: Galaxy Z Fold8 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 7% กล้องหลักความละเอียด 200 MP และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50MP ที่มา: ABM Connect ABM Connect Source: Originally published on ThaiPR.NET. Read the full article at ThaiPR.NET → ### “หุ้นกู้ BTS Group” ปี 2569 : ทางเลือกลงทุนในยุคตลาดผันผวน - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/bts-group-2569-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 “หุ้นกู้ BTS Group” ปี 2569 : ทางเลือกลงทุนในยุคตลาดผันผวน efinanceThai “หุ้นกู้ BTS Group” ปี 2569 : ทางเลือกลงทุนในยุคตลาดผันผวน  efinanceThai Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ซัมซุงชูจุดขาย เชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ One Samsung Ecosystem ด้วย AI ส่งแคมเปญ Samsung AI Buddy ทำให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/one-samsung-ecosystem-ai-samsung-ai-buddy Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ซัมซุงชูจุดขายหนึ่งเดียวในตลาด เชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ One Samsung Ecosystem ด้วย AI ส่งแคมเปญ Samsung AI Buddy ที่จะทำให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้นซัมซุงตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีอันดับ 1… ซัมซุงชูจุดขายหนึ่งเดียวในตลาด เชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ One Samsung Ecosystem ด้วย AI ส่งแคมเปญ Samsung AI Buddy ที่จะทำให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น ซัมซุงตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมเทคโนโลยีอันดับ 1 ในไทยและระดับโลก ประกาศขับเคลื่อนยุคใหม่แห่งการอยู่อาศัยด้วย AI Living ชูแนวคิดการเชื่อมต่อไร้รอยต่อผ่าน One Samsung Ecosystem ตอบโจทย์อินไซต์ผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาเทคโนโลยีอันชาญฉลาด ซึ่งเข้ามาช่วยเปลี่ยนความซับซ้อนในชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และไร้กังวลในทุกมิติ สะท้อนความสำเร็จจากยอดผู้ใช้งานระบบและแอปพลิเคชัน SmartThings ในไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในมิติของจำนวนผู้ใช้งานและสถิติการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พร้อมส่งแคมเปญการตลาด "Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้" มอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชันสุดพิเศษถึง 15 กันยายนนี้ วิสัยทัศน์ "Your Companion to AI Living" เปลี่ยนเทคโนโลยีสู่เพื่อนคู่คิด ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ ซัมซุงได้ประกาศวิสัยทัศน์ระดับโลก "Your Companion to AI Living" ซึ่งได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน The First Look ณ งาน CES 2026 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนบทบาทของ AI จากเพียงเครื่องมือทางเทคโนโลยี ไปสู่การเป็น 'บัดดี้' ที่แท้จริงในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค นายเซยุน คิม ประธานบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า "สำหรับซัมซุง AI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการเป็นบัดดี้ ที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเข้าไปผสมผสานและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างไร้รอยต่อ ในปีนี้ เรามุ่งต่อยอดวิสัยทัศน์ "Your Companion to AI Living" ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์นวัตกรรม AI ของซัมซุงอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอแนวทางการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่เพื่อดูแลผู้ใช้และครอบครัว วิสัยทัศน์นี้มุ่งเน้นการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน ตั้งแต่สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ทีวี ไปจนถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มาพร้อมฟีเจอร์ AI ทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่เราใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น Samsung Health, SmartThings, Calendar และอื่น ๆ การทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ด้วยการผสานอุปกรณ์ การบริการ และพันธมิตรต่าง ๆ เข้าไว้ในระบบนิเวศเดียวกัน ซึ่งช่วยต่อยอดความอัจฉริยะของฟีเจอร์แต่ละอย่าง เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเป็นหนึ่งเดียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น" อินไซต์คนไทยและสถิติการเติบโตของ SmartThings Ecosystem จากผลการศึกษาวิจัยผู้บริโภคของซัมซุง พบว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกซื้อเทคโนโลยีของผู้บริโภคคือ "ความสะดวกสบายและใช้งานง่าย" โดยผู้บริโภคไม่ได้มองหา AI ในฐานะฟีเจอร์เดี่ยว ๆ บนอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่มองหาประโยชน์ที่จับต้องได้จริง ซึ่งเข้ามาช่วยจัดการภาระในชีวิตประจำวัน ลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้มีความสุขและมีเวลามากขึ้น นางลัดดาวรรณ เลิศวศิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า "ผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคชี้ชัดว่า ความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งานคือหัวใจสำคัญในการตัดสินใจ ซึ่ง One Samsung Ecosystem ตอบโจทย์นี้ได้อย่างตรงจุด โดยทำหน้าที่เปรียบเสมือน 'ผู้ช่วยส่วนตัว' ที่คอยจัดการดูแลและอำนวยความสะดวกในทุกรายละเอียดของการดำเนินชีวิตอย่างไร้รอยต่อ เข้าใจความต้องการของแต่ละบุคคลได้ และช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในชีวิตประจำวันให้หมดไป ช่วยยกระดับประสบการณ์ชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างแท้จริง" ปัจจุบัน ซัมซุงครองความเป็นผู้นำด้วยฐานผู้ใช้งานอุปกรณ์ในประเทศไทยกว่า 37 ล้านเครื่อง โดยสถิติล่าสุด ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2569 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของอัตราการเปิดรับใช้งาน SmartThings Ecosystem ของผู้บริโภคชาวไทยอย่างเห็นได้ชัด ดังนี้: จำนวนผู้ลงทะเบียนใช้งาน (Registered Users): ทะลุ 4.8 ล้านราย เติบโตขึ้น 12% จากปี 2025 และขยายตัวต่อเนื่องผู้ใช้งานรายเดือน (Active User MAU): เติบโตขึ้นกว่า 34% เมื่อเทียบกับปลายปี 2025 สะท้อนการใช้งาน SmartThings ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ใช้งานรายสัปดาห์ (Active User WAU) เติบโตอย่างก้าวกระโดดกว่า 74% เมื่อเทียบกับปลายปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคมีการใช้งานแพลตฟอร์มอย่างสม่ำเสมอมากขึ้นเจาะลึก 3 ฟีเจอร์ยอดนิยมการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า เมื่อเจาะลึกในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยให้ความนิยมและใช้งานบริการ SmartThings ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่: SmartThings Energy: โดยอุปกรณ์หลักที่ใช้งานฟีเจอร์นี้ ได้แก่ เครื่องซักผ้า ทีวี เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อมอนิเตอร์และควบคุมปริมาณการใช้ไฟฟ้า และเปิดใช้งานฟีเจอร์ประหยัดพลังงานอัจฉริยะPet Care: โดยอุปกรณ์หลัก ได้แก่ สมาร์ทโฟน SmartTag ทีวี ระบบไฟส่องสว่าง และเครื่องปรับอากาศ ใช้สำหรับดูแล สอดส่อง สัตว์เลี้ยง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลายสบายตัวให้สัตว์เลี้ยงขณะเจ้าของไม่อยู่บ้านHome Care: โดยอุปกรณ์หลัก ได้แก่ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องฟอกอากาศ มุ่งเน้นการตรวจเช็กสถานะอุปกรณ์ พร้อมแนะนำโซลูชันการดูแลรักษา เช่น การแจ้งเตือนล้างแอร์ หรือการล้างถังซักผ้าอัตโนมัติแคมเปญ "Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้" และโปรโมชันพิเศษ เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภควงกว้าง ซัมซุงได้ปล่อยแคมเปญการตลาด "Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้" ผ่านวิดีโอคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ถ่ายทอดอินไซต์ความวุ่นวายในชีวิตประจำวันทั้งเรื่องสุขภาพ สัตว์เลี้ยง และการดูแลบ้าน ที่ถูกจัดการให้เป็นเรื่องง่าย โดยในวิดีโอแคมเปญ ได้ชูเคล็ดลับการดูแลตัวเอง การดูแลสัตว์เลี้ยง และการดูแลบ้านง่าย ๆ ด้วย AI ของซัมซุง ที่เปรียบเสมือน บัดดี้รู้ใจ ดูแลจบแบบครบลูป ที่จะช่วยดูแลตั้งแต่การทำงานของ Samsung Health ใน Galaxy Watch ที่ช่วย Tracking การออกกำลังกาย รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์เพื่อดูแลคุณ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่า Galaxy Watch ช่วยเตือนให้วิ่งได้แบบไม่หลุดโซน พร้อมหลังออกกำลังกาย ดูเมนูอาหารที่เหมาะกับการดูแลสุขภาพ หรือเพิ่มรายการส่วนประกอบของเมนูอาหารในตู้เย็นได้ด้วย หรือแม้แต่เมื่อ Now Brief บนมือถือ Samsung Galaxy แจ้งเตือนเรื่องสภาพอากาศ ก็สามารถสั่งเปิดแอร์ให้สัตว์เลี้ยงที่บ้านได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้กระทั่งให้ AI Buddy ช่วยดูแลงานบ้าน ตั้งเตือนบนทีวีซัมซุง เมื่อเครื่องซักผ้าทำงานเสร็จ ดูหนังเพลินแค่ไหน ก็ไม่ลืมตากผ้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเมื่อทุกอุปกรณ์เชื่อมต่อกันอย่างเข้าใจ ชีวิตที่ดีก็เป็นเรื่องง่ายขึ้นในทุกวัน ร่วมรับชมวิดีโอแคมเปญชูจุดเด่น AI และ SmartThings ที่จะมาเปลี่ยนชีวิตประจำวันให้เป็นเรื่องง่าย: วิดีโอแคมเปญหลัก Samsung AI Buddy: Samsung AI Buddy: The Buddy That Makes Life Easier https://www.youtube.com/watch?v=4msP48fHozUพร้อมกันนี้ ซัมซุงยังได้จัดโปรโมชันสุดพิเศษ มอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์สำหรับการซื้อผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 15 กันยายนนี้เท่านั้น* จัดใหญ่ ลดทันทีสูงสุด 50% เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการยิ่งซื้อ ยิ่งรับคืน เพียงสะสมยอดซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ รับเงินคืนสูงสุด 12,000.-ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแนวคิด AI Living และติดตามรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมและเงื่อนไขโปรโมชั่นได้ที่ Samsung AI Buddy: https://www.samsung.com/th/support/ai-living/ai-buddy/ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### รวม 5 ฟีเจอร์กล้อง ของ iPhone 18 Pro ที่หลุดในโค้ดของ iOS 27 ! URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-iphone-18-pro-ios-27-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รวม 5 ฟีเจอร์กล้อง ของ iPhone 18 Pro ที่หลุดในโค้ดของ iOS 27 ! - Apple News บทความใหม่ล่าสุด จากข้อมูลการวิเคราะห์เชิงลึกล่าสุดจากสมาชิกฟอรัม MacRumors ชื่อ “pdfu” พบว่า Apple กำลังพัฒนาแอปกล้องใน iOS 27 ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะเข้ามาใช้งานใน iPhone 18 Pro รุ่นใหม่ด้วย ซึ่งจะมีหลักๆ 5 อย่างด้วยกัน โค้ดของ iOS 27 Beta ชี้ให้เห็นถึงฟีเจอร์ 5 อย่างที่อาจจะเปิดตัวพร้อมกับ iPhone รุ่นใหม่ในสัปดาห์นี้ หรือในการอัปเดตซอฟต์แวร์ในอนาคต ดังนี้ เครื่องมือวิเคราะห์ค่าแสง: แอปกล้องสามารถแสดงรูปคลื่นหรือฮิสโตแกรมเพื่อช่วยในการประเมินค่าแสงขณะถ่ายภาพ ฮิสโตแกรมจะแสดงให้เห็นว่าส่วนใดของภาพมืดเกินไป สว่างเกินไป หรืออยู่ระหว่างกลาง ในขณะที่รูปคลื่นจะแสดงข้อมูลที่คล้ายกัน แต่จะจัดเรียงให้ตรงกับตำแหน่งของบริเวณเหล่านั้นในเฟรมภาพ การเน้นจุดโฟกัสและคำเตือนไฮไลต์: โค้ดใหม่จะแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซ้อนทับบนภาพตัวอย่างกล้อง การเน้นจุดโฟกัสจะไฮไลต์ขอบของสิ่งที่คมชัดโดยใช้เส้นขอบสี ในขณะที่การแสดงผลซ้อนทับอีกแบบจะเตือนเมื่อส่วนใดส่วนหนึ่งของภาพได้รับแสงมากเกินไป โดยใช้สีทึบ สีที่กะพริบ ลายเส้นทแยง หรือลวดลายตารางหมากรุก การถ่ายภาพแบบตั้งเวลาซ้ำ: Apple เพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพแบบตั้งเวลาหลายภาพติดต่อกัน แทนที่จะถ่ายเพียงภาพเดียว หลังจากถ่ายแต่ละภาพ การนับถอยหลังจะเริ่มต้นใหม่ทันที แทนที่จะรอให้ภาพบันทึกเสร็จสมบูรณ์ ดังนั้นจึงสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ การโฟกัสแบบแมนนวล: การควบคุมสำหรับการตั้งค่าและล็อคโฟกัสด้วยตนเอง แทนที่จะพึ่งพาการโฟกัสอัตโนมัติ ก็ปรากฏขึ้นในการทดสอบเช่นกัน ซึ่งคล้ายกับสิ่งที่ใช้งานได้แล้วในแอป Final Cut Camera ของ Apple ฟีเจอร์นี้เคยมีอยู่ใน iOS 26 โดยมีแถบเลื่อนสำหรับปรับโฟกัส แต่แถบเลื่อนนั้นถูกลบออกไปใน iOS 27 Beta 1 แล้ว โค้ดพื้นฐานสำหรับการล็อกโฟกัสยังคงอยู่ แต่ Apple จำกัดการใช้งานไว้เฉพาะอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับ iOS 27 หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่า ดังนั้นจึงใช้งานไม่ได้กับ iPhone รุ่นปัจจุบัน การแก้ไขภาพตามรูรับแสง: การเปลี่ยนแปลงวิธีการประมวลผลภาพถ่ายอาจเกี่ยวข้องกับ iPhone รุ่นใหม่ในอนาคตที่มีรูรับแสงแบบปรับได้ ซึ่งเป็นช่องเปิดเลนส์ที่สามารถขยายหรือแคบลงได้ แทนที่จะคงที่ iOS 27 สามารถปรับการแก้ไขเลนส์ได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่ารูรับแสง โดยผสมผสานระหว่างจุดอ้างอิงสูงสุดสี่จุดเพื่อทำให้ผลลัพธ์ดูเรียบเนียนขึ้น แม้ว่าฟีเจอร์ที่ซ่อนอยู่เหล่านี้อาจมีให้ใช้งานใน iPhone รุ่นอื่นๆ แต่การที่มีการแก้ไขภาพโดยใช้รูรับแสงที่อาจใช้งานใน iPhone 18 Pro ก็ชี้ได้ว่าบางอย่างก็มีให้ใช้งานในรุ่นใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ ฟีเจอร์ต่างๆ ด้านบนก็ยังไม่มีให้ใช้งาน iOS 27 Beta ด้วย โดย Apple อาจจะยังคงเก็บฟีเจอร์บางส่วนหรือทั้งหมดไว้ในเวอร์ชันตัวเต็มในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ครับ อ่านเพิ่มเติม: One UI 9.0 ตัวเต็มให้รุ่นเก่าอาจมาชนกับการเปิดตัว iPhone 18 Pro Apple เตรียมเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่นสัปดาห์นี้ มี iPhone Ultra จอพับ Tim Cook จะไม่ปรากฏตัวในวิดีโองาน Apple Event วันที่ 10 กันยายนนี้ Apple เตรียมเปิดตัว 6 ผลิตภัณฑ์ใหม่สัปดาห์หน้า มีทั้ง iPhone 18 Pro, iPhone Ultra และ AirPods 5 เปิดตัว Xiaomi Smart Band 11 จอ AMOLED สว่าง 2,000 นิต แบตใช้งานนาน 21 วัน ที่มา : MacRumors ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Lara Croft and the Temple of Osiris เปิดให้มาปลุกสายเลือดนักสำรวจ ออกผจญไปในสุสานอียิปต์โบราณแล้วบนมือถือสโตร์ไทย URL: https://onesiamsoft.com/articles/lara-croft-and-the-temple-of-osiris Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ล่าสุดนั้นทาง Feral Interactive ก็ได้ประกาศพร้อมวางจำหน่ายตัวเกม Lara Croft and the Temple of Osiris ตัวเกมแนว Action Adventure แล้วอย่างเป็นทางการบนมือถือสโตร์ไทย - Online Station หน้าแรก MOBILE GAME Lara Croft and the Temple of Osiris เปิดให้มาปลุกสายเลือดนักสำรวจ ออกผจญไปในสุสานอียิปต์โบราณแล้วบนมือถือสโตร์ไทย สิ้นสุดการรอคอย! ได้เวลามาปลุกสายเลือดนักผจญภัยไปด้วยกันกับ Lara Croft แล้ว! หลังจากที่ได้มีการเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้ากันไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดนั้นทาง Feral Interactive ก็ได้ประกาศพร้อมวางจำหน่ายตัวเกม Lara Croft and the Temple of Osiris ตัวเกมแนว Action Adventure ที่จะพาเราออกผจญไปกับ Lara Croft ให้กดซื้อกันแล้วทั้งบน Android และ iOS สโตร์ไทยLara Croft and the Temple of Osirisเตรียมนำทาง Lara มาฝ่าฟันไปในสุสานอิยิปต์ต้องสาปในเกมผจญภัย twin-stick Tomb Raider ซึ่งจะเต็มไปด้วยพัซเซิลสุดท้าทาย การต่อสู้สุดมันส์ และการผาดโผนสุดอันตราย เตรียมเผชิญหน้ากับฝูง Undead และเอาชนะอุปสรรคธรรมชาติเพื่อหยุดยั้ง Set เทพแห่งความชั่วร้ายจากการจับมนุษยชาติไปเป็นทาสไม่ว่าจะเป็นการออกช่วยโลกแบบโซโล่ หรือจะร่วมมือไปกับเพื่อนอีกสามคนในเกมเพลย์ online co-op ตัวเกม Temple of Osiris ก็พร้อมที่จะมามอบประสบการณ์ระดับคอนโซลแบบเต็มรูปแบบที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับมือถือ พร้อมรองรับ gamepad , เมาส์และคีย์บอร์ดแบบเต็มรูปแบบลองด่านแรกได้ฟรี!เริ่มต้นการผจญภัยของ Lara ได้ฟรี และหากถูกใจก็สามารถปลดล็อกเกมตัวเต็มและ DLC ทั้งหมดผ่านการซื้อในแอปเกม FAST-PACED TWIN STICK SHOOTINGระเบิดและถล่มเพื่อเปิดเส้นทางของคุณไปในสมรภูมิสุดเดือด กระโดด หลบ และกลิ้งตัวเพื่อสร้างความได้เปรียบปลดปล่อยพลังคลังอาวุธของคุณเปลี่ยนปืนคู่อันเป็นอาวุธประจำตัวของ Lara ไปเป็น shotguns, machine guns และกระทั่ง flamethrowers ยกระดับพลังการยิงด้วยแหวนและเครื่องรางที่จะมาช่วยเพิ่มค่าสถานะของคุณท้าทายไหวพริบและผจญภัยผาดโผนทดสอบไหวพริบและรีเฟล็กซ์ของคุณไปกับพัซเซิลสุดท้าทาย ชาเลนจ์ platform และสุสานที่เต็มไปด้วยกับดักอันตรายพาเพื่อนมา... ไม่ว่าจะหนึ่ง สอง หรือสาม!รวมทีมออกสำรวจสุสานไปกับสหายนักผจญภัย Carter Bell และเทพเจ้าอิยิปต์ Isis และ Horus ไปในเกมเพลย์ Co-op ที่รองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนเล่นง่าย ๆ เล่นได้เรื่อย ๆทำคะแนนให้สูงที่สุด ค้นพบของสะสมที่ถูกซ่อน และพิชิตชาเลนจ์จับเวลาไปในทุกด่านสนุกได้ไม่ว่าจะเป็น Touchscreen หรือ gamepad  ปรับแต่งการควบคุม และเชื่อมต่อ gamepad อันโปรดของคุณ หรือจะจะเล่นด้วยคีย์บอร์ดและเมาส์ที่รองรับก็ทำได้!ดาวน์โหลดตัวเกมบนสโตร์ไทย ติดตามข่าวเกมมือถืออื่นๆ ได้ที่ Online Station นี่มันกาชา หรือถุงเกลือ Previous article รีวิว Blue Lock ขังดวลแข้ง - เบียวแล้ว แต่ยังได้มากกว่านี้ Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์ฯ' พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788946320815 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 'เนาวรัตน์ฯ' แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ 'เนาวรัตน์ฯ' พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 09 กันยายน 2569 เวลา 16:07 น. เขียนโดยTransport Isranews 'เนาวรัตน์ฯ' แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้ว พร้อมให้เป็นผู้ทำแผนด้วย สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า วันที่ 9 กันยายน 2569 หลังจากที่รายงานถึงสถานการณ์ของ 2 บริษัทรับเหมาก่อสร้างคือ บมจ.เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง และ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ที่กำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน โดยเฉพาะบมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ ที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณาเมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมานั้น ส่องงบการเงิน ‘เพาเวอร์ไลน์ฯ-เนาวรัตน์ฯ’ หลังตึกใหม่ช้า-อุโมงค์น้ำกทม.ส่อขาดคุณสมบัติ ส่องงานในมือ ‘เพาเวอร์ไลน์-เนาวรัตน์ฯ’ 10 ปีย้อนหลัง 63 โครงการ 43,823 ล้านบาท ล่าสุด บมจ.เนาวรัตน์ฯ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 เรื่อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เนาวรัตน์ พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน มีเนื้อหาดังนี้ ตามที่ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย กลาง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และนัดฟังคำ พิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นั้น บริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ของบริษัท และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน บริษัทจะติดตามความคืบหน้าของกระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างใกล้ชิด และจะเปิดเผยสารสนเทศ ที่สำคัญและมีสาระสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ (function(d,a,b,l,e,_) { if(d[b]&&d[b].q)return;d[b]=function(){(d[b].q=d[b].q||[]).push(arguments)};e=a.createElement(l); e.async=1;e.charset='utf-8';e.src='//static.dable.io/dist/plugin.min.js'; _=a.getElementsByTagName(l)[0];_.parentNode.insertBefore(e,_); })(window,document,'dable','script'); dable('setService', 'isranews.org'); dable('sendLogOnce'); dable('renderWidgetByWidth','dablewidget_57wjaRo8_Almb64X1'); --> Source: Originally published on สำนักข่าวอิศรา. Read the full article at สำนักข่าวอิศรา → ### ธปท. ปฏิรูปกู้เงิน เปลี่ยนข้อมูลเป็นหลักประกัน ช่วย SME รอดหนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sme-7 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ธปท. ปล่อยยาแรง Open Banking/Your Data ทลายกำแพงสินเชื่อ แก้ไขหนี้พุ่ง และเพิ่มสภาพคล่องให้ SME ไทย ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวในลักษณะ K-Shaped กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (SME) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจกลับกำลังเผชิญศึกหนักจากทั้งต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น และปัญหาหนี้สินที่สะสมต่อเนื่อง ข้อจำกัดสำคัญที่เปรียบเสมือน กำแพงกั้น SME จากโอกาสในการเติบโต คือการไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเท่าเทียมและทันท่วงทีเพื่อแก้โจทย์เชิงโครงสร้างนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้เร่งผลักดันนโยบาย Open Banking ผ่านกลไกการเชื่อมโยงข้อมูลภายใต้แนวคิด Your Data (ข้อมูลของคุณ... เพื่อประโยชน์ของคุณ) ซึ่งนับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินครั้งใหญ่ของประเทศ ที่จะเปลี่ยนผ่านจากการมองข้อมูลเป็นสินทรัพย์ของสถาบันการเงิน มาสู่การคืนสิทธิ์ในข้อมูลให้แก่ผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ1.        ปลายทางความเหลื่อมล้ำจากหลักทรัพย์ค้ำประกัน สู่ Information-based Lending ในระบบการเงินแบบดั้งเดิม สถาบันการเงินมักประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้โดยพึ่งพา หลักประกัน เช่น โฉนดที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้าง ควบคู่ไปกับรายการเดินบัญชี (Statement) ของธนาคารนั้น ๆ ส่งผลให้ SME รายย่อยที่มีกระแสเงินสดหมุนเวียนดีแต่ขาดหลักทรัพย์ ต้องตกอยู่ในภาวะติดล็อคทางข้อมูล (Information Asymmetry) และถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อ หรือต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินจริงการเข้ามาของ Open Banking จะปลดล็อกการส่งต่อข้อมูลข้ามสถาบันการเงิน (Data Portability) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญดังนี้·       การแชร์ข้อมูลข้ามสถาบัน (Cross-Institutional Data Sharing): ผู้ประกอบการสามารถให้ความยินยอม (Consent) ในการส่งข้อมูลสเตตเมนต์หรือประวัติการชำระหนี้จากธนาคารเดิม ไปยังธนาคารแห่งใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาขอเอกสารกระดาษ·       การดึงข้อมูลทางเลือก (Alternative Data): สถาบันการเงินสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมนอกภาคการเงิน เช่น ประวัติการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการโทรคมนาคม ประวัติการเสียภาษี (e-Tax) หรือยอดขายบนแพลตฟอร์ม e-Commerce และ POS มาประเมินศักยภาพการชำระหนี้·       สินเชื่อฐานข้อมูล (Information-based Lending): การอนุมัติสินเชื่อจะอ้างอิงจาก "กระแสเงินสดและความสามารถในการทำธุรกิจจริง" มากกว่าการพึ่งพาโฉนดที่ดิน ทำให้ SME รายย่อยกู้เงินในระบบได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง2.    กลไกแก้ไขปัญหาหนี้สินและการเพิ่มสภาพคล่องในทางปฏิบัตินอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสในการกู้เงินใหม่ นโยบาย Open Data ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการคลี่คลายปัญหาหนี้เสีย (NPL) และเพิ่มสภาพคล่องให้ภาคธุรกิจใน 3 มิติหลัก·       กระตุ้นการแข่งขันด้านดอกเบี้ยเพื่อลดต้นทุน: เมื่อข้อมูลการเงินเชื่อมโยงระหว่างกัน SME สามารถใช้ข้อมูลประวัติการเงินเพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากหลายสถาบันการเงินพร้อมกันได้อย่างรวดเร็ว สร้างอำนาจต่อรองให้ผู้ประกอบการได้รับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการกู้ยืมที่ถูกลง·       ปลดล็อกการรีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ (Refinancing): การแชร์ข้อมูลภาระหนี้สินแบบครบวงจร ช่วยให้สถาบันการเงินเห็นภาพรวมหนี้ทั้งหมดของผู้กู้ได้อย่างถูกต้อง สามารถวางแผนรีไฟแนนซ์และปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจริง ช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือนอย่างได้ผล·       อัดฉีดสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น (Supply Chain Finance): ใช้ข้อมูลใบแจ้งหนี้ (Invoice) หรือยอดสั่งซื้อจริงในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าหรือหมุนเวียนคลังสินค้า ช่วยเพิ่มสภาพคล่องฉุกเฉินได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรอบการชำระเงินที่ยาวนาน3.    ข้อควรระวังและแนวทางปรับตัวของ SME ไทยแม้ Open Banking จะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ แต่ประโยชน์สูงสุดจะตกอยู่กับผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการปรับตัว โดย SME จำเป็นต้องเร่งยกระดับการบริหารจัดการภายใน ดังนี้·       การเข้าสู่ระบบบัญชีเล่มเดียว (Single Account): การบันทึกรายรับ-รายจ่ายที่ถูกต้องและโปร่งใส จะกลายเป็น "โปรไฟล์ทางการเงิน" ชั้นดีที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือบนโลกดิจิทัล·       การสร้าง Digital Footprint: ปรับเปลี่ยนช่องทางการชำระเงินและการค้าขายเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น PromptPay, QR Payment, e-Invoicing) เพื่อสร้างประวัติการทำธุรกรรมย่อยที่ตรวจสอบได้·       การบริหารความยินยอมและการปกป้องข้อมูล (Data Privacy): ศึกษาเงื่อนไขการให้ความยินยอมเปิดเผยข้อมูล (Consent Management) เพื่อปกป้องความลับทางการค้าและความเป็นส่วนตัวของธุรกิจก้าวสำคัญสู่ความเท่าเทียมทางการเงินนโยบาย Open Banking และ โครงการ Your Data ของ ธปท. ไม่ใช่เพียงเรื่องของเทคโนโลยีหรือระบบสถาบันการเงิน แต่คือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่จะทลายข้อจำกัดเดิม ๆ และคืนอำนาจทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการไทย การปลดล็อกให้ข้อมูลกลายเป็นหลักประกันรูปแบบใหม่ จะช่วยเติมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สิน และสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภาค SME ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลข้อมูลอ้างอิงธนาคารแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้ - ประชาชาติธุรกิจ URL: https://onesiamsoft.com/articles/15-11 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้ ประชาชาติธุรกิจ คลัง แจก 5 หมื่นบาท/หลัง ดึง 1 ล้านครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปลงทะเบียนกลางต.ค.นี้ Thai PBS ‘มหาดไทย’ จ่อเพิ่มสิทธิหนุนติดตั้ง ‘โซลาร์รูฟท็อป’ เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน เอกนิติ เล็งขยายสิทธิครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปเป็น 1.5 ล้านครัวเรือน มท.ชงบอร์ดกลั่นกรอง 11 ก.ย.นี้  ประชาชาติธุรกิจคลัง แจก 5 หมื่นบาท/หลัง ดึง 1 ล้านครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปลงทะเบียนกลางต.ค.นี้  Thai PBS‘มหาดไทย’ จ่อเพิ่มสิทธิหนุนติดตั้ง ‘โซลาร์รูฟท็อป’ เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน คาดเปิดลงทะเบียนกลางตุลาคมนี้  thestandard.coเปิดเงื่อนไข แจกเงินอุดหนุน 50,000 บาท ติดตั้ง "โซลาร์รูฟท็อป" ใครได้บ้าง คุ้มไม่คุ้ม?  เดลินิวส์มหาดไทยเล็งขยายเป้า “โซลาร์รูฟท็อป” ทะลุ 1.5 ล้านครัวเรือน ดีเดย์กลาง ต.ค. นี้  Thairath.co.th Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “ราคาน้ำมันเบรนท์” พุ่ง 2% ทะลุ 100 ดอลลาร์แล้ว ครั้งแรกในรอบ 2 เดือน | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/2percent-100-2-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันเบรนท์ พุ่งกว่า 2% ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐ-อิหร่านโจมตีตอบโต้ ขณะที่จีนกลับมาเร่งซื้อน้ำมัน หนุนตลาดตึงตัวและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ... ราคาน้ำมันเบรนท์ พุ่งกว่า 2% ทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐ-อิหร่านโจมตีตอบโต้ ขณะที่จีนกลับมาเร่งซื้อน้ำมัน หนุนตลาดตึงตัวและเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่จีนกลับมาเพิ่มการซื้อน้ำมันดิบ ช่วยผลักดันราคาน้ำมันอ้างอิงของโลกให้ปรับตัวสูงขึ้นสัญญาน้ำมันเบรนท์ในตลาดลอนดอนปรับขึ้นมากกว่า 2% ในวันพุธ หลังศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐทำลายเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่าน 5 ลำที่กำลังขนส่งน้ำมันดิบ เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐ ด้วยขีปนาวุธในช่วงข้ามคืนเหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งล่าสุดของสงครามที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันบางส่วนผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลกนอกจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางแล้ว การกลับมาเพิ่มการซื้อน้ำมันดิบของจีนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมายังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันราคาก่อนหน้านี้ จีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกได้ชะลอการซื้อ โดยเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาน้ำมันในช่วงแรกของความขัดแย้งอย่างไรก็ตามการกลับเข้าสู่ตลาดของผู้ซื้อจีนส่งผลให้ตัวชี้วัดสำคัญบางส่วนในตลาดน้ำมันปรับขึ้นแตะระดับแข็งแกร่งที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับตัวขึ้นมาแล้วมากกว่า 60% นับตั้งแต่ต้นปี และการทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ครั้งล่าสุดถือเป็น ช่วงที่ 3 ของปีนี้ ที่ราคาขึ้นมายืนเหนือระดับดังกล่าวราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล ปรับตัวขึ้นรุนแรงกว่าน้ำมันดิบ หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงไปยังทะเลแดงใกล้ซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกัน สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงสร้างแรงกดดันต่ออุปทานพลังงานการปรับตัวขึ้นพร้อมกันของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญ แรงกดดันเงินเฟ้อระลอกใหม่ และอาจเพิ่มความท้าทายให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ในการดำเนินนโยบายการเงินดาร์เรล เฟลตเชอร์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายสินค้าโภคภัณฑ์ของ Bannockburn Capital Markets กล่าวว่า แนวโน้มที่มีแรงต้านน้อยที่สุดในขณะนี้คือราคาจะค่อย ๆ ปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สงครามกำลังเข้าสู่เดือนที่ 7เขามองว่า ปัจจัยพื้นฐานของตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันยังคงเป็นบวกต่อราคา เนื่องจากปริมาณสินค้าคงคลังและน้ำมันสำรองทั่วโลกกำลังลดลง ขณะที่รูปแบบการโจมตีตอบโต้และการออกคำเตือนระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดน้ำมันยังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทานในระดับสูง โดยเฉพาะหากความขัดแย้งกระทบต่อการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น ขณะที่การกลับมาซื้อน้ำมันของจีนเพิ่มแรงหนุนด้านอุปสงค์ในเวลาเดียวกันอ้างอิง : bloomberg.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### HONOR Magic 9 Series เผยดีไซน์เตรียมเปิดตัว 28 ก.ย. ได้กล้องคู่ 200MP พร้อม Telephoto ซูมสูงสุด 500mm URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-magic-9-series-28-200mp-telephoto-500mm Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HONOR Magic 9 Series จะเปิดตัวในจีนวันที่ 28 กันยายนนี้ พร้อมกล้องคู่ 200MP และอุปกรณ์เสริมสำหรับ Telephoto ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการซูมให้มากขึ้นไปอีกขั้น HONOR เตรียมเปิดตัว HONOR Magic 9 Series อย่างเป็นทางการในประเทศจีนวันที่ 28 กันยายนนี้ พร้อมเปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว โดยจุดขายหลักของรุ่นใหม่นี้ จะอยู่ที่ตัวกล้องสำหรับการถ่ายภาพด้วยการซูม รวมถึงการถ่ายตอนกลางคืน รวมถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับ Telephoto ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการซูมให้มากขึ้นไปอีกขั้น ส่วนรุ่นที่วางขายล่าสุดในไทยคือ HONOR Magic8 Pro 5G ในราคา 39,990 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada หลังจากที่ก่อหน้านี้ทาง HONOR ของจีนได้ปล่อยทีเซอร์บางส่วนออกมาให้เห็นดีไซน์กล้อง พร้อมรายละเอียดนิดหน่อยกันไปแล้ว ล่าสุดก็ได้เผยภาพตัวเครื่องเต็มๆ พร้อมกับอุปกรณ์เสิมออกมาครบ โดยตัวกล้องของ HONOR Magic 9 จะใช้ชุดกล้อง ARRI ความละเอียด 200MP จำนวน 2 ตัวที่ HONOR บอกว่าออกแบบมาให้ถ่ายได้ดีทั้งกลางวัน กลางคืน และการถ่ายในระยะต่างๆ แน่นอนว่าการซูมก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เน้นมาให้ สำหรับกล้องหลักจะมีความละเอียด 200MP ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว พร้อมรูรับแสง f/1.57 ที่ช่วยรับแสงได้มากขึ้น เหมาะกับการถ่ายในที่แสงน้อย ส่วนกล้อง 200MP ARRI Super-Night Telephoto ใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.4 นิ้ว และรูรับแสง f/2.6 ที่ช่วยรักษารายละเอียดและลด Noise ได้ดีกว่าเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะตอนที่ต้องซูมในช่วงกลางคืน HONOR ยังเตรียมเปิดตัว Photography Master Kit อุปกรณ์เสริมสำหรับ HONOR Magic 9 Series ที่จะมีอุปกรณ์เสริม Telephoto ให้เลือก 2 แบบ รุ่นแรกเป็น Telephoto Extender ระยะ 500mm สำหรับถ่ายวัตถุที่อยู่ไกล เช่น วิว สัตว์ หรือบนเวที โดยไม่ต้องพกชุดกล้องและเลนส์ขนาดใหญ่ อีกตัวเป็น Telephoto Extender ระยะ 200mm ที่มีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเพียง 88 กรัม และยาว 81 มม. เหมาะกับการพกพามากกว่า ทั้งสองรุ่นเป็นเลนส์เสริมที่ทำงานร่วมกับระบบกล้องของตัวเครื่อง ไม่ใช่ระยะโฟกัส Native ของกล้องที่ติดมากับตัวโทรศัพท์โดยตรง สำหรับไลน์อัปการเปิดตัวคาดว่าจะมีอย่างน้อย 2 รุ่นคือ HONOR Magic 9 และ Honor Magic 9 Pro Max โดยทั้งสองรุ่นมีข่าวว่าจะใช้ชิปเรือธงรุ่นใหม่อย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 6 Series ของ Qualcomm โดยรายละเอียดเต็มทั้งสเปค ราคา และวันวางจำหน่ายจะเปิดเผยในงานวันที่ 28 กันยายนนี้ ที่มา: gizmochina Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### TFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 7 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/tfex-7-69 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดอนุพันธ์ (TFEX) รายงานสรุปปริมาณการซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 7 กันยายน 2569 ดังนี้ หน่วย : จำนวนสัญญา นักลงทุนสถาบัน นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนภายในประเทศ รวม ซื้อ ขาย สุทธิ ซื้อ ขาย สุทธิ ซื้อ ขาย สุทธิ Futures 94,033 169,186 -75,153 121,325 120,978 +347 217,881 143, บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด888/178 ถนนเพลินจิต ชั้น 17 อาคารมหาทุนพลาซ่า แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร: 0105533120440 (สนญ.) Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### มหาดไทยเล็งขยายเป้า “โซลาร์รูฟท็อป” ทะลุ 1.5 ล้านครัวเรือน ดีเดย์กลาง ต.ค. นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/15-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มท.เล็งขยายเป้า “โซลาร์รูฟท็อป” ทะลุ 1.5 ล้านครัวเรือน ชงคลังสัปดาห์นี้ รัฐแจกหลังละ 5 หมื่นบาท ดีเดย์กลาง ต.ค. “เอกนิติ” ชี้บ้านไหนใช้ไฟน้อยขายไฟคืนการไฟฟ้าฯได้เดือนละ 1,000 บาท ยาว 30 ปี มท.เล็งขยายเป้า “โซลาร์รูฟท็อป” ทะลุ 1.5 ล้านครัวเรือน ชงคลังสัปดาห์นี้ รัฐแจกหลังละ 5 หมื่นบาท ดีเดย์กลาง ต.ค. “เอกนิติ” ชี้บ้านไหนใช้ไฟน้อยขายไฟคืนการไฟฟ้าฯได้เดือนละ 1,000 บาท ยาว 30 ปีวันที่ 9 ก.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับประชาชน ว่า ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาตัวเลขความเป็นไปได้ในการขยายเป้าหมายครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 ล้านครัวเรือน เป็น 1.5 ล้านครัวเรือน โดยเตรียมเสนอรายละเอียดมายังกระทรวงการคลังภายในวันศุกร์นี้ หรือช้าสุดไม่เกินต้นสัปดาห์หน้า เพื่อขอใช้เงินภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ในส่วน 200,000 ล้านบาท ก้อนหลัง เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านพลังงาน คาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนได้ในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 นี้ และตั้งเป้าให้โครงการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570 โดยโครงการนี้รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนเงินให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทั้งแบบบนหลังคาและบนพื้นดิน โดยหากคำนวณจากเป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน จะใช้งบประมาณเบื้องต้นราว 50,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยกว่างบประมาณบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมาที่ใช้ไปถึง 60,000 ล้านบาท“หัวใจสำคัญของโครงการนี้คือ การเปลี่ยนประชาชนจาก ผู้บริโภค ให้กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า และสามารถขายไฟคืนให้รัฐได้ เพื่อสร้างรายได้ระยะยาว 25-30 ปี ด้านผลตอบแทนนั้น ประเมินเบื้องต้นว่าหากติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ และครัวเรือนนั้นมีการใช้ไฟน้อย จะมีรายได้จากการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าฯ ประมาณเดือนละ 1,000 บาท หรือหากเป็นบ้านที่ใช้ไฟเยอะ อย่างน้อยก็จะช่วยลดรายจ่ายค่าไฟลงได้อย่างมหาศาลตลอดอายุการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์” นายเอกนิติ กล่าวและว่าสำหรับประชาชนที่ไม่มีเงินก้อน ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐบาลได้ดึงสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน จากนั้นการไฟฟ้าฯ จะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองเลย เงื่อนไขสำคัญของผู้เข้าร่วมโครงการคือ จะต้องเป็น เจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า โดยให้สิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 สิทธิ์ และรัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนก็ต่อเมื่อการไฟฟ้าฯ ได้เข้าไปดำเนินการเชื่อมต่อระบบ หรือจั๊มไฟ เรียบร้อยแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริตนอกจากนี้ การไฟฟ้าฯ ยังเตรียมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานครั้งใหญ่ ซึ่งใช้เงินลงทุนของการไฟฟ้าเองบางส่วนโดยไม่พึ่งพาเพียงเงินกู้เท่านั้น ทั้งการเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทมิเตอร์ รุ่นใหม่, ทำระบบ Smart Grid, ขยายสายส่ง และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังร่วมมือกับกระทรวงแรงงานเพื่อจัดอบรมสร้างอาชีพช่างประกอบ ติดตั้ง และบำรุงรักษาโซลาร์เซลล์ให้คนไทย ตลอดจนหารือกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อพิจารณาลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนเซลล์แสงอาทิตย์ หวังกระตุ้นให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ และสร้างซัพพลายเชนในไทยเพื่อแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากจีนอีกด้วย Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### ซัมซุงชูจุดขาย เชื่อมมือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้า และ One Samsung Ecosystem ด้วย AI ส่งแคมเปญ Samsung AI Buddy ที่จะทำให้ชีวิตลูกค้าง่ายขึ้น | Brand Inside URL: https://onesiamsoft.com/articles/one-samsung-ecosystem-ai-samsung-ai-buddy-or-brand-inside Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ซัมซุง เผยทิศทางธุรกิจล่าสุด โดยพยายามชูนวัตกรรมแบบ One Samsung Ecosystem ผ่านวิสัยทัศน์ Your Companion to AI Living เพื่อรวมศูนย์การสั่งงานตั้งแต่สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่าง TV, แอร์, ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ไว้ในแอปพลิเคชัน SmartThings เพียงจุดเดียว การต่อสู้ในตลาดสมาร์ทโฮมและสินค้าเทคโนโลยียุคนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องใครมีชิป AI ที่ฉลาดกว่ากัน แต่คือเรื่อง “ใครทำให้ Ecosystem ในบ้านคุยกันได้ไร้รอยต่อที่สุด” ซัมซุง ประเทศไทย (Thai Samsung Electronics) เผยทิศทางธุรกิจล่าสุด โดยพยายามชูนวัตกรรมแบบ One Samsung Ecosystem ผ่านวิสัยทัศน์ Your Companion to AI Living เพื่อรวมศูนย์การสั่งงานตั้งแต่สมาร์ทโฟน สมาร์ทวอทช์ ไปจนถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่าง TV, แอร์, ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า ไว้ในแอปพลิเคชัน SmartThings เพียงจุดเดียว เบื้องหลังตัวเลข 37 ล้านเครื่องในไทย ปัจจุบัน ซัมซุงมีฐานอุปกรณ์ที่เปิดใช้งานในไทยราว 37 ล้านเครื่อง ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ใช้งานเหล่านี้ยอมก้าวเข้ามาสู่การเป็น “Smart Home User” เต็มตัว จากข้อมูล ณ ปลายเดือนสิงหาคม 2569 ซัมซุงเปิดเผยสถิติการใช้งาน SmartThings ในไทยดังนี้ ผู้ลงทะเบียน (Registered Users) ทะลุ 4.8 ล้านราย (เติบโต 12% จากปี 2568) ผู้ใช้งานรายสัปดาห์ (WAU) เติบโตขึ้น 74% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) เติบโตขึ้น 34% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ตัวเลข Active Users ที่พุ่งขึ้นสะท้อนว่า พฤติกรรมคนไทยเริ่มปรับตัวจากการมอง AI เป็นเพียงฟีเจอร์แปลกใหม่ มาเป็นการใช้งานเพื่อลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง 3 พฤติกรรมหลักที่คนไทยใช้สั่งงานบ้านผ่าน AI ข้อมูลการใช้งาน SmartThings ในไทยชี้ให้เห็นว่า ฟังก์ชันที่ถูกเรียกใช้มากที่สุดไม่ใช่ฟีเจอร์ซับซ้อน แต่เป็นเรื่องพื้นฐานใกล้ตัว 3 กลุ่ม: SmartThings Energy ใช้มอนิเตอร์และคุมการใช้ไฟฟ้าของแอร์ ตู้เย็น TV และเครื่องซักผ้า พร้อมเปิดโหมดประหยัดพลังงาน Pet Care การใช้ SmartTag ร่วมกับกล้อง TV และแอร์ เพื่อสอดส่องและปรับอุณหภูมิห้องให้สัตว์เลี้ยงเวลานอกบ้าน Home Care ระบบแจ้งเตือนสถานะเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น การตั้งเตือนล้างแอร์ หรือทำความสะอาดถังซักผ้าอัตโนมัติ แคมเปญกระตุ้นตลาดส่งท้ายไตรมาส นอกจากเรื่องเทคโนโลยี ซัมซุงได้ส่งแคมเปญการตลาด “Samsung AI Buddy ชีวิตง่าย จัดให้” โดยปล่อยคอนเทนต์สื่อสารการเชื่อมโยงข้ามอุปกรณ์ เช่น การเชื่อมข้อมูลจาก Galaxy Watch ไปสู่เมนูอาหารในตู้เย็น หรือการแจ้งเตือนจากเครื่องซักผ้าขึ้นบนหน้าจอ TV พร้อมจัดโปรโมชันลดราคาสินค้าสูงสุด 50% และรับเงินคืนสูงสุด 12,000 บาท จนถึงวันที่ 15 กันยายนนี้ เพื่อเร่งยอดขายและดึงผู้ใช้เข้าสู่ระบบ Ecosystem ของแบรนด์ก่อนจบไตรมาส 3 ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา Source: Originally published on Brand Inside. Read the full article at Brand Inside → ### “September Effect” ทองคำแค่ปรับฐานหรือรอรอบใหญ่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/september-effect-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 ก.ย. 69 10:28 น. กรุงเทพฯ (8 กันยายน 2569) – ฮั่วเซ่งเฮงมองทองคำเดือนกันยายนมีโอกาสผันผวนจากทิศทางดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และ Bond... Modal Upgrade PackageModal Upgrade PackageModal Upgrade PackageModal Upgrade Packageหน้าหลักหุ้นข่าว“September Effect” ทองคำแค่ปรับฐานหรือรอรอบใหญ่ 8 ก.ย. 2569 10:28 น.“September Effect” ทองคำแค่ปรับฐานหรือรอรอบใหญ่efinAIแท็กที่เกี่ยวข้องReported byนายศักดิ์ชาย งอกงามเจ้าหน้าที่ข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย Source: Originally published on efin.finance. Read the full article at efin.finance → ### ป้ายยา E-Reader น่าใช้ 2026 เลือกรุ่นที่ใช่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอ่าน - Inzpy URL: https://onesiamsoft.com/articles/e-reader-2026-inzpy Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ป้ายยา E-Reader น่าใช้ 2026 เลือกรุ่นที่ใช่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอ่าน Inzpy ป้ายยา E-Reader น่าใช้ 2026 เลือกรุ่นที่ใช่ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การอ่าน  Inzpy Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### Palantir ใช้ Nebius สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI อิสระภายในเขตของตน URL: https://onesiamsoft.com/articles/palantir-nebius-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Palantir Technologies และ Nebius Group ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 โดย Palantir กำหนดให้ Nebius เป็นพันธมิตรโครงสร้างพื้นฐาน AI อิสระที่ต้องการเป็นอันดับแรกและจะผสานรวมจุดสิ้นสุดการประมวลผลแ... Palantir Technologies และ Nebius Group ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 โดย Palantir กำหนดให้ Nebius เป็นพันธมิตรโครงสร้างพื้นฐาน AI อิสระที่ต้องการเป็นอันดับแรกและจะผสานรวมจุดสิ้นสุดการประมวลผลและการสรุปผลของ Nebius ไว้ภายในเขตขององค์กร Palantir สำหรับลูกค้าเชิงพาณิชย์ประกาศความร่วมมือ ซึ่งออกจากไมอามีและอัมสเตอร์ดัม นำโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลที่ออกแบบมาสำหรับ AI ของ Nebius และแพลตฟอร์มคลาวด์เข้าสู่ฐานลูกค้าเชิงพาณิชย์ของ Palantir หลังจากช่วงเวลาการผสานรวม ลูกค้า Palantir ที่มีสิทธิ์จะสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และการสรุปผลของ Nebius จากภายในเขตของ Palantir ทำให้พวกเขามีการควบคุมการประมวลผล ข้อมูล และโมเดลของตนความจุการประมวลผลและกลไกการปรับใช้บริษัทต่างกล่าวว่าจะร่วมมือเพื่อเร่งการปรับใช้ความจุการประมวลผลใหม่เพื่อให้บริการลูกค้า Palantir รวมถึงการปรับใช้ศูนย์ข้อมูลแบบโมดูลาร์ที่สถานที่ที่มีไฟฟ้าพร้อมใช้งานอยู่แล้ว วิธีการนี้มุ่งเน้นที่ตำแหน่งที่มีการเข้าถึงไฟฟ้าอยู่แล้ว แทนที่จะต้องสร้างโครงสร้างไฟฟ้าใหม่ก่อนความจุจะพร้อมใช้งานPalantir ระบุว่าเลือก Nebius เนื่องจากผู้ให้บริการนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อ AI ตั้งแต่ต้น ไม่ได้ดัดแปลงมาจากการคำนวณทั่วไป โดยมีโครงสร้างพื้นฐานและซอฟต์แวร์ออกแบบร่วมกันเพื่อรองรับงาน AI ที่ต้องการสูง Palantir ยังอ้างถึงความสามารถของ Nebius ที่สามารถผสานรวมโดยตรงกับระบบปฏิบัติการ AI อิสระของ Palantir Palantir บรรยายว่า Nebius เป็นหนึ่งในไม่กี่ผู้ให้บริการที่สามารถทำเช่นนั้นได้ชั้นระบบปฏิบัติการ AI อิสระPalantir อธิบายระบบปฏิบัติการ AI อิสระของตนว่าเป็นการสร้างบน AIP, Ontology, Foundry และ Apollo ซึ่งให้ชั้นการให้สิทธิ์และการแยกส่วนที่ทำให้องค์กรสามารถฝึกโมเดลบนข้อมูลทรัพย์สินของตนเองได้พร้อมกับคงการควบคุมการประมวลผล โมเดล ข้อมูล และข้อได้เปรียบที่โมเดลเหล่านั้นสร้างขึ้น Palantir วางกรอบการจัดการนี้ตามตำแหน่งที่ระบุว่า AI ควรทำหน้าที่ให้บริการองค์กร ไม่ใช่ควบคุมองค์กรตามเอกสารแพลตฟอร์มของ Palantir สถาปัตยกรรมมาตรฐานของ Palantir ประกอบด้วยสามแพลตฟอร์มที่ผสานรวมกัน Apollo เป็นแพลตฟอร์มการส่งมอบต่อเนื่องที่จัดการโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานที่โฮสต์บริการ Foundry และ AIP โดยประสานการอัปเกรดโดยไม่มีเวลาหยุดทำงานระหว่างบริการและทรัพย์สิน Foundry เป็นแพลตฟอร์มการดำเนินงานข้อมูลพื้นฐานที่ให้ความสามารถหลักสำหรับการจัดการข้อมูล การเขียนตรรกะ การพัฒนา Ontology การวิเคราะห์ และการพัฒนากระบวนการทำงาน AIP เป็นแพลตฟอร์ม AI สร้างสรรค์ที่ให้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยกับโมเดลภาษาใหญ่ ชุดเครื่องมือพัฒนาสำหรับสร้างเอเจนต์และการอัตโนมัติ แอปพลิเคชันผู้ใช้ปลายสุดที่เปิดใช้ AI และกรอบการประเมินสำหรับการกำกับกระบวนการทำงาน AI ในสภาพการผลิตเอกสารระบุว่าสถาปัตยกรรมที่ผสานรวมของ AIP, Foundry และ Apollo ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นระบบปฏิบัติการระดับองค์กร ด้วยสถาปัตยกรรมความปลอดภัยแบบรวมที่ครอบคลุมทั้งสามแพลตฟอร์มในระดับโครงสร้างพื้นฐาน แพลตฟอร์ม และความปลอดภัยขององค์กร ในระดับโครงสร้างพื้นฐาน ทุกส่วนประกอบทำงานด้วยแนวคิดศูนย์ความเชื่อถือ (zero trust) และในระดับแพลตฟอร์ม การควบคุมรวมถึงการควบคุมการเข้าถึงตามบทบาท การทำเครื่องหมาย และตามวัตถุประสงค์ที่เชื่อมโยงกับการติดตามและการตรวจสอบอัตโนมัติโมเดลเปิดและข้อมูลของลูกค้าลูกค้า Palantir ที่มีสิทธิ์จะสามารถปรับใช้โมเดลเปิดบนโครงสร้างพื้นฐานของ Nebius และปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องโดยใช้ข้อมูลของตนเองสำหรับโดเมนเฉพาะของพวกเขา บริษัทต่างกล่าวว่าการนี้ทำให้องค์กรสามารถสร้าง AI ที่สามารถเหนือกว่าโมเดลปิดทั่วไปสำหรับกรณีการใช้งานเฉพาะได้ พร้อมกับคงการควบคุมทั้งข้อมูลและโมเดลที่ได้ตามประกาศ ความร่วมมืออิงตามวิสัยทัศน์ร่วมกันว่าโมเดลเปิดและข้อมูลลูกค้าที่วนกลับกันสร้างสติปัญญาโดเมนที่ฉลาดที่สุดและให้ความปลอดภัยที่ดีกว่า การนำโครงสร้างพื้นฐานของ Nebius เข้าไปในเขตของ Palantir เปิดตัวเลือกนี้ให้กับองค์กรเชิงพาณิชย์ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีตัวเลือกอิสระในการรันโมเดลของตนบนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้“โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลของ Nebius ทำให้คุณสามารถรันโมเดล AI ของตนเองภายใต้เงื่อนไขที่คุณควบคุมได้” กล่าวโดย Alex Karp ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Palantir “Ontology ของเราและโครงสร้างพื้นฐานของพวกเขาจะเป็นฐานรองรับอธิปไตยที่พันธมิตรของเราต้องการ”Arkady Volozh ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Nebius กล่าวว่าองค์กรต้องการทั้งประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่และการควบคุมข้อมูลและโมเดลของตนเอง “ร่วมกับ Palantir เรากำลังนำสิ่งนี้ไปสู่ลูกค้าเชิงพาณิชย์เพื่อให้พวกเขาสามารถรันโมเดลเปิดที่ปรับแต่งแล้วบนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้” Volozh กล่าวตำแหน่งของบริษัทระบบปฏิบัติการ AI อิสระให้ชั้นการควบคุม และความร่วมมือขยายชั้นฐานการประมวลผลและการสรุปผลให้กับลูกค้าที่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถกำกับดูแลได้ภายในเขตของตนเอง เอกสารของ Palantir ระบุว่าสถาปัตยกรรมของบริษัทถูกออกแบบให้สามารถขยายและผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับบริการและแอปพลิเคชันอื่น ๆ และกรอบงาน Compute Modules ของ Palantir อนุญาตให้นักพัฒนานำคอนเทนเนอร์ของตนเองเข้ามาอย่างปลอดภัย รวมถึงโมเดลภาษาใหญ่ที่บรรจุในคอนเทนเนอร์ ไปยังเมชที่จัดการโดย ApolloNebius ซึ่งจดทะเบียนบน Nasdaq และมีสำนักงานใหญ่ในอัมสเตอร์ดัม กำลังสร้างแพลตฟอร์มคลาวด์ AI แบบเต็มสแตกที่ครอบคลุมตั้งแต่การฝึกข้อมูลและโมเดลจนถึงการนำไปใช้งานในขั้นตอนการผลิต ให้บริการสตาร์ทอัพและองค์กรที่สร้างผลิตภัณฑ์ AI, เอเจนต์และบริการต่าง ๆ ประกาศของ Nebius ยืนยันการกำหนดให้เป็นพันธมิตรที่ต้องการและแผนการนำจุดสิ้นสุดการประมวลผลและการสรุปผลของ Nebius เข้าไปในเขตองค์กรของ Palantir หลังจากช่วงการผสานรวม พร้อมระบุว่าบริษัทจะร่วมมือกันเพื่อเร่งการเปิดใช้งานความจุ AI ใหม่ให้เร็วขึ้น ทีโอ แนช เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่สร้างโดย AI ที่ Unite.AI โดยครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน AI, การคำนวณ และระบบฮาร์ดแวร์ที่ขับเคลื่อน AI ในยุคปัจจุบัน งานของเขาเน้นไปที่รากฐานทางเทคนิคเบื้องหลังการทำงาน AI ในระดับใหญ่ รวมถึงศูนย์ข้อมูล, อุปกรณ์เร่งความเร็ว, เครือข่าย และซอฟต์แวร์ที่เชื่อมโยงระบบเหล่านั้นเข้าด้วยกัน Source: Originally published on Unite.AI. Read the full article at Unite.AI → ### คลัง แจก 5 หมื่นบาท/หลัง ดึง 1 ล้านครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อปลงทะเบียนกลางต.ค.นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-1-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รัฐลุยแจก 5 หมื่น/หลัง ติดโซลาร์รูฟท็อป นำร่อง 1 ล้านครัวเรือน เปิดลงทะเบียนกลางเดือน ต.ค.นี้ ตั้่งเป้าแจก 1.5 ล้านครัวเรือน จับมือ 3 ธนาคารรัฐ ปล่อยสินเชื่อติดตั้งให้ก่อน เพื่อให้ประชาชนไม่มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าส่วนเกิน วันนี้ ( 9 ก.ย.2569)นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมขับเคลื่อนโครงการ โซลาร์ภาคครัวเรือน สำหรับประชาชนอย่างน้อย 1 ล้านครัวเรือน หวังช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและเปลี่ยนประชาชนจากผู้บริโภคมาเป็นผู้ผลิตพลังงานรายย่อย เพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน และราคาน้ำมันแพง จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินอุดหนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมประสานความร่วมมือระหว่างการไฟฟ้า สถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในการปล่อยสินเชื่อติดตั้ง โดยให้ประชาชนผ่อนชำระผ่านรายได้จากการขายไฟฟ้าคืนให้แก่การไฟฟ้า ทำให้ประชาชนไม่ต้องใช้เงินลงทุนเองในเบื้องต้น ประเมินว่า หากครัวเรือนติดตั้งระบบขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ และใช้ไฟน้อย จะสามารถสร้างรายได้จากการขายไฟคืนเดือนละประมาณ 1,000 บาท ตลอดอายุการใช้งานแผงโซลาร์เซลล์ 25-30 ปี นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้วยการติดตั้งระบบมิเตอร์อัจฉริยะ (Smart Meter) ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Storage) เพื่อรองรับการรับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เงื่อนไขกำหนดให้สิทธิ์ 1 ครัวเรือน ต่อ 1 มิเตอร์ที่เป็นเจ้าของไฟฟ้า คลัง แจก 5 หมื่นบาท/หลัง ดึง 1 ล้านครัวเรือนติดโซลาร์รูฟท็อป ลงทะเบียนกลางต.ค.นี้ รัฐบาลเตรียมจัดฝึกอบรมทักษะแรงงานไทยร่วมกับกระทรวงแรงงาน ทั้งด้านการประกอบ ติดตั้ง และบำรุงรักษา เพื่อสร้างอาชีพใหม่ รวมถึงประสาน BOI และกรมศุลกากรในการปรับลดภาษีนำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนที่ไทยยังไม่สามารถผลิตเองได้ เช่น เซลล์แสงอาทิตย์ เพื่อช่วยลดต้นทุน อย่างไรก็ตามคาดว่า กระทรวงมหาดไทย จะเสนอรายละเอียดโครงการต่อกระทรวงการคลัง ช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยตั้งเป้าเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้กลางเดือนตุลาคมนี้ และตั้งเป้าหมายดำเนินการให้บรรลุผลภายในสิ้นปีหน้า และอาจพิจารณาขยายกรอบเป้าหมายเพิ่มเป็น 1.5 ล้านครัวเรือนในอนาคต อ่านข่าว: หมดเกลี้ยง "พันธบัตรออมพลัส" ครั้งที่ 2 "คลัง" เผย เตรียมเปิดจองอีกรอบ 7-9 ก.ย. นี้เหรียญสองด้าน Data Center จัดแถวรับแรงกดดัน "ภูมิรัฐศาสตร์โลก"กกร.ผนึก World Bank ดัน กรอ. 4 เสา ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### “ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดลบ สงครามตะวันออกกลางเดือด ดันเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 &quot;ตลาดหุ้นยุโรป&quot; เปิดลบ หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ดันราคาน้ำมันเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนหวั่นเงิ... "ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดลบ หลังความขัดแย้งตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ดันราคาน้ำมันเบรนท์แตะ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล นักลงทุนหวั่นเงินเฟ้อเร่งตัว จับตาประชุม ECBวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 15.09 น. ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจุดชนวนความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อให้กลับมาเร่งตัวอีกครั้ง พร้อมลดโอกาสที่ธนาคารกลางต่าง ๆ จะสามารถผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ในระยะใกล้ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ระดับ 647.90 จุด ลดลง 1.70 จุด หรือ 0.26% ขณะที่ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศสเปิดที่ 8,258.24 จุด ลดลง 59.74 จุด หรือ 0.72% และดัชนี DAX ของเยอรมนีเปิดที่ 25,870.98 จุด ลดลง 136.65 จุด หรือ 0.53% สะท้อนบรรยากาศหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางขยายวงกว้างขึ้นสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากเมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน เปิดฉากโจมตีหลายเมืองในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้พันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งมากขึ้น ขณะเดียวกัน กองกำลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านหลายลำ ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนการปะทะระลอกล่าสุดเพิ่มความกังวลว่าความขัดแย้งอาจสร้างแรงกดดันต่ออุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางมากขึ้น หลังตลาดน้ำมันเผชิญภาวะตึงตัวอยู่แล้วจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งขึ้นเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อตลาดการเงิน เนื่องจากอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง และราคาสินค้า ซึ่งเสี่ยงทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมารุนแรงขึ้น และทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้สำหรับยุโรป นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของ ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ แม้เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่าความต้องการคุมเข้มนโยบายเพิ่มเติมมีจำกัดก็ตามอย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกำลังเพิ่มความซับซ้อนให้กับการตัดสินใจของ ECB เนื่องจากยุโรปมีความอ่อนไหวต่อราคาพลังงานสูง หากต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจทำให้กระบวนการชะลอเงินเฟ้อเป็นไปได้ยากขึ้น และจำกัดพื้นที่ในการผ่อนคลายนโยบายการเงินตลาดจึงยังคาดการณ์ว่า หลังการประชุมในสัปดาห์นี้ ECB อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 และอีก 1 ครั้งในปี 2570 หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงผลักดันราคาน้ำมันและต้นทุนพลังงานให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### แคนาดาประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ต่อสินค้าของสหรัฐฯ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788943892752 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 VTV.vn - การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 50% กับสินค้าแคนาดาในปริมาณที่เท่ากัน หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันเศรษฐกิจแคนาดาประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ต่อสินค้าของสหรัฐฯ มูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการVTV.vn - การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 50% กับสินค้าแคนาดาในปริมาณที่เท่ากันĐài truyền hình Việt Nam•09/09/2026 มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าครั้งใหม่ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือ ตามรายงานของ AFP ระบุว่า มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากร 15%, 25% และ 50% กับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 27.6 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยเน้นไปที่เหล็ก อลูมิเนียม และผลิตภัณฑ์นม เช่น ชีส อย่างไรก็ตาม แคนาดาได้ถอดสินค้าอาหารทะเลบางรายการออกจากรายการเบื้องต้นแล้ว การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าแคนาดาในปริมาณที่เท่ากัน โดยอ้างว่าสหรัฐฯ เลือกปฏิบัติกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยานยนต์ และผลิตภัณฑ์นม มาตรการของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อสินค้าส่งออกของแคนาดาไปยังสหรัฐฯ ประมาณ 5.5% ความตึงเครียดยังคงลุกลามไปยังภาคธุรกิจ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ทรัมป์ขู่ว่าจะระงับการขายเครื่องบินของบริษัทบอมบาร์เดียร์ในสหรัฐฯ หากผู้ผลิตจากควิเบกรายนี้ไม่ย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องนี้ เพื่อตอบโต้คำแถลงดังกล่าว บอมบาร์เดียร์ยืนยันว่า บริษัทกำลังสร้างงานโดยตรงหลายหมื่นตำแหน่งในกว่า 20 รัฐของสหรัฐฯ และใช้จ่ายเงินมากถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ต่อปีกับเครือข่ายซัพพลายเออร์ประมาณ 2,800 รายใน 47 รัฐของสหรัฐฯ เครื่องบินบอมบาร์เดียร์หลายพันลำกำลังปฏิบัติการอยู่ในฝูงบินภายในประเทศของสายการบินสหรัฐฯ นักวิเคราะห์ประเมินว่าภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อ เศรษฐกิจ โดยรวมของแคนาดาในระดับปานกลางเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจะรุนแรงกว่ามากสำหรับภาคการผลิตในภาคกลางของประเทศ นายกรัฐมนตรี แคนาดา มาร์ค คาร์นีย์ (ภาพ: รอยเตอร์) การเจรจาทวิภาคีล้มเหลวในวันที่ 21 สิงหาคม เมื่อนายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ค คาร์นีย์ ประกาศระงับการเจรจา คาร์นีย์ให้เหตุผลว่าเงื่อนไขของสหรัฐฯ นั้นยอมรับไม่ได้ โดยวิพากษ์วิจารณ์การที่วอชิงตันเพิ่มข้อผูกมัดในนาทีสุดท้ายของข้อตกลงทางการค้าระหว่างแคนาดากับประเทศที่สาม รวมถึงการข่มขู่ที่เกี่ยวข้องกับภาษาฝรั่งเศสและวัฒนธรรมของควิเบก ต่อมา เจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันว่าวอชิงตันเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนของประเด็นภาษาฝรั่งเศส และจะไม่ใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจา อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้ติดต่อกันอีกจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าท่าทีที่แข็งกร้าวของนายกรัฐมนตรีคาร์นีย์จะได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากประชาชนภายในประเทศ แต่เศรษฐกิจแคนาดายังคงพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาก โดยเกือบ 60% ของสินค้านำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา และประมาณ 70% ของสินค้าส่งออกก็มีจุดหมายปลายทางที่ตลาดนั้น เพื่อช่วยเหลือธุรกิจและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า รัฐบาล แคนาดาได้ประกาศมาตรการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่า 7.5 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (เทียบเท่า 5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เนื่องจากช่องทางการเจรจายังคงหยุดชะงัก ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานและงานทั้งสองฝั่งพรมแดนจึงคาดว่าจะเพิ่มขึ้น ที่มา: https://vtv.vn/canada-chinh-thuc-ap-thue-tra-dua-hang-chuc-ty-usd-hang-hoa-my-100260908203626752.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ 32.90 บาท/ดอลลาร์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/3290-or-or-line-today-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ 9 ก.ย... ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์9 ก.ย. 2569 - นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.87-32.95 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น จนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ Brent เข้าใกล้โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้งทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวลดลงสู่โซน 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่โดยรวมเงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ซึ่งได้อานิสงส์จากการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ของตลาดการเงินเอเชีย (ตามเวลาประเทศไทย) หลังรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ Scott Bessent ได้กล่าว “I am the house now” เพื่อส่งสัญญาณต่อผู้เล่นในตลาดว่า ไม่ควรท้าทายความพยายามในการช่วยให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นระหว่างทางการสหรัฐฯ กับทางการญี่ปุ่น ส่งผลให้ล่าสุด เงินเยนญี่ปุ่นได้แข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซน 153 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับราว 154.50 เยนต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ถ้อยแถลงดังกล่าวสำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB)เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูงในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในลักษณะ Sideways หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะ ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI และอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ โดยในเบื้องต้น เราประเมินว่า เงินบาทจะยังคงมีโซนแนวรับแถว 32.75-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านจะอยู่ในช่วง 32.95-33.00 บาทต่อดอลลาร์ทั้งนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่ และหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน จะยังคงสร้างแรงกดดันต่อเงินบาท จนกว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลงบ้าง (ซึ่งเรากังวลใจว่า โอกาสที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้น อาจสูงกว่าที่เคยประเมินไว้ หลังกลยุทธ์การตอบโต้ของฝั่งอิหร่านและพันธมิตร Axis of Resistance อย่าง Houthi มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน)ซึ่งแม้ว่า ในช่วงสัปดาห์นี้ เงินบาทจะได้แรงหนุนบ้าง จากอานิสงส์การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น แต่เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อาจชะลอลง และในช่วงระหว่างวันเงินเยนญี่ปุ่นเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง ซึ่งอาจช่วยชะลอโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท อย่างไรก็ดี เรามองว่า ถ้อยแถลง “I am the house now” ของรัฐมนตรีคลังฯ สหรัฐฯ Scott Bessent เป็นสิ่งที่ควรทำให้ ผู้เล่นในตลาดระวังความผันผวนของเงินเยนญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูงอีกทั้งเตรียมรับมือกับการแข็งค่าขึ้นเพิ่มเติมของเงินเยนญี่ปุ่น และความเสี่ยงที่หากเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ในระยะสั้น อาจยิ่งกระตุ้นการปรับลดสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดโดยเฉพาะในส่วนของฝั่ง Short JPY ( มองเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง) จนนำไปสู่ภาพการ Unwind JPY-Carry Trade ได้ (แนะนำ ควรอ่านเพิ่มเติมในงานวิจัยของ IMF “The Anatomy of Sudden Yen Appreciations”)ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” แต่หากเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน จะเป็นการกลับสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ใน Time Frame รายสัปดาห์ (เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ใน Time Frame รายวัน หลังแข็งค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน)มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์มุมมองตลาดอื่น ๆบรรยากาศใน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น ทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลต่อภาพการ Unwind JPY-Carry Trade ซึ่งอาจสร้างแรงขายต่อบรรดาสินทรัพย์เสี่ยง อย่าง หุ้นธีม AI/Semiconductor ได้ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dowjones ปรับตัวลง -1.18% ส่วน ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.58% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง -0.32%ทางฝั่ง ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ทรงตัว แทบไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าโดยรวมบรรยากาศในตลาดหุ้นยุโรปจะถูกแรงกดดัน จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความร้อนแรงขึ้น ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปยังคงได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มเหมืองแร่และหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามการปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงนี้ อนึ่ง ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ตามแรงขายหุ้นกลุ่ม Healthcare โดยเฉพาะ Novartis -10.9% หลังบริษัทรายงานผลการทดลองยาที่น่าผิดหวังในส่วน ตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอนึ่ง เราคงมองว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวังโดย FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้ ซึ่งระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30%และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ทางด้าน ตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น หนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานและกดดันบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 98.7 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.7-99.0 จุด)ในส่วนของ ราคาทองคำ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่าลง ทว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) กลับปรับตัวลดลงต่อเนื่องเกิน -1% สู่โซน 4,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจหนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักสำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชน รายสัปดาห์ โดย ADP เพื่อประกอบการประเมินภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานภาวะตลาดพลังงานในระยะสั้น (Short-Term Energy Outlook) โดยทาง EIA ซึ่งรายงานดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคาพลังงานได้ทางฝั่งเอเชีย ไฮไลท์สำคัญยังคงอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนสิงหาคม ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึงการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจส่งผลต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้อ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง-ราคาน้ำมัน ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788943875925 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาข้าวสาลีในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นฟูการส่งออกธัญพืชข้ามทะเลดำยังคงไม่แน่นอน ซึ่งยิ่งทำให้ตลาดมีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หน้าหลักเศรษฐกิจการลงทุน - การเงินราคาข้าวสาลีในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นราคาข้าวสาลีในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นฟูการส่งออกธัญพืชข้ามทะเลดำยังคงไม่แน่นอน ซึ่งยิ่งทำให้ตลาดมีความกังวลอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานBáo Công thương•09/09/2026กระแสเงินสดกลับเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โลก ในวันที่ 8 กันยายน แรงซื้อที่แข็งแกร่งในโลหะส่งผลให้ดัชนี MXV ของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เวียดนาม (MXV) เพิ่มขึ้น 0.4% แตะระดับ 2,992 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ที่น่าสังเกตคือ ราคาทองแดงในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นิวยอร์ก (COMEX) และตลาดโลหะลอนดอน (LME) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในระหว่างการซื้อขาย MXV-ดัชนี มีข้าวสาลีผลผลิตใหม่จำนวนมาก เมื่อวันที่ 8 กันยายน สินค้าเกษตรส่วนใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยข้าวสาลีเป็นหนึ่งในสินค้าที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุด เนื่องจากความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และ ยูเครน ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ความหวังที่จะกลับมาส่งออกข้าวสาลีผ่านทะเลดำในปริมาณมากนั้นเป็นเพียงชั่วคราว ในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ชิคาโก (CBOT) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีเดือนธันวาคมปรับตัวขึ้นประมาณ 1.8% สู่ระดับ 274.5 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ข้าวสาลีจากรัฐแคนซัสปรับตัวขึ้นมากกว่า 2% สู่ระดับ 300.9 ดอลลาร์ต่อตัน ในขณะเดียวกัน ปริมาณผลผลิตใหม่ในอเมริกาเหนือยังคงสร้างแรงกดดันต่อราคาอย่างต่อเนื่อง การเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิในสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ ตามรายงานตลาดจากต้นเดือนกันยายน ความคืบหน้าในการเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 77% ซึ่งสูงกว่าปกติ 9 เปอร์เซ็นต์ สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยในพื้นที่ผลิตหลักบางแห่งยังช่วยให้เกษตรกรเร่งการเก็บเกี่ยวได้อีกด้วย การคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีทั่วโลก ในตลาดอนุพันธ์ รายงาน Commitment of Traders (COT) แสดงให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุนซื้อสัญญาซื้อขายข้าวสาลีชิคาโกเพิ่มอีก 28,825 สัญญา ทำให้สถานะสุทธิของพวกเขาเพิ่มขึ้นเป็น 14,654 สัญญา การซื้อกลับของกองทุนเหล่านี้ช่วยหนุนราคาเพิ่มเติม แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะรักษาระดับราคาขาขึ้นไว้ได้ เนื่องจากราคาเข้าใกล้แนวต้านที่ 285-290 ดอลลาร์ต่อตัน ต้นทุนเชื้อเพลิงก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูในช่วงฤเก็บเกี่ยวเช่นกัน ราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนในการเก็บเกี่ยวและขนส่งสินค้าเกษตรในสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาที่ผู้ค้าสามารถจ่ายได้ในภูมิภาคที่ผลิตลดลง อย่างไรก็ตาม นี่เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดภายในประเทศเป็นหลัก และไม่ควรนำมาพิจารณาว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของการลดลงมากกว่า 6% ของราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในส่วนของปริมาณการส่งออกข้าวสาลีจากรัสเซีย SovEcon ประเมินว่าการส่งออกข้าวสาลีของประเทศในเดือนสิงหาคม 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2010 องค์กรดังกล่าวคาดการณ์การส่งออกในเดือนกันยายนไว้ที่ 1.8-2.3 ล้านตัน ดังนั้น ตัวเลข 1.8-2.3 ล้านตันจึงเป็นการคาดการณ์สำหรับเดือนกันยายน ไม่ใช่ตัวเลขจริงในเดือนสิงหาคม ดังนั้น ความปั่นป่วนในภูมิภาคทะเลดำจึงยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาข้าวสาลี ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้นำเข้ากำลังมองหาแหล่งจัดหาเพิ่มเติมจากผู้จำหน่ายรายอื่นแสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ในภูมิภาคนี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์ หากการส่งออกจากรัสเซียและยูเครนกลับมาเป็นปกติ แรงกดดันต่อราคาอาจเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน ความปั่นป่วนใหม่ใด ๆ ก็อาจช่วยหนุนตลาดได้อย่างรวดเร็ว ในตลาดภายในประเทศ ราคาข้าวสาลีอยู่ที่ประมาณ 270 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน หลังจากปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดสภาวะที่เอื้ออำนวยมากขึ้นสำหรับธุรกิจอาหารสัตว์และแปรรูปอาหารในการสำรองวัตถุดิบสำหรับช่วงที่เหลือของปี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่ราคาจะฟื้นตัวหากความเสี่ยงในทะเลดำเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง ปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีของเวียดนามในช่วงแปดเดือนแรกของปี ในช่วงเวลาที่จะถึงนี้ ตลาดจะให้ความสนใจกับรายงานอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตรโลกประจำเดือนกันยายน (WASDE) จากกระทรวง เกษตร ของสหรัฐอเมริกา (USDA) ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 11 กันยายน รายงานดังกล่าวจะอัปเดตข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสมดุลของการผลิต การบริโภค สินค้าคงคลัง และการค้า ซึ่งอาจทำให้ราคาข้าวสาลีผันผวนมากขึ้น นางสาวดาว ถิ หลิน หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านการลงทุนของ HCT กล่าวว่า ฤดูกาลยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อราคาข้าวสาลีในช่วงเวลานี้ โดยปกติแล้ว ราคาจะถูกกดดันเมื่อปริมาณผลผลิตใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม จากนั้นจะฟื้นตัวในช่วงปลาย ฤดูร้อน และมักจะถึงระดับสูงสุดในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ดังนั้น การเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันจึงต้องพิจารณาควบคู่ไปกับฤดูกาลและปริมาณผลผลิตจริงในตลาด นอกจากปัจจัยตามฤดูกาลแล้ว ความเสี่ยงในภูมิภาคทะเลดำยังคงไม่ได้รับการแก้ไข ประเทศในเอเชียที่ต้องการข้าวสาลีเพิ่มเติมจากออสเตรเลียและอาร์เจนตินาชี้ให้เห็นว่า การหยุดชะงักของการส่งออกจากรัสเซียและยูเครนยังคงส่งผลกระทบต่อตลาด หากการส่งออกจากทะเลดำกลับมาเป็นปกติ ราคาข้าวสาลีอาจเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ความเสี่ยงด้านอุปทานใหม่ใด ๆ ก็อาจหนุนราคาได้ นางลินห์กล่าวว่า รายงานอุปสงค์และอุปทานทางการเกษตรโลกประจำเดือนกันยายนของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะเผยแพร่ในคืนวันที่ 11 กันยายน จะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับการผลิต สินค้าคงคลัง และการค้า จะช่วยให้ตลาดประเมินได้ดีขึ้นว่าการปรับตัวในปัจจุบันจะดำเนินต่อไปหรือไม่ หรือราคาได้พบจุดสมดุลใหม่แล้ว ปริมาณสินค้าคงคลังนอกสหรัฐอเมริกาลดลงอย่างมาก ราคาทองแดงยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในวันที่ 8 กันยายน เนื่องจากตลาดกังวลเกี่ยวกับอุปทานทั่วโลก ขณะเดียวกันก็จับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงกลั่น ในตลาด LME สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดง 3 เดือน ปรับตัวสูงขึ้น 1.37% สู่ระดับ 14,708 ดอลลาร์ต่อตัน ระหว่างการซื้อขาย ราคาแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 14,779 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนที่ตลาด COMEX สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงเดือนพฤศจิกายน ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 2.1% ที่ 14,971 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน ความเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินในตลาด COMEX และ LME ความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยังคงส่งผลให้เกิดความแตกต่างด้านราคาอย่างมากระหว่างทองแดงในตลาด COMEX และ LME ซึ่งกระตุ้นให้ธุรกิจต่างๆ นำโลหะชนิดนี้เข้ามายังสหรัฐฯ การไหลเวียนนี้ได้เปลี่ยนแปลงการกระจายตัวของอุปทานระหว่างภูมิภาค กล่าวคือ ปริมาณทองแดงที่เข้าสู่สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ปริมาณโลหะที่มีอยู่ในศูนย์กลางการซื้อขายอื่นๆ ลดลง จากข้อมูลของโกลด์แมน แซคส์ การนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมมีปริมาณประมาณ 200,000 ตัน ขณะที่ปริมาณการขนส่งที่มาถึงท่าเรือตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 77,000 ตัน โดยอิงจากข้อมูลการติดตามเรือ การนำเข้าทองแดงเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ปริมาณทองแดงคงคลังยังแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสหรัฐอเมริกาและศูนย์กลางการค้าอื่นๆ ปริมาณคงคลังในคลังสินค้า COMEX พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ทองแดงในคลังสินค้า LME ลดลงอย่างมาก ปริมาณคงคลังในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (SHFE) ก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับต้นปี ความแตกต่างนี้สะท้อนให้เห็นถึงปริมาณโลหะที่ถูกส่งไปยังสหรัฐอเมริกาเพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าที่อาจเกิดขึ้น ในส่วนของการทำเหมืองแร่ อุปทานทองแดงก็เผชิญกับอุปสรรคมากมายเช่นกัน การผลิตทองแดงทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ชิลี ซึ่งเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็บันทึกการลดลงของการผลิตในเดือนกรกฎาคมถึง 9.4% สถานการณ์นี้เกิดขึ้นเนื่องจากเหมืองแร่ต้องแปรรูปแร่ในปริมาณที่มากขึ้นเพื่อให้ได้ทองแดงในปริมาณเท่าเดิม ในขณะที่การพัฒนาโครงการใหม่ใช้เวลานานขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้น ในส่วนของอุปทาน การนำเหมืองทองแดงใหม่เข้าสู่การผลิตนั้นใช้เวลานานขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของ S&P Global พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลา 17 ปีนับตั้งแต่การค้นพบจนถึงการเริ่มการผลิต นอกจากนี้ เหมืองใหม่ยังยากต่อการขุดมากขึ้นเนื่องจากปริมาณแร่ลดลง ในขณะที่การสำรวจต้องใช้การขุดลึกกว่าเดิม และต้นทุนการพัฒนาเพิ่มสูงขึ้น เวลาที่ใช้ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม การขออนุญาต และการปรึกษาหารือกับชุมชนก็เป็นส่วนสำคัญของกระบวนการพัฒนาโครงการเช่นกัน ปริมาณการผลิตทองแดงทั่วโลกจำแนกตามปี ความยากลำบากเหล่านี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในตลาดแร่ทองแดงเข้มข้น ต้นทุนการแปรรูปและการกลั่น (TC/RC) ลดลงสู่ระดับติดลบเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงถลุงทองแดงกำลังแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบ S&P Global ยังคาดการณ์อีกว่าตลาดแร่ทองแดงเข้มข้นอาจยังคงประสบปัญหาการขาดแคลนในปี 2026-2027 ก่อนที่สมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทานจะเปลี่ยนแปลงไปในอีกหลายปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากการขาดแคลนแร่ทองแดงเข้มข้นไม่ได้หมายความว่าอุปทานทองแดงกลั่นทั่วโลกจะขาดแคลนในปีนี้ การผลิตทองแดงกลั่นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปริมาณโลหะที่ส่งไปยังสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นอย่างมากเนื่องจากความแตกต่างของราคาและความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายภาษี ส่งผลให้การกระจายตัวของทองแดงในแต่ละภูมิภาคไม่เท่ากัน กล่าวคือ สินค้าคงคลังในสหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มขึ้น ในขณะที่สต็อกทองแดงที่ LME และ SHFE กำลังลดลง ปริมาณสำรองทองแดงทั่วโลก ดังนั้น แนวโน้มราคาทองแดงที่สูงขึ้นในปัจจุบันจึงสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายประการ เช่น ปริมาณการผลิตจากเหมืองลดลง ตลาดแร่เข้มข้นตึงตัวขึ้น ความต้องการทองแดงที่เพิ่มสูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา และความคาดหวังว่าความต้องการในระยะยาวจะเพิ่มขึ้น ในอนาคต ความสามารถในการเพิ่มผลผลิตจากเหมืองใหม่จะเป็นความท้าทายที่สำคัญ เพราะแม้ว่าจะมีการค้นพบโครงการใหม่ ตลาดก็ยังต้องรออีกหลายปีก่อนที่ปริมาณผลผลิตเพิ่มเติมจะพร้อมใช้งานจริง ที่มา: https://congthuong.vn/gia-lua-mi-the-gioi-bat-tang-472179.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Houthi Attacks On Saudi Arabia Cause Fuel Prices To Fall Over 1%, Gold Prices Fall Over 1%, Awaiting Inflation Data Ahead! URL: https://onesiamsoft.com/articles/houthi-attacks-on-saudi-arabia-cause-fuel-prices-to-fall-over-1percent-gold-prices-fall-ov Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Global gold prices edged down on Tuesday, with oil prices rising to a six-week high due to Houthi attacks on Saudi facilities and escalating Middle East conflicts, heightening inflation concerns and pushing the probability of a Fed rate hike in September to about 60%! On Tuesday, spot gold fell 1.15%, hitting an intraday low of nearly a week. Yemen's Houthi forces launched large-scale attacks on Saudi energy facilities, and military confrontations between the U.S. and Iran in the Strait of Hormuz continue to escalate, heightening inflation concerns and supporting expectations of Fed rate hikes, putting pressure on gold prices. This performance echoes previous strong employment data. Last Friday, U.S. August nonfarm payrolls surged and the unemployment rate remained steady at 4.1%, showing that the labor market remains resilient and directly prompting the market to reassess the Fed's policy path. TMGM วิเคราะห์: ข่าวสารตลาดการเงิน ปฏิทินเศรษฐกิจ และมุมมองตลาดWhat truly intensified pressure on gold prices was the synchronized surge in oil prices. On Tuesday, crude oil briefly hit a new high since July 24, reaching a six-week high and entering technically overbought territory. The direct trigger for oil prices was an Iran-backed attack on energy facilities in southern Saudi Arabia by the Yemeni Houthi militia, which caught fire and injured more than 70 people in four southern Saudi cities. Meanwhile, Tehran threatened to launch an "economic war" against the U.S., and the Middle East conflict has entered its seventh month, with market concerns over supply disruptions surging.High oil prices have directly reinforced inflation expectations. Rising energy prices often drive overall prices higher through cost transmission, and the Fed's main concern is whether inflation is truly under control. CME FedWatch tools show that investors currently expect about a 60% chance of the Fed raising rates at the September 15-16 policy meeting, significantly higher than the roughly 50% before the employment data release. The market is still digesting the stronger-than-expected employment report and awaiting this week's CPI and PPI data, while rising oil prices themselves support rate hike forecasts. Echoing the gold market is the U.S. Treasury market. On Tuesday, U.S. Treasury yields edged higher, with the two-year yield at 4.394% and the 10-year at 4.798%. Investors began adjusting their positions for scenarios where interest rates could rise further, inflation remains elevated for a longer period, and the economy remains resilient. However, the market did not experience panic selling. The U.S. Treasury auctioned $58 billion in three-year Treasuries on Tuesday, with strong demand. The winning yield was 4.474%, slightly below the pre-issued level, and the bid-to-cover ratio reached 2.72 times, the highest since November last year. This indicates that while short-term interest rate expectations are heating up, investors still have willingness to allocate to medium- and short-term U.S. Treasuries.The market is awaiting the Producer Price Index and Consumer Price Index, which will truly determine the Fed's decision next week. Thursday's PPI and Friday's CPI will serve as a litmus test for both gold and bond markets. If inflation data again exceeds expectations, the probability of rate hikes may rise further, further suppressing gold; If the data is moderate, gold prices may have some breathing room. Market Insight:The current adjustment in gold prices is the result of a multi-force struggle: oil prices have surged sharply due to the Middle East conflict, igniting inflation concerns and boosting expectations of a Fed rate hike in September; Strong employment data further reinforces this trajectory; The upcoming PPI and CPI data released this week will be key variables determining the short-term direction of gold prices.  Source: Originally published on TMGM. Read the full article at TMGM → ### นับถอยหลัง iPhone 18 เปิดจองเร็วๆนี้! ช้อป Tech & Gadget คุ้มสุดที่เซ็นทรัลพร้อมรับสิทธิพิเศษใน Electronics Pro Day URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-tech-and-gadget-electronics-pro-day Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ใครกำลังเล็งมือถือใหม่ อัปเกรด Gadget หรือ มองหา Tech ชิ้นใหม่ ห้ามพลาดแคมเปญ "Electronics Pro Day 2026" ตอกย้ำศูนย์การค้าเซ็นทรัลในฐานะ One-Stop Tech & Lifestyle Destination ที่รวมสินค้า ร้านค้า และ… ใครกำลังเล็งมือถือใหม่ อัปเกรด Gadget หรือ มองหา Tech ชิ้นใหม่ ห้ามพลาดแคมเปญ "Electronics Pro Day 2026" ตอกย้ำศูนย์การค้าเซ็นทรัลในฐานะ One-Stop Tech & Lifestyle Destination ที่รวมสินค้า ร้านค้า และแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำไว้ครบในที่เดียว ตั้งแต่สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงเคส หูฟัง และ Gadget คู่ใจ พร้อมรับทุก Tech Moment สำคัญ รวมถึงการเปิดจอง iPhone 18 Series ช่วงสุดสัปดาห์นี้ ให้ลูกค้าเลือกชม ทดลอง เปรียบเทียบ และช้อปได้อย่างมั่นใจ พร้อมรับสิทธิพิเศษทั้งพอยท์ ส่วนลด และเครดิตเงินคืน ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน-31 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ช้อป Tech ใหม่ ให้คุ้มกว่าเดิมกับ Electronics Pro Day 2026 จัดเต็มสิทธิพิเศษ ดังนี้ รับ The 1 สูงสุด 13,500 พอยท์* เมื่อช้อปสินค้า IT, Mobile และ Gadget ที่ร่วมรายการต่อที่ 1 รับสูงสุด 1,500 พอยท์ เมื่อสะสมยอดครบเงื่อนไข พร้อมกดเข้าร่วมกิจกรรมและสแกนใบเสร็จผ่านแอป CENTRAL X ต่อที่ 2 รับเพิ่มอีก 2,000 พอยท์ เมื่อช้อปครบ 30,000 บาท ที่ร้านค้าพาร์ทเนอร์ The1 Biz ที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 11 กันยายน-31 ตุลาคม 2569 ต่อที่ 3 พิเศษ เฉพาะ 1-31 ตุลาคม 2569 รับเพิ่มอีก 10,000 พอยท์* เมื่อช้อปสะสมครบ 15,000 บาท บาท ที่ร้านค้าพาร์ทเนอร์ The1 Biz ที่ร่วมรายการ และลงทะเบียนผ่านแอป CENTRAL X สมาชิก The 1 ใช้ 5,000 พอยท์ แลกรับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท* เมื่อซื้อ iPhone 18 Series ที่ร้าน iStudio by Copperwired, iStudio by UFicon, dotlife, IT City และ TGรับคะแนน X2 สำหรับสมาชิก The 1 Exclusive ตามเงื่อนไขที่กำหนดรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 15%* เมื่อชำระเต็มจำนวนผ่านบัตรเครดิตตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคารและร้านค้าที่ร่วมรายการพิเศษสำหรับบัตรในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์* รับสิทธิ์ผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสะสมสูงสุด 14,000 บาท เมื่อซื้อสินค้า Mobile, IT, Camera และ Gadget ที่ร่วมรายการมาร่วมอัปเวลทุกไลฟ์สไตล์ให้ครบ สะดวก และคุ้มยิ่งขึ้น กับแคมเปญ "Electronics Pro Day 2026" ระหว่างวันที่ 11 กันยายน-31 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ftse-01percent-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยแรงซื้อหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยชดเชยการอ่อนตัวของตลาดโดยรวม ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากทั่วโลกหลายรายการ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,811.66 จุด ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยแรงซื้อหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยชดเชยการอ่อนตัวของตลาดโดยรวม ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากทั่วโลกหลายรายการ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด หรือ -0.10% กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการขยายวงของความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นการซื้อขาย หุ้นกลุ่มพลังงานในตลาดลอนดอนปรับตัวขึ้น โดยหุ้น BP และหุ้น Shell เพิ่มขึ้น 0.68% และ 0.52% ตามลำดับ หุ้นเหมืองแร่ Antofagasta และ Glencore พุ่งขึ้น 4.7% และ 4.2% ตามลำดับ หลังราคาทองแดงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.7% ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์เป็นปัจจัยฉุดตลาดมากที่สุด โดยหุ้น Smith+Nephew ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ร่วงลง 3.6% ขณะที่หุ้น AstraZeneca ซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนี ลดลง 1.4% หุ้นกลุ่มสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคอื่น ๆ ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน โดยหุ้น Dunelm ร่วงลง 14.3% หลังผู้ค้าปลีกสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านรายนี้ออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรในปี 2570 โดยระบุว่าสภาพอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อนเป็นปัจจัยหนึ่ง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ตอกย้ำความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูล LSEG ระบุว่า นักลงทุนในตลาดประเมินโอกาส 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม รายงานเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ และข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอังกฤษที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อาจส่งผลต่อการคาดการณ์ดังกล่าว แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE กล่าวว่า เส้นอัตราผลตอบแทนในตลาดที่สะท้อนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่า นักลงทุนได้เพิ่มส่วนชดเชยความเสี่ยง เนื่องจากกังวลว่าราคาพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก โดย กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ขึ้นราคาวันนี้ มีผลเวลา 05.00 น. URL: https://onesiamsoft.com/articles/0500 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ขึ้นราคาวันนี้ มีผลเวลา 05.00 น. ภาพประกอบข่าว ราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ขึ้นราคาวันนี้ มีผลเวลา 05.00 น. ราคาน้ำมันเบนซิน-ดีเซล ขึ้นราคาวันนี้ มีผลเวลา 05.00 น. ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยังคงตึงเครียด โดยราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวขึ้นอีก 2.46% ขยับขึ้นไปอยู่ที่ 99.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล  ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊ม (ปตท. และบางจาก) ในประเทศไทยปรับขึ้นอย่างเป็นทางการ มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา  น้ำมันดีเซล: ปรับขึ้น 70 สตางค์/ลิตร ส่งผลให้ราคาอยู่ที่ประมาณ 39.84 บาท/ลิตร  น้ำมันกลุ่มเบนซิน/แก๊สโซฮอล์: ปรับขึ้น 80 สตางค์/ลิตร  แก๊สโซฮอล์ 95: ราคาอยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตร  แก๊สโซฮอล์ 91: ราคาอยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตร  E20: ราคาอยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตร  #TV5HD #TV5HDOnline #ช่อง5ข่าวเด่นเช้านี้  #ข่าวเด่นเช้านี้ Source: Originally published on สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก TV5HD. Read the full article at สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก TV5HD → ### สตาร์ทอัพ AI เขียนโค้ด Cognition ระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัท 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังรายได้ใกล้แตะ 900 ล้านดอลลาร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-cognition-2-48-900 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Cognition สตาร์ทอัพด้านการเขียนโค้ดด้วย AI ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนในรอบปลายมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัท 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าขึ้นเกือบสองเท่าจากรอบการระดมทุนครั้งก่อนหน้า September 9, 2026 AI, Cloud and Systems, Developer Tools, IT Business, Low-Code/No-Code, Software Development, Software Development & DevOps Cognition สตาร์ทอัพด้านการเขียนโค้ดด้วย AI ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนในรอบปลายมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัท 4.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มมูลค่าขึ้นเกือบสองเท่าจากรอบการระดมทุนครั้งก่อนหน้า Credit: Cognition ก่อนหน้าการระดมทุนรอบ Series E นี้ Cognition ได้ระดมทุนครั้งล่าสุดไปเมื่อเดือนพฤษภาคม โดยได้รับเงินลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัท 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ในขณะนั้นบริษัทมีรันเรตรายได้อยู่ที่ 492 ล้านดอลลาร์ และในปัจจุบันข้อมูลจากบริษัทระบุว่าตัวเลขดังกล่าวเข้าใกล้ระดับ 900 ล้านดอลลาร์แล้ว Scott Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในปี 2024 โดย Cognition พัฒนาเอเจนต์ AI ที่สามารถจัดการงานด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ผลิตภัณฑ์เรือธงอย่าง Devin สามารถทำงานจากความต้องการระดับสูงได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่งทีละบรรทัด โดยเอเจนต์จะทำหน้าที่วางแผนงาน เขียนและทดสอบโค้ด รวมถึงแก้ไขบั๊กและดีพลอยโค้ดภายในสภาพแวดล้อมแซนด์บ็อกซ์ นอกจากนี้ Cognition ยังเป็นเจ้าของ Windsurf ซึ่งเป็นโปรแกรมแก้ไขโค้ดด้วย AI ที่ซื้อมาเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 หลังจากที่ข้อเสนอการเข้าซื้อกิจการของ OpenAI ประสบความล้มเหลว และ Google ได้ว่าจ้างผู้ก่อตั้ง Windsurf ผ่านข้อตกลงอนุญาตให้ใช้งานเทคโนโลยี ปัจจุบัน Devin ถูกนำไปใช้งานในการออกแบบชิปที่ Nvidia รวมถึงงานด้านการบินที่ GE Aerospace, บริการทางการเงินที่ Citigroup, วิศวกรรมยานยนต์ที่ Mercedes-Benz และโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ Modal Labs โดยมี Goldman Sachs เป็นลูกค้าด้วยเช่นกัน ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในแพลตฟอร์ม ได้แก่ Devin Auto-Triage ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโปรดักชัน Devin Security Swarm ที่คอยตรวจหาช่องโหว่ทั่วทั้งฐานโค้ด และ Devin Automations ซึ่งเริ่มการทำงานของเอเจนต์จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ใน Slack, GitHub และ Linear โดยอัตโนมัติ Cognition วางตำแหน่งตนเองเป็นห้องปฏิบัติการเอเจนต์อิสระที่สามารถ “เลือกและรวมโมเดลที่เหมาะสมกับงานที่สุด รวมถึงโมเดลของเราเอง” ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งที่ยึดติดอยู่กับผู้ให้บริการโมเดลรายเดียว โดยในประกาศของบริษัทระบุว่าวิศวกร “ควรทำงานเหมือนสถาปนิกและมอบหมายการดำเนินการให้แก่ฝูงเอเจนต์แทน” บริษัทได้เพิ่มสำนักงานอีก 6 แห่งในวอชิงตัน ดี.ซี. โตเกียว สิงคโปร์ ลอนดอน เซาเปาโล และมาดริด ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีศูนย์ปฏิบัติการอยู่ในซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก และออสตินอยู่แล้ว Cognition เผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในระหว่างการเติบโต โดยการเปิดตัว Devin ในเดือนมีนาคม 2024 ตามมาด้วยวิดีโอที่เผยแพร่อย่างกว้างขวางบนช่อง YouTube ชื่อ Internet of Bugs ซึ่งโต้แย้งว่าการสาธิตในการเปิดตัวนั้นกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับผลงานที่เอเจนต์ทำได้จริงในภารกิจบน Upwork ซึ่งนำไปสู่ความกังขาในวงกว้างภายในชุมชนนักพัฒนาเกี่ยวกับความโปร่งใสของมาตรฐานการอ้างอิงของบริษัท เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบที่สองเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2025 สามสัปดาห์หลังจากมีการประกาศเรื่อง Windsurf โดย TechCrunch รายงานว่า Cognition ได้เลิกจ้างพนักงาน 30 คน และให้ตัวเลือกแก่พนักงานที่เหลืออยู่ประมาณ 200 คน ระหว่างการรับเงินเดือน 9 เดือนเพื่อลาออก หรืออยู่ต่อด้วยตารางการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์และสัปดาห์ละ 80 ชั่วโมงขึ้นไป โดย Scott Wu ได้เขียนในบันทึกถึงพนักงานว่า “เราไม่เชื่อในเรื่องสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน” Andreessen Horowitz และ Accel เป็นผู้นำในการระดมทุนรอบ Series E นี้ร่วมกับนักลงทุนรายใหม่ โดยมีผู้สนับสนุนรายเดิมอย่าง Founders Fund Management, General Catalyst Group Management และ Avenir Growth Capital กลับมาร่วมลงทุนอีกครั้ง ทั้งยังมีบริษัทอื่น ๆ อีกกว่า 30 แห่งเข้าร่วมด้วย อาทิ Benchmark Capital Partners, Bessemer Venture Partners, Kleiner Perkins Caufield & Byers, Greylock Partners, Lightspeed Venture Partners, Bond Capital Management, T. Rowe Price Group, Lux Capital Management, 8VC Management, Bain Capital Ventures และ Nvidia การเข้าร่วมลงทุนของ Nvidia ทำให้บริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้มีสถานะเป็นทั้งผู้สนับสนุน Cognition และลูกค้าของ Devin ไปในตัว ที่มา: https://siliconangle.com/2026/09/08/ai-coding-startup-cognition-raises-2b-at-48b-valuation-as-revenue-nears-900m/ Check Also หัวหน้านักวิทย์ OpenAI เสนอชะลอวิจัย AI Jakub Pachocki หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ได้เรียกร้องให้มีการชะลอการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากที่บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมรายอื่น ๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ Source: Originally published on TechTalkThai. Read the full article at TechTalkThai → ### การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการขยายโครงข่ายไฟฟ้า: เหตุใดโลกจึงต้องการทองแดงอย่างมาก? URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-1788942726127 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 (GLO) - ทองแดงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการขยายโครงข่ายไฟฟ้า การสร้างศูนย์ข้อมูล และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับข้อจำกัดด้านอุปทานกำลังผลักดันให้ตลาดทองแดงเข้าสู่การแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้น หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(GLO) - ทองแดงมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในการขยายโครงข่ายไฟฟ้า การสร้างศูนย์ข้อมูล และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วควบคู่ไปกับข้อจำกัดด้านอุปทานกำลังผลักดันให้ตลาดทองแดงเข้าสู่การแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นBáo Gia Lai•09/09/2026 ราคาทองแดงในตลาดโลกกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงระยะ 3 เดือนปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 14,728 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ในวันที่ 8-9 สิงหาคม เพิ่มขึ้นเกือบ 18% นับตั้งแต่ต้นปี 2026 แนวโน้มขาขึ้นนี้เกิดขึ้นท่ามกลางอุปทานการทำเหมืองทั่วโลกที่ลดลง ในขณะที่ความต้องการระยะยาวได้รับแรงผลักดันจากการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า ศูนย์ข้อมูล AI รถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานหมุนเวียน ศูนย์ข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนา AI อาจใช้ไฟฟ้ามากเท่ากับเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ภาพ: Bloom Energy การเติบโตอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้มีการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล จึงจำเป็นต้องมีระบบจ่ายไฟ หม้อแปลง อุปกรณ์กระจายไฟฟ้า และสายส่งไฟฟ้าที่มีความจุสูงขึ้นเรื่อยๆ ทองแดงมีความเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับระบบเหล่านี้ เนื่องจากมีคุณสมบัติการนำไฟฟ้าที่ดีเยี่ยม ความทนทานสูง และแปรรูปได้ง่าย ดังนั้น เมื่อบริษัทเทคโนโลยีขยายศูนย์ข้อมูล ความต้องการทองแดงจึงขยายออกไปนอกเหนือจากเซิร์ฟเวอร์ ไปยังระบบจ่ายไฟและโครงสร้างพื้นฐานของโครงข่ายไฟฟ้าที่ให้บริการแก่สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ด้วย จากข้อมูลของสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 17% ในปี 2025 โดยเฉพาะศูนย์ข้อมูลที่เน้นด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 50% IEA คาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลอาจเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 485 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปี 2025 เป็นประมาณ 950 เทราวัตต์ชั่วโมง (TWh) ในปี 2030 ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดแรงกดดันในการขยายระบบส่งและจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่กระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลกระทบต่อตลาดโลหะอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ทองแดงเป็นจุดสนใจในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าเทคโนโลยีด้านพลังงานยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของความต้องการแร่ธาตุสำคัญ ทองแดงถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในระบบส่งไฟฟ้า ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน พลังงานลม และพลังงานแสงอาทิตย์ ในรายงานแนวโน้มแร่ธาตุสำคัญปี 2026 ของ IEA คาดการณ์ว่าทองแดงจะมีปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในบรรดาแร่ธาตุที่วิเคราะห์ โดยคาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นประมาณ 7 ล้านตันภายในปี 2040 ซึ่งเป็นผลมาจากบทบาทสำคัญของทองแดงในระบบพลังงานและเทคโนโลยีรุ่นใหม่เป็นหลัก รายงานการศึกษาของ S&P Global ที่อ้างอิงโดย Reuters คาดการณ์ว่าความต้องการทองแดงทั่วโลกอาจเพิ่มขึ้นถึง 50% ภายในปี 2040 จากประมาณ 28 ล้านตันในปี 2025 เป็น 42 ล้านตัน หากไม่มีการเปิดเหมืองใหม่และการรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้น ตลาดอาจเผชิญกับภาวะขาดแคลนมากกว่า 10 ล้านตันต่อปีภายในเวลานั้น แม้ว่าความต้องการในระยะยาวจะเพิ่มขึ้น แต่การทำเหมืองทองแดงก็เผชิญกับความท้าทายมากมาย ข้อมูลจากกลุ่มศึกษาทองแดงระหว่างประเทศ (International Copper Study Group) ที่สำนักข่าวรอยเตอร์นำมาอ้างอิง แสดงให้เห็นว่า ผลผลิตจากการทำเหมืองทองแดงทั่วโลกคาดว่าจะลดลง 1.1% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น ชิลี อินโดนีเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก จะมีผลผลิตลดลง ขณะที่ผลผลิตจากการกลั่นทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการทำเหมืองที่ลดลงกำลังสร้างความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการตอบสนองความต้องการในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ตลาดกำลังได้รับผลกระทบจากความผันผวนทางการค้าเช่นกัน สหรัฐฯ กำลังเพิ่มการนำเข้าทองแดงท่ามกลางความกังวลว่าภาษีนำเข้าอาจเปลี่ยนแปลงการไหลเวียนของโลหะ ซึ่งจะยิ่งทำให้ปริมาณทองแดงในตลาดอื่นๆ ตึงตัวมากขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ นำเข้าทองแดงจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนกรกฎาคม 2569 ขณะที่ธุรกิจในสหรัฐฯ ก็เพิ่มการซื้อทองแดงเพื่อเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าด้วย ความต้องการใช้ไฟฟ้ากำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตใหม่ องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 3.6% ในปี 2026 และ 3.8% ในปี 2027 โดยมีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ศูนย์ข้อมูล อุตสาหกรรม และการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก เมื่อความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น โลก ก็ต้องลงทุนในโรงไฟฟ้า สายส่ง สถานีไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ก็ต้องการทองแดงในปริมาณมากเช่นกัน ดังนั้น ทองแดงจึงอยู่ตรงจุดตัดของแนวโน้มสำคัญหลายประการ ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ศูนย์ข้อมูล, การขยายโครงข่ายไฟฟ้า, ยานยนต์ไฟฟ้า และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมโลหะชนิดนี้จึงถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญใน เศรษฐกิจ ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา: https://baogialai.com.vn/ai-bung-no-luoi-dien-mo-rong-vi-sao-the-gioi-khat-dong-post598443.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### “ดอลลาร์” จ่ออ่อนค่าสุดรอบ 7 เดือน เยนแข็งค่า 4% จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ-แผนซื้อคืนบอนด์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/7-4percent-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 &quot;ดอลลาร์&quot; อ่อนค่าใกล้ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ขณะที่เยนแข็งค่าราว 4% เดือนนี้ นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อสหรัฐและแผนซื้อคืนพันธบัตร ก่อน... "ดอลลาร์" อ่อนค่าใกล้ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.พ. ขณะที่เยนแข็งค่าราว 4% เดือนนี้ นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อสหรัฐและแผนซื้อคืนพันธบัตร ก่อนเฟดตัดสินดอกเบี้ยสัปดาห์หน้าวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 14.34 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ขณะที่เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าต่อเนื่อง โดยนักลงทุนจับตาการประกาศรายละเอียดโครงการซื้อคืนพันธบัตรของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ลดลงมากถึง 0.2% ในวันพุธ เข้าใกล้ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยแรงกดดันสำคัญมาจากการแข็งค่าของเงินเยน ซึ่งมีน้ำหนักมากเป็นอันดับ 2 ในดัชนีดังกล่าวเงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.5% และส่งผลให้ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน เงินเยนแข็งค่าขึ้นแล้วประมาณ 4%แรงกดดันต่อดอลลาร์เพิ่มขึ้นอีกหลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ส่งสารท้าทายนักลงทุนที่ต้องการเดิมพันสวนทางกับความตั้งใจของเขาในการผลักดันให้เงินเยนแข็งค่า โดยระบุว่าการแสดงมุมมองเกี่ยวกับตลาดของเขาในปัจจุบันเปรียบเสมือนการตัดสินใจโดยมีข้อมูลจากภายในความเห็นดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในถ้อยแถลงที่ชัดเจนที่สุดของเบสเซนต์ ท่ามกลางความพยายามอย่างต่อเนื่องในการส่งสัญญาณต่อทิศทางของตลาดการเงินตลาดยังจับตาว่าเบสเซนต์จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขยายโครงการ ซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury Buyback) ซึ่งมีเป้าหมายช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรโดยกระทรวงการคลังสหรัฐมีกำหนดประกาศในวันพุธถึงขนาดของการดำเนินการในวันถัดไป ซึ่งจะเป็นการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลที่ยังไม่ครบกำหนดอายุในช่วง 10-20 ปีโมฮิต กุมาร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์และนักกลยุทธ์ประจำยุโรปของ Jefferies International มองว่า หากเบสเซนต์ต้องการสร้างผลกระทบต่อตลาด การซื้อคืนรอบแรกจะต้องมีขนาดมากกว่า 4 พันล้านดอลลาร์Jefferies ระบุว่าจะไม่แปลกใจหากการดำเนินการครั้งแรกมีขนาดใหญ่กว่านั้นมาก โดยอาจอยู่ที่ 8 พันล้านดอลลาร์ ถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase มองว่ากระทรวงการคลังสหรัฐอาจไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับขนาดของโครงการซื้อคืนพันธบัตรอีกปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาคือข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ และอาจมีบทบาทสำคัญต่อการคาดการณ์ผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้าตลาดการเงินให้น้ำหนักประมาณ 60% ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ ในการประชุมครั้งนี้ข้อมูลจากตลาด Options ยังสะท้อนว่านักลงทุนโดยรวมยังคงมีมุมมองเชิงลบต่อเงินดอลลาร์ในระยะสั้นอย่างไรก็ตามตลาดยังมองว่าดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินยูโรและปอนด์ เนื่องจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและสกุลเงินทั้งสองมากเป็นพิเศษราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพุธ ท่ามกลางการโจมตีตอบโต้ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลกอ้างอิง : bloomberg.comอ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งเปิดบวกเล็กน้อย จับตาเงินเฟ้อจีน-สหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788942706232 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากปิดตลาดอ่อนแรงลงเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (11 ก.ย.) ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากปิดตลาดอ่อนแรงลงเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ระดับ 25,328.13 จุด เพิ่มขึ้น 10.95 จุด หรือ +0.04% สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนส.ค. ในวันนี้ ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### แนวโน้มราคาหุ้นอินเทล: INTC พุ่งขึ้นกว่า 9% ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ฝั่งกระทิงจะสามารถดันราคาทำจุดสูงสุดใหม่ได้หรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/intc-9percent-100 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้นอินเทลพุ่งขึ้นมากกว่า 9% จนทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ ราคาหุ้นจะสามารถทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ได้หรือไม่ TradingKey - อินเทลพุ่งขึ้นกว่า 9% ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ หุ้นจะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้หรือไม่?ในวันที่ 8 กันยายน ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ดัชนีหลักทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ แต่อินเทล (INTC) กลับฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งสวนทางตลาด โดยพุ่งขึ้น 9.05% ปิดที่ 104.47 ดอลลาร์ ไม่เพียงแต่กลับมายืนเหนือระดับจิตวิทยาที่ 100 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง แต่ยังเป็นการทำสถิติการปรับตัวขึ้นในวันเดียวที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในช่วงที่ผ่านมาอีกด้วยการฟื้นตัวของราคาหุ้นอินเทลในวันทำการแรกหลังวันแรงงานของสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นเพียงการดีดตัวทางเทคนิคจากภาวะขายมากเกินไปเท่านั้น แต่เป็นผลมาจากแรงหนุนที่สอดคล้องกันระหว่างปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยเร่ง เมื่อวานนี้ มีข่าวลือในตลาดว่าอินเทลวางแผนที่จะปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ CPU กระแสหลักบางรายการสูงถึง 10% ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งที่สามนับตั้งแต่ปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงอุปสงค์ที่มีความยืดหยุ่นต่ำและแข็งแกร่งต่อ CPU เซิร์ฟเวอร์ x86 ในโครงสร้างพื้นฐาน AI ระดับองค์กร พร้อมทั้งช่วยปรับปรุงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นและความสามารถในการทำกำไรสำหรับครึ่งหลังของปี 2026เมื่อวานนี้ สถาบันการเงินชั้นนำในวอลล์สตรีทได้ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยกระตุ้นการพุ่งขึ้นของราคาหุ้นเพิ่มเติม โดย Gus Richard นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ชื่อดัง Northland Securities ได้ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นอินเทลโดยตรงจาก Market Perform เป็น Outperform และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 120 ดอลลาร์นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้โพสต์มีมที่สร้างโดย AI บน Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 กันยายน) ซึ่งเป็นภาพเขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานและกำลังเทรดหุ้นอินเทล โดยหน้าจอแสดงให้เห็นราคาหุ้นพุ่งขึ้นจาก 20 ดอลลาร์ทะยานสู่ 95 ดอลลาร์ พร้อมอ้างว่าเขาทำเงินได้หลายแสนล้านดอลลาร์ให้กับประเทศ ด้วยแรงขับเคลื่อนจากโพสต์นี้และอารมณ์ตลาดที่เกี่ยวข้อง แรงซื้อจึงทะลักเข้ามา ส่งผลให้ราคาหุ้นของอินเทลปรับตัวสูงขึ้นแม้ว่าการฟื้นตัวในระยะสั้นจะมีแรงส่งที่แข็งแกร่ง แต่อินเทลยังคงต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการหากต้องการจะท้าทายระดับสูงสุดที่ 142 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้ในเดือนมิถุนายน 2026 รวมถึงปัจจัยลบด้านปัจจัยพื้นฐาน การกำหนดสถานะลงทุน และการประเมินมูลค่า ทั้งนี้ อินเทลยังไม่สามารถหลุดพ้นจากรายจ่ายลงทุนที่สูงของธุรกิจรับจ้างผลิตชิป และตลาดกำลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับความคืบหน้าในการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ของธุรกิจรับจ้างผลิตชิป รวมถึงความสามารถในการรับรู้กำไรในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่สามในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา ราคาหุ้นของอินเทลปรับตัวขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยสะสมการปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% ขณะนี้ราคากำลังเข้าใกล้ 107 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของการฟื้นตัวจากช่วงปลายถึงกลางเดือนและกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวต้านสำคัญที่ไม่สามารถผ่านได้ในการพยายามสองครั้งก่อนหน้านี้ หากครั้งนี้สามารถทะลุผ่านไปได้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่หนาแน่น รูปแบบกระทิงในระยะสั้นจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะวางรากฐานสำหรับการผลักดันไปสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในลำดับถัดไปกราฟราคาหุ้นอินเทล, ที่มา: TradingViewอย่างไรก็ตาม หากสภาพคล่องทางเศรษฐกิจมหภาคโดยรวมตึงตัวขึ้น หรือรายจ่ายลงทุนในธุรกิจรับจ้างผลิตชิปกัดเซาะความคาดหวังกำไรในระยะสั้น ราคาหุ้นของอินเทลอาจร่วงลงต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าแรงส่งเชิงบวกในระยะสั้นจะชะงักลง และเปลี่ยนเข้าสู่การสร้างฐานในกรอบแคบเพื่อทดสอบจุดต่ำสุดที่ 80 ดอลลาร์อีกครั้งเนื้อหานี้ได้รับการแปลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านตรวจสอบโดยมนุษย์ มีไว้เพื่อการอ้างอิงและข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### บิตคอยน์ฟื้นตัวเหนือ 7.9 หมื่นดอลล์ แต่ยังถูกกดดันจากความเสี่ยงเฟดขึ้นดอกเบี้ย URL: https://onesiamsoft.com/articles/79 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 บิตคอยน์ [BTC.X] ฟื้นตัวเหนือระดับ 79,000 ดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ (9 ก.ย.) หลังร่วงลงเมื่อวานนี้ โดยล่าสุดเพิ่มขึ้น 1% แตะ 79,111.2 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 13.15 น.ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่อีเธอเรียม [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลก เพิ่มขึ้น บิตคอยน์ [BTC.X] ฟื้นตัวเหนือระดับ 79,000 ดอลลาร์สหรัฐในวันนี้ (9 ก.ย.) หลังร่วงลงเมื่อวานนี้ โดยล่าสุดเพิ่มขึ้น 1% แตะ 79,111.2 ดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลา 13.15 น.ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่อีเธอเรียม [ETH.X] ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอันดับ 2 ของโลก เพิ่มขึ้น 1.2% สู่ระดับ 2,499.37 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของบิตคอยน์ยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากนักลงทุนยังระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาเร่งตัว บิตคอยน์ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดใกล้ 77,600 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวานนี้ หลังจากราคาพุ่งขึ้นเหนือ 82,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนลดช่วงบวกลง หลังสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์อย่างมากว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ หลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ แข็งแกร่งเกินคาด และความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง โดยยูบีเอสคาดการณ์เมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ครั้งละ 0.25% ในเดือนก.ย.และธ.ค. ขณะที่ตลาดให้น้ำหนักราว 58% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย.นี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้นแตะ 99.68 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในวันนี้ (9 ก.ย.) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมิ.ย. เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานพลังงานอาจหยุดชะงักเป็นวงกว้าง การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้ธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องเผชิญความซับซ้อนในการดำเนินนโยบายมากขึ้น เนื่องจากเพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะกลับมาเร่งตัวขึ้น ขณะที่ผู้กำหนดนโยบายกำลังประเมินว่าสภาวะเศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่ ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ โดยมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพรุ่งนี้ (10 ก.ย.) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มการตัดสินใจครั้งต่อไปของเฟด แม้ปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคจะกดดันตลาด แต่ความสนใจในผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETP) ยังคงช่วยพยุงราคาบิตคอยน์ได้บางส่วน ขณะที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซียังจับตาการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของ Zcash สินทรัพย์ภายใต้การบริหารของกองทุน Zcash ETF ของ Grayscale พุ่งทะลุ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว หลังเปิดตัวบนตลาด NYSE Arca เมื่อวันที่ 25 ส.ค. หรือราว 2 สัปดาห์ก่อน โดยกองทุนของ Grayscale เป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกที่เปิดให้นักลงทุนเข้าถึง Zcash โดยตรงผ่านสินทรัพย์อ้างอิงแบบสปอต ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึงโทเคนดังกล่าว สำหรับบิตคอยน์นั้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีแนวโน้มทำให้ความต้องการสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงลดลง เนื่องจากการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยจะมีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยง ปัจจัยดังกล่าวทำให้บิตคอยน์ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับสูงสุดล่าสุด แม้ความสนใจในกองทุนคริปโทเคอร์เรนซี ETF ยังคงมีอยู่ก็ตาม โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### น้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งเฉียด 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-11 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งเฉียด 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ… ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งเฉียด 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังสหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีผู้สนับสนุนอิหร่าน โจมตีซาอุดีอาระเบียครั้งใหญ่ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยล่าสุด วานนี้ (8 ก.ย.) กองบัญชาการกลางสหรัฐ ระบุว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 5 ลำ บริเวณอ่าวโอมาน และเกาะคาร์ก ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ขณะที่ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าอิหร่านยังคงพยายามโจมตีเรือรบของสหรัฐฯ และทุกครั้งที่อิหร่านทำแบบนั้น สหรัฐฯ จะทำลายเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ปฏิบัติการตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน และอ้างว่ายึดโดรนใต้น้ำไร้คนขับของสหรัฐฯ ได้บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ และขู่ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำในบริเวณท่าเรือคูเวตและบาห์เรน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์หรือราคาตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นอีก 1.6% มาอยู่ที่ 99.49 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใกล้แตะหลัก 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล อีกครั้ง นับเป็นการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน ตั้งแต่เริ่มมีการปะทะรอบใหม่หลังจากพักรบไป 1 เดือน ด้านประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ของอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านจะยังคงต่อต้านอย่างเข้มแข็งต่อไป จนกว่า "ผู้รุกราน" จะสำนึกผิดต่อการกระทำของตนและสิทธิของอิหร่านจะต้องได้รับการคุ้มครอง ขอบคุณภาพจาก : U.S. Central Command Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### realme เตรียมเปิดตัวมือถือรุ่นพิเศษ realme 16 Pro Harry Potter Edition ด้วยดีไซน์สุดโดดเด่น กลิ่นอายเวทมนตร์มาเต็ม | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/realme-realme-16-pro-harry-potter-edition-or-droidsans Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 realme เดินหน้าขยายกลุ่มตลาดด้วยการจับมือกับ Warner Bros. Discovery เจ้าของเฟรนไชส์ดังอย่าง Harry Potter ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น realme 16 Pro 5G Harry Potter Edition ที่มาพร้อมกับดีไซน์พิเศษสุดโดดเด่น สาวก Potterhead ห้ามพลาดเด็ดขาด ! ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### เปิดภาพดีไซน์ HONOR Magic9 Series สีเขียว ก่อนเปิดตัว 28 ก.ย. ชูกล้องคู่ 200MP ARRI พร้อมเลนส์เสริม 500mm | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-magic9-series-28-200mp-arri-500mm-or-droidsans Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HONOR เตรียมเปิดตัวมือถือเรือธงรุ่น HONOR Magic 9 Series ในวันที่ 28 กันยายน 2026 พร้อมเริ่มเผยรายละเอียดตัวอย่างด้านการกล้องออกมาเรียกน้ำย่อย รอบนี้ชูกล้องคู่ความละเอียด 200MP พร้อมพัฒนาร่วมกับ ARRI และอุปกรณ์เสริมสำหรับสายซูม ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### อวสานการรอคอย! Nexon ยืนยันยกเลิกพัฒนา ‘Durango World’ (Project DX) อย่างเป็นทางการแล้ว - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/nexon-durango-world-project-dx-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อวสานการรอคอย! Nexon ยืนยันยกเลิกพัฒนา ‘Durango World’ (Project DX) อย่างเป็นทางการแล้ว Thisisgame Thailand อวสานการรอคอย! Nexon ยืนยันยกเลิกพัฒนา ‘Durango World’ (Project DX) อย่างเป็นทางการแล้ว  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### How cloud native goes AI native URL: https://onesiamsoft.com/articles/how-cloud-native-goes-ai-native Category: cloud · Reading time: 8 min Published: 2026-09-09 “A sales guy writing code” used to be the lead-up to a joke. But now no one’s laughing. Designers used to sit meekly waiting for the high priests of code to make their designs real. Now they don’t… Posted on September 9, 2026 by Doron Grinstein, CEO of Control Plane CNCF projects highlighted in this post “A sales guy writing code” used to be the lead-up to a joke. But now no one’s laughing. Designers used to sit meekly waiting for the high priests of code to make their designs real. Now they don’t wait for anyone. The tools behind this shift (Cursor, Claude, Lovable, Replit) were unknown names a few years ago; now they count their users in the millions, and a meaningful share of those users have never written a line of code by hand… and never will. A lot of what gets built is toys. That’s fine. Playing with toys is how people learn, and basic hosting is all a toy needs. But they aren’t all toys. A lot of the products vibe-coded into existence have real potential, and their creators have real ambition and real skill. They don’t understand what’s happening under the hood, but they understand what the market needs and what might fix it. If they could ever get to production. Which most won’t. What they will do is go live on some sort of infrastructure, with some sort of database, and a few rudimentary nods to good architecture: one region, one credential that can do everything, a schema nobody reviewed. By and large, vibe-coded apps bypass the last 20 years of cloud native best practices and suffer the consequences. Apps get built at 100 miles per hour, get deployed at 85, and screech to a halt at anything resembling production. I believe closing this velocity gap is the defining infrastructure problem of the next few years, and the engineers working in cloud native infrastructure can either help or hinder. Starting was never the hard part There is an old joke that the first 90 percent of a project takes 90 percent of the time, and the last 10 percent takes the other 90 percent. Software has always worked this way. Everyone knows how to start an app; the rare skill is finishing one and getting it into the world. AI did not change that ratio. It made it more extreme. When starting an app costs real money and real engineers, the projects that died before production at least died as line items someone had approved. Now starting is nearly free, so vastly more gets started, and the fraction that finishes has fallen accordingly. If 80% of apps never shipped before, today’s number is probably a lot closer to 99%. Getting to production stops being 80 percent of the work and becomes nearly all of it. But what exactly do we mean by “production”? Because the way an SRE uses the term is different from the way an AI agent uses it. To an SRE, production is a set of testable claims. What is the p99 latency under peak load? Has the failover actually been rehearsed, or does it exist only in a diagram? What is the blast radius of a bad deploy, and how fast does it roll back? Who touched what, and when? To an agent, production is a URL that returns 200. Agents gonna agent Watch an AI agent stand up infrastructure and you will see the same terms appear again and again: Supabase, serverless functions, a managed one-click backend. Nothing is wrong with these tools. They are well built, and they are deliberately simple, which is exactly why agents choose them: an agent can hold the entire mental model in a few thousand tokens and produce a working demo without asking anyone for anything. The agent is not choosing that stack because it evaluated the alternatives and found it superior. It is choosing the stack that is most convenient for the agent: the one that demands the least context to operate. Convenience for the agent is a heuristic for good infrastructure, and like most heuristics, it works until it doesn’t. We already know what “until it doesn’t” looks like. In 2025, researchers found more than 170 Lovable-built applications had shipped with row-level security left off their databases, exposing user data to anyone who asked for it (CVE-2025-48757). But the apps worked! The demos were great! The agent did what the user told it to. That same summer, Replit’s coding agent deleted a production database during a code freeze, then generated fake records to paper over it. And this August, OpenAI published its report on the Hugging Face breach about how its own agents had learned during training to pursue solutions by any means necessary rather than admit a task was impossible. Agents gonna agent. They are relentlessly following their mandate, which is usually to produce the visible result the person asked for. Security posture, failover behavior, and audit trails are invisible in a demo, so why would the agent bother? So are liveness probes, resource limits, and the difference between a secret in a vault and a secret pasted into an environment variable. Bothering with them would mean bothering the user, and probably confusing them. Today’s AI defaults are optimized for prototypes and demos, not production. Does cloud native get replaced? For those of us in the cloud native community this is frustrating. Because the definition of “finished” already exists. It has been built in public for two decades, one project at a time. Kubernetes for orchestration. Prometheus and OpenTelemetry for knowing what your system is actually doing. Istio for service-to-service security, OPA for policy, and the CNCF’s graduated-project process for separating the proven from the promising. This body of practice encodes thousands of hard-learned lessons about what happens to software after the demo. But AI often ignores it. Not because the practice is wrong, but because it is expensive. Expensive in context, expensive in tokens, expensive in the number of steps between “generate” and “visible result.” Expediency wins. So the great irony of building infrastructure today is that the default “AI-native cloud infrastructure” is not cloud native infrastructure. It is a cheaper, quicker, less secure, less performant, dumbed-down version of it, cobbled together to give vibe coders a quick dopamine hit. And the parts that get dropped are exactly the parts a demo never exercises. Things like mutual TLS between services, least-privilege identity, autoscaling tuned against real load, and telemetry. But surely as this space evolves, the definition of AI-native infrastructure must be no less secure, no less scalable, and no less observable than what a good platform team builds by hand. AI-generated infrastructure that drops the standards a human team would have held is a regression, not progress. And the way to clear the bar is not to abandon the cloud native stack for whatever an agent finds most convenient. It is to make two decades of accumulated practice as cheap for an agent to use as the shortcuts are: declarative interfaces an agent can operate deterministically, policy engines that reject a bad manifest before it ships, and the same reconciliation loop that keeps a human honest keeping the agent honest too. Vibe coders are builders too The other thing standing between where we are now and AI-native infrastructure that is also cloud native is not technical at all. The people building this new flood of software are, increasingly, not developers. Gartner was predicting years ago that citizen developers would outnumber professional ones four to one, and the AI tools have blown past every low-code forecast since. This is actually great news. Really, it is. Let me explain. For my whole career, the people who understood the problem best (the operations manager, the salesperson, the designer) had to pass their knowledge through filters: requirements documents, tickets, a game of telephone that stripped out half the insight before an engineer ever saw it. Now, those filters are gone. The person with the domain experience builds the workflow themselves, and the designer ships the interaction they intended instead of an approximation of it. This has produced a lot of AI slop, but it’s also produced some software that’s closer to the user, closer to solving the problem. If we bring the same time, skill, and attention to detail to AI-built apps that we brought to hand-built ones, vibe-coded software should end up better for its users, because it is finally shaped by the people who understand them and work with them. Sometimes it’s built by the users themselves. But our workflows have not caught up with this. Everything about the path to production (Git, YAML, CI gates, review queues) was designed by engineers for engineers. We used to be able to treat non-developers like children. We kept them away from anything sharp, patted their heads when they had an idea, handed them a finished product, and complained that they didn’t use it. But non-developers are building the software now, and we’ve got to start treating them like adults… like equal participants in the development process. Getting through this period requires a collaborative framework in which vibe coders, professional developers, and SREs work as one community of builders. The domain expert supplies the intent, the platform supplies guardrails instead of gates, and operational discipline lives in the paved road rather than at a tollbooth. BYOD has become BYOApp If this feels threatening, I understand. It felt threatening the last time, too. Fifteen years ago, employees started carrying their own iPhones and laptops into corporate networks, and IT departments were alarmed. They had good reasons. They would be the ones on the hook if corporate data walked out the door with a user’s laptop. The problem was, the teams that responded by banning everything got bypassed. People used their devices anyway, invisibly, which was far worse. The teams that adapted, with device management, sensible policies, and clear boundaries, ended up somewhere better than the locked-down world they lost. They got a more dynamic workplace where people took real responsibility for their own technology. AI and vibe coding are at the same stage BYOD was around 2010. It’s young, messy, and growing regardless of anyone’s permission. The cloud native community gets the same choice IT got. We can hold the new builders at arm’s length and watch a generation of software default to whatever agents find convenient. Or we can do what this community has always done best: encode hard-won operational judgment into open, shared infrastructure, and this time make it legible to agents and non-developers too. Doron Grinstein is CEO of Control Plane, which builds AI-native cloud infrastructure on the cloud native stack. Learn more at controlplane.com. Source: Originally published on CNCF. Read the full article at CNCF → ### ธปท.ดัน 3 กลไกช่วย SMEs หลังสินเชื่อหด 16 ไตรมาส - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/3-smes-16-thunhoon Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ธปท.ดัน 3 กลไกช่วย SMEs หลังสินเชื่อหด 16 ไตรมาส Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’ - ประชาชาติธุรกิจ URL: https://onesiamsoft.com/articles/19-10 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’ ประชาชาติธุรกิจ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 69 ได้แรงส่งมาตรการรัฐหนุนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ฯ พุ่ง 17.6% nationtv.tv ตะลึงคนแห่ขายบ้านมือสอง 1.9 แสนหน่วย มูลค่าแตะ 9.4 แสนล้านบาท แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’  ประชาชาติธุรกิจศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ชี้ตลาดที่อยู่อาศัยครึ่งแรกปี 69 ได้แรงส่งมาตรการรัฐหนุนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์ฯ พุ่ง 17.6%  nationtv.tvตะลึงคนแห่ขายบ้านมือสอง 1.9 แสนหน่วย มูลค่าแตะ 9.4 แสนล้านบาท  bangkokbiznewsอสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด  ไทยโพสต์'บัวหลวง' เจาะปมปัญหาอสังหาฯ แค่ "ซื้อไม่ไหว” ไม่ใช่ฟองสบู่  facebook.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Bitmine ช้อน Ethereum อีก 2.8 หมื่นเหรียญ จ่อครบเป้า 5% แม้แบกขาดทุนทิพย์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/bitmine-ethereum-28-5percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Bitmine Immersion Technologies ซึ่งเป็นองค์กรผู้ถือครอง Ether รายใหญ่ที่สุด ได้ประกาศการเข้าซื้อคริปโทเคอร์เรนซีที่.... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### IonQ เปิดตัว Superion 256 คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่สร้างมาเพื่อผลิตปริมาณมาก URL: https://onesiamsoft.com/articles/ionq-superion-256 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 IonQ ผู้พัฒนาชิปควอนตัมได้เปิดตัว Superion 256 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 256 คิวบิตที่สร้างขึ้นโดยใช้ชิปควบคุมที่ผลิตบนสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มาตรฐาน โดย IonQ ระบุว่าสิ่งนี้ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตระบบดังกล่าวในปริมาณมากได้ September 9, 2026 IT Business, Quantum Computer, Server and Storage IonQ ผู้พัฒนาชิปควอนตัมได้เปิดตัว Superion 256 ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาด 256 คิวบิตที่สร้างขึ้นโดยใช้ชิปควบคุมที่ผลิตบนสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์มาตรฐาน โดย IonQ ระบุว่าสิ่งนี้ช่วยให้บริษัทสามารถผลิตระบบดังกล่าวในปริมาณมากได้ Credit: IonQ Superion 256 ถือเป็นคอมพิวเตอร์ควอนตัมรุ่นที่หกของ IonQ และระบบในอนาคตทั้งหมดจะถูกออกแบบให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน ทั้งนี้ IonQ ได้ขายเครื่องแรกล่วงหน้าไปแล้วในช่วงไตรมาสแรก โดยเครื่องที่ผลิตออกมาจะทำงานอยู่บนบริการคลาวด์ของบริษัทเช่นกัน ชิปดังกล่าวผลิตโดย SkyWater Technology ซึ่งเป็นโรงงานหล่อชิปที่ IonQ ตกลงซื้อกิจการในเดือนมกราคมด้วยมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์ โดย IonQ ได้ผลิตหน่วยประมวลผลควอนตัมขนาด 256 คิวบิต ที่บูรณาการอย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรกที่นั่น พร้อมทั้งดักจับไอออนในระบบต้นแบบที่กำลังประกอบขึ้นในหลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา โดยชิปดังกล่าวผ่านการทำ tapeout ถึง 6 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 การทำงานร่วมกับโรงงานหล่อชิปควอนตัมของ SkyWater ช่วยลดวงจรการออกแบบจากเก้าเดือนเหลือเพียงสองเดือน และผลิตล็อตเวเฟอร์ได้มากกว่าพันธมิตรโรงงานรายเดิมถึง 12 เท่าภายในระยะเวลาหกเดือน ระบบนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Electronic Qubit Control ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ IonQ ได้มาจากการเข้าซื้อกิจการ Oxford Ionics ด้วยมูลค่า 1.075 พันล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดยทั่วไปแล้วเครื่องจักรแบบ trapped-ion จะต้องพึ่งพาอาเรย์เลเซอร์ในการควบคุมคิวบิต แต่สำหรับ Superion ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จะถูกติดตั้งอยู่บนชิปโดยตรง สถิติความแม่นยำของเกตสองคิวบิตที่ระดับ 99.99% ของ IonQ ซึ่งทำได้ในเดือนตุลาคม ก็มาจากงานออกแบบเดียวกันนี้ ระบบ Superion หนึ่งเครื่องมีขนาดเท่ากับตู้แร็คเซิร์ฟเวอร์มาตรฐาน โดยมีการใช้พลังงานต่ำกว่าตู้แร็คที่บรรจุหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) และระบบระบายความร้อนสามารถเชื่อมต่อกับระบบท่อน้ำในศูนย์ข้อมูลทั่วไปได้ Niccolo de Masi ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า Superion 256 เป็นแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ควอนตัมแรกที่ได้รับการออกแบบมาให้สร้างได้ทีละหลายร้อยเครื่องแทนที่จะสร้างทีละเครื่อง แพลตฟอร์มนี้ตั้งใจที่จะใช้ไอออนคิวบิตแบบเดียวกันและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมแบบเดียวกันตั้งแต่ขนาด 256 คิวบิตไปจนถึงระดับล้านคิวบิต โดย Superion 10K ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาจะนำ CMOS มาไว้บนชิปและเป็นรุ่นแรกที่สร้างขึ้นเพื่อรัน Walking Cat ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ทนต่อความผิดพลาดที่ IonQ ได้เผยแพร่ไปเมื่อเดือนเมษายน Chris Ballance ประธานฝ่ายคอมพิวเตอร์ควอนตัมของ IonQ เรียก Superion ว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดที่อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ควอนตัมเคยพบมา โดยเขาระบุว่าระบบที่ทนต่อความผิดพลาดได้อย่างสมบูรณ์ในห้องปฏิบัติการของ IonQ จะเกิดขึ้นในปี 2027 และรุ่นเชิงพาณิชย์ที่ผลิตได้จริงจะเกิดขึ้นในปี 2028 ทั้งนี้การยกเลิกการใช้เลเซอร์ควบคุมคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนต่อคิวบิตลงได้มากกว่า 300 เท่าตามแผนงานที่วางไว้ นอกจากนี้ IonQ ยังได้เผยแพร่การประเมินทรัพยากรในวันนี้สำหรับการรันอัลกอริทึมของ Shor เพื่อถอดรหัส secp256k1 ซึ่งเป็นเส้นโค้งวงรีที่อยู่เบื้องหลังบิตคอยน์ โดยนักวิจัยประเมินว่าจะต้องใช้คิวบิตทางกายภาพ 19,397 คิวบิตและใช้เวลา 25.7 วัน ซึ่งเป็นขนาดที่ใกล้เคียงกับเครื่องจักรในแผนงานฮาร์ดแวร์ปี 2028 ขณะนี้บริษัทเปิดรับคำสั่งซื้อ Superion256 แล้ว และมีกำหนดการส่งมอบให้ลูกค้าชุดแรกในปี 2027 ที่มา: https://siliconangle.com/2026/09/08/ionq-launches-superion-256-a-quantum-computer-built-for-volume-production/ Check Also ผู้พัฒนา AI โอเพนซอร์ส Mistral ปิดรอบระดมทุน 3 พันล้านยูโร Mistral AI ห้องปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์จากประเทศฝรั่งเศส ประกาศว่าบริษัทได้ระดมทุนมูลค่า 3 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.49 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ Qualcomm เซ็นดีลชิป AI และเครือข่ายออปติกกับ Amazon Qualcomm ประกาศว่าบริษัทได้รับสัญญาในการจัดหาชิปปัญญาประดิษฐ์และฮาร์ดแวร์เครือข่ายให้กับ Amazon Source: Originally published on TechTalkThai. Read the full article at TechTalkThai → ### ราคาทองวันนี้ 9 ก.ย. เปิดตลาดร่วง 450 บาท ทองแท่งขายออก | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-450-or-the-bangkok-insight-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย.) เปิดตลาดลดลง 450 บาท จากระดับปิดเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองในประเทศเปิดตลาดเช้าวันพุธ ปรับตัว... ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย.) เปิดตลาดลดลง 450 บาท จากระดับปิดเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.)สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทองในประเทศเปิดตลาดเช้าวันพุธ ปรับตัวลงแรง 450 บาท หลังจากเมื่อวานมีการประกาศราคาทองทั้งหมด 24 ครั้ง รวมราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทวันนี้เปิดตลาดแข็งค่าบริเวณ 32.90 บาท เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันต่อทองคำในประเทศปรับตัวลงแรงดังกล่าวราคาทองวันนี้ราคาทองวันนี้ รูปพรรณ 1 บาท รับซื้อ 66,597.88 บาท ขายออก 68,950 บาทราคาทองคำวันนี้ 1 บาท 68,950 นาทราคาทองคำวันนี้ 2 สลึง 34,875 บาทราคาทองคำวันนี้ 1 สลึง 17,838 บาทราคาทองคำวันนี้ ครึ่งสลึง 9,319 บาทราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อ 67,950 บาท ขายออก 68,150 บาทราคาทองคำต่างประเทศ 4,374 ดอลลาร์ต่อออนซ์ราคาทองสปอตได้รับแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดราคาทองวันนี้อ่านข่าวเพิ่มเติมวิเคราะห์ชี้ 'สันติภาพ' หนุนราคาทองปี 2569 มากกว่าสงคราม สวนทางทฤษฎีดั้งเดิมส่อง 3 ปัจจัยหนุนราคาทองคำ ส่งสัญญาณไปต่อ แนะสะสมเมื่อราคาอ่อนตัวเตือน! 'ราคาทอง' อาจเจอ 'ฟองสบู่แตก' จ่อปรับฐานใหญ่ หลังทะลุ 5,300 ดอลลาร์ติดตามเราได้ที่เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### รายได้เซมิคอนดักเตอร์ AI ที่พุ่งขึ้นตามคาดหนุนหุ้น Broadcom มุ่งสู่แนวต้าน $381.72 - Traders Union URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-broadcom-dollar38172-traders-union Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รายได้เซมิคอนดักเตอร์ AI ที่พุ่งขึ้นตามคาดหนุนหุ้น Broadcom มุ่งสู่แนวต้าน $381.72 Traders Union 5 ความเคลื่อนไหวของนักวิเคราะห์ด้าน AI: การเปิดตัว iPhone อาจเป็นปัจจัยลบต่อหุ้น Apple Investing.com Broadcom Inc (AVGO) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.78% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคล รายได้เซมิคอนดักเตอร์ AI ที่พุ่งขึ้นตามคาดหนุนหุ้น Broadcom มุ่งสู่แนวต้าน $381.72  Traders Union5 ความเคลื่อนไหวของนักวิเคราะห์ด้าน AI: การเปิดตัว iPhone อาจเป็นปัจจัยลบต่อหุ้น Apple  Investing.comBroadcom Inc (AVGO) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.78% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ  tradingkey.comBroadcom เผยงบ Q3 ดีเกินคาดหลังรายได้ฝั่ง AI พุ่งแรง 221% แต่โดนกดดันจากแนวโน้ม Q4 ที่ออกมาต่ำกว่าคา  MoomooNasdaq จับตางบ Broadcom! บริษัทจะทำซ้ำความสำเร็จของ Nvidia ได้หรือไม่?  xtb.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดหุ้นออสเตรเลีย: S&P/ASX 200 ปิดลบเล็กน้อย URL: https://onesiamsoft.com/articles/sandpasx-200-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ (9 ก.ย.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางอาจส่งผลให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นด้วย หลังจากมีรายงานว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนและโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ตลาดลดช่วงลบ เนื่องจากความแข็งแกร่งของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองแร่ช่วยพยุงตลาด ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ปิดที่ 8,911.40 จุด ลดลง 9.40 จุด หรือ -0.11% ดัชนี All Ordinaries [XAO.X] ปิดที่ 9,102.90 จุด ลดลง 11.40 จุด หรือ -0.13% หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ กลุ่มการเงิน และกลุ่มบริการพาณิชย์ ร่วงลงและเป็นปัจจัยฉุดตลาด อย่างไรก็ดี การพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มบริการด้านอุตสาหกรรมช่วยให้ตลาดลดช่วงลบ โดยหุ้น Woodside พุ่งขึ้น 2.60% และหุ้น Santos บวก 1.31% ขณะที่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้น BHP พุ่งขึ้น 3.25% และหุ้น Rio Tinto พุ่งขึ้น 1.89% โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ครบวงจร-ธุรกิจดิจิทัล - Hoonsmart URL: https://onesiamsoft.com/articles/gulf-gastech-2026-ecosystem-hoonsmart Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HoonSmart.com>>กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF ประกาศความพร้อมเข้าร่วมมหกรรมพลังงานระดับโลก “Gastech 2026” นำเสนอศักยภาพของกลุ่มบริษัทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่พลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือและโลจิสติกส์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โทรคมนาคม และดาวเทียม การเ HoonSmart.com>>กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์  หรือ GULF ประกาศความพร้อมเข้าร่วมมหกรรมพลังงานระดับโลก “Gastech 2026”  นำเสนอศักยภาพของกลุ่มบริษัทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่พลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือและโลจิสติกส์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โทรคมนาคม และดาวเทียม การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ GULF ในฐานะ “The Ultimate Enabler” ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา ภายใต้แนวคิดหลัก “Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow” เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สู่พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต GULF มุ่งผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานของไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ผสานระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน (Baseload) การเร่งขยายพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และการต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ รองรับความต้องการของกลุ่มธุรกิจชั้นนำระดับโลก และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ไฮไลท์สำคัญ ณ GULF Pavilion (บูธ C80) พื้นที่กว่า 420 ตร.ม. ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับ The Ecosystem Showcase ที่ถ่ายทอดความเชื่อมโยงของทุกกลุ่มธุรกิจหลักของกัลฟ์ ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน (Energy Business) โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ธุรกิจทรัพยากร (Resources Business) ที่ฉายภาพห่วงโซ่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG Terminal ธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์ (Port & Logistics) โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม (Digital & Telecommunications) ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ AI โทรคมนาคม และดาวเทียม ภายในบูธยังมี Immersive Zone ที่มอบประสบการณ์ภาพรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านนวัตกรรมจอภาพ LED และศิลปะดิจิทัลที่โอบล้อมผู้ชม ถ่ายทอดเส้นทางพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่มกัลฟ์ ให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางจากรากฐานพลังงานที่มั่นคงสู่ผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ปิดท้ายด้วย The Coffee Bar by AIS & Networking Lounge พื้นที่รับรองและเจรจาธุรกิจ พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มสุดพิเศษ GULF ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และผู้สนใจในแวดวงพลังงานและเทคโนโลยี ร่วมเยี่ยมชมบูธ GULF (Stand No. C80) ในงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนา Source: Originally published on Hoonsmart. Read the full article at Hoonsmart → ### ความผันผวนของ USD/JPY (USDJPY) เพิ่มสูงขึ้นในวันที่ 9 ก.ย.: ปัจจัยที่ต้องจับตา URL: https://onesiamsoft.com/articles/usdjpy-usdjpy-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 USDJPY ปรับตัวลดลงเนื่องจากความคาดหวังเรื่องการคุมเข้มนโยบายการเงินของ BOJ และการทยอยปิดสถานะแคร์รีเทรดการทะลุแนวรับสำคัญที่ระดับ 155.00 กระตุ้นให้เกิดคำสั่งตัดขาดทุนและการล้างสถานะฝั่งซื้อส่วนต่างอัตราผลตอบแทนที่แคบลงและกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย ยิ่งเพิ่มแรงกดดัน USD/JPY (USDJPY) ปรับลง 0.53% ณ วันที่ 9 ก.ย. เวลา 02:05(ET) อยู่ที่ $153.131 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับลง 3.50%อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น USD/JPY (USDJPY) ปรับตัว ลง ในวันนี้?การปรับตัวลงของคู่เงิน USDJPY มีสาเหตุหลักมาจากตลาดที่เร่งคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นใหม่ ร่วมกับการเทขายเพื่อปิดสถานะ Yen Carry Trade อย่างรวดเร็ว นักลงทุนให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อความเป็นไปได้สูงที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่กำลังจะมาถึง โดยได้รับการสนับสนุนจากการส่งสัญญาณเชิงคุมเข้มของผู้กำหนดนโยบายธนาคารกลางและข้อมูลปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่แข็งแกร่ง ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสสองของญี่ปุ่นที่ได้รับการปรับทบทวนเพิ่มขึ้นช่วยยืนยันถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยสนับสนุนมุมมองที่ว่าสภาวะเศรษฐกิจมหภาคในประเทศยังคงเอื้อต่อการปรับนโยบายการเงินเข้าสู่ระดับปกติ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนสถาบันในประเทศได้แสดงความต้องการดึงเงินทุนกลับประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อเชิงโครงสร้างต่อเงินเยนแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ การร่วงลงรวดเร็วขึ้นตามกลไกตลาดเมื่อคู่เงินดังกล่าวหลุดแนวรับทางเทคนิคเชิงโครงสร้างสำคัญบริเวณ 155.00 ซึ่งจุดชนวนคำสั่งตัดขาดทุนและเกิดการเทขายล้างสถานะซื้อดอลลาร์อย่างเป็นระบบ กระแสคำสั่งซื้อขายของนักลงทุนสถาบันสะท้อนให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนสถานะอย่างมีนัยสำคัญ โดยกองทุนเฮดจ์ฟันด์สาย Macro ได้เข้าสะสมออปชันฝั่งขาย (downside options) อย่างหนักเพื่อเป้าหมายระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำลง นอกจากนี้ แรงส่งฝั่งขาลงยังถูกขยายความรุนแรงขึ้นจากสัญญาณนโยบายของทางการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ออกเตือนอย่างชัดเจนต่อการเปิดสถานะเก็งกำไรต่อต้านเงินเยน ซึ่งเน้นย้ำว่าทางการมีความอดทนต่อการอ่อนค่าอย่างรุนแรงของเงินเยนลดลง และสกัดกั้นการเข้าซื้อดอลลาร์เมื่อราคาปรับตัวลงในระยะสั้น ในฝั่งของเงินดอลลาร์นั้น ดอลลาร์สหรัฐยังคงตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เนื่องจากผู้ร่วมตลาดใช้ทัศนคติระมัดระวังล่วงหน้าก่อนการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยกำหนดทิศทางคาดการณ์แนวนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ว่าตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐฯ จะสะท้อนถึงกิจกรรมในตลาดแรงงานที่ทรงตัว แต่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่แคบลงยังคงสร้างแรงกดดันต่อ USDJPY เนื่องจากความคาดหวังนโยบายการเงินในโตเกียวปรับตัวเร็วกว่าการปรับคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯ เพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและราคาพลังงานโลกที่พุ่งสูงขึ้นยังสร้างบรรยากาศที่ไวต่อความเสี่ยง ซึ่งเอื้อต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่เงินเยนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แม้ว่าสภาวะทางเทคนิคอาจส่งผลให้เกิดการพักตัวในระยะสั้น ๆ แต่การเคลื่อนไหวในภาพรวมยังคงยึดโยงกับการลู่เข้าหากันของนโยบายการเงินเชิงพื้นฐานและการปรับสถานะเชิงระบบในตลาดการเงินทั่วโลกการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ USD/JPY (USDJPY)ในเชิงเทคนิค USD/JPY (USDJPY) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -1.167 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณขาย ขณะที่ค่า RSI ที่ 24.239 แสดงถึงสภาวะขาย และค่า Williams %R ที่ 94.376 แสดงถึงสภาวะขายมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ USD/JPY (USDJPY)เหตุการณ์ล่าสุดและความเสี่ยง: การปรับเพิ่มคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุกของธนาคารกลางญี่ปุ่น: ตลาดเงินปรับเพิ่มคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 17–18 กันยายน พุ่งขึ้นสู่ระดับเกือบ 97% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการแสดงความเห็นเชิงรุกของคณะกรรมการที่ส่งสัญญาณถึงโอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยติดต่อกัน และสร้างแรงกดดันขาลงอย่างหนักต่อคู่เงิน USD/JPY การเร่งปิดสถานะ Carry Trade และการหลุดแนวรับทางเทคนิค: การปรับตัวลงหลุดแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ระดับ 155.00 และ 154.00 ระหว่างวันอย่างชัดเจน ได้กระตุ้นคำสั่งตัดขาดทุนอัตโนมัติและการประกันความเสี่ยงของผู้ค้าออปชัน ส่งผลเร่งการล้างสถานะ Yen Carry Trade และเปิดความเสี่ยงด้านขาลงเพิ่มเติมไปสู่ระดับ 152.00 และ 150.00 ความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องจากการเข้าแทรกแซงของกระทรวงการคลังญี่ปุ่น: คำเตือนอย่างเป็นทางการที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจาก อัตสึชิ มิมูระ (Atsushi Mimura) นักการทูตด้านอัตราแลกเปลี่ยนระดับสูงของญี่ปุ่น ส่งผลให้ตลาดยังคงมีความไวต่อความเป็นไปได้ในการเข้าแทรกแซงตลาดจากภาครัฐ ทำให้เทรดเดอร์เพิ่มความระมัดระวังในการถือสถานะซื้อ (Long) ในคู่เงิน USD/JPY ระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนที่ปรับตัวสูงขึ้น การเปิดเผยดัชนี CPI ของสหรัฐฯ และความเสี่ยงจากส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่แคบลง: ข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่กำลังจะเปิดเผย นำมาซึ่งความเสี่ยงจากความผันผวนในฝั่งขาลงระยะสั้น เนื่องจากหากตัวเลข CPI ออกมาต่ำกว่าที่คาดไว้ อาจกดดันให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นแคบลง และกระตุ้นให้เกิดแรงเทขายเงินดอลลาร์เพิ่มเติม บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### น้ำมันโลกพุ่งแรง เบรนท์เฉียด $100 หลังฮูตีถล่มแหล่งน้ำมันซาอุฯ - Hua Seng Heng URL: https://onesiamsoft.com/articles/dollar100-hua-seng-heng Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิ […] ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียกระทรวงพลังงานของซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า โรงงานน้ำมันหลายแห่งได้ยุติการผลิต หลังกลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ทำการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 คนโฆษกกลุ่มฮูตีแถลงว่า ทางกลุ่มได้ใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีแหล่งน้ำมันของบริษัทซาอุดี อารามโก ทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 3 ลำเมื่อวันเสาร์ เพื่อตอบโต้การโจมตีของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปยังเรือรบ 2 ลำของสหรัฐกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ประณามการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสงคราม และเป็นการทำสงครามทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านนายเดวิด มอร์ริสัน นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของ Trade Nation กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่ และความตึงเครียดก็เพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งเขากล่าวเพิ่มเติมว่า นายคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐ เคยระบุว่า อาจเป็นไปไม่ได้ที่สหรัฐจะบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านสามารถพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ขึ้นอีก 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยคาดว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนธันวาคม ขณะที่น้ำมันดิบ WTI จะอยู่ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลส่วนในปี 2570 โกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI อยู่ที่ 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์คาดว่า ปัญหาการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลางจะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงปี 2570 ขณะที่การผลิตน้ำมันจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีดังกล่าวที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ Source: Originally published on Hua Seng Heng. Read the full article at Hua Seng Heng → ### วิเคราะห์ราคาทองวันนี้|วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้|วิเคราะห์ XAUUSD วันนี้ - วันที่ 9 กันยายน 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/or-forex-or-xauusd-9-2026 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อัพเดทบทวิเคราะห์ราคาทองวันนี้ วิเคราะห์ทองคํา forex วันนี้และวิเคราะห์ XAUUSD ของวันที่ 9 ก.ย. 2569 ตามมาดูรายละเอียดกันเลย แหล่งที่มา: DepositPhotosราคาทองคำวันนี้ กราฟแสดงราคาทองคำวันนี้ เทรดทองเดี๋ยวนี้ > *ค่าคอม ฯ 0 และสเปรดต่ำ 0️⃣ *เงินเสมือนจริงฟรี $50,000 ดอลลาร์ 💰 *โบนัสสำหรับลูกค้าใหม่ $100 ดอลลาร์ 🎁 ราคาทองคำ (XAUUSD) ล่าสุดเช้านี้ (9 กันยายน 2569) อยู่ระดับ 4,351 ดอลลาร์ หลังอ่อนลงต่อเนื่องและอยู่ใต้โซน 4,365–4,373 ดอลลาร์ ตลาดถูกดึงสองทางระหว่างความเสี่ยงพลังงานที่หนุนแรงซื้อปลอดภัย กับผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่สูงและโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่จีนยังซื้อทองเข้าทุนสำรอง คำถามวันนี้คือแรงหนุนระยะยาวจะพยุงราคาได้หรือไม่หากภาพสั้นยังลง?สรุปประเด็นสำคัญวันนี้สรุปประเด็นสำคัญวันนี้แนวโน้มราคาวันนี้: ให้น้ำหนักทางลงในกรอบ ราคาอยู่ใต้ 4,365–4,373 ดอลลาร์ การฟื้นต้องกลับยืนเหนือบริเวณนี้ก่อนข่าวเด่น: น้ำมัน Brent แตะ 99.46 ดอลลาร์ก่อนปิด 97.92 ดอลลาร์ กดทองผ่านกังวลเงินเฟ้อ ขณะที่ Goldman Sachs Research มองบวกระยะยาวและจีนซื้อทอง 20.2 ตันในสิงหาคมจับตา: PPI วันที่ 10 กันยายน และ CPI วันที่ 11 กันยายน เวลา 19:30 น. ตามเวลาไทยทั้งคู่ พร้อมแนวรับ 4,325–4,333 ดอลลาร์ ทองร่วงสวนน้ำมันแพงเพราะตลาดกลัวเงินเฟ้อมากกว่า ล่าสุดเมื่อเช้า ราคาทองคำอยู่ระดับ 4,368.60 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบ Brent ขึ้นแตะ 99.46 ดอลลาร์ก่อนปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ ภาพนี้ดูย้อนแย้งเพราะความตึงเครียดควรหนุนสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ตลาดให้น้ำหนักอีกด้านมากกว่า คือน้ำมันแพงทำให้เงินเฟ้อค้างสูงและเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นลบตรงกับทองที่ไม่มีดอกเบี้ย ตัวเลขในข่าวเป็นภาพช่วงเวลาที่รายงาน ไม่ใช่ราคาล่าสุดเช้านี้ ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีใกล้ 4.80 เปอร์เซ็นต์ทำให้ภาพชัดขึ้น เมื่อผลตอบแทนสูงขึ้น ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองจะสูงตาม แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังอยู่ สำหรับคนเทรด ทองกำลังถูกดึงสองทางพร้อมกัน ด้านหนึ่งมีแรงประคองจากความไม่แน่นอน อีกด้านถูกกดจากคาดการณ์ดอกเบี้ย ตราบใดที่ผลตอบแทนยังสูง การเด้งมีโอกาสถูกจำกัด Goldman Sachs ยังมองบวกแต่ต้องแยกกรอบเวลาให้ชัด มุมของ Anthony Kim จาก Goldman Sachs ไม่ได้บอกว่าทองจะขึ้นทันที แต่มองช่วงนี้เป็นการพักตัวยาวและเป็นจังหวะทยอยสะสมเมื่ออ่อนลงใกล้ 4,000 ดอลลาร์ ส่วน 4,900 ดอลลาร์สิ้นปีเป็นประมาณการของ Goldman Sachs Research ไม่ใช่เป้าหมายเร็ววันและไม่ใช่ระดับที่รับประกันว่าถึงแน่ ทำให้การนำมุมมองยาวมาใช้กับเทรดสั้นโดยตรงจึงทำให้จังหวะพลาดง่ายในช่วงที่ราคายังอยู่ใต้แนวต้าน Goldman Sachs Research คาดธนาคารกลางสหรัฐจะคงดอกเบี้ย ซึ่งเป็นการประเมินของสำนักดังกล่าว ไม่ใช่ข้อสรุปของตลาดรวม เพราะตลาดกว้างยังให้น้ำหนักโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อสูงจากราคาพลังงาน ความต่างนี้คือหัวใจของตลาดตอนนี้ หากเล่นภาพพักตัวต้องยอมรับความผันผวน หากจะเล่นฟื้นต้องรอราคากลับยืนเหนือแนวต้านก่อน จีนซื้อทองเพิ่มช่วยหนุนโครงสร้างไม่ใช่สัญญาณกลับตัวสั้น ธนาคารกลางจีนซื้อทอง 20.2 ตันในเดือนสิงหาคม มากที่สุดนับจากเดือนตุลาคม 2023 ความสำคัญคือเป็นการซื้อเข้าทุนสำรองจริง ไม่ใช่การย้ายที่เก็บ ยอดทองสำรองทางการเพิ่มเป็นประมาณ 2,387 ตัน และเป็นการเพิ่มทองต่อเนื่อง 22 เดือน ส่วนมูลค่าทุนสำรองที่เพิ่มขึ้นไม่เท่ากับเงินที่ใช้ซื้อทอง เพราะมูลค่าทองเดิมขยับตามราคาตลาดด้วย นัยต่อตลาดคือแรงซื้อธนาคารกลางช่วยสร้างฐานอุปสงค์ระยะยาว แต่ไม่ใช่สัญญาณกลับตัวระยะสั้น ยอดซื้อรายเดือนไม่ได้ยืนยันว่าจะมีแรงรับที่ราคาปัจจุบัน ข่าวนี้จึงช่วยจำกัดมุมมองลบเกินไป แต่การฟื้นยังต้องผ่านด่านผลตอบแทนพันธบัตรและข้อมูลเงินเฟ้อไปก่อน วิเคราะห์กราฟเทคนิคราคาทองคำ (XAUUSD)ภาพรายชั่วโมงสะท้อนแรงขายต่อเนื่อง ราคาล่าสุดใกล้ 4,351 ดอลลาร์ อยู่ใต้โซน 4,365–4,373 ดอลลาร์ ซึ่งเปลี่ยนจากแนวรับเดิมเป็นแนวต้านแรก โครงสร้างเป็นการไหลลงก่อนชะลอใกล้ระดับปัจจุบัน แสดงว่าแรงขายยังคุมภาพรวม ส่วนการชะลอลงยังไม่ใช่การกลับโครงสร้าง การเด้งจึงควรมองเป็นการฟื้นในกรอบขาลงจนกว่าจะยืนเหนือแนวต้านแรกได้มั่นคง ดัชนี RSI ลงถึงบริเวณขอบเขตขายมากเกินไป แต่ไม่ควรสรุปว่าถึงบริเวณนี้แล้วต้องเด้ง ภาวะดังกล่าวบอกเพียงว่าแรงขายเร่งในช่วงสั้น ไม่ใช่หลักฐานกลับเป็นขาขึ้น จึงไม่ควรรับเพียงเพราะสัญญาณอ่อนทางเทคนิค และไม่ไล่ขายใกล้แนวรับ ควรรอราคาตัดสินที่แนวสำคัญก่อน หากกลับยืนเหนือ 4,373 ดอลลาร์ได้ ด่านถัดไปอยู่ที่ 4,394–4,401 ดอลลาร์ ก่อนถึงจุดเริ่มโซนต้าน 4,437 ดอลลาร์ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 4,325–4,333 ดอลลาร์ และ 4,282–4,301 ดอลลาร์ตามลำดับ แนวโน้มราคาทองคำวันนี้ แนวโน้มราคาทองคำวันนี้Bull Case: ราคาต้องกลับยืนเหนือ 4,373 ดอลลาร์ก่อน จึงลุ้นทดสอบ 4,394–4,401 ดอลลาร์ โดยต้องมีแรงซื้อต่อเนื่องBear Case: หากฟื้นไม่ผ่าน 4,365–4,373 ดอลลาร์ แรงขายมีโอกาสกดลงทดสอบ 4,325–4,333 ดอลลาร์ และหากหลุดอาจไหลต่อไป 4,282–4,301 ดอลลาร์Sideway : หากประคองเหนือ 4,325–4,333 ดอลลาร์แต่ไม่ผ่าน 4,365–4,373 ดอลลาร์ มีโอกาสแกว่งในกรอบล่างรอปัจจัยใหม่ กลยุทธ์การเทรดวันนี้ สำหรับคนเล่นสั้น เน้นรอราคาพิสูจน์ที่แนวสำคัญมากกว่าคาดล่วงหน้า เพราะภาพรายชั่วโมงยังลงใต้แนวต้านแรก การซื้อสวนต้องมีเงื่อนไขยืนยัน ส่วนการขายต้องระวังไล่ปลายทางใกล้แนวรับ หน้า Buy: รอราคากลับยืนเหนือ 4,373 ดอลลาร์มั่นคงก่อน แล้วค่อยมองตามแรงต่อไป 4,394–4,401 ดอลลาร์ โดยใช้การย่อแล้วไม่หลุดเป็นจุดประเมิน หากกลับหลุดใต้แนวเดิมควรถอยก่อนหน้า Sell: พิจารณาเมื่อฟื้นเข้า 4,365–4,373 ดอลลาร์แล้วมีแรงขาย เช่นเกิดแท่งกลับตัวหรือยืนเหนือไม่ได้ แล้วค่อยมองลงหาฐานล่าง โดยเลี่ยงไล่ขายเมื่อถึง 4,325–4,333 ดอลลาร์แล้ว สำหรับสายถือยาว การซื้อของจีนและการประเมินของ Goldman Sachs Research ช่วยประคองมุมมองโครงสร้าง แต่ภาพสั้นยังพักใต้แนวต้าน จึงเหมาะรอสะสมเมื่ออ่อนตามกรอบมากกว่ารีบเพิ่มน้ำหนัก กรอบแนวรับ-แนวต้าน ประจำวัน ประเภทระดับราคาแนวรับ (Support) #1$4,325–$4,333แนวรับ (Support) #2$4,282–$4,301แนวรับ (Support) #3$4,250–$4,270แนวต้าน (Resistance) #1$4,365–$4,373แนวต้าน (Resistance) #2$4,394–$4,401แนวต้าน (Resistance) #3$4,437 - $4,450 คำถามวันนี้ (FAQ) ทำไมทองลงทั้งที่น้ำมันขึ้นแรง? เพราะตลาดตีความน้ำมันแพงเป็นความเสี่ยงเงินเฟ้อ มากกว่าจะหนุนสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเดียว เมื่อเงินเฟ้อค้างสูง ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอาจถูกดันขึ้นและต้นทุนถือทองที่ไม่มีดอกเบี้ยจะสูงตาม ทองจึงถูกกดแม้ความเสี่ยงยังอยู่ รอบนี้จึงต้องดูราคาพลังงานและผลตอบแทนพันธบัตรคู่กัน จีนซื้อทองมากสุดนับจากตุลาคม 2023 ควรซื้อตามเลยหรือไม่? การซื้อ 20.2 ตันในสิงหาคมเป็นแรงหนุนโครงสร้างที่ดี แต่ไม่ได้รับประกันการพยุงราคารายวันและไม่ยืนยันจุดกลับตัวระยะสั้น คนเล่นสั้นควรรอราคากลับยืนเหนือ 4,373 ดอลลาร์ก่อนค่อยประเมินฝั่งฟื้น ส่วนสายถือยาวใช้จังหวะอ่อนตามกรอบแนวรับทยอยสะสมได้ โดยยังต้องคุมความเสี่ยงหากหลุดแนวรับสำคัญ *** การลงทุนมีความเสี่ยง ท่านไม่ได้เป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงใด ๆ และผลิตภัณฑ์นี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกท่าน ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนเริ่มต้นได้ โปรดศึกษา เอกสารเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยง ก่อนใช้บริการของเราการลงทุนมีความเสี่ยง เนื้อหาของบทความนี้ใช้สำหรับการอ้างอิงเท่านั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุนบทความที่เกี่ยวข้องผู้เขียน  MitradeInsights2 เดือน 13 วัน ศุกร์แนวโน้มราคาทองคำปี 2569 อยู่ในทิศทางขาขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ 5,000 ถึง 6,000 ดอลลาร์ ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการของธนาคารกลาง การกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์ และวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ แต่แม้ราคาจะทำระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจัยพื้นฐานยังคงชี้ให้เห็นว่านี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของวัฏจักรนี้ผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights7 เดือน 03 วัน ศุกร์ทองคำแกว่งวันละเป็นร้อยจุด แต่ทำไมบางคนกำไรฉ่ำ แต่อีกหลายคนโดนล้างพอร์ต? คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “กลยุทธ์” เสมอไป แต่อยู่ที่ แอปเทรดทอง ต่างหาก เพราะบางแอป spread กว้าง ถอนเงินนาน หรือไม่มีเครื่องมือจัดการความเสี่ยงเลย วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟัง เพื่อให้คุณตัดสินใจว่าจะใช้ แอปเทรดทองไหนดีในปี 2026ผู้เขียน  ชัญญาพัชร์ ประวาสุขInsightsวันที่ 18 มี.ค. 2025ถ้าคุณสนใจเทรดทองคำในตลาด ก็จะต้องมีคำถามว่า “ตลาดทองเปิดกี่โมง?” เพราะการเข้าใจเรื่องเวลาเปิด-ปิดถือเป็นพื้นฐานสำคัญ วันนี้ มาทำความเข้าใจกันว่าตลาดทองเปิดกี่โมง และช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมกับการเทรดทองคำที่สุดผู้เขียน  MitradeInsights7 เดือน 08 วัน พุธหลายคนเริ่มสนใจเทรดทองคำเพราะเห็นราคาทองคำขยับแรง ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่สำหรับนักเทรดทองคำมือใหม่ จุดที่ต้องระวังคือการไม่เข้าใจต้นทุน เลเวอเรจ และความเสี่ยงที่แท้จริง วันนี้เราจะพาไปเริ่มจากพื้นฐาน ตั้งแต่เลือกวิธีลงทุนทองคำ ฝึกใช้บัญชี คำนวณขนาด Lot และตั้ง Stop Loss ก่อนใช้เงินจริงผู้เขียน  เมธิณี วสุมดีInsights7 เดือน 03 วัน ศุกร์ขึ้นชื่อว่าเป็นนักลงทุนแล้วก็เป็นธรรมดาที่จะอยากให้เงินลงทุนของตัวเองเติบโต สิ่งสำคัญนอกจากการเลือกสินทรัพย์และกลยุทธ์ที่เหมาะสมแล้วบัดดี้อย่างโบรกเกอร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ปัจจุบันโบรกเทรดทองคำในไทยยังมีไม่มากนัก แต่ด้วยการขยายโอกาสจากการสื่อสารที่เชื่อมโยงถึงกันทำให้โบรกเทรดทองต่างประเทศกลายมาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และหากนักลงทุนยังมีคำถามคาใจที่ว่าสำหรับคนไทยโบรกเกอร์ทองคําไหนดี? คราวนี้เราก็จะพาไปทำความรู้จักโบรกเกอร์เทรดทองจากต่างประเทศทั้ง 6 แห่งที่เราเลือกสรรมา รับรองว่าบทความนี้ช่วยหาคำตอบได้แน่นอน Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### OPPO A7 Pro เปิดตัวในจีนพร้อมแบต 8,000mAh จอ OLED 120Hz กันน้ำ IP69K ราคาเริ่มต้นราว 10,800 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-a7-pro-8000mah-oled-120hz-ip69k-10800 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 OPPO A7 Pro ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนแล้ว โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือแบตเตอรี่ 8,000mAh รองรับ 5G และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K สูงสุดแล้ว หลังจาก OPPO เปิดตัว OPPO A7 Pro Max ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 10,000mAh ไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดถึงคิวของ OPPO A7 Pro ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีนแล้ว ซึ่งรุ่นนี้ก็จะเข้ามาวางขายในไทยด้วยในชื่อเดียวกันเร็วๆ นี้ เพราะว่าผ่านการรับรองจาก กสทช. ในไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือแบตเตอรี่ 8,000mAh รองรับ 5G และกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K สูงสุดแล้ว ส่วนรุ่นปัจจุบันที่ขายอยู่คือ OPPO A6s 5G ราคา 13,499 บาท (Shopee/ Lazada) | OPPO A6t Pro ราคา 8,699 บาท (Shopee/ Lazada) สำหรับดีไซน์ของ OPPO A7 Pro จะมีตัวเครื่องที่บาง และโมดูลกล้องจะเป็นเลนส์ 2 ตัววางแนวนอนข้างกัน และมีวงแฟลชอีกหนึ่งตัวข้างๆ บนโมดูลวงรีเต็มฝาหลัง หน้าจอเป็นแบบ Flexible OLED ขนาด 6.57 นิ้ว ความละเอียด 2372 × 1080 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 120Hz และ Touch Sampling Rate 240Hz แสดงผลสีได้แบบ 10-bit และให้ความสว่างสูงสุด 1,400 nits ภายในใช้ชิป MediaTek Dimensity 6360 Max ความเร็วสูงสุด 2.4GHz รองรับเครือข่าย 5G ได้ พร้อมกับ RAM แบบ LPDDR4X สูงสุด 8GB และความจุ UFS 2.2 สูงสุด 256GB เพิ่มความจุได้อีกด้วย SDcard นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อน Vapor Chamber ขนาด 4,300 ตารางมิลลิเมตร ครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง หนึ่งในจุดเด่นของรุ่นนี้คือแบตเตอรี่ขนาด 8,000mAh ที่รองรับการชาร์จเร็ว 45W แต่ตัวเครื่องก็ยังมีความบางแค่ 8.8 มม. และน้ำหนักประมาณ 205 กรัมเท่านั้น พร้อมทำงานบนระบบ ColorOS 16 พื้นฐาน Android 16 และเพิ่มระบบความปลอดภัยที่ใช้ AI เข้ามาช่วยตรวจจับ เช่น การแจ้งเตือนสายโทรศัพท์ที่มีความเสี่ยง การตรวจจับการสลับใบหน้าด้วย AI หรือ Face Swap รวมถึงระบบป้องกันที่ทำงานข้ามแอปด้วย ด้านกล้องของ OPPO A7 Pro มาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.9) รองรับ Autofocus ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8MP ตัวเครื่องยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Optical ใต้จอ พร้อมโหมด 300% Super Volume สำหรับเพิ่มระดับเสียงขั้นสุด สามารถกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP66, IP68 และ IP69K เลยทีเดียว การเชื่อมต่อรองรับ 5G, Wi-Fi 5, Bluetooth 5.4, GPS, NFC และ USB Type-C ได้ครบ ราคาและการวางจำหน่าย สำหรับราคา OPPO A7 Pro ในจีน รุ่น RAM 6GB + 256GB เปิดราคาที่ 2,199 หยวน หรือประมาณ 10,800 บาท ส่วนรุ่น RAM 8GB + 256GB ราคา 2,499 หยวน หรือประมาณ 12,200 บาท มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Riding the Waves, Every Step Blossoms และ Desert Brown ก่อนเริ่มวางจำหน่ายในจีนวันที่ 11 กันยายนนี้ ส่วนรุ่นที่จะวางขายในบ้านเราจะใช้ชื่อ OPPO A7 Pro 5G ที่เป็นเวอร์ชัน Global รหัสโมเดล CPH2931 ที่ผ่านการรับรองจากหลายประเทศแล้ว ทั้ง กสทช. ของไทย, SIRIM ของมาเลเซีย และ TDRA ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึง BIS ของอินเดียด้วย แต่ของอินเดียจะใช้ชื่อ OPPO F35 แทน ที่มา: gizmochina Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### ส.อ.ท.ชงรัฐดัน E20–ซื้อสินค้าไทย เร่งเศรษฐกิจปลายปี เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค.ลด URL: https://onesiamsoft.com/articles/e20-3 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ส.อ.ท.เผยเชื่อมั่นอุตสาหกรรม ส.ค. ลด 89.7 เหตุฝนตกหนัก ต้นทุนพลังงานสูง กำลังซื้อ–สินเชื่อรถยนต์ชะลอ มอง 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้น รับแรงหนุน Thailand Fast Pass พร้อมเสนอรัฐเร่งใช้ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐาน ดัน Local Content กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วันนี้ ( 9 ก.ย.2569) นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค. 2569 อยู่ที่ 89.7 ลดลงจาก 90.0 ในเดือน ก.ค. สะท้อนแรงกดดันจากฝนตกหนักที่กระทบพื้นที่เศรษฐกิจ การขนส่งและวัตถุดิบ รวมถึงต้นทุนพลังงานและปิโตรเคมีที่ยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดรถยนต์ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ โดยยอดขายรถยนต์ช่วง 7 เดือนแรกลดลง 17.38% นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ด้าน SMEs ยังเผชิญต้นทุนสูง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการแข่งขันจากสินค้านำเข้า ขณะที่การลงทุนยังกระจุกตัวในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ทำให้อุตสาหกรรมดั้งเดิมและ SMEs เข้าถึงโอกาสการลงทุนได้จำกัด อย่างไรก็ตาม ภาคส่งออกยังเป็นแรงหนุนสำคัญ โดยขยายตัว 18.2% จากอานิสงส์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI ส่งผลให้การผลิตคอมพิวเตอร์เพิ่ม 50.2% PCB เพิ่ม 15.2% และ HDD เพิ่ม 19.63% ขณะที่อุตสาหกรรมอาหาร โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปและอาหารสัตว์เลี้ยง ยังเติบโตตามตลาดโลก ส.อ.ท.ชงรัฐดัน E20–ซื้อสินค้าไทย เร่งเศรษฐกิจปลายปี เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค.ลด สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นในช่วง 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 97.0 เพิ่มจาก 96.1 สะท้อนผู้ประกอบการมองเศรษฐกิจระยะข้างหน้าดีขึ้น โดยคาดว่า Thailand Fast Pass จะช่วยเร่งการลงทุน ขณะที่เทศกาลจับจ่ายปลายปีและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไตรมาส 4 จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและคำสั่งซื้อในประเทศ ทั้งนี้ ผู้ประกอบการยังจับตาความไม่แน่นอนด้านภาษีสหรัฐฯ ความขัดแย้งตะวันออกกลางที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานและราคาพลังงาน รวมถึงความผันผวนของสภาพอากาศจาก Super El Niño ที่อาจกระทบผลผลิตเกษตรและวัตถุดิบอุตสาหกรรม ส.อ.ท.ชงรัฐดัน E20–ซื้อสินค้าไทย เร่งเศรษฐกิจปลายปี เผย ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ส.ค.ลด ส.อ.ท.เสนอรัฐเร่ง ผลักดัน E20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานของประเทศ เพื่อลดต้นทุนและการนำเข้าน้ำมัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิตเกษตรผ่านอุตสาหกรรมเอทานอล ควบคู่ส่งเสริม Local Content เชื่อม FDI กับ Supplier ไทย และรณรงค์ให้ประชาชนและภาครัฐซื้อสินค้าไทยช่วงปลายปี เพื่อเพิ่มการใช้กำลังการผลิตและสร้างรายได้ให้ SMEs อ่านข่าว: อาหาร-พลังงานปรับตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่ง 2.53% สนค. คงเป้าทั้งปี 2%พพ.เผย พ.ค.ใช้น้ำมัน 148 ล้านลิตร/วัน นำเข้าพุ่ง 25.7% รับต้นทุนพลังงานสูงพาณิชย์ดัน SMEs ใช้ FTA เจาะตลาดใหม่ รับไทย-EFTA จ่อมีผล ม.ค.70 Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### Qualcomm เซ็นดีลชิป AI และเครือข่ายออปติกกับ Amazon URL: https://onesiamsoft.com/articles/qualcomm-ai-amazon Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Qualcomm ประกาศว่าบริษัทได้รับสัญญาในการจัดหาชิปปัญญาประดิษฐ์และฮาร์ดแวร์เครือข่ายให้กับ Amazon Qualcomm ประกาศว่าบริษัทได้รับสัญญาในการจัดหาชิปปัญญาประดิษฐ์และฮาร์ดแวร์เครือข่ายให้กับ Amazon Credit: Qualcomm ข้อตกลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือในวงกว้างที่ขยายครอบคลุมไปยังด้านอื่น ๆ ด้วย โดย Qualcomm ได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิหุ้นที่จะช่วยให้ Amazon สามารถซื้อหุ้นได้สูงสุดถึง 25 ล้านหุ้น มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหุ้นดังกล่าวจะทยอยได้รับสิทธิ์เป็นงวด ๆ จนถึงปี 2036 จากการยื่นเอกสารต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า การออกหุ้นบางส่วนขึ้นอยู่กับการที่ Amazon ซื้อผลิตภัณฑ์ของ Qualcomm รวมมูลค่าสูงสุดถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ Prasad Kalyanaraman รองประธานของ Amazon Web Services กล่าวว่า การทำงานร่วมกันในด้านชิปที่ปรับแต่งเฉพาะและเทคโนโลยีการเชื่อมต่อขั้นสูง จะช่วยให้พวกเขาสามารถส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากขึ้นให้กับลูกค้าของบริษัทได้ ทั้งสองบริษัทจะร่วมมือกันพัฒนาชิปที่ปรับแต่งเฉพาะในระดับสเกลสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ โดย Qualcomm อธิบายความร่วมมือนี้ว่าเป็นความร่วมมือแบบ “หลายเจเนอเรชัน” ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีแผนที่จะจัดหาชิปให้ Amazon ต่อเนื่องหลายรุ่น โดยทั้งสองบริษัทระบุว่าชิปเหล่านี้จะถูกปรับแต่งมาเพื่องานอินเฟอเรนซ์โดยเฉพาะ ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นสามเดือนหลังจากที่ Qualcomm ประกาศสัญญาสั่งซื้อชิป AI แบบหลายเจเนอเรชันกับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอีกรายหนึ่ง โดย Meta Platforms ได้ตกลงที่จะซื้อ Dragonfly C1000 รุ่นถัดไปหลายรุ่น ซึ่งเป็นซีรีส์หน่วยประมวลผลกลางที่ได้รับการปรับแต่งสำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI โดยชิปที่ทันสมัยที่สุดในซีรีส์นี้จะมีจำนวนคอร์มากกว่า 250 คอร์ และมีความถี่สูงสุดเกินกว่า 5 กิกะเฮิรตซ์ อีกหนึ่งโฟกัสของความร่วมมือระหว่าง Qualcomm และ Amazon คืออุปกรณ์เครือข่ายออปติก ซึ่งเครือข่ายออปติกถูกนำมาใช้เพื่อเชื่อมต่อเซิร์ฟเวอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในคลัสเตอร์ AI เข้าด้วยกัน โดยทั้งสองบริษัทระบุว่า Qualcomm จะจัดหาเทคโนโลยี SerDes และ DSP ให้กับ Amazon เซิร์ฟเวอร์แสดงข้อมูลที่ประมวลผลในรูปแบบของสัญญาณไฟฟ้า โดย DSP หรือตัวประมวลผลสัญญาณดิจิทัล เป็นชิปที่เปลี่ยนสัญญาณเหล่านั้นให้เป็นแสงที่สามารถเดินทางผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงได้ และยังทำหน้าที่งานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง สัญญาณไฟฟ้าที่บรรจุข้อมูลจะเคลื่อนที่อยู่ภายในโปรเซสเซอร์ของเซิร์ฟเวอร์ในรูปแบบของสตรีมข้อมูลแบบขนานหลายชุด โดย DSP ของ Qualcomm จะมีโมดูลที่เรียกว่า SerDes ซึ่งทำหน้าที่รวมสตรีมเหล่านั้นให้กลายเป็นสตรีมเดียว สิ่งนี้ช่วยให้การส่งข้อมูลจาก CPU ของเซิร์ฟเวอร์ไปยังส่วนประกอบภายนอกทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ โมดูล SerDes ยังช่วยลดปริมาณพลังงานที่จำเป็นในการเคลื่อนย้ายข้อมูลอีกด้วย DSP แบบออปติกที่ทันสมัยที่สุดของ Qualcomm มีชื่อว่า CO400 ซึ่งชิปนี้สามารถส่งข้อมูลได้ในระยะทางสูงสุดถึง 12 ไมล์ ทำให้เหมาะสำหรับการเชื่อมต่อศูนย์ข้อมูลเข้าด้วยกัน โดย CO400 ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าการแก้ไขข้อผิดพลาดล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงของข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูล โดยการเพิ่มข้อมูลเสริมเข้าไปในสตรีมข้อมูล ซึ่งช่วยให้ผู้รับสามารถแก้ไขสัญญาณออปติกที่ด้อยคุณภาพลงได้ เครือข่ายออปติกถือเป็นจุดเน้นสำคัญในกลยุทธ์ศูนย์ข้อมูลของ Amazon โดยในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา บริษัทได้ตกลงซื้อฮาร์ดแวร์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จาก Corning ซึ่งเป็นผู้ผลิตสายเคเบิลใยแก้วนำแสงชั้นนำ ไม่กี่เดือนก่อนหน้านั้น ยักษ์ใหญ่ด้านการค้าปลีกและคลาวด์รายนี้ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบเครือข่ายที่พัฒนาขึ้นเองภายใต้ชื่อ RNG ซึ่งใช้สายเคเบิลใยแก้วนำแสงจัดวางในรูปแบบกึ่งสุ่มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของทราฟฟิก ในส่วนของ Qualcomm นั้น บริษัทมีแผนที่จะขยายการใช้งาน AWS เพิ่มขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือนี้ โดยจะใช้ Amazon Bedrock ซึ่งเป็นบริการ AI แบบจัดการ เพื่อเรียกใช้งานแอปพลิเคชันสำหรับการออกแบบอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้วิศวกรสามารถสร้างและทดสอบพิมพ์เขียวของชิปได้ โดย Qualcomm คาดหวังว่าโครงการนี้จะช่วยเร่งความเร็วในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ที่มา: https://siliconangle.com/2026/09/08/qualcomm-inks-ai-chip-optical-networking-deal-with-amazon/ Source: Originally published on TechTalkThai. Read the full article at TechTalkThai → ### Bitcoin (BTCUSD) ปรับขึ้น 1.00% อย่างกะทันหันในวันที่ 9 ก.ย.: สิ่งที่คุณต้องจับตา URL: https://onesiamsoft.com/articles/bitcoin-btcusd-100percent-9 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นในการซื้อขายระหว่างวัน โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในตลาดสปอตและเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF ของนักลงทุนสถาบันการบังคับปิดสถานะชอร์ตและแรงขายที่ลดลงจากนักขุด ช่วยเร่งแรงส่งการปรับตัวขึ้นของราคาเครื่องมือชี้วัดทางเทคนิค ซึ่งรวมถึง MACD, RSI และ Williams %R บ่งชี้สภ Bitcoin (BTCUSD) ปรับขึ้น 1.00% ณ วันที่ 9 ก.ย. เวลา 01:15(ET) อยู่ที่ $79243.84 โดยมีการเคลื่อนไหวในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ปรับขึ้น 2.41%อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Bitcoin (BTCUSD) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นระหว่างวัน เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดสปอตอย่างต่อเนื่องและแรงซื้อไหลเข้าจากนักลงทุนสถาบันกลับมาครองตลาดอีกครั้ง หลังจากเคลื่อนไหวสร้างฐานในกรอบแคบมาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ เงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ช่วยสนับสนุนสภาพคล่องที่จำเป็น ซึ่งช่วยลดแรงกดดันจากภาวะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางมหภาคในช่วงที่ผ่านมา และช่วยดูดซับอุปทานส่วนเกินในตลาด ขณะเดียวกัน นักลงทุนสถาบันได้ใช้ความเสถียรบริเวณแนวรับทางเทคนิคสำคัญในการกลับเข้าเปิดสถานะซื้อ (long positions) อีกครั้ง ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและหนุนให้ราคาสปอตทรงตัวได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ โมเมนตัมการปรับขึ้นที่นำโดยตลาดสปอตยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการที่บริษัทเอกชนเข้าสะสมบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ทุนสำรองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนอุปสงค์เชิงโครงสร้างให้กับระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล การจัดวางสถานะในตลาดอนุพันธ์มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการเคลื่อนไหวของราคาและความผันผวนที่สูงขึ้นระหว่างวัน การพุ่งขึ้นทะลุแนวต้านระยะสั้นชั่วขณะได้ส่งผลให้เกิดการบังคับปิดสถานะขาย (short liquidations) เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงซื้อคืนแบบบังคับ (forced buy-backs) ที่ช่วยเร่งความเร็วของการปรับตัวขึ้นของราคา ด้านสถานะคงค้าง (open interest) รวมในตลาดฟิวเจอร์สมีการปรับตัว ขณะที่นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจได้ปรับสถานะเพื่อรองรับการขยายตัวของโมเมนตัมที่อาจเกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดบนบล็อกเชน (on-chain metrics) ส่งสัญญาณว่าแรงขายจากนักขุดลดลง เนื่องจากปริมาณการโอนเหรียญออกของนักขุดกลับสู่ระดับปกติหลังจากที่มีการปรับงบลงทุน (capex) ด้านการดำเนินงานก่อนหน้านี้ การลดลงของปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าสู่ศูนย์ซื้อขายจากผู้ถือครองรายใหญ่ได้ทำให้สภาพคล่องอุปทานในตลาดตึงตัวขึ้น ส่งผลให้เงินทุนไหลเข้าแม้เพียงจำนวนไม่มากก็สามารถผลักดันให้ราคาปรับตัวขึ้นได้แรงยิ่งขึ้น ในมุมมองทางเศรษฐกิจมหภาค การฟื้นตัวของราคาครั้งนี้สะท้อนถึงการปรับสมดุลเชิงยุทธศาสตร์ของบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากผู้ร่วมตลาดได้ตอบรับกับการคาดการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แม้ตลาดการเงินในวงกว้างจะยังคงไวต่อตัวเลขอัตราเงินเฟ้อและการแข็งค่าของดอลลาร์ แต่ความแข็งแกร่งของบิตคอยน์ได้ตอกย้ำบทบาทคู่อันโดดเด่นที่เพิ่มขึ้น ทั้งในฐานะสินทรัพย์เสี่ยงที่มีค่าเบต้าสูง (high-beta risk asset) และเครื่องมือกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของสถาบัน สำหรับทิศทางในระยะถัดไป นักลงทุนสถาบันจะเฝ้าติดตามความต่อเนื่องของกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิในกองทุน Spot ETF สภาพคล่องในระบบโดยรวม และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่าการฟื้นตัวในครั้งนี้เป็นเพียงปรากฏการณ์ Short Squeeze ชั่วคราว หรือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวขึ้นเชิงโครงสร้างที่ต่อเนื่องไปสู่กรอบราคาที่สูงขึ้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Bitcoin (BTCUSD)ในเชิงเทคนิค Bitcoin (BTCUSD) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -884.869 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 62.757 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 52.199 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin (BTCUSD)เหตุการณ์ล่าสุดและความเสี่ยง: การคาดการณ์นโยบายการเงินเชิงเข้มงวดและแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร: ข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาดและตัวเลขอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่อยู่ในระดับสูง ได้ผลักดันให้โอกาสที่ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นเกือบ 60% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มแรงขายตามปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้างต่อบิตคอยน์ เงินทุนไหลออกจากกองทุน Spot ETF และความต้องการของสถาบันที่ลดลง: กองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ เผชิญกับการพลิกตัวอย่างรุนแรงของกระแสเงินทุน โดยมีเงินทุนไหลออกสุทธิรายวันมากกว่า 236 ล้านดอลลาร์ นำโดยการไถ่ถอนมูลค่า 201 ล้านดอลลาร์จากกองทุน IBIT ของ BlackRock ในขณะที่ดัชนี Coinbase Bitcoin Premium Index ที่ติดลบ บ่งชี้ถึงแรงซื้อในตลาดสปอตของสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลง การติดแนวต้านทางเทคนิคและการล้างสถานะเลเวอเรจ: การถูกปฏิเสธซ้ำหลายครั้งที่บริเวณแนวต้านด้านบนช่วง 82,000–82,800 ดอลลาร์ ได้ส่งผลให้เกิดการล้างสถานะ Long ฟิวเจอร์สที่ถือครองมากเกินไป ทำให้โครงสร้างตลาดเปราะบางและเสี่ยงต่อการลงไปทดสอบแนวรับใกล้ระดับ 77,000 ดอลลาร์ที่ลึกขึ้น ท่ามกลางความต้องการออนเชน (On-chain) ในช่วง 30 วันที่หดตัวลง การโจมตีเครือข่าย Liquid Network และความเปราะบางของโครงสร้างพื้นฐาน: เหตุการณ์ความปลอดภัยครั้งใหญ่บนเครือข่าย Bitcoin Liquid Network ส่งผลให้มีการถอนเกือบ 4,000 BTC (ประมาณ 320 ล้านดอลลาร์) โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากบั๊กในซอฟต์แวร์ Elements ซึ่งบีบให้ผู้ดูแลระบบต้องระงับการถอนออกจากไซด์เชน (Peg-out) ชั่วคราว และกระตุ้นความกังวลด้านความปลอดภัยทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานของบิตคอยน์ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### "หุ้นฮ่องกง" เปิดบวก! "ฮั่งเส็ง" ขยับ 0.04% ลุ้นเงินเฟ้อจีน-สหรัฐฯ ชี้ทิศทางเฟด URL: https://onesiamsoft.com/articles/004percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 หุ้นฮ่องกงเปิดบวก ฮั่งเส็งเพิ่ม 0.04% นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อจีน-สหรัฐฯ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากปิดตลาดอ่อนแรงลงเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ รวมถึงข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดตลาดที่ระดับ 25,328.13 จุด เพิ่มขึ้น 10.95 จุด หรือ +0.04% สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนส.ค.ในวันนี้ โดยนักลงทุนจับตาตัวเลขดังกล่าวเพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อของจีน ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. #ตลาดหุ้นฮ่องกง #หุ้นฮ่องกง #ฮั่งเส็ง #ดัชนีฮั่งเส็ง #เงินเฟ้อจีน #เงินเฟ้อสหรัฐฯ #CPI #PPI #เฟด #อัตราดอกเบี้ย #ตลาดหุ้นเอเชีย #ข่าวหุ้น #ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดหุ้นวันนี้ Source: Originally published on สยามรัฐ. Read the full article at สยามรัฐ → ### เอกนัฎ ดันร่างแผน PDP 2026 ปฏิรูปพลังงาน ปักธงพลังงานสะอาด-ลดนำเข้า URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวในงาน THE BIG ISSUE PDP 2026 ENERGY GREEN POWERพลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว ในหัวข้อ ยุทธศาสตร์พลังงานไทย ว่า (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 25692593 (PDP2569) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวในงาน THE BIG ISSUE PDP 2026 ENERGY GREEN POWERพลิกโฉมพลังงานไทย สู่ฐานการผลิตสีเขียว ในหัวข้อ ยุทธศาสตร์พลังงานไทย ว่า (ร่าง) แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 25692593 (PDP2569) คือวาระแห่งชาติที่สำคัญที่สุดในเวลานี้ เพื่อรับมือกับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก และเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกเศรษฐกิจไทยให้หลุดพ้นจากกับดักการเติบโตที่ระดับ 2-3% สู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI โดยพลังงานคือลมหายใจสำคัญ เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ โดยแผน PDP เป็นองค์ประกอบสำคัญของทั้งระบบ ทั้งระบบการผลิตไฟ มีระบบโครงข่ายที่กำลังจะเปิดตลาดซื้อไฟสะอาดเสรี ในรูปแบบ Direct PPA ในส่วนของผู้ใช้ กำลังจะเปลี่ยนสู่การเป็นผู้ผลิตไปด้วยกัน ทั้งนี้แผน PDP2569 มีจุดเด่น 3 ประการหลัก ได้แก่ เป็นแผนที่สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย นายเอกนัฏ กล่าวว่า การผลิตพลังงานของประเทศไทยมีการดำเนินการเพื่อความสะอาดของพลังงานมาอย่างต่อเนื่อง และทำได้ดีมาในระดับหนึ่ง โดยประเทศไทยเปลี่ยนผ่านจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันลดบทบาทสู่โรงไฟฟ้าพลังงานแก๊ส ส่งผลให้คาร์บอนลดลง ต่อมาก็พยายามผลักดันโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดมากขึ้น ขณะเดียวกันในยุคที่พลังงานสะอาดแพง รัฐบาลก็ออก Adder เพื่อสนับสนุนให้มีไฟสะอาด อย่างไรก็ดี เราบรรจุการผลักดันพลังงานสะอาดในแผน จากเดิมที่สนับสนุนเป็นครั้งคราว ทั้งนี้ ความสะอาดของพลังงานไม่ใช่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือแต้มต่อในการแข่งขันบนเวทีโลกที่กำลังกีดกันทางการค้าด้วยกำแพงภาษีคาร์บอน แผน PDP ฉบับนี้จึงกำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ช่วง 10 ปีแรก จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด (Renewable Energy: RE) ให้ก้าวกระโดดจากระดับต่ำกว่า 20% ในปัจจุบัน ขึ้นไปแตะระดับ 50% ของกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม ช่วง 15 ปีหลัง จะขยับสัดส่วนพลังงานสะอาดอย่างต่ำ 65% และอาจดันไปถึง 89-90% พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) เข้ามาบรรจุในแผนอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากเรื่องพลังงานสะอาดแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญคือความมั่นคงด้านพลังงาน ประเทศไทยมีโรงกลั่น 6 โรงที่มีกำลังการผลิตมากกว่าความต้องการใช้ แต่นำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% ซึ่งเป็นการนำเข้าที่สูงและเป็นเชื้อเพลิงซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ขณะที่การผลิตไฟฟ้า ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าจากแก๊สประมาณ 60% โดยใช้แก๊สจากในประเทศประมาณ 60% จากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เมียนมา ประมาณ 10% และอีก 30% ต้องพึ่งพาการนำเข้าในรูปแบบ LNG ซึ่งจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและวิกฤตทะเลแดงที่ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (Spot LNG) ผันผวนอย่างหนัก ซึ่งหากปล่อยไว้จะทำให้ต้นทุนเนื้อไฟฟ้าของไทยพุ่งสูงกว่า 6 บาทต่อหน่วย เพื่อแก้ปัญหานี้ แผน PDP จะลดการพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าแบบ Spot และหันมาพึ่งพาก๊าซในอ่าวไทยและเมียนมาแทน โดยระบุว่าก๊าซในอ่าวไทยมีศักยภาพราว 2,000-2,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมกับการเจรจาแหล่งก๊าซแหล่งใหม่ในเมียนมาที่คาดว่าจะได้เพิ่มเป็น 700-800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมเป็นกว่า 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งเพียงพอต่อการผลิตไฟฟ้าถึง 21,000 เมกะวัตต์ ทำให้ในอีก 10 ปีข้างหน้า แม้จะมีโรงไฟฟ้าก๊าซปลดระวางไป 17,000 เมกะวัตต์ แต่จะสร้างทดแทนเพียง 9,000 เมกะวัตต์ รวมทั้ง LNG แบบผูกสัญญาระยะยาวบางส่วน เมื่อรวมกันแล้วทำให้เราไม่ต้องพึ่งพานำเข้าก๊าซ LNG ในรูปแบบ Spot ที่มีราคาผันผวน นอกจากนี้ ยังจัดตั้งผู้ใช้ไฟประเภทใหม่ สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟมหาศาลอย่าง Data Center โดยกำหนดว่าหากมีความต้องการใช้ไฟจนต้องนำเข้า LNG เพิ่ม กลุ่มนี้จะต้องเป็นผู้รับภาระต้นทุนส่วนเพิ่มนั้นเอง เพื่อไม่ให้กระทบค่าไฟของประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งผลักดันโรงไฟฟ้าชีวมวล (Biomass) จากเศษวัสดุการเกษตร ซึ่งนอกจากจะผลิตไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมงทัดเทียมก๊าซแล้ว ยังช่วยลดการเผา ลด PM2.5 และกระจายรายได้สู่เกษตรกรโดยตรง และสุดท้ายคือแผนที่เป็นธรรมที่สุด โดยแผนฉบับนี้จะทลายการผูกขาดและเปิดกว้างทางเทคโนโลยีใหม่ ทั้ง SMR, Solid Oxide Fuel Cell, ไฮโดรเจน, ความร้อนใต้พิภพ โดยวัดกันที่ความปลอดภัยและต้นทุนที่ถูกที่สุด นอกจากนี้ยังพลิกโฉมผู้ใช้ไฟฟ้าให้กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า (Prosumer) ผ่านนโยบายสำคัญ ได้แก่ เปิดตลาด Direct PPA เสรี ซึ่งล่าสุดประชุม กพช. ได้ปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง (Direct PPA) โดยไม่จำกัดโควตาเพียง 2,000 เมกะวัตต์ และไม่จำกัดเฉพาะ Data Center อีกต่อไป เปิดโอกาสให้ทุกอุตสาหกรรมเข้าถึงไฟสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ จะเป็นธรรมสำหรับทุกเทคโนโลยี ประเด็นที่สองที่ไม่ได้อยู่ในแผน แต่ต้องทำให้ได้ คือ ต้องให้ความเป็นธรรมกับประชาชน และผู้ประกอบการ โดยค่าไฟต้องเป็นธรรม ขณะเดียวกันในด้านของการผลิตไฟฟ้าหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ทุกคนมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า โดยจะมีการจัดสรรโควตาถึง 10,000 เมกะวัตต์ จากทั้งหมด 24,000 เมกะวัตต์ ให้กับประชาชน โดยภาครัฐอาจเข้าไปสนับสนุนการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน และรับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบในราคาที่เป็นธรรมทัดเทียมกับโซลาร์ฟาร์ม ขณะเดียวกันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จะไม่สูญเสียบทบาท แต่ต้องเปลี่ยนผ่านจากการเน้นผลิตไฟฟ้า สู่การเป็นผู้บริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) เพื่อรองรับพลังงานสะอาดที่จะเข้ามาในระบบจำนวนมาก ทั้งนี้กระทรวงพลังงานยังเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผน PDP 2569 ต่อไปอีก 1 สัปดาห์ เพื่อปรับปรุงให้สมบูรณ์ที่สุด แผน PDP เที่ยวนี้จะเป็นสัญญาณที่ประเทศไทยส่งไปให้นักลงทุนทั่วโลก ว่าเรามีแผนที่ทันต่อเหตุการณ์ มีความกล้า และทะเยอทะยานพอที่จะเปลี่ยนผ่านประเทศ นี่คือแผนที่สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมกับทุกคน นายเอกนัฏ กล่าว โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ราคาทองในประเทศเช้าวันนี้(9 ก.ย.) ลดลง 450 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-450 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สมาคมค้าทองคำ แจ้งการปรับเปลี่ยนราคาทองระหว่างวันในวันนี้(9 ก.ย.69) มีการเปลี่ยนแปลง 1 ครั้ง ราคารวมปรับลง 450 บาทจากวันก่อน โดย... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “Meta Muse” ผู้ช่วย AI อัจฉริยะจากเมตา สั่งการข้ามแอปได้เต็มรูปแบบ URL: https://onesiamsoft.com/articles/meta-muse-ai-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เรียกได้ว่าออกมาท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังร้อนแรง สำหรับผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่อย่าง เมตา มิวส์ (Meta Muse) ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ที่ยกระดับความเก่ เรียกได้ว่าออกมาท่ามกลางกระแสปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังร้อนแรง สำหรับผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่อย่าง เมตา มิวส์ (Meta Muse) ตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) ที่ยกระดับความเก่งกาจ สามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการส่งอีเมล การลงประกาศขายรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการจองทริปท่องเที่ยวแทนผู้ใช้งาน แม้ว่าตอนนี้ภายในบริษัท จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับการจัดการและการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวก็ตาม ความสามารถระดับเทพเอเจนต์ตัวนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า มิวส์ (Muse) หรือเป็นที่รู้จักภายในบริษัทในชื่อ แฮชท์ (Hatch) ถือเป็นหัวใจสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ที่ต้องการมอบปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลขั้นสูง หรือที่เรียกว่า "Personal Superintelligence" ให้แก่ผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทั่วโลกในเครือข่ายของ เมตา (Meta)การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพยายามเร่งกระจายแหล่งรายได้ของ เมตา (Meta) ให้พ้นจากการพึ่งพาโฆษณาเพียงอย่างเดียว พร้อมทั้งสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับเงินลงทุนมหาศาลในชิป AI และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าจะสูงเกิน 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีนี้ในช่วงเริ่มต้น ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเปิดให้ใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชัน มิวส์ (Muse) โดยเฉพาะ หรือใช้งานผ่านบริการส่งข้อความ วอตส์แอปส์ (WhatsApp) นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่ามีแผนที่จะนำเอเจนต์นี้ไปรวมไว้ในแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) ในเร็ว ๆ นี้โมเดลราคาด้านโมเดลราคา ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานเวอร์ชันพื้นฐานได้ฟรี ขณะที่ผู้ใช้งานหนักสามารถสมัครสมาชิกแบบรายเดือนได้ในราคาเดือนละ 20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 700 บาท หรือในอีกราคาที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,500 บาท นอกจากนี้ ผู้ใช้งานสามารถเลือกปฏิเสธ (Opt-out) ไม่ให้นำปฏิสัมพันธ์ของตนไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI ของ เมตา (Meta) ได้ และบริษัทมีแผนจะปล่อย มิวส์ (Muse) เวอร์ชันที่เข้ารหัสความปลอดภัยเพิ่มเติมภายในปีนี้มิวส์ (Muse) ได้รับการพัฒนาโดยมีต้นแบบมาจาก โอเพนคลอว์ (OpenClaw) ซึ่งเป็นผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Agent) แบบโอเพน-ซอร์ส (Open-source) ตัวระบบถูกออกแบบให้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้อย่างครอบคลุม ทั้งอีเมล ปฏิทิน ระบบชำระเงิน สุขภาพ การช้อปปิ้ง และอุปกรณ์สมาร์ตโฮม โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกได้เองว่าจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันใด และสามารถยกเลิกการเข้าถึงได้ตลอดเวลาโดย เอเจนต์ มิวส์ (Muse) แต่ละตัวจะทำงานอยู่บนการจำลองคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลบนระบบคลาวด์ (Virtual Machine) ทำให้สามารถประมวลผลและปฏิบัติตามคำสั่งเบื้องหลังได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ใช้จะไม่ได้เปิดใช้งานอยู่ก็ตามอย่างไรก็ตาม การเชื่อมต่อกับแอปที่มีข้อมูลจริงของผู้ใช้ แม้จะเพิ่มประโยชน์อย่างมหาศาล แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต่อตัวผู้ใช้ที่มอบข้อมูลให้ และต่อบุคคลภายนอกที่อาจได้รับผลกระทบหาก AI ทำงานผิดพลาดมาตรการด้านความปลอดภัยวิชาล ชาห์ (Vishal Shah) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ เมตา (Meta) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า บริษัทได้ชะลอการเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ออกไปจากเดิมในเดือนเมษายน เพื่อปรับปรุงระบบความปลอดภัยให้รัดกุมยิ่งขึ้น โดย Meta มั่นใจว่าการพัฒนาเพิ่มเติมช่วยให้ระบบสามารถก้าวข้ามขีดจำกัด และผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำที่จำเป็นในการส่งมอบถึงมือผู้บริโภคได้โดยหนึ่งในระบบป้องกันที่ เมตา (Meta) ติดตั้งไคือระบบเอเจนต์แยกอีกตัวหนึ่ง ที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบการกระทำที่วางแผนไว้ และในบางกรณีจะสั่งให้ มิวส์ (Muse) ขอการอนุมัติจากผู้ใช้ก่อนลงมือปฏิบัติจริงกระนั้นก็ตาม ตามข้อมูลโพสต์ภายใน ตามการรายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) พบว่าพนักงาน ที่ร่วมทดสอบเครื่องมือนี้จนถึงช่วงสัปดาห์นี้ ยังคงรายงานผลลัพธ์ที่ผสมผสานกันไป โดยพนักงานรายหนึ่งระบุว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนโลจิสติกส์การท่องเที่ยว จน มิวส์ (Muse) กลายเป็นเหมือนสมาชิกคนที่สามในทริปฮันนีมูนนาน 3 สัปดาห์ของเขา แต่ในขณะเดียวกัน พนักงานคนอื่น ๆ กลับพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยร้ายแรง เช่น เอเจนต์มีการข้ามผ่านระบบป้องกัน (Guardrails) เพื่อดึงรูปถ่ายส่วนตัวจาก iCloud ออกมาเปิดเผย หลังจากถูกสั่งให้ระบุของเล่นที่อยู่ในรูปภาพงานวันเกิดของเด็กการเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานที่ว่า AI Agent จากแล็บชั้นนำหลายแห่ง ทั้ง OpenAI, Anthropic รวมถึง Meta เอง กำลังก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดจากการฝ่าฝืนกฎและมีพฤติกรรมที่ไม่สามารถคาดเดาได้ โดยภายใน เมตา (Meta) เอง เหตุการณ์ร้ายแรงด้านเทคนิคและความปลอดภัยพุ่งสูงขึ้นถึง 40% จากปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากกระแสการเขียนโค้ดด้วย AI และปัญหาเกี่ยวกับเอเจนต์ ขณะที่เวลาที่พนักงานต้องเสียไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพิ่มขึ้นถึง 70% Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าผสมผสาน วิตกน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง จับตา CPI สหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/cpi-5 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยตลาดได้รับแรงกดกดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สหรัฐฯ ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าผสมผสานในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยตลาดได้รับแรงกดกดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดเช้าที่ 65,495.23 จุด เพิ่มขึ้น 225.90 จุด หรือ +0.35% ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าที่ 25,316.87 จุด ลดลง 0.31 จุด หรือ -0.00% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนปิดเช้าที่ 3,949.89 จุด เพิ่มขึ้น 9.34 จุด หรือ +0.24% ดัชนี KOSPI [KOSPI.X] ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 1.3% ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ตลาดหุ้นออสเตรเลียลดลง 0.21% สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้นและทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานในตะวันออกกลาง โดยล่าสุด กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบจำนวน 5 ลำของอิหร่านวันอังคาร (8 ก.ย.) เพื่อตอบโต้อิหร่านที่พยายามโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ทั้งนี้ ราคา WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.60 ดอลลาร์ แตะที่ 94.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้านี้ และราคาน้ำมันเบรนท์ [BRENT.X] พุ่งขึ้น 1.57 ดอลลาร์ แตะที่ 99.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี (10 ก.ย). และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ของสหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียเช้านี้ ตัวเลขเงินเฟ้อของจีนทั้งดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ต่างก็ปรับตัวขึ้นในเดือนส.ค. เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นและอุปสงค์สินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากการอุปโภคบริโภคภายในประเทศที่ซบเซาลงเป็นเวลานาน สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ส่วนดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และแข็งแกร่งกว่าในเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.5% ซึ่งเป็นระดับอ่อนแอที่สุดในรอบสามเดือน ด้านกระทรวงข้อมูลและสถิติเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ว่า เกาหลีใต้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 184,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบ 5 เดือน ส่วนอัตราว่างงานเดือนส.ค. อยู่ที่ 2% ทรงตัวเมื่อเทียบรายปี โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### Garmin Ring กำลังจะมา! ข้อมูลหลุดเผยว่าบริษัทกำลังพัฒนาแหวนรุ่นนี้ใน 10 ขนาด และคาดว่าจะวางจำหน่ายภายในสองปี URL: https://onesiamsoft.com/articles/garmin-ring-10 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เมื่อกลางเดือนสิงหาคม เราได้ยินข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ Garmin จะพัฒนาวงแหวนของตัวเองเป็นครั้งแรก นับเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากบริษัทเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้... เราเริ่มรู้จักกันครั้งแรกในช่วงกลางเดือนสิงหาคม ได้ยิน มีข่าวลือว่า Garmin อาจพัฒนาแหวนอัจฉริยะของตัวเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ เพราะก่อนหน้านี้บริษัทเคยระบุว่าจะไม่เข้าสู่ตลาดนี้เลย แต่ตอนนี้เราได้ทราบแล้วว่า Garmin CIRQA SMART RING จะวางจำหน่ายใน 10 ขนาด ข้อมูลนี้ถูกเปิดเผยโดยฐานข้อมูลการรับรองของบราซิล ANATEL ซึ่งมีหมายเลขรุ่นที่คล้ายคลึงกันมาก ได้แก่ A05124, B05124, C05124, D05124, E05124, F05124, G05124, H05124, I05124 และ AA5124 โดยผู้ผลิตคือ Garmin International Inc. และผู้ยื่นขอในบราซิลคือ E3TECH Engenharia e Representações ที่น่าสนใจคือ ใบรับรองเลขที่ 04640-26-03330 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2026 จนถึงวันที่ 14 กันยายน 8 2028อาจกล่าวได้ว่า Garmin มีเวลาสองปีในการนำแหวนออกสู่ตลาด คุณอาจจะสนใจ ทำไมถึงเป็นแหวน ไม่ใช่นาฬิกา? อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึง Garmin CIRQA SMART RING โดยตรง ซึ่งเป็นข้อมูลที่รั่วไหลออกมาในเดือนสิงหาคมพร้อมกับรายงานฉบับเดิม แต่ในที่นี้กลับบ่งชี้โดยตรงว่านี่จะเป็นสมาร์ทริงของบริษัท Garmin ใช้ตัวอักษรนำหน้าสำหรับหมายเลขพื้นฐานเดียวกันอยู่แล้ว เมื่อทำการรับรองรุ่นต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์เดียวกัน ซึ่งโดยปกติจะมีขนาดเท่ากับตัวเรือนนาฬิกา สิบ variaแต่นั่นจะเป็นจำนวนเงินที่มากมหาศาลจริงๆ variaการปรับขนาดของนาฬิกาจะเหมาะสมกว่า ในขณะที่แหวนจะเหมาะสมกว่าเพราะต้องพอดีกับนิ้วและไม่สามารถปรับให้แน่นหรือหลวมได้ ตัวอย่างเช่น แหวน Oura Ring 5 มีให้เลือก 8 ขนาด Galaxy Ring มีอยู่ทั้งหมด 11 ตัว ครอบครัว CIRQA กำลังเติบโตขึ้น Garmin เปิดตัวสายรัดข้อมือไร้หน้าจอแสดงผลรุ่นแรกในเดือนกรกฎาคม โดยใช้ชื่อว่า CIRQA ซึ่งผมยังคงสวมอยู่ที่ข้อมือขวา แม้จะผ่านมานานแล้วก็ตาม ทบทวนความรู้สึกนั้นเป็นสิ่งที่ผมรักมาก หลังจากใช้สมาร์ทวอทช์มาหลายปี การที่ไม่ถูกรบกวนจากสิ่งใดๆ เลยนั้นมันพิเศษจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องมีเซ็นเซอร์บางอย่างอยู่ที่ข้อมือและตัวสายรัดข้อมืออยู่ดี ซึ่งถ้าเป็นแหวนก็คงแก้ปัญหานี้ได้ แหวนเก็บข้อมูลที่เราต้องการ แต่แหวนนั้น... miniเรียบง่าย ไม่โดดเด่น หรือตรงกันข้ามคือสง่างาม Garmin CIRQA ยังไม่ใช่แบบนั้น แต่ดูเหมือนว่าฉลาก CIRQA จะถูกใช้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ไม่มีหน้าจอแสดงผล ซึ่งออกแบบมาให้ใช้งานเป็นอุปกรณ์สวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นสายรัดหน้าอกหรือเครื่องตรวจวัดการนอนหลับจึงไม่จัดอยู่ในหมวดหมู่นี้ คุณอาจจะสนใจ ผมอยากรู้จริงๆ ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Garmin จะออกมาแก้ตัวเรื่องแหวนอัจฉริยะของตนอย่างไร ก่อนหน้านี้ Garmin เคยกล่าวว่าแหวนอัจฉริยะนี้อาจมีเซ็นเซอร์คุณภาพไม่ดีพอที่จะให้ข้อมูลที่บริษัทพึงพอใจได้ แต่เทคโนโลยีพัฒนาไปทุกวัน ดังนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะเชื่อว่า Garmin ได้แก้ไขปัญหานี้แล้วและจะนำเซ็นเซอร์ชนิดใหม่มาใช้ Source: Originally published on Samsung Magazine. Read the full article at Samsung Magazine → ### ซัมซุงเปิดตัวโทรศัพท์ Galaxy A07s รุ่นราคาประหยัดอย่างไม่คาดคิด URL: https://onesiamsoft.com/articles/galaxy-a07s Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ซัมซุงเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่น Galaxy A07s พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนซอฟต์แวร์นานสูงสุด 6 ปี หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีซัมซุงเพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัดรุ่น Galaxy A07s พร้อมกับคำมั่นสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนซอฟต์แวร์นานสูงสุด 6 ปีBáo Thanh niên•09/09/2026 ซัมซุงได้เปิดตัว สมาร์ทโฟน ราคาประหยัดรุ่นใหม่ Galaxy A07s อย่างเป็นทางการในภูมิภาคเลแวนต์ (เช่น จอร์แดน) โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ที่มองหาอุปกรณ์ราคาไม่แพงพร้อมการสนับสนุนซอฟต์แวร์ในระยะยาว Galaxy A07s ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นอัพเกรดของ Galaxy A07 โดยนำเสนอความยั่งยืนในอนาคตที่มากขึ้นพร้อมกับการปรับปรุงประสิทธิภาพที่ใช้งานได้จริง ซัมซุง เพิ่งเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น Galaxy A07s ราคาประหยัด Galaxy A07s เปิดตัวพร้อมชิปใหม่ แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน และการสนับสนุนซอฟต์แวร์นานสูงสุด 6 ปี การเปลี่ยนแปลงหลักของ Galaxy A07s อยู่ที่โปรเซสเซอร์ MediaTek Helio G99+ รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งรองรับมาตรฐาน RAM LPDDR5X ที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้การท่องเว็บและการใช้โซเชียลมีเดียราบรื่นยิ่งขึ้น โทรศัพท์มีหน้าจอ PLS LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ และอัตราการรีเฟรช 90Hz พร้อม RAM 4GB, หน่วยความจำภายใน 64GB (รองรับ microSD card สูงสุด 2TB), กล้องหลังคู่ 50MP + 2MP และกล้องหน้า 8MP อุปกรณ์นี้มีแบตเตอรี่ขนาด 5,000 mAh ที่รองรับการชาร์จผ่าน USB Type-C สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวันอย่างสบายๆ นอกจากคุณสมบัติกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างแล้ว จุดเด่นที่สุดคือ นโยบายการสนับสนุนซอฟต์แวร์ของ Samsung ที่ให้คำมั่นว่าจะอัปเดตระบบปฏิบัติการหลักถึง 6 ครั้ง และแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัยนานถึง 6 ปี ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ในตลาดจอร์แดน โทรศัพท์ Galaxy A07s มีราคาอยู่ที่ 119 ดีนาร์จอร์แดน (ประมาณ 167 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 4.3 ล้านดองเวียดนาม) และมีให้เลือกสามสี ได้แก่ สีดำ สีม่วงอ่อน และสีเขียว แม้ว่าอาจจะมีรุ่นที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลสูงกว่าวางจำหน่ายในตลาดอื่นๆ ในภายหลัง แต่การเปิดตัวครั้งแรกในขณะนี้เน้นไปที่รุ่นมาตรฐานราคาประหยัดเป็นหลัก ที่มา: https://thanhnien.vn/samsung-bat-ngo-tung-dien-thoai-gia-re-galaxy-a07s-185260909092054908.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### เพิ่มพลังกราฟฟิก แปลงฟีเจอร์ AI DLSS 5 ใช้กับการ์ดจอต่างค่าย URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-dlss-5 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นับตั้งแต่ Nvidia เปิดตัว Deep Learning Super Sampling หรือ DLSS ครั้งแรก ก็ส่งผลให้วงการเกมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ [กรณีศึกษา] นับตั้งแต่ Nvidia เปิดตัว Deep Learning Super Sampling หรือ DLSS ครั้งแรก ก็ส่งผลให้วงการเกมเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนแม้แต่คู่แข่งก็ต้องเคลื่อนไหวตาม แต่ล่าสุดผู้ใช้ลุยเอง จัดการ Mod แปลง DLSS 5 ตัวใหม่ให้ใช้งานกับการ์ดจอค่ายคู่แข่งได้ ทว่าประสิทธิภาพไม่เต็ม 100% เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา Nvidia เปิดตัว DLSS 5 ฟีเจอร์ AI ที่ช่วย “เติมเต็ม” ให้ภาพกราฟฟิกของเกมมีความสมบูรณ์ขึ้น โดยดึงพลังประมวลผลจากการ์ดจอ RTX 50 Series เป็นหลัก ซึ่งประเดิมเกมแรกด้วย NBA 2K27 พร้อมยืนยันว่าจะมีเกมอื่น ๆ ทยอยตามมาในอนาคต แต่ระหว่างนี้ก็มีนัก Modder รายหนึ่งอย่าง danielblnc เผยสามารถแปลง DLSS 5 ให้ใช้งานกับชิป RDNA 4 ของ AMD หรือการ์ดจอ RX 9070 XT ได้ ตราบใดที่เล่นเกมบน DirectX 12 และรองรับ FSR หรือฟีเจอร์อัปสเกลของ AMD สำหรับวิธีการนั้นยังไม่เผย แต่คาดว่าใช้วิธี Dynamic wrapper ดักจับการเรียกใช้ NGX API และหลอกให้ไฟล์ Dynamic-Link Library หรือ DLL ของ DLSS 5 โหลดขึ้นมาบนการ์ดจอ AMD พอโหลดสำเร็จ ตัวระบบก็จะดึงโมเดล AI และข้อมูลการเรียกใช้ชิป Tensor ที่อยู่ภายใน DLL ออกมา จากนั้นก็แปลงเป็น HIP RT ให้ใช้งานกับชิปของ AMD ได้นั้นเอง แทนที่จะเป็น CUDA ของ Nvidia จุดสำคัญคือการเชื่อมต่อกับฟีเจอร์ FSR (FidelityFX Super Resolution) ของเกม ที่ถูกออกแบบเป็น Open Source จนทำให้ใช้งานกับการ์ดจอได้ทุกรุ่น และยังช่วยให้รัน DLSS 5 ได้ แม้ไม่มีชิป Tensor core ที่มีเฉพาะในการ์ดจอ RTX ก็ตาม อย่างไรก็ดี ตัว DLSS 5 แม้จะใช้ใน RX 9070 XT ที่มาพร้อม RDNA 4 รุ่น Top สุด แต่ประสิทธิภาพก็ทำได้แค่เล่นเกมความละเอียด Full HD (1080p) ที่เฟรมเรต 30 fps เท่านั้น โดยทดสอบกับเกม Cyberpunk 2077 ที่เล่นได้เพียง 28 FPS บนความละเอียด 1080p แต่ทาง danielblnc เผยมีเป้าหมายแปลงให้ DLSS 5 รันบน RDNA 4 ได้เทียบเท่ากับ RTX 5070 Ti ให้ได้ ….ระหว่างนั้น Nvidia คงเปิดตัว RTX 60 ก่อนแล้ว ที่มา : TomsHardware Source: Originally published on techhub. Read the full article at techhub → ### จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: มือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก URL: https://onesiamsoft.com/articles/253-201 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ นับตั้งแต่เปิดตัว Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ด้วยน้ำหนัก 276 กรัม ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพของมือถือจอพับมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการยกระดับทั้งออกแบบบานพับ หน้าจอ ความทนทาน และประสบการณ์ใช้งานในทุก ๆ เจเนอเรชันเมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซัมซุงยังเดินหน้ารับมือกับความท้าทายที่สำคัญ นั่นคือ การทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่และพกพาสะดวกยิ่งขึ้นในทุกวัน แต่ยังคงมอบประสบการณ์การใช้งานเฉพาะตัวอันโดดเด่นของฟอร์มแฟกเตอร์จอพับไว้อย่างครบถ้วนความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้ Galaxy Z Fold5 มีน้ำหนักอยู่ที่ 253 กรัม และ Galaxy Z Fold6 ลดลงเหลือ 239 กรัมจนกระทั่ง Galaxy Z Fold7 ซัมซุงได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม: "มือถือจอพับจะเบากว่ามือถือเรือธงแบบ Bar-type ได้หรือไม่?"ในเวลานั้น Galaxy S25 Ultra หนึ่งในมือถือเรือธงแบบ Bar-type ของซัมซุง มีน้ำหนักอยู่ที่ 218 กรัม ทีมพัฒนาจึงตั้งเป้าหมายให้ Galaxy Z Fold7 มีน้ำเบาเพียง 215 กรัมซึ่ง Galaxy Z Fold7 สามารถบรรลุเป้าหมายนั้นได้ และในวันนี้ Galaxy Z Fold8 ได้ต่อยอดนวัตกรรมจอพับที่สะสมมาหลายปี ด้วยการผสานฟอร์มแฟกเตอร์ใหม่เข้ากับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่นำหนึ่งก้าวเสมอ วัสดุ และการออกแบบภายในตัวเครื่อง จนทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 201 กรัม เบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม และส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 กลายเป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก[i]แต่ผู้บริโภคคาดหวังมากกว่าแค่มือถือจอพับที่มีน้ำหนักเบาลงจากผลสำรวจของYouGov[ii] ในปี 2024 พบว่าดีไซน์ที่เทอะทะหรือมีน้ำหนักมาก ยังคงเป็นหนึ่งในข้อกังวลของผู้บริโภคที่ไม่มีแผนจะซื้อมือถือจอพับ ขณะที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ความทนทาน และคุณภาพหน้าจอ เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ สำหรับผู้บริโภคที่กำลังพิจารณาซื้อมือถือจอพับข้อมูลเชิงลึกนี้จึงกลายเป็นเป้าหมายสำคัญด้านวิศวกรรมของซัมซุง คือการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง โดยยังคงประสบการณ์หลักที่ผู้ใช้ให้ความสำคัญไว้ขณะเดียวกัน อายุการใช้งานแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพของกล้อง ระบบจัดการความร้อน และความทนทาน ก็ยังต้องได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่ง แต่วิศวกรของซัมซุงต้องกลับมาทบทวนการออกแบบอุปกรณ์ใหม่ทั้งเครื่อง ตั้งแต่การยกระดับเทคโนโลยีพื้นฐานของจอพับ การเลือกใช้วัสดุใหม่ไปจนถึงการปรับชิ้นส่วนหลักและชิ้นส่วนประกอบหลายร้อยรายการอย่างละเอียดในระดับเศษเสี้ยวของกรัม จากน้ำหนัก 253 กรัม เหลือเพียง 201 กรัม ด้วย 3 นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่ช่วยพลิกโฉมการออกแบบครั้งนี้จาก Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ที่ซัมซุงสามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 52 กรัม จนทำให้ Galaxy Z Fold8 เป็นมือถือจอพับที่เบาที่สุดในโลก ยิ่งบางและเบา ยิ่งต้องอาศัยวิศวกรรมที่แม่นยำยิ่งกว่าเดิมการทำให้มือถือจอพับบางและเบาลง ถือเป็นความท้าทายใหม่ทางวิศวกรรมชิ้นส่วนที่ซ้อนกันภายในหน้าจอต้องบางลง แต่ยังต้องตอบโจทย์เกณฑ์ความทนทานและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานของซัมซุง แผ่นโลหะรองรับหน้าจอต้องคงความเรียบเนียนสนิทแม้จะบางลงกว่าเดิม ขณะที่บานพับต้องรองรับแรงกดมหาศาลจากการพับและกางซ้ำ ๆ โดยต้องออกแบบให้ลงตัวกับขนาดและโครงสร้างของตัวเครื่องในแต่ละรุ่นตลอดหลายเจเนอเรชัน ซัมซุงได้พัฒนารายละเอียดชั้นหน้าจอ เทคโนโลยีการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษด้วยความแม่นยำสูง และนวัตกรรมบานพับอันเป็นหัวใจสำคัญอย่างต่อเนื่องซึ่งหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ เทคโนโลยี Flex Titanium ที่มีชั้นฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียม (Titanium Alloy Film) ออกแบบมาเพื่อโครงสร้างหน้าจอพับโดยเฉพาะสำหรับ Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultraโดยฟิล์มดังกล่าวมีความหนาเพียงไม่กี่สิบไมโครเมตร หรือคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ โดยคุณสมบัติของวัสดุและโครงสร้างทำงานร่วมกันเพื่อรักษาประสิทธิภาพสูงสุดไว้แม้จะอยู่ภายใต้ความบางเฉียบระดับนี้แผ่นโลหะที่ทำหน้าที่รองรับหน้าจอก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายแผ่นโลหะบางส่วนถูกขึ้นรูปให้มีความหนาประมาณ 0.2 มิลลิเมตร และบางจุดมีความหนาเพียง 0.15 มิลลิเมตร ซึ่งการจะได้ความบางระดับนี้ แค่การทำให้โลหะบางลงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เพราะโลหะที่บางเกินไปมีโอกาสเกิดการบิดงอได้ง่ายขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต และแม้รูปทรงจะเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ก็อาจส่งผลต่อความแม่นยำในการประกอบหรือคุณภาพพื้นผิวของหน้าจอได้สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถในการขึ้นรูปโลหะบางพิเศษระดับ 0.2 มิลลิเมตร ให้ได้รูปทรงและความเรียบตามที่ต้องการอย่างสม่ำเสมอซัมซุง จึงปรับปรุงลำดับการขึ้นรูป เครื่องมือ สภาวะการหล่อเย็น และตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ในกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด โดยแบ่งการทำงานออกเป็นหลายขั้นตอนเพื่อรักษาความแม่นยำในระดับที่ต้องการส่วนของบานพับก็ต้องการความใส่ใจในระดับเดียวกันนอกจากการเปิด-ปิดทั่วไปแล้ว บานพับยังต้องสามารถกระจายแรงจากการพับและกางซ้ำ ๆ ให้ทั่วทั้งตัวเครื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางโครงสร้างซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามขนาดและสถาปัตยกรรมของมือถือแต่ละรุ่นวิศวกรซัมซุงจึงออกแบบบานพับขึ้นมาเฉพาะสำหรับแต่ละฟอร์มแฟกเตอร์ โดยคำนวณความสมดุลทั้งการกระจายแรง ความแข็งแรง ความทนทาน พื้นที่ภายใน และน้ำหนักอย่างพิถีพิถัน แทนการย่อขนาดบานพับจากรุ่นก่อนหน้าเพียงอย่างเดียวการสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่แค่การลดขนาดชิ้นส่วนลงทีละชิ้น แต่เกิดจากความแม่นยำที่สูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งกระบวนการขึ้นรูปวัสดุ การบริหารจัดการแรง และการออกแบบโครงสร้างภายใต้พื้นที่อันจำกัด เบาลง พร้อมโครงสร้างทรงพลัง ด้วยการเริ่มต้นจากนวัตกรรมวัสดุศาสตร์มิติที่สองคือการใช้นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์แต่ละส่วนของมือถือจอพับมีหน้าที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บางจุดต้องการความแข็งเกร็งสูง บางจุดต้องทนต่อการเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ และบางจุดต้องระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพซัมซุงคัดสรรและพัฒนาวัสดุให้ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน เพื่อส่งมอบประสิทธิภาพสูงสุดในแต่ละส่วน ควบคู่ไปกับการรีดน้ำหนักและประหยัดพื้นที่ใช้สอยให้ได้มากที่สุดใน Galaxy Z Fold8 และ Galaxy Z Fold8 Ultra เทคโนโลยี Flex Titanium ได้ผสานฟิล์มโลหะผสมไทเทเนียมเข้ามาช่วยเสริมโครงสร้างหน้าจอพับส่วนโครงสร้างภายนอกเลือกใช้ Advanced Armor Aluminum เพื่อมอบความแข็งแรงและความทนทานที่จำเป็นสำหรับเฟรมตัวเครื่องที่บางเบานอกจากนี้ วัสดุยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการความร้อนเมื่อตัวเครื่องบางลง พื้นที่สำหรับระบายความร้อนภายในย่อมลดลงตามไปด้วย ซัมซุงจึงเลือกใช้กราไฟต์ที่มีประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงขึ้น พร้อมปรับโครงสร้างระบายความร้อนให้เหมาะกับขนาดและระดับประสิทธิภาพของแต่ละรุ่นสำหรับ Galaxy Z Fold8 Ultra ซึ่งมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกับ Galaxy Z Fold7 ได้มีการเพิ่มปริมาตรของชั้นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เพื่อรองรับการทำงานที่ทรงพลังยิ่งขึ้นซัมซุงยังนำวัสดุ Clad Metal มาใช้บริเวณฝาหลังของตัวเครื่อง โดยผสานจุดเด่นของโลหะต่างชนิดเข้าด้วยกัน วัสดุนี้จึงช่วยลดน้ำหนักลงได้ โดยยังคงประสิทธิภาพการระบายความร้อนที่จำเป็นสำหรับโครงสร้างอันบางเฉียบไว้ได้ครบถ้วนนวัตกรรมด้านวัสดุจึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้วัสดุที่เบาลง แต่คือการเลือกใช้วัสดุที่ใช่ ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดโดยใช้น้ำหนักและพื้นที่น้อยที่สุด เจาะลึกทุกรายละเอียดของอุปกรณ์ทั้งเครื่อง - ลงลึกถึงความละเอียดระดับ 0.001 กรัม เทคโนโลยีหลักและวัสดุใหม่เพียงอย่างเดียวมีขีดจำกัดในการทำให้เบาลงสำหรับมือถือจอพับที่ภายในอัดแน่นไปด้วยชิ้นส่วนที่ทำงานกันอย่างซับซ้อน การจะทำให้เบาลงได้เพียงไม่กี่กรัม หมายถึงการต้องตรวจทานชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมดอีกครั้งวิศวกรของซัมซุงได้ตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยอีกกว่า 180 ชนิดซึ่งครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอ บานพับ กล้อง ไปจนถึงแผงวงจร เสาอากาศ ขายึด เทปกาว และตัวยึดต่าง ๆความแม่นยำนี้ครอบคลุมไปถึงการลดขนาดลงทีละ 0.1 กรัม และ 0.1 มิลลิเมตร โดยชิ้นส่วนประกอบย่อยบางชิ้น สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัมแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อตัดวงจรที่ไม่จำเป็นออก ปรับตำแหน่งจัดวางชิ้นส่วน และลดขนาดพื้นที่แผงวงจรให้เล็กลงที่สุดขณะที่เสาอากาศแบบ MFC (Magnetic Flux Channel) ก็ได้รับการออกแบบใหม่เช่นกันเพื่อลดการซ้อนทับและการเบียดบังพื้นที่กับชิ้นส่วนรอบข้าง ช่วยให้สามารถใช้พื้นที่ภายในตัวเครื่องที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นชิ้นส่วนประกอบย่อยทุกชิ้นไม่ว่าจะเล็กเพียงใดล้วนผ่านการตรวจทานอย่างละเอียดจากชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เคยใช้อยู่กว่า 180 ชนิด ถูกตัดออกไปประมาณ 15 ชนิดจากนั้นวิศวกรได้ปรับปรุงชิ้นส่วนที่เหลืออีก 170 ชนิด ทั้งการตัดแต่งส่วนเกิน ปรับรูปทรง และคำนวณมิติใหม่ให้เหมาะสม รวมถึงควบรวมชิ้นส่วนหลายชิ้นเข้าเป็นโครงสร้างเดียวกันในจุดที่ทำได้แม้ในบางจุดจะประหยัดน้ำหนักได้เพียง 0.001 กรัมและดูเป็นตัวเลขที่น้อยมากเมื่อมองแยกชิ้น แต่เมื่อนำมารวมกันทั้งเครื่อง เศษเสี้ยวของหนึ่งกรัมเหล่านั้นก็รวมกันกลายเป็นน้ำหนักที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดการลดน้ำหนักบนมือถือหนึ่งเครื่อง จึงเป็นผลลัพธ์จากการตัดสินใจทางวิศวกรรมชิ้นเล็ก ๆ นับร้อย ๆ ครั้งเข้าด้วยกันลดอีก 6 กรัม เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น เป้าหมายคือการนำพื้นที่และน้ำหนักที่ลดลงจากการพัฒนาด้านวิศวกรรมกลับมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในส่วนที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ กล้อง และระบบระบายความร้อนGalaxy Z Fold8 Ultra เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการนำแนวทางนี้มาประยุกต์ใช้แม้ Galaxy Z Fold8 Ultra และ Galaxy Z Fold7 จะมีขนาดตัวเครื่องโดยรวมใกล้เคียงกัน และมีน้ำหนักเท่ากันที่ 215 กรัม แต่ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถเพิ่มความจุแบตเตอรี่จาก 4,400 mAh ขึ้นเป็น 5,000 mAh ได้สำเร็จภายใต้น้ำหนักเท่าเดิมแต่การเพิ่มความจุแบตเตอรี่ก็มาพร้อมความท้าทายใหม่ เพราะตัวแบตเตอรี่เองมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาประมาณ 6 กรัมทีมพัฒนาจึงต้องเผชิญกับคำถามใหม่ว่า "เราจะไปตามหา 6 กรัมนี้มาจากจุดไหนอีก?"คำตอบไม่ได้อยู่ที่การปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนใดชิ้นส่วนหนึ่งเพียงอย่างเดียวทีมวิศวกรจึงใช้วิธีการทำงานเชิงระบบกับตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งวัสดุ โครงสร้าง การจัดวางแผงวงจร ตำแหน่งชิ้นส่วน ลงลึกไปจนถึงชิ้นส่วนประกอบย่อยที่เล็กที่สุด เพื่อค้นหาจุดที่พอจะลดน้ำหนักลงได้จากทุกองค์ประกอบกลยุทธ์นี้ยังครอบคลุมไปถึงการบริหารจัดการพื้นที่ภายในด้วยการลดส่วนที่ซ้อนทับกันโดยไม่จำเป็นระหว่างหน้าจอ แผงวงจร เสาอากาศ และชิ้นส่วนรอบข้าง พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดวางโครงสร้าง ซัมซุงจึงสามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงพัฒนาระบบระบายความร้อนและระบบกล้องให้ดียิ่งขึ้นได้ส่งผลให้ Galaxy Z Fold8 Ultra สามารถรองรับแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh พร้อมขยายปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนขึ้นประมาณ 7% เมื่อเทียบกับ Galaxy Z Fold7 ที่มีขนาดใกล้เคียงกันนอกจากนี้ Galaxy Z Fold8 Ultra ยังมาพร้อมกล้องหลักความละเอียด 200 MP และเป็นครั้งแรกของ Galaxy Z Fold ที่มีกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50 MPแนวทางของซัมซุงในการสร้างมือถือจอพับที่บางและเบาลง จึงไม่ใช่การตัดทอนความสามารถออกไปแต่เป็นการบริหารจัดการน้ำหนักและพื้นที่ที่ประหยัดได้ นำกลับไปทุ่มเทให้กับประสบการณ์ระดับเรือธงที่ผู้ใช้งานให้คุณค่ามากที่สุด จาก 253 กรัม สู่ 201 กรัม: นิยามใหม่แห่งมาตรฐานน้ำหนักมือถือจอพับเส้นทางของมือถือจอพับเริ่มต้นขึ้นจาก Galaxy Fold รุ่นแรกในปี 2019 ซึ่งมีน้ำหนัก 276 กรัม โดยตลอด 8 เจเนอเรชันที่ผ่านมา ซัมซุงไม่เคยหยุดยั้งในการพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยี วัสดุ และโครงสร้างภายในตัวเครื่องของมือถือจอพับโดยเฉพาะในช่วงไม่กี่เจเนอเรชันล่าสุด ความก้าวหน้านี้เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 253 กรัมใน Galaxy Z Fold5 สู่ Galaxy Z Fold8 ด้วยน้ำหนักเพียงเพียง 201 กรัมแต่เรื่องราวทั้งหมดไม่ได้มีเพียงแค่การลดน้ำหนักตัวเครื่องเป้าหมายของซัมซุงคือการทำให้มือถือจอพับหน้าจอใหญ่พกพาสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องยอมลดทอนคุณสมบัติระดับเรือธงที่ผู้ใช้คาดหวังน้ำหนักและพื้นที่ที่ได้คืนมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วัสดุ และการออกแบบชิ้นส่วน ถูกนำกลับมาเติมเต็มให้แบตเตอรี่ กล้อง ระบบระบายความร้อน และฟีเจอร์ระดับเรือธงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดจาก 253 กรัม สู่ 201 กรัมไม่มีวัสดุหรือชิ้นส่วนใดเพียงชิ้นเดียวที่สร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ได้เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือผลลัพธ์การสั่งสมจากงานวิศวกรรมตลอด 8 เจเนอเรชันให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการพัฒนานวัตกรรมหลัก การใช้วัสดุใหม่ ๆ และการคิดค้นดีไซน์ของตัวเครื่องใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ Galaxy Z Fold พกพาง่ายยิ่งขึ้น โดยไม่ลดทอนประสบการณ์ความเป็นมือถือเรือธงแม้แต่น้อย สรุปเส้นทางสู่ความบางและเบายิ่งขึ้นของ Galaxy Z Fold Series ในรูปแบบตัวเลข-52 กรัม: Galaxy Z Fold8 มีน้ำหนักเบากว่า Galaxy Z Fold5 ถึง 52 กรัม1/3, 0.2 มิลลิเมตร: ฟิล์มไทเทเนียมอัลลอยด์ในเทคโนโลยี Flex Titanium มีความบางประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาเส้นผมมนุษย์ ขณะที่โครงสร้างโลหะรองรับหน้าจอได้รับการขึ้นรูปด้วยความแม่นยำสูงถึงประมาณ 0.2 มิลลิเมตร~270 / 180+ / 0.001 กรัม: ซัมซุงตรวจทานชิ้นส่วนประมาณ 270 รายการ และชิ้นส่วนประกอบย่อยกว่า 180 ชนิด โดยปรับแต่งชิ้นส่วนบางชิ้นให้ลดน้ำหนักลงได้ถึงระดับ 0.001 กรัม5,000 mAh / +~7% / 200 MP + 50 MP: Galaxy Z Fold8 Ultra มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000 mAh ปริมาตรแผ่นกราไฟต์ระบายความร้อนเพิ่มขึ้นประมาณ 7% กล้องหลักความละเอียด 200 MP และกล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 50MP Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ‘The Legend of Zelda: Ocarina of Time’ รีเมกบน Nintendo Switch 2 วางจำหน่าย 5 พฤศจิกายน 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-legend-of-zelda-ocarina-of-time-nintendo-switch-2-5-2026 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Eiji Aonuma โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ เผยเกมเพลย์แรกของฉบับรีเมกที่สร้างขึ้นใหม่ทั้งหมด พร้อมยกเครื่องภาพ พากย์เสียงในคัตซีน และบันทึกดนตรีประกอบการผจญภัยใหม่ในรูปแบบซิมโฟนี Nintendo เปิดตัวเกมรีเมกเต็มรูปแบบสำหรับ Nintendo Switch 2 จาก The Legend of Zelda: Ocarina of Time ในงานฉลองครบรอบ 40 ปี Direct โดยมีโปรดิวเซอร์ของซีรีส์อย่าง Eiji Aonuma ขึ้นมาโชว์เกมเพลย์ครั้งแรก เวอร์ชันรีเมกนี้สร้างสรรค์การผจญภัยปี 1998 ของ Link ขึ้นใหม่หมดจด ทั้งงานภาพที่อัปเกรดยกเครื่อง ซีนคัตซีนพากย์เสียงเต็มตัว บทสนทนาตัวละครที่ขยายเพิ่ม ดนตรีออร์เคสตราแบบซิมโฟนิก และการปรับปรุงระบบกล้องกับการควบคุมการเคลื่อนไหว เวอร์ชันตลับล็อตแรกจะมาพร้อมแพ็กเกจจิงรุ่นพิเศษ พร้อมปกฟอยล์นูนสัมผัส วางจำหน่ายจำนวนจำกัดจนกว่าสินค้าจะหมด The Legend of Zelda: Ocarina of Time กำลังถือกำเนิดใหม่บน Nintendo Switch 2 โดย Nintendo ใช้งาน 40th Anniversary Direct เผยโฉมฉบับรีเมกอย่างเป็นทางการครั้งแรก Eiji Aonuma โปรดิวเซอร์ของซีรีส์ นำเสนอเกมเพลย์แรกพร้อมยืนยันวันวางจำหน่ายในวันที่ 5 พฤศจิกายน กำหนดวันชัดเจนให้กับหนึ่งในผลงานสำคัญที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยสร้างมา เมื่อ Ocarina of Time วางจำหน่ายครั้งแรกบน Nintendo 64 ในปี 1998 เกมนี้ได้ยกระดับความคาดหวังต่อเกมแอ็กชันผจญภัย ด้วยการพา Hyrule เข้าสู่โลกสามมิติ และวางธรรมเนียมการออกแบบที่เกมอีกทั้งยุคต่อมาหยิบยืมไปใช้ Nintendo เองก็เน้นย้ำถึงน้ำหนักของผลงานชิ้นนี้ โดยนิยามว่าเป็นการผจญภัยครั้งสำคัญของ Link ในปี 1998 ที่กลับมาเกิดใหม่สำหรับยุคสมัยใหม่อย่างแท้จริง นี่ไม่ใช่เพียงการปรับโฉมเล็กน้อย แต่คือการสร้างใหม่ครั้งใหญ่ เพื่อนำคลาสสิกอายุ 27 ปีมาสู่ฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบัน Nintendo ยกเครื่องภาพของเกมใหม่ทั้งหมด พร้อมเพิ่มคัตซีนพากย์เสียงเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก จากเดิมที่เล่าเรื่องผ่านข้อความ บทสนทนาของตัวละครได้รับการขยายความ ขณะที่ดนตรีประกอบถูกบันทึกใหม่เป็นเพลงออร์เคสตราซิมโฟนี แทนที่เสียงบีบอัดตามข้อจำกัดของยุค N64 ด้วยการเรียบเรียงที่เต็มอิ่มกว่าเดิม ส่วนระบบกล้องและการควบคุมการเคลื่อนไหวก็ได้รับการปรับใหม่ เพื่อแก้ไขจุดที่งานออกแบบดั้งเดิมช่วงปลายยุค 90 เริ่มเผยให้เห็นความล้าสมัยชัดที่สุด สำหรับการวางจำหน่ายครั้งนี้ Nintendo วางตำแหน่งเวอร์ชันแผ่นให้เป็นช่วงเวลาสำหรับนักสะสม โดยการผลิตล็อตแรกจะมาพร้อมแพ็กเกจพิเศษที่ใช้ภาพปกฟอยล์มีเท็กซ์เจอร์ เพื่อระลึกถึงการเปิดตัว และมีจำหน่ายจนกว่าสินค้าจะหมด จึงเป็นเหตุผลให้ผู้ซื้อกลุ่มแรกตัดสินใจเร็วขึ้น แทนที่จะรอซื้อแบบดิจิทัล หลังจบงาน 40th Anniversary Direct รีเมกนี้จึงเป็นถ้อยแถลงที่ชัดเจนที่สุดจนถึงตอนนี้ว่า Nintendo ตั้งใจยกย่องเกมที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นผู้วางแม่แบบของ Zelda ยุคใหม่อย่างไร The Legend of Zelda: Ocarina of Time วางจำหน่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน บน Nintendo Switch 2 โดยเวอร์ชันแผ่นล็อตแรกจะมาพร้อมภาพปกฟอยล์มีเท็กซ์เจอร์ ตราบเท่าที่ยังมีสินค้า Source: Originally published on Hypebeast. Read the full article at Hypebeast → ### ตลท. มองพื้นฐานหุ้นไทยยังแกร่ง กำไร บจ. 6 เดือนโต 22.2% หนุน SET YTD บวก 26.6% | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/6-222percent-set-ytd-266percent-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลท. เผยตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค. 2569 เผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ส่ง SET ปิด 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือน... ตลท. เผยตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค. 2569 เผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง-บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ส่ง SET ปิด 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อน ขณะที่ต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท แต่ 8 เดือนแรกยังซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาท ด้านพื้นฐานยังแข็งแกร่ง กำไร บจ. ครึ่งปีแรกโต 22.2% หนุน SET YTD พุ่ง 26.6%8 กันยายน 2569 - นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ประกอบกับความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จากปัญหาหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลัง รวมถึงทิศทางจากการประชุม Jackson Hole ที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นและเงินดอลลาร์แข็งค่าปัจจัยดังกล่าวส่งผลต่อกระแสเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนสิงหาคม นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 746 ล้านดอลลาร์ แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสม 1.6 พันล้านดอลลาร์นับจากต้นปีแม้ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคมจะพักฐานและเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยต่างประเทศ แต่ปัจจัยพื้นฐานในประเทศยังมีสัญญาณสนับสนุน โดยด้านเศรษฐกิจ แม้ GDP ไตรมาส 2/2569 ขยายตัวชะลอลง แต่มีการปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปีขณะที่การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capex) ของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าแรงส่งจากการลงทุนมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่งโดยกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 22.2% จากปีก่อน โดยการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ SET Index มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีในระดับที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับหลายตลาด ขณะที่แรงขับเคลื่อนของตลาดเริ่มกระจายไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้นภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนสิงหาคม 2569ณ สิ้นเดือนสิงหาคม SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงเพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568ในเดือนสิงหาคม 2569 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร และกลุ่มทรัพยากรให้ผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่น ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม และกลุ่มทรัพยากรยังคงให้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาดในเดือนสิงหาคม 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 69,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนผู้ลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 24,681 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม 2569 อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิ 51,183 ล้านบาทผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ 55.3% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 30.8% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศและบริษัทหลักทรัพย์ในสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 6.9%เดือนสิงหาคม 2569 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 บริษัทได้แก่ บมจ. กลุ่มภัทร (PHAT)Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.2 เท่าและ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ14.5 เท่าอัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นสิงหาคม 2569 อยู่ที่ระดับ 4.3% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.8%ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนสิงหาคม 2569ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 463,401 สัญญา ลดลง 17.7% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการลดลงของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 542,985 สัญญา เพิ่มขึ้น 29.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ‘ไทยวิวัฒน์ฯ’ เดินแผนใช้โครงสร้างโฮลดิ้งเร่งโต ทุ่ม 60.24 ล้าน ถือหุ้น ‘ทูนประกันภัย’ 25.1% พร้อมฉลอง 75 ปี ชูนวัตกรรมยกระดับ URL: https://onesiamsoft.com/articles/6024-251percent-75 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 TVH เผยยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตและรายได้ใหม่หลังปรับโครงสร้างสู่โฮลดิ้ง ทุ่ม 60.24 ล้านบาท ซื้อหุ้นทูนประกันภัย 25.1% สร้าง Synergy บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เผยยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตและการหารายได้ใหม่หลังการปรับโครงสร้างองค์กรสู่บริษัทโฮลดิ้งตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา โดยมุ่งเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุน ควบคู่การขยาย Ecosystem โดยล่าสุดทุ่มเงิน 60.24 ล้านบาท เข้าถือหุ้น บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) สัดส่วน 25.1% ผ่านการซื้อหุ้น PP เพื่อสร้าง Synergy ทางธุรกิจ พร้อมแสดงความพร้อมเข้าร่วม ‘กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ’ ประเด็นสำคัญ ตั้งเป้า Double-Digit Growth – บาลานซ์พอร์ต Motor, Non-Motor ด้วย Cross-Selling ก้าวสู่ปีที่ 75 ‘ประกันภัยไทยวิวัฒน์’ ชูนวัตกรรม ยกระดับ Quality of Life จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH เปิดเผยถึงทิศทางธุรกิจหลังการปรับโครงสร้างองค์กรสู่บริษัทโฮลดิ้งว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุ่นในการขยายการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยโฮลดิ้งสามารถจัดตั้งบริษัทลูกเพื่อให้บริการสนับสนุน (Supporting Services) เช่น ธุรกิจตรวจสำรวจความเสียหาย ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดในการดำเนินงานเดิมของธุรกิจประกันภัย และช่วยส่งเสริมให้ประกันภัยไทยวิวัฒน์ขยายการให้บริการแก่ผู้บริโภคได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในมิติการสร้างการเติบโตและขยายพอร์ตการลงทุน TVH ได้เข้าลงทุนใน บริษัท ทูนประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผ่านการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement หรือ PP) มูลค่ารวมประมาณ 60.24 ล้านบาท ส่งผลให้เข้าถือหุ้นในสัดส่วน 25.1% โดยการเข้าถือหุ้นในครั้งนี้ไม่ใช่การควบรวมกิจการ แต่เป็นการเข้าลงทุนเพื่อรับรู้ผลตอบแทนจากเงินปันผล และมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ (Synergy) เนื่องจากทูนประกันภัยมีลักษณะธุรกิจและจุดแข็งที่แตกต่างจากไทยวิวัฒน์ เช่น พันธมิตรกลุ่มสายการบิน ประกันภัยการเดินทาง ประกันสุขภาพ ตลอดจนช่องทางโบรกเกอร์ ซึ่งช่วยเปิดโอกาสให้ TVH กระจายความเสี่ยงในพอร์ตโฟลิโอ และเพิ่มโอกาสในการรับส่งต่อประกันภัยเพื่อบริหารความเสี่ยงร่วมกัน โดยเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนครั้งนี้มาจากเงินกองทุนส่วนเกิน (Surplus Fund) ของบริษัท ขณะเดียวกัน TVH ยังเดินหน้าสร้างรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากประกันภัย ผ่านบริษัทลูกอย่าง Thaivivat Asset เพื่อนำสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างที่ดินมาพัฒนาโครงการสร้างรายได้เพิ่มเติม รวมถึงการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) นอกเหนือจากช่องทางดั้งเดิม (Traditional) ไปสู่ช่องทางใหม่ ๆ ทั้งพันธมิตรสายการบิน สื่อมวลชนรายใหญ่ และระบบ Digital Wallet เพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงประกันภัยได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับประเด็น ‘กองทุนภัยพิบัติแห่งชาติ’ ที่ภาครัฐกำลังผลักดันอยู่นั้น TVH และอุตสาหกรรมประกันภัยมีความพร้อมที่จะเข้าร่วมมือและสนับสนุนนโยบายดังกล่าวเพื่อร่วมสร้างความมั่นคงให้แก่อุตสาหกรรมและประชาชน ตั้งเป้า Double-Digit Growth – บาลานซ์พอร์ต Motor, Non-Motor ด้วย Cross-Selling จีรพันธ์ อัศวะธนกุล ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงเป้าหมายทางการเงินว่า บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระดับ Double Digit หรือไม่น้อยกว่า 10% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมประกันภัยที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 3-4% ขณะที่ GDP ครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 1-2% โดยมุ่งขยายฐานไปยังกลุ่มผู้ที่ยังไม่เคยทำประกันภัย ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์รายบุคคล ปัจจุบัน พอร์ตประกันภัยรถยนต์ (Motor) มีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยคิดเป็นประมาณ 70% ของเบี้ยประกันภัยรวม มีอัตราการเติบโตประมาณ 7% และมีฐานลูกค้าเกือบ 1 ล้านกรมธรรม์ ขณะที่พอร์ตประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) แม้จะมีสัดส่วนเบี้ยที่เล็กกว่า แต่มีการเติบโตสูงถึง 15% หรือคิดเป็นสองเท่าของพอร์ตรถยนต์ กลยุทธ์สำคัญหลังจากนี้ คือการใช้ Thaivivat Application เป็นศูนย์กลางดิจิทัลในการผลักดันการขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross-selling) ระหว่างลูกค้า Motor และ Non-Motor เพื่อสร้างความสมดุล (Balance) ทั้งในมิติของผลตอบแทนและการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้แก่บริษัทในระยะยาว ก้าวสู่ปีที่ 75 ‘ประกันภัยไทยวิวัฒน์’ ชูนวัตกรรม ยกระดับ Quality of Life ด้าน เทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในโอกาสครบรอบ 75 ปี ของประกันภัยไทยวิวัฒน์ ภายใต้สโลแกน “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบการดูแลลูกค้า จากเดิมที่เป็นการรับมือเมื่อเกิดเหตุ (Reactive) ไปสู่การดูแลเชิงรุก (Active Care) ที่พร้อมเข้าช่วยเหลือในวินาทีที่ผู้บริโภคต้องการมากที่สุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต (Quality of Life) ของผู้ถือกรมธรรม์ในทุก ๆ วัน เทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) สำหรับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมบริการไฮไลต์ ประกอบด้วย ประกันรถยนต์เปิดปิด: นวัตกรรมประกันภัยที่ตอบโจทย์ Insight ผู้บริโภคจนได้รับอัตราการตอบรับและการต่ออายุสูงถึง 90% ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ‘Crash Detection’ ระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุอัตโนมัติเมื่อเกิดการชนผ่านแอปพลิเคชัน โดยระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนเพื่อให้ทีมงานประสานงานเข้าช่วยเหลือทันทีโดยที่ลูกค้าไม่ต้องร้องขอ บริการ Self-Service Claims บน Thaivivat App: พัฒนาระบบให้รองรับการเคลมแห้ง การถ่ายรูปความเสียหาย และการส่งวิดีโอแบบ Real-time ผ่านแอปพลิเคชัน ช่วยเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยไม่ต้องรอพนักงานสำรวจภัยเดินทางมายังจุดเกิดเหตุ ซึ่งช่วยลดการใช้น้ำมันจากการเดินทางของพนักงาน รวมถึงการใช้ระบบ QR Code แทนเอกสารกระดาษ ซึ่งถือเป็นการช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (ESG) อีกทางหนึ่ง ผลิตภัณฑ์ประกันภัยครอบคลุมไลฟ์สไตล์: อาทิ ประกันภัยการเดินทางพร้อมระบบ Smart Delay, ประกันภัยบ้านพร้อมบริการ Home Care และประกันสุขภาพ Active Health Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### ราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาข้าวสาลีลดลง 6% URL: https://onesiamsoft.com/articles/6percent-3 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาข้าวสาลีเผชิญแรงกดดันจากปริมาณผลผลิตใหม่และความเสี่ยงจากทะเลดำ หน้าหลักท้องถิ่นฮานอยราคาทองแดงพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ราคาข้าวสาลีเผชิญแรงกดดันจากปริมาณผลผลิตใหม่และความเสี่ยงจากทะเลดำHà Nội Mới•09/09/2026 ดัชนี MXV แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม แหล่งที่มา: MXV การไหลกลับของเงินทุนสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โลก ช่วยหนุนดัชนี MXV ให้ปรับตัวขึ้น 0.4% สู่ระดับ 2,992 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ที่น่าสังเกตคือ ราคาทองแดงในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์นิวยอร์ก (COMEX) และตลาดซื้อขายโลหะลอนดอน (LME) ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ความเคลื่อนไหวของราคาสกุลเงินในตลาด COMEX และ LME แหล่งที่มา: MXV ในตลาด LME สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดง 3 เดือน ปรับตัวสูงขึ้น 1.37% สู่ระดับ 14,708 ดอลลาร์ต่อตัน หลังจากแตะระดับ 14,779 ดอลลาร์ต่อตันชั่วขณะ ส่วนที่ตลาด COMEX สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวสูงขึ้น 2.1% สู่ระดับ 14,971 ดอลลาร์ต่อตัน แนวโน้มขาขึ้นได้รับการสนับสนุนจากส่วนต่างราคาที่สูงระหว่างทองแดงในตลาด COMEX และ LME ซึ่งกระตุ้นให้ธุรกิจต่างๆ นำโลหะดังกล่าวเข้ามายังสหรัฐฯ ก่อนที่ประเทศจะมีโอกาสเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงกลั่น จากข้อมูลของ Goldman Sachs การนำเข้าทองแดงของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ประมาณ 200,000 ตัน โดยปริมาณที่เข้ามายังท่าเรือตั้งแต่ต้นเดือนกันยายนอยู่ที่ประมาณ 77,000 ตัน การเปลี่ยนแปลงของปริมาณโลหะส่งผลให้ปริมาณสินค้าคงคลังแตกต่างกันอย่างมาก สินค้าคงคลังในคลังสินค้าของ COMEX พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ปริมาณทองแดงใน LME ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ สินค้าคงคลังในตลาดซื้อขายล่วงหน้าเซี่ยงไฮ้ (SHFE) ก็ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับต้นปีเช่นกัน ในด้านอุปทาน คาดการณ์ว่าการผลิตทองแดงทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จะลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในประเทศชิลี การผลิตในเดือนกรกฎาคมลดลง 9.4% ขณะเดียวกัน โดยเฉลี่ยแล้วต้องใช้เวลา 17 ปีนับตั้งแต่การค้นพบจนถึงการเริ่มต้นการผลิตในเหมืองทองแดง ต้นทุนการแปรรูปและการกลั่นแร่ทองแดงเข้มข้นลดลงสู่ระดับติดลบเป็นประวัติการณ์ ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงถลุงทองแดงกำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบ ตรงกันข้ามกับทองแดง ตลาดข้าวสาลีกำลังเผชิญกับแรงกดดันจากปริมาณผลผลิตใหม่ แม้ว่าความเสี่ยงในทะเลดำยังคงไม่ได้รับการแก้ไขก็ตาม ในตลาดซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ชิคาโก (CBOT) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวสาลีเดือนธันวาคมปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1.8% สู่ระดับ 274.5 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ข้าวสาลีจากรัฐแคนซัสปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 2% สู่ระดับ 300.9 ดอลลาร์ต่อตัน การคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีทั่วโลก แหล่งที่มา: MXV การประชุมระหว่างตัวแทนจากสหรัฐฯ รัสเซีย และ ยูเครน ยังไม่บรรลุข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการยุติความขัดแย้งหรือการฟื้นฟูการส่งออกธัญพืชในปริมาณมากผ่านทะเลดำ SovEcon ประเมินว่าการส่งออกข้าวสาลีของรัสเซียในเดือนสิงหาคมจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านตัน ซึ่งต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2010 และคาดการณ์ว่าการส่งออกในเดือนกันยายนจะอยู่ที่ 1.8-2.3 ล้านตัน ในขณะเดียวกัน ปริมาณผลผลิตจากอเมริกาเหนือยังคงกดดันราคาอย่างต่อเนื่อง การเก็บเกี่ยวข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิในสหรัฐฯ เสร็จสิ้นไปแล้ว 77% ซึ่งสูงกว่าปกติ 9% ปริมาณการนำเข้าข้าวสาลีของเวียดนามในช่วง 8 เดือนแรกของปี แหล่งที่มา: MXV นางสาวดาว ถิ หลิน หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านการลงทุนของ HCT กล่าวว่า ปัจจัยตามฤดูกาลยังคงมีความสำคัญ เนื่องจากราคามักจะถูกกดดันเมื่อปริมาณผลผลิตใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวในช่วงปลาย ฤดูร้อน และแตะระดับสูงในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ความเสี่ยงในทะเลดำยังคงไม่ได้รับการแก้ไข หากการส่งออกของรัสเซียและยูเครนกลับมาดำเนินการอีกครั้ง ราคาอาจเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มเติม ในทางกลับกัน ความเสี่ยงด้านอุปทานใหม่ใด ๆ ก็อาจหนุนราคาได้ ในระยะสั้น นักลงทุนจะจับตาดูรายงาน WASDE ประจำเดือนกันยายนของกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ซึ่งคาดว่าจะเผยแพร่ในคืนวันที่ 11 กันยายน โดยจะมีการอัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต สินค้าคงคลัง และการค้า ที่มา: https://hanoimoi.vn/gia-dong-lap-dinh-lich-su-lua-mi-giam-6-1706560.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### STARTUP ACT มาแล้ว! ปลดล็อกกฎหมาย เพิ่มช่องทุน ดึงคนเก่ง ปั้นยูนิคอร์นไทย | The Better | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/startup-act-or-the-better-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นช... ครม. ไฟเขียว STARTUP ACT ปลดล็อกกฎหมายระดมทุน ดันสตาร์ตอัปไทยโต ดึง Talent-ทุนต่างชาติ ตั้ง NIA ศูนย์กลาง One-Stop Serviceศ.ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป หรือ STARTUP ACT เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศ พร้อมปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและการระดมทุนของสตาร์ตอัปไทย โดยร่างกฎหมายจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไปร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา มีเป้าหมายสำคัญในการปรับปรุงข้อจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเดิมอาจไม่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของสตาร์ตอัปในปัจจุบัน โดยเฉพาะด้านการระดมทุนและการบริหารโครงสร้างทางการเงิน เพื่อแก้ไขข้อจำกัดที่ส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจมาเป็นเวลานานการผลักดัน STARTUP ACT ยังเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ภาคเอกชนสะท้อนถึงช่องว่างด้านแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจสตาร์ตอัป และแนวโน้มเงินทุนไทยไหลไปลงทุนในตลาดต่างประเทศ ร่างกฎหมายจึงมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของสตาร์ตอัปไทยภายใต้ร่างกฎหมายกำหนดให้ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือ One-Stop Service Center ครอบคลุมการรับรอง การสนับสนุน และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สตาร์ตอัปและนักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลและมาตรการสนับสนุนได้สะดวกขึ้นขณะเดียวกัน จะมีการจัดตั้ง คณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัป รวมถึงระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ตอัปให้สอดคล้องกับนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พร้อมประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ เพื่อลดขั้นตอนและอุปสรรคจากระบบราชการสำหรับสตาร์ตอัปที่ได้รับการรับรอง จะได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลา 5 ปี ขณะที่ธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก หรือ Deep Tech คณะกรรมการสามารถพิจารณาขยายระยะเวลาสิทธิและประโยชน์ โดยรวมแล้วสูงสุดไม่เกิน 10 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวิจัย พัฒนา และสร้างตลาดมากกว่าสตาร์ตอัปทั่วไปด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ NIA มีความพร้อมที่จะยกระดับบทบาทเป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการและเชื่อมโยงกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัปกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ตอัปNIA จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลเกี่ยวกับโครงการสนับสนุนและแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจสตาร์ตอัป รวมถึงเป็นหน่วยงานรับและตรวจสอบคำขอรับรอง ตลอดจนประกาศรายชื่อธุรกิจที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิและประโยชน์ตามร่างพระราชบัญญัติได้การมีฐานข้อมูลกลางด้านโครงการสนับสนุนและแหล่งเงินทุนจะช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถเข้าถึงโอกาสในการระดมทุนและมาตรการสนับสนุนได้ง่ายขึ้น ขณะที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกิจและช่องทางการลงทุนได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมของไทย และสนับสนุนเป้าหมายการสร้างสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพก้าวสู่ระดับยูนิคอร์น รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับมาตรการปลดล็อกด้านกฎหมายที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของ STARTUP ACT ครอบคลุมหลายประเด็น โดยหนึ่งในนั้นคือการรองรับ หุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ (Convertible Debenture) ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบสตาร์ตอัประดับโลก ช่วยเพิ่มทางเลือกให้ธุรกิจสามารถระดมทุนในช่วงเริ่มต้นได้ยืดหยุ่นมากขึ้นร่างกฎหมายยังเปิดทางให้บริษัทจำกัดสามารถถือหุ้นของตนเอง หรือ Treasury Stock เพื่อนำมาจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจให้แก่พนักงานหรือกรรมการ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถใช้กลไกด้านหุ้นเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถ หรือ Talent ให้เข้ามาร่วมงานกับธุรกิจสตาร์ตอัปอีกมาตรการคือการรองรับ การเปลี่ยนหนี้สินเป็นทุนจดทะเบียน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารโครงสร้างทางการเงินของบริษัท และช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการภาระทางการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์และแผนการเติบโตขณะเดียวกัน ภาครัฐจะเร่งส่งเสริมมาตรการสนับสนุนในด้านต่างๆ ทั้ง สิทธิลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ตอัป การส่งเสริมกำลังคนจากต่างประเทศและบุคลากรทักษะสูง ภายใต้กฎหมายด้านคนเข้าเมืองและการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวร่างกฎหมายยังให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ รวมถึงการเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปเข้าถึงตลาดภาครัฐและสิทธิประโยชน์ตามมาตรการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐการผลักดัน STARTUP ACT จึงเป็นอีกกลไกสำคัญในการปรับสภาพแวดล้อมทางกฎหมายและระบบสนับสนุนให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจสตาร์ตอัปยุคใหม่ ตั้งแต่การจัดตั้งธุรกิจ การระดมทุน การบริหารบุคลากร การใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญา ไปจนถึงการเข้าถึงตลาดและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจนวัตกรรมไทยสามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### อะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวลงล่าสุดของหุ้น PayPal? - Traders Union URL: https://onesiamsoft.com/articles/paypal-traders-union Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวลงล่าสุดของหุ้น PayPal? Traders Union ทําไมหุ้น PayPal ถึงปรับตัวขึ้นในวันนี้? th.investing.com เงินปันผลหุ้นละ $0.14 ที่จะถึงนี้จะจุดประกายให้หุ้น PayPal พุ่งขึ้นได้หรือไม่? Traders Union อะไรอยู่เบื้องหลังการปรับตัวลงล่าสุดของหุ้น PayPal?  Traders Unionทําไมหุ้น PayPal ถึงปรับตัวขึ้นในวันนี้?  th.investing.comเงินปันผลหุ้นละ $0.14 ที่จะถึงนี้จะจุดประกายให้หุ้น PayPal พุ่งขึ้นได้หรือไม่?  Traders Union Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า นลท.ระวังการซื้อขายก่อนสหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788938516222 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ขณะที่เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.13% แตะที่ 98.787 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 153.61 เยน จากระดับ 154.34 เยนในวันศุกร์ (4 ก.ย.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.809 ฟรังก์ จากระดับ 0.8095 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3781 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3815 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1629 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1624 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3547 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3542 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. ทั้งนี้ หากเป็นไปตามคาดการณ์ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะปรับตัวแคบลง นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดย รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569 - efinancethai.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/nix-9-2569-efinancethaicom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569 efinancethai.com “ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก หุ้นชิปพุ่งรับกระแส AI จับตาประชุมเฟด 15-16 ก.ย. | การเงินธนาคาร today.line.me หุ้นเอเชียพุ่งนําโดยกลุ่มชิป ขณะที่น้ํามันและแนวโน้มเฟดยังเป็นปัจจัยเสี่ยง th.investing.com ภาวะตลาดหุ ภาวะตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ดัชนี นิกเกอิ (^NIX) — 9 ก.ย. 2569  efinancethai.com“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก หุ้นชิปพุ่งรับกระแส AI จับตาประชุมเฟด 15-16 ก.ย. | การเงินธนาคาร  today.line.meหุ้นเอเชียพุ่งนําโดยกลุ่มชิป ขณะที่น้ํามันและแนวโน้มเฟดยังเป็นปัจจัยเสี่ยง  th.investing.comภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 1.70% วิตกเยนแข็งฉุดหุ้นส่งออก-แรงขายทำกำไรกดดัน : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ดัชนี Kospi พุ่งทะลุ 7,000, ซัมซุงและเอสเคไฮนิกซ์เปิดตลาดปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่คิโอเซียสวนแนวโน้มปรับตัวลดลง  tradingkey.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Moomoo สรุปแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันพุธ URL: https://onesiamsoft.com/articles/moomoo-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq Composite จะพยายามหยุดสถิติการร่วงติดต่อกัน 2 ช่วงเวลาเทรด ในวันพุธนี้ หลังจากที่กอดคอกันร่วงเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความอ่อนแอของหุ้น Nvidia, Microsoft, Apple รวมถึงหุ้น Big Cap ตัวอื่นๆ กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้โจมตีโรง Intel, AMD, Qualcomm พุ่งยกแผง: ใครจะเป็นผู้นำกลุ่มชิปรอบหน้า?ดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq Composite จะพยายามหยุดสถิติการร่วงติดต่อกัน 2 ช่วงเวลาเทรด ในวันพุธนี้ หลังจากที่กอดคอกันร่วงเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นและความอ่อนแอของหุ้น Nvidia, Microsoft, Apple รวมถึงหุ้น Big Cap ตัวอื่นๆกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนได้โจมตีโรงกลั่นน้ำมันบางแห่งในซาอุดีอาระเบียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวข้องกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้$Crude Oil Futures (OCT6) (CLmain.US)$พุ่งสูงขึ้นในวันอังคาร หลังจากหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ในขณะเดียวกัน $Amgen (AMGN.US)$ร่วงลงมากกว่า 10% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเทขายในกลุ่มธุรกิจยาภาคธุรกิจนี้ดิ่งลงหลังจากมีข่าวเกี่ยวกับตัวยาที่พัฒนาร่วมกันโดย$Novartis AG (NVS.US)$ และ $Ionis Pharmaceuticals (IONS.US)$ ยาลดคอเลสเตอรอลล้มเหลวในการทดสอบระยะสุดท้าย โดยไม่สามารถช่วยปรับปรุงสุขภาพหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญAmgen เป็นหุ้นตัวหลักในดัชนี Dow, S&P 500 และ Nasdaq Composite ดังนั้นการร่วงลงครั้งนี้จึงฉุดทั้งสามดัชนีอย่างไรก็ตาม นั่นยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการขาดทุนของหุ้นตัวอื่นๆ สรุปแล้วดัชนี Dow Jones ร่วงลง 1.2%, S&P 500 ลบ 0.6% และ Nasdaq Composite ขยับลง 0.3% (คลิกที่นี่ สำหรับสรุปภาพรวมตลาดวันอังคารแบบเต็มๆ)และในช่วงนอกเวลาทำการเมื่อวันอังคาร แพลตฟอร์มบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าอย่าง $Braze (BRZE.US)$ ดิ่งลงไปประมาณ 12% จากการเช็กราคาล่าสุด หุ้นร่วงลงแม้ว่าจะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสออกมาดีกว่าที่คาด และมีการปรับเพิ่มคาดการณ์ในอนาคตก็ตามและนี่คือสรุปภาพรวมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้:ในช่วงเวลาเทรดที่กำลังจะถึงนี้ คุณกำลังจับตามองอะไรอยู่? ลองพิมพ์บอกเราในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยคำเตือน: การนำเสนอนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำหรือการรับรองการลงทุนหรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ โดยเฉพาะ ดัชนีต่างๆ ไม่ได้มีการจัดการและไม่สามารถลงทุนโดยตรงได้ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลลัพธ์ในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยงและมีโอกาสสูญเสียเงินต้น ข้อมูลการลงทุนที่ให้ไว้ในเนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น และอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทุกคน ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นโดยไม่ได้คำนึงถึงระดับความรู้ความเข้าใจทางการเงิน สถานะทางการเงิน วัตถุประสงค์การลงทุน ระยะเวลาในการลงทุน หรือการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละราย คุณควรพิจารณาความเหมาะสมของข้อมูลนี้โดยคำนึงถึงสถานการณ์ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุนใดๆ ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้บ่งบอกหรือรับประกันความสำเร็จในอนาคต ผลตอบแทนจะมีความแตกต่างกันไป และการลงทุนทั้งหมดมีความเสี่ยง รวมถึงการสูญเสียเงินต้นข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม15 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดเช้าแทบไม่ขยับ นลท.ยังวิตกสงคราม-น้ำมันพุ่ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788938493703 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าแทบไม่ขยับในวันนี้ (9 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,316.87 จุด ลดลง ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าแทบไม่ขยับในวันนี้ (9 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,316.87 จุด ลดลง 0.31 จุด หรือ -0.00% สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่นักลงทุนจับตาในเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนส.ค. ไต่ระดับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump สั่งห้ามรถยนต์ ผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากแคนาดา URL: https://onesiamsoft.com/articles/donald-trump Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ กำลังสั่งห้ามสินค้าจากแคนาดา ซึ่งรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม และยานยนต์ ขณะที่มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้แล้ว ตามรายงานของ BBC เมื่อวันอังคาร BBC รายงานเมื่อวันอังคารว่า ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ กำลังสั่งห้ามสินค้าจากแคนาดา ซึ่งรวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม และยานยนต์ ขณะที่มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้มาตรการใหม่นี้ ซึ่งจะมีผลภายในวันที่ 29 กันยายน ได้รับการประกาศหลังจากมาตรการภาษีของแคนาดาต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์มีผลบังคับใช้ไปก่อนหน้านี้ในวันอังคารนายกรัฐมนตรี Mark Carney ของแคนาดาเตือนว่า การปรับทิศทางของประเทศเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ จะต้องแลกมาด้วยต้นทุน แต่ทางเลือกอื่นจะเลวร้ายกว่ามากTMGM วิเคราะห์: ข่าวสารตลาดการเงิน ปฏิทินเศรษฐกิจ และมุมมองตลาดปฏิกิริยาของตลาดณ เวลาที่เขียน USD/CAD ปรับลดลง 0.03% ในวันอยู่ที่ 1.3780 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอลลาร์แคนาดา ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนดอลลาร์แคนาดา (CAD) ได้แก่ ระดับอัตราดอกเบี้ยที่กำหนดโดยธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ราคาน้ำมันซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา ภาวะสุขภาพของเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และดุลการค้า ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างมูลค่าการส่งออกและการนำเข้าของแคนาดา ปัจจัยอื่น ๆ ได้แก่ ภาวะอารมณ์ตลาด ว่านักลงทุนกำลังเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น (risk-on) หรือกำลังมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย (risk-off) โดยภาวะ risk-on มักเป็นบวกต่อ CAD นอกจากนี้ สุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแคนาดา ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อดอลลาร์แคนาดา ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) มีอิทธิพลอย่างมากต่อดอลลาร์แคนาดา โดยการกำหนดระดับอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารสามารถปล่อยกู้ให้กันและกันได้ ซึ่งส่งผลต่อระดับอัตราดอกเบี้ยสำหรับทุกภาคส่วน เป้าหมายหลักของ BoC คือการรักษาเงินเฟ้อให้อยู่ที่ 1-3% ด้วยการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นหรือลง โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าเมื่อเทียบกันมักเป็นบวกต่อ CAD ธนาคารกลางแคนาดายังสามารถใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณและการคุมเข้มเชิงปริมาณเพื่อมีอิทธิพลต่อภาวะสินเชื่อ โดยอย่างแรกเป็นลบต่อ CAD และอย่างหลังเป็นบวกต่อ CAD ราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าของดอลลาร์แคนาดา เนื่องจากปิโตรเลียมเป็นสินค้าส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา ดังนั้นราคาน้ำมันจึงมักส่งผลโดยตรงต่อมูลค่า CAD โดยทั่วไป หากราคาน้ำมันปรับขึ้น CAD ก็มักจะปรับขึ้นด้วย เนื่องจากอุปสงค์รวมต่อสกุลเงินเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากราคาน้ำมันลดลงก็จะเกิดผลตรงกันข้าม ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังมีแนวโน้มทำให้โอกาสเกิดดุลการค้าเป็นบวกมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุน CAD เช่นกัน แม้ว่าโดยดั้งเดิม เงินเฟ้อมักถูกมองว่าเป็นปัจจัยลบต่อสกุลเงิน เนื่องจากทำให้มูลค่าของเงินลดลง แต่ในยุคปัจจุบันกลับเป็นตรงกันข้าม จากการผ่อนคลายการควบคุมเงินทุนข้ามพรมแดน เงินเฟ้อที่สูงขึ้นมักทำให้ธนาคารกลางปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งดึงดูดเงินทุนไหลเข้ามากขึ้นจากนักลงทุนทั่วโลกที่มองหาสถานที่ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจในการเก็บรักษาเงินของตน สิ่งนี้ทำให้อุปสงค์ต่อสกุลเงินท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ซึ่งในกรณีของแคนาดาก็คือดอลลาร์แคนาดา การประกาศข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคใช้วัดภาวะสุขภาพของเศรษฐกิจและอาจส่งผลกระทบต่อดอลลาร์แคนาดา ตัวชี้วัดต่าง ๆ เช่น GDP, PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ การจ้างงาน และผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค ล้วนสามารถมีอิทธิพลต่อทิศทางของ CAD ได้ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเป็นผลดีต่อดอลลาร์แคนาดา ไม่เพียงแต่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังอาจกระตุ้นให้ธนาคารกลางแคนาดาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งนำไปสู่สกุลเงินที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม หากข้อมูลเศรษฐกิจอ่อนแอ CAD ก็มีแนวโน้มจะอ่อนค่าลง บทความยอดนิยม Source: Originally published on TMGM. Read the full article at TMGM → ### Meta เปิดตัว Muse ผู้ช่วย AI เพื่อช่วยทำงานส่วนตัวโดยอัตโนมัติ URL: https://onesiamsoft.com/articles/meta-muse-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แอปพลิเคชัน Muse เปิดตัวให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในตลาดสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) ผ่านทางระบบปฏิบัติการ iOS, Android, เว็บไซต์ muse.ai และแอปพลิเคชัน WhatsApp หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันเศรษฐกิจแอปพลิเคชัน Muse เปิดตัวให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในตลาดสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) ผ่านทางระบบปฏิบัติการ iOS, Android, เว็บไซต์ muse.ai และแอปพลิเคชัน WhatsAppVietnamPlus•09/09/2026บริษัท Meta Platforms Inc. ได้เปิดตัว Muse อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นตัวแทนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนบุคคล ถือเป็นก้าวสำคัญในการทำงานอัตโนมัติในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเปิดตัวให้ผู้ใช้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในตลาดสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 8 กันยายน (ตามเวลาท้องถิ่น) ผ่านทาง iOS, Android, เว็บไซต์ muse.ai และแอปพลิเคชัน WhatsApp และคาดว่าจะถูกรวมเข้ากับแว่นตาอัจฉริยะของ Meta ในอนาคต ด้วยพลังจากโมเดล AI Muse Spark 1.3 รุ่นล่าสุด เอเจนต์นี้สามารถทำงานต่างๆ แทนผู้ใช้ได้ เช่น การซื้อสินค้าออนไลน์ การจองตั๋วภาพยนตร์ การนัดหมาย หรือการกรอกแบบฟอร์ม เดวิด ซิงเกิลตัน หัวหน้าวิศวกรโครงการ กล่าวว่า Muse สามารถเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Ticketmaster, OpenTable และระบบนิเวศของ Google (Gmail, Calendar, Drive) ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ Muse ยังสามารถสร้าง API แบบกำหนดเองโดยอัตโนมัติตามความต้องการของผู้ใช้เพื่อเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ ที่ชื่นชอบได้อีกด้วย อเล็กซานเดอร์ หวัง ผู้อำนวยการฝ่าย AI ของ Meta กล่าวว่าปรัชญาการออกแบบของ Muse คือความเรียบง่ายและใช้งานง่ายสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้ใช้สามารถปรับแต่งเอเจนต์ของตนได้โดยการตั้งชื่อ เลือกรูปโปรไฟล์ และกำหนดรูปแบบการสื่อสาร นายหวังเปิดเผยว่าเขาใช้โปรแกรม Muse (ซึ่งเขาตั้งชื่อว่า Euler ตามชื่อสุนัขเลี้ยงของเขา) เป็น "สมองที่สอง" ทำงานอย่างลับๆ เพื่อวางแผนเมนู แนะนำการออกกำลังกาย และซื้อเฟอร์นิเจอร์ ในแง่ของความปลอดภัย Muse ทำงานบนเครื่องเสมือนแยกต่างหากในระบบคลาวด์ โดยจัดเก็บประวัติกิจกรรม แต่จะไม่แชร์ข้อมูลใดๆ กับระบบโฆษณาของ Meta อย่างแน่นอน นอกจากนี้ เอเจนต์นี้ยังได้รับการออกแบบให้ต้องขอการยืนยันจากผู้ใช้ก่อนดำเนินการใดๆ ที่ละเอียดอ่อน เช่น การชำระเงิน ผลิตภัณฑ์นี้จะให้บริการฟรีสำหรับความต้องการขั้นพื้นฐาน และมีแพ็กเกจแบบชำระเงินราคา 20 ดอลลาร์หรือ 100 ดอลลาร์ต่อเดือนสำหรับผู้ที่ต้องการพลังการประมวลผลที่สูงขึ้น การเปิดตัว Muse เป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ที่ซีอีโอ มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้กล่าวไว้ในแถลงการณ์ความยาว 6,500 คำเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเขาระบุอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างตัวแทนที่ให้บริการธุรกิจและตัวแทนที่ให้บริการเฉพาะบุคคลแก่ผู้บริโภค เขาเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ Meta ในกลุ่มที่สอง และได้กำหนดเป้าหมายที่มองการณ์ไกลไว้ว่า ในอนาคต แต่ละบุคคลจะมีตัวแทน AI ที่ล้ำหน้าอย่างยิ่ง ซึ่งเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขา (VNA/เวียดนาม+) ที่มา: https://www.vietnamplus.vn/meta-ra-mat-tro-ly-ai-muse-giup-tu-dong-hoa-tac-vu-ca-nhan-post1135036.vnp Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Counterpoint คาด Apple ขึ้นเบอร์ 2 ตลาดสมาร์ทโฟนจอพับทันทีในปีแรก ส่วนแบ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/counterpoint-apple-2-25 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนจอพับสะสมทั่วโลกแตะ 100 ล้านเครื่องสิ้นปี 2026 ก่อนโตอีก 37 เปอร์เซ็นต์ปีหน้า ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนจอพับสะสมทั่วโลกแตะ 100 ล้านเครื่องสิ้นปี 2026 ก่อนโตอีก 37 เปอร์เซ็นต์ปีหน้าCounterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดสมาร์ทโฟน เผยรายงาน Foldable Smartphone Market Forecast ฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2026 ระบุว่า ยอดส่งมอบสมาร์ทโฟนจอพับสะสมทั่วโลกนับตั้งแต่สินค้าเชิงพาณิชย์เครื่องแรกในปี 2019 จะทะลุหลัก 100 ล้านเครื่องภายในสิ้นปี 2026 โดยมีการเข้าสู่ตลาดของแอปเปิล ด้วยการเปิดตัว iPhone Ultra เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ และคาดว่าแอปเปิลจะคว้าส่วนแบ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นเป็นอันดับ 2 ของตลาดได้ทันทีในปีแรกที่ลงสนามจากรายงานประเมินว่า แอปเปิลจะส่งมอบ iPhone Ultra ได้สูงสุดราว 6 ล้านเครื่องภายในปี 2026 คิดเป็นส่วนแบ่ง 25 เปอร์เซ็นต์ ตามหลังซัมซุงที่ 38 เปอร์เซ็นต์ และนำหน้าหัวเว่ยที่ 22 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่น่าจับตา เมื่อพิจารณาว่าปีนี้ แอปเปิลมีช่วงเวลาขายเหลือค่อนข้างสั้นและยังต้องเผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตในช่วงแรกลิซ ลี รองผู้อำนวยการของ Counterpoint ระบุว่า ปัญหาซัพพลายตึงตัวในช่วงเริ่มต้นสายการผลิตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การส่งมอบและการวางจำหน่ายจะทยอยขยายตัวหลังการเปิดตัว โดยความพร้อมจำหน่ายจะแตกต่างกันไปในแต่ละตลาด ข้อจำกัดดังกล่าวคือเหตุผลที่ทำให้เพดานประมาณการปีนี้อยู่ที่ 6 ล้านเครื่องสำหรับปี 2027 ซึ่งเป็นปีแรกที่แอปเปิล มีรอบการขายเต็มปี Counterpoint คาดว่ายอดส่งมอบจะเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว และส่วนแบ่งตลาดจะขยับขึ้นไปแตะ 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ภาพรวมตลาดจอพับทั่วโลกจะเติบโต 37 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 โดยมีแรงหนุนจากทั้ง Galaxy Z Fold8 และการเข้าสู่ตลาดของแอปเปิล ส่วนปีนี้ตลาดจะขยายตัว 24 เปอร์เซ็นต์ และหากรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ได้ ยอดสะสม 100 ล้านเครื่องก้อนถัดไปจะใช้เวลาอีกเพียงราว 3 ปีแม้ตัวเลขการเติบโตจะสูง แต่สมาร์ทโฟนจอพับยังคงมีสัดส่วนเพียงประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของตลาดสมาร์ทโฟนโดยรวมเท่านั้น ผู้ซื้อส่วนใหญ่ยังอยู่กับเครื่องทรงแท่งแบบดั้งเดิม โดย Counterpoint ชี้ว่าอุปสรรคสำคัญคือส่วนต่างราคา เนื่องจากเครื่องจอพับมีราคาสูงกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไปราว 3 เท่ารายงานฉบับนี้ยังระบุว่า ปีนี้จะมีสินค้าใหม่จากผู้ผลิตหลายราย ทั้งซัมซุง แอปเปิล หัวเว่ย โมโตโรลา ออเนอร์ กูเกิล วีโว่ ออปโป้ และเสียวหมี่ โดยเฉพาะรุ่นที่ใช้การออกแบบแบบหนังสือหน้ากว้าง ซึ่งให้พื้นที่หน้าจอด้านนอกใช้งานสะดวกขึ้นและหน้าจอด้านในกว้างขึ้นสำหรับการทำงานหลายหน้าต่างและงานที่ใช้ AI ช่วยที่มา: Counterpoint Research Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ครบวงจรทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจดิจิทัล | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/gulf-gastech-2026-ecosystem-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศความพร้อมเข้าร่วมมหกรรมพลังงานระดับโลก “Gastech 2026” ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน... บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ประกาศความพร้อมเข้าร่วมมหกรรมพลังงานระดับโลก “Gastech 2026” ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา เพื่อนำเสนอศักยภาพของกลุ่มบริษัทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่พลังงาน ก๊าซธรรมชาติ ท่าเรือและโลจิสติกส์ ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โทรคมนาคม และดาวเทียม การเข้าร่วมงานครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ GULF ในฐานะ“The Ultimate Enabler” ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวภายใต้แนวคิดหลัก“Integrated Infrastructure, Powering Tomorrow” เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน สู่พลังขับเคลื่อนแห่งอนาคต GULF มุ่งผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานของไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาค ผสานระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติและ LNG ครบวงจรเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานฐาน (Baseload) การเร่งขยายพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero และการต่อยอดสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ รองรับความต้องการของกลุ่มธุรกิจชั้นนำระดับโลก และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืนไฮไลท์สำคัญ ณ GULF Pavilion (บูธ C80) พื้นที่กว่า 420 ตร.ม.ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสกับ The Ecosystem Showcase ที่ถ่ายทอดความเชื่อมโยงของทุกกลุ่มธุรกิจหลักของกัลฟ์ ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน (Energy Business) โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ และพอร์ตพลังงานหมุนเวียนทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานน้ำ ธุรกิจทรัพยากร (Resources Business) ที่ฉายภาพห่วงโซ่ธุรกิจก๊าซธรรมชาติและ LNG Terminal ธุรกิจท่าเรือและโลจิสติกส์ (Port & Logistics) โครงสร้างพื้นฐานท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม (Digital & Telecommunications) ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ดาต้าเซ็นเตอร์ คลาวด์ AI โทรคมนาคม และดาวเทียมภายในบูธยังมี Immersive Zone ที่มอบประสบการณ์ภาพรอบทิศทาง 360 องศา ผ่านนวัตกรรมจอภาพ LED และศิลปะดิจิทัลที่โอบล้อมผู้ชม ถ่ายทอดเส้นทางพลังงานแห่งอนาคตของกลุ่มกัลฟ์ ให้ผู้ชมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางจากรากฐานพลังงานที่มั่นคงสู่ผู้ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ ปิดท้ายด้วย The Coffee Bar by AIS & Networking Lounge พื้นที่รับรองและเจรจาธุรกิจ พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มสุดพิเศษGULF ขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจ คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และผู้สนใจในแวดวงพลังงานและเทคโนโลยี ร่วมเยี่ยมชมบูธ GULF (Stand No. C80) ในงาน Gastech 2026 ระหว่างวันที่ 14–17 กันยายน 2569 ณ ไบเทค บางนาติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.gulf.co.th Facebook: Gulf SPARK, TikTok: @GULFSPARK และ Instagram: @gulfspark.th Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ดอลลาร์อ่อนค่า สวนทางเยนพุ่งนิวไฮ 7 เดือน เก็ง BOJ ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า - Hua Seng Heng URL: https://onesiamsoft.com/articles/7-boj-hua-seng-heng Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ ขณะที่เยนพุ่งแต […] ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ ขณะที่เยนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าเยนพุ่งขึ้นแตะระดับ 152.89 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงแรก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียนักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค.เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค.ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค.เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค.ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งในวันศุกร์ และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75%ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์ Source: Originally published on Hua Seng Heng. Read the full article at Hua Seng Heng → ### ปล่อยจอยให้ AI โมเดล GPT-6 Astra ช่วยจบเกมได้ใน 24 ชม. URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-gpt-6-astra-24 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ก่อนหน้านี้เรามี AI ช่วยเป็นโค้ชสอนเล่นเกม แต่วันนี้เรามี AI ที่จะมาคว้าจอยหรือเมาส์จากมือเรา แล้วจัดการเคลียร์เกมด้วยตนเองซะเลย [เกาะเบาะ VIP] ก่อนหน้านี้เรามี AI ช่วยเป็นโค้ชสอนเล่นเกม แต่วันนี้เรามี AI ที่จะมาคว้าจอยหรือเมาส์จากมือเรา แล้วจัดการเคลียร์เกมด้วยตนเองซะเลย หลัง OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra ก็สร้างความสะเทือนไปทั่ววงการแทบจะทันที ถึงขั้นถูกมองว่าเป็น AI ที่เก่งที่สุดไปแล้ว ล่าสุดมีผู้ใช้ลองสั่งให้ตัว AI ช่วยเล่น “Portal” เกม FPS แนวไขปริศนาที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาก แต่ GPT-6 Astra สามารถจบเกมได้ใน 24 ชั่วโมง ยาวไปบ้างแต่ก็เล่นจนจบได้ “ตัวโมเดลควบคุมเกม Portal ผ่าน MCP + SourcePauseTool ที่ได้รับการดัดแปลงเฉพาะ” คำกล่าวของ CozyBlaze ที่ก่อนหน้านี้เคยให้ Claude Opus 5 ของ Anthropic เล่นเกม Portal มาแล้ว (แต่ดูเหมือนจะเล่นไม่จบ) ล่าสุดได้ลองใช้ GPT-6 Astra ของ OpenAI คราวนี้สามารถเล่นจนจบได้ 100% โดยมีคลิปพิสูจน์ความยาวถึง 8 ชั่วโมง และมีทั้งหมด 3 คลิปด้วยกัน รวมเป็น 24 ชั่วโมงกับอีก 20 นาที (เวอร์ชั้นตัดต่อ) ในระหว่างที่กำลังเล่นอยู่นั้น ตัวโมเดล Astra จะมีการหยุด “คิด” เป็นระยะ ๆ โดยช่วงนี้จะมีการ Screenshot หรือจับภาพหน้าจอ เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับตำแหน่งตัวละครในเกมที่ AI กำลังควบคุมอยู่ จากนั้นเกมจะดำเนินต่อ ซึ่งจะเคลื่อนไหวและกดปุ่มตามที่วางแผนไว้ และก็เป็นเหตุผลให้ใช้เวลาเคลียร์เกมมากถึง 24 ชั่วโมง จากปกติตัวเกมใช้เวลาเล่นจริงแค่ประมาณ 3 – 5 ชั่วโมงเท่านั้น ทาง CozyBlaze เผยเลยว่า “ยังมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องแก้ไข” แม้ GPT-6 Astra จะเคลียร์เกมเองได้ด้วยตนเอง แต่ก็ใช้เวลาพอควร หากใครอยากดูระบบเบื้องหลัง ทางผู้ใช้ก็ได้เปิดเผย Source Code ไว้บน GitHub แล้ว โดยมีคำแนะนำบางส่วนให้ลองศึกษาหรือใช้งานด้วยตัวเองไว้พร้อม อนึ่งตัว AI มีการเรียกใช้เครื่องมือ (Tool calls) ถึง 3,336 ครั้ง และมีต้นทุน API หน้าป้ายอยู่ที่ 571.18 ดอลลาร์ฯ หรือประมาณ 19,000 บาท ท้ายนี้ทาง OpenAI มีการกล่าวเลยว่า GPT-6 Astra คือโมเดล AI ที่มีทั้ง “ความฉลาด” และ “ล้ำหน้าที่สุด ในด้านการใช้งานบน PC และเร็ว ๆ นี้ก็เตรียมขยายการใช้งานให้มากขึ้นด้วย ที่มา : TomsHardware Source: Originally published on techhub. Read the full article at techhub → ### เครือซีพีผนึก มธ. ต่อยอด “ไม้พังแหร” จากสบขุ่นโมเดล สู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788936710022 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เครือซีพีผนึก มธ. ต่อยอด “ไม้พังแหร” จากสบขุ่นโมเดล สู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เครือซีพีผนึก มธ. ต่อยอด “ไม้พังแหร” จากสบขุ่นโมเดล สู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เขียนวันที่ วันพุธ ที่ 09 กันยายน 2569 เวลา 11:10 น. เครือซีพีผนึก มธ. ต่อยอด “ไม้พังแหร” จากสบขุ่นโมเดล สู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เครือซีพี ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อยอด “ไม้พังแหร” หนึ่งในไม้พี่เลี้ยงกาแฟของโครงการซีพีความดี “สบขุ่นโมเดล” จังหวัดน่าน สู่การพัฒนาเยื่อกระดาษและต้นแบบบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน โดยนำส่วนของไม้ที่เกิดจากกระบวนการบริหารจัดการและดูแลพื้นที่มาใช้เป็นวัตถุดิบทางเลือก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ลดวัสดุเหลือทิ้ง และสร้างมูลค่าใหม่ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy สะท้อนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของเครือซีพี ซึ่งมุ่งนำศักยภาพของภาคธุรกิจ องค์ความรู้ทางวิชาการ เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชน มาร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิต โดยยึดหลักปรัชญา “สามประโยชน์” คือ สร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่ นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ความยั่งยืนในมุมมองของเครือซีพีไม่ใช่กิจกรรมที่แยกออกจากการดำเนินธุรกิจ แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ต้องเชื่อมโยงการดูแลสิ่งแวดล้อม การพัฒนาชุมชน และการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจให้เติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งเชื่อว่าการแก้ปัญหาความยั่งยืนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ต้องเริ่มจากการเข้าใจบริบทของพื้นที่ และทำงานร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง สบขุ่นโมเดลจึงไม่ใช่เพียงโครงการปลูกป่าหรือส่งเสริมการปลูกกาแฟ แต่เป็นการออกแบบระบบที่ทำให้คนสามารถมีอาชีพและรายได้จากการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ขณะเดียวกันผืนป่าก็ได้รับการฟื้นฟูและกลับมาสร้างคุณค่าให้แก่ชุมชนอีกครั้ง นายจอมกิตติกล่าวว่า การนำไม้พังแหรมาต่อยอดเป็นเยื่อกระดาษและบรรจุภัณฑ์ เป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายผลสบขุ่นโมเดลจากการฟื้นฟูป่าและสร้างอาชีพ ไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า สะท้อนให้เห็นว่าองค์ความรู้จากพื้นที่สามารถเชื่อมต่อกับงานวิจัยและศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างประโยชน์ในมิติใหม่ได้ “นวัตกรรมที่มีคุณค่าไม่ได้หมายถึงการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพียงอย่างเดียว แต่คือความสามารถในการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ และนำองค์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนวัสดุที่เกิดจากการดูแลพื้นที่ให้กลายเป็นวัตถุดิบทางเลือก พร้อมเชื่อมคุณค่าของป่า ชุมชน งานวิจัย และภาคธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน” “ไม้พังแหร” เป็นหนึ่งในไม้พี่เลี้ยงที่มีบทบาทต่อการฟื้นฟูพื้นที่ปลูกกาแฟในสบขุ่นโมเดล โดยช่วยสร้างสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศที่เหมาะสมต่อการเติบโตของกาแฟ ขณะเดียวกันไม้พังแหรที่นำมาต่อยอดในงานวิจัยมีอายุประมาณ 3–5 ปี สูงราว 12–15 เมตร และให้ผลผลิตเยื่อประมาณ 50% โดยมีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนเฉลี่ยประมาณ 190 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2eq) สะท้อนถึงบทบาทของไม้พี่เลี้ยงที่นอกจากสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่แล้ว ยังมีศักยภาพในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนในพื้นที่อีกด้วย เมื่อไม้พังแหรเติบโตและเสื่อมสภาพจากการทำหน้าที่เป็นไม้พี่เลี้ยง ส่วนของต้นไม้ที่เหลือจากการดูแลพื้นที่จึงถูกนำเข้าสู่กระบวนการวิจัยและพัฒนา เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบทางเลือกสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์กระดาษ เป็นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ต่อแทนการปล่อยให้กลายเป็นวัสดุเหลือทิ้ง สอดคล้องกับแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)ตั้งแต่การฟื้นฟูระบบนิเวศ การสนับสนุนอาชีพของชุมชน ไปจนถึงการพัฒนาเป็นวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ช่วยลดปริมาณขยะสะสมและลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิต โครงการสบขุ่นโมเดลเกิดจากความร่วมมือระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำจังหวัดน่านที่เคยได้รับผลกระทบจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว โดยส่งเสริมการปลูกกาแฟภายใต้ร่มเงาของไม้ป่า ควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนในชุมชน หัวใจสำคัญของโครงการคือการทำให้การดูแลป่าเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตของประชาชน เมื่อชุมชนสามารถมีรายได้จากการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ก็จะเกิดแรงจูงใจในการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นำไปสู่ระบบที่ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด” และสามารถส่งต่อประโยชน์ไปยังคนรุ่นต่อไป นายจอมกิตติกล่าวเพิ่มเติมว่า สบขุ่นโมเดลแสดงให้เห็นว่าการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจะเกิดความยั่งยืนได้ ต้องสร้างทั้งคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนไปพร้อมกัน ขณะที่ภาคธุรกิจต้องทำหน้าที่เป็นผู้เชื่อมโยงตลาด เทคโนโลยี องค์ความรู้ และพันธมิตร เพื่อช่วยให้ทรัพยากรในพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบ “เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงทำให้ป่ากลับมาเขียวอีกครั้ง แต่ต้องทำให้ชุมชนสามารถเติบโตไปพร้อมกับป่าได้อย่างมั่นคง การต่อยอดไม้พังแหรเป็นบรรจุภัณฑ์จึงสะท้อนทิศทางการพัฒนาที่มองทรัพยากรอย่างครบวงจร และแสดงให้เห็นว่างานอนุรักษ์สามารถเชื่อมโยงกับนวัตกรรมและโอกาสทางเศรษฐกิจได้ หากทุกภาคส่วนร่วมกันออกแบบระบบอย่างเข้าใจและรับผิดชอบ” โครงการวิจัยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2567 โดยทีมวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพพืช มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโดย ผศ.ดร.ทิวธวัฒ นาพิรุณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ และหัวหน้าห้องปฏิบัติการพฤกษเคมีและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับ ผศ.ดร.นวลกมล อำนวยสิน อ.ดร.มันทิรา สุขเสริฐ ตลอดจนนักศึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยมี รศ.ดร.สุดาทิพย์ จันทร หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นที่ปรึกษาและให้การสนับสนุน ทีมวิจัยทำงานร่วมกับโครงการซีพีความดี สบขุ่นโมเดล ตั้งแต่การศึกษาข้อมูล การลงพื้นที่สำรวจทรัพยากร การเก็บตัวอย่าง ตลอดจนการวิจัยและทดสอบในห้องปฏิบัติการ เพื่อประเมินคุณสมบัติของไม้พังแหรและพัฒนากระบวนการผลิตเยื่อกระดาษที่เหมาะสม โดยงานวิจัยยังได้รับการสนับสนุนด้านมาตรฐานการทดสอบเยื่อกระดาษจาก ดร.ปรียานุช สีโชละ นักวิจัยชำนาญการพิเศษ ฝ่ายเทคโนโลยีชีวมวลและพลังงานชีวภาพสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือของผลการทดสอบ และสนับสนุนการพัฒนาวัตถุดิบให้มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานด้านบรรจุภัณฑ์ ผลงานดังกล่าวได้รับรางวัลเหรียญทอง สาขาสิ่งแวดล้อม จากเวที International Invention, Innovation and Technology Exhibition หรือ ITEX 2025 ณ ประเทศมาเลเซีย สะท้อนศักยภาพของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับทรัพยากรและความต้องการของพื้นที่ เพื่อพัฒนาเป็นนวัตกรรมที่มีโอกาสสร้างผลกระทบในวงกว้าง ในระยะต่อไป เครือเจริญโภคภัณฑ์และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เตรียมร่วมกับกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CPPC ศึกษาการทดลองผลิตในระดับนำร่อง พร้อมทดสอบความแข็งแรง ความปลอดภัย ความสามารถในการย่อยสลาย และความเหมาะสมต่อการใช้งานของบรรจุภัณฑ์แต่ละประเภท รวมถึงประเมินต้นทุนและความเป็นไปได้ในการขยายกำลังการผลิต การพัฒนาจะครอบคลุมการประเมินผลกระทบตลอดวัฏจักรชีวิต ตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบ กระบวนการผลิต การนำไปใช้งาน ไปจนถึงการจัดการหลังการใช้ ควบคู่กับการจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบมาจากกระบวนการบริหารจัดการพื้นที่อย่างเหมาะสม และสอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล หรือ ESG รวมถึงการเตรียมศึกษารูปแบบการมีส่วนร่วมและการกระจายประโยชน์กลับคืนสู่ชุมชน หากผลงานสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อให้นวัตกรรมสร้างคุณค่าร่วมทั้งต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจชุมชน และภาคธุรกิจในระยะยาว ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทางเลือก แต่เป็นอีกก้าวของยุทธศาสตร์ความยั่งยืนที่นำพื้นที่จริงมาเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม เชื่อมการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติเข้ากับงานวิจัยและศักยภาพของภาคธุรกิจ เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่ช่วยให้ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ผืนป่าได้รับการดูแล และทรัพยากรทุกส่วนถูกนำมาใช้ให้เกิดคุณค่าสูงสุดอย่างรับผิดชอบ (function(d,a,b,l,e,_) { if(d[b]&&d[b].q)return;d[b]=function(){(d[b].q=d[b].q||[]).push(arguments)};e=a.createElement(l); e.async=1;e.charset='utf-8';e.src='//static.dable.io/dist/plugin.min.js'; _=a.getElementsByTagName(l)[0];_.parentNode.insertBefore(e,_); })(window,document,'dable','script'); dable('setService', 'isranews.org'); dable('sendLogOnce'); dable('renderWidgetByWidth','dablewidget_57wjaRo8_Almb64X1'); --> Source: Originally published on สำนักข่าวอิศรา. Read the full article at สำนักข่าวอิศรา → ### ราคาน้ำมันวันนี้ 8 ก.ย. เช็กเลย! ‘เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ขายลิตรละเท่าไหร่ | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-or-the-bangkok-insight-or-line-today-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 8 ก.ย. 2569 เช็กราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล์ ล่าสุดจาก 4 ปั๊มใหญ่ที่นี่ #TheBangkokInsight อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 8 ก.ย.... Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading... Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### 7 ลำโพงบลูทูธพกพา จิ๋วแต่แจ๋วสำหรับสายปาร์ตี้ พกพาง่าย จ่ายแค่หลักร้อยปี 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/7-2026-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 คุณสามารถสร้างบรรยากาศสุดมันส์ให้วันหยุดกับเพื่อนๆ ก๊วนปาร์ตี้ หรือเปิดดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมผ่านมือถือได้ง่ายๆ ด้วยลำโพงบลูทูธพกพาจิ๋วแต่แจ๋ว คุณสามารถสร้างบรรยากาศสุดมันส์ให้วันหยุดกับเพื่อนๆ ก๊วนปาร์ตี้ หรือเปิดดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมผ่านมือถือได้ง่ายๆ ด้วยลำโพงบลูทูธพกพาจิ๋วแต่แจ๋ว ในราคาหลักร้อยบาทเท่านั้น เช่นเดียวกับลำโพง 7 รุ่นนี้ มาพร้อมรูปลักษณ์ที่น่าใช้ เสียงจัดจ้าน การเชื่อมต่อรวดเร็ว สามารถสนองความบันเทิงได้อย่างคล่องตัว พกพาสะดวกไปได้ทุกที่ ใส่กระเป๋าเป้เดินทางไปด้วยกันได้ทุกที่ คุณภาพเสียงที่น่าประทับใจ เบสแน่น เสียงดังฟังชัด ถูกใจสายปาร์ตี้ ใครที่กำลังมองหาลำโพงคู่ใจไว้เพิ่มสีสันให้ชีวิต บทความนี้อาจจะมีรุ่นที่โดนใจคุณ พร้อมพิกัดให้คุณเลือกหามาใช้งานในปี 20267 ลำโพงบลูทูธพกพา จิ๋วแต่แจ๋วสำหรับสายปาร์ตี้ พกพาง่าย จ่ายแค่หลักร้อย Sherman BS-55JMAX JM-1ETribit PocketGoEdifier MP85AIWA Snap MiniXiaomi Sound PocketSoundcore Select 4 GoFAQ คำถามที่พบเจอบ่อยในการเลือกและใช้งานลำโพงบลูทูธแบบพกพาสรุปการเลือกใช้และข้อสังเกตการใช้งานลำโพงบลูทูธพกพา1.Sherman BS-55ลำโพงบลูทูธพกพาไซส์กระทัดรัด แสงไฟ RGB ปรับได้หลายโหมด เพิ่มฟีลลิ่งการฟังเพลงในห้องหรือสายปาร์ตี้ได้ดี ตัวเครื่องกันน้ำมาตรฐาน IPX3 ลุยละอองน้ำไหว ตั้งริมสระได้ กับชุดลำโพง 2.25 นิ้ว กำลังขับ 5W (RMS) เชื่อมต่อไวด้วย Bluetooth 5.4 และยังมีช่องเสียบ Flash Drive USB เล่น MP3 ได้สูงสุดถึง 128GB อีกด้วย เรื่องเสียงมีการปรับจูนถือว่าทำมาฟังสนุก เสียงร้องชัด สดใส ไม่แหลมบาดหู เบสมาแบบพอดีๆ จะเปิดฟังบนโต๊ะทำงานหรือห้องนอนก็ดี แบตเตอรี่มีให้ถึง 1,800 mAh เปิดดัง 50% อยู่ได้นานถึง 10 ชั่วโมง ด้วยงบราวๆ 690 บาท แต่ได้ลำโพงพร้อมไฟ RGB สวยงาม เสียงเกินตัว กำลังขับ 5W เหมาะกับพื้นที่ปิดหรือกลุ่มเล็กๆ ถ้าเอาไปเปิดลานกว้างกลางแจ้งอาจจะไม่ได้กระหึ่มมากนัก ใครมองหาลำโพงพกพาง่ายๆ สไตล์สวย มีไฟวิบวับ เอาไว้ฟังเพลงเพลินๆ Sherman BS-55 รุ่นนี้ตอบโจทย์ได้คุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ5W (RMS)แบตเตอรี่ลิเธียม 3.7V / 1,800 mAh (ชนิด 18650)ระยะเวลาใช้งานเปิดความดัง 50%: นานสูงสุด 10 ชั่วโมงมาตรฐานกันน้ำIPX3 (กันละอองน้ำ / หยดน้ำ)ระบบ TWSรองรับการเชื่อมต่อลำโพง 2 เครื่องพร้อมกันการเชื่อมต่อBluetooth 5.4, USB-A (สูงสุด 128GB), USB-C (DC 5V)ขนาดและน้ำหนักขนาดตัวเครื่อง: 86 × 86 × 146 มม. น้ำหนัก: 0.48 กิโลกรัมพิกัดลำโพง ที่นี่2.JMAX JM-1Eส่วนสายฟังเพลง ชอบเปิดเพลงคลอตอนทำงาน ลำโพงบลูทูธตัวจิ๋วแต่แจ๋วอย่าง JMAX JM-1E กับดีไซน์น่ารัก ขนาดแค่ฝ่ามือ แถมมีสายหิ้วในตัว วัสดุตัวเครื่องถือว่าทำออกมาแข็งแรง เกินราคาถึงตัวจะเล็ก แต่งานปรับจูนถือว่าทำมาเอาใจสายบันเทิง ให้เสียงดังฟังชัด คลุมพื้นที่ห้องนอนหรือปาร์ตี้เล็กๆ ได้ Bluetooth 5.1 กำลังขับ 5W พร้อมดอกลำโพงขนาด 52 มม. ย่านเสียงกลางชัด เสียงร้องฟังได้เพลิน แถมฟังก์ชันเด็ดอย่าง TWS (True Wireless Stereo) ที่จับคู่ลำโพงนี้ 2 ตัว ได้เป็นเสียงสเตอริโอซ้าย-ขวา เพิ่มมิติการฟังเพลงให้สนุกขึ้น ให้แบตเตอรี่มา 800mAh พอร์ตเชื่อมต่อให้มาครบ ทั้ง Bluetooth, TF Card (Micro SD) และ USB จะเสียบแฟลชไดรฟ์ก็ฟังเพลได้ ไม่ต้องต่อมือถือ ความน่าใช้อยู่ที่ราคาเบา ประมาณ 120 บาท แต่ช่วงโปรแบงก์ร้อยมีทอน เสียงกลาง เสียงร้องชัด มีสายหิ้วพกง่าย และฟังก์ชัน TWS กับช่องเชื่อมต่อหลากหลาย สายเปิดฟังเพลงชิลๆ ในห้อง หรือพกไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน ไม่ควรพลาดคุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ5W (ดอกลำโพง 52 มม. 4 โอห์ม)ความจุแบตเตอรี่800 mAh (ใช้เวลาชาร์จ 2–4 ชั่วโมง)ระยะเวลาใช้งานประมาณ 2 ชั่วโมงขึ้นไปมาตรฐานกันน้ำN/Aรองรับ TWSรองรับ (เชื่อมต่อลำโพง 2 ตัวพร้อมกันได้)การเชื่อมต่อBluetooth 5.1, TF Card (Micro SD), USB (Flash Drive)ขนาด135 × 56 × 80 มม.พิกัดลำโพง ที่นี่3.Tribit PocketGoสายบันทิงที่ชอบลำโพงไปฟังได้ในทุกที่ ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ต้องโดน Tribit PocketGo ลำโพงพกพาจิ๋วแต่แจ๋วแบบนี้ แต่เสียงเกินตัว ดีไซน์สวยพกพาสะดวก เบาแค่ 220 กรัม มั่นใจได้กับมาตรฐาน IP68 กันน้ำกันฝุ่นเต็มระบบ ลุยภาคสนาม แคมป์ปิ้ง หรือวางข้างสระน้ำก็อุ่นใจได้ ได้ไดรเวอร์ขนาด 45 มม. กับ Passive Radiator จูนกำลังขับมาถึง 7W เบสแน่นเป็นลูกๆ เสียงร้องชัดถ้อยชัดคำ กับ Bluetooth 6.0 เชื่อมต่อไว สัญญาณนิ่งกริ๊บ และความเจ๋งคือ รองรับ Tribit App เข้าไปปรับแต่ง EQ เพิ่มเบส ปรับเสียงแหลมตามสไตล์เพลงที่เราชอบฟังได้เลย แบตเตอรี่จัดมาให้ถึง 2400mAh เปิดฟังระดับ 50% ได้ยาวๆ 16-18 ชั่วโมง พร้อมช่องเสียบ TF Card ได้สูงสุด 128GB เอาเพลงใส่การ์ดแล้วเปิดฟังได้โดยไม่ต้องง้อโทรศัพท์ สามารถปรับ EQ ในแอปได้ แบตอึด อย่างไรก็ดีลำโพงนี้ ดอกลำโพงเป็นแบบทิศทางเดียว ไม่ใช่ 360 องศา เวลาฟังแนะให้หันหน้าลำโพงเข้าหาตัว จะได้เสียงที่คมชัดที่สุด ในงบร้อยปลายๆ ถึงแปดร้อยบาทนิดๆ ได้สเปกกับเสียงน่าพอใช้ คุ้มน่าใช้กับราคา 779 บาทคุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ7 วัตต์ (7W)แบตเตอรี่2,400 mAhระยะเวลาใช้งานสูงสุด 20 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับความดังและเนื้อหาเพลง)มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นIP68 (กันน้ำและกันฝุ่นเต็มรูปแบบ)TWS / Stereo Modeรองรับ (เชื่อมต่อลำโพงรุ่นเดียวกัน 2 ตัวเพื่อทำเป็นเสียงสเตอริโอ)การเชื่อมต่อBluetooth 6.0, รองรับ Micro SD Card (TF Card) และใช้งานร่วมกับ Tribit Appขนาดและน้ำหนัก108 x 81 x 42 มม.น้ำหนักประมาณ 220 กรัมพิกัดลำโพง ที่นี่4.Edifier MP85ใครจะไปคิดว่าลำโพงตัวแค่นี้ แต่เสียงเกินบรรยาย กับ Edifier MP85 ลำโพงบลูทูธไซส์มินิที่พกติดตัวไปได้ทุกที่ ดีไซน์น่ารัก มีความมินิมอล แถมเบาแค่ 70 กรัม เท่ากับโทรศัพท์มือถือ กับบอดี้เป็นพลาสติกแข็งคุณภาพ ทนทาน งานประกอบแน่น พร้อมสายคล้องในตัว จะแขวนกระเป๋าหรือเดินถือก็สบาย เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.3 มาพร้อมไดรเวอร์ขนาด 40 มม. กำลังขับ 2.2W RMS ให้เสียงร้องฟังชัด โทนเสียงใสโปร่ง เหมาะกับเพลงแนว Pop, Acoustic หรือฟังพอดแคสต์ ทีเด็ดคือสามารถปรับ EQ ผ่านแอป Edifier Connect ได้ด้วย มีให้เลือกทั้ง Music, Game, Vocal และ DIY ปรับจูนเสียงตามใจชอบ แม้มาในมิติที่เล็ก เบา แต่เสียงเกินตัว และราคาจับต้องได้ง่าย ด้วยขนาดที่จิ๋วแบบนี้ เสียงเบสอาจไม่ได้ตึ๊บตับนัก แต่เหมาะกับการฟังชิลๆ มากกว่า ถ้ามองหาลำโพงจิ๋วไว้ฟังเพลงข้างเตียง หรือพกไปเที่ยว รุ่นนี้ถือว่าเด็ด ราคาประมาณ 449 บาทหัวข้อคุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ2.2W RMSแบตเตอรี่480 mAh (ชาร์จผ่านพอร์ต Type-C)ระยะเวลาใช้งานสูงสุด 8 ชั่วโมงกันน้ำไม่พบ IP RatingTWSไม่รองรับการเชื่อมต่อBluetooth 5.3ขนาด52 x 28.5 x 63 มม.น้ำหนัก 70 กรัมพิกัดลำโพง ที่นี่5.AIWA Snap Miniสายฟังเพลงที่ชอบเดินทาง ลำโพงจิ๋วแต่แจ๋วรุ่นนี้ AIWA Snap Mini คือเพื่อนคุณกับความกระทัดรัด น้ำหนักเบา และพกพาใส่กระเป๋าไปได้ทุกที่ เชื่อมต่อด้วย Bluetooth 5.3 ใช้งานง่าย แม้กำลังขับอยู่ที่ 6W แต่พอเปิดฟังเพลงจริงๆ การปรับจูนเสียงทำมาได้กลมกล่อม เสียงร้องชัด เบสมีมวลกำลังดี ไม่แบนราบ เหมาะมากกับการเปิดฟังเพลงป็อป ฮิปฮอป หรือนั่งดูซีรีส์ริมหาดชิลๆ ได้มาตรฐานกันน้ำ IPX7 ตกน้ำหรือเจอฝนตกก็รับมือไหว แบตเตอรี่ห้ 2,000 mAh ชาร์จผ่านสาย USB Type-C ฟังกันยาวๆ ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องแบตหมดกลางคัน ความคุ้มค่าน่าใช้มีหลายส่วน ตั้งแต่ฟังก์ชั่น Handsfree รับสายโทรคุยได้ในตัว แถมยังมีระบบ TWS ซื้ออีกตัวมาจับคู่เป็นสเตอริโอคู่ได้ด้วย การเปิดปาร์ตี้กลางแจ้งห้องใหญ่มากๆ เสียงอาจจะไม่ได้กระหึ่มสะใจเท่าลำโพงตัวใหญ่ แต่เน้นฟังส่วนตัวหรือกลุ่มเล็กๆ ใครหาลำโพงบลูทูธงบประหยัด สเปกครบ พกง่าย เสียงดี ลำโพงบลูทูธ AIWA รุ่นนี้คือตำตอบของคุณ เคาะราคาเบาๆ แค่ 630 บาทหัวข้อคุณสมบัติรายละเอียดเทคนิคกำลังขับ5W – 6W (RMS)ความจุแบตเตอรี่2,000 mAh (ชาร์จผ่านพอร์ต USB Type-C)ระยะเวลาใช้งานประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับความดังของการเปิด)มาตรฐานกันน้ำIPX7 (กันน้ำลึก 1 เมตร ได้นานสูงสุด 30 นาที)รองรับ TWSรองรับ (สามารถเชื่อมต่อ 2 เครื่องเพื่อแยกเสียงซ้าย-ขวาได้)การเชื่อมต่อBluetooth 5.3 / USB Type-C / รองรับการรับสาย (Handsfree)ขนาดและน้ำหนักประมาณ 98 x 88 x 49 มม.พิกัดลำโพง ที่นี่6.Xiaomi Sound Pocketแต่ถ้าคุณชอบฟังเพลงสร้างบรรยากาศ แต่ไม่อยากแบกลำโพงหนักๆ ลองดู Xiaomi Sound Pocket 5W ลำโพงบลูทูธไซส์มินิที่พกติดกระเป๋าไปทุกที่ ราคาประมาณ 670 บาท ดีไซน์ทำมาให้พกพาสะดวกสมชื่อ เล็กเท่าฝ่ามือ น้ำหนักเบา มีห่วงยางยืดมาให้ห้อยกระเป๋าหรือแขวนในเต็นท์ได้ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 สัญญาณนิ่ง ไร้ดีเลย์ และทนทานมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP67 พาไปลุยแคมป์ ลุยฝน เสียงกลางแหลมเคลียร์ใส เสียงร้องชัด กีตาร์โปร่งก็ฟังเพลิน การปรับจูนทำออกมาบาลานซ์ดี เสียงกระจายรอบทิศทาง แม้เบสจะไม่ได้ตึ๊บระดับลำโพงตัวใหญ่ แต่เรื่องมิติเสียง ถือว่าคุ้มค่า แถมยังรองรับฟังก์ชั่น TWS ซื้อ 2 ตัวมาจับคู่กันเป็นเสียงสเตอริโอได้ด้วย แบตเตอรี่ 1,000 mAh ความน่าใช้ของรุ่นอยู่ที่ตัวเล็ก พกง่าย งานประกอบแน่น เสียงใสฟังเพลิน แต่ถ้าฟังแนว EDM หรือฮิปฮอปที่เน้นเบสหนักๆ รุ่นนี้อาจจะยังไม่ตรงใจ แต่ถ้าอยากได้ลำโพงงบประหยัดไว้ฟังเพลงชิลๆ ตอนทำงาน พักผ่อน หรือพกไปเที่ยว รุ่นนี้ได้ลงตัวหัวข้อคุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ5W RMSแบตเตอรี่1,000 mAhระยะเวลาใช้งานสูงสุด 10 ชั่วโมง (ที่ระดับความดัง 40%)การกันน้ำและฝุ่นมาตรฐาน IP67 (กันฝุ่นและกันน้ำกระเซ็น)ระบบเชื่อมต่อลำโพงคู่รองรับ (True Wireless Stereo จับคู่ 2 ตัวเป็นระบบเสียงสเตอริโอ)การเชื่อมต่อBluetooth 5.4ขนาด90.8 × 74.4 × 42.6 มม.พิกัดลำโพง ที่นี่7.Soundcore Select 4 Goเป็นลำโพงจิ๋วแต่เสียงไม่จิ๋ว Soundcore Select 4 Go ตัวนิดเดียว แต่พลังเสียงเกินเบอร์ ในงบหลักร้อย ดีไซน์น่ารัก น่าพกสุดๆ น้ำหนักเบา มีสายรัดในตัว จะแขวนกระเป๋า แขวนแฮนด์จักรยาน หรือถือเดินเล่นก็สบาย สีสันก็มีให้เลือกเพียบ ทั้งสายมินิมอลหรือสายแฟชั่นจัดเต็ม ลำโพง 5W ขับเสียงความถี่ตั้งแต่ 100Hz – 20kHz เสียงดังฟังชัด ย่านเบสมากำลังดี ไม่กลบเสียงร้อง เหมาะกับเพลงแนว Pop, EDM หรือฟังพอดแคสต์คือเพลินมาก ถ้ามี 2 ตัว ยังจับคู่ TWS เป็นระบบเสียงสเตอริโอแยกซ้าย-ขวาได้อีกด้วย ทนทานด้วยมาตรฐาน IP67 กันฝุ่นกันน้ำแบบลุยๆ ได้ เหมาะกับสายแคมปิ้งหรือปาร์ตี้ริมสระ และแบตเตอรี่อึดจัด ฟังยาวๆ ได้ถึง 20 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ ได้ความคุ้มค่า เสียงได้มาเกินตัว แบตอึด ในราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ เพียงแต่ว่าเป็นลำโพงเดี่ยว ย่านเบสลึกๆ อาจจะไม่ตึ๊บเท่าลำโพงตัวใหญ่ และปรับแต่งในแอป Soundcore ให้เล่นเท่าไหร่ แต่ถ้าเทียบกับค่าตัวราว 800 บาท ถือว่าคุ้มน่าใช้ทีเดียวหัวข้อคุณสมบัติรายละเอียดกำลังขับ5 Watts (ระบบเสียง Mono)แบตเตอรี่ชาร์จไฟผ่านพอร์ต USB-Cระยะเวลาใช้งานเล่นเพลงต่อเนื่องสูงสุด 20 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับระดับความดัง)มาตรฐานกันน้ำ/กันฝุ่นIP67 (กันฝุ่นเต็มรูปแบบ, กันน้ำลึก 1 เมตร และ สามารถลอยน้ำได้)การเชื่อมต่อสเตอริโอรองรับ True Wireless Stereo (จับคู่ 2 ตัวเพื่อแยกเสียงซ้าย-ขวา)การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.4ขนาดและน้ำหนัก160 x 98 x 550 มม.พิกัดลำโพง ที่นี่FAQ คำถามที่พบเจอบ่อยในการเลือกและใช้งานลำโพงบลูทูธแบบพกพา1. เลือกซื้อลำโพงบลูทูธพกพาอย่างไรให้คุ้มค่าและเหมาะกับการใช้งานที่สุด?ตอบ: ควรพิจารณาจากงบประมาณเป็นหลัก แล้วดูเรื่องคุณภาพเสียงว่าชอบโทนไหน เบสหนักหรือเสียงใส ต่อมาคือขนาดและน้ำหนักที่ต้องพกพาสะดวก รวมถึงมาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น (IP rating) หากต้องนำไปใช้นอกสถานที่ สุดท้ายอย่าลืมเช็คเวอร์ชันบลูทูธเพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียร และรีวิวจากผู้ใช้งานจริงประกอบการตัดสินใจ2. ทำไมลำโพงบลูทูธถึงเชื่อมต่อกับมือถือไม่ได้ หรือเชื่อมต่อแล้วเสียงกระตุก?ตอบ: ปัญหานี้มักเกิดจากระยะห่างที่ไกลเกินไปหรือมีสิ่งกีดขวางสัญญาณ ให้ลองนำอุปกรณ์มาไว้ใกล้กัน นอกจากนี้อาจเกิดจากแบตเตอรี่ลำโพงต่ำ สัญญาณรบกวนจากอุปกรณ์อื่น หรือซอฟต์แวร์บลูทูธไม่อัปเดต วิธีแก้เบื้องต้นคือปิด-เปิดบลูทูธใหม่ทั้งสองฝั่ง รีเซ็ตค่าการเชื่อมต่อลำโพง หรือลองเชื่อมต่อกับมือถือเครื่องอื่นดู3. แบตเตอรี่ของลำโพงบลูทูธพกพาใช้งานได้นานแค่ไหน และมีวิธีดูแลรักษาอย่างไร?ตอบ: ระยะเวลาใช้งานขึ้นอยู่กับความจุแบตเตอรี่และระดับความดังที่เปิด โดยทั่วไปจะอยู่ที่ 5-20 ชั่วโมง เพื่อยืดอายุการใช้งาน ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืน ควรเก็บลำโพงในที่แห้ง ไม่ร้อนจัด และหากไม่ได้ใช้งานนานๆ ควรนำมาชาร์จแบตเตอรี่ให้พอมีไฟอยู่บ้าง4. มาตรฐานการกันน้ำกันฝุ่น (IP Rating) ในลำโพงบลูทูธ สำคัญแค่ไหนและดูอย่างไร?ตอบ:สำคัญมากสำหรับสายลุยที่ชอบพกลำโพงไปแคมป์ปิ้ง ริมสระ หรือห้องน้ำ โดยรหัส IP จะตามด้วยตัวเลข 2 หลัก หลักแรกบอกระดับการกันฝุ่น (0-6) หลักที่สองบอกระดับการกันน้ำ (0-9K) ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งกันได้ดี เช่น IP67 คือกันฝุ่นได้สมบูรณ์และกันน้ำลึก 1 เมตรได้ 30 นาที ช่วยให้ใช้งานได้อย่างสบายใจไร้กังวลสรุปการเลือกใช้และข้อสังเกตการใช้งานลำโพงบลูทูธพกพาเสียงเพลงเป็นหนึ่งในความบันเทิงในการพักผ่อนที่แสนผ่อนคลายของใครหลายคนและ ลำโพงบลูทูธพกพาขนาดจิ๋วราคาหลักร้อยจึงกลายเป็นไอเทมคู่ใจที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าจะเอาไว้เปิดเพลงคลอสร้างบรรยากาศตอนแคมป์ปิ้ง หรือใช้วางบนโต๊ะทำงานเปิดดูหนัง ฟังเพลงโปรดในห้องนอนได้อย่างคล่องตัว หัวใจสำคัญคือการเลือกให้ตอบโจทย์ ทั้งน้ำหนักที่ต้องเบาหวิว ความอึดของแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนาน และดีไซน์ที่พกพาสะดวก พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ช่วยให้ลุยไปได้ทุกที่อย่างอุ่นใจ แม้จะเป็นลำโพงไซส์เล็กและราคาสบายกระเป๋า แต่คุณภาพเสียงกลาง เสียงร้อง และมิติต่างๆ กลับทำได้ดีเกินตัว ยิ่งรุ่นไหนมีฟังก์ชันจับคู่ TWS หรือปรับ EQ ได้ ยิ่งเพิ่มความฟินได้เท่าตัวเลยครับ สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นสายปาร์ตี้หรือสายชิล การมีลำโพงพกพาดีๆ สักตัวติดกระเป๋าไว้ จะช่วยเติมเต็มทุกช่วงเวลาของการพักผ่อนให้มีสีสันขึ้น Source: Originally published on Notebookspec. Read the full article at Notebookspec → ### เตรียมลุยบนมือถือ! Absolum เกมแอ็กชัน Beat 'em Up สุดเดือด เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าบนสโตร์ไทยแล้ว - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/absolum-beat-em-up-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เตรียมลุยบนมือถือ! Absolum เกมแอ็กชัน Beat 'em Up สุดเดือด เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าบนสโตร์ไทยแล้ว Thisisgame Thailand เตรียมลุยบนมือถือ! Absolum เกมแอ็กชัน Beat 'em Up สุดเดือด เปิดให้ลงทะเบียนล่วงหน้าบนสโตร์ไทยแล้ว  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### SILENT HILL f กำลังลดราคา 50 เปอร์เซนต์ บน Steam งานนี้รีบจัดให้ไว! URL: https://onesiamsoft.com/articles/silent-hill-f-50-steam Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Silent Hill f จะมีฉากหลังในประเทศญี่ปุ่นในปี 1960 โดยตัวละครหลักภายในเกมจะเป็น Hinako Shimizu สาววัยรุ่นมัธยมปลายที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากเพื่อน ครอบครัว และสังคม ซึ่งถือว่าเป็นเกมภาคหลักนับตั้งแต่ Silent Hill: Downpour ในปี 2012 - Online Station Silent Hill f จะมีฉากหลังในประเทศญี่ปุ่นในปี 1960 โดยตัวละครหลักภายในเกมจะเป็น Hinako Shimizu สาววัยรุ่นมัธยมปลายที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากเพื่อน ครอบครัว และสังคม ซึ่งถือว่าเป็นเกมภาคหลักนับตั้งแต่ Silent Hill: Downpour ในปี 2012 และสำหรับใครที่กำลังอยากจะลองสัมผัสกับเกมนี้ถือว่ามาได้จังหวะเหมาะ เพราะในตอนนี้ SILENT HILL f กำลังลดราคา 50 เปอร์เซนต์ บน Steam งานนี้รีบจัดให้ไว!Hinako จำเป็นต้องเอาตัวรอดจากหมอกที่หนาทึบ เธอต้องออกสำรวจเส้นทางที่น่ากลัวภายในเมือง พร้อมกับแก้ปริศนาต่าง ๆ และเผชิญหน้ากับเหล่าปีศาจที่น่าสะพรึงกลัว ดำดิ่งสู่เรื่องราวของ Hinako ผ่านปลายปากกาของ Ryukishi07 นักเขียนชื่อดัง พร้อมเสียงดนตรีประกอบจาก Akira Yamaoka นี่คือความหลอนครั้งใหม่ของเกมในซีรีส์ SILENT HILL ที่ผสมผสานสยองขวัญเชิงจิตวิทยาเข้ากับบรรยากาศญี่ปุ่นอันลึกลับSilent Hill f กำลังลดราคาบน Steam เหลือเพียง 1,056.50 บาท (ลดราคาถึงวันที่ 16 กันยายน 2026) เพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อ้างอิงข้อมูลจากhttps://store.steampowered.com ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### จีนกว้านซื้อ 'ทองคำ' เพิ่มอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ยอดรายเดือนสูงสุดตั้งแต่ ต.ค. ปี 2023 URL: https://onesiamsoft.com/articles/202-2023 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐจีน (SAFE) ประกาศเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (PBoC) ได้เพิ่มทองคำสำรองอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2023 SondhiX Social World Talk Sondhitalk Exclusive Health ข่าวอัพเดต LIVE --> การแจ้งเตือน จีนกว้านซื้อ 'ทองคำ' เพิ่มอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ยอดรายเดือนสูงสุดตั้งแต่ ต.ค. ปี 2023 เผยแพร่: 9 ก.ย. 2569 10:16   ปรับปรุง: 9 ก.ย. 2569 10:16 สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งรัฐจีน (SAFE) ประกาศเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) ว่า ธนาคารกลางแห่งประเทศจีน (PBoC) ได้เพิ่มทองคำสำรองอีก 20.2 ตันในเดือน ส.ค. ซึ่งเป็นการซื้อรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. ปี 2023การซื้อในเดือนที่ผ่านมาทำให้ปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 2,387 ตัน จีนได้เพิ่มปริมาณทองคำสำรองติดต่อกันเป็นเวลา 22 เดือนแล้ว และได้เพิ่มทองคำประมาณ 80 ตันในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026มูลค่าทองคำสำรองของจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นจาก 306,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือน ก.ค. เป็น 350,080 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือน ส.ค. ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 43,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนที่ผ่านมาเพียงเดือนเดียวธนาคารกลางจีน (PBoC) ได้เพิ่มการซื้อทองคำอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเมื่อต้นปีนี้ ในรายงานการซื้อทองคำล่าสุดจากสภาทองคำโลก (World Gold Council หรือ WGC) มาริสซา ซาลิม หัวหน้าฝ่ายวิจัยอาวุโสประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ระบุว่า ธนาคารกลางจีนและโปแลนด์ยังคงเป็นผู้นำในการซื้อทองคำจากกลุ่มประเทศต่างๆ ในปี 2026“ธนาคารกลางต่างๆ ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในเดือน ก.ค. โดยมีรายงานการซื้อสุทธิอยู่ที่ 23 ตัน” ซาลิม เขียนไว้ในรายงานล่าสุดของ WGC “ตลาดเกิดใหม่ก็ยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องในเดือนนี้ โดยมีจีน (20 ตัน) และโปแลนด์ (8 ตัน) เป็นผู้นำ”ผู้ซื้อรายสำคัญอื่นๆ ในเดือน ก.ค. ได้แก่ ธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งซื้อทองคำ 2 ตัน นับเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นเดือนที่ 41 ขณะที่ธนาคารแห่งชาติคาซัคสถาน (NBK) ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) และธนาคารกลางโบลิเวีย (CBB) ต่างก็ซื้อทองคำธนาคารละ 1 ตัน นับตั้งแต่ต้นปี โปแลนด์ยังคงเป็นประเทศที่ซื้อทองคำมากที่สุด โดยซื้อไปแล้ว 90 ตัน ขณะเดียวกัน การซื้อทองคำล่าสุดของจีนทำให้จีนขึ้นมาเป็นผู้ถือครองทองคำรายใหญ่ที่สุดอันดับที่ 6 ของโลก “ที่น่าสังเกตคือ กิจกรรมของธนาคารประชาชนจีน (PBoC) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีการซื้อทองคำรายเดือนเป็นตัวเลขสองหลักนับตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2026” ซาลิม ระบุ“เมื่อพิจารณาจากยอดรวมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ธนาคารกลางต่างๆ รายงานการซื้อทองคำรวมประมาณ 130 ตัน เปรียบเทียบกับยอดซื้อประมาณ 160 ตันในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว” ที่มา: KITCO NEWS --> Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ปรับลดลง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาทส่งผลทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท | สวพ.FM91 | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-450-68950-or-fm91-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ร่วงแรง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาท. ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตาม... ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ร่วงแรง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาท. ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ- ทองแท่งรับซื้อ บาทละ 67,950 บาทขายออก บาทละ 68,150 บาท-ทองรูปพรรณรับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาทขายออก บาทละ 68,950 บาท Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### “บอนด์ยีลด์สหรัฐ” จ่อแตะ 5% รับเกมเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนะ Buy on Dip สะสมบอนด์ยาว URL: https://onesiamsoft.com/articles/5percent-buy-on-dip Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 KTB มองบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ มีโอกาสทดสอบ 5% หาก FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้ แต่ยังต่ำกว่า Break-Even Yield ที่ 5.20-5.30% ชี้เป็นจังหวะทยอยสะสมบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ-ไทย รับโอกาสยีลด์ขาลงในระยะถัดไป นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มุมมองต่อตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯเคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เราคงมองว่าผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯและไทย เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง โดย FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้ โดยระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30% และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง Back to top button Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### HUAWEI Pura X View เปิดตัวสมาร์ตโฟนจอกว้างรุ่นแรกของโลก จัดเต็มแบตเตอรี่ 7,000mAh และกล้อง 200MP - Siamphone URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-pura-x-view-7000mah-200mp-siamphone Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HUAWEI Pura X View เปิดตัวสมาร์ตโฟนจอกว้างรุ่นแรกของโลก จัดเต็มแบตเตอรี่ 7,000mAh และกล้อง 200MP Siamphone HUAWEI Pura 90s Series แท็กทีม พูห์-พาเวล จัด Pura Exclusive River Night ชูพลังกล้องเรือธง เริ่ม 34,990 บาท Thaimobilecenter HUAWEI Pura X View พร้อมวางจำหน่าย 9 กันยายนนี้ HUAWEI Pura X View เปิดตัวสมาร์ตโฟนจอกว้างรุ่นแรกของโลก จัดเต็มแบตเตอรี่ 7,000mAh และกล้อง 200MP  SiamphoneHUAWEI Pura 90s Series แท็กทีม พูห์-พาเวล จัด Pura Exclusive River Night ชูพลังกล้องเรือธง เริ่ม 34,990 บาท  ThaimobilecenterHUAWEI Pura X View พร้อมวางจำหน่าย 9 กันยายนนี้ ราคาเริ่มต้นราว 29,490 บาท  flashfly.netสู่ยุคมือถือจอกว้าง HUAWEI เปิดตัว Pura X View จอกว้างไม่พับรุ่นแรกของแบรนด์  spin9.meเปิดตัว HUAWEI Pura X View สมาร์ทโฟนจอกว้าง 16:9.5 รุ่นแรกของโลก พร้อมแบต 7,000mAh  MobileOcta Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### HONOR Magic9 Pro Max เผยดีไซน์แล้ว ก่อนเปิดตัว 28 กันยายนนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-magic9-pro-max-28-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HONOR เผยโฉมสมาร์ตโฟ HONOR เผยโฉมสมาร์ตโฟน HONOR Magic9 Pro Max ออกมาแล้ว ก่อนเปิดตัวทางการในประเทศจีน วันที่ 28 กันยายนนี้ โดยเน้นตัวเครื่องสีเขียว Moss Green แต่คาดว่ายังมีสีอื่นๆ ให้เลือกด้วย ก่อนหน้านี้ Digital Chat Station แหล่งข่าวในจีนที่เชื่อถือได้ เคยอ้างว่า HONOR Magic9 Pro Max จะมาพร้อมจอแสดงผล LTPO OLED ความละเอียด 1.5K ขนาด 6.8 ถึง 6.89 นิ้ว ดีไซน์กระจกโค้ง 2.5D ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิคไว้ใต้หน้าจอ และยังรองรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าแบบ 3D HONOR Magic9 Pro Max ยังถูกลือว่าจะได้รับกล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว มีกล้อง Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Snapdragon 8 Elite Gen 6 ความจุแบตเตอรี่มากกว่า 8,000mAh และสามารถป้องกันน้ำในระดับสูง Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 94,416 สัญญา - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/tfex-9-69-set50-index-futures-94416-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 94,416 สัญญา efinanceThai Derivatives Recap 09-09-2569 ฮั่วเซ่งเฮง TFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนช ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 94,416 สัญญา  efinanceThaiDerivatives Recap 09-09-2569  ฮั่วเซ่งเฮงTFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาด TFEX รายวัน (ภาคบ่าย) 07/09/69  efin.financeหุ้นไทยมีแรงซื้อกลับ ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลก ลดการเร่งตัว | 3 ก.ย. 69 | การเงินธนาคาร  today.line.me Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “บอนด์ยีลด์สหรัฐ” จ่อแตะ 5% รับเกมเฟดขึ้นดอกเบี้ย แนะ Buy on Dip สะสมบอนด์ยาว | ข่าวหุ้นธุรกิจ | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/5percent-buy-on-dip-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มุมมองต่อตลาดบอนด์ ... นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มุมมองต่อตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯเคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางทั้งนี้ เราคงมองว่าผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯและไทย เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง โดย FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้โดยระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30% และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Meta เปิดตัวเอเจนต์ AI "Muse" สั่งงานข้ามแอป จัดการอีเมล-ชำระเงินแทนผู้ใช้ ท่ามกลางข้อกังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัว : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/meta-ai-muse-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 บริษัท เมตา (Meta) ได้เปิดตัวเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ “Muse” เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยระบบนี้สามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ ทว่าภายในองค์กรยังคงมีข้อกังวลว่า ระบบอาจจัดการสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนผิดพลาด เอเจนต์ M บริษัท เมตา (Meta) ได้เปิดตัวเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ “Muse” เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยระบบนี้สามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ ทว่าภายในองค์กรยังคงมีข้อกังวลว่า ระบบอาจจัดการสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนผิดพลาด เอเจนต์ Muse หรือที่มีชื่อเรียกภายในว่า “Hatch” ถือเป็นหัวใจสำคัญในวิสัยทัศน์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอของบริษัท ที่ต้องการส่งมอบ “ซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคล” (Personal Superintelligence) ให้แก่ผู้ใช้บริการของเมตาวันละหลายพันล้านคน แผนนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเมตาในการกระจายรายได้เพื่อลดการพึ่งพาโฆษณา และสร้างผลกำไรจากการทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับชิปเอไอและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดว่าในปี 2569 นี้จะใช้เงินลงทุนทะลุ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะแรก เมตาจะเปิดให้ใช้งาน Muse เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผ่านแอปพลิเคชัน Muse โดยตรงหรือผ่านบริการส่งข้อความวอตส์แอปป์ (WhatsApp) พร้อมแย้มแผนว่าจะนำระบบนี้ไปใส่ไว้ในแว่นตาอัจฉริยะ “เร็ว ๆ นี้” โดยไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม โฆษกของบริษัทยังระบุว่า ผู้ใช้ทั่วไปสามารถใช้งานรุ่นพื้นฐานได้ฟรี ส่วนผู้ที่ต้องการใช้งานหนักขึ้น จะมีค่าสมาชิกรายเดือนอยู่ที่ 20 ดอลลาร์สหรัฐ และ 100 ดอลลาร์สหรัฐ เมตาพัฒนา Muse ขึ้นตามแนวทางของ “โอเพนคลอว์” (OpenClaw) ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI แบบโอเพนซอร์ส โดยออกแบบให้เข้าถึงแอปต่าง ๆ ของผู้ใช้ได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นอีเมล ปฏิทิน ระบบชำระเงิน ข้อมูลสุขภาพ แอปซื้อสินค้า และระบบบ้านอัจฉริยะ (smart home) ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกได้เองว่าจะให้เชื่อมต่อกับแอปใดและยกเลิกสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถปฏิเสธไม่ให้นำข้อมูลการใช้งานไปฝึกสอนโมเดล AI ของเมตาได้ ขณะเดียวกันบริษัทก็เตรียมจะเปิดตัว Muse เวอร์ชันเข้ารหัสลับเพิ่มเติมภายในปีนี้ แม้การเชื่อมโยงข้อมูลจริงจากแอปต่าง ๆ จะช่วยให้เอเจนต์ทำงานได้มีประโยชน์ยิ่งขึ้น แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยขึ้นอย่างมาก ทั้งต่อตัวผู้ใช้ที่ยอมมอบข้อมูลให้ และต่อบุคคลอื่นที่อาจได้รับความเสียหายหากเอเจนต์ทำงานผิดพลาด ด้าน วิศาล ชาห์ รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของเมตา ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เดิมทีบริษัทมีแผนเปิดตัวตั้งแต่เดือนเม.ย. แต่ได้ชะลอออกไปเพื่อยกระดับความปลอดภัย จนมั่นใจว่าระบบ “ผ่านจุดตัดความปลอดภัย” และ “แตะเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำที่จำเป็นในการส่งมอบให้ผู้คนนำไปใช้งานได้จริง” ชาห์กล่าวเสริมว่า “คงไม่อาจยืนยันได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดใด ๆ เกิดขึ้นเลย แต่เราได้ออกแบบโครงสร้างระบบทุกส่วนให้ปลอดภัย รัดกุม และคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างถึงที่สุดเท่าที่จะทำได้” อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากโพสต์ภายในองค์กรที่รอยเตอร์ได้เห็นระบุว่า แม้จะเข้าสู่สัปดาห์นี้แล้ว แต่พนักงานเมตาที่ทดสอบเครื่องมือดังกล่าว ยังคงรายงานผลว่ามีทั้งส่วนที่ทำงานได้ดีและส่วนที่ยังติดปัญหาอยู่ โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### จับตาเปิดตัว iPhone 18 Series, แกะกล่องจับพับรุ่นแรก-ฝ่ากระแส Sell the News URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-series-sell-the-news Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ก.ย. 69 11:50 น. Apple เตรียมเปิดตัว iPhone 18 Series ท่ามกลางการจับตาจากนักลงทุนทั่วโลก โดยไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว iPhone ... Modal Upgrade PackageModal Upgrade PackageModal Upgrade PackageModal Upgrade Packageหน้าหลักหุ้นข่าวจับตาเปิดตัว iPhone 18 Series, แกะกล่องจับพับรุ่นแรก-ฝ่ากระแส Sell the News 9 ก.ย. 2569 11:50 น.จับตาเปิดตัว iPhone 18 Series, แกะกล่องจับพับรุ่นแรก-ฝ่ากระแส Sell the NewsefinAIแท็กที่เกี่ยวข้องReporting byสุภัค โห้พึ่งจูหัวหน้าส่วนงานข่าวต่างประเทศ สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย Source: Originally published on efin.finance. Read the full article at efin.finance → ### เศรษฐกิจโลกป่วน! ‘น้ำมัน-สงคราม’ ดันเงินเฟ้อไทยจ่อ 3% URL: https://onesiamsoft.com/articles/3percent-7 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เตือน “สงคราม-น้ำมัน” กดเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อจ่อแตะ 3% กระทบต้นทุนธุรกิจและกำลังซื้อ เมื่อแรงกระเพื่อมจากสงครามไม่ได้หยุดอยู่แค่สนามรบ แต่กำลังไหลผ่านราคาน้ำมัน ตลาดพันธบัตร และต้นทุนธุรกิจ ก่อนย้อนกลับมากระทบเงินเฟ้อและกำลังซื้อของคนไทย คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่าเศรษฐกิจจะโตแค่ไหน แต่คือแรงกดดอกเบี้ย ต้นทุน และราคาสินค้าที่กำลังสะสมอยู่ จะพาเศรษฐกิจไทยไปได้ไกลแค่ไหน ท่ามกลางโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องประคองทั้งวันนี้และอนาคตดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและไทย ในรายการ “สนามข่าว 96” ท่ามกลางความผันผวนของตลาดเงินและตลาดทุน ทั้งค่าเงินดอลลาร์ เยน ราคาน้ำมัน และพันธบัตรสหรัฐฯ โดยมองว่าปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังมาจากสงครามและราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนทางธุรกิจ และกำลังซื้อของประชาชนสงครามยืดเยื้อ ดันบอนด์ยีลด์-ต้นทุนธุรกิจพุ่งดร.ปิยศักดิ์ กล่าวว่า ความผันผวนที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาพของเงินดอลลาร์ที่อาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากเท่าเดิม ขณะที่ตลาดจับตาสัญญาณจากฝั่งสหรัฐฯ เกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงการเข้ามาดูแลไม่ให้เงินเยนอ่อนค่ามากเกินไป ทำให้ตลาดประเมินว่าญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงเดือนนี้สำหรับปัจจัยหลักที่ต้องจับตา คือสถานการณ์สงคราม หากยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่สามารถยุติสถานการณ์ได้ จะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เพราะตลาดกังวลทั้งเรื่องเงินเฟ้อและภาระการใช้จ่ายด้านกลาโหมของรัฐบาลที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจึงมีแนวโน้มสูงขึ้น แม้ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในปัจจุบันจะยังไม่ได้อยู่ในระดับสูงมากนักเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจก็เพิ่มขึ้นตาม เพราะบริษัทต้องประเมินความเสี่ยงโดยอ้างอิงจากพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งถือเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด โดยเฉพาะบริษัทที่มีความเสี่ยงสูงจะเผชิญส่วนต่างผลตอบแทนของหุ้นกู้กับพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้นอย่างมาก ขณะที่ผลกระทบยังไม่ลุกลามไปถึงกลุ่ม Investment Grade ในระดับเดียวกัน แต่ถือเป็นสัญญาณความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดน้ำมันสูงลากยาว ฉุดเงินเฟ้อทั่วโลกดร.ปิยศักดิ์ ระบุว่า ปัจจุบันได้มีการปรับประมาณการราคาน้ำมันขึ้น โดยประเมินราคาไว้ที่ระดับประมาณ 90 ดอลลาร์ จากเดิมที่คาดไว้ราว 82 ดอลลาร์ และเคยมองว่าช่วงปลายปีราคาน้ำมันอาจลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 67-70 ดอลลาร์ แต่ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณว่าการปรับลดลงอาจทำได้ยากขึ้นปัจจัยสำคัญมาจากปริมาณสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ที่ลดลง ขณะที่กำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกยังไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มาก รวมถึงสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ราคาน้ำมันมีความเสี่ยงที่จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจะกดดันทั้งเงินเฟ้อและตลาดพันธบัตร โดยเมื่อบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้น ประเทศอื่นก็มีแนวโน้มขยับขึ้นตาม ทำให้ตลาดพันธบัตรทั่วโลกอยู่ในภาวะที่ต้องจับตา โดยเฉพาะผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประเมินว่าจะไม่แตะระดับ 5% แต่ปัจจุบันอยู่ราว 4.7-4.8% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ซึ่งเคยขยับขึ้นเหนือ 3% ปัจจุบันลดลงมาอยู่บริเวณ 2.88-2.90%เศรษฐกิจไทยเจอ “K-Shape” กลุ่ม SME รับแรงกระแทกหนักเมื่อหันกลับมามองเศรษฐกิจไทย ดร.ปิยศักดิ์ มองว่าสถานการณ์มีลักษณะคล้ายกัน โดยเศรษฐกิจเติบโตแบบ K-Shape หรือมีทั้งกลุ่มที่เติบโตได้ดีและกลุ่มที่ยังเผชิญปัญหา โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจแม้บางภาคส่วน เช่น อิเล็กทรอนิกส์ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปัญญาประดิษฐ์ และ Data Center จะยังเป็นกลุ่มที่เติบโตได้ดี แต่ภาคเศรษฐกิจอื่นยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะเมื่อราคาน้ำมันและพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและกำลังซื้อของประชาชนลดลงปัญหาดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขหนี้เสียและการปรับโครงสร้างหนี้ของ SME ซึ่งแม้จะมีการแก้ไขหนี้ แต่บางส่วนกลับกลายเป็นหนี้ใหม่อีกครั้ง ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กยังต้องเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การช่วยเหลือกลุ่มคนฐานล่างและ SME ที่มีศักยภาพยังมีความจำเป็น แต่การแก้ปัญหาทำได้ไม่ง่ายในภาวะเศรษฐกิจแบบ K-Shapeเงินเฟ้อไทยขยับ 2.53% จับตาน้ำมัน-อาหารสดดันต่อสำหรับเงินเฟ้อไทยที่ล่าสุดอยู่ที่ 2.53% ดร.ปิยศักดิ์มองว่า ส่วนหนึ่งที่เงินเฟ้อไทยสามารถอยู่ในระดับต่ำได้ เพราะมีมาตรการภาครัฐเข้ามาพยุงและควบคุมราคาสินค้าบางส่วน แต่ตัวเลขที่ขยับขึ้นมาถึงระดับดังกล่าวถือว่าสูงกว่าที่หลายฝ่าย รวมถึงฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือราคาน้ำมัน โดยราคาดีเซลในประเทศช่วงเดือนสิงหาคมต่อเนื่องถึงกันยายนอยู่ที่ประมาณ 37.60 บาทต่อลิตร ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่บริเวณ 30 บาทต่อลิตร และก่อนเกิดสงครามราคายังอยู่ในระดับดังกล่าว จึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อเงินเฟ้ออีกปัจจัยคือราคาอาหาร โดยราคาไข่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 4.35 บาทต่อฟอง จากราว 3.50 บาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ราคาหมูอยู่ที่ประมาณ 147.50 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิมราว 135 บาท ส่งผลให้ต้นทุนด้านอาหารทยอยปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันนอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นการบริโภคอย่าง “ไทยช่วยไทย” ก็มีส่วนสนับสนุนให้ราคาสินค้าปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผลผลิตบางส่วนลดลงจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น แม้ผลจากด้านอุปสงค์หรือกำลังซื้อจะยังไม่มากนัก4 แรงกดดันใหม่ ดันเงินเฟ้อเข้าใกล้ 3%ดร.ปิยศักดิ์ ระบุว่า เงินเฟ้อไทยมีโอกาสขยับสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 3-4 เดือนข้างหน้า โดยปัจจัยหลักยังมาจากราคาน้ำมันขายปลีกที่มีแนวโน้มเคลื่อนไหวตามราคาพลังงานโลก ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูปก็มีโอกาสทยอยปรับขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมูและไข่นอกจากนี้ ยังต้องจับตาค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางที่อาจเพิ่มขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง รวมถึงราคาอาหารสดที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยดัชนีราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกเริ่มเห็นสัญญาณปรับเพิ่มขึ้นราว 2-3% ซึ่งอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในระยะต่อไปตามแบบจำลองของฝ่ายวิจัย ประเมินว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 4 มีโอกาสขึ้นไปอยู่บริเวณ 2% ปลาย ๆ ถึง 3% โดยเดือนถัดไปอาจอยู่ที่ประมาณ 2.7-2.8% และขยับเข้าใกล้ 3% ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ก่อนจะอยู่ราว 2.99% ในเดือนธันวาคม ทำให้เงินเฟ้อทั้งปีมีค่าเฉลี่ยประมาณ 1.9% ขณะที่ประมาณการเบื้องต้นสำหรับปีหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2%อย่างไรก็ตาม หากปรากฏการณ์เอลนีโญมีความรุนแรงมากกว่าที่คาด ความเสี่ยงเงินเฟ้อก็จะเพิ่มขึ้น โดยอาจทำให้ประมาณการเงินเฟ้อปีหน้าสูงขึ้นอีกราว 0.7 จุด มาอยู่ใกล้ระดับ 1.9% ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามแม้เงินเฟ้อที่ขยับเข้าใกล้ 2% หรือสูงกว่านั้นอาจดูไม่สูงมาก แต่สิ่งที่น่ากังวลคือแรงผลักดันครั้งนี้มาจาก “ต้นทุน” เป็นหลัก ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นตาม เพราะต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้นด้วย และเมื่อราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น กำลังซื้อของประชาชนก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วยจับตา “ไทยช่วยไทย” เฟสต่อไป แต่เสี่ยงเบียดงบฯ ลงทุนระยะยาวเมื่อถูกตั้งข้อสังเกตว่า หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อาจจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชนในระยะต่อไป ดร.ปิยศักดิ์มองว่า รัฐบาลอาจยังจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือและประคองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตและพยุงกำลังซื้อของประชาชนอย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกคือในระยะยาว เงินที่จะนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างศักยภาพและการเติบโตของเศรษฐกิจอาจมีไม่มากนัก ขณะที่วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาทที่กำลังมีการพูดถึงในขณะนี้ ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนAI มาแรง แต่ “คน” ต้องปรับตัวให้ทันนอกจากประเด็นเศรษฐกิจมหภาค ดร.ปิยศักดิ์ยังกล่าวถึงการเข้าร่วมงานของสถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) ซึ่งมีการหารือถึงผลกระทบของเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วประเด็นสำคัญคือ แม้เทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับการทำงาน แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ทำให้เกิดคำถามว่าคนจะถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยีหรือไม่ และองค์กรจะใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่ม Productivity ให้กับคนได้อย่างไรดร.ปิยศักดิ์มองว่า เทคโนโลยีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง แต่ “คน” ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ การที่ธุรกิจจะเดินหน้าต่อได้จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี และนำ AI มาใช้ในองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เพราะหากไม่ปรับตัว ทรัพยากรและโอกาสทางธุรกิจก็อาจค่อย ๆ ลดลง รวมถึงโอกาสในการจ้างงานของพนักงานก็อาจน้อยลงตามไปด้วยภาพรวมเศรษฐกิจจากมุมมองของ ดร.ปิยศักดิ์ มานะสันต์ จึงยังอยู่ในช่วงที่ต้องจับตาหลายด้าน ตั้งแต่สงคราม ราคาน้ำมัน บอนด์ยีลด์ เงินเฟ้อ ไปจนถึงกำลังซื้อของประชาชนและปัญหาของ SME ขณะที่มาตรการภาครัฐอาจยังมีบทบาทในการประคองเศรษฐกิจระยะสั้น แต่โจทย์ใหญ่คือการรักษาสมดุลไม่ให้การอุดหนุนระยะสั้นเบียดบังการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาวพร้อมกันนั้นภาคธุรกิจและแรงงานก็ต้องเร่งปรับตัวรับเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI เพราะในโลกที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ “การปรับตัวให้ทัน” อาจเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อการอยู่รอดและการเติบโตต่อจากนี้ Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### ราคาน้ำมัน 10 ก.ย. 2569 เบนซิน-แก๊สโซฮอล์-ดีเซล URL: https://onesiamsoft.com/articles/10-2569-6 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมัน 10 ก.ย. 2569 เบนซิน-แก๊สโซฮอล์-ดีเซล ทั้ง 2 ผู้ค้าปลีก โออาร์ และบางจาก เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2569 PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียม GSH95 และพรีเมียม GSH99 คงเดิม ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร เว้นพรีเมียมดีเซล คงเดิม โดยจะยังมีผลถึงวันที่ 10  ก.ย. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ ULG = 48.08 บาท  GSH95 = 39.09 บาท E20 = 34.09 บาท E85 = 30.03 บาท GSH91 = 38.72 บาท พรีเมียม GSH95 = 47.79 บาท พรีเมียม GSH99 = 49.79 บาท HSD B7 = 39.84 บาท HSD B20 = 34.84 บาท พรีเมียมดีเซล = 50.05 บาท  โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร เช่นเดียวกับ บางจาก เมื่อวันที่  9 ก.ย. 2569 เวลา 05.00 น. ปรับราคาน้ำมัน กลุ่มดีเซล +0.70 บาทต่อลิตร และปรับราคาน้ำ มันกลุ่มแก๊สโซฮอล์  +0.80 บาทต่อลิตรยกเว้นน้ำมันกลุ่มพรีเมียมไม่ปรับราคา โดยจะยังมีผลถึงวันที่ 10  ก.ย. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ส่งผลทำให้ราคาขายปลีก เป็นดังนี้ GSH 95 S EVO 39.09 บาท GSH 91 S EVO 38.72 บาท GSH E20 S EVO 34.09 บาท GSH E85 S EVO 30.03 บาท Hi Premium 98 + Plus  49.29 บาท Diesel B20  34.84 บาท Hi Diesel S 39.84 บาท Hi Premium Diesel + Plus 49.25 บาท (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.) Source: Originally published on pptvhd36.com. Read the full article at pptvhd36.com → ### เปิดแผน PDP 2026 เขย่าเกมค่าไฟ เปิดทางคนไทยผลิตไฟเอง-ขายคืนได้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ‘เอกนัฏ’ ชูแผน PDP 2026 พลิกโฉมพลังงานไทย ยึด ‘สะอาด–มั่นคง–เป็นธรรม’ ปลดล็อก Direct PPA พร้อมดันโซลาร์หลังคาบ้าน 1 หมื่น MW เปิดทางประชาชนผลิตไฟใช้เอง–ขายคืน โลกผันผวน เร่งไทยเปลี่ยนผ่านพลังงาน เอกนัฏ ระบุว่า สถานการณ์โลกในช่วงที่ผ่านมาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานและห่วงโซ่อุปทานเชื้อเพลิง หากเส้นทางขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงได้รับผลกระทบ ย่อมสร้างแรงกดดันต่อการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ในเวลาเดียวกัน ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมไปสู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ทั้งดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้จากการส่งออก ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันอยู่เพียงระดับ 2–3% ด้วยเหตุนี้ พลังงานจึงไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนของครัวเรือน แต่ยังเป็นต้นทุนสำคัญของภาคอุตสาหกรรมและตัวชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สำหรับ PDP 2026 รัฐบาลวางแนวทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานไว้บน 3 เสาหลัก คือ ‘สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด’ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และต้นทุนพลังงานที่เหมาะสม เพิ่มพลังงานสะอาดแตะ 65% ปูทางรับกติกาคาร์บอนโลก ในด้านพลังงานสะอาด ร่าง PDP 2026 กำหนดทิศทางทยอยปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมปรับไปใช้ก๊าซธรรมชาติซึ่งปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า และเร่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ทั้งแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล ช่วง 10 ปีแรก หรือปี 2569–2578 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 50% ขณะที่ช่วง 15 ปีถัดไป ตั้งแต่ปี 2579–2593 จะเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็นอย่างน้อย 65% และยังเปิดทางเลือกให้สามารถขยับขึ้นไปได้ถึง 89–90% ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน หรือ Carbon Capture มาใช้ การเพิ่มสัดส่วนไฟฟ้าสะอาดยังมีความสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้ส่งออกไทย เพราะตลาดโลกให้ความสำคัญกับการปล่อยคาร์บอนมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการ CBAM ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในอนาคต ลดความเสี่ยง LNG แกว่ง ดึงก๊าซในประเทศเสริมความมั่นคง อีกโจทย์ใหญ่ของ PDP 2026 คือการลดความเปราะบางของระบบไฟฟ้าจากการพึ่งพาพลังงานนำเข้า โดยไทยยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 90% และใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าประมาณ 60% โครงสร้างก๊าซในระบบปัจจุบันมาจากอ่าวไทยและแหล่งบนบกราว 60% นำเข้าจากเมียนมาประมาณ 10% และ LNG ประมาณ 30% โดยหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญคือการพึ่งพา LNG แบบตลาดจร หรือ Spot LNG ซึ่งราคาสามารถผันผวนตามสถานการณ์โลก เอกนัฏ ระบุว่า ในช่วงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคา JKM ปรับขึ้นจากประมาณ 10–11 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู เป็น 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ต้นทุนเนื้อไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมากกว่า 6 บาทต่อหน่วย PDP 2026 จึงวางแนวทางลดการพึ่งพา Spot LNG ด้วยการเพิ่มการใช้ศักยภาพก๊าซจากอ่าวไทยและแหล่งบนบก รวมถึงการเจรจานำเข้าก๊าซจากเมียนมาในแปลง A6 เพิ่มขึ้น เพื่อให้มีก๊าซเข้าสู่ระบบราว 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ขณะเดียวกัน ช่วง 10 ปีแรกของแผนจะมีการปลดระวางโรงไฟฟ้าก๊าซเก่าประมาณ 16,000–17,000 เมกะวัตต์ และสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนราว 9,000 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยลดกำลังผลิตจากก๊าซสุทธิ และลดแรงกดดันต่อการนำเข้า LNG ตลาดจร ดันชีวมวลผลิตไฟ 24 ชั่วโมง เปลี่ยนของเหลือเกษตรเป็นรายได้ ชีวมวลเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยกระจายรายได้กลับสู่ภาคเกษตร แนวคิดสำคัญคือการนำวัสดุเหลือใช้และซากพืชผลทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า แทนการเผาในพื้นที่เกษตร ซึ่งนอกจากจะสร้างรายได้ให้เกษตรกรแล้ว ยังช่วยลดปัญหาฝุ่น PM2.5 และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขในระยะยาว ปลดล็อก Direct PPA เปิดตลาดไฟสะอาดให้ภาคอุตสาหกรรม ส่วนเสาหลักด้าน ‘ความเป็นธรรม’ รัฐบาลต้องการเปิดการแข่งขันระหว่างเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า โดยไม่กำหนดว่าต้องใช้เทคโนโลยีใดเป็นหลัก ตั้งแต่ก๊าซ พลังงานหมุนเวียน พลังงานน้ำ ไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ เช่น SMR, Solid Oxide Fuel Cell, ไฮโดรเจน และพลังงานความร้อนใต้พิภพ จุดเปลี่ยนสำคัญคือการปลดล็อกการซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรง หรือ Direct PPA หลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีมติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ให้ยกเลิกข้อจำกัดโควตาเดิม 2,000 เมกะวัตต์ เปิดพื้นที่ให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถซื้อขายไฟฟ้าสะอาดโดยตรงได้มากขึ้น สำหรับกลุ่ม Data Center และ AI ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง จะถูกจัดเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 9 และต้องรับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่มจากการนำเข้า LNG ด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้ต้นทุนดังกล่าวถูกผลักมายังผู้ใช้ไฟฟ้าภาคประชาชน ‘โรงไฟฟ้าของประชาชน’ จัด 1 หมื่น MW ให้โซลาร์หลังคาบ้าน ไฮไลต์สำคัญของร่าง PDP 2026 คือแนวคิด ‘โรงไฟฟ้าของประชาชน’ โดยจากเป้าหมายพลังงานแสงอาทิตย์ 24,000 เมกะวัตต์ในช่วง 10 ปีแรก รัฐบาลเตรียมจัดสรร 10,000 เมกะวัตต์สำหรับโซลาร์บนหลังคาบ้านเรือนประชาชน รัฐบาลยังเตรียมพิจารณาแหล่งเงินทุนหรือสินเชื่อเพื่อช่วยสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์บนหลังคา พร้อมเปิดทางให้การไฟฟ้ารับซื้อไฟฟ้าคืนในราคาที่เป็นธรรม แนวทางดังกล่าวจะทำให้ประชาชนไม่ได้อยู่ในสถานะเพียง ‘ผู้ใช้ไฟ’ อีกต่อไป แต่สามารถก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้ผลิตไฟฟ้า’ หรือ Prosumer ได้ด้วย ขณะเดียวกัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องปรับบทบาทไปสู่การพัฒนา Smart Grid, Energy Storage และ Grid Modernization เพื่อทำให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นและรองรับทั้ง Direct PPA และจำนวน Prosumer ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น PDP 2026 จึงถูกวางให้เป็นมากกว่าแผนจัดหาไฟฟ้าในอนาคต แต่เป็นแผนปรับโครงสร้างพลังงานของไทยครั้งใหญ่ ตั้งแต่แหล่งผลิต ระบบโครงข่าย ไปจนถึงบทบาทของประชาชน เพื่อพาประเทศไปสู่ระบบพลังงานที่ สะอาดขึ้น มั่นคงขึ้น และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น พร้อมใช้พลังงานเป็นฐานรองรับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต Source: Originally published on springnews. Read the full article at springnews → ### JPMorgan มอง “เยน” แข็งค่า หนุนหุ้น AI-ชิปญี่ปุ่นฟื้นเร็วขึ้น | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/jpmorgan-ai-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 JPMorgan ชี้ &quot;เยน&quot; แข็งค่ามีโอกาสช่วยคลายแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น หนุนหุ้น AI เซมิคอนดักเตอร์ และอสังหาฯ ฟื้นตัว วันที่ 9 กันยา... JPMorgan ชี้ "เยน" แข็งค่ามีโอกาสช่วยคลายแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ญี่ปุ่น หนุนหุ้น AI เซมิคอนดักเตอร์ และอสังหาฯ ฟื้นตัววันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 10.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า JPMorgan Securities Japan มองว่าการแข็งค่าของเงินเยนมีแนวโน้มช่วยบรรเทาแรงกดดันขาขึ้นต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น และอาจช่วยเร่งการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเซมิคอนดักเตอร์ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นโตเกียวริเอะ นิชิฮาระ นักกลยุทธ์ของ JPMorgan และคณะ ระบุในรายงานว่า หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีผลการดำเนินงานในตลาดค่อนข้างอ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา ก็อาจได้รับประโยชน์จากแนวโน้มดังกล่าวเช่นกันอย่างไรก็ตาม เงินเยนที่แข็งค่าขึ้นไม่ได้ส่งผลดีต่อทุกอุตสาหกรรม โดยบางกลุ่มอาจเผชิญผลกระทบเชิงลบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะ กลุ่มขนส่ง โลจิสติกส์ และผู้ผลิตรถยนต์มุมมองของ JPMorgan ที่เห็นโอกาสฟื้นตัวของหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์ในญี่ปุ่น แตกต่างจากมุมมองต่อตลาดหุ้นโลกของ Saxo Markets ซึ่งเตือนว่าการแข็งค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับดอลลาร์อาจกระตุ้นให้นักลงทุนทยอยปิดสถานะการลงทุนที่มีความหนาแน่นสูงและใช้เงินกู้หรือเลเวอเรจจำนวนมากชารู ชานานา นักกลยุทธ์ของ Saxo Markets เตือนว่า การแข็งค่าของเยนอาจนำไปสู่การคลายสถานะลงทุนบางส่วน ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดและสินทรัพย์เสี่ยงได้อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่น JPMorgan มองผลกระทบในอีกด้านหนึ่ง โดยเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์ ซึ่งจะเอื้อต่อหุ้นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยและมูลค่าหุ้น เช่น AI เซมิคอนดักเตอร์ และอสังหาริมทรัพย์เงินเยนยังคงแข็งค่าต่อในวันพุธ โดยได้รับแรงหนุนส่วนหนึ่งจากความเห็นของ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ซึ่งส่งสัญญาณสนับสนุนความพยายามที่นำไปสู่การแข็งค่าของสกุลเงินญี่ปุ่นเงินเยนซื้อขายบริเวณ 153.37 เยนต่อดอลลาร์ และแข็งค่าขึ้นประมาณ 0.4% ในช่วงเวลาดังกล่าวทิศทางของเงินเยนจึงกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการจัดสรรการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดย JPMorgan มองว่า หากการแข็งค่าของเยนช่วยให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดแรงกดดันลง หุ้น AI เซมิคอนดักเตอร์ และอสังหาริมทรัพย์อาจมีโอกาสฟื้นตัวเร็วขึ้น ขณะที่ธุรกิจที่อ่อนไหวต่อค่าเงินแข็ง โดยเฉพาะรถยนต์ ขนส่ง และโลจิสติก อาจเผชิญแรงกดดันต่อผลประกอบการอ้างอิง : www.bloomberg.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Ocarina of Time รีเมกมาแน่! วางขาย 5 พ.ย. พร้อม Switch 2 ธีม Zelda URL: https://onesiamsoft.com/articles/ocarina-of-time-5-switch-2-zelda Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปงาน Zelda ครบ 40 ปี ทั้ง Ocarina of Time รีเมกลง 5 พ.ย. Switch 2 รุ่นพิเศษ 29 ต.ค. อามีโบใหม่ ทัวร์คอนเสิร์ต และหนังคนแสดงที่เข้าโรง 30 เม.ย. Nintendo ฉลอง Zelda ครบ 40 ปี เปิดตัว Ocarina of Time รีเมก ลง Switch 2 พฤศจิกายนนี้ Nintendo จัดรายการพิเศษฉลอง Zelda ครบ 40 ปี ซึ่งเป็นงานแรกจากสองงานในสัปดาห์นี้ ของที่ออกมามีทั้งเกม เครื่อง คอนเสิร์ต และหนัง Ocarina of Time รีเมกบน Switch 2 ลง 5 พฤศจิกายนปีนี้ งานภาพเลือกไปทางหม่น มีหมอก และมีกลิ่นเทพนิยาย ต่างจาก Zelda ภาคไหนที่เคยมีมา ของใหม่ในระบบคือกระโดดเองได้ และเป่าเพลงโอคารินาด้วยการฮัมใส่ไมโครโฟนของ Switch 2 แทนการกดปุ่ม หรือจะเป่าโอคารินาจริงใส่ก็ได้ พร้อมพากย์เสียงเต็มรูปแบบ Switch 2 รุ่น Zelda วางขาย 29 ตุลาคม จอยคอนสีเขียวแบบลิงก์ ลายสามเหลี่ยมที่ได้แรงบันดาลใจจากแสงทองของไทรฟอร์ซ มีจอย Pro กับกระเป๋าลายเดียวกันตามมาด้วย อามีโบใหม่ ลิงก์ตอนเด็กกับเซลด้าตอนเด็กในหน้าตาแบบรีเมก ออกปลายปีนี้แต่ยังไม่บอกวัน ทัวร์คอนเสิร์ตออร์เคสตราทั่วโลก เริ่มที่โตเกียว 23 มกราคมปีหน้า แล้วไปอเมริกาเหนือ ยุโรป และออสเตรเลีย หนังคนแสดง ยืนยันว่าใช้ชื่อว่า The Legend of Zelda เฉย ๆ ไม่มีชื่อรอง เข้าโรง 30 เมษายนปีหน้า นำแสดงโดย Benjamin Evan Ainsworth เป็นลิงก์ และ Bo Bragason เป็นเจ้าหญิงเซลด้า ของสะสม ชุดเลโก้ Link กับ Epona 1,750 ชิ้น มาฤดูใบไม้ผลิ 2027 และดาบมาสเตอร์ซอร์ดแบบมีเสียงจาก Hasbro ยาว 27 นิ้ว มีเสียง 15 แบบ ส่วนเหตุผลที่หนังไม่มีชื่อรอง Shigeru Miyamoto บอกว่าให้ไปรู้กันตอนหนังเข้าโรง Source: Originally published on GameMonday. Read the full article at GameMonday → ### 10 ลิปสติกสีส้มอิฐ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เฉดสวยที่หยิบมาใช้ได้หลายลุค URL: https://onesiamsoft.com/articles/10-2026-4 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แนะนำลิปสติกโทนส้มอิฐ เฉดฮิตที่สาว ๆ ต้องมี ทั้งแบบแท่งและลิควิด พร้อมเทคนิคเลือกเฉดสีให้เข้ากับสีผิว           ส่อง 10 ลิปสติกสีส้มอิฐ ยี่ห้อไหนดี ทั้งแบบแท่งและลิควิด โทนสีฮิตช่วยขับผิวสว่าง ปากสวยดูดีไม่มีตกเทรนด์ พร้อมเทคนิคการเลือกให้เข้ากับตัวเอง           เวลาพูดถึงลิปสติกสีฮิตติดกระเป๋า สาว ๆ หลายคนอาจนึกถึงโทนชมพูหรือโทนแดงเป็นอันดับแรก แต่ตอนนี้มีอีกหนึ่งเฉดที่กำลังมาแรงไม่แพ้กันเลยค่ะ นั่นก็คือ ลิปสติกโทนสีส้มอิฐ เฉดสีที่ผสมผสานความอบอุ่นของสีส้มเข้ากับโทนน้ำตาลได้อย่างลงตัว ใช้แต่งหน้าแล้วให้ลุคที่ดูละมุน มีเสน่ห์ เข้ากับสีผิวของผู้หญิงได้แทบทุกโทน วันนี้เลยอยากชวนมาเปิดลิสต์ 10 ลิปสติกสีส้มอิฐ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ทั้งแบบแท่งและลิควิด มาดูกันว่ามีตัวไหนน่าสอยเข้ากระเป๋าบ้าง ลิปสติกสีส้มอิฐคืออะไร ?           ลิปสติกสีส้มอิฐ หรือ Brick Orange Lipstick เป็นเฉดที่อยู่ระหว่างสีส้มกับโทนน้ำตาลหรือแดงอมน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น สุภาพ แต่ยังมีสีสันอยู่ในตัว จึงนำไปแต่งหน้าได้หลายแนว ตั้งแต่ลุคธรรมชาติ ลุคเกาหลี ไปจนถึงเมคอัพโทนเอิร์ธโทนหรือสายแฟชั่น           อย่างไรก็ตาม คำว่า สีส้มอิฐ ของแต่ละแบรนด์อาจมีโทนต่างกัน บางรุ่นจะออกน้ำตาลมากกว่า บางรุ่นอมแดงหรืออมส้มชัด ดังนั้นถ้ามีโอกาส ควรทดลองสีบนริมฝีปากก่อนเลือกซื้อ เพื่อดูว่าเมื่ออยู่บนสีปากจริงแล้วได้เฉดที่ต้องการหรือไม่ ลิปสติกสีส้มอิฐเหมาะกับใครบ้าง ?           โดยทั่วไปสีส้มอิฐเป็นเฉดที่นำมาแต่งหน้าได้ค่อนข้างหลากหลาย โดยเฉพาะคนที่ชอบเมคอัพโทนอุ่นและเอิร์ธโทน ส่วนคนผิวขาวหรือผิวโทนกลางอาจลองเลือกเฉดที่มีความอมพีชหรืออมแดง เพื่อให้ลุคดูละมุนขึ้น           ส่วนคนที่มีผิวสองสีหรือผิวโทนอุ่น อาจลองเฉดส้มอิฐที่มีน้ำตาลผสมอยู่เพื่อให้เข้ากับเมคอัพโทนอุ่นได้ง่ายขึ้น แต่สุดท้ายแล้วสีลิปที่เหมาะกับแต่ละคนขึ้นอยู่กับสีผิว สีปาก และสไตล์การแต่งหน้าด้วย วิธีเลือกลิปสติกสีส้มอิฐ 1. เลือกจากโทนสีที่ชอบ           สีส้มอิฐไม่ได้มีแค่เฉดเดียว หากชอบสีเข้มและดูอบอุ่น อาจเลือกโทนน้ำตาลส้มอิฐ ที่มีทั้งส้ม น้ำตาล และแดงผสมกัน ส่วนใครที่อยากได้ลุคเบา ๆ สามารถเริ่มจาก นู้ดส้มอิฐ ซึ่งให้สีที่ซอฟต์กว่าและเข้ากับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันได้ง่าย 2. เลือกเนื้อลิปให้เข้ากับลุค           ถ้าชอบลุคปากสีชัดและดูเรียบหรู ลิปเนื้อแมตต์หรือกำมะหยี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ส่วนคนที่ชอบริมฝีปากดูฉ่ำวาว อาจเลือกเนื้อซาติน กลอส หรือลิปที่มีฟินิชแบบวาว ทั้งนี้ควรเลือกจากความรู้สึกที่ชอบและสภาพริมฝีปากของตัวเองเป็นหลัก 3. เช็กสีจริงก่อนซื้อ           สีที่เห็นบนหน้าจออาจแตกต่างจากสีจริงได้จากแสงและการตั้งค่าของหน้าจอ รวมถึงสีพื้นริมฝีปากของแต่ละคน ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรดู Swatch หรือทดลองทาสีจริงก่อนตัดสินใจ แนะนำ 10 ลิปสติกสีส้มอิฐ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 1. Revlon Super Lustrous Lipstick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Revlon Thailand           ลิปสติกแบบแท่งจาก Revlon ที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มลื่น เนียนไปกับเรียวปาก พร้อมมอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมส่วนผสมอย่างวิตามิน C และ E รวมถึงสารสกัดจากว่านหางจระเข้ โดยในกลุ่มเฉดที่เป็นโทนส้มอิฐ ได้แก่ Kiss Me Coral, Sandalwood Beige, Cocoa Craving และ Mango Blossom ซึ่งแต่ละสีจะให้อารมณ์แตกต่างกัน ใครชอบลิปสติกแบบแท่งและอยากมีเฉดให้เลือกหลายแนว สามารถลองดูสีที่เข้ากับเมคอัพของตัวเองได้ 2. Oriental Princess Beneficial Glam & Glow Smooth Lipstick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Oriental Princess           ลิปสติกเนื้อเบา นุ่ม ให้ความฉ่ำวาวตั้งแต่ทาครั้งแรก ช่วยปกปิดร่องริมฝีปากให้ดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบฟินิชริมฝีปากดูมีมิติ เป็นสูตรฟิล์มมอยส์เจอร์ไรเซอร์ช่วยคงความชุ่มชื้นได้ตลอดวัน มีสารสกัด Peony Extract ที่ช่วยด้านการต้านอนุมูลอิสระ และปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำมันแร่ พาราเบน สำหรับโทนส้มอิฐ ได้แก่ Peach Sherbet และ Fresh Apricot เหมาะสำหรับคนที่ชอบสีส้มที่ดูซอฟต์และลุคไม่หนักจนเกินไป 3. MAC Powder Kiss Velvet Blur Slim Stick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก M·A·C Cosmetics           ลิปสติกแบบแท่งเนื้อกำมะหยี่กึ่งแมตต์ ให้สัมผัสบางเบา นุ่มละมุน พร้อมสีสันโดดเด่น ติดทนได้นานถึง 12 ชั่วโมงต่อการทาหนึ่งครั้ง ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนไม่ตกร่อง รุ่นนี้มีเฉดที่อยู่ในกลุ่มส้มอิฐ เช่น Devoted to Chili, Marrakeshmere และ Mull it Over จุดเด่นอยู่ที่ฟินิชแบบซอฟต์โฟกัส เหมาะกับคนที่ชอบลิปเนื้อแมตต์ที่ยังต้องการความรู้สึกนุ่มบนริมฝีปาก หรือสายที่ชอบลุคแมตต์เรียบหรู 4. IN2IT Professional Liquid Matte ภาพจาก : เฟซบุ๊ก IN2IT (Thailand)           ลิปแมตต์แบบลิควิดที่ให้สีชัดและเซตตัวหลังทา มาพร้อมเทคโนโลยี Color Grading ที่ช่วยให้สีติดทนไม่หลุดง่าย ไม่ทิ้งรอยตามแก้วน้ำ และมีน้ำมันเมล็ดทานตะวันช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นไม่แห้งตึง โดยเฉดสีส้มอิฐที่แนะนำคือ 101 Irresistible ซึ่งเป็นโทนส้มอิฐสดใส เหมาะกับคนที่ชอบลิปสีชัดและรูปแบบลิควิดที่ใช้งานง่าย 5. JUDYDOLL Watery Glow Lipstick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Judydoll Thailand           ลิปสติกเนื้อแวววาวที่ให้สัมผัสบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ ให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติพร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม เนื้อสัมผัสเรียบเนียนช่วยให้ทาง่ายและไม่รู้สึกหนักปาก เหมาะกับใครที่ชอบลุคปากฉ่ำมีมิติมากกว่าลุคแมตต์แห้ง เฉดในโทนส้มอิฐคือ Amber ที่ให้อารมณ์สวยนัวและดูเซ็กซี่ขึ้นมาอีกนิด 6. CARSLAN New Limited Edition Flood Kissed Lipstick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Carslan Thailand           ลิปกระจกแบบแท่งที่มาในดีไซน์ Limited Edition เนื้อนุ่ม ช่วยให้ปากดูอิ่มน้ำ ด้วยเทคโนโลยี Clean-Light ที่ให้แสงวาวและการหักเหแสง 3 ชั้น ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนริมฝีปาก ติดทนนาน 12 ชั่วโมง เหมาะกับสายที่ชอบลิปกระจกโทนส้มอิฐแบบสว่างเป็นประกาย เฉดในโทนนี้คือกลุ่มสีน้ำตาลส้มซึ่งให้ความรู้สึกอบอุ่นและเหมาะกับการแต่งหน้าโทนน้ำตาลหรือเอิร์ธโทน 7. KATHY Amrez Trio Lip Matte & Glow ภาพจาก : เฟซบุ๊ก KATHY COSMETICS           ลิปสติกแท่งเดียวที่ให้ 3 ฟินิชในตัว ทั้งเนื้อแมตต์ เนื้อกลอสมีสี และแบบผสมทั้งสองเนื้อเข้าด้วยกัน มีเทคโนโลยีเม็ดสีระดับไมโครที่ช่วยให้สีคมชัดไม่ตกร่อง พร้อมช่วยเบลอร่องปากและเติมความชุ่มชื้น เหมาะกับใครที่อยากได้ลิปเดียวปรับลุคได้หลายแบบ เฉดในโทนส้มอิฐคือ 05 Saturn โทนน้ำตาลอิฐ 8. Maybelline Super Stay Matte Ink ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Maybelline New York           ลิปจิ้มจุ่มเนื้อแมตต์ที่มาพร้อมหัวแปรงทรงไดมอนด์สำหรับช่วยให้การทาบริเวณมุมปากทำได้ง่ายขึ้น เนื้อสีเกลี่ยง่าย ไม่หนักปาก สีค่อนข้างชัด ติดทนนานถึง 16 ชั่วโมง เหมาะกับใครที่ต้องการลิปติดทนสำหรับวันที่ต้องออกไปทำกิจกรรมยาว ๆ โดยเฉดสีส้มอิฐคือ Shaker และ Discoverer  9. FOCALLURE Transferproof HyperMatte Lipstick ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Focallure Beauty TH Official           ลิปเนื้อแมตต์ที่ที่ชูจุดเด่นเรื่องกันน้ำและความติดทน ด้วยเทคโนโลยีล็อกสีความเข้มข้นสูง มีน้ำมันเมล็ดโจโจ้บาและน้ำมันเมล็ดมีโดว์ช่วยเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน เนื้อครีมบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ เฉดในโทนส้มอิฐคือ Pumpkin Nude และ Maple Nude ซึ่งเป็นโทนที่มีความนู้ดและน้ำตาลผสมอยู่ เหมาะกับคนที่ชอบลิปสีนู้ดโทนอุ่นมากกว่าส้มสด 10. Maria Vegan Lip Treatment Tint ภาพจาก : เฟซบุ๊ก Maria Natural Beauty           ลิปทินต์บำรุงปากจากแบรนด์ไทยที่ชูจุดเด่นเรื่องส่วนผสมจากธรรมชาติและออร์แกนิก ใช้เม็ดสีเกรดอาหาร (Food-Grade) ปราศจากน้ำมันแร่ พาราเบน แอลกอฮอล์ และซิลิโคน มีน้ำมัน Sea Buckthorn Berry, Jojoba Oil และ Shea Butter ช่วยบำรุงริมฝีปากไปพร้อมกับให้สี โดยเฉดสีส้มอิฐคือ Burnt Orange เนื้อลิปมีความบางเบาและให้สีสไตล์เกาหลี เหมาะกับคนที่ชอบลิปทินต์และต้องการลุคปากดูมีสีแบบไม่หนักริมฝีปาก หมายเหตุ: ข้อมูลเฉดสี เนื้อสัมผัส ส่วนผสม และคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ รายละเอียดต่าง ๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามรุ่นหรือช่วงเวลาจำหน่าย ควรตรวจสอบข้อมูลจากผู้ผลิตหรือร้านค้าก่อนตัดสินใจซื้อ ทั้งนี้ผลลัพธ์และความรู้สึกหลังใช้ผลิตภัณฑ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพริมฝีปาก สีปาก และปัจจัยอื่น ๆ           จะเห็นได้ว่าลิปสติกโทนสีส้มอิฐมีให้เลือกหลากหลายทั้งแบรนด์ เนื้อสัมผัส และช่วงราคา ตั้งแต่ลิปแท่งเนื้อแมตต์ เนื้อกำมะหยี่ ไปจนถึงลิปทินต์แบบลิควิดที่เน้นความชุ่มชื้น การเลือกเฉดที่ใช่สำหรับตัวเองขึ้นอยู่กับโทนสีผิว ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และความชอบส่วนตัวของแต่ละคน แนะนำให้ลองทาเทียบเฉดก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อให้ได้ลิปสติกสีส้มอิฐที่เข้ากับตัวเองมากที่สุด และอย่าลืมว่าผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันไปตามสภาพผิวและปัจจัยส่วนบุคคลของแต่ละคนด้วยนะคะ บทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง Source: Originally published on kapook.com. Read the full article at kapook.com → ### Xiaomi และ POCO ผนึกกำลังจัดเต็มโปร 9.9 มอบส่วนลดสูงสุด 58% URL: https://onesiamsoft.com/articles/xiaomi-poco-99-58percent-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เสียวหมี่ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ POCO ประเทศไทย จัดเต็มกับโปรโมชันครั้งใหญ่ในแคมเปญ 9.9 ยกทัพสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิตและผลิตภัณฑ์ AIoT สุดล้ำ กรุงเทพ, ประเทศไทย, 8 กันยายน 2569 – เสียวหมี่ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ POCO ประเทศไทย จัดเต็มกับโปรโมชันครั้งใหญ่ในแคมเปญ 9.9 ยกทัพสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิตและผลิตภัณฑ์ AIoT สุดล้ำ ด้วยดีลสุดพิเศษมอบลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี รวมไปถึงโปรโมชันจับคู่ Smart Home Combo สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม นอกจากนี้ POCO ยังแจกคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada ตั้งแต่วันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 กันยายน 2569 เสียวหมี่มอบโปรโมชันพิเศษ Smart Home Combo ที่จับคู่ผลิตภัณฑ์เพื่ออัปเกรดบ้านให้สะดวกและสมาร์ทยิ่งขึ้นบนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ ดีล Smart Cooling Combo Set Pro ช่วยให้คุณเย็นเร็วแบบติดโปรด้วย เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการโดยสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้ พร้อมการการควบคุมอัจฉริยะและติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย จับคู่กับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner Pro Eco EGAT 12000 BTU ให้คุณเย็นเร็วภายใน 30 วินาทีและยังประหยัดพลังงานเพิ่มได้ถึง 22% ในโหมดประหยัดพลังงาน Mijia AI เพื่อการประหยัดขั้นสูง ในราคาพิเศษเพียง 12,989 บาท (จากราคาปกติ 22,298 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 42% ดีล Smart Clean & Fresh Combo Set สะอาดสดชื่นไปกับคู่หู เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการได้ดั่งใจต้องการ จับคู่กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum X20 Pro ที่เชี่ยวชาญเรื่องทำความสะอาด สมาร์ทเหนือระดับด้วยการทำความสะอาดแบบออลอินวันโดยมาพร้อมฐานเก็บอัจฉริยะ ระบบซักแผ่นถูพื้นอัตโนมัติ เป่าแห้งด้วยลมร้อนและจุดเก็บฝุ่น รวมไปถึงพลังดูดของพัดลมโบลเวอร์ 7000Pa ในราคาพิเศษเพียง 11,998 บาท (จากราคาปกติ 24,289 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 51% ดีล Smart Cleaning Essential Combo Set ที่จับคู่การทำความสะอาดที่จำเป็นแบบล้ำลึกด้วย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum E5 ที่สามารถทำความสะอาดพื้นได้รอบด้านด้วยฟังก์ชันการดูดฝุ่นและถูพื้นในหนึ่งเดียวโดยมาพร้อมดีไซน์แบบหัวดูดป้องกันเส้นผมติดพันในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้อย่างสบายจึงทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ร่วมกับ เครื่องซักผ้าฝาหน้า Mijia Front Load Washer 8KG ที่มาพร้อมดีไซน์บางเพียง 421 มม. จึงช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม และถึงแม้จะมาในดีไซน์ขนาดพอเหมาะแต่ตัวอุปกรณ์นั้นก็ยังมอบถังซักขนาดใหญ่พิเศษเพื่อการซักที่สะอาดล้ำลึกยิ่งขึ้น ในราคาพิเศษเพียง 9,280 บาท (จากราคาปกติ 20,789 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 55% นอกจากนี้เสียวหมี่ยังมาพร้อมกับสินค้าราคาพิเศษอีกมากมายที่ร่วมรายการในโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี อาทิ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner ที่วางจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์ Lazada โดยสามารถพบกับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner GentleAir Inverter ในขนาด 9,000 BTU 12,000 BTU 18,000 BTU และ 22,860 BTU ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,799 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษกับส่วนลดสูงสุด 30% และรับส่วนลดจากร้านค้าเพิ่มอีก 10% มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท พร้อมรับฟรี Xiaomi Smart Standing Air Circulation Fan มูลค่า 3,999 บาท สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น POCO ยังมอบโปรโมชันต้อนรับแคมเปญ 9.9 ด้วยคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน POCO รุ่นยอดฮิตตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มไปจนถึงรุ่นเรือธงพร้อมรับบริการจัดส่งฟรี บนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ POCO F9 Pro รุ่นความจุ 12+512GB วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 6,000 บาท เหลือเพียง 23,990 บาท POCO F9 Ultra รุ่นความจุ 16+512GB วางจำหน่ายในราคา 34,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท เหลือเพียง 30,990 บาท POCO X8 รุ่นความจุ 12+256GB วางจำหน่ายในราคา 13,999 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท เหลือเพียง 11,999 บาท POCO M8 5G รุ่นความจุ 8+512GB วางจำหน่ายในราคา 10,999 บาทสามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เหลือเพียง 9,499 บาท พบกับโปรโมชันสุดคุ้มจากเสียวหมี่ และ POCO ในแคมเปญ 9.9 ได้แล้ววันนี้ตั้งแต่ เวลา 20:00 น. จนถึงวันที่ 11 กันยายน 2569 ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบนช่องทสงจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada Back to top button Source: Originally published on Thisisgame Thailand. Read the full article at Thisisgame Thailand → ### ข้าม iPhone 18 Pro ไปก่อน!! เหตุผล 9 ข้อ ที่ควรรอ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-pro-9-iphone-20 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple กำลังจะเปิดตัว Apple กำลังจะเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ในวันที่ 9 กันยายนนี้ และแน่นอนว่าจะมีรุ่นใหม่ออกมาแทนที่ในปีหน้า ที่สำคัญก็คือปี 2027 ที่กำลังจะมาถึง iPhone จะมีอายุครบรอบ 20 ปี และมีข่าวลือจะได้รับการออกแบบใหม่หมด พร้อมด้วยฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่อาจทำให้ลืม iPhone รุ่นใหม่ในปีนี้ไปเลยก็ได้ 1) ดีไซน์กระจกล้วน ขอบโค้งมนทั้ง 4 ด้าน iPhone รุ่น 20 ปี ถูกลือว่าจะมาพร้อมกระจกหน้าจอที่มีความโค้งมนลงไปทางด้านข้างทั้ง 4 ด้าน ช่วยบดบังกรอบโลหะขณะใช้งานปกติและสร้างรูปลักษณ์แบบไร้ขอบ โดยมีรายงานว่า Apple กำลังร่วมมือกับ Samsung ในการพัฒนาหน้าจอแบบ ขอบโค้งทั้ง 4 ด้าน ในระดับความลึกที่เท่ากัน 2) เทคโนโลยี OLED ขั้นสูง Apple มีแผนใช้แผงหน้าจอ OLED ที่สว่างและบางยิ่งขึ้นสำหรับ iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 20 ปี โดยมีข่าวลือระบุว่า Apple จะเลือกใช้หน้าจอ OLED จาก Samsung ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Color Filter on Encapsulation (COE) ซึ่งช่วยลดความหนาโดยรวมของชั้นหน้าจอ และยอมให้แสงผ่านได้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความสว่าง ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการใช้พลังงานลงด้วย 3) Face ID แบบใต้หน้าจอ Apple กำลังทดสอบฮาร์ดแวร์ที่จะช่วยตัด Dynamic Island (ช่องเจาะบนหน้าจอ) ออกไป โดยจะย้ายชิ้นส่วนระบบ Face ID ไปไว้ใต้หน้าจอ และมีการพัฒนาเทคโนโลยีกล้องใต้หน้าจอควบคู่กันไป อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความแน่นอนว่าเทคโนโลยีดังกล่าว จะพร้อมใช้งานทันช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีหน้าหรือไม่ 4) เซ็นเซอร์รับภาพที่ Apple พัฒนาขึ้นเอง Apple ถูกอ้างว่า กำลังพัฒนาเซ็นเซอร์รับภาพแบบ Stacked (ซ้อนชั้น) ของตนเอง เพื่อนำมาใช้แทนเซ็นเซอร์จาก Sony ที่เคยใช้ใน iPhone มาโดยตลอด โดยมีข้อมูลว่า Apple ได้พัฒนาต้นแบบที่ใช้งานได้จริงแล้ว ทั้งนี้ เซ็นเซอร์ดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยี LOFIC ซึ่งช่วยให้แต่ละพิกเซลสามารถกักเก็บปริมาณแสงได้ในระดับที่แตกต่างกัน และช่วยให้มีช่วงไดนามิกเรนจ์ (Dynamic Range) กว้างถึง 20 สต็อป 5) ปุ่มแบบ Solid-state iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี ถูกลือว่า จะใช้ปุ่มสัมผัสแบบ Solid-state แทนที่ปุ่มกดจริงตามขอบด้านข้าง ไม่ว่าจะเป็นปรับระดับเสียง ปุ่มแอ็คชั่น ปุ่มควบคุมกล้อง ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปุ่มโฮมใน iPhone รุ่นเก่า สามารถตอบสนองต่อการกดได้อย่างแม่นยำ ทำให้รู้สึกเหมือนปุ่มจริง 6) ชิป A21 Pro คาดว่า iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี จะใช้ชิป A21 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร รุ่นที่ 2 ซึ่งเป็นการต่อยอดมาจากชิป A20 Pro ใน iPhone 18 Pro 7) แบตเตอรี่ซิลิคอนแอโนด Apple กำลังสำรวจเทคโนโลยีแบตเตอรี่ใหม่แบบซิลิคอนแอโนด ซึ่งสามารถกักเก็บลิเธียมไอออนได้มากขึ้นต่อกรัม ทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนาน ขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดของแบตเตอรี่ 8) หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง มีข่าวลือว่า Apple กำลังพิจารณาใช้เทคโนโลยี DRAM แบบเรียงซ้อนในแนวตั้ง เพื่อเพิ่มแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำ และยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผล AI ภายในตัวอุปกรณ์ 9) มีให้เลือก 2 ขนาด iPhone รุ่นฉลองครบรอบ 10 ปี ในปี 2017 มีตัวเลือกเดียว คือ iPhone X แต่สำหรับ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปี อาจมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 6.4 นิ้ว และ 7 นิ้ว ซึ่งใหญ่ขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ที่คาดว่ายังคงมีขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว ตามลำดับ ดังนั้น ถ้าใครยังถือ iPhone รุ่นใหม่ อย่างเช่น iPhone 17 Pro หรือ iPhone 16 Pro บางที การอดทนต่อไปอีก 12 เดือน อาจจะพบว่าเป็นรอที่คุ้มค่าก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีเวลาให้ตัดสินใจอีก 1 ปี ก่อนที่ iPhone รุ่น 20 ปี จะได้รับการเปิดตัว และแผนงานภายในของ Apple มักมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ หมายความว่า ฟีเจอร์ใหม่ๆ ข้างต้น อาจเปลี่ยนแปลงหรือถูกเลื่อนออกไปก็เป็นไปได้เช่นกัน ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### ผู้กำกับ Kingdom Come: Deliverance ออกโรงป้อง DLSS 5 ทำให้เกมตรงกับทิศทางภาพที่ตั้งใจให้เป็นตั้งแต่แรก - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/kingdom-come-deliverance-dlss-5-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ผู้กำกับ Kingdom Come: Deliverance ออกโรงป้อง DLSS 5 ทำให้เกมตรงกับทิศทางภาพที่ตั้งใจให้เป็นตั้งแต่แรก Thisisgame Thailand ผู้กำกับ Kingdom Come: Deliverance ออกโรงป้อง DLSS 5 ทำให้เกมตรงกับทิศทางภาพที่ตั้งใจให้เป็นตั้งแต่แรก  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### น้องแมวขวัญใจชาวเน็ตเปิดตัวเกมแรกของตัวเองในชื่อ Pusheen’s Place เอ็กซ์คลูซีฟบน Apple Arcade เท่านั้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/pusheens-place-apple-arcade Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ Apple Arcade เตรียมยกทัพเกมใหม่สุดสนุกมาเอาใจผู้เล่นทุกสไตล์ ตั้งแต่เกมสะสมน้องแมวสุดชิล แอ็คชั่นสาดกระสุนปะทะ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ Apple Arcade เตรียมยกทัพเกมใหม่สุดสนุกมาเอาใจผู้เล่นทุกสไตล์ ตั้งแต่เกมสะสมน้องแมวสุดชิล แอ็คชั่นสาดกระสุนปะทะซอมบี้สุดมันส์ ไปจนถึงเกมฮิตบน App Store ที่หลายคนหลงรัก ไม่ว่าจะอยากผ่อนคลายใน Pusheen’s Place, เต็มอิ่มไปกับความอลังการสุดเร้าใจใน River City Survivors หรือกลับมาเล่นเกมโปรดเก่าๆ อย่าง Terraria, Touchgrind BMX 2 และ 4 Pics 1 Word+ อีกทั้งยังมีเกมให้ค้นพบ ดาวน์โหลด และเล่นอีกมากมาย Pusheen’s Place เป็นเกมแรกที่ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ โดยมีตัวเอกเป็นน้องแมว Pusheen ไอคอนระดับโลกแห่งความน่ารักและขี้เล่น เกมนี้มีให้เล่นเฉพาะบน Apple Arcade โดยผู้เล่นจะได้สร้างดินแดนสุขสันต์ในสไตล์ Pusheen และเก็บแมวน่ารักมากกว่า 100 ตัว ผู้เล่นจะได้เล่น สร้างสรรค์ และตกแต่งห้องในฝันให้กับตัวละครยอดนิยมอย่าง Pusheenicorn และ Pancake Pusheen แล้วถ้าอยากสนุกแบบจัดเต็ม ก็สามารถผ่อนคลายไปกับเกมเล็กๆ หวานๆ อย่าง Snack Stack, Parfait Pop และ Batch Match โดยเกมนี้จะเข้ามาเสริมทัพเกมสบายๆ ในแค็ตตาล็อกที่หลากหลายของ Arcade ซึ่งรวมอยู่ในเกมโปรดของแฟนๆ เช่น Hello Kitty Island Adventure, Tamagotchi Adventure Kingdom และ Cozy Caravan River City Survivors จากซีรีส์ River City ที่ดำเนินมายาวนานเป็นการเล่นเกมแอ็กชันแนวเอาชีวิตรอดสุดมันที่จะโยนผู้เล่นเข้าสู่ฝูงซอมบี้คลั่งที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปล่อยพลังใส่ฝูงศัตรู ปลดปล่อยท่าพิเศษที่ฉูดฉาด และรับการอัปเกรดแบบสุ่มเพื่อสร้างการวิ่งที่ไม่มีใครหยุดได้ในทุกๆ ครั้ง ผู้เล่นสามารถเลือกสวมบทบาทเป็นตัวละครได้มากกว่า 20 ตัว ซึ่งรวมถึงตัวละครระดับไอคอนประจำแฟรนไชส์อย่าง Kunio และ Riki พร้อมทั้งสามารถชวนเพื่อนร่วมทางได้สูงสุด 2 คนเพื่อสร้างทีมในฝันของตัวเอง และความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมี 3 เกมฮิตจาก App Store ที่หลายคนหลงรักเตรียมเข้ามาเสริมทัพในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยสามารถเล่นได้เต็มอิ่มแบบไม่มีโฆษณาและไม่มีการซื้อภายในแอป Terraria+ คือเกมแอ็คชั่นผจญภัยสไตล์แซนด์บ็อกซ์ที่ผู้เล่นจะได้ต่อสู้ สำรวจ และสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในโลกที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เวอร์ชั่นนี้มาพร้อมการอัปเดต Bigger & Boulder 1.4.5 ที่นำเอา Dead Cells, คู่หูคู่ใจจาก Palworld และอีกมากมายให้คุณได้ค้นพบ ผู้เล่นยังสามารถรวมทีมกับเพื่อนได้สูงสุดถึง 7 คนผ่าน Game Center หรือเครือข่าย Wi-Fi ในพื้นที่ เพื่อออกสำรวจไบโอมกว่า 20 แบบ ในการผจญภัยอันไร้ขีดจำกัดที่เต็มไปด้วยการเอาชีวิตรอด การค้นพบ และความคิดสร้างสรรค์ ปิดท้ายรายชื่อเกมทั้ง 3 ด้วย Touchgrind BMX 2+ เกมโชว์ท่วงท่าผาดโผนจักรยาน BMX ที่อิงตามหลักฟิสิกส์ มาพร้อมการควบคุมด้วยสองนิ้วอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ทุกทริครู้สึกสมจริงราวกับเล่นเอง และ 4 Pics 1 Word+ เวอร์ชัน Arcade ของเกมทายคำปริศนายอดฮิตที่เคยสร้างทั้งความท้าทายและความสนุกสนานให้กับผู้เล่นกว่า 400 ล้านคนทั่วโลกมาแล้ว ราคาและความพร้อมในการให้บริการ Apple Arcade พร้อมให้บริการในราคา 149 บาท ต่อเดือนและสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 1 เดือน ลูกค้าที่ซื้อ iPhone, iPad, Mac หรือ Apple TV ใหม่จะสามารถใช้ Apple Arcade ได้ฟรี 3 เดือน1 Apple Arcade เป็นส่วนหนึ่งของแผนบริการประจำเดือนของ Apple One แบบบุคคลในราคา 369 บาท และแบบครอบครัวในราคา 449 บาท โดยสามารถทดลองใช้งานได้ฟรี 1 เดือน2 คุณสามารถเล่นเกม Arcade Original ได้บน iPhone, iPad, Mac, Apple TV และ Apple Vision Pro ส่วน “เกมดัง App Store” สามารถเล่นได้บน iPhone, iPad และ Apple Vision Pro การสมัครสมาชิก Apple Arcade ให้สิทธิ์ครอบครัวหนึ่งๆ สูงสุด 6 คน ในการเข้าถึงเกมทั้งหมดในแค็ตตาล็อกอย่างไม่จำกัด ความพร้อมให้บริการของทั้ง 200+ เกมในอุปกรณ์ต่างๆ นั้นแตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้งานร่วมกันของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ คอนเทนต์บางรายการอาจไม่มีให้เล่นในบางพื้นที่ ข้อเสนอนี้เฉพาะสมาชิกใหม่เท่านั้น หนึ่งการสมัครสมาชิกรองรับหนึ่งกลุ่มการแชร์กันในครอบครัว ข้อเสนอมีระยะเวลา 3 เดือนหลังการเปิดใช้งานอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ และแผนบริการจะมีการต่ออายุโดยอัตโนมัติจนกว่าจะยกเลิก อาจมีการใช้ข้อจำกัดและข้อกำหนดอื่นๆ ↩︎การทดลองใช้ Apple One ฟรีนั้นไม่รวมบริการที่คุณใช้อยู่แล้วในปัจจุบันทั้งที่เป็นการทดลองใช้ฟรีหรือการสมัครสมาชิก แผนบริการจะต่ออายุโดยอัตโนมัติจนกว่าจะยกเลิก อาจมีการใช้ข้อจำกัดและข้อกำหนดอื่นๆ ↩︎ Back to top button Source: Originally published on Thisisgame Thailand. Read the full article at Thisisgame Thailand → ### Google ปรับแผน Chrome อัปเดตถี่ขึ้นทุก 2 สัปดาห์ รับมือภัยคุกคามยุค AI - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/google-chrome-2-ai-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Google ปรับแผน Chrome อัปเดตถี่ขึ้นทุก 2 สัปดาห์ รับมือภัยคุกคามยุค AI Thisisgame Thailand Google ปรับแผน Chrome อัปเดตถี่ขึ้นทุก 2 สัปดาห์ รับมือภัยคุกคามยุค AI  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### รีวิว Infinix XPAD 30 Pro แท็บเล็ตตัวท็อปครบเครื่อง ตอบโจทย์สายคอนเทนต์และความบันเทิงในราคาเบาหวิว - siamphone.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/infinix-xpad-30-pro-siamphonecom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รีวิว Infinix XPAD 30 Pro แท็บเล็ตตัวท็อปครบเครื่อง ตอบโจทย์สายคอนเทนต์และความบันเทิงในราคาเบาหวิว siamphone.com รีวิว Infinix XPAD 30 Pro แท็บเล็ตตัวท็อปครบเครื่อง ตอบโจทย์สายคอนเทนต์และความบันเทิงในราคาเบาหวิว  siamphone.com Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 8 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 66,068 สัญญา - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/tfex-8-69-set50-index-futures-66068-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 8 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 66,068 สัญญา efinanceThai TFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาด TFEX ปิดตลาด TFEX ช่วงเช้า วันที่ 8 ก.ย. 69 สินค้า SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 66,068 สัญญา  efinanceThaiTFEX สรุปปริมาณซื้อขายตามกลุ่มผู้ลงทุน สิ้นวันที่ 8 ก.ย. 69 : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) : รายงานภาวะตลาด TFEX รายวัน (ภาคบ่าย) 07/09/69  efin.financeDerivatives Recap 07-09-2569  ฮั่วเซ่งเฮงภาวะตลาดอนุพันธ์: ดีดช่วงท้ายตลาด กลุ่มน้ำมัน-โรงกลั่นหนุนรับราคาน้ำมันปรับขึ้น : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดเช้าแทบไม่ขยับ นลท.ยังวิตกสงคราม-น้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788930092234 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าแทบไม่ขยับในวันนี้ (9 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,316.87 จุด ลดลง 0.31 จุด หรือ -0.00% สำหรับข้อมูลเศ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าแทบไม่ขยับในวันนี้ (9 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดภาคเช้าที่ระดับ 25,316.87 จุด ลดลง 0.31 จุด หรือ -0.00% สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจจีนที่นักลงทุนจับตาในเช้านี้ สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.5% ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน เพิ่มขึ้น 1% ในเดือนส.ค. ไต่ระดับขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 0.9% ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าหน้าประตูโรงงาน เพิ่มขึ้น 3.8% ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และเร่งตัวขึ้นจากเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 3.5% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบสามเดือน โดย ปรียพรรณ มีสุข/รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ภาวะตลาดทองแดงนิวยอร์ก: ทองแดงปิดพุ่ง 2.1% กังวลภาวะอุปทาน-คาดสหรัฐฯ จ่อเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/21percent-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงเพิ่มเติม ทำให้ผู้ซื้อเร่งสะสมทองแดงก่อนมาตรการภาษีอาจมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exc สัญญาทองแดงตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยได้แรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานตึงตัว ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่า สหรัฐฯ อาจเรียกเก็บภาษีนำเข้าทองแดงเพิ่มเติม ทำให้ผู้ซื้อเร่งสะสมทองแดงก่อนมาตรการภาษีอาจมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ สัญญาทองแดงตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 14.10 เซนต์ หรือ +2.11% ปิดที่ 6.8235 ดอลลาร์ต่อปอนด์ การคาดการณ์เรื่องภาษีดังกล่าวทำให้มีการเร่งขนส่งทองแดงทางเรือเข้าสู่คลังสินค้าในสหรัฐฯ จนแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ปริมาณทองแดงในภูมิภาคอื่นลดลง แม้อุปสงค์ยังคงทรงตัว นักวิเคราะห์ระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองแดงสะท้อนปัญหาขาดแคลนในบางภูมิภาคมากกว่าการขาดแคลนทองแดงทั่วโลก เนื่องจากทองแดงที่มีอยู่กระจุกตัวในบางพื้นที่และไม่สามารถส่งไปยังตลาดที่มีความต้องการได้ทันที โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์/กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### 'แบงก์ชาติจีน' ลุยซื้อทองคำ สะสมมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี URL: https://onesiamsoft.com/articles/3-1788929192043 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 'ธนาคารกลางจีน' ลุยซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ดันปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี 'ธนาคารกลางจีน' ลุยซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ดันปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีธนาคารกลางจีน (PBOC) เดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ในเดือนส.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณทองคำสำรองอย่างเป็นทางการ "เพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบเกือบ 3 ปี" แม้ว่าราคาทองคำจะเริ่มกลับมาดีดตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนที่แล้วก็ตาม ข้อมูลจาก PBOC ระบุว่า ทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็น 76.73 ล้านออนซ์ ณ สิ้นเดือนส.ค. เพิ่มขึ้นจาก 650,000 ออนซ์ ณ สิ้นเดือนก.ค. และนับเป็นเดือนที่ 22 ติดต่อกันแล้วที่จีนเพิ่มการถือครองทองคำการเพิ่มขึ้นล่าสุดยังนับเป็นการเพิ่มทองคำสำรองรายเดือน "มากที่สุด" นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2023 ซึ่งในครั้งนั้นเพิ่มขึ้น 740,000 ออนซ์ ตามข้อมูลของบริษัทผู้ให้บริการข้อมูลตลาด Wind Info  นอกจากนี้ ปริมาณที่เพิ่มขึ้นในเดือนส.ค. ยังสูงขึ้นกว่าเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 640,000 ออนซ์ และเดือนมิ.ย.ที่เพิ่มขึ้น 480,000 ออนซ์ทั้งนี้ หลังจากราคาทองคำเผชิญแรงกดดันมาเกือบตลอดทั้งปี ราคากลับพุ่งขึ้นเกือบ 10% ในเดือนส.ค. ท่ามกลางการกลับมาของการลงทุนที่เรียกว่า “debasement trade” หรือการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของเงิน (ดอลลาร์สหรัฐ) แผนของกระทรวงการคลังสหรัฐที่จะเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการอ่อนค่าของดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับรักษามูลค่า เช่น ทองคำ การสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องของ PBOC รวมถึงการเข้าซื้อของนักลงทุนภาครัฐจากประเทศอื่นๆ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนบางส่วนที่มีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะยาว แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ดอกเบี้ยในระยะสั้นก็ตาม ขณะเดียวกัน สำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศแห่งชาติจีน (SAFE) ระบุว่า ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนอยู่ที่ 3.4383 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 19.5 พันล้านดอลลาร์ หรือ 0.57% จากสิ้นเดือนก.ค. และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 SAFE ระบุว่า การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ "ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ" ปรับตัวลดลงในเดือนส.ค. ขณะที่ราคาสินทรัพย์ทางการเงินสำคัญในตลาดโลกเคลื่อนไหวทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดยผลจากการแปลงมูลค่าสกุลเงินและการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ร่วมกัน ส่งผลให้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้น ที่มา: ChinaDaily, Bloomberg Source: Originally published on bangkokbiznews. Read the full article at bangkokbiznews → ### Apple ออกอัปเดต iOS 26.6.2 แก้ปัญหาการดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเซลลูลาร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-ios-2662 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple ออกอัปเดต iOS 26.6.2 แก้ปัญหาการดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเซลลูลาร์ - Apple News บทความใหม่ล่าสุด วันนี้ Apple ได้ปล่อย iOS เวอร์ชัน 26.6.2 ซึ่งแก้ไขปัญหาที่ขัดขวางการดาวน์โหลดการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านการเชื่อมต่อเซลลูลาร์ ขณะนี้กำลังทยอยปล่อยอัปเดตซอฟต์แวร์สำหรับ iPhone 11 Series และรุ่นที่ใหม่กว่า หากต้องการอัปเดต iPhone ก็สามารถเปิดแอปการตั้งค่า แล้วแตะที่ ทั่วไป > อัปเดตซอฟต์แวร์ ซึ่งอาจใช้เวลาสักครู่กว่าการอัปเดตจะปรากฏให้ทุกคนเห็นครับ iOS 26.6.2 ปล่อยออกมาประมาณ 3 สัปดาห์หลังจาก iOS 26.6.1 ซึ่งมีการแก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยครับ อ่านเพิ่มเติม: หลุดข้อมูล 4 ฟีเจอร์ใหม่บน Apple Watch Series 12 และ Ultra 4 ก่อนเปิดตัว 10 ก.ย. นี้ ยังแรงได้อีก…ผลทดสอบล่าสุดชิป Exynos 2700 ทำคะแนน Multi-Core ทะลุ 14,000 แต้มแล้ว! MediaTek ยืนยันเตรียมเปิดตัว ชิป Dimensity 9600 Series วันที่ 15 ก.ย.นี้ แง้มปีนี้มีรุ่น Pro ด้วย! (มีคลิป) หลุดชื่อ iPhone Duo จอพับรุ่นแรก อาจไม่ใช้ชื่อ iPhone Ultra ที่มา : MacRumors ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม AppleiosiOS 26iOS 26.6.2iPhone Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Samsung Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ได้เสียงชมจาก Tech Blogger ชูสายลุย-ดำน้ำ และ AI ดูแลสุขภาพ :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-watch-ultra2-galaxy-watch9-tech-blogger-ai-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ได้เสียงตอบรับจาก Tech Blogger ชู Ultra2 เด่นสายลุยและดำน้ำ ส่วน Watch9 เน้น AI และการดูแลสุขภาพทุกวัน เสียงตอบรับจากเหล่า Tech Blogger ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ที่มีต่อ Samsung Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 รีวิวจาก Tech Blogger ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย ให้ความสนใจกับฟีเจอร์สุดล้ำของ Galaxy Watch Ultra2 โดยเฉพาะความสามารถในการทำกิจกรรมกลางแจ้งและการดำน้ำที่ต้องการทั้งความทนทานและการใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานทุกสถานการณ์ ส่วน Galaxy Watch9 รีวิวถึงความสบายในการสวมใส่ตลอดวัน ด้วยดีไซน์ที่เพรียวบางลง พร้อมการอัปเกรดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อการใช้งานที่ต่อเนื่องยาวนานขึ้น สมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดของซัมซุงนอกจากสามารถติดตามข้อมูลสุขภาพทั่วไปแล้ว ยังพร้อมพาคุณไปสู่เป้าหมายด้านสุขภาพและการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากเพียงการแสดงผลข้อมูลสุขภาพแล้วให้ผู้ใช้นำไปตัดสินใจต่อ เป็นตัวช่วยให้คำแนะนำเชิงรุกที่ให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างถูกต้องและในจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยหลังจากเปิดตัว เหล่า Tech Blogger ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียได้ทดลองใช้งานจริงทั้ง Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 และนี่คือบทสรุปความประทับใจและความรู้สึกหลังใช้งานจริงของสมาร์ทวอทช์ทั้งสองรุ่น ประสิทธิภาพขั้นสุดของ Galaxy Watch Ultra2 คืออะไร? Galaxy Watch Ultra2 คือสมาร์ทวอทช์ที่แข็งแกร่งที่สุดของซัมซุง ออกแบบมาเพื่อกิจกรรมกลางแจ้งสมรรถนะสูง โดย ฟิโนยูริโอ คริสโต (Fino Yurio Kristo) จาก Detik (ประเทศอินโดนีเซีย) รีวิวว่า: “Galaxy Watch Ultra2 มาพร้อมดีไซน์พรีเมียมที่มาพร้อมวัสดุไทเทเนียมสุดแกร่งและรองรับการใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังใช้งานได้ยาวนานขึ้น มีระบบ GPS ที่แม่นยำขึ้น และประสิทธิภาพที่ทรงพลังกว่าเดิม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับกิจกรรมสมบุกสมบันและกิจกรรม Adventures ระยะไกล” จัสติน ชู (Justin Choo) จาก Potions (ประเทศสิงคโปร์) พูดถึงประสิทธิภาพในการดำน้ำว่า: “Galaxy Watch Ultra รุ่นแรก ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานแบบสมบุกสมบัน แต่ยังไม่รองรับให้ใช้สำหรับดำน้ำ ในขณะที่ Galaxy Watch Ultra2 ได้ยกระดับความสามารถด้านการดำน้ำเพิ่มขึ้นมา” สอดคล้องกับมุมมองของ เคน ชู (Ken Chu) จาก Ke En (ประเทศมาเลเซีย) ที่เสริมว่า: “Galaxy Watch Ultra2 คือเพื่อนคู่ใจที่ใช้งานได้จริงสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสำรวจโลกใต้น้ำ” นอกเหนือจากฟีเจอร์สุดล้ำแล้ว ความสบายในการสวมใส่ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน โดยทาง Fuzz.my (ประเทศมาเลเซีย) ได้แชร์คลิปบน TikTok ว่า: “ตัวเครื่องบางลงและใส่สบายข้อมือกว่าเดิมเยอะเลย” เช่นเดียวกับ วาเลนส์ ควินน์ (Valens Quinn) จาก GadgetGuy (ประเทศออสเตรเลีย) สรุปจุดเด่นไว้ว่า: “ชิปประมวลผลที่เร็วขึ้น หน้าจอที่สว่างขึ้น และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น ทั้งหมดนี้มาในราคาเท่าเดิมไม่มีการขึ้นราคา” สุขภาพดีได้ทุกวัน: Galaxy Watch9 เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพทุกวันได้อย่างไร? Galaxy Watch9 ออกแบบมาให้สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน พร้อมทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดย ฟิโน ยูริโอ คริสโต จาก Detik (ประเทศอินโดนีเซีย) เน้นย้ำถึงการอัปเกรดครั้งสำคัญว่า: “Galaxy Watch9 ยกระดับประสบการณ์การติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวันให้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ซัมซุงปรับดีไซน์ตัวเครื่องให้บางลงเพื่อความสบายในการสวมใส่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยังคงความสามารถด้านการติดตามสุขภาพไว้ครบถ้วน” ด้าน เควิน โลว์ (Kevin Low) จาก Geek Culture (ประเทศสิงคโปร์) ระบุว่านาฬิการุ่นนี้มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพอัจฉริยะ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเผยว่า: “Galaxy Watch9 มีเครื่องมือให้คำแนะนำที่คอยตรวจจับสัญญาณเตือนล่วงหน้าใน 5 ด้านสำคัญ” เช่นเดียวกับ โง เจิ่น ทิญ (Ngo Tran Thinh) จาก HTV (ประเทศเวียดนาม) ที่มีความเห็นตรงกันว่า “จุดที่โดดเด่นมาก ๆ อยู่ที่การใช้ AI แปลผลสัญญาณสุขภาพให้ออกมาเป็นคำแนะนำที่มีความเฉพาะบุคคลมากขึ้น” สำหรับฟีเจอร์ใหม่อย่าง Vitals[1] ที่ช่วยวิเคราะห์อัตราการเต้นของหัวใจ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นหัวใจ (heart rate variability) อัตราการหายใจ อุณหภูมิผิวหนัง และระดับออกซิเจนในเลือดในขณะที่นอนหลับ เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานสุขภาพเฉพาะบุคคล และแจ้งเตือนเมื่อตรวจพบความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ Izami Gadget (ประเทศมาเลเซีย) เผยความรู้สึกว่า “ฟีเจอร์สุขภาพเชิงป้องกันแบบใหม่นี้ ทำให้ Galaxy Watch9 เป็นเพื่อนคู่ใจดูแลสุขภาพในทุก ๆ วันได้จริง” นี่คือสองทางเลือกความล้ำหน้าในการดูแลสุขภาพบนข้อมือ ทั้งนี้ สื่อไอทีชั้นนำของไทยอย่าง Droidsans (ประเทศไทย) ได้สรุปภาพรวมของสมาร์ทวอทช์รุ่นล่าสุดจากซัมซุงไว้ว่า: “Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 คือสมาร์ทวอทช์ที่ตอบโจทย์สายผจญภัยและคนรักสุขภาพได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon พร้อมผสานพลัง AI เพื่อให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการออกกำลังกายได้อย่างครอบคลุม” ฟีเจอร์สุขภาพใหม่ ๆ บน Galaxy Watch Series ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน โดยช่วยแปลงข้อมูลชีวภาพที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่ายและปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคล เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจร่างกายตัวเองได้ดีขึ้น พร้อมลงมือดูแลตัวเองอย่างมีเป้าหมาย ทั้งเรื่องการนอนหลับ การทำกิจกรรม สุขภาพหัวใจและหลอดเลือด และการฟื้นฟูร่างกาย ให้ผู้สวมใส่สามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพแบบองค์รวมและเลือกแนวทางดูแลสุขภาพเชิงรุกได้อย่างมั่นใจ คำถามที่พบบ่อย (FAQs) ระหว่าง Galaxy Watch9 และ Galaxy Watch Ultra2 แตกต่างกันอย่างไร? Galaxy Watch Ultra2: ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและกีฬาสมรรถนะสูง เหมาะสำหรับสายลุยที่มองหาความทนทานแข็งแกร่งเป็นพิเศษ แบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนาน และระบบ GPS ที่แม่นยำ พร้อมพาคุณลุยไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนัก ฝุ่นละออง หรือแรงดันน้ำลึกใต้ทะเล จึงตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรม Adventure อย่างนักวิ่งเทรลและผู้รักการสำรวจโลกใต้ทะเล Galaxy Watch9: ออกแบบมาเพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจด้านสุขภาพในชีวิตประจำวัน มาพร้อมฟีเจอร์สุขภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น Vitals, Heart Health Score, Daily Cardio Load และ Fitness Index ตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหาตัวช่วยจัดการสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีได้อย่างชาญฉลาดและไร้รอยต่อ หาก Galaxy Watch Ultra2 หรือ Galaxy Watch9 เกิดความเสียหายหรือต้องซ่อมแซม จะได้รับความคุ้มครองไหม? Samsung Care+[2] มอบความคุ้มครองฟรี 3 เดือนแรก[3] สำหรับสมาร์ทวอทช์ของคุณ พร้อมบริการซ่อมแซมอย่างรวดเร็วกรณีเกิดความเสียหายโดยอุบัติเหตุ การขยายเวลาคุ้มครอง และดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองทั้งในและต่างประเทศ ยิ่งไปกว่านั้น บนระบบ One UI 9.0 บนมือถือ Galaxy ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบและจัดการ Samsung Care+ ได้โดยตรงง่าย ๆ ผ่านเมนูตั้งค่าการรับประกันบนเครื่องทันที พร้อมเช็กข้อมูลประกัน เช็กเครื่องเบื้องต้น ส่งคำขอซ่อม หรือขอความช่วยเหลือระยะไกลได้ครบจบในที่เดียว ซื้อ Galaxy Watch เครื่องใหม่ทั้งที มีแอปพลิเคชันไหนให้ทดลองใช้ฟรีไหม? พิเศษสุด! ผู้ที่ซื้อ Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 จะได้รับสิทธิ์ทดลองใช้งาน Strava ฟรี 60 วัน[4] เพื่อติดตามการออกกำลังกายและเชื่อมต่อคอมมิวนิตี้ระดับโลกโดยสามารถเปิดใช้งานได้จากแอป Strava หรือแอป Samsung Health   [1] ไม่ได้มีไว้สำหรับการตรวจวินิจฉัย การตรวจโรค หรือการรักษาทางการแพทย์ใด ๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อการอ้างอิงส่วนบุคคลเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำ การใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Samsung Galaxy รุ่นที่รองรับ แอปพลิเคชัน Samsung Health เวอร์ชัน 7.0 ขึ้นไป และบัญชี Samsung Account โดยต้องตั้งค่าเริ่มต้นด้วยการสวมนาฬิกาต่อเนื่องเป็นเวลา 24 ชั่วโมง (รวมช่วงเวลาตื่นและนอนหลับ) [2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ความคุ้มครอง ประเภทบริการ และรายละเอียดโปรโมชันของ Samsung Care+ อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ/ภูมิภาค และอาจมีค่าบริการส่วนแรก (Deductible) โดยการรับสิทธิ์อาจต้องมีการลงทะเบียนเพิ่มเติม [3] เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนหน้าจอพับ Galaxy รุ่นใหม่บน Samsung.com และสมัครแผนบริการ Samsung Care+ แบบรายเดือน จะได้รับสิทธิ์ความคุ้มครองฟรีใน 3 เดือนแรก [4] โปรโมชันทดลองใช้งาน Strava ฟรี 60 วัน เปิดให้บริการทั่วโลก ยกเว้นประเทศเบลารุส จีน คิวบา อิหร่าน เกาหลีเหนือ รัสเซีย ซีเรีย พื้นที่ที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน และเกาหลีใต้ วันที่ : 8/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### KTB คาดเงินบาทวันนี้ 32.80-33.00 บ./ดอลลาร์ - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/ktb-3280-3300-thunhoon-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 KTB คาดเงินบาทวันนี้ 32.80-33.00 บ./ดอลลาร์ Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Meta ส่ง AI 'Muse' ลงตลาด สั่งงานข้ามแอป โอนเงินแทนมนุษย์ได้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/meta-ai-muse Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Meta เปิดตัว 'Muse' ผู้ช่วย AI อัจฉริยะตัวใหม่ที่ล้ำหน้าถึงขั้นเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ทำธุรกรรมทางการเงิน และจัดการธุระแทนมนุษย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ Meta เปิดตัว 'Muse' ผู้ช่วย AI อัจฉริยะตัวใหม่ที่ล้ำหน้าถึงขั้นเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน ทำธุรกรรมทางการเงิน และจัดการธุระแทนมนุษย์ได้อย่างเบ็ดเสร็จMeta เปิดตัว "Muse" AI Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่สามารถจัดการอีเมล จองตั๋ว และทำธุรกรรมแทนมนุษย์ได้แบบอัตโนมัติ เปิดให้ใช้งานฟรีผ่านแอป Muse และ WhatsApp ในสหรัฐฯ พร้อมแพ็กเกจพรีเมียม 20-100 ดอลลาร์/เดือน ท่ามกลางข้อกังวลด้านความปลอดภัยและปัญหาทางเทคนิคในช่วงทดสอบ Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram ก้าวเข้าสู่สมรภูมิปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มตัว ด้วยการประกาศเปิดตัว AI Assistant ตัวใหม่ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 8 ก.ย. โดยผู้ช่วยอัจฉริยะตัวนี้ถูกออกแบบมาให้มีขีดความสามารถในการทำงานแทนมนุษย์แบบอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการอีเมล การซื้อขายรถยนต์ หรือการจองตั๋วเดินทาง AI Agent รุ่นใหม่นี้ใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า "Muse" (หรือโปรเจกต์ Hatch ในชื่อเดิม) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในวิสัยทัศน์ของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ Meta ที่ต้องการส่งมอบสิ่งที่เรียกว่า "ซูเปอร์ปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคล" (Personal Superintelligence) สู่มือผู้ใช้งานหลายพันล้านคนทั่วโลก โปรเจกต์ Muse ไม่ได้เป็นเพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญของ Meta ในการกระจายแหล่งรายได้ใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้โฆษณาเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความคุ้มค่าของการทุ่มงบลงทุนมหาศาลในชิป AI และโครงสร้างพื้นฐาน ที่คาดว่ามูลค่าการลงทุนรวมในปีนี้จะพุ่งทะลุ 1.3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ Muse AI ใช้งานได้ที่ไหน ราคาเท่าไหร่? ในระยะแรก Meta จะเปิดให้บริการ Muse เฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Muse โดยตรง หรือผ่านบริการส่งข้อความ WhatsApp นอกจากนี้บริษัทยังแย้มแผนการผนวก AI ตัวนี้เข้ากับอุปกรณ์ "แว่นตาอัจฉริยะ" (Smart Glasses) ในอนาคตอันใกล้ โฆษกของ Meta ระบุว่าผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานได้หลายระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้ รูปแบบการใช้งาน ราคาแพ็กเกจ เหมาะสำหรับ เวอร์ชันพื้นฐาน ฟรี ผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการฟังก์ชันมาตรฐาน แพ็กเกจระดับกลาง 20 ดอลลาร์ / เดือน ผู้ใช้งานที่ต้องการฟังก์ชันขั้นสูงและทำงานซับซ้อนขึ้น แพ็กเกจระดับโปร 100 ดอลลาร์ / เดือน ผู้ใช้งานอย่างหนักหน่วงที่ต้องการขีดความสามารถสูงสุด หมายเหตุ: ผู้ใช้งานสามารถกดปฏิเสธ (Opt-out) ไม่ให้นำข้อมูลไปฝึกสอนโมเดล AI ได้ และ Meta เตรียมปล่อยเวอร์ชันเข้ารหัสความปลอดภัย (Encrypted) ในช่วงปลายปีนี้ Muse ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก AI เอเจนต์ระบบเปิดอย่าง OpenClaw จุดเด่นที่ทำให้ Muse แตกต่างคือ AI แต่ละตัวจะทำงานบนระบบปฏิบัติการเสมือน (Virtual Machine) บนคลาวด์แยกส่วนของตัวเอง เปรียบเสมือนมีคอมพิวเตอร์ส่วนตัวที่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลา ทำให้ AI สามารถประมวลผลคำสั่งเบื้องหลังได้แม้ผู้ใช้จะปิดแอปพลิเคชันไปแล้ว ผู้ใช้งานสามารถอนุญาตให้ Muse เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้อย่างอิสระ เช่น แอปพลิเคชันอีเมลและปฏิทิน ระบบชำระเงินและการชอปปิงออนไลน์ ข้อมูลสุขภาพ ระบบสมาร์ทโฮม   ความท้าทายด้านความปลอดภัย เมื่อ AI เข้าถึงข้อมูลจริง การอนุญาตให้ AI เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเชิงลึก นำมาซึ่งความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งต่อเจ้าของข้อมูลและบุคคลที่สามหากระบบเกิดความผิดพลาด วิชาล ชาห์ (Vishal Shah) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ AI ของ Meta เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า บริษัทได้เลื่อนการเปิดตัวจากเดิมในเดือนเมษายน เพื่อนำระบบกลับไปปรับปรุงด้านความปลอดภัยให้รัดกุมที่สุด จนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน "เราคงพูดไม่ได้เต็มปากว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเลย 100% แต่เราได้ออกแบบสถาปัตยกรรมทุกส่วนของระบบให้มีความปลอดภัย รัดกุม และเป็นส่วนตัวมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้" — วิชาล ชาห์ กล่าว เพื่อเพิ่มความรัดกุม Meta ได้ติดตั้ง AI อีกตัวทำหน้าที่เป็น "ผู้คุมกฎ" (Guardian) เพื่อตรวจสอบคำสั่ง และในบางธุรกรรม ระบบจะเด้งหน้าต่างแจ้งเตือนให้ผู้ใช้อนุมัติขั้นสุดท้ายก่อนที่ Muse จะลงมือทำ ข้อมูลจากกระดานสนทนาภายในของ Meta ที่สำนักข่าวรอยเตอร์เข้าถึงได้ ระบุว่าผลการทดสอบระบบจากพนักงานในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีผลลัพธ์ที่ผสมปนเปกันไป ด้านบวกที่พบจากการทดสอบ ยอดเยี่ยมด้านการวางแผน: พนักงานรายหนึ่งชื่นชมการจัดการตารางเที่ยวช่วงฮันนีมูน 3 สัปดาห์ที่อินโดนีเซีย จนยกให้เป็น "ผู้ร่วมทริปคนที่สาม" ข้อบกพร่องและช่องโหว่ความปลอดภัยที่ต้องเฝ้าระวัง การเข้าถึงข้อมูลเกินขอบเขต: มีรายงานว่า AI พยายามหลบเลี่ยงระบบป้องกันเพื่อเข้าดูรูปภาพส่วนตัวใน iCloud หลังได้รับคำสั่งเพียงแค่ให้ค้นหาของเล่นในรูปถ่ายงานวันเกิด ระบบไม่เสถียร: แอนดรูว์ บอสเวิร์ท (Andrew Bosworth) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Meta รายงานว่าเขาถูกระบบบังคับล็อกเอาต์และต้องล็อกอินใหม่หลายครั้งภายในเวลาไม่กี่นาที ล้มเหลวในงานที่ต้องแข่งขันกับเวลา: การสั่งให้ Muse เฝ้าหน้าจอกดบัตรคอนเสิร์ตหรือซื้อสินค้าหมดไว พบว่าระบบหยุดรีเฟรชหน้าเว็บหลังผ่านไป 15 นาที และเพิกเฉยต่อข้อผิดพลาดจนไม่สามารถไว้ใจได้ ท้ายที่สุด สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ได้รายงานเสริมว่า ปัญหาความไม่เสถียรของ AI Agent ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Meta แต่รวมถึงค่ายใหญ่อย่าง OpenAI และ Anthropic ด้วย โดยข้อมูลภายในของ Meta ชี้ว่าอุบัติการณ์ร้ายแรงด้านเทคนิคพุ่งสูงขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ AI เร่งเขียนโค้ด ทำให้ทีมงานต้องเสียเวลาตามแก้ปัญหานี้เพิ่มขึ้นถึง 70% Source: Originally published on posttoday. Read the full article at posttoday → ### ดาวโจนส์ปิดลบ 628 จุด ราคาน้ำมันพุ่งกังวลเงินเฟ้อ - Hoonsmart URL: https://onesiamsoft.com/articles/628-hoonsmart Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ร่วง 628 จุด นักลงทุนจับตาความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง ก่อนประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในปลายสัปดาห์นี้ อาจมีผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ฟาก "ตลาดหุ้นยุโรป" ปิดลบเล็กน้อย HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นสหรัฐฯทั้งสามดัชนีหลักปิดลบ ดาวโจนส์ร่วง 628 จุด นักลงทุนจับตาความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ดันราคาน้ำมันพุ่ง ก่อนประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในปลายสัปดาห์นี้ อาจมีผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ฟาก “ตลาดหุ้นยุโรป” ปิดลบเล็กน้อย ตลาดหุ้นสหรัฐวันที่ 8 กันยายน 2569 ปิดลบ นักลงทุนจับตาความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในปลายสัปดาห์นี้ที่อาจมีผลต่อแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์( Dow Jones Industrial Average) 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด, -1.18% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด,-0.58% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด,-0.32% ตลาดหุ้นเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่อิหร่านระบุว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกับโอมานเพื่อบริหารจัดการการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมที่ปรับขึ้นติดต่อกัน 7 วัน หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านมีการตอบโต้กันในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้านสัญญาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดปรับตัวขึ้นเกือบ 1% มาอยู่ที่ระดับ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ราคาได้ขยับขึ้นไปแตะระดับ 99 ดอลลาร์หลังจากปิดตลาด การพุ่งขึ้นของราคาพลังงานทำให้บรรดานักลงทุนหันมาจับตาข้อมูลเงินเฟ้อที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด ก่อนที่จะมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า โดยดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคประจำเดือนสิงหาคมมีกำหนดจะประกาศในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับ บรรดาเทรดเดอร์เพิ่มการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) วันที่ 15-16 กันยายน หลังจากที่กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า นายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้มากในเดือนสิงหาคม ข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch บ่งชี้ว่า บรรดาเทรดเดอร์ประเมินโอกาส 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมนโยบายการเงินสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ บรรดาเทรดเดอร์ยังต้องรับมือกับความตึงเครียดทางการค้าระลอกใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา โดยมาตรการตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในอัตราสูงสุดถึง 50% สำหรับสินค้าบางรายการจากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน มาตรการตอบโต้แบบเดียวกันนี้ส่งผลกระทบต่อสินค้าสหรัฐฯ คิดเป็นมูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่สินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์นม เหล็ก และไม้ รวมถึงสินค้าประเภทอื่นๆ ทั้งนี้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ก่อนที่มาตรการภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า Bombardier ผู้ผลิตเครื่องบินของแคนาดาจะไม่สามารถขายสินค้าในสหรัฐฯ ได้ เว้นแต่ว่าแคนาดาจะเริ่มผลิตสินค้าดังกล่าวภายในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นปัจจัยบวกในระหว่างการซื้อขาย ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน โดยกองทุน VanEck Semiconductor ETF ปรับขึ้น 1.2% หุ้น Intel และ Advanced Micro Devices ต่างพุ่งขึ้น 9.1% และ 5.9% ตามลำดับ หลังจากที่ทั้งสองบริษัทบรรลุข้อตกลงกับ Amazon ในการพัฒนาชิป AI แบบเฉพาะทาง ส่วนหุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 3% หุ้นของ Salesforce และ Intuit ต่างปรับตัวลงประมาณ 4% ส่วนหุ้นของ ServiceNow ร่วงลง 5% ทั้งนี้ การที่ OpenAI เปิดตัวโมเดลใหม่ล่าสุดอย่าง GPT-6 Astra เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้จุดกระแสคาดการณ์อีกครั้งว่าเทคโนโลยี AI อาจเข้ามาแข่งขันกับบริการต่างๆ ที่นำเสนอโดยบริษัทซอฟต์แวร์เฉพาะทางในปัจจุบัน ดัชนีหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการของ S&P 500 ลดลง 1.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลง ติดต่อกันเป็นวันที่สอง หุ้น Apple ลดลง 1.2% ในช่วงหนึ่งวันก่อนหน้างานเปิดตัวที่คาดว่าจะมีการเผยโฉมสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุด ภายใต้การนำของ John Ternus ซีอีโอคนใหม่ ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเล็กน้อย เนื่องจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการซื้อขาย ขณะที่หุ้นของ Novartis ร่วงลงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ภายในวันเดียว หลังจากบริษัทรายงานความล่าช้าหรืออุปสรรคเป็นครั้งที่สองในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาใหม่ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 649.60 จุด ลดลง 0.30 จุด, -0.05% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด, -0.10% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,317.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.83 จุด, +0.14% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,007.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.10 จุด, +0.00% ดัชนีหลักของตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ปรับตัวลดลง 1.6% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้น Novartis ที่ร่วงลงถึง 10.9% หุ้น Novartis ร่วงลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังจากที่บริษัทผลิตยาจากสวิตเซอร์แลนด์กล่าวว่า การรักษาโรคกล้ามเนื้อลีบที่กำลังอยู่ในระหว่างการทดลองนั้นล้มเหลวในการทดลองระยะสุดท้าย ข่าวนี้เกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่บริษัทเปิดเผยว่า ยาที่อยู่ระหว่างการทดลองเพื่อลดคอเลสเตอรอลก็ล้มเหลวในการศึกษาระยะสุดท้ายที่ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดเช่นกัน หุ้นกลุ่มพลังงาน ปรับขึ้น 0.6% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังจากกองกำลังฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโรงงานพลังงานและเมืองต่างๆ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเน้นย้ำถึงความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วภูมิภาคและขัดขวางการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงสู่ตลาดโลก หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาโลหะทองแดงที่ขยับตัวขึ้น โดยหุ้นของ Boliden, Antofagasta และ KGHM ต่างปรับตัวขึ้นในช่วง 4.6% ถึง 6.3% ในขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ของยุโรป พุ่งขึ้น 2% สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจ ยอดการส่งออกของเยอรมนีลดลงเกินคาดในเดือนกรกฎาคม โดยปริมาณการส่งออกไปยังกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปและจีนที่ลดลงได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยภาคการค้าของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปแห่งนี้ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้จุดกระแสความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้กลับมาอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้เกิดการเทขายพันธบัตรทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา และตอกย้ำคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องคงนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปอีกระยะหนึ่ง นักลงทุนส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB)จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25%ในวันพฤหัสบดีนี้ แม้ผู้กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่าไม่มีความต้องการที่จะดำเนินมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติม แต่ตลาดก็ยังคงคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และอีกหนึ่งครั้งในปี 2027 ตลาดกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ หลังจากตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งช่วยตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 0.95% ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล           ———————————————————————————————————————————————————– Source: Originally published on Hoonsmart. Read the full article at Hoonsmart → ### iPhone 17 Pro-Pro Max ลดราคาเกือบ 4 พัน ก่อนเปิด iPhone 18 Pro–18 Pro Max URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-17-pro-pro-max-4-iphone-18-pro-18-pro-max Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สำรวจราคา iPhone 17 Pro- iPhone 17 Pro Max ล่าสุด ก่อน Apple เปิดตัว iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Ultra วันที่ 9 ก.ย. 2569 พบ Studio 7 และ BaNANA ลดราคา iPhone 17 Pro และ Pro Max สูงสุด 3,920 บาท Apple มีกำหนดเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ในวันที่ 9 กันยายน 2569 ประกอบด้วย iPhone 18 Pro, iPhone 18 Pro Max และ iPhone Ultra โดยไม่มีการเปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานในครั้งนี้ เป็นปกติของตลาดที่เมื่อ iPhone รุ่นใหม่กำลังจะเปิดตัว ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายจะทยอยจัดโปรโมชันลดราคาเครื่องรุ่นเดิม เพื่อระบายสินค้าและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจราคาล่าสุดของ Studio 7 และ BaNANA พบว่า ทั้งสองร้านกำหนดราคาโปรโมชัน iPhone 17 Series ในระดับเดียวกัน โดยลดราคา iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ลง 3,920 บาททุกรุ่นความจุ ขณะที่ iPhone 17 รุ่นมาตรฐานยังจำหน่ายในราคาเดิมราคา iPhone 17 iPhone 17 รุ่นมาตรฐานยังไม่มีส่วนลดราคาเครื่องเปล่า มีให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ iPhone 17 ความจุ 256GB ราคา 29,900 บาท iPhone 17 ความจุ 512GB ราคา 37,900 บาท สำหรับ BaNANA มีทางเลือกผ่อนชำระด้วยบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ อัตราดอกเบี้ย 0% สูงสุด 24 เดือน ดังนี้ iPhone 17 ความจุ 256GB ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 2,990 บาท iPhone 17 ความจุ 256GB ผ่อน 12 เดือน เดือนละ 2,492 บาท iPhone 17 ความจุ 256GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 1,246 บาท iPhone 17 ความจุ 512GB ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 3,790 บาท iPhone 17 ความจุ 512GB ผ่อน 12 เดือน เดือนละ 3,158 บาท iPhone 17 ความจุ 512GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 1,579 บาท ราคา iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro ได้รับส่วนลด 3,920 บาทเท่ากันทุกรุ่นความจุ โดยมีราคาล่าสุดดังนี้ iPhone 17 Pro ความจุ 256GB ราคาปกติ 43,900 บาท ลดเหลือ 39,980 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 512GB ราคาปกติ 51,900 บาท ลดเหลือ 47,980 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 1TB ราคาปกติ 59,900 บาท ลดเหลือ 55,980 บาท ส่วนราคาผ่อน 0% ของ BaNANA แบ่งตามระยะเวลาผ่อน ดังนี้ iPhone 17 Pro ความจุ 256GB ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 3,998 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 256GB ผ่อน 12 เดือน เดือนละ 3,332 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 256GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 1,666 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 512GB ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 4,798 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 512GB ผ่อน 12 เดือน เดือนละ 3,998 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 512GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 1,999 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 1TB ผ่อน 10 เดือน เดือนละ 5,598 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 1TB ผ่อน 12 เดือน เดือนละ 4,665 บาท iPhone 17 Pro ความจุ 1TB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 2,333 บาท ราคา iPhone 17 Pro Max iPhone 17 Pro Max ลดราคา 3,920 บาททุกรุ่นความจุเช่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้ iPhone 17 Pro Max ความจุ 256GB ราคาปกติ 48,900 บาท ลดเหลือ 44,980 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 512GB ราคาปกติ 56,900 บาท ลดเหลือ 52,980 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 1TB ราคาปกติ 64,900 บาท ลดเหลือ 60,980 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 2TB ราคาปกติ 80,900 บาท ลดเหลือ 76,980 บาท ส่วนราคาผ่อน 0% ของ BaNANA มีดังนี้ iPhone 17 Pro Max ความจุ 256GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 1,874 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 512GB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 2,208 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 1TB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 2,541 บาท iPhone 17 Pro Max ความจุ 2TB ผ่อน 24 เดือน เดือนละ 3,208 บาท Source: Originally published on thansettakij. Read the full article at thansettakij → ### HUAWEI MatePad Air ดีล Shopee ราคา 29,990 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-matepad-air-shopee-29990 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HUAWEI MatePad Air รุ่น 8GB + 256GB ราคา 29,990 บาท พร้อมของสมนาคุณสูงสุด 35,104 บาท และโปรผ่อนบน Shopee ถึง 10 กันยายน 2569 เครดิตภาพ: Huawei " data-image-caption="HUAWEI MatePad Air พร้อมข้อเสนอพิเศษบน Shopee " data-large-file="https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-de3098bad59bce9c4178c361-47e4812ae18e.webp" loading="lazy"> 8 กันยายน 20268 กันยายน 2026 HUAWEI MatePad Air แท็บเล็ตที่วางตำแหน่งเป็นอุปกรณ์ทำงานระดับพีซีแบบพกพา เปิดจำหน่ายรุ่น 8GB + 256GB ผ่าน HUAWEI Official Store บน Shopee ราคา 29,990 บาท พร้อมข้อเสนอและของสมนาคุณมูลค่ารวมสูงสุด 35,104 บาทตามเงื่อนไขของบริษัท ตัวเครื่องบาง 5.3 มม. และหนักประมาณ 509 กรัม โดยความหนาไม่รวมส่วนที่นูนของกล้องหลัง และขนาดหรือน้ำหนักจริงอาจต่างเล็กน้อยตามกระบวนการผลิตและวิธีวัด หน้าจอ Ultra-clear OLED PaperMatte Display มีขนาด 12 นิ้วในแนวทแยง ความละเอียด 2.8K อัตรารีเฟรชสูงสุด 144Hz และความสว่างสูงสุด 1,200 nits ซึ่งทำงานเมื่อแสดงคอนเทนต์ HDR หรือใช้งานกลางแจ้งภายใต้แสงแดดจัด ด้านซอฟต์แวร์ HUAWEI MatePad Air รองรับ WPS Office พร้อมความสามารถ AI สำหรับช่วยเขียน สรุป วิเคราะห์ข้อมูล และสร้างสไลด์ รวมถึง HUAWEI Notes with AI สำหรับถอดเสียง จดโน้ต แก้โจทย์ และจัดการเอกสาร พร้อมแอป GoPaint สำหรับงานวาดและสร้างสรรค์ เครดิตภาพ: Huawei " data-image-caption="HUAWEI MatePad Air รองรับการใช้งานร่วมกับปากกาและคีย์บอร์ด " data-large-file="https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-a2ab81988e41d0214b21972f-144fd227caad.webp" src="https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-a2ab81988e41d0214b21972f-144fd227caad.webp" alt="ผู้ใช้งานสองคนใช้ HUAWEI MatePad Air พร้อมปากกาและคีย์บอร์ดกลางแจ้ง" srcset="https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-a2ab81988e41d0214b21972f-144fd227caad.webp 1200w, https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-a2ab81988e41d0214b21972f-144fd227caad-750x422.webp 750w, https://www.techoffside.com/wp-content/uploads/2026/09/techoffside-a2ab81988e41d0214b21972f-144fd227caad-770x433.webp 770w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" loading="lazy">HUAWEI MatePad Air รองรับการใช้งานร่วมกับปากกาและคีย์บอร์ด ดีล HUAWEI MatePad Air บน Shopee รุ่นที่ร่วมรายการคือ HUAWEI MatePad Air ความจุ 8GB + 256GB มีสีฟ้าและสีขาว ราคา 29,990 บาท โปรโมชันกำหนดตั้งแต่วันที่ 4–10 กันยายน 2569 โดยของสมนาคุณและคูปองมีจำนวนจำกัดและจัดส่งตามลำดับก่อนหลัง คูปองส่วนลด Early Bird Voucher มูลค่า 500 บาท สำหรับผู้สั่งซื้อภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด HUAWEI Wireless Mouse มูลค่า 1,490 บาท เฉพาะช่วงพรีออเดอร์ HUAWEI FreeBuds SE 2 มูลค่า 1,490 บาท เฉพาะช่วงพรีออเดอร์ HUAWEI M-Pencil Pro มูลค่า 5,490 บาท HUAWEI Smart Magnetic Keyboard มูลค่า 6,990 บาท สิทธิ์ใช้งาน WPS AI Membership 1 ปี มูลค่า 4,675 บาท สิทธิ์ใช้งาน PC-Level WPS Office 3.0 มูลค่า 3,990 บาท สิทธิ์ใช้งาน HUAWEI Notes with AI มูลค่า 3,990 บาท สิทธิ์ใช้งาน GoPaint มูลค่า 1,990 บาท สิทธิประโยชน์ด้านบริการและการรับประกันระดับพรีเมียมหลังการขาย มูลค่า 4,990 บาท ผู้ซื้อที่เลือก SPayLater รับเงื่อนไขผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% สูงสุด 5 เดือน หรือเลือกผ่อนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการแบบ 0% สูงสุด 10 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของช่องทางชำระเงินและบริษัท ของสมนาคุณและคูปองส่วนลดไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด และจำกัดการสั่งซื้อสูงสุด 3 เครื่องต่อบัญชีหรือที่อยู่ เงื่อนไขอื่นเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด อุปกรณ์เสริมและฮาร์ดแวร์สำหรับงานและความบันเทิง แท็บเล็ตรองรับ HUAWEI M-Pencil Pro, HUAWEI Smart Magnetic Keyboard และโหมด Air Mouse ใช้แบตเตอรี่ 10,100mAh รองรับ 66W HUAWEI SuperCharge Turbo พร้อมระบบเสียง HUAWEI Sound ผ่านลำโพง 6 ตัว และกล้องหลัง 50MP + 12MP Ultra-Wide ผู้สนใจสามารถตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชันและเงื่อนไขล่าสุดได้จากหน้าสินค้า HUAWEI MatePad Air บน Shopee HUAWEI MatePad Air บน Shopee ติดตามข่าวสาร อัปเดตเทคโนโลยี รีวิวของใหม่ก่อนใคร ได้ทาง www.techoffside.com และ ช่องทางโซเชียล Facebook, Instagram, YouTube และ TikTok Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### Doom Slayer บุก Call of Duty ในอัปเดต The Haunting URL: https://onesiamsoft.com/articles/doom-slayer-call-of-duty-the-haunting Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Call of Duty Black Ops 7 และ Warzone รับ Doom Slayer เข้าเกมในอัปเดตฮาโลวีน The Haunting เริ่ม 17 กันยายน พร้อม Event Pass สกิน และอาวุธสาย Doom Doom Slayer บุก บุก Call of Duty: Black Ops 7 และ Warzone ในอัปเดตฮาโลวีน The Haunting เริ่ม 17 กันยายน Call of Duty Black Ops 7 และ Warzone เตรียมรับ Doom Slayer เข้าเกมในอัปเดตฮาโลวีนประจำปีชื่อ The Haunting ซึ่งเป็นซีซัน 6 เริ่มวันที่ 17 กันยายน 2026 ของหลักคือ Doom Event Pass แบบมีเวลาจำกัด ที่มีทั้งโอเปอเรเตอร์ Doom Slayer ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Doom: The Dark Ages, สกิน Doomguy ต้นฉบับ, อาวุธพิเศษ Roc 20mm และของตกแต่งสาย Doom อย่าง Crucible Blade โอเปอเรเตอร์ The Warden ปลดล็อกได้เพิ่ม Danny “Blackjack” Li กลับมา พร้อมปืนกลมือ VMP จาก Black Ops 3 ใน Battle Pass ซีซัน 6 Tracer Pack ชุด Doom Demonic Essence ที่เอาศัตรูตัวเก่งของ Doom Slayer มาทำเป็นสกิน ทั้ง Marauder และ Icon of Sin การเอาตัวเอกจากอีกซีรีส์หนึ่งมาลงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของ Call of Duty แต่ Doom Slayer เป็นชื่อที่คนเล่นเกมยิงรู้จักกันแทบทุกคน จึงน่าจะเป็นชุดที่คนรอมากกว่าปกติ Source: Originally published on GameMonday. Read the full article at GameMonday → ### วันและเวลาเปิดให้เล่น WARDOGS ช่วง Early Access - games.gg URL: https://onesiamsoft.com/articles/wardogs-early-access-gamesgg Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 วันและเวลาเปิดให้เล่น WARDOGS ช่วง Early Access games.gg WARDOGS เผยยอดผู้เล่นช่วงทดสอบพุ่งแตะ 162K ก่อนเปิด Early Access games.gg WARDOGS ทะลุ 200,000 คนเล่นพร้อมกันบน Steam GameMonday กำหนดการสิ้นสุด WARDOGS Closed Beta Playtest และวิธีเข้าร่วม games.gg WARDOGS ลง PS5, Xbox หรื วันและเวลาเปิดให้เล่น WARDOGS ช่วง Early Access  games.ggWARDOGS เผยยอดผู้เล่นช่วงทดสอบพุ่งแตะ 162K ก่อนเปิด Early Access  games.ggWARDOGS ทะลุ 200,000 คนเล่นพร้อมกันบน Steam  GameMondayกำหนดการสิ้นสุด WARDOGS Closed Beta Playtest และวิธีเข้าร่วม  games.ggWARDOGS ลง PS5, Xbox หรือ Switch ได้หรือไม่?  games.gg Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ใหญ่กว่าเดิม 2 เท่า! GTA 6 เผยรายละเอียดจัดเต็มแผนที่ยักษ์ใหญ่ ที่กว้างจนเดินชาตินี้ก็ไม่ทั่ว!? URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-gta-6 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Rockstar จัดเต็มความอลังการ เผยแผนที่รัฐ Leonida และ Vice City ใน GTA 6 ใหญ่กว่า GTA 5 ถึง 2 เท่า และกว้างกว่า RDR2 ถึง 3 เท่า แถมยังเน้นความสมจริงด้วยระบบแผนที่ 3D - Online Station เปิดเผยรายละเอียดสุดอลังการสำหรับแผนที่ของ GTA 6 ที่จัดฉากหลังในรัฐ Leonida โดยมีเมือง Vice City เป็นศูนย์กลาง ซึ่งรายงานระบุว่ารอบนี้ Rockstar Games ได้สร้างโลกเปิด (Open World) ที่ยิ่งใหญ่และละเอียดยิบที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยผู้เล่นจะสามารถเดินทางสำรวจได้อย่างอิสระโดยไร้สิ่งกีดขวางตั้งแต่งช่วงแรกของเกมขนาดแผนที่ของ GTA 6 ถูกระบุว่ามีความกว้างใหญ่กว่าแผนที่ GTA 5 ถึง 2 เท่า และคิดเป็นพื้นที่เล่นขนาดใหญ่กว่า Red Dead Redemption 2 ถึงประมาณ 3 เท่า โดยเฉพาะตัวเมือง Vice City เองก็มีขนาดใหญ่กว่า Los Santos ถึง 2 เท่า New GTA 6 map details (previews):- Once you unlock free roam after some missions, you can go anywhere on the map without barriers or restrictions- The map is an island (Leonida) and doesn’t have a panhandle- It’s 2x the size of GTA5 and 3x the playable area of RDR2- Vice… pic.twitter.com/YRmUzTz5th— GTA 6 Countdown ⏳ (@GTAVI_Countdown) September 5, 2026 แถมเขตรอบนอกเมืองยังใหญ่กว่าพื้นที่รอบนอกของ Los Santos มากถึง 11 เท่า ตัวแผนที่แบ่งออกเป็น 5 เขต มีเมืองและชุมชนราว ๆ 10 แห่ง รวมถึงจุดสูงสุดของแผนที่อย่าง Mount Kalaga และยังมีพื้นที่ใต้น้ำพร้อมอุปกรณ์ดำน้ำให้ผู้เล่นได้ลงไปสำรวจซากเรือจมและค้นหาสมบัติอีกด้วยนอกจากความกว้างใหญ่แล้ว เรื่องความละเอียดยังจัดเต็มแบบสุด ๆ เพราะตัวเกมจะมีอาคารภายในที่เข้าชมได้หลายร้อยแห่ง โดยเฉพาะอาคารที่มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่ผู้เล่นสามารถเดินขึ้นบันไดหรือใช้ลิฟต์ขึ้นไปชั้นบนได้แบบต่อเนื่องโดยไม่มีฉากโหลดมารบกวนแถมระบบแผนที่ในเมนูก็ยังอัปเกรดเป็นภาพ 3D สไตล์ดาวเทียม ที่สามารถซูมดูรายละเอียดทางเข้า-ออก ตลอดจนมูลค่าของที่จะปล้นเพื่อเตรียมวางแผนทำภารกิจได้ทันทีส่วนระบบการเดินทางและการเปิดแผนที่ เกมนี้จะใช้ระบบ Fog-of-war ที่ต้องเดินทางไปถึงก่อนพื้นที่นั้นถึงจะสว่างบนแผนที่ โดยมีขนส่งสาธารณะทั้งรถเมล์, รถไฟ, แท็กซี่ และแอปเรียกรถอย่าง "RydeMe" ให้เลือกใช้บริการนั่งคุยกับ NPC หรือฟังวิทยุชิล ๆ ได้นอกจากนี้ แผนที่ยังเชื่อมโยงกับระบบหมายจับ (Wanted System) ที่หากเราไปก่อคดีไว้ พื้นที่นั้นจะกลายเป็น "Heat Zone" สีแดงที่มีตำรวจลาดตระเวนอย่างเข้มงวด และหากสะสมระดับความผิดถึง 6 ดาว พื้นที่ Heat Zone ก็จะขยายครอบคลุมไปทั่วทั้งแผนที่ทันที ถือเป็นวิวัฒนาการของเกมยุคใหม่ที่แฟน ๆ รอคอยเลย!แปลและเรียบเรียงจาก : gamerant.com ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### มาแล้ว! vivo X500 Series เผยโฉมทางการในสีเทาและสีส้ม ก่อนเปิดตัวจริง 21 ก.ย.นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/vivo-x500-series-21 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มาแล้ว! vivo X500 Series เผยโฉมทางการในสีเทาและสีส้ม ก่อนเปิดตัวจริง 21 ก.ย.นี้ - Android News บทความใหม่ล่าสุด vivo X500 Series ยืนยันเปิดตัวทางการในประเทศจีน วันที่ 21 กันยายนนี้ พร้อมข้อมูลแบบเข้ม ๆ ก่อนเปิดตัว ล่าสุดก็มีอีกเรื่องที่หลายคนรออย่าง “ดีไซน์” ถูกเผยโฉมออกมาเรียบร้อยครับ! โดยภาพชุดนี้เราจะได้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องของ X500 Pro Max ในทรงที่คุ้นเคยด้วยโมดูลกล้องหลังวงกลมเป็นเอกลักษณ์ กรอบเครื่องเหลี่ยม แต่สังเกตว่าจะมีการเล่นพื่นผิวด้านหลังแบบ Two-Tone พร้อมแถบคาดคล้ายของ X300 Ultra ด้วย และสีสันก็ชูเด่นมาใน 2 สีคือ สีเทาและสีส้ม ซึ่งเป็นสีเทรนด์ของปีนี้อย่างดี นอกจากนี้ในภาพยังโปรโมทตัวเลนส์เสริม 400mm G2 Ultra แบบเดียวกับที่เราได้เห็นบน vivo X300 Ultra ด้วยนะ หมายความว่าจะได้พลังการซูมระดับเทพเทียบเท่ากันเลยล่ะคราวนี้ ก็ถือว่าให้ข้อมูลก่อนเปิดตัวมาเกือบครบแล้วล่ะ สำหรับ vivo X500 Series ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องราคาและฟีเจอร์เด็ด ๆ ที่คงได้ทราบจริงในงานเปิดตัวทีเดียวเลย ใครรอเรือธงรุ่นใหม่จาก vivo อยู่ ก็เตรียมตังค์รอกันได้เลย อ่านเพิ่มเติม: vivo X500 Series ยืนยันเปิดตัวเดือนก.ย. นี้ที่จีน พร้อมอัปเกรดด้านวิดีโอระดับภาพยนตร์ เคาะแล้ว vivo X500 Series ยืนยันเปิดตัว 21 ก.ย.นี้ พร้อมเผยโฉมแรก ดีไซน์กล้องหลังวงกลมใหญ่ รองรับเลนส์เสริม 400mm G2 Ultra! มาแล้ว! vivo X500 Pro Max ยืนยันได้กล้อง Periscope 200MP ZEISS APO เซ็นเซอร์ HP0 | กันสั่น CIPA 7.0 ตัวเดียวกับ X300 Ultra vivo X500 Pro Max ยืนยันได้หน้าจอ 6.85″ ความละเอียด 2K+ | สว่างเพิ่มขึ้น 22% | ประหยัดพลังงานลงอีก 21% นี่สิของจริง…หลุดผลทดสอบชิป Dimensity 9600 Pro ของ vivo X500 Pro Max ทำคะแนน Multi-Core ทะลุ 13,000 แต้ม! ที่มา : Alvin (X) ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม vivovivo X500vivo X500 Pro Maxvivo X500 Series Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Apple มีแนวโน้มเปิดตัว Beats 360 ภายในเดือน ก.ย. นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-beats-360 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple มีแนวโน้มเปิดตัว Beats 360 ภายในเดือน ก.ย. หลังปล่อย Firmware ใหม่ พร้อมมีข้อมูลหลุดทั้งดีไซน์ สี ระบบตัดเสียงรบกวน และมาตรฐานกันน้ำ IPX4 Apple มีแนวโน้มเปิดตัว Beats 360 ภายในเดือน ก.ย. หลังปล่อย Firmware ใหม่ พร้อมมีข้อมูลหลุดทั้งดีไซน์ สี ระบบตัดเสียงรบกวน และมาตรฐานกันน้ำ IPX4 Apple ปล่อยอัปเดต Firmware เวอร์ชัน 4A203 สำหรับหูฟัง Beats 360 ที่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าการเปิดตัวอาจใกล้เข้ามาแล้ว จากการที่ Firmware พร้อมใช้งานแล้ว ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Apple จะประกาศเปิดตัว Beats 360 ภายในเดือน ก.ย. Beats 360 หลุดผ่านฐานข้อมูลและหน้าร้านหลายแห่งแล้ว ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา Beats 360 ปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลหน่วยงานกำกับดูแลหลายแห่ง รวมถึงรายการสินค้าจากร้านค้าปลีก นอกจากนี้ นักฟุตบอลอย่าง Lamine Yamal และ Antonee Robinson ยังถูกพบว่าสวมใส่หูฟังรุ่นดังกล่าวในช่วงการแข่งขัน FIFA World Cup 2026 MacRumors เป็นสื่อแรกที่รายงานชื่อ Beats 360 เมื่อเดือนก่อน หลังพบชื่อรุ่นนี้ในรายการสินค้าของ Amazon และเว็บไซต์ตัวแทนจำหน่ายอื่น ๆ ซึ่งบางรายการถูกลบออกไปแล้ว มีอย่างน้อย 4 สี พร้อมชิ้นส่วนเปลี่ยนได้ ข้อมูลจากหน้าร้านระบุว่า Beats 360 จะมีอย่างน้อย 4 สี ได้แก่ Black Cloud Sky Pink นอกจากนี้ ยังมี Ear Cushion และ Headband แบบถอดเปลี่ยนได้ในวัสดุ Performance Knit และ UltraPlush โดยมี 4 สีหลักเหมือนตัวหูฟัง และมีตัวเลือกเพิ่มเติมอย่าง Volt และ Navy เพื่อให้ผู้ใช้ปรับแต่งรูปลักษณ์ได้ ดีไซน์คล้าย AirPods Max บางส่วน Beats 360 ใช้ดีไซน์เฉพาะตัว แต่มีองค์ประกอบบางส่วนคล้าย AirPods Max เช่น แขน Headband แบบ Telescoping ที่สามารถยืดออกได้อย่างลื่นไหล และคงตำแหน่งไว้เพื่อรักษาความกระชับตามที่ผู้ใช้ปรับ ข้อมูลจากรายการสินค้าระบุว่า หูฟัง Over-ear รุ่นนี้อาจมีประสิทธิภาพด้าน Noise Cancellation สูงกว่า Beats Studio Pro ที่เปิดตัวในปี 2023 สูงสุด 1.75 เท่า ข้อมูลจากหน้าร้านยังระบุว่า Beats 360 จะเป็นหูฟัง Over-ear รุ่นแรกของ Apple ที่รองรับทั้งการทนเหงื่อและทนน้ำมาตรฐาน IPX4 รองรับแบตเตอรี่ตลอดวันและพับแบนได้ ฟีเจอร์และสเปกอื่นที่ถูกกล่าวถึงในรายการสินค้า ได้แก่ แบตเตอรี่ใช้งานได้ตลอดวัน ดีไซน์ Fold-flat ระบบเสียง High-fidelity Acoustic Platform จากโค้ดที่ Aaron Perris ผู้ร่วมเขียนของ MacRumors ค้นพบ Beats 360 จะรองรับการเรียก Siri ผู้ใช้สามารถพูด “Hey Siri” หรือเพียง “Siri” เพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยได้ แถม Performance Knit Cushion และกระเป๋า Beats 360 จะมาพร้อม Performance Knit Cushion แบบถอดเปลี่ยนได้ 1 ชุด รวมถึงกระเป๋าพกพาที่ใช้ผ้า Woven Ripstop อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จะต้องเตรียมสายชาร์จ USB-C และ Power Adapter เอง เนื่องจากไม่ได้รวมมาให้ในกล่อง ราคาอาจอยู่ที่ 299.99 ดอลลาร์ หนึ่งในรายการสินค้าระบุว่า Beats 360 อาจมีราคา 299.99 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม MacRumors ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าราคาดังกล่าวถูกต้องหรือไม่ สำหรับการเปรียบเทียบ Beats Studio Pro มีราคาปกติอยู่ที่ 349.99 ดอลลาร์ ยังไม่ทราบวันเปิดตัวที่แน่นอน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า Apple จะเปิดตัว Beats 360 อย่างเป็นทางการเมื่อใด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลหลุดในฐานข้อมูลหน่วยงานกำกับดูแล การปรากฏตัวของนักกีฬา รายการสินค้าจากร้านค้าปลีก และการปล่อย Firmware ล่าสุด ทำให้มีความเป็นไปได้สูงว่า Apple จะประกาศเปิดตัวหูฟังรุ่นนี้ภายในเดือน ก.ย. ที่มา: MacRumors Source: Originally published on iMoD. Read the full article at iMoD → ### ซอร์สโค้ดของ iOS 27 เวอร์ชันเบต้า เผยให้เห็นคุณสมบัติกล้องระดับมืออาชีพ 4 อย่างบน iPhone 18 Pro URL: https://onesiamsoft.com/articles/ios-27-4-iphone-18-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ซอร์สโค้ดของแอปกล้องใน iOS 27 เผยให้เห็นเครื่องมือสำหรับฮิสโตแกรม การเน้นจุดโฟกัส และแถบเลื่อนปรับโฟกัสแบบแมนนวล ซึ่งสัญญาว่าจะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน iPhone 18 Pro ให้ดียิ่งขึ้น หน้าหลักท้องถิ่นดานังซอร์สโค้ดของแอปกล้องใน iOS 27 เผยให้เห็นเครื่องมือสำหรับฮิสโตแกรม การเน้นจุดโฟกัส และแถบเลื่อนปรับโฟกัสแบบแมนนวล ซึ่งสัญญาว่าจะยกระดับประสบการณ์การใช้งาน iPhone 18 Pro ให้ดียิ่งขึ้นBáo Đà Nẵng•09/09/2026คาดว่าระบบกล้องบน iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการอัปเกรดครั้งสำคัญจากระบบปฏิบัติการ iOS 27 ข้อมูลที่รั่วไหลจากเวอร์ชันเบต้าของแอปกล้องชี้ให้เห็นว่า Apple กำลังยกระดับประสบการณ์การถ่ายภาพบนมือถือให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานของอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพมากขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากระบบอัตโนมัติไปสู่การควบคุมอย่างเข้มงวด เป็นเวลาหลายปีที่ปรัชญาการออกแบบกล้องของ Apple ให้ความสำคัญกับความเรียบง่าย ทำให้ผู้ใช้ทั่วไปสามารถถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพดีที่สุดด้วยอัลกอริธึมอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ได้สร้างข้อจำกัดโดยไม่ตั้งใจสำหรับผู้สร้างคอนเทนต์และช่างภาพ บังคับให้พวกเขาต้องหันไปใช้แอปพลิเคชันจากภายนอกเพื่อปรับแต่งคุณสมบัติทางเทคนิคอย่างละเอียด จากการค้นพบของนักพัฒนาชื่อ pdfu พบว่าซอร์สโค้ดในเวอร์ชันเบต้าล่าสุดของ iOS 27 ได้รวมเอาเครื่องมือขั้นสูงที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะในกล้องมิเรอร์เลสหรือกล้องถ่ายภาพยนตร์ไว้ด้วย การเพิ่มเติมนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในทิศทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ถ่ายภาพของ Apple ภาพ: Unbox Therapy ชุดเครื่องมือ 4 ชิ้นสำหรับสนับสนุนการถ่ายภาพระดับมืออาชีพ ซอร์สโค้ดของระบบปฏิบัติการใหม่ประกอบด้วยคุณสมบัติควบคุมภาพที่สำคัญสี่ประการ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแสงและโฟกัสได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาวะการถ่ายภาพที่ท้าทายต่างๆ: ฮิสโตแกรมและรูปคลื่นการรับแสง: เมื่อถ่ายภาพในที่แสงจ้า หน้าจอโทรศัพท์อาจประเมินความสว่างที่แท้จริงผิดพลาดได้ง่าย ฮิสโตแกรมให้ข้อมูลภาพเกี่ยวกับการกระจายแสงในเฟรม ในขณะที่รูปคลื่นช่วยติดตามสัญญาณความสว่างอย่างละเอียดเมื่อถ่าย วิดีโอ Focus Peaking: นี่คือเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเมื่อถ่ายภาพด้วยระยะชัดลึกตื้น คุณสมบัตินี้จะแสดงสีเด่นทับซ้อนบนบริเวณของภาพที่อยู่ในโฟกัสที่ดีที่สุด แตกต่างจากสีแดงที่พบเห็นได้ทั่วไปในกล้องแบบดั้งเดิม อินเทอร์เฟซ iOS 27 รุ่นทดลองใช้สีเหลืองเพื่อแสดงบริเวณที่คมชัด คำเตือนการตัดแสง: ในการถ่ายภาพดิจิทัล บริเวณที่ได้รับแสงมากเกินไปนั้นยากมากที่จะกู้คืนข้อมูลในขั้นตอนหลังการประมวลผล คุณสมบัตินี้ทำงานคล้ายกับกลไกแถบม้าลายในอุปกรณ์ระดับมืออาชีพ โดยจะแสดงคำเตือนโดยตรงเมื่อบริเวณใดได้รับแสงมากเกินไป เพื่อให้ผู้ใช้สามารถลดค่าแสงได้ทันเวลา ตัวเลื่อนปรับโฟกัสแบบแมนนวล: แทนที่กลไกการล็อคโฟกัสอัตโนมัติ/การรับแสง (AE/AF Lock) แบบเดิม ระบบใหม่นี้มีตัวเลื่อนสำหรับปรับช่วงโฟกัสที่ใช้งานอยู่ ทำให้การเปลี่ยนโฟกัสราบรื่นและแม่นยำยิ่งขึ้น ภาพประกอบ. การปรับแต่งฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีรูรับแสงแบบแปรผัน นอกจากเครื่องมือควบคุมพารามิเตอร์แล้ว ซอร์สโค้ดของ iOS 27 ยังเผยให้เห็นฟีเจอร์การถ่ายภาพต่อเนื่องโดยใช้ตัวตั้งเวลา การอัปเกรดนี้รองรับการถ่ายภาพหลายภาพพร้อมกันโดยใช้ตัวตั้งเวลาบนขาตั้งกล้อง ทำให้ผู้ใช้เลือกมุมและสีหน้าท่าทางที่ดีที่สุดได้ง่ายขึ้นเมื่อถ่ายภาพหมู่ ที่น่าสนใจคือ ซอร์สโค้ดยังประกอบด้วยวิธีการประมวลผลภาพแบบใหม่ที่ปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีรูรับแสงแบบแปรผัน รายละเอียดนี้ยิ่งตอกย้ำข้อสันนิษฐานที่ว่า iPhone 18 Pro ซีรีส์จะมาพร้อมกับระบบเลนส์ที่สามารถเปลี่ยนรูรับแสงของชัตเตอร์ได้ ปัจจุบัน ฟีเจอร์เหล่านี้ยังคงอยู่ในโค้ดที่ซ่อนอยู่ในเวอร์ชันทดสอบ เป็นไปได้ว่า Apple จะจัดหมวดหมู่ฟีเจอร์เหล่านี้ โดยอาจรวมเครื่องมือบางอย่างไว้ในแอปกล้องเริ่มต้น หรือผสานรวมเข้ากับแอป Final Cut Camera สำหรับอุปกรณ์ระดับสูงโดยเฉพาะ ที่มา: https://baodanang.vn/ma-nguon-ban-thu-nghiem-ios-27-he-lo-4-tinh-nang-camera-chuyen-nghiep-บน-iphone-18-pro-3351499.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Xiaomi 18 Fold เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว: หน้าจอพับได้แนวนอน ชิป Xring O3 และกล้อง 200 MP URL: https://onesiamsoft.com/articles/xiaomi-18-fold-xring-o3-200-mp Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของ Xiaomi ที่มีดีไซน์แนวนอน มาพร้อมชิป Xring O3 ของบริษัทเอง กล้องหลัก 200 MP แบตเตอรี่ 6,000 mAh และราคาเริ่มต้นที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 40.6 ล้าน VND! หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นแรกของ Xiaomi ที่มีดีไซน์แนวนอน มาพร้อมชิป Xring O3 ของบริษัทเอง กล้องหลัก 200 MP แบตเตอรี่ 6,000 mAh และราคาเริ่มต้นที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 40.6 ล้าน VND!Thời báo Ngân hàng•09/09/2026Xiaomi ได้ประกาศเปิดตัว Xiaomi 18 Fold อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็น สมาร์ทโฟน พับได้รุ่นแรกของบริษัทที่มีดีไซน์แนวนอน ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมากเนื่องจากดีไซน์ที่คล้ายกับภาพหลุดของ iPhone พับได้ก่อนหน้านี้ และ Xiaomi ยังได้เพิ่มตัวเลือกสีแดงเชอร์รี่เข้ามาด้วย อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดอยู่ที่แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ Xiaomi 18 Fold มาพร้อมกับโปรเซสเซอร์ Xring O3 ที่พัฒนาโดย Xiaomi เอง มีให้เลือกทั้งแบบ RAM 12GB หรือ 16GB พร้อมหน่วยความจำภายใน 256GB, 512GB หรือ 1TB รุ่น RAM 16GB ใช้หน่วยความจำ LPDDR6 ในขณะที่รุ่น RAM 12GB ใช้ LPDDR5X ในส่วนของหน้าจอแสดงผล Xiaomi 18 Fold มีหน้าจอหลักขนาด 7.58 นิ้ว ความละเอียด 2,364 x 1,672 พิกเซล ส่วนหน้าจอด้านนอกมีขนาด 5.38 นิ้ว ความละเอียด 1,168 x 1,712 พิกเซล ทั้งสองหน้าจอรองรับอัตราการรีเฟรช 120Hz อัตราส่วนภาพ 2:1 และความสว่างสูงสุดถึง 4,000 นิต หน้าจอด้านนอกได้รับการปกป้องด้วยกระจก Xiaomi Shield Glass 3.0 ระบบกล้องก็เป็นหนึ่งในคุณสมบัติเด่นของ Xiaomi 18 Fold เช่นกัน กล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL HP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว ความละเอียด 200 MP นอกจากนี้ยังมีกล้องเทเลโฟโต้แบบ Periscope ความละเอียด 50 MP ที่ระยะโฟกัส 80 มม. รองรับการซูมแบบออปติคอล 3.5 เท่า และการซูมแบบไม่สูญเสียคุณภาพ 7 เท่าในเซ็นเซอร์ที่ระยะโฟกัสเทียบเท่า 160 มม. กล้องอัลตร้าไวด์ด้านหลังมีความละเอียด 50 MP ด้านหน้าของแต่ละหน้าจอมีกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 MP ช่วยให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหรือสนทนา ทางวิดีโอ ได้ไม่ว่าอุปกรณ์จะพับหรือกางออกอยู่ก็ตาม อุปกรณ์นี้ใช้แบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh ที่มีส่วนประกอบของซิลิคอน 20% Xiaomi 18 Fold รองรับการชาร์จเร็วแบบมีสายด้วยกำลังไฟสูงสุด 67W และการชาร์จไร้สายที่ 50W ในด้านซอฟต์แวร์ สมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่ของ Xiaomi ใช้ระบบปฏิบัติการ HyperOS 4 บนพื้นฐาน Android 17 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้างตัวเครื่องที่รวมอยู่ในปุ่มเปิดปิด และลำโพงสเตอริโอที่รองรับ Dolby Atmos Xiaomi 18 Fold มีให้เลือกสี่สี ได้แก่ สีดำ สีแดง สีทอง และสีเซรามิกพิเศษ โดยรุ่นเซรามิกมีเฉพาะรุ่น RAM 16GB และหน่วยความจำภายใน 1TB เท่านั้น เมื่อพับเก็บ อุปกรณ์มีขนาด 117.8 x 83.6 x 10.68 มม. เมื่อกางออกจนสุด ขนาดจะอยู่ที่ 117.8 x 163.8 x 5.02 มม. อุปกรณ์มีน้ำหนัก 219 กรัม สำหรับเรื่องราคา Xiaomi 18 Fold รุ่น RAM 12 GB และหน่วยความจำภายใน 256 GB ราคา 10,999 หยวน หรือประมาณ 40.6 ล้านบาท รุ่น RAM 12 GB และหน่วยความจำ 512 GB ราคา 11,999 หยวน หรือประมาณ 44.3 ล้านบาท และรุ่น RAM 16 GB และหน่วยความจำ 512 GB ราคา 12,999 หยวน หรือประมาณ 48 ล้านบาท รุ่นราคาสูงกว่าที่มี RAM 16 GB และหน่วยความจำภายใน 1 TB ราคา 14,999 หยวน หรือประมาณ 55.4 ล้าน VND ส่วนรุ่นพิเศษที่มีฝาหลังเซรามิก RAM 16 GB และหน่วยความจำภายใน 1 TB ราคา 15,999 หยวน หรือประมาณ 59.1 ล้าน VND ที่มา: https://thoibaonganhang.vn/xiaomi-18-fold-chinh-thuc-ra-mat-man-hinh-gap-ngang-chip-xring-o3-cung-camera-200-mp-187274.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### รู้จัก Project Zenith Windows สายคลีน เหมาะกับการรัน AI URL: https://onesiamsoft.com/articles/project-zenith-windows-ai Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 รู้จักกับ Project Zenith Windows 11 สเปกเทพเพื่อ Dev ที่ Microsoft พยายามลบแอปขยะ ลดแจ้งเตือน เพื่อให้เหมาะกับการเอาไปรัน AI โดยเฉพาะ รู้จักกับ Project Zenith Windows 11 สเปกเทพเพื่อ Dev ที่ Microsoft พยายามลบแอปขยะ ลดแจ้งเตือน เพื่อให้เหมาะกับการเอาไปรัน AI โดยเฉพาะ ถ้าใครไม่เข้าใจอารมณ์ว่า Windows มันรกยังไง ให้ลองนึกภาพโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยกระดาษโน้ต ป๊อปอัพแจ้งเตือนที่โผล่มาไม่หยุด แอปที่ไม่มีใครขอให้ติดตั้งแต่ดันมาอยู่บนหน้าจอ นั่นแหละคือภาพลักษณ์ที่นักพัฒนาซอฟต์แวร์จำนวนมากมีต่อ Windows มาหลายปีครับ พวกเขาบ่นกันมานานว่าระบบปฏิบัติการตัวนี้อวบอ้วนเกินไปด้วยซอฟต์แวร์ที่ไม่จำเป็น แถมยังส่งการแจ้งเตือนถี่ยิบราวกับเพื่อนที่ชอบทักแชทตลอดเวลา แต่ในที่สุด ไมโครซอฟท์ก็เหมือนจะยอมรับความจริงข้อนี้แล้ว (สักทีนะ) โดยได้ให้กำเนิด Project Zenith  OS สายพัฒนาที่สะอาดตั้งแต่แกะกล่องครับ ในปลายปีนี้ ไมโครซอฟท์และพาร์ทเนอร์ฮาร์ดแวร์ จะเริ่มวางขายพีซีระดับสูงภายใต้ชื่อโครงการ Project Zenith ซึ่งมาพร้อม Windows 11 Pro ที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อนักพัฒนาโดยเฉพาะ ที่น่าทึ่งคือมันไม่ใช่ Windows เวอร์ชันแยกใหม่ แต่เป็นการตั้งค่าล่วงหน้าที่ผ่านการเก็บกวาดบ้านมาเรียบร้อยแล้ว เครื่องเหล่านี้จะมาพร้อมเครื่องมือครบชุดสำหรับสายโค้ด ไม่ว่าจะเป็น Visual Studio Code, GitHub Copilot, PowerToys, WinAppCLI และ Windows Dev Skills แถมยังปรับแต่งค่าเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยลดสิ่งรบกวนได้จริง เช่น File Explorer จะโชว์ไฟล์ที่ซ่อนอยู่ นามสกุลไฟล์ แผงรายละเอียด และเส้นทางไฟล์แบบเต็มเป็นค่าเริ่มต้น พร้อมรองรับชื่อไฟล์ยาวๆ ปิดการแสดงไฟล์ที่ใช้ล่าสุดและคำแนะนำการซิงก์ที่มักจะโผล่มากวนใจ ปิด Tips ใน Start menu และการแจ้งเตือนบัญชีผู้ใช้ เปิดใช้งาน Command Palette บน Start และ Search ให้นักพัฒนาทำงานไวขึ้น แต่ของแบบนี้ไม่ได้มาฟรีๆ กับทุกคน เพราะเครื่องที่มากับโปรเจคดังกล่าว ต้องมีแรม unified memory อย่างน้อย 64GB และแบนด์วิดท์หน่วยความจำ 250 GB/s เพื่อให้รันโมเดล AI ขนาด 30 พันล้านพารามิเตอร์ได้แบบ local บนเครื่องเลย โดยชิป AMD Ryzen AI Halo จะเป็นเจ้าแรกที่ได้ใช้ Zenith ก่อนใคร ตามด้วยชิปเซ็ตอื่นๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ใครๆ ก็ทำได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่ นี่คือจุดพลิกที่ทำให้เรื่องนี้สนุกขึ้นมาทันที ไมโครซอฟท์มีสคริปต์โอเพนซอร์สชื่อ Windows Developer Config ที่สามารถสร้างการตั้งค่าแบบเดียวกับ Zenith ได้บน Windows 11 เครื่องไหนก็ได้ ฟรีๆ ไม่ต้องซื้อพีซีใหม่ราคาแพง โดยตามข้อมูลจาก Windows Latest ชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้สามารถปรับแต่งอินเทอร์เฟซให้เหมือน Zenith เอง หรือติดตั้งชุดเครื่องมือ AI สำหรับโค้ดด้วยมือ หรือจะปล่อยให้สคริปต์ Windows Developer Config จัดการให้อัตโนมัติเลยก็ได้ หลายคนมองว่า Project Zenith คือการยอมรับทางอ้อมว่าฟีเจอร์บางอย่างของ Windows 11 อย่างระบบแจ้งเตือน, OneDrive และเบราว์เซอร์ Edge นั้นสร้างความรำคาญให้ผู้ใช้มานานแล้ว แม้ไมโครซอฟท์จะวางตำแหน่งโปรเจกต์นี้เป็นเพียงทางเลือกการตั้งค่า เพื่อดึงนักพัฒนาไม่ให้หันไปหา Linux หรือ macOS แต่ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บริษัทก็ปรับทิศทางการพัฒนา Windows 11 มาตรฐานเช่นกัน โดยแม้จะยังพยายามผลักดันให้ Windows กลายเป็นระบบปฏิบัติการเชิง agentic แต่การอัปเดตล่าสุดกลับเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพชีวิตผู้ใช้เป็นหลัก บทเรียนจากเรื่องนี้ก็คือ บางทีสิ่งที่บริษัทใหญ่ขายเป็นฟีเจอร์พิเศษราคาแพง อาจเป็นสิ่งที่คุณทำเองได้ฟรีอยู่แล้ว แค่ต้องรู้ว่าจะมองหาที่ เหมือนร้านอาหารหรูที่เสิร์ฟเมนูเดียวกับที่คุณทำกินเองที่บ้านได้ เพียงแต่เขาจัดจานให้สวยกว่าเท่านั้นเองครับ ที่มา : windowslatest Source: Originally published on techhub. Read the full article at techhub → ### Apple จ่อเปิดตัว iPhone Ultra จอพับ ซีอีโอใหม่ “John Ternus” นำทัพคีย์โน้ตครั้งแรก URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-ultra-john-ternus Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 จับตางานใหญ่แห่งปี! สรุปไฮไลต์ Apple Event 2026 ลุ้นเปิดตัว iPhone จอพับเครื่องแรก "iPhone Ultra" ท่ามกลางการนำทัพครั้งแรกของซีอีโอคนใหม่ John Ternus ภาพประกอบข่าว Apple จ่อเปิดตัว iPhone Ultra จอพับ ซีอีโอใหม่ “John Ternus” นำทัพคีย์โน้ตครั้งแรกงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำฤดูใบไม้ร่วงของ Apple หรือ Apple Fall Event ประจำปี 2026 กำลังจะเริ่มขึ้นในวันพุธที่ 9 กันยายนนี้ เวลา 13.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (ET) ซึ่งสื่อไอทีชั้นนำอย่าง CNET ชี้ว่าอาจเป็นหนึ่งในงานอีเวนต์ครั้งประวัติศาสตร์และยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของ Apple โดยมีความแปลกใหม่ตั้งแต่การขึ้นเวทีทำหน้าที่นำเสนอคีย์โน้ตครั้งแรกของ นายจอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ซีอีโอคนใหม่ของ Apple ไปจนถึงการลุ้นเปิดตัวสมาร์ตโฟนจอพับรุ่นแรกของบริษัท ภายใต้ชื่อคาดการณ์ว่า "iPhone Ultra" หรือ "iPhone Fold" ไฮไลต์สำคัญที่มีการจับตามองอย่างมากในงานนี้ ได้แก่: iPhone Ultra (iPhone จอพับรุ่นแรก): คาดว่าจะใช้ดีไซน์ตัวเครื่องที่กว้างขึ้นและบางเฉียบ โดยอาศัยรากฐานทางวิศวกรรมจาก iPhone Air รุ่นบางเฉียบ 5.6 มิลลิเมตร ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้มาต่อยอดเพื่อแข่งขันกับตลาดจอพับอย่าง Samsung Galaxy Z Fold 8 และ Pixel Pro Fold ขณะเดียวกัน ผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคชาวอเมริกันโดย CNET พบว่า ผู้ใหญ่ 1 ใน 4 (ประมาณ 25%) ให้ความสนใจที่จะซื้อ iPhone จอพับ แต่ความคาดหวังด้านราคาเฉลี่ยที่ผู้บริโภคพร้อมจ่ายอยู่ที่ราว 781 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าราคาประเมินจริงที่คาดว่าอาจพุ่งแตะ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 70,000 บาทขึ้นไป) จากวิกฤตชิปแรมขาดแคลนและต้นทุนชิ้นส่วน ไลน์อัป iPhone 18 Pro และ Pro Max: คาดว่าจะเปิดตัวตามนัดหมาย โดยนักวิเคราะห์และผู้ใช้งานคาดหวังการเพิ่มสีเรียบหรูอย่างสีดำ/Space Gray การพัฒนาแบตเตอรี่ซิลิคอน-คาร์บอน (Silicon-Carbon) เพื่อเพิ่มความจุโดยไม่เพิ่มขนาดตัวเครื่อง รวมถึงความคาดหวังเรื่องโหมด Pro ในกล้องถ่ายภาพ ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า Apple อาจยังไม่เปิดตัว iPhone 18 รุ่นมาตรฐานในงานนี้ และอาจเลื่อนการเปิดตัวรุ่นเริ่มต้นไปเป็นช่วงต้นปีหน้าแทน ระบบ Siri AI โฉมใหม่บน iOS 27: ไฮไลต์ด้านซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้งานรอคอยหลังการเผยโฉมในงาน WWDC ที่ผ่านมา โดยผลการทดสอบเวอร์ชัน Beta ระบุว่าระบบ Generative AI ใหม่ช่วยให้ Siri เข้าใจคำสั่งเสียงที่เป็นธรรมชาติและมีคลังความรู้รอบตัวที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลดความผิดพลาดในการพิมพ์ข้อความและการสั่งการในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ผู้ติดตามทั่วโลกสามารถรับชมการถ่ายทอดสดและติดตามการประกาศเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ ๆ อย่างเป็นทางการได้ผ่านช่องทางไลฟ์สตรีมของ Apple และรายงานสดจากสื่อเทคโนโลยีชั้นนำตลอดค่ำคืนนี้ ผู้เขียนข่าวsupakitเรียบเรียงข่าวหมวด ข่าววิทยาศาสตร์เทคโนโลยี โดยทีมข่าว สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก TV5HD Source: Originally published on สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก TV5HD. Read the full article at สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก TV5HD → ### GPT-6 Astra จุดกระแส AI Agent รอบใหม่ หนุนหุ้น AI Infrastructure URL: https://onesiamsoft.com/articles/gpt-6-astra-ai-agent-ai-infrastructure Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 การเปิดตัว GPT-6 Astra จุดกระแส AI Agent หนุนความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาว นักวิเคราะห์มองต้นทุน Inference ที่ลดลงจะยิ่งขยายการใช้งาน แนะรอจังหวะหุ้นย่อตัวสะสม AVGO-SKHY-COHR การเปิดตัว GPT-6 Astra จุดกระแส AI Agent หนุนความต้องการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ระยะยาว นักวิเคราะห์มองต้นทุน Inference ที่ลดลงจะยิ่งขยายการใช้งาน แนะรอจังหวะหุ้นย่อตัวสะสม AVGO-SKHY-COHR การเปิดตัว GPT-6 Astra ของ OpenAI ได้จุดกระแสการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure เนื่องจากมีความสามารถโดดเด่นในรูปแบบ AI Agent ที่สามารถคิด ตัดสินใจ และทำงานหลายขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง ความสามารถแบบ AI Agent จะเปลี่ยน AI จากเครื่องมือช่วยคิดไปสู่ผู้ลงมือทำงาน ทำให้ขอบเขตงานกว้างขึ้นและซับซ้อนขึ้น ส่งผลให้ความต้องการใช้งาน AI และตลาด Inference มีแนวโน้มขยายตัวในระยะยาว แม้ต้นทุน Inference ต่อหน่วยจะลดลง แต่ปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าจะกระตุ้นความต้องการใช้ Hardware มากขึ้น ทำให้หุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น GPU, CPU, Memory, และ Networking ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง บทวิเคราะห์แนะนำหุ้นเด่นที่ได้รับประโยชน์จากเทรนด์นี้ ได้แก่ Broadcom (AVGO) ผู้ผลิต Custom Accelerator, SK Hynix (SKHY) ผู้นำตลาด Memory (HBM) และ Coherent (COHR) ผู้ผลิตชิ้นส่วน Optical Networking สำหรับ Data Center นักวิเคราะห์แนะนำกลยุทธ์ "รอจังหวะซื้อสะสมเมื่อราคาปรับฐาน" สำหรับหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure โดยมองว่าแม้มีความเสี่ยงระยะสั้นจากปัจจัยมหภาค แต่พื้นฐานและความต้องการในระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง การเปิดตัว GPT-6 Astra โมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นใหม่ของ OpenAI กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาสร้างแรงส่งให้กับธีมการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure หลังความสามารถของ AI ขยับจากการเป็นเครื่องมือช่วยตอบคำถามและวิเคราะห์ข้อมูล ไปสู่การทำงานในรูปแบบ AI Agent ที่สามารถคิด ตัดสินใจ และดำเนินงานหลายขั้นตอนได้ด้วยตัวเองมากขึ้น ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มความต้องการใช้งาน AI และขยายตลาด Inference ในระยะยาว โดย OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2569 และระบุว่าเป็นโมเดลที่มีความสามารถโดดเด่นด้านการใช้งานคอมพิวเตอร์ งานซอฟต์แวร์ งานวิชาชีพ วิทยาศาสตร์ และ Cybersecurityณัฐกร ศรีภูไฟ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญของ GPT-6 Astra คือความสามารถในการทำงานแบบ AI Agent ซึ่งเปลี่ยนจาก AI ที่ช่วยคิดไปสู่ AI ที่สามารถคิด ตัดสินใจ และลงมือทำงานให้เสร็จได้มากขึ้น โดยครอบคลุมตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์และเว็บไซต์ การกรอกแบบฟอร์ม อัปเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM จัดตารางปฏิทิน ทำวิจัยออนไลน์ ร่างเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล สร้างกราฟ สร้างเว็บไซต์ ตลอดจนติดตั้งและทดสอบซอฟต์แวร์อัตโนมัติ  สำหรับการทดสอบ OSWorld 2.0 ซึ่งเป็นการวัดความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์ Astra ทำคะแนนได้ 72.6% เทียบกับ GPT-5.6 Sol ที่ 65.7% ขณะที่ใช้เวลาประมาณ 40 นาทีต่องาน เทียบกับ Sol ที่ใช้เวลาประมาณ 75 นาที สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการจัดการงานที่มีหลายขั้นตอนและต้องดำเนินการต่อเนื่อง ขณะที่ด้าน Software Engineering Astra ทำคะแนน Terminal-Bench 4.0 ได้ 57.9% สูงกว่า GPT-5.6 Sol ที่ 37.3% และ Claude Fable 5.1 ที่ 55.8% โดยมีต้นทุนต่อการใช้งานต่ำกว่ารุ่นก่อนและคู่แข่งในหลายการทดสอบ นอกจากนี้ Astra ยังมีความสามารถด้านงานเอกสารและงานวิชาชีพที่ดีขึ้น โดยสามารถสร้างผลงานที่พร้อมใช้งาน เช่น Financial Model เอกสารทางกฎหมาย และการวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงสามารถทำตาม Template รูปแบบภาษา และ Visual Style ขององค์กรได้ดีขึ้น ขณะที่ด้าน Cybersecurity OpenAI ระบุว่า Astra มีความสามารถเพิ่มขึ้นอย่างมากจนแตะระดับ Critical ตาม Preparedness Framework ของบริษัท โดยในการทดสอบที่ไม่มีมาตรการความปลอดภัยระดับ Production Astra ทำคะแนน ExploitBench ได้ 100% และค้นพบช่องโหว่ Zero-day ใหม่ 2 รายการ ซึ่งอยู่ระหว่างการแจ้งไปยังผู้ดูแลระบบที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม การมาของ GPT-6 Astra เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่ม Hardware เนื่องจากต้นทุน Inference ที่ลดลงอาจไม่ได้ทำให้ความต้องการ GPU และ Data Center ลดลง แต่กลับทำให้บริษัทสามารถนำ AI ไปใช้งานในงานที่เดิมมีต้นทุนสูงเกินกว่าจะใช้งานในวงกว้างได้มากขึ้น เช่น งานวิจัย การเขียนโปรแกรม การวิเคราะห์ข้อมูล และงานที่ต้องทำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง โดยการเปลี่ยนจาก Chatbot ไปสู่ Agent ยังทำให้ขอบเขตของงานขยายตัวอย่างมาก จากเดิมที่ผู้ใช้อาจให้ AI สรุปงบการเงินของบริษัทหนึ่งแห่ง เปลี่ยนเป็นการให้ AI อ่านงบหลายบริษัท เปรียบเทียบแนวโน้ม ปรับประมาณการ และจัดทำรายงานต่อเนื่อง แม้ต้นทุนของแต่ละขั้นตอนจะลดลง แต่จำนวนขั้นตอนและขอบเขตงานเพิ่มขึ้นหลายเท่า จึงมีโอกาสทำให้ตลาด Inference ขยายตัวในระยะยาว ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Server ประกอบด้วย GPU, CPU, Networking, Storage/NAND, HBM และ Server DRAM โดยยิ่งโมเดลมีขนาดใหญ่ขึ้นและงาน Inference มีความซับซ้อนมากขึ้น ความสำคัญของหน่วยความจำและ Storage ความเร็วสูงก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทำให้ธีม AI Infrastructure ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้รอจังหวะหุ้นกลุ่ม AI Infrastructure ปรับฐานก่อนเข้าซื้อสะสม เนื่องจากยังมีความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาค ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ความกังวลเกี่ยวกับ Term Premium และระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ รวมถึงปริมาณหุ้นกู้ของบริษัท AI ที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม AI ยังคงแข็งแกร่ง และความต้องการใช้งานยังมีแนวโน้มสูงกว่า Supply โดยผลประกอบการของกลุ่ม Hyperscalers สะท้อนว่า AI สามารถสร้างรายได้และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง ทำให้มองว่าการปรับตัวลงของหุ้นในห่วงโซ่ AI Infrastructure ทั้ง CPU, GPU, Memory, Storage, Network, Power และ Cooling ยังเป็นจังหวะในการทยอยเข้าซื้อ สำหรับหุ้นเด่น ได้แก่ Broadcom หรือ AVGO ซึ่งรายได้ AI Semiconductor ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 16.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 221% จากปีก่อน และบริษัทเริ่มส่งมอบ Jalapeno ซึ่งเป็น Custom Accelerator รุ่นแรกของ OpenAI โดยมีแผนติดตั้งประมาณ 1.3 GW ในปีงบประมาณ 2570 และมากกว่า 5 GW ในปีงบประมาณ 2571 หาก GPT-6 Astra ทำให้ลูกค้าองค์กรนำ AI ไปใช้งานมากขึ้น OpenAI จะมีแรงจูงใจในการลดต้นทุน Inference ผ่านการพัฒนา XPU ให้เหมาะกับ Workload ของตัวเอง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อ AVGO โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 528 ดอลลาร์ ส่วน SK Hynix หรือ SKHY มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากความต้องการ Memory ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของ Agentic AI ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียง HBM แต่ยังครอบคลุม DDR5 สำหรับเซิร์ฟเวอร์ทั่วไปและ NAND Flash สำหรับ KV Cache และ Storage โดยยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาด HBM และมี HBM4E เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะถัดไป ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 303 ดอลลาร์ ขณะที่ Coherent หรือ COHR มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Optical Networking ใน Data Center โดยเฉพาะความต้องการ 800G และ 1.6T Transceiver รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Optical Circuit Switching, Co-Packaged Optics และวัสดุขั้นสูงสำหรับการจัดการความร้อนและพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของ AI Data Center โดยให้คำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 419 ดอลลาร์ นอกจากนี้ กองทุนที่เกี่ยวข้องกับธีม AI ที่ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำ ได้แก่ LHSUPERAI ซึ่งลงทุนในธีม AI Supply Chain, LHAI ที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีและ AI และ SCBKEQTG ซึ่งเปิดรับการลงทุนในหุ้นเกาหลีใต้ โดยมีหุ้นกลุ่ม Memory อย่าง Samsung และ SK Hynix เป็นองค์ประกอบสำคัญ Source: Originally published on bangkokbiznews. Read the full article at bangkokbiznews → ### ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว ตลาดกังวลตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788927406445 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่หุ้น Novartis ร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานความล้มเหลวครั้งที่ 2 ของโครงการพัฒนายา ดัชนีตลา ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่หุ้น Novartis ร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานความล้มเหลวครั้งที่ 2 ของโครงการพัฒนายา ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.60 จุด ลดลง 0.30 จุด หรือ -0.05% ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,317.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.83 จุด หรือ +0.14% ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,007.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.10 จุด หรือ +0.00% ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด หรือ -0.10% ดัชนีตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ร่วงลง 1.6% โดยถูกกดดันจากหุ้น Novartis ซึ่งดิ่งลง 10.9% Novartis เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังบริษัทผู้ผลิตยาของสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยว่า ยาทดลองสำหรับรักษาโรคกล้ามเนื้อลีบไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้าย ข่าวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 วันหลังบริษัทเปิดเผยว่ายาทดลองสำหรับลดคอเลสเตอรอลก็ไม่ผ่านการทดลองระยะสุดท้ายที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.6% ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งมีความใกล้ชิดกับอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเมืองต่าง ๆ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายวงไปยังพื้นที่อื่นในภูมิภาค และส่งผลกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิงในตลาดโลก หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังราคาทองแดงเพิ่มขึ้น โดยหุ้น Boliden, Antofagasta และ KGHM ปรับตัวขึ้นระหว่าง 4.6-6.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ยุโรปโดยรวมพุ่งขึ้น 2% ด้านเศรษฐกิจ การส่งออกของเยอรมนีลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.ค. โดยการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและจีนที่ลดลงสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการค้าในเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงได้ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปเป็นเวลานานขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้ แม้ผู้กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่ามีความต้องการจำกัดในการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม แต่ตลาดยังคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2570 นักวิเคราะห์ของ ING ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หาก ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหลังเดือนก.ย. จะทำให้นโยบายการเงินเปลี่ยนจากระดับที่มุ่งสร้างความมั่นใจในการรับมือความเสี่ยง ไปสู่ระดับที่เข้มงวดอย่างแท้จริง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุนเพียงพอ ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยรายงานเงินเฟ้อดังกล่าวจะมีขึ้นหลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้ โดย กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### หุ้นโตเกียว-เอเชียบวก หุ้นชิปปรับขึ้น - Hoonsmart URL: https://onesiamsoft.com/articles/hoonsmart-43 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HoonSmart.com>>"ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย" เช้านี้บวก แรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้ราคาน้ำมันดิบพุ่ง HoonSmart.com>>”ตลาดหุ้นโตเกียว-เอเชีย” เช้านี้บวก แรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้ราคาน้ำมันดิบพุ่ง ตลาดหุ้นโตเกียวเช้านี้ (9 กันยายน 2569) เปิดบวกด้วยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่ปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ ชดเชยปัจจัยลบจากราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนี Nikkei 225 ปรับขึ้น 33.73 จุด หรือ 0.05% จากวันอังคาร มาอยู่ที่ระดับ 65,303.06 จุด ส่วนดัชนี Topix ปรับขึ้น 4.47 จุด หรือ 0.11% มาอยู่ที่ระดับ 4,054.80 จุด ในตลาด Prime Market ซึ่งเป็นตลาดหลัก หุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่ใช่เหล็ก กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มเหมืองแร่ ณ เวลา 09.00 น. ตามเวลาญี่ปุ่น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 153.46-49 เยน เทียบกับระดับ 153.97-154.07 เยนในตลาดนิวยอร์ก และ 153.80-82 เยนในตลาดโตเกียวเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอังคาร ณ เวลา 9.25 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนี Nikkei 225 อยู่ที่ 65,523.35 จุด เพิ่มขึ้น 254.02 จุด, +0.39% ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกส่วนใหญ่ขึ้น เนื่องจาก หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับขึ้นต่อเนื่องจากกระแสความสนใจของนักลงทุนที่มีต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ปรับขึ้น 1.4% โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านชิปของประเทศอย่าง SK Hynix Inc. และ Samsung Electronics Co. หลังจากที่ดัชนี Philadelphia Semiconductor Index ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.3% เมื่อวันอังคารที่ ทางด้านดัชนี MSCI Asia Pacific ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวม ก็ปรับตัวขึ้น 0.6% โดยมีกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหนุนหลัก ในขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลางได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาเป็นเดือนที่เจ็ด การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เกิดขึ้นใหม่อาจทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและทำให้แนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยซับซ้อนยิ่งขึ้น นักลงทุนจะจับตาการยกระดับความขัดแย้งล่าสุดจะส่งผลกระทบต่ออุปทานหรือไม่ โดยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในวันศุกร์จะเป็นบททดสอบสำคัญครั้งต่อไปสำหรับความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมวันที่ 15-16 กันยายน สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในภูมิภาค อัตราเงินเฟ้อทั้งในระดับผู้บริโภคและระดับค้าส่งของจีนปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในเดือนสิงหาคม โดยได้รับแรงหนุนจากต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นและความต้องการสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่พุ่งสูงขึ้น ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ปรับตัวขึ้น 3.8% ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6% และสูงกว่า 3.5% ในเดือนกรกฎาคม ดัชนี SSE ตลาดหุ้นจีนอยู่ที่ 3,948.483 จุด เพิ่มขึ้น 7.93 จุด, +0.24% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงอยู่ที่ 25,280.82 จุด ลดลง 36.36 จุด,-0.14% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้อยู่ที่ 7,066.68 จุด เพิ่มขึ้น 112.16 จุด, +1.61% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันอยู่ที่ 47,465.34 จุด เพิ่มขึ้น 359.56 จุด, +0.76% ราคาน้ำมันดิบ WTI งวดส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์หรือ +1.49% ซื้อขายที่ 94.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบ Brent ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 1.49 ดอลลาร์หรือ +1.52% ซื้อขายที่ 99.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล         ———————————————————————————————————————————————————– Source: Originally published on Hoonsmart. Read the full article at Hoonsmart → ### อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 1.7% ดันดาวโจนส์ร่วง 628.18 จุด เช็กราคาน้ำมันไทย 09/09/69 URL: https://onesiamsoft.com/articles/wti-17percent-62818-090969 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมัน WTI พุ่ง 1.7% ดันดาวโจนส์ร่วง 628.18 จุด เช็กราคาน้ำมันไทย 09/09/69 วันที่ 9 กันยายน 2569 ตลาดการเงินและตลาดพลังงานทั่วโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าเหตุการณ์อาจลุกลามและกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นแรง และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกเทขายอย่างหนัก สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนตุลาคม ปิดตลาดวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ หรือ 0.95% ราคาน้ำมัน WTI ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน ขณะที่ราคาน้ำมันเบรนท์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม โดยตลาดให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังมีรายงานว่ากลุ่มฮูตีโจมตี 4 เมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 ราย และเกิดเพลิงไหม้โรงงานน้ำมันหลายแห่ง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนจับตาความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายวงไปยังพื้นที่ผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญ หากกระทบต่อการผลิต การขนส่ง หรือการส่งออก อาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวและเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ในเชิงเทคนิค ราคาน้ำมันทั้ง WTI และเบรนท์อยู่ในภาวะซื้อมากเกินไป จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการพักฐานในระยะสั้นหากไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุน ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงกว่า 600 จุดในวันที่ 8 กันยายน หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและสถานการณ์ตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด โดยนักลงทุนกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจผลักดันเงินเฟ้อ และส่งผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดาวโจนส์ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ 1.18% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ 0.58% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ 0.32% ตลาดยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภค เพื่อประเมินแนวโน้มการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนกันยายน ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นอีกปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยประจำวันที่ 9 กันยายน 2569 ซึ่งอัปเดตข้อมูล ณ เวลา 05.00 น. จาก 4 ผู้ให้บริการ ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ พบว่าราคาส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับสูง โดยราคาดังกล่าวเป็นราคาขายปลีกในกรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร และควรตรวจสอบราคาหน้าสถานีบริการอีกครั้งก่อนเติมน้ำมัน ราคาน้ำมัน ปตท. แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.03 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาท/ลิตรดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.84 บาท/ลิตรเบนซิน ราคา 48.08 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 30.03 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาท/ลิตรดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 39.84 บาท/ลิตรดีเซลพรีเมียม ราคา 49.25 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันพีที ดีเซล ราคา 39.84 บาท/ลิตรดีเซล B20 ราคา 34.84 บาท/ลิตรเบนซิน ราคา 48.58 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.09 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันเชลล์ เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 34.29 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 39.22 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 39.59 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 49.84 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 39.84 บาท/ลิตรเชลล์ ดีเซล B20 ราคา 34.84 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 49.84 บาท/ลิตร ทั้งนี้ ราคาน้ำมันขายปลีกดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ซึ่งมีการอัปเดตเมื่อมีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมัน โดยราคาที่แสดงเป็นราคาขายในพื้นที่กรุงเทพฯ และยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ภาพรวมตลาดวันที่ 9 กันยายนจึงยังต้องจับตา 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางราคาน้ำมันดิบ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เนื่องจากทั้งสามปัจจัยมีโอกาสส่งผลต่อราคาพลังงาน ตลาดหุ้น และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะต่อไป Source: Originally published on สยามรัฐ. Read the full article at สยามรัฐ → ### บทวิเคราะห์ราคาทองคำประจำวันที่ 9 กันยายน 2569 - InterGold URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-intergold Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เช้าวันนี้ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 10.16 น. กลยุทธ์: เสี่ยงเข้าซื้อเล็กน้อย รอซื้อ: $4,360 หรือ 68,000 บาท รอขาย: $4,410 หรือ 68,500 บาท . เช้าวันนี้ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันทำให้นักลงทุนกลับมากังวลว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัวอีกครั้ง ขณะเดียวกันตลาดยังเพิ่มน้ำหนักว่า Fed อาจพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน โดย Bond Yield อายุ 10 ปี ยังคงทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อทองคำในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกยังช่วยพยุงความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย โดยเฉพาะข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดาที่เริ่มรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาพรวมทองคำยังมีแรงซื้อรองรับ แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากแนวโน้มดอกเบี้ยสูงและค่าเงินดอลลาร์ที่ยังแข็งแกร่ง ด้านเทคนิค ราคาทองคำกำลังทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $4,360 หรือประมาณ 68,000 บาท หากสามารถยืนเหนือระดับนี้ได้ มีโอกาสเกิดแรงซื้อกลับและรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ $4,410 หรือประมาณ 68,500 บาท กลยุทธ์ระยะสั้นจึงแนะนำ เสี่ยงเข้าซื้อด้วยน้ำหนักไม่มากบริเวณแนวรับ และเน้นทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาดีดตัวขึ้น โดยยังไม่ควรเพิ่มน้ำหนักการลงทุนมากนัก เนื่องจากตลาดยังมีความเสี่ยงจากตัวเลขเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ยของ Fed . บทวิเคราะห์โดย : นักวิเคราะห์ InterGOLD #ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ #InterGOLD #อินเตอร์โกลด์ #ลงทุนทองคำแท่ง #ราคาทองวันนี้ #ทองคำแท่ง #ทองคำแท่งราคา สนใจเปิดบัญชีซื้อขายทองคำแท่ง : คลิก Source: Originally published on InterGold. Read the full article at InterGold → ### หัวชาร์จ 140W USB-C Power Adapter ของ Apple ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/140w-usb-c-power-adapter-apple Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นอกจาก iOS 26.6.2 ที นอกจาก iOS 26.6.2 ที่ Apple ปล่อยออกมาให้ผู้ใช้ iPhone ได้อัปเดต ยังมีเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่สำหรับหัวชาร์จ 140W USB-C Power Adapter ถูกปล่อยออกมาด้วย MacRumors รายงานว่าหัวชาร์จ 140W USB-C Power Adapter ของ Apple ได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่ (เวอร์ชัน 1.4.90) แต่ไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนว่าเฟิร์มแวร์เวอร์ชันใหม่ ช่วยปรับปรุงหรือแก้ไขในเรื่องใด ทั้งนี้ หัวชาร์จ 140W USB-C Power Adapter จะได้รับการอัปเดตเฟิร์มแวร์โดยอัตโนมัติ เมื่อมีการเสียบใช้งานร่วมกับ Mac หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### สังคมข่าวหุ้น URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788926543365 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” แวะเยี่ยมบูธแบงก์กรุงไทย (KTB) ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย “ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แวะเยี่ยมบูธแบงก์กรุงไทย (KTB) ในงาน The Bangkok Business Summit 2026 งานนี้ธนาคารกรุงไทยผนึกกำลังพันธมิตรทั้ง DCCE อบก. และกลุ่ม ปตท. โชว์ศักยภาพประเทศไทยเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำแบบครบวงจร ตั้งแต่นโยบายและเป้าหมาย Net Zero ตลาดคาร์บอน T-VER และ Premium T-VER ไปจนถึงพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐาน ผ่าน Industrial Spark (I-SPARK) ของกลุ่ม ปตท. ขณะที่ KTB รับบท “Financial Enabler” เชื่อมโครงการ Low Carbon เข้ากับแหล่งเงินทุน นักลงทุน และตลาดคาร์บอน ผ่านโครงการ LCC ที่ได้รับการสนับสนุนจาก World Bank พร้อมเติมเครื่องมือ Green Finance และ Transition Finance เรียกว่าครบตั้งแต่ “นโยบาย–พลังงาน–คาร์บอน–เงินทุน” เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายสีเขียวให้กลายเป็นการลงทุนจริง และปูทางประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำที่แข่งขันได้ในเวทีโลก “นุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์”  ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ขอเอาใจคนยุคใหม่ที่อยากวางแผนการเงินให้คล่องตัว ด้วยแบบประกันสะสมทรัพย์ “โอเชี่ยนไลฟ์ เซฟ ชัวร์ 10/5” จ่ายเบี้ยเพียง 5 ปี แต่คุ้มครองยาว 10 ปี แถมรับเงินคืน 5% ทุกปีตั้งแต่ปีแรก และรับผลประโยชน์รวมสูงสุด 550% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เรียกว่าทั้งออม ทั้งคุ้มครอง และยังวางแผนภาษีได้ในตัว งานนี้ยังเปิดทางให้สมัครออนไลน์ได้ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ ไม่ต้องแถลงสุขภาพ และไม่ต้องตรวจสุขภาพ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์สูงสุดปีละ 100,000 บาท เรียกว่าจัดแพ็กเกจมาแบบครบเครื่อง ถูกใจสายอยาก “เซฟ” เงิน แถม “เซฟ” อนาคตไปพร้อมกัน “กนกพร จูฑา” ประธานกลุ่มบริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจ ทีทีบี ยิ้มรับเทรนด์การบริจาคยุคดิจิทัลที่เดินหน้าสู่ระบบ e-Donation เต็มรูปแบบ พร้อมชู “ปันบุญ โดย ทีทีบี” เป็นตัวช่วยสำคัญเชื่อมผู้บริจาคกับมูลนิธิและองค์กรสาธารณกุศล ให้การให้ทั้งสะดวก โปร่งใส และตรวจสอบได้ง่ายขึ้น โดยตลอดกว่า 8 ปี ปันบุญได้รับความไว้วางใจจากองค์กรสาธารณกุศลกว่า 700 องค์กร มีผู้บริจาคมากกว่า 1 ล้านราย และยอดเงินบริจาครวมกว่า 1,300 ล้านบาท ล่าสุดเตรียมส่งฟีเจอร์ใหม่ “ลดหย่อนภาษีสำหรับนิติบุคคล” พร้อมใช้งานเดือนกันยายน 2569 เอาใจภาคธุรกิจที่บริจาคผ่านปันบุญให้สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สะดวกยิ่งขึ้น เรียกว่าครบเครื่องทั้งระดมทุน วิเคราะห์ข้อมูล และอำนวยความสะดวกเรื่องภาษี งานนี้ “ปันบุญ” ขอเป็นอีกแรงขับเคลื่อน Digital Ecosystem เพื่อยกระดับการให้ของไทยให้โปร่งใส และยั่งยืนแบบยาว ๆ กันไปเลย! “ปรมาศิริ มโนลม้าย” ขยับเกม “SCB WEALTH” เดินหน้าปั้นนักลงทุนรุ่นใหม่ผ่าน “SCB WEALTH XCELERATE PROGRAM” รุ่นที่ 3 งานนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะจัดเต็มทั้งหลักคิด กลยุทธ์ลงทุน และการบริหารความเสี่ยงแบบมืออาชีพ พร้อมจับมือพันธมิตรระดับโลกอย่าง BlackRock พาผู้เข้าร่วมบินลัดฟ้าไปญี่ปุ่น เรียนรู้การลงทุนเชิงลึกถึง 6 วัน 5 คืน ย่าหย๋า Back to top button Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### ไทยวิวัฒน์ คาดปี 2569 เบี้ยโตเกิน 10% เผยดีลซื้อหุ้นทูนประกันภัยเพื่อขยายฐาน Non Motor URL: https://onesiamsoft.com/articles/2569-10percent-non-motor Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวจนทำให้ภาพรวมธุรกิจประกันภัยอาจโตช้าลง แต่ไม่ใช่กับทุกบริษัท มาอ่านมุมมองและกลยุทธ์ของ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ที่คาดว่าปีนี้จะโตเกิน 10% แม้เศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวจนทำให้ภาพรวมธุรกิจประกันภัยอาจโตช้าลง แต่ “จีรพันธ์ อัศวะธนกุล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ยังมองว่า เค้ก (ตลาด) ธุรกิจประกันภัยในไทยยังมีโอกาสอีกมหาศาลอยู่ที่เราจะออกแบบโปรดักต์ให้ตอบโจทย์คนได้มากแค่ไหนทั้งประกันภัยรถยนต์ (Motor) ที่เป็นฐานเดิมที่มั่นคงเพราะมีสัดส่วนกว่า 70-80% ของเบี้ยรับรวมของบริษัท หรือตลาดประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non Motor) ยังมีพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก โดยจะดึงดูดกลุ่มคนที่ยังไม่มีประกันภัย รวมถึงใช้กลยุทธ์การขายข้ามผลิตภัณฑ์ (Cross-sale) จากประกันรถยนต์ที่เบี้ยมักสูงกว่าขยายมาที่ Non Motor ให้มากขึ้นฝั่ง “เทพพันธ์ อัศวะธนกุล” กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า ปัจจุบันบริษัทมีกรมธรรม์อยู่ 1 ล้านฉบับ โดยช่วงครึ่งปีแรก 2569 ที่ผ่านมา Motor เติบโต 7% และ Non Motor เติบโตถึง 15% ในภาพรวมปีนี้คาดว่าบริษัทจะมีเบี้ยรวมเติบโตมากกว่า 10% ซึ่งจะได้รับแรงสนับสนุนจากไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงที่เบี้ยเข้ามามากที่สุด ทั้งคนซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีฯ และอื่นๆกลยุทธ์หลักของปีนี้จะมาในทิศทาง Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life เน้นช่วยให้คนใช้ชีวิตดีขึ้นผ่านระบบ บริการและความคุ้มครองที่ตอบโจทย์ในการใช้ชีวิต ฝั่ง Motor จะเพิ่มระบบ Crash Detection มาใช้ตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ซึ่งทำงานผ่านเซ็นเซอร์ของสมาร์ตโฟนร่วมกับอัลกอริทึม เมื่อตรวจพบแรงกระแทกที่เข้าเงื่อนไขอุบัติเหตุ จะแจ้งถึงผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ให้ยืนยันว่า “ต้องการความช่วยเหลือหรือไม่” ถ้ากดยืนยัน ระบบจะส่งพิกัด GPS ไปยังศูนย์ปฏิบัติการและประสานทีมช่วยเหลือทันทีนอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมประกันภัยที่ทำมากว่า 10 ปี อย่าง “ประกันรถเปิดปิด” ที่เปิดตัวเมื่อ 10 ปีก่อน มีลูกค้าใช้งานกว่า 400,000 กรมธรรม์และมีอัตราการต่ออายุสูงถึง 90% ถือว่าตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้ดีขณะที่ฝั่ง Non-Motor ขยายเพิ่มเติม 3 ส่วน ทั้ง ประกันสุขภาพ “Active Health”, ประกันบ้าน “TVI Homie Care” ที่เพิ่มความคุ้มครองตามไลฟ์สไตล์คนยุคนี้ เช่น คุ้มครองสัตว์เลี้ยง, แท่นชาร์จรถ EV และสุดท้ายประกันเดินทาง “TVI Smart Delay” ที่มีความคุ้มครองเที่ยวบินล่าช้าอย่างไรก็ตามเมื่อ 20 ส.ค. 69 บริษัท ไทยวิวัฒน์โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVH ที่เป็นบริษัทแม่ของ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) มีดีลใหญ่อย่างการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ บมจ. ทูนประกันภัย (Private Placement) คิดเป็นสัดส่วน 25.1% จากหุ้นทั้งหมดของทูนประกันภัย มูลค่ารวมกว่า 60 ล้านบาทฝั่งจีรพันธ์เล่าให้ฟังว่า TVH เข้าลงทุนเพื่อขยายตลาดฝั่ง Non Motor โดยเฉพาะประกันการเดินทางที่เป็นจุดแข็งของทูนประกันภัย (ให้บริการกับสายการบินแอร์เอเชีย) มองว่าจะเพิ่มทั้งพันธมิตรธุรกิจและตลาดประกันภัยให้ใหญ่ขึ้น หลังจากนี้ยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนอาจไม่ใช่แค่ในธุรกิจประกันภัยเท่านั้น แต่จะอยู่บนข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) รวมถึงการรักษาระดับเงินกองทุนตามที่ คปภ. กำหนดอ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney Source: Originally published on THAIRATH Money. Read the full article at THAIRATH Money → ### Strategy ชะลอช้อน Bitcoin! หันอุ้มหุ้น STRC พยุงส่วนลดราคาพาร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/strategy-bitcoin-strc-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Strategy ของ Michael Saylor ซึ่งเป็นองค์กรผู้ถือครอง Bitcoin ในคลังใหญ่ที่สุด ได้เว้นการเข้าซื้อ Bitcoin ประจำสัปดาห์ เพื่อ.... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ครบวงจรทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจดิจิทัล - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/gulf-gastech-2026-ecosystem-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ครบวงจรทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจดิจิทัล efinanceThai สรุปร่างแผน PDP 2026 เล็งเลือก ‘Scenario 4 ไฮบริด’ thestandard.co สนพ. กางร่าง PDP2026 วางกำลังผลิตใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ ดันพลังงานสะอาดแตะ 65% ปี 2593 | ก GULF ปักหมุดงาน “Gastech 2026” ชู Ecosystem ครบวงจรทั้งโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจดิจิทัล  efinanceThaiสรุปร่างแผน PDP 2026 เล็งเลือก ‘Scenario 4 ไฮบริด’  thestandard.coสนพ. กางร่าง PDP2026 วางกำลังผลิตใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ ดันพลังงานสะอาดแตะ 65% ปี 2593 | การเงินธนาคาร  LINE TODAY7 ปีที่รอ คลอด ‘แผนพลังงานชาติ’ ฉบับใหม่ ใช้พ.ย.นี้ ค่าไฟเฉลี่ย 3.88 บาท SMR 9,000 เมกะวัตต์  เดลินิวส์เปิดรับฟังความเห็นร่างPDP 1สัปดาห์ ก่อนสรุปชงกพช.-ครม.คาดเคาะใช้พ.ย.นี้  ผู้จัดการออนไลน์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ราคาน้ำมันพุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์ วิกฤตตะวันออกกลางปะทุหนัก จุดชนวนความกังวลเงินเฟ้อโลก URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-10 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันดิบพุ่งทะลุเกือบ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และคุกคามเส้นทางขนส่งพลังงานโลก นักวิเคราะห์เตือนแรงกดดันเงินเฟ้ออาจบังคับให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากกว่าร้อยละ 1 ในวันพุธ หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านทวีความรุนแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์แตะระดับ 99.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เวสต์เทกซัสอินเทอร์มีเดียต (WTI) เข้าใกล้ 95 ดอลลาร์ นับเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน ความตึงเครียดที่ยืดเยื้อมากกว่า 7 เดือนในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังจุดชนวนความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแรงกดดันต่อนโยบายการเงินทั่วโลกอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดนอิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่าได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเรือรบของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นการตอบโต้การยิงขีปนาวุธพิสัยไกลใส่เรือรบของสหรัฐฯ นอกจากนี้ อิหร่านยังแจ้งเตือนผ่านสำนักข่าวรัฐบาล IRNA ว่าจะโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันนอกชายฝั่งคูเวตและบาห์เรน พร้อมเรียกร้องให้ลูกเรือละทิ้งเรือโดยทันทีเส้นทางขนส่งพลังงานโลกถูกคุกคามช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญที่สุดของโลกถูกอิหร่านปิดกั้นอยู่ในขณะนี้ ทำให้ซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบบาบเอลมันดับในทะเลแดงมากขึ้น แต่เส้นทางดังกล่าวก็ถูกกลุ่มฮูตีจากเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมันอยู่เช่นกัน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลกตกอยู่ในภาวะเปราะบางนักวิเคราะห์เตือนผลกระทบต่อเงินเฟ้อและดอกเบี้ยฟาวาด ราซาคซาดา นักวิเคราะห์ตลาดจาก FOREX.com ระบุว่า ความขัดแย้งที่ต่อเนื่องในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนกังวลเรื่องการหยุดชะงักของอุปทาน และผลักดันความกังวลด้านเงินเฟ้อให้เพิ่มสูงขึ้น"หากราคาน้ำมันพุ่งสูงต่อเนื่อง จะบั่นทอนความก้าวหน้าในการควบคุมเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางอาศัยเป็นเหตุผลในการปรับลดดอกเบี้ย ขณะเดียวกันก็บีบคั้นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ"ทุกสายตาจับจ้องดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) สหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในวันศุกร์ ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าหรือไม่ตลาดหุ้นผันผวน เอเชียสวนทิศดัชนีหุ้นวอลล์สตรีททั้งสามตัวปิดตลาดลดลง โดยดาวโจนส์ร่วงร้อยละ 1.2 ปิดที่ 52,786.07 จุด ส่วนตลาดในเอเชียมีทิศทางผสม ตลาดโซลนำโด่งจาก SK hynix ที่พุ่งขึ้นกว่าร้อยละ 3 และซัมซุงที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 1 ขณะที่นิกเกอิในโตเกียวขยับขึ้นร้อยละ 0.4 อยู่ที่ 65,495.23 จุด ด้านค่าเงินเยนแข็งค่าอยู่ที่ราว 153.50 เยนต่อดอลลาร์ Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### Apple จะเปิดตัว Readiness แอปใหม่สำหรับ Apple Watch ในอีเวนต์ Surprise and Shine URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-readiness-apple-watch-surprise-and-shine Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นอกจากฮาร์ดแวร์ใหม่อ นอกจากฮาร์ดแวร์ใหม่อย่าง iPhone 18 Pro ที่คาดว่าจะได้รับการเปิดตัวในอีเวนต์ Surprise and Shine เที่ยงคืนนี้ นักข่าวของ Bloomberg รายงานว่า จะมีการเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ในโอกาสเดียวกันด้วย Mark Gurman จากสำนักข่าว Bloomberg อ้างว่า Apple จะเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่ Readiness ในอีเวนต์ Surprise and Shine โดยคาดว่าได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากแอป Vitals ที่มีอยู่แล้วบน Apple Watch นักข่าวของ Bloomberg กล่าวว่า “แนวคิดหลักคือการสร้างความสามารถในการแข่งขันกับซอฟต์แวร์จากคู่แข่งอย่าง Whoop และ Oura ให้ดียิ่งขึ้น” ยกตัวอย่างเช่น แหวนอัจฉริยะของ Oura จะมีการแสดงค่า Readiness Score (คะแนนความพร้อมของร่างกาย) ประจำวัน ในช่วง 0 ถึง 100 ซึ่งช่วยบอกให้ผู้ใช้ทราบว่าร่างกายมีความพร้อมมากน้อยเพียงใดสำหรับกิจกรรมในแต่ละวัน แอป Vitals ซึ่งมาพร้อมกับ watchOS 11 ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลสุขภาพที่สำคัญต่างๆ ของผู้ใช้ไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจโดยเฉลี่ย อัตราการหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือด อุณหภูมิบริเวณข้อมือ และระยะเวลาการนอนหลับในคืนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าแอป Readiness จะใช้ข้อมูลพื้นฐานชุดเดียวกันนี้ ในการประเมินและแสดงผลว่าร่างกายของผู้ใช้ฟื้นตัวพร้อมสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ แล้วหรือยัง คาดว่าแอป Readiness จะได้รับการเปิดตัวพร้อม Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ในอีเวนต์ Surprise and Shine ซึ่งจะเกิดขึ้นในเวลา 0:00 น. ของวันที่ 10 กันยายน ตามเวลาในประเทศไทย ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### OPPO เปิดจอง Find X10 Series ล่วงหน้าในจีนแล้ว ยืนยันทั้งคู่ได้แบตใหญ่ระดับ 8000mAh! URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-series-8000mah Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 OPPO เปิดจอง Find X10 Series ล่วงหน้าในจีนแล้ว ยืนยันทั้งคู่ได้แบตใหญ่ระดับ 8000mAh! - Android News บทความใหม่ล่าสุด OPPO Find X10 Series ยืนยันแล้วว่าจะเปิดตัวในประเทศจีนเดือนกันยายนนี้ พร้อมเผยสเปคแบบแน่น ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในประเทศจีนตอนนี้ก็เปิดให้สั่งจองล่วงหน้ากันก่อนแล้ว พร้อมอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติมสเปคอีกหน่อยด้วย! โดย OPPO โพสต์โปรโมทการเปิดจองล่วงหน้าของ Find X10 Series ด้วย 4 เหตุผลที่ชวนให้ตัดสินใจจองรุ่นใหม่ ไว้ดังนี้ ได้กล้องหลัง Ultra HD ระดับ 200MP (200MP คู่บน Find X10 | 200MP สามตัวบน Find X10 Pro Max) แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8000mAh รองรับการใช้งานกว่า 5 ปี หน้าจอถนอมสายตายิ่งขึ้น | ลดความสว่างต่ำสุดได้ถึง 1nits เป็นสองรุ่นแรกที่ได้ใช้ ColorOS 17 ประสบการณ์ลื่นไหล ถือว่าเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจจริง ๆ เรื่องกล้องคงไม่ต้องพูดเยอะ เพราะ OPPO โปรโมทเรื่องนี้ และชูโรงให้เป็นเรือธงกล้องเทพที่สุดในปี 2026 ไปแล้ว แต่ที่น่าสนใจอีกอย่างคือแบตเตอรี่ ซึ่งนี่เป็นการยืนยันเลยว่าปีนี้เรือธงจะเขยิบความจุขึ้นไปถึง 8000mAh แล้ว นอกจากนี้หน้าจอก็จะได้อัปเกรดใหม่เป็นจอ Tianma รุ่นที่ 2 ที่ถนอมสายตามากขึ้นอีก และที่ขาดไม่ได้คือระบบปฏิบัติการใหม่อย่าง ColorOS 17 บน Android 17 ที่จะให้มาตั้งแต่แกะกล่อง ไม่ต้องรออัปเดตเลย ไฮไลท์มาครบแบบนี้ ทีเหลือคงเป็นเรื่องดีไซน์และวันเปิดตัสทางการ ที่คงทยอยปล่อยตามมาเร็ว ๆ นี้แน่นอน รอติดตามได้เลย! อ่านเพิ่มเติม: OPPO Find X10 Pro Max อวดสเปคกล้องหลัง 200MP 3 ตัวสุดเทพ รองรับ 8K ครบทุกตัว! OPPO ยืนยัน Find X10 Series เปิดตัวเดือน ก.ย.นี้ รุ่น Pro Max อัปเกรดกล้องหลัง 200MP 3 ตัว รุ่นแรกของโลก! หลุดตัวเลือกสี OPPO Find X10 Series มีให้เลือกรุ่นละ 3 สี เตรียมเงินได้ ! OPPO Find X10 l Find X10 Pro Max ผ่านรับรองกสทช. ในไทยแล้ว แบบนี้หรอ !? หลุดภาพกล้องหลัง OPPO Find X10 Pro Max ที่มา : OPPO (Weibo) ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม oppoOPPO Find X10OPPO Find X10 Pro MaxOPPO Find X10 Series Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Strategy ดึงเบรค! พักซื้อ Bitcoin 1 สัปดาห์ ทุ่มเงิน $176 ล้านช้อนซื้อหุ้น STRC คืนจากตลาด URL: https://onesiamsoft.com/articles/strategy-bitcoin-1-dollar176-strc Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปข่าว บริษัท Strategy ประกาศหยุดซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีภาระที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันของราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยแล้ว กันยายน 9, 2026 สรุปข่าว บริษัท Strategy ประกาศหยุดซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีภาระที่เกิดขึ้นจากแรงกดดันของราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยแล้ว บริษัทนำเงินทุนจำนวน $176 ล้านดอลลาร์เข้าซื้อหุ้น STRC คืน และขยายแผนซื้อหุ้นคืนเป็นมูลค่ารวม $2 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบันบริษัทถือครอง Bitcoin รวม 845,050 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $6.33 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีราคาต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ $75,412 ต่อ BTC แนวโน้มผลกระทบ: Neutral Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ได้ชะลอการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมในสัปดาห์นี้ เพื่อหันไปซื้อหุ้น STRC คืนด้วยงบประมาณ $176 ล้านดอลลาร์ และขยายเป้าหมายวงเงินในการซื้อคืนเป็น $2 พันล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้น STRC ยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าราคาพาร์ที่ตั้งไว้ ขณะที่หุ้น MSTR ก็ย่อตัวลงตามทิศทางราคา Bitcoin  บริษัท Strategy ภายใต้การนำของ Michael Saylor ซึ่งเป็นองค์กรที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก ได้ตัดสินใจพักการซื้อ Bitcoin รายสัปดาห์ไว้ชั่วคราว เพื่อหันไปซื้อหุ้นบุริมสิทธิในรหัส STRC ของตนเองคืนมูลค่ากว่า 176 ล้านดอลลาร์  ตามเอกสารที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระบุว่า Strategy ได้เข้าซื้อหุ้น STRC คืนจำนวน 1.8 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 176.3 ล้านดอลลาร์ ในช่วงระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม ถึง 7 กันยายน นอกจากนี้บริษัทยังได้ขยายวงเงินในโครงการรับซื้อคืนหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แตะระดับ 2 พันล้านดอลลาร์  การระงับการซื้อชั่วคราวในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ยอดการถือครอง Bitcoin รวมของ Strategy หยุดอยู่นิ่งอยู่ที่ 845,050 BTC ซึ่งมีมูลค่าต้นทุนรวม 6.36 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาเฉลี่ยที่ 75,412 ดอลลาร์ต่อ 1 BTC โดยเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้า บริษัทเพิ่งควักเงิน 370 ล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อ Bitcoin ซึ่งนับเป็นการเข้าซื้อครั้งแรกในรอบ 3 เดือนนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน  องค์กรอื่นเดินหน้าสะสม Bitcoin ต่อไม่รอ Strategy  ในขณะที่ Strategy เลือกที่จะชะลอการซื้อ แต่บริษัทอื่นๆ กลับใช้จังหวะนี้เดินหน้าสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกอย่างจริงจัง Matt Cole ซีอีโอของ Strive บริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากเป็นอันดับ 5 เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 1,375 BTC ด้วยเม็ดเงิน 109 ล้านดอลลาร์ ทำให้ยอดถือครองรวมขยับขึ้นเป็น 24,531 BTC แม้ราคาหุ้น ASST จะปรับตัวลงกว่า 2.5% ก่อนเปิดตลาด แต่มูลค่าหุ้นของบริษัทก็เติบโตมาแล้วมากกว่าเท่าตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ Capital B บริษัทจดทะเบียนในฝรั่งเศส ก็ได้เปิดเผยการเข้าซื้อ Bitcoin มูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนในคริปโทฯ ก้อนใหญ่ที่สุดในรอบเกือบปีของบริษัท ส่งผลให้ Capital B ขยับขึ้นแซงหน้า H100 Group ในทำเนียบบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นที่เรียบร้อย ที่มา: Cointelegraph มุมมองผู้เขียน : การตัดสินใจของ Strategy ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ทำให้พวกเขาไม่จำเป็นต้องเข้าช้อนซื้อทุกสัปดาห์เหมือนที่เคยทำมาก่อน และสามารถนำเงินไปใช้จ่ายตามที่เห็นสมควรได้ ส่งผลทำให้แรงซื้อในตลาดอาจหายไปได้อย่างมีนัยสำคัญ Patiphan Santivarotai นักข่าวคริปโตมากประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศ เริ่มรู้จัก Bitcoin มาตั้งแต่สมัยของ bitcoin faucet ในช่วงปี 2011 แต่ไม่ได้สนใจมากจนเริ่มมาให้ความสนใจกับวงการคริปโตอย่างจริงจังในยุค NFT ปี 2021 จนถึงปัจจุบัน Source: Originally published on Siam Blockchain. Read the full article at Siam Blockchain → ### “ดาวโจนส์” ปิดลบ 628 จุด หุ้นซอฟต์แวร์ทรุด–น้ำมันพุ่งเฉียด 100 เหรียญกังวลสงคราม | ข่าวหุ้นธุรกิจ | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/628-100-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (8 ก.ย.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังแรงขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์กดดันตลาด ขณะที่ราคาน้ำ... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันอังคาร (8 ก.ย.69) ปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนีหลัก หลังแรงขายหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์กดดันตลาด ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ -1.18% ขณะที่ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ -0.58% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ -0.32%แรงกดดันสำคัญมาจากหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ หลังการเปิดตัว GPT-6 Astra โมเดล AI รุ่นใหม่ของ OpenAI จุดกระแสความกังวลว่า AI อาจเข้ามาแข่งขันกับบริการของบริษัทซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ส่งผลให้ Salesforce, Intuit และ ServiceNow ปรับตัวลงราว4–5%อย่างไรก็ตาม หุ้นบางส่วนที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการลงทุนด้าน AI ปรับตัวสวนตลาด โดยIntel พุ่ง 9% และQualcomm เพิ่มขึ้น 3.2% หลังมีข้อตกลงกับ Amazon เพื่อร่วมพัฒนาชิป AI แบบเฉพาะทาง สะท้อนว่าแรงซื้อยังคงกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AIขณะที่หุ้น Apple ลดลง 1.2% ก่อนการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงตามราคา Bitcoin ที่อ่อนตัวลงอีกปัจจัยที่กดดันตลาดคือราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียด โดยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงเหตุโจมตีสถานที่ด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ทำให้ตลาดกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 99.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงยิ่งเพิ่มความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในสหรัฐฯ และทำให้ข้อมูลเงินเฟ้อที่จะเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคม มีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเร่งขึ้นเป็น 5.4% จาก 4.7% ในเดือนกรกฎาคมขณะเดียวกัน ข้อมูลการจ้างงานเดือนสิงหาคมที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ทำให้นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดยตลาดให้น้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยราว 60%ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ขยับขึ้นมาอยู่ที่4.79% จาก4.78% ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ย ซึ่งยังเป็นปัจจัยกดดันต่อมูลค่าหุ้นและต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจนักลงทุนยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะทยอยเปิดเผยก่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC)วันที่ 15–16 กันยายน 2569 ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจว่าจะคงหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยตลาดจะประเมินทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจ ความแข็งแกร่งของตลาดแรงงาน และแรงกดดันจากราคาพลังงาน เพื่อหาสัญญาณว่าเฟดจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้นหรือไม่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ปรับลดลง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาทส่งผลทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-450-68950 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ร่วงแรง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาท. ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ- ทองแท่งรับซื้อ บาทละ 67,950 บาทขายออก บาทละ 68,150 บาท-ทองรูปพรรณรับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาทขายออก บาทละ 68,950 บาท ราคาทองคำวันนี้ 9 ก.ย.69 ร่วงแรง รีบตัดสินใจ ขยับลดลง 450 บาท. ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 68,950 บาท ประกาศครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.04 น. ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ- ทองแท่งรับซื้อ บาทละ 67,950 บาทขายออก บาทละ 68,150 บาท-ทองรูปพรรณรับซื้อ บาทละ 66,597.88 บาทขายออก บาทละ 68,950 บาท  Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เงินเฟ้อไทย ส.ค.พุ่ง 2.53% จับตาน้ำมัน-เอลนีโญดันปลายปีเสี่ยงเกิน 2% URL: https://onesiamsoft.com/articles/253percent-2percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ศูนย์วิจัยกรุงไทย ชี้เงินเฟ้อ ส.ค.69 เร่งแตะ 2.53% ขณะที่ Core CPI สูงสุดรอบกว่า 3 ปี จับตาแรงกดดันในประเทศ พลังงาน และเอลนีโญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่า ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับสูง โดยแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อเริ่มเปลี่ยนจากพลังงานไปสู่แรงกดดันด้านอุปสงค์และอุปทานในประเทศมากขึ้น ขณะที่ยังต้องติดตามราคาพลังงานและผลกระทบจากเอลนีโญในช่วงปลายปี ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานการผลิตและเพิ่มแรงกดดันด้านราคา Krungthai COMPASS ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามมี 3 ด้าน ได้แก่ พลังงาน ซึ่งอาจกลับมากดดันเงินเฟ้ออีกครั้งจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น เงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งสะท้อนแรงส่งด้านอุปสงค์ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และอาจทำให้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ในระดับสูงนานขึ้น รวมถึงอาหารสด ที่มีความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศและเอลนีโญในช่วงปลายปี ล่าสุด อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 2.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 1.95% ในเดือนก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.37% โดยราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานเพิ่มขึ้น 8.59% โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 14.12% ขณะที่หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 2.99% จากราคาอาหารสำเร็จรูปและอาหารสดที่ปรับสูงขึ้น ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน หรือ Core CPI อยู่ที่ 1.44% สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 1.39% จากการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1.37% และ 0.94% ตามลำดับ เมื่อพิจารณาแรงขับเคลื่อนเงินเฟ้อในเดือนสิงหาคม พบว่า พลังงานมีสัดส่วนต่อเงินเฟ้อทั่วไป 41.5% หรือ 1.05 จุดเปอร์เซ็นต์ ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานมีสัดส่วน 39.9% หรือ 1.01 จุดเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ส่วนอาหารสดมีส่วนต่อเงินเฟ้อ 0.47 จุดเปอร์เซ็นต์ จากสภาพภูมิอากาศแปรปรวนที่กระทบต่ออุปทานการผลิต ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความเสี่ยงด้านพลังงาน หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความผันผวนสูง โดยราคาน้ำมันดิบดูไบ ณ วันที่ 4 กันยายน 2569 ปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนสิงหาคมที่ 79.7 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันด้านพลังงานกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง สำหรับระยะข้างหน้า Krungthai COMPASS ระบุว่า แรงกดดันจากปัจจัยอื่นนอกเหนือจากพลังงานเริ่มมีบทบาทมากขึ้น ขณะที่ราคาอาหารสดบางรายการ รวมถึงสินค้าที่อ่อนไหวต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่ง เริ่มปรับตัวสูงขึ้น และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วงที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มอยู่สูงกว่าค่ากลางของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% Back to top button Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งเปิดบวกเล็กน้อย จับตาเงินเฟ้อจีน-สหรัฐฯ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788923494952 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากปิดตลาดอ่อนแรงลงเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลา ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดบวกเล็กน้อยในวันนี้ (9 ก.ย.) โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากปิดตลาดอ่อนแรงลงเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของจีนในวันนี้ รวมทั้งจับตาเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันศุกร์ (11 ก.ย.) เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] เปิดที่ระดับ 25,328.13 จุด เพิ่มขึ้น 10.95 จุด หรือ +0.04% สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนส.ค. ในวันนี้ ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนี CPI ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์ Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ไทยใช้เวที Gastech 2026 ชิงเค้ก Energy Hub อาเซียน URL: https://onesiamsoft.com/articles/gastech-2026-energy-hub Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ไทยเตรียมเปิดฉาก Gastech 2026 ดันไทยสู่ Energy Hub เอเชีย รับดีมานด์ AI การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ไม่เพียงแต่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการเทคโนโลยีเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่เขย่าโครงสร้างพลังงานทั่วโลก เมื่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีระดับโลกหลั่งไหลเข้ามาปักหมุดลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ประเทศไทยจึงก้าวขึ้นสู่สปอตไลต์ในฐานะหมุดหมายสำคัญด้านพลังงานของภูมิภาคการได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับโลกอย่าง Gastech 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ถือเป็นวาระแห่งชาติครั้งสำคัญที่จะรวบรวมผู้นำด้านพลังงาน รัฐมนตรี และผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกมาร่วมกำหนดทิศทางพลังงานอนาคต เพื่อเปลี่ยนผ่านไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงาน (Energy Hub) ของเอเชียอย่างเต็มตัว1. Gastech 2026 เวทีดีลพลังงานแสนล้านปักหมุดใจกลางกรุงเทพฯงาน Gastech ถือเป็นงานประชุมและนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พลังงานไฮโดรเจน และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก การจัดงานครั้งนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานและผู้เชี่ยวชาญกว่า 50,000 คนจากทั่วโลก รวมถึงบริษัทพลังงานระดับมหาอำนาจ เพื่อหารือเกี่ยวกับความมั่นคงทางพลังงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานพลังงานในระดับภูมิภาค2. ทำไมต้องเป็นไทย? จุดยุทธศาสตร์เชื่อมโยงดีมานด์ AI และ Data Centerการเติบโตของศูนย์ข้อมูลประมวลผลสูง (Hyperscale Data Center) ในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในหลายมิติ·       การสร้างความมั่นคงด้านก๊าซธรรมชาติและ LNG ก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นพลังงานเปลี่ยนผ่าน (Transition Fuel) ที่สำคัญที่สุดในการผลิตไฟฟ้าที่เสถียรเพื่อป้อนให้แก่ Data Center ตลอด 24 ชั่วโมง การจัดงานจะช่วยดึงดูดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน LNG ของไทย·       การดึงดูดเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ (Low-Carbon Tech) เพื่อตอบโจทย์เป้าหมาย RE100 และ Net Zero ของบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติ ไทยใช้เวทีนี้ในการแสวงหาความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอน (CCUS) รวมถึงพลังงานไฮโดรเจน3. โอกาสของภาคธุรกิจและ SME ไทยในห่วงโซ่พลังงานใหม่การก้าวสู่การเป็น Energy Hub ของภูมิภาคไม่ได้สร้างประโยชน์ให้เฉพาะยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงหมุนเวียนสู่ผู้ประกอบการในประเทศ·       ภาคบริการและ MICE กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การท่องเที่ยว โรงแรม และธุรกิจจัดงานประชุมระดับสากล·       SME วิศวกรรมและก่อสร้าง โอกาสรับงาน Sub-contract ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและ Data Center โดยต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม (ESG)·       ผู้ให้บริการพลังงานสะอาด โอกาสในการร่วมทุนและรับถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)การเป็นเจ้าภาพ Gastech 2026 ไม่ใช่เพียงแค่การจัดงานประชุมระดับสากล แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญในการปักหมุดประเทศไทยบนแผนที่พลังงานโลก การเตรียมความพร้อมทางด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่เสถียร สะอาด และเป็นธรรม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการลงทุนไอทีข้ามชาติ พร้อม ๆ กับการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประชาชนในระยะยาวแหล่งข้อมูลอ้างอิง·     กระทรวงพลังงาน (Ministry of Energy)·     สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สพช. / EPPO)·     Gastech Exhibition & Conference Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### Samsung เปิดตัวน้องเล็ก Galaxy A07s มาพร้อมชิป Helio G99+ l กล้อง 50MP+2MP l จอ 90Hz URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-a07s-helio-g99-l-50mp2mp-l-90hz Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Samsung เปิดตัวน้องเล็ก Galaxy A07s มาพร้อมชิป Helio G99+ l กล้อง 50MP+2MP l จอ 90Hz - Android News บทความใหม่ล่าสุด Samsung เปิดตัว Galaxy A07s สมาร์ตโฟนน้องเล็กรุ่นใหม่ เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพเป็นหลัก พร้อมราคาไม่แพง และได้รับการสนับสนุนซอฟต์แวร์ในระยะยาว Galaxy A07s ถูกวางตำแหน่งให้เป็นรุ่นอัปเดตของ Galaxy A07 การเปลี่ยนแปลงหลักอยู่ที่ชิปเซ็ต โดยใช้ MediaTek Helio G99+ รุ่นใหม่ล่าสุดแทนที่ G99 รุ่นเดิม รองรับ RAM LPDDR5X ที่เร็วกว่า (เทียบกับ LPDDR4X ในรุ่นก่อนหน้า) โดยแบตเตอรี่ให้มาที่ 5000mAh หน้าจอแสดงผลได้มาเป็น PLS LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ พร้อม Refresh Rate 90Hz เหมือนกับ Galaxy A07 ในส่วนของหน่วยความจำ มี RAM 4GB + ROM 64GB ซึ่งสามารถเพิ่มได้ด้วยการ์ด microSD สูงสุด 2TB ด้านกล้อง มีเซ็นเซอร์หลังหลัก 50MP + เลนส์เสริม 2MP และกล้องหน้า 8MP ฟีเจอร์อื่นๆ รุ่นนี้มาตรฐานกันน้ำ-ฝุ่น IP54 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง รองรับ 4G 2 ซิม Wi-Fi Bluetooth 5.3 และ GPS นอกจากนี้ Samsung ยังรับประกันการอัปเกรดระบบปฏิบัติการหลัก 6 รุ่น และการอัปเดตความปลอดภัย 6 ปีครับ Galaxy A07s เปิดตัวแล้วในภูมิภาคเลแวนต์ เช่น ประเทศจอร์แดน มีให้เลือก 3 สี คือ สีดำ สีม่วงอ่อน และสีเขียว โดยปัจจุบันวางจำหน่ายในราคา 119 ดีนาร์จอร์แดน (ประมาณ 5,600 บาท) ครับ สรุปสเปค Samsung Galaxy A07s หน้าจอแสดงผล PLS LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ (1600 x 720 พิกเซล) และ Refresh Rate 90Hz CPU : MediaTek Helio G99+ Octa-Core ความเร็ว 2.2GHz RAM : 4GB ROM : 64GB รองรับ microSD สูงสุด 2TB กล้องหลัง 2 เลนส์ ดังนี้ เลนส์หลัก 50MP, f/1.8 เลนส์เสริม 2MP, f/2.4 กล้องหน้า 8MP, f/2.0 ระบบปฏิบัติการ Android 16 รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.3, ช่องเสียบหูฟัง 3.5mm และพอร์ต USB Type-C แบตเตอรี่ 5000mAh ที่มา : Samsung ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Microsoft สัญญา Windows 11 แรม 8GB ลื่นขึ้น แต่เชื่อได้จริงไหม URL: https://onesiamsoft.com/articles/microsoft-windows-11-8gb Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Microsoft สัญญาปรับปรุง Windows 11 แรม 8GB ให้ลื่นขึ้น แต่ในวันที่ระบบยังกินสเปกและมีบั๊กบ่อย ผู้ใช้จะเชื่อมั่นคำสัญญานี้ได้แค่ไหน Microsoft สัญญาปรับปรุง Windows 11 แรม 8GB ให้ลื่นขึ้น แต่ในวันที่ระบบยังกินสเปกและมีบั๊กบ่อย ผู้ใช้จะเชื่อมั่นคำสัญญานี้ได้แค่ไหน ต้องยอมรับว่า ในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ Microsoft หันมาฟังเสียง และให้ความสำคัญกับผู้ใช้มากขึ้น มากกว่าการผลักดัน พยายามเอา AI ที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการ เข้ามาใส่ในระบบ ข้อมูลล่าสุด Mark Linton รองประธานฝ่าย Windows & Devices ของ Microsoft ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่าง Windows Latest ว่า Windows 11 กำลังมีการพัฒนาให้ทำงานบน PC ที่มีแรมจำกัดเพียง 8GB ได้ดีขึ้น โดยเค้าได้เน้นย้ำว่า “เรารับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน และพัฒนา Windows อย่างไม่หยุดยั้ง และทุกคน จะได้เห็นการปรับปรุงเหล่านี้เมื่อ Windows ค่อย ๆ ดีขึ้นผ่านอัปเดตต่าง ๆ ที่ทยอยปล่อยออกมา” คำถามคือ ผู้ใช้อย่างเราจะเชื่อได้แค่ไหน ว่า Microsoft จะจริงจังกับเรื่องนี้ และหากเรื่องนี้ฟังดูคุ้นหูหลายคน นั่นเป็นเพราะ Techhub เคยนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคำสัญญาทำนองนี้มาตลอดทั้งปี 2026 เลยแหละครับ โดยหากย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม Microsoft ได้วางแผนยกเครื่องระบบ Windows 11 โดยระบุว่าจะมุ่งเน้นไปที่ระบบรากฐานพื้นฐาน พัฒนาประสิทธิภาพและความเสถียร พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานควบคุมอินเทอร์เฟซและการอัปเดตของ Windows ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสัญญาว่าจะทำให้ File Explorer ตอบสนองได้เร็วขึ้น และลดปริมาณการใช้ RAM ของตัวระบบลง หลังจากนั้น มีรายงานเพิ่มเติมเรื่องแผนปรับปรุง Start menu และระบบ Search ให้เร็วขึ้นด้วย Microsoft ยังได้ตั้งทีมงานเพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันแบบเนทีฟ ขึ้นมาทดแทนเว็บคอนเทนเนอร์ หรือ Web wrappers ที่กินทรัพยากรสูง ซึ่งถูกมองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของระบบปฏิบัติการรู้สึกช้าและไม่ลื่นไหล แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงบางอย่างเริ่มเห็นผลจริงแล้ว ผู้ใช้ Windows 11 สามารถย้ายตำแหน่งและย่อขนาด Taskbar, ปรับขนาด Start menu และซ่อนส่วนที่ไม่ต้องการได้ ขณะที่ระบบ Search มีหน้าตาที่สะอาดตาขึ้นพร้อมตัวเลือกปิดผลการค้นหาจากเว็บไซต์ ส่วนฟีเจอร์ Low Latency Profile ก็ช่วยเพิ่มความเร็วในการเปิดโปรแกรมของคอมโพเนนต์ระบบและแอปของบริษัทอื่น หรือการเพิ่มปุ่มปิดแจ้งเตือน OneDrive แบบถาวร เพื่อลดความรำคาญของผู้ใช้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผู้ใช้ Windows เริ่มสัมผัสได้จริงครับ แต่กับเรื่อง RAM 8GB คิดว่า อาจทำให้หลายคนสงสัยแหละ เพราะก่อนหน้านี้  Surface Laptop รุ่น RAM 8GB ของ Microsoft ที่เปิดตัวมาเอง ก็ยังพบปัญหาติดขัดขณะโทรประชุมผ่าน Teams และค้างระหว่างทำงานเอกสารทั่วไปบน Google Docs ตามผลการรีวิวที่สื่อหลายแห่งบ่นกันยับ จนถึงตอนนี้  ก็ยังมีหลักฐานน้อยมาก ที่ชี้ว่าการกิน RAM บน Windows 11  ลดลงอย่างเห็นได้ชัด หรือเกิดการเปลี่ยนผ่านไปสู่แอปแบบเนทีฟอย่างจริงจัง ซ้ำร้าย แพตช์อัปเดตที่มีปัญหาก็ยังคงมีออกมาต่อเนื่อง รวมถึงอัปเดตประจำเดือนสิงหาคมที่มีรายงานว่าทำให้เกมแครชและเครื่องรีบูตเองโดยไม่คาดคิดอีก แม้เราจะคาดหวังได้เพียงน้อยนิด กับการที่ให้ Windows 11 ทำงานได้ลื่น ๆ บน RAM 8GB กับยุคที่ฮาร์ดแวร์แพงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ภาพที่เราเริ่มเห็นชัดเจนคือ Microsoft เริ่มฟังเสียงผู้ใช้มากขึ้น และได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจริงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาครับ (ยกเว้น RAM 8GB นะ อ่ะจึ๊ย…  ) Source: Originally published on techhub. Read the full article at techhub → ### ตลาดเซมิคอนดักเตอร์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922385169 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ผลักดันความต้องการชิปให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และเปลี่ยนเซมิคอนดักเตอร์จากอุตสาหกรรมไฮเทคไปสู่แกนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล หน้าหลักท้องถิ่นดานังตลาดเซมิคอนดักเตอร์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตในอัตราที่ไม่เคยมีมาก่อน การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ผลักดันความต้องการชิปให้สูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ และเปลี่ยนเซมิคอนดักเตอร์จากอุตสาหกรรมไฮเทคไปสู่แกนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลBáo Đà Nẵng•07/09/2026 คาดการณ์ว่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกจะแตะระดับกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2026 ภาพ: เดอะสตาร์ การเติบโตที่แข็งแกร่ง อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่โดดเด่น จากข้อมูลของเว็บไซต์สถิติการค้าเซมิคอนดักเตอร์ โลก (WSTS) ตลาดเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกมีมูลค่าถึง 702 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 เพิ่มขึ้น 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการมหาศาลจากศูนย์ข้อมูล ระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) WSTS คาดการณ์ว่าขนาดตลาดสำหรับทั้งปี 2026 อาจเพิ่มขึ้นถึง 90% แตะระดับกว่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อาจมีมูลค่าสูงถึง 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2027 การคาดการณ์เหล่านี้บ่งชี้ว่าเซมิคอนดักเตอร์กำลังก้าวข้ามขอบเขตของการผลิตชิ้นส่วนไปสู่การเป็นส่วนประกอบสำคัญของขีดความสามารถทางเทคโนโลยีและการเติบโต ทางเศรษฐกิจ แรงผลักดันการเติบโตที่แข็งแกร่งส่วนใหญ่มาจากส่วนของหน่วยความจำ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 250% ต่อปี และมีมูลค่าเกิน 800 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2026 ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และแพลตฟอร์มการประมวลผลแบบเร่งความเร็ว ยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ในระดับภูมิภาค ตลาดหลักทั้งหมดคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทวีปอเมริกาคาดว่าจะเติบโต 112% ในปี 2026 ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าสองเท่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอาจเติบโต 87% ในขณะที่ยุโรปและ ญี่ปุ่น จะเติบโต 58% และ 28% ตามลำดับ การเติบโตพร้อมกันในตลาดหลักทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระดับโลก ปัจจุบันจีนเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดด้วยยอดขายเกิน 11.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ วัฏจักรปัจจุบันแตกต่างจากช่วงการเติบโตก่อนหน้านี้เช่นกัน ในอดีต ความต้องการเปลี่ยนโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก แต่ปัจจุบันตลาดได้รับแรงขับเคลื่อนอย่างมากจากการสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบ AI ขนาดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงนี้เพิ่มความสำคัญของชิปขั้นสูงและหน่วยความจำประสิทธิภาพสูง และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นการพัฒนาของอุตสาหกรรมสนับสนุนต่างๆ มากมาย คลื่นการลงทุนระดับโลก จากรายงานของ CNBC การเติบโตที่น่าประทับใจของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์นั้นเห็นได้ชัดเจนจากวิธีการที่ประเทศต่างๆ ปรับโครงสร้างการผลิตและศักยภาพในการส่งออก โดยเกาหลีใต้ เป็นตัวอย่างที่สำคัญ ในเดือนสิงหาคม 2026 การส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 46.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 209% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็น 47.5% ของการส่งออกทั้งหมด 98.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทสัญชาติอเมริกัน 4 แห่ง ได้แก่ Air Products, Axcelis Technologies, Corning และ Pacifico Energy ได้ตกลงที่จะลงทุนรวม 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเกาหลีใต้ การลงทุนครอบคลุมตั้งแต่ก๊าซอุตสาหกรรมสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์การปลูกถ่ายไอออน วัสดุขั้นสูง ไปจนถึงพลังงานหมุนเวียน ในสหรัฐอเมริกา TSMC ผู้ผลิตชิปรับจ้างรายใหญ่ที่สุดในโลก ก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันด้วยแผนการขยายระบบนิเวศการผลิตในรัฐแอริโซนา จากรายงานของ รอยเตอร์ การลงทุนรวมในรัฐนี้สูงถึง 265 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างโรงงานเพิ่มเติมสำหรับการผลิตชิปตรรกะขนาด 2 นาโนเมตรและเล็กกว่านั้น รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง การลงทุนมหาศาลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กำลังเปลี่ยนแปลงไป สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในการสร้างระบบนิเวศทั้งหมด ในความเป็นจริง ชิปขั้นสูงต้องการโรงงาน อุปกรณ์ วัสดุ ก๊าซพิเศษ พลังงานที่เสถียร ระบบบรรจุภัณฑ์ บุคลากรทางเทคนิค และเครือข่ายลูกค้า การขาดแคลนกำลังการผลิตชิปอาจหมายถึงข้อจำกัดในการขยายตัวของปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผล และเทคโนโลยีอื่นๆ อีกมากมาย ปัจจุบัน การขาดแคลนชิปหน่วยความจำทั่วโลกส่วนใหญ่เกิดจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากศูนย์ข้อมูลที่ให้บริการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าราคาชิปหน่วยความจำได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวแล้ว และจะต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปี กว่าราคาจะกลับมาทรงตัวอีกครั้งเมื่อกำลังการผลิตขยายตัว ตั้งแต่ศูนย์ข้อมูลและการประมวลผลแบบคลาวด์ ไปจนถึงการผลิตภาคอุตสาหกรรมและอุปกรณ์อัจฉริยะ ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเดียวกับการเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัลของเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมที่มีอนาคตสดใสนี้กำลังได้รับการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยมุ่งสู่การพึ่งพาตนเองด้านอุปทานและการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในอนาคต ที่มา: https://baodanang.vn/thi-truong-ban-dan-phat-trien-vuot-bac-3351338.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ธนาคารกลางยุโรปจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งสุดท้ายในวันที่ 10 กันยายนหรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/10-21 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดี (10 กันยายน) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คำถามคือว่านี่จะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันเศรษฐกิจเป็นที่คาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดี (10 กันยายน) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง คำถามคือว่านี่จะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งปัจจุบันของธนาคารกลางหรือไม่Thời báo Ngân hàng•08/09/2026 อัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น ในขณะนี้ ทั้งผู้เชี่ยวชาญและตลาดต่างเห็นพ้องกันว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีหน้า โดยใช้ท่าทีระมัดระวังท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และ อิหร่าน ที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงและผลักดันอัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนให้สูงขึ้นอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ อัตราเงินเฟ้อในยูโรโซนจึงเพิ่มขึ้นเป็น 3.3% ในเดือนสิงหาคม ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) มากขึ้น สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันก็ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อสำหรับไตรมาสปัจจุบันและไตรมาสถัดไปเป็น 3.2% และ 3.3% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ 3.0% และ 3.2% ในการคาดการณ์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว ที่สำคัญคือ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่กลับไปสู่เป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) จนกว่าจะถึงสิ้นปี 2027 ในขณะที่แรงกดดันด้านราคาพื้นฐานคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า ดังนั้น การที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในวันพฤหัสบดีหน้า จึงถูกมองว่าเป็นมาตรการป้องกันล่วงหน้าต่อแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ว่า ECB เตรียมพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนกันยายน ผลสำรวจของรอยเตอร์ที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคมถึง 3 กันยายน แสดงให้เห็นว่า นักเศรษฐศาสตร์ ทั้ง 65 คน (100%) คาดการณ์ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 25 จุดพื้นฐาน เป็น 2.50% ในวันที่ 10 กันยายน ไม่เพียงแต่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น แต่นักลงทุนก็กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเช่นกัน “เราคาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 จุดพื้นฐาน นี่เป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อป้องกันความเสี่ยงอีกครั้ง” คาร์สเตน บรเซสกี หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการมหภาคระดับโลกของ ING กล่าว “หรือสำหรับผู้ที่ไม่ชอบคำนี้ ก็คือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเชิงผ่อนคลาย” นี่เป็นการปรับขึ้นราคาครั้งสุดท้ายแล้วใช่ไหม? อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญและตลาดมีความเห็นที่แตกต่างกันว่านี่จะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในรอบการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้หรือไม่ ดังนั้น ขณะนี้นักลงทุนจึงคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้สูง (75%) ที่ราคาจะปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในเดือนธันวาคม และอีกครั้งในปีหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนด้านพลังงานเช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าโอกาสในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมนั้นมีจำกัด เนื่องจากอาจส่งผลเสียต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ว่าในปัจจุบันจะยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ว่าภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากราคาน้ำมันกำลังลุกลามไปยังภาคส่วนอื่น ๆ แต่ตัวอย่างเช่น เงินเฟ้อในภาคบริการลดลงแม้ว่าราคาสินค้าโดยทั่วไปจะปรับตัวสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม ที่สำคัญกว่านั้น ตลาดแรงงานเริ่มแสดงสัญญาณชะลอตัว และการเติบโตของค่าจ้างยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง มาร์โค วากเนอร์ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารคอมเมอร์ซแบงก์ กล่าวว่า ประเด็นร้อนสำหรับนักลงทุนคือความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบทางอ้อม (และผลกระทบรอง) ของภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงความรุนแรงและระยะเวลาที่ราคาน้ำมันจะส่งผลต่ออัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน “ยังมีความไม่แน่นอนอยู่มากในเรื่องนี้” ขณะที่ คาร์สเตน บรเซสกี จาก ING ให้เหตุผลว่า ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของภาครัฐและผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น เป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะเต็มใจที่จะ "เติมเชื้อไฟให้สถานการณ์เลวร้ายลง" เขากล่าวเสริมว่า "กล่าวอีกนัยหนึ่ง เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า ECB จะเต็มใจเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาที่แท้จริงแล้วคือภาวะช็อกด้านอุปทาน" โดยคาดการณ์ว่า ECB จะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ในเดือนกันยายน แต่จะไม่ขึ้นอีกหลังจากนั้น ผลสำรวจล่าสุดของรอยเตอร์ยังเผยให้เห็นว่า นักเศรษฐศาสตร์ 91% คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะคงอยู่ที่ 2.50% ณ สิ้นปีนี้ ขณะที่ 78% เชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยจะคงอยู่ที่ระดับนั้นจนถึงกลางปีหน้า ตัวเลขเหล่านี้สูงกว่า 80% และ 63% ที่บันทึกไว้เมื่อเดือนที่แล้วตามลำดับ “เมื่อมองไปข้างหน้าถึงช่วงเวลาหลังเดือนกันยายน เหตุผลที่พวกเขาหยุดขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็เพราะเรายังเชื่อว่าอัตราเงินเฟ้อจะเคลื่อนตัวไปสู่ระดับเป้าหมายของเราในปีหน้า” เพีย ฟรอมเลต์ นักเศรษฐศาสตร์ยูโรโซนจาก SEB กล่าว แต่เธอก็เสริมว่า “การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อของเรายังคงมีความเสี่ยงที่จะเพิ่มขึ้น” ที่มา: https://thoibaonganhang.vn/nhtw-chau-au-se-tang-lai-suat-lan-cuoi-vao-ngay-109-toi-187204.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Accenture PLC (ACN) หุ้น ปิด ลง 4.12% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/accenture-plc-acn-412percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคและความวิตกกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ได้ส่งผลให้เกิดแรงขายในกลุ่มผู้ให้บริการเทคโนโลยีแอกเซนเชอร์เปิดตัว Gemini Enterprise Business Group ร่วมกับ Google Cloud เพื่อเร่งการนำ AI มาใช้งานการใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีของภาคองค์กรที่ระมัดระวังแล อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Accenture PLC (ACN) ปรับตัว ลง ในวันนี้?แอคเซนเชอร์เผชิญแรงกดดันขาลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้างได้บดบังการอัปเดตกลยุทธ์เฉพาะของบริษัท ตลาดการเงินเผชิญแรงขายซึ่งถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นอย่างมากของราคาพลังงานทั่วโลกและความกังวลเรื่องเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสนับสนุนความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นก่อนการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่กำลังจะมาถึง สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคนี้ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนการลงทุนออกจากกลุ่มธุรกิจที่ปรึกษา บริการไอที และผู้ให้บริการเทคโนโลยีที่มีมูลค่าหุ้นสูงทั่วทั้งกลุ่มอุตสาหกรรม โดยผู้ร่วมตลาดหันไปถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้บริษัทที่ปรึกษาซึ่งพึ่งพาการเติบโตเผชิญความเสี่ยงต่อการถูกเทขายในตลาดเป็นวงกว้าง การปรับตัวลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นแม้ว่าแอคเซนเชอร์จะประกาศกลยุทธ์ครั้งสำคัญ โดยเปิดตัวการจัดตั้ง Accenture Gemini Enterprise Business Group ร่วมกับกูเกิล คลาวด์ (Google Cloud) ซึ่งออกแบบมาเพื่อส่งวิศวกรเฉพาะทางลงพื้นที่ปฏิบัติการจริงและเร่งการนำเอเจนต์ AI มาใช้ในระดับองค์กร โดยโครงการนี้เน้นย้ำถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของบริษัทในการตอบสนองความต้องการด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลที่พร้อมใช้งานจริงขององค์กรต่างๆ ที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงเพื่อนำกลยุทธ์การตลาดและการสร้างความต้องการซื้อทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้าทางกลยุทธ์เชิงบวกเหล่านี้ไม่สามารถเปลี่ยนมุมมองของนักลงทุนในระยะสั้นได้ เนื่องจากผู้ร่วมตลาดให้ความสนใจกับการลดลงของมูลค่าหุ้นทั่วทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมในทันที มากกว่าศักยภาพในระยะยาวของความร่วมมือดังกล่าว ความกังวลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับรายจ่ายด้านเทคโนโลยีขององค์กรยังคงกดดันมุมมองของนักลงทุนในอุตสาหกรรมที่ปรึกษาไอทีอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้ายังคงเน้นความระมัดระวังและมีวินัยเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้รอบการขายขยายเวลานานขึ้น และมีการชะลอสัญญาบริการจัดการไอที (Managed Services) ขนาดใหญ่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ แม้ยอดการสั่งซื้อที่เกี่ยวข้องกับ AI จะขยายตัวต่อเนื่อง แต่นักลงทุนสถาบันยังคงจับตาดูว่าการปรับใช้ในระยะเริ่มต้นเหล่านี้จะสามารถช่วยเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ และชดเชยอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบริการให้คำปรึกษาแบบดั้งเดิมได้หรือไม่ ทั้งนี้ จนกว่าจะเห็นสัญญาณที่ชัดเจนขึ้นของการฟื้นตัวของงบประมาณไอทีขององค์กรในวงกว้าง ความผันผวนของตลาดและปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคจะยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาในระยะสั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Accenture PLC (ACN)ในเชิงเทคนิค Accenture PLC (ACN) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -2.578 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 50.456 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 70.919 แสดงถึงสภาวะขาย โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Accenture PLC (ACN)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Accenture PLC (ACN) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 43 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Accenture PLC (ACN) Accenture PLC (ACN) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $69.67B จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $7.68B จัดอยู่ในอันดับที่ 14 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $194.96 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $329.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $130.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Accenture PLC (ACN)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การหมุนเวียนเงินทุนตามปัจจัยมหภาคและการเทขายหุ้นที่ปรึกษาด้านไอที: ราคาหุ้นเผชิญกับความผันผวนระหว่างวันที่สูงขึ้น เนื่องจากความร่วมมือด้าน AI สำหรับองค์กรที่ขยายเพิ่มขึ้นไม่สามารถช่วยปกป้องหุ้นจากการหมุนเวียนเงินทุนของนักลงทุนสถาบันในวงกว้างที่ย้ายออกจากกลุ่มบริการไอทีที่มีมูลค่าประเมินสูง ซึ่งได้รับแรงกดดันจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาคและความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยก่อนการรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 การดิสรัปชันเชิงโครงสร้างจาก AI ต่อชั่วโมงให้บริการที่ปรึกษาที่คิดค่าบริการได้: นักวิเคราะห์สถาบันเน้นย้ำถึงความเสี่ยงขาลงอย่างต่อเนื่องต่อโมเดลธุรกิจพื้นฐานของแอคเซนเชอร์ (Accenture) เนื่องจากลูกค้าที่นำเครื่องมือเจนเนอเรทีฟ AI มาใช้ ได้เข้ามากินส่วนแบ่งของบริการไอทีและการให้คำปรึกษาแบบดั้งเดิม ซึ่งกดดันการต่อสัญญาและส่งผลให้การเติบโตของยอดจองซื้อใหม่ชะลอตัวลง การหดตัวของงบประมาณรัฐบาลกลางและผลกระทบสืบเนื่องทางภูมิรัฐศาสตร์: ประมาณการรายไดยังคงถูกจำกัดจากการลดการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องในส่วนธุรกิจรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นปัจจัยกดดันรายได้ตลอดทั้งปีประมาณ 1% และยังได้รับผลกระทบซ้ำเติมจากการเลื่อนดำเนินงานและการสูญเสียรายได้จากกลุ่มลูกค้าองค์กรในตะวันออกกลาง ภาระเลเวอเรจจากการเข้าซื้อกิจการและการบีบตัวของอัตรากำไร: การใช้เงินทุน 4.18 พันล้านดอลลาร์เพื่อเข้าซื้อกิจการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีมูลค่าประเมินสูง ซึ่งรวมถึง Dragos, runZero และ NetRise ส่งผลให้ระดับเลเวอเรจในงบการเงินและแรงกดดันด้านต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจำกัดการขยายตัวของกำไรต่อหุ้นตามโมเดลคาดการณ์ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ - ประชาชาติธุรกิจ URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-079percent-78653 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ ประชาชาติธุรกิจ Bitcoin หลุด $79K ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 60% เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% รอบนี้ ขณะที่ Zcash ร่วงนำเหรียญใหญ่ efinanceThai Bitcoin ร่วงต่ํากว่า 80,000 ดอลลาร์ เดิมพัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ํามันพุ ราคาบิตคอยน์วันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 0.79% อยู่ที่ 78,653 เหรียญสหรัฐ  ประชาชาติธุรกิจBitcoin หลุด $79K ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 60% เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% รอบนี้ ขณะที่ Zcash ร่วงนำเหรียญใหญ่  efinanceThaiBitcoin ร่วงต่ํากว่า 80,000 ดอลลาร์ เดิมพัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ํามันพุ่งกดดัน  Investing.comการวิเคราะห์ระยะสั้นนสำหรับ BTCUSD, XRPUSD และ ETHUSD ประจำวันที่ 08.09.2569  LiteFinanceสรุปข่าวคริปโต 9 ก.ย. 2569 Bitcoin เทรดในกรอบ $79,485–$77,620 น้ำมันพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง  efin.finance Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### CoreWeave: แรงกดดันด้านเงินทุนเบื้องหลังการขยายตัวอย่างรวดเร็ว URL: https://onesiamsoft.com/articles/coreweave Category: finance · Reading time: 5 min Published: 2026-09-09 มุมมองเชิงบวกที่น่าสนใจกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในตลาด: เมื่อเปรียบเทียบกับ Nebius (NBIS.US) แล้ว CoreWeave มีขนาดรายได้ที่ใหญ่กว่า ยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (order backlog) ที่มากกว่า และกำลังการประมวลผลที่เปิดใช้งานแล้วมากกว่า แต่การประเมินมูลค่าด้วยอัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (P/S) ก เรื่องเล่าเชิงบวก (bullish narrative) ที่น่าดึงดูดกำลังก่อตัวขึ้นในตลาด: เมื่อเปรียบเทียบกับ Nebius (NBIS.US) แล้ว CoreWeave มีขนาดรายได้ที่ใหญ่กว่า ยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง (order backlog) ที่มากกว่า และมีกำลังการประมวลผลออนไลน์ที่เปิดใช้งานจริงมากกว่า อย่างไรก็ดี มูลค่าหุ้นตามอัตราส่วนราคาต่อยอดขาย (P/S) ของบริษัทกลับต่ำกว่า Nebius มาก ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจเป็นผู้นำด้านคลาวด์เฉพาะทางสำหรับ AI (Neocloud) ที่ถูกตลาดตั้งราคาผิดพลาดไปอย่างเห็นได้ชัดพหุคูณรายได้เปิดเผยความจริงเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น "ความถูก" ของ CRWV สร้างขึ้นบนการจัดหาเงินทุนด้วยหนี้สินและโครงสร้างเงินทุนเชิงรุกอย่างสิ้นเชิง โมเดลธุรกิจหลักของ CoreWeave คือการแปลงสัญญาลูกค้าระยะยาวให้เป็นเงินสดล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการนำสัญญาไปจำนอง โดยใช้เลเวอเรจทางการเงินระดับสูงมากเพื่อขับเคลื่อนรายจ่ายลงทุนและการก่อสร้างระบบประมวลผล อย่างไรก็ตาม หลังจากหักค่าเสื่อมราคาฮาร์ดแวร์จำนวนมากแล้ว กำไรจากการดำเนินงานปัจจุบันของบริษัทกลับต่ำกว่าภาระดอกเบี้ยจ่ายอย่างรุนแรง ขณะที่กระแสเงินสดอิสระยังคงเผชิญกับการเผาเงินสดมหาศาลอย่างต่อเนื่องเราเชื่อว่าส่วนต่างการประเมินมูลค่า (valuation discount) ของ CoreWeave เมื่อเทียบกับ Nebius นั้นมีความสมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง ซึ่งสะท้อนถึงเลเวอเรจที่สูง การกระจุกตัวของลูกค้า และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมูลค่าสินทรัพย์ GPU จนกว่าความสามารถในการทำกำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และการขาดดุลกระแสเงินสดจะส่งสัญญาณการปรับตัวดีขึ้นอย่างยั่งยืน เรายังคงมุมมองเชิงลบ (bearish) ต่อ CRWVI. การเติบโตของ Neocloud: เหตุใดยุค AI จึงต้องการคลาวด์รูปแบบใหม่ตลาดคลาวด์คอมพิวติ้งทั่วโลกยังคงถูกครอบงำโดยผู้ให้บริการรายใหญ่ (Hyperscalers) เช่น AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud โดยพับลิกคลาวด์แบบดั้งเดิมพึ่งพาอาศัยสถาปัตยกรรม Virtualization แบบทั่วไปเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ครอบคลุม ทั้งฐานข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลแบบ Object Storage ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนา ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการด้าน IT ที่หลากหลายขององค์กร อย่างไรก็ตาม สแต็กฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของพับลิกคลาวด์แบบดั้งเดิมไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับงาน AI ขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยการประสานการทำงานความหนาแน่นสูงข้าม GPU จำนวนหลายหมื่นตัวการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Generative AI ได้เปลี่ยนโครงสร้างอุปสงค์ของคลาวด์คอมพิวติ้งไปโดยสิ้นเชิง การฝึกอบรม (training) และการประมวลผลเพื่อการคาดการณ์ (inference) ของโมเดลขนาดใหญ่ไม่เพียงต้องการการจัดสรร GPU มหาศาลเท่านั้น แต่ยังต้องการความหนาแน่นของกำลังไฟต่อแร็กที่สูงเป็นพิเศษ ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวที่มีประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อเครือข่ายแบบไร้การสูญเสียที่มีความหน่วงต่ำเป็นพิเศษ และระบบจัดตารางเวลาคลัสเตอร์แบบกระจายเฉพาะทางภายใต้บริบทนี้ คลาวด์เฉพาะทางด้าน AI ยุคใหม่ (Neoclouds) ซึ่งนำโดย CoreWeave, Nebius และ Lambda จึงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แทนที่จะเลียนแบบระบบนิเวศ SaaS/PaaS ทั่วไปที่กว้างขวางและเทอะทะของคลาวด์แบบดั้งเดิม พวกเขากลับมุ่งเน้นเงินทุนและความสามารถทางวิศวกรรมไปที่โครงสร้างพื้นฐานการประมวลผล AI โดยตรง โดยวางตำแหน่งตนเองเป็น "ผู้ให้บริการ GPU ประสิทธิภาพสูงเชิงดิ่ง" ที่มุ่งเน้นการส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลขั้นสูงสุด1. ข้อได้เปรียบหลักของ Neocloudข้อได้เปรียบของ Neocloud สะท้อนออกมาเป็นหลักใน 3 ด้าน ได้แก่:ความเร็วในการส่งมอบขั้นสูงสุด: ความสามารถในการส่งมอบคลัสเตอร์ประมวลผลระดับไฮเอนด์ในระดับหมื่น GPU ได้ในคราวเดียว ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านเวลาสำหรับลูกค้าในการจัดหาชิป สร้างศูนย์ข้อมูล และแก้ไขปัญหาเครือข่ายด้วยตนเองได้อย่างมีนัยสำคัญอัตราการใช้งานจริงสูงเป็นพิเศษ: ผ่านการปรับแต่งระบบเครือข่ายความเร็วสูง การจัดเก็บข้อมูล และการจัดตารางงาน Neocloud ช่วยลดเวลาว่างของ GPU คอขวดในการสื่อสาร และความล้มเหลวในการฝึกอบรม ส่งผลให้เพิ่มอัตราการใช้งานจริงทั่วทั้งคลัสเตอร์ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ต่ำกว่า: ต้นทุนการฝึกอบรมโมเดล AI ขึ้นอยู่กับเวลารวมที่ใช้จนเสร็จสมบูรณ์และอัตราค่าเช่าต่อชั่วโมงต่อหน่วยประมวลผล แม้ว่าอัตราค่าเช่า GPU ต่อชั่วโมงของ Neocloud จะไม่ได้ต่ำที่สุดในตลาด แต่หากสามารถเพิ่มการใช้งานจริงของคลัสเตอร์และย่อวงจรการฝึกอบรมให้สั้นลงได้ ต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของทั้งโครงการของลูกค้าก็ยังคงได้เปรียบกว่าคลาวด์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ2. โปรไฟล์กลุ่มลูกค้า: ใครคือผู้ซื้อกำลังการประมวลผลของ Neocloud และอุปสงค์จะคงอยู่ยาวนานเพียงใดจากการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะและการสังเกตการณ์ตลาด กลุ่มลูกค้าหลักของ Neocloud แบ่งออกเป็น 3 ระดับหลักอย่างชัดเจน ได้แก่:ผู้ให้บริการรายใหญ่ (Hyperscalers) และบริษัทบิ๊กเทค: เช่น ไมโครซอฟท์ (Microsoft) และเมตา (Meta) บริษัทเหล่านี้มีความสามารถในการสร้างระบบภายในสูง แต่การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าและการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลอาจโตไม่ทันกับการเติบโตของอุปสงค์การประมวลผล ส่งผลให้ต้องใช้ Neocloud เป็นกำลังการผลิตเสริมจากภายนอกห้องปฏิบัติการ AI ชั้นนำ (Frontier AI Labs) และองค์กรแบบ AI-Native: เช่น โอเพนเอไอ (OpenAI) และ Anthropic ความเร็วในการพัฒนาโมเดลคือตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ แทนที่จะรอสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กร พวกเขาต้องการ Neocloud อย่างเร่งด่วนเพื่อส่งมอบคลัสเตอร์เฉพาะทางที่ประกอบด้วย GPU ขั้นสูง เครือข่ายความเร็วสูง และระบบจัดเก็บข้อมูลได้อย่างรวดเร็วลูกค้าองค์กรและบริษัทประมวลผลเชิงปริมาณ (Quantitative Computing): ครอบคลุมถึงลูกค้าองค์กร เช่น Databricks และ Grammarly ตลอดจนกองทุนเฮดจ์ฟันด์ส่งคำสั่งซื้อขายความถี่สูง/เชิงปริมาณ ลูกค้าเหล่านี้ต้องการรวม AI เข้ากับผลิตภัณฑ์หรือการดำเนินธุรกิจของตน แต่โดยทั่วไปไม่มีความจำเป็นต้องสร้างศูนย์ข้อมูลของตนเองหรือดูแลรักษาคลัสเตอร์ GPU ขนาดใหญ่ จึงเลือกให้ Neocloud เป็นผู้จัดหาและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังแทนปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ทั้งสามประการนี้ร่วมกันสนับสนุนการขยายตัวของตลาด: โมเดลระดับแนวหน้ายังคงขยายขนาดการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง เอเจนต์ AI และแอปพลิเคชันแบบเรียลไทม์ขับเคลื่อนการประมวลผลคาดการณ์ที่มีการทำงานพร้อมกันสูง (high-concurrency inference) ขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำ Generative AI ไปปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจจริง ในขณะเดียวกัน รอบเวลาการก่อสร้างที่ยาวนานสำหรับการเชื่อมต่อสายส่งไฟฟ้า หม้อแปลง และศูนย์ข้อมูลความหนาแน่นสูง ทำให้อุปทานของการประมวลผลระดับพรีเมียมยังคงมีจำกัดในระยะสั้น นอกจากนี้ ข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลในท้องถิ่นจะส่งเสริมการพัฒนาคลาวด์เฉพาะทางและคลาวด์แบบไฮบริดอีกด้วยอุปสงค์ไม่ได้ปราศจากเพดานจำกัด ผู้ให้บริการรายใหญ่กำลังเร่งสร้างศูนย์ข้อมูลและชิป AI ที่ออกแบบเองของตนเอง ส่วนการทำ Model Quantization, Distillation และการปรับแต่งการประมวลผลคาดการณ์อาจช่วยลดกำลังการประมวลผลที่ต้องใช้ต่อภารกิจลง ขณะที่อุปทาน GPU ที่เพิ่มขึ้นอาจบั่นทอนมูลค่าส่วนเพิ่มจากความขาดแคลน (scarcity premium) ของ Neocloud ในปัจจุบัน ตลาดรวมที่สามารถเข้าถึงได้ (TAM) ในระยะยาวขึ้นอยู่กับว่าแอปพลิเคชัน AI สามารถสร้างรายได้เพียงพอที่จะสนับสนุนให้ลูกค้าเพิ่มรายจ่ายลงทุนได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ในท้ายที่สุดดังนั้น Neocloud จึงมีแนวโน้มที่จะทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มเฉพาะทางให้กับพับลิกคลาวด์แบบดั้งเดิมมากกว่าการทดแทนอย่างสมบูรณ์ พื้นที่การเติบโตของพวกเขามาจากความต้องการการประมวลผล AI รวมที่เพิ่มขึ้น และข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตที่คลาวด์แบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงทีในระยะสั้นII. CoreWeave ดำเนินงานอย่างไร: วงจรการจัดหาเงินทุนของสัญญา, GPU และหนี้สินCoreWeave ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยดั้งเดิมดำเนินธุรกิจขุดคริปโทเคอร์เรนซี ทำให้สะสมประสบการณ์ช่วงแรกด้านการจัดซื้อ GPU และการดำเนินงานอุปกรณ์ประมวลผลความหนาแน่นสูง เมื่อความต้องการประมวลผล AI พุ่งสูงขึ้น บริษัทจึงค่อยๆ ปรับเปลี่ยนความสามารถเหล่านี้ไปสู่คลาวด์คอมพิวติ้ง โดยเปิดตัว CoreWeave Cloud Platform ในปี 2020CoreWeave มักถูกสรุปสั้นๆ ว่าเป็น 'บริษัทคลาวด์ที่ให้เช่า GPU ของ Nvidia' แต่นั่นเป็นเพียงการอธิบายเปลือกนอกเท่านั้น สิ่งที่ลูกค้าซื้อจริงไม่ใช่ GPU แยกชิ้น แต่เป็นคลัสเตอร์ประมวลผลที่รวมระบบอย่างสมบูรณ์และพร้อมรันภารกิจ AI ได้ทันที CoreWeave มัดรวม GPU, พลังงาน, ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว, เครือข่ายความเร็วสูง และระบบจัดเก็บข้อมูลเข้าด้วยกัน ทำให้ใช้งานง่ายขึ้นผ่าน Kubernetes, Slurm, บริการตรวจสอบ และบริการประมวลผลคาดการณ์ ลูกค้าเพียงนำโมเดลและปริมาณงาน (workloads) ของตนมาเอง ในขณะที่บริษัทดูแลให้ชิป สิ่งอำนวยความสะดวก และซอฟต์แวร์ทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยคิดค่าบริการตามกำลังการผลิตที่ตกลงไว้หรือการใช้งานจริง1. คำสั่งซื้อระยะยาวสนับสนุนการจัดหาเงินทุนและการขยายกิจการอย่างไรรายได้ของ CoreWeave ส่วนใหญ่มาจากสัญญาระยะยาวที่มีข้อตกลงแน่นอน สัญญาเหล่านี้มักใช้โครงสร้างแบบ Take-or-Pay กล่าวคือ ตราบใดที่บริษัทส่งมอบการประมวลผลตามที่ตกลงไว้ ลูกค้าจะต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ โดยไม่ได้จ่ายตามปริมาณการใช้งานจริงเพียงอย่างเดียวในไตรมาส 2 ปี 2026 สัญญาผูกพันมีสัดส่วนคิดเป็น 98% ของรายได้ ณ สิ้นปี 2025 เงินรับล่วงหน้าตามสัญญาที่มีผลใช้งานมีสัดส่วนประมาณ 15%–25% ของมูลค่าสัญญารวมบนฐานถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก สัญญาระยะยาวช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้ และเงินรับล่วงหน้าช่วยครอบคลุมการลงทุนล่วงหน้าได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม GPU และศูนย์ข้อมูลจะต้องถูกติดตั้งใช้งานก่อนจึงจะสามารถรับรู้รายได้ได้ ทำให้บริษัทต้องปิดช่องว่างทางการเงินนี้ด้วยการจัดหาเงินทุนจากภายนอกวงล้อขับเคลื่อนการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการโดยรวมทำงานดังนี้:ในการจัดหาเงินทุนเพื่อการก่อสร้าง CoreWeave มักจะจัดตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Project SPV) ขึ้น ซึ่งเป็นนิติบุคคลอิสระที่จัดตั้งขึ้นเพื่อถือครองสัญญา สินทรัพย์ และเงินทุนของโครงการโดยเฉพาะ สัญญาของลูกค้าจะให้กระแสเงินสดในอนาคต ในขณะที่สินทรัพย์ เช่น GPU, เซิร์ฟเวอร์, ลูกหนี้การค้า และเงินสดติดภาระผูกพัน จะทำหน้าที่เป็นหลักประกัน โดยผู้ให้กู้จะประเมินสินเชื่อของลูกค้า ข้อกำหนดในสัญญา และมูลค่าสินทรัพย์ไปพร้อมๆ กันเมื่อโครงการเปิดใช้งานออนไลน์แล้ว เงินชำระจากลูกค้ามักจะถูกนำไปใช้ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงาน รวมทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยก่อน โดยเงินสดที่เหลือจะไหลกลับไปยัง CoreWeave โมเดลนี้คล้ายกับการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Project Finance) มากกว่าการเติบโตแบบเน้นสินทรัพย์เบา (Asset-Light) ของบริษัทซอฟต์แวร์: ข้อดีคือตารางเวลาการชำระคืนหนี้สามารถสอดรับกับข้อกำหนดในสัญญาได้อย่างใกล้ชิด โดยใช้ประโยชน์จากความน่าเชื่อถือของลูกค้ารายใหญ่เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน; ความเสี่ยงคือหนี้ทั้งหมดไม่ได้ถูกแยกวงเงิน (ring-fenced) ออกจากบริษัทแม่โดยสิ้นเชิง เนื่องจาก CoreWeave อาจยังคงต้องให้การค้ำประกันและอยู่ภายใต้เงื่อนไขข้อบังคับทางการเงินของหนี้สินวงเงินจัดหาเงินทุนขนาดและวัตถุประสงค์ราคาและลักษณะทางสินเชื่อDDTL 3.02.6 พันล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับสัญญาระยะยาวของ OpenAISOFR + 4% ครบกำหนดปี 2030DDTL 4.0วงเงินกู้ยืมเริ่มต้น 7.5 พันล้านดอลลาร์ และขยายได้สูงสุดถึง 8.5 พันล้านดอลลาร์หลังสินทรัพย์เข้าสู่ภาวะเสถียรส่วนอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอยู่ที่ SOFR + 2.25% ส่วนอัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ประมาณ 5.9% วงเงินจัดหาเงินทุนได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ A3/A(low)DDTL 5.52.6 พันล้านดอลลาร์ ดำเนินการหลังไตรมาส 2 ปี 2026 โดยบริษัทได้เบิกใช้ไปแล้ว 1.2 พันล้านดอลลาร์SOFR + 5.5% ครบกำหนดกันยายน 2031หมายเหตุ: อันดับความน่าเชื่อถือระดับน่าลงทุน (Investment-grade) สำหรับ DDTL 4.0 ใช้กับวงเงินจัดหาเงินทุนเฉพาะนี้เท่านั้น และไม่ได้แทนถึงอันดับความน่าเชื่อถือระดับน่าลงทุนสำหรับนิติบุคคลแม่ของ CoreWeave โดยรวม ทั้งนี้ DDTL ย่อมาจาก Delayed Draw Term Loan ซึ่งอนุญาตให้บริษัทเบิกถอนเงินกู้เป็นงวดๆ ตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการ ส่วน SOFR คืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมาตรฐานสำหรับเงินกู้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดย 'SOFR + 4%' หมายถึงส่วนต่าง 4 จุดเปอร์เซ็นต์เหนืออัตราดอกเบี้ยอ้างอิงDDTL 4.0 แสดงให้เห็นว่าสัญญาลูกค้าที่มีคุณภาพสูงสามารถลดต้นทุนการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการเฉพาะได้ แต่ราคาใน DDTL 5.5 แสดงให้เห็นว่าเงินทุนใหม่อย่างไรก็ดีไม่ได้ถูกลงอย่างต่อเนื่อง โมเดลนี้ช่วยให้สามารถขยายกิจการได้อย่างรวดเร็วเมื่อลูกค้าปฏิบัติตามสัญญา โครงการเปิดใช้งานออนไลน์ตามกำหนดเวลา และมูลค่าของ GPU ยังคงเสถียร หากห่วงโซ่ใดห่วงโซ่หนึ่งทรุดโทรมลง แรงกดดันจะส่งผ่านไปยังรายได้ มูลค่าสินทรัพย์ และความสามารถในการจัดหาเงินทุนพร้อมๆ กันอย่างรวดเร็ว2. Nvidia: คูเมืองที่ใหญ่ที่สุด และเป็นตัวขยายความเสี่ยงด้วยเช่นกันNvidia มีบทบาท 3 ประการพร้อมกันในธุรกิจของ CoreWeave ได้แก่ ผู้จัดจำหน่าย GPU, ผู้ถือหุ้น และผู้รับซื้อสำรอง (backstop) สำหรับกำลังการผลิตที่ยังไม่ได้ใช้งานบางส่วน ในปัจจุบัน GPU ทั้งหมดของบริษัทจัดหามาจาก Nvidia โดยในเดือนมกราคม 2026 Nvidia ได้ลงทุนเพิ่มอีก 2 พันล้านดอลลาร์ ทั้งสองฝ่ายยังได้เข้าทำข้อตกลงกำลังการผลิตด้วยมูลค่าเริ่มต้น 6.3 พันล้านดอลลาร์ หากกำลังการผลิตที่กำหนดไว้ไม่ได้ถูกใช้งานโดยลูกค้ารายอื่น Nvidia จะเข้าซื้อกำลังการประมวลผลที่เหลืออยู่ภายใต้เงื่อนไขว่าส่งมอบได้ตามข้อตกลงความสัมพันธ์นี้ช่วยให้ CoreWeave ได้รับเงินทุนและชิปล้ำสมัย พร้อมทั้งมอบหลักประกันอุปสงค์รองรับสำหรับกำลังการผลิตส่วนที่ยังขายไม่ได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองเหล่านี้ไม่ได้เป็นอิสระต่อกันอย่างสิ้นเชิง: อุปทานการประมวลผลของ CoreWeave พึ่งพา Nvidia, อัตราค่าเช่าและมูลค่าหลักประกันของ GPU รุ่นเก่ามีความเปราะบางต่อวงรอบการอัปเกรดผลิตภัณฑ์ของ Nvidia และข้อตกลงกำลังการผลิตมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ครอบคลุมเพียงส่วนย่อยของกำลังการผลิตที่เหลืออยู่ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะเท่านั้น หากอัตราค่าเช่า GPU ลดลง หรือ Nvidia ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์พันธมิตร รายได้ มูลค่าสินทรัพย์ และเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนของ CoreWeave อาจเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน ดังนั้น Nvidia จึงเป็นทั้งข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของ CoreWeave และเป็นแหล่งที่มาของความเสี่ยงจากการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายรายเดียวและการกระจุกตัวของสินทรัพย์III. ทำความเข้าใจ 4 ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของ CoreWeaveรายได้และยอดคำสั่งซื้อค้างส่งของ CoreWeave กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับบริษัทที่เน้นสินทรัพย์หนัก (Asset-Heavy) เช่นนี้ อุปสงค์เพียงอย่างเดียวไม่ได้สร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นโดยตรง คำสั่งซื้อจะต้องทยอยแปลงสภาพไปสู่กำลังการผลิตที่ส่งมอบได้ รายได้ และกำไรหลังหักค่าเสื่อมราคาตามลำดับ จนในที่สุดจะเหลือกระแสเงินสดสุทธิหลังจากชำระคืนหนี้:ลูกค้าต้องการกำลังการประมวลผลจริงหรือไม่ (ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่รอรับรู้รายได้) → บริษัทสามารถส่งมอบได้ทันเวลาหรือไม่ (พลังงานที่เปิดใช้งานจริง vs. พลังงานตามสัญญา) → สินทรัพย์ที่ลงทุนไปสร้างกำไรได้หรือไม่ (อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์และกำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา) → เหลือมูลค่าเท่าใดสำหรับผู้ถือหุ้นหลังจัดหาเงินทุน (รายจ่ายลงทุน หนี้สิน และดอกเบี้ย)ตัวชี้วัดทั้งสี่ชุดนี้ประเมินอุปสงค์ การส่งมอบ ผลตอบแทนจากสินทรัพย์ และความสามารถในการรองรับหนี้สินตามลำดับ โดยครอบคลุมห่วงโซ่ที่สมบูรณ์ตั้งแต่การลงนามคำสั่งซื้อไปจนถึงการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น หากห่วงโซ่ใดห่วงโซ่หนึ่งขาดลง การเติบโตสูงอาจสร้างเพียงความต้องการเงินทุนที่เพิ่มขึ้น แทนที่จะเป็นผลตอบแทนต่อหุ้นที่สูงขึ้น เราจัดวางรายจ่ายลงทุนและหนี้สินไว้เป็นลำดับแรก เพราะนี่คือจุดที่ความเสี่ยงปัจจุบันของ CoreWeave กระจุกตัวอยู่มากที่สุด1. รายจ่ายลงทุน หนี้สิน และดอกเบี้ย: เงินสดที่สร้างได้เพียงพอสำหรับจ่ายดอกเบี้ยหรือไม่นี่คือชุดตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดในการทำความเข้าใจส่วนต่างการประเมินมูลค่า (valuation discount) ของ CoreWeave และเป็นหัวใจสำคัญของมุมมองเชิงลบ (bearish) ของเราณ ไตรมาส 2 ปี 2026 CoreWeave แบกรับภาระผูกพันทางการเงินอย่างหนัก:ภาระหนี้สินและสัญญาเช่าที่หนักหน่วง: หนี้สินเงินต้นของบริษัทสูงถึง 3.56 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อหักเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จะได้หนี้สินสุทธิที่คำนวณเองที่ 3.01 หมื่นล้านดอลลาร์ (คิดเป็น 2.3 เท่าของรายได้คาดการณ์ปีงบประมาณ 2026) เมื่อรวมหนี้สินสัญญาเช่าดำเนินงานอีก 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์ จะทำให้ภาระผูกพันทางการเงินสุทธิรวมสูงถึง 4.64 หมื่นล้านดอลลาร์ (คิดเป็น 3.6 เท่าของรายได้ตลอดทั้งปี)กระแสเงินสดจากการดำเนินงานต่ำกว่ารายจ่ายลงทุนอย่างมาก: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่เพียง 3.66 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายจ่ายลงทุนพุ่งสูงขึ้นถึง 1.412 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้กระแสเงินสดอิสระ (FCF) แบบง่ายที่คำนวณเองขาดดุล -1.045 หมื่นล้านดอลลาร์ ค่ากลางของประมาณการรายจ่ายลงทุนตลอดปีงบประมาณ 2026 (3.70 หมื่นล้านดอลลาร์) คิดเป็น 2.9 เท่าของค่ากลางของประมาณการรายได้กำไรจากการดำเนินงานไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้: ในไตรมาส 2 ปี 2026 กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วของบริษัทอยู่ที่เพียง 128 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสุทธิที่ 640 ล้านดอลลาร์ (โดยประมาณการดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ปี 2026 พุ่งสูงขึ้นอีกเป็น 860–940 ล้านดอลลาร์)กำไรจากการดำเนินงานในปัจจุบันของ CoreWeave ต่ำเกินกว่าจะชำระดอกเบี้ยได้ด้วยซ้ำ การขยายขนาดการประมวลผลกำหนดให้บริษัทต้องลงทุนล่วงหน้าใน GPU, ศูนย์ข้อมูล และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานจำนวนมหาศาล เมื่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ บริษัทจึงต้องพึ่งพาหนี้สินใหม่ เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า และการรีไฟแนนซ์ผ่านส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างมาก หากต้นทุนการจัดหาเงินทุนเพิ่มขึ้น หรือมูลค่าหลักประกัน GPU เผชิญแรงกดดัน ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะบั่นทอนกระแสเงินสดเพิ่มเติม และกระตุ้นให้เกิดวงจรป้อนกลับเชิงลบ (Negative Feedback Loop)2. อัตราหมุนเวียนสินทรัพย์และกำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา: สินทรัพย์สร้างกำไรได้มากเพียงใดหลังหักค่าเสื่อมราคา GPUอัตรากำไร Adjusted EBITDA ของ CoreWeave ที่เกือบ 60% ดูน่าประทับใจในเบื้องต้น แต่ความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่แท้จริงจะต้องได้รับการประเมินใหม่อีกครั้งหลังจากหักค่าเสื่อมราคาฮาร์ดแวร์จำนวนมากประสิทธิภาพอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์จำกัด: HSBC ประเมินว่ารายได้ปรับเป็นรายปีในไตรมาส 2 ปี 2026 คิดเป็นประมาณ 0.29 เท่าของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ขั้นต้นเฉลี่ย (ไม่รวมงานระหว่างก่อสร้าง) หากรวมสินทรัพย์สิทธิการใช้จากสัญญาเช่าดำเนินงานจะลดอัตราส่วนนี้ลงเหลือประมาณ 0.21 เท่า แบบจำลองระยะยาวสมมติว่าอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 0.33 เท่า ซึ่งหมายความว่าสินทรัพย์ถาวรที่ดำเนินงานทุกๆ 100 ดอลลาร์จะสร้างรายได้ประมาณ 33 ดอลลาร์ต่อปีค่าเสื่อมราคากลืนกินรายได้ไปส่วนใหญ่: ปัจจุบัน CoreWeave ระยะเวลาตัดค่าเสื่อมราคาทางบัญชี 6 ปีสำหรับอุปกรณ์ทางเทคนิค เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว Nebius เคยใช้ 4 ปีและขยายเป็น 5 ปีเริ่มตั้งแต่ปี 2026 ซึ่งก็ยังสั้นกว่าของ CoreWeave ภายใต้สมมติฐานแบบง่ายว่าเงิน 100 ดอลลาร์ดังกล่าวประกอบด้วยอุปกรณ์ทางเทคนิคทั้งหมดที่ตัดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรงนาน 6 ปี ค่าเสื่อมราคาต่อปีจะอยู่ที่ประมาณ 16.70 ดอลลาร์ คิดเป็นประมาณ 51% ของรายได้ 33 ดอลลาร์ โดยรายได้ที่เหลือจะต้องนำไปครอบคลุมค่าพลังงาน การดำเนินงานศูนย์ข้อมูล พนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่นๆความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่าง EBITDA และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน: หลังจากหักค่าเสื่อมราคาแล้ว อัตรากำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วในไตรมาส 2 ปี 2026 ลดลงเหลือประมาณ 5% ซึ่งเผยให้เห็นว่าความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานที่แท้จริงนั้นค่อนข้างบางเบาความเสี่ยงที่แท้จริงไม่ได้มีเพียงค่าใช้จ่ายค่าเสื่อมราคาที่สูงเท่านั้น แต่คือความเป็นไปได้ที่มูลค่าทางเศรษฐกิจของ GPU จะลดลงเร็วกว่าตารางการตัดค่าเสื่อมราคาทางบัญชี 6 ปี หากอัตราค่าเช่าสำหรับ GPU รุ่นเก่าลดลง รายได้และมูลค่าหลักประกันจะเผชิญแรงกดดันพร้อมกัน ในขณะที่ต้นทุนหนี้สินจะไม่ลดลงตามไปด้วย ต่อเมื่อสินทรัพย์ที่มีอยู่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่องโดยที่ CapEx ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน ซึ่งช่วยให้กำไรหลังหักค่าเสื่อมราคาครอบคลุมดอกเบี้ยได้ มุมมองเชิงลบ (bearish) ในปัจจุบันของเราจึงจะเบาบางลง3. พลังงานที่เปิดใช้งานจริง vs. พลังงานตามสัญญา: พลังงานที่จัดหาได้นั้นเปิดใช้งานจริงมากเท่าใดพลังงานตามสัญญา (Contracted Power) หมายถึงกำลังการผลิตล่วงหน้าที่ได้รับการประกันแล้วผ่านข้อตกลงพลังงาน ที่ดิน หรือศูนย์ข้อมูลพลังงานที่เปิดใช้งานจริง (Active Power) หมายถึงกำลังการผลิตที่เปิดใช้งานออนไลน์และพร้อมรองรับปริมาณงานของ GPUActive Power เติบโตจากประมาณ 0.36 GW ณ สิ้นปี 2024 เป็น 1.5 GW ในไตรมาส 2 ปี 2026 ขณะที่ Contracted Power ในไตรมาส 2 ปี 2026 แตะระดับ 3.7 GWในปัจจุบัน มีพลังงานตามสัญญาประมาณ 41% ที่เปิดใช้งานออนไลน์แล้ว ทำให้เหลือส่วนต่างระหว่างตัวเลขทั้งสองอยู่ประมาณ 2.2 GWContracted Power ที่ 3.7 GW เป็นตัวแทนของพื้นที่การขยายตัวในอนาคต แต่ Active Power ที่ 1.5 GW มีความใกล้เคียงกับกำลังการผลิตที่ส่งมอบได้ในปัจจุบันมากกว่า ส่วนต่าง 2.2 GW ระหว่างทั้งสองรายการจึงเป็นทั้งโอกาสการเติบโต และภาระผูกพันด้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล การจัดซื้อ GPU และการจัดหาเงินทุนที่ยังไม่แล้วเสร็จ4. ยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่รอรับรู้รายได้: ยอดค้างส่ง 1.04 แสนล้านดอลลาร์จะแปลงเป็นรายได้เร็วเพียงใดยอดคำสั่งซื้อค้างส่งที่รอรับรู้รายได้ (Revenue Backlog) คือสำรองรายได้ตามสัญญาในอนาคตที่ระบุไว้ของบริษัท โดย Revenue Backlog ขยายตัวจาก 2.59 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาส 1 ปี 2025 เป็นประมาณ 1.042 แสนล้านดอลลาร์ในไตรมาส 2 ปี 2026 สะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปสงค์ลูกค้า จากกำหนดการรับรู้รายได้ตามสัญญาที่บริษัทเปิดเผย คาดว่าจะมีการรับรู้ 41% ในอีก 24 เดือนข้างหน้า, 39% ในเดือนที่ 25–48 และส่วนที่เหลืออีก 20% ในเดือนที่ 49–78ภายใต้โครงสร้าง CapEx สูงและเลเวอเรจสูง ยอดค้างส่ง 1.04 แสนล้านดอลลาร์นี้แทบไม่เหลือขอบเขตความผิดพลาด (margin for error) เลย รายได้ตามสัญญาประมาณ 59% จะยังไม่ถูกรับรู้จนกว่าจะผ่านพ้นไป 2 ปี ในขณะที่รายจ่ายสำหรับ GPU ศูนย์ข้อมูล และพลังงานต้องเกิดขึ้นล่วงหน้า โดยหนี้สินยังคงเกิดดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง หากโครงการล่าช้า การรับรู้รายได้และการเก็บเงินสดจะเลื่อนออกไป แต่ CapEx และแรงกดดันด้านดอกเบี้ยไม่ได้หายไปพร้อมกัน ซึ่งอาจขยายการขาดดุลเงินทุนของบริษัทให้กว้างขึ้น ดังนั้น ยอดค้างส่งมหาศาลจึงให้ความชัดเจนของรายได้ที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันก็สร้างหนี้สินด้านการก่อสร้างและการจัดหาเงินทุนที่จะต้องดำเนินการให้ตรงตามกำหนดเวลาIV. CoreWeave vs. Nebius: เส้นทางการเติบโตที่แตกต่าง การตั้งราคาความเสี่ยงที่ต่างกันทั้ง CoreWeave และ Nebius ต่างกำลังสร้าง AI คลาวด์แบบฟูลสแต็ก แต่มีความแตกต่างกันในด้านกลยุทธ์การเข้าสู่ตลาดของลูกค้า นโยบายการบัญชีสินทรัพย์ และโครงสร้างการจัดหาเงินทุน การเปรียบเทียบความแตกต่างเหล่านี้ช่วยอธิบายช่องว่างการประเมินมูลค่าระหว่างทั้งสองบริษัทลูกค้าและโมเดลธุรกิจ: CoreWeave ใช้เส้นทางจากบนลงล่าง (Top-Down) โดยพึ่งพาคำสั่งซื้อขนาดใหญ่จากลูกค้าอย่างไมโครซอฟท์, โอเพนเอไอ และเมตาก่อนเป็นอันดับแรก ก่อนจะขยายไปยังลูกค้าองค์กรในวงกว้าง ส่วน Nebius เข้าสู่ตลาดผ่านบริษัทที่เป็น AI-native นักพัฒนา และลูกค้าองค์กร สะสมลูกค้าผ่านคลาวด์ฟูลสแต็กแบบ Multi-Tenant การจ่ายตามการใช้งานจริง และกำลังการผลิตแบบสำรอง ก่อนจะจัดหากำลังการผลิตเฉพาะทางให้แก่ลูกค้าระดับเมกะแคปอย่างไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นเส้นทางที่คล้ายกับ "การป่าล้อมเมือง"ขนาดและการเติบโต: ในไตรมาส 2 ปี 2026 CoreWeave สร้างรายได้ 2.575 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 112% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วน Nebius Group บันทึกรายได้ 582 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 454% เมื่อเทียบเป็นรายปี CoreWeave มีขนาดที่ใหญ่กว่า ขณะที่ Nebius ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นมากกว่า โดยอัตราการเติบโตที่สูงได้ประโยชน์มาจากฐานที่ต่ำกว่านโยบายค่าเสื่อมราคา: CoreWeave ตัดค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ทางเทคนิคเป็นระยะเวลา 6 ปี Nebius เคยใช้ 4 ปีและขยายเป็น 5 ปีเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งยังคงระมัดระวังกว่า CoreWeave อยู่ 1 ปีโครงสร้างการจัดหาเงินทุน: CoreWeave พึ่งพาสัญญาลูกค้าและเงินกู้ยืมโครงการที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน ขณะเดียวกันก็ถือครองหุ้นกู้บริษัท หุ้นกู้แปลงสภาพ และหนี้สินสัญญาเช่าจำนวนมาก ส่วน Nebius ถือเงินสดประมาณ 8 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2026 โดยหนี้สินประกอบด้วยหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหลัก ทำให้แรงกดดันด้านดอกเบี้ยจ่ายเงินสดและการรีไฟแนนซ์ค่อนข้างต่ำ และมีโปรไฟล์ที่ยืดหยุ่นทนทานกว่าในปัจจุบันการประเมินมูลค่า: ณ วันที่ 1 กันยายน 2026 CoreWeave และ Nebius มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) อยู่ที่ประมาณ 4.51 หมื่นล้านดอลลาร์ และ 5.47 หมื่นล้านดอลลาร์ตามลำดับ เมื่อเทียบกับรายได้ย้อนหลัง 12 เดือน (TTM) ที่ 7.59 พันล้านดอลลาร์ และ 1.36 พันล้านดอลลาร์ CoreWeave ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 5.9 เท่าของ Market Cap/รายได้ TTM และประมาณ 9.9 เท่าของ EV/รายได้ TTM มาตรฐาน ส่วน Nebius ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 40 เท่า และ 41 เท่า CRWV ถูกกว่าจริงๆ แต่ส่วนต่างราคาที่ถูกกว่าสะท้อนถึงเลเวอเรจที่สูงกว่า ภาระผูกพันตามสัญญาเช่า และกำไรหลังหักค่าเสื่อมราคาที่อ่อนแอกว่า ขณะที่ส่วนเพิ่มราคา (premium) ของ NBIS สะท้อนถึงการเติบโตที่เร็วกว่าและงบการเงินที่แข็งแกร่งกว่า แต่นั่นก็มาพร้อมความเสี่ยงที่การประเมินมูลค่าจะปรับลดลง (drawdown risk) ที่สูงกว่าเช่นกันV. ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ CoreWeaveหากตลาดทุนตึงตัว วงล้อการขยายกิจการอาจย้อนกลับ: การใช้จ่ายสำหรับ GPU และศูนย์ข้อมูลเกิดขึ้นก่อนการรับรู้รายได้ บังคับให้ CoreWeave ต้องรักษาการเข้าถึงตลาดหุ้นกู้ เงินกู้ยืม หุ้นกู้แปลงสภาพ และตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง หากรายจ่ายลงทุน AI ชะลอตัวลง หรืออัตราดอกเบี้ยระยะยาวและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ (Credit Spreads) ขยายกว้างขึ้น คำสั่งซื้อใหม่ อัตราค่าเช่า GPU มูลค่าหลักประกัน และเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนอาจแย่ลงพร้อมกัน ส่งผลให้บริษัทต้องยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ชะลอการก่อสร้าง หรือออกหุ้นเพิ่มทุนการเติบโตยังคงพึ่งพาพวกลูกค้าไม่กี่รายและผู้จัดจำหน่าย GPU เพียงรายเดียว: ในไตรมาส 2 ปี 2026 ลูกค้ารายใหญ่ที่สุด 3 อันดับแรกสร้างรายได้คิดเป็น 72% ของรายได้รวม โดยประมาณ 93% ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากขยายสัญญาลูกค้าเดิม ลูกค้าอย่างไมโครซอฟท์และเมตาสามารถสร้างศูนย์ข้อมูลของตนเองได้และมีอำนาจต่อรองสูง แม้ว่าสัญญา Take-or-Pay ที่มีอยู่จะช่วยคุ้มครองได้ระดับหนึ่ง แต่หากลูกค้ารายสำคัญไม่ต่อสัญญาหรือลดคำสั่งซื้อใหม่เมื่อหมดอายุ CoreWeave จะต้องหาอุปสงค์ใหม่มาทดแทน แม้ว่า GPU สามารถนำไปปล่อยเช่าใหม่ได้ แต่ขนาดคลัสเตอร์ ทำเล และการตั้งค่าเครือข่ายที่ลูกค้าใหม่ต้องการอาจไม่ตรงกัน และการปรับโครงสร้างและการหาผู้เช่าใหม่ต้องใช้เวลา ซึ่งอาจทำให้เกิดกำลังการผลิตว่างเปล่าชั่วคราวหรือต้องลดราคาค่าเช่า การกระจุกตัวในต้นน้ำก็รุนแรงไม่แพ้กัน: GPU ปัจจุบันทั้งหมดจัดหามาจาก Nvidia ซึ่งยังทำหน้าที่เป็นผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางเทคโนโลยี และผู้รับซื้อสำรองสำหรับกำลังการผลิตที่เหลือ ทำให้การจัดหาชิป การเข้าถึงเงินทุน และแหล่งอุปสงค์มีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นการตัดค่าเสื่อมราคา 6 ปีอาจประเมินอายุทางเศรษฐกิจของ GPU สูงเกินไป: CoreWeave ตัดค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ทางเทคนิคเป็นเวลา 6 ปี แต่ประเด็นที่แท้จริงคือราคาที่ฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าจะสามารถปล่อยเช่าได้เมื่อเวลาผ่านไป หากชิปรุ่นถัดไปฉุดต้นทุนการประมวลผลต่อหน่วยให้ลดลงอย่างรวดเร็ว อัตราค่าเช่าสำหรับ GPU รุ่นเก่าอาจร่วงลงเร็วกว่ามูลค่าตามบัญชี ซึ่งจะฉุดรั้งอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์และอัตรากำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา ขณะเดียวกันก็บั่นทอนมูลค่าหลักประกันเงินกู้ ซึ่งอาจจุดชนวนให้เกิดการด้อยค่าของสินทรัพย์และต้นทุนการรีไฟแนนซ์ที่สูงขึ้นกำลังการผลิตที่รออยู่สร้างความเสี่ยงในการส่งมอบและการจัดหาเงินทุน: ช่องว่างประมาณ 2.2 GW ระหว่าง Active Power และ Contracted Power ในไตรมาส 2 ปี 2026 เป็นตัวแทนของทั้งสำรองการเติบโตและภาระผูกพันในการก่อสร้างที่ยังไม่แล้วเสร็จ หากการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า หม้อแปลง ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว การส่งมอบ GPU หรือการก่อสร้างประสบความล่าช้าในขั้นตอนใดก็ตาม บริษัทจะต้องแบกรับรายจ่ายค่าอุปกรณ์และดอกเบี้ยก่อนโดยยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามแผน ดังนั้น ยอดคำสั่งซื้อค้างส่ง สินทรัพย์ GPU และความสามารถในการจัดหาเงินทุน จึงไม่ได้เป็นหลักประกันสามชั้นที่เป็นอิสระต่อกัน แต่ต้องพึ่งพาอาศัยกันในการส่งมอบโครงการให้ตรงตามกำหนดเวลาVI. มุมมองการลงทุน: เติบโตรวดเร็ว แต่ผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์มุมมองการวิจัย: เชิงลบ (Bearish); แนะนำให้คงรอดูสถานการณ์ภายนอกไปก่อนในระยะนี้เหตุผลที่เรามีมุมมองเชิงลบรายได้และยอดคำสั่งซื้อค้างส่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่การขยายกิจการทุกรอบต้องใช้ CapEx ล่วงหน้าและการจัดหาเงินทุนใหม่กำไรจากการดำเนินงานหลังหักค่าเสื่อมราคายังไม่สามารถครอบคลุมดอกเบี้ยได้ และกระแสเงินสดภายในไม่สามารถสนับสนุนจังหวะความเร็วของการก่อสร้างในปัจจุบันได้การกระจุกตัวของลูกค้า ความสัมพันธ์กับ Nvidia มูลค่าสินทรัพย์ GPU และเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนมีความสัมพันธ์กันอย่างมาก การเสื่อมถอยลงในห่วงโซ่ใดห่วงโซ่หนึ่งเพียงจุดเดียวอาจส่งผลกระทบเป็นลูกคลื่นไปยังส่วนอื่นๆปัจจัยที่จะลบล้างมุมมองเชิงลบหากอุปสงค์ AI ยังคงแข็งแกร่งและคลัสเตอร์ใหม่เริ่มเปิดใช้งานออนไลน์ได้ตามกำหนดเวลาโดยมีอัตราการใช้งานสม่ำเสมอ การเติบโตของรายได้อาจแซงหน้าการลงทุนในสินทรัพย์ทุนที่ตามมา ซึ่งจะผลักดันการปรับตัวดีขึ้นของอัตราหมุนเวียนสินทรัพย์และอัตรากำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา หากต้นทุนการจัดหาเงินทุนลดลงและอัตราค่าเช่า GPU รุ่นเก่ามีความแข็งแกร่งกว่าที่คาด แรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและมูลค่าสินทรัพย์ก็จะผ่อนคลายลงด้วย การพัฒนาเช่นนี้อาจขับเคลื่อนการปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการและการประเมินมูลค่าใหม่ (Valuation Re-ratings) ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่องโดยเปรียบเทียบกับจุดยืนเชิงลบของเราCoreWeave ไม่ใช่บริษัทที่ไร้ความสามารถในการแข่งขัน แต่เป็นธุรกิจการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ได้รับการสนับสนุนจากสัญญาระยะยาวและขับเคลื่อนด้วยเลเวอเรจที่สูง ส่วนต่างราคาลดลงของ CRWV เมื่อเทียบกับ NBIS นั้นเป็นของจริง แต่จนกว่ากำไรหลังหักค่าเสื่อมราคา ความสามารถในการชำระดอกเบี้ย และกระแสเงินสดอิสระได้รับการพิสูจน์ยืนยัน ส่วนต่างราคานี้จะสะท้อนการตั้งราคาความเสี่ยงมากกว่าการประเมินมูลค่าที่ต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างชัดเจนเนื้อหาข้างต้นได้รับการรวบรวมขึ้นจากข้อมูลสาธารณะและรายงานการวิจัยของบุคคลที่สาม ตัวชี้วัดที่คำนวณเองและการตัดสินใจในบทความนี้อาจได้รับอิทธิพลจากมาตรฐานการบัญชี กรอบเวลาการประเมินมูลค่า และสมมติฐานคาดการณ์ในอนาคต และไม่ได้ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนที่ปรับให้เหมาะกับนักลงทุนรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะเนื้อหานี้ได้รับการแปลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านตรวจสอบโดยมนุษย์ มีไว้เพื่อการอ้างอิงและข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนแต่อย่างใด Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Freeport-McMoRan Inc (FCX) หุ้น ปิด ขึ้น 5.35% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ URL: https://onesiamsoft.com/articles/freeport-mcmoran-inc-fcx-535percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ฟรีพอร์ต-แมกโมแรน ได้รับแรงหนุนจากราคาทองแดงในตลาดโลกที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์และภาวะตลาดกายภาพที่ตึงตัวการฟื้นตัวของการดำเนินงานในเหมืองกราสเบิร์กและการขยายกำลังการผลิตแบบบล็อกเคฟช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนนักวิเคราะห์ออกคำแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Freeport-McMoRan Inc (FCX) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?ฟรีพอร์ต-แมกโมเรน (Freeport-McMoRan) มีโมเมนตัมขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงของราคาทองแดงในตลาดโลก ซึ่งสัญญาทองแดงล่วงหน้าอ้างอิงแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ในตลาดต่างประเทศ ส่งผลดีโดยตรงต่อผู้ผลิตขั้นต้นรายใหญ่ที่มีความเสี่ยงอิงกับราคาตลาดสปอต โดยการพุ่งขึ้นของสินค้าโภคภัณฑ์อ้างอิงนี้ได้รับแรงหนุนจากภาวะตลาดกายภาพที่ตึงตัวขึ้น การเร่งขนส่งโลหะกายภาพเข้าสู่คลังสินค้าในอเมริกาเหนือก่อนการเสนอจัดเก็บภาษีนำเข้า และข้อจำกัดด้านอุปทานทั่วโลก รวมถึงการปรับลดคาดการณ์ผลผลิตจากแหล่งผลิตสำคัญในอเมริกาใต้ ในฐานะหนึ่งในบริษัทเหมืองทองแดงจดทะเบียนชั้นนำของโลก ฟรีพอร์ต-แมกโมเรน (Freeport-McMoRan) มีความไวของกำไรต่อการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต้นน้ำในระดับสูง โดยแบบจำลองทางการเงินของบริษัทประเมินว่า กำไรและกระแสเงินสดจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในทุก ๆ การปรับตัวขึ้นของราคาทองแดงอ้างอิง ซึ่งการมีอัตราการส่งผ่านผลการดำเนินงาน (operating leverage) ที่แข็งแกร่งนี้ ช่วยขยายแรงซื้อของนักลงทุนในช่วงที่ราคาโลหะพื้นฐานปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าดัชนีตลาดหุ้นโดยรวมในรอบการซื้อขายที่สินค้าโภคภัณฑ์มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ นอกเหนือจากปัจจัยหนุนเชิงมหภาคในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์แล้ว พัฒนาการด้านการดำเนินงานเฉพาะของบริษัทยังช่วยหนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนด้วยเช่นกัน โดยผู้ร่วมตลาดต่างรับรู้ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของการดำเนินงานและการเร่งขยายปริมาณการผลิตในสินทรัพย์หลักอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่คอมเพล็กซ์เหมืองกราสเบิร์ก (Grasberg) ในอินโดนีเซีย หลังจากที่เคยเผชิญข้อจำกัดด้านการผลิตก่อนหน้านี้ ขณะที่แนวทางของฝ่ายบริหารที่ระบุถึงการขยายการผลิตแบบวิธีบล็อกเคฟ (block cave) การบริหารจัดการต้นทุนต่อหน่วยที่ดีขึ้น และแผนการขยายธุรกิจในระยะยาว ได้ช่วยตอกย้ำความมั่นใจในความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัท การปรับสถานะลงทุนของนักลงทุนสถาบันและการจัดสรรเงินทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยังมีส่วนช่วยสนับสนุนโมเมนตัมของหุ้นเช่นกัน โดยกลุ่มเหมืองแร่และวัสดุพื้นฐานในภาพรวมมีเงินทุนไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากนักลงทุนสถาบันแสวงหาสินทรัพย์จริง (real assets) และโอกาสลงทุนตามปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลกและการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ การที่นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและการที่นักลงทุนสถาบันเข้าสะสมหุ้นอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมที่สร้างบรรยากาศอันเอื้ออำนวยต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นฟรีพอร์ต-แมกโมเรน (Freeport-McMoRan)การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Freeport-McMoRan Inc (FCX)ในเชิงเทคนิค Freeport-McMoRan Inc (FCX) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -0.760 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 60.514 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 27.889 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Freeport-McMoRan Inc (FCX)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Freeport-McMoRan Inc (FCX) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 46 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Freeport-McMoRan Inc (FCX) Freeport-McMoRan Inc (FCX) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมแหล่งทรัพยากรแร่ โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $25.91B จัดอยู่ในอันดับที่ 7 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $2.20B จัดอยู่ในอันดับที่ 12 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $73.59 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $83.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $58.50รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Freeport-McMoRan Inc (FCX)ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การประเมินมูลค่าตึงตัวอย่างรุนแรง: ตัวชี้วัดการประเมินมูลค่าระหว่างวัน ณ วันที่ 8 กันยายน 2026 ชี้ว่า FCX ซื้อขายที่ระดับพรีเมียมสูงกว่าประมาณการมูลค่าที่แท้จริง 48% ถึง 57% โดยมีอัตราส่วน P/E ย้อนหลังอยู่ที่เกือบ 37.8 เท่า เมื่อเทียบกับค่ามัธยฐาน 5 ปีที่ 28.6 เท่า ส่งผลให้ราคาหุ้นเปราะบางต่อการปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงหากผลกำไรหรืออัตรากำไรลดลงโดยไม่คาดคิด ความล่าช้าในการดำเนินงานและการเร่งยอดขายของเหมือง Grasberg: อุปสรรคด้านการดำเนินงานที่ยืดเยื้อจากการหยุดชะงักของเหมือง Grasberg Block Cave ในอินโดนีเซีย บีบให้ผู้บริหารต้องจำกัดแนวโน้มยอดขายทองแดงปี 2026 ไว้ที่ 3.1 พันล้านปอนด์ ส่งผลให้เป้าหมายยอดขายในครึ่งปีหลังกระจุกตัวอยู่ในช่วงท้ายอย่างมาก และเปราะบางต่อปัญหาคอขวดในการผลิตหรือการแปรรูปที่อาจเกิดขึ้น การขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของคนในบริษัท: รายงานที่ยื่นต่อ SEC ล่าสุดชี้ให้เห็นถึงการขายหุ้นอย่างต่อเนื่องของผู้บริหารและกรรมการ รวมถึงรายการขายโดย Douglas N. Currault II รองประธานบริหาร (EVP) และ Lydia H. Kennard กรรมการบริษัท ส่งผลให้ยอดรวมการขายหุ้นของคนในบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 46.0 ล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยไม่มีรายงานการเข้าซื้อหุ้นจากคนในบริษัทเลย ความเสี่ยงด้านการกำกับดูแลและรัฐบาลอินโดนีเซีย: การกระจุกตัวของความสามารถในการทำกำไรหลักในอินโดนีเซียทำให้ FCX ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านเขตอำนาจศาลอย่างต่อเนื่อง ข้อผูกพันในการลงทุนในอุตสาหกรรมขั้นปลายตามกฎหมาย และภาระผูกพันในการโอนย้ายความเป็นเจ้าของในระยะยาว ซึ่งสร้างอุปสรรคเชิงโครงสร้างด้านการกำกับดูแลเมื่อเทียบกับคู่แข่งในประเทศ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 8 ก.ย. 2569 - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/ftse-ftse-8-2569-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 8 ก.ย. 2569 efinanceThai สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 | ข่าวหุ้นธุรกิจ LINE TODAY “ตลาดหุ้นยุโรป” ทรงตัว นักลงทุนจับตาจ้างงานสหรัฐ ชี้ทิศทางเฟดขึ้นดอกเบี้ย วารสารการเงินธนาคาร ตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก รับความหวังเฟดไม่เร่งขึ ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 8 ก.ย. 2569  efinanceThaiสรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 | ข่าวหุ้นธุรกิจ  LINE TODAY“ตลาดหุ้นยุโรป” ทรงตัว นักลงทุนจับตาจ้างงานสหรัฐ ชี้ทิศทางเฟดขึ้นดอกเบี้ย  วารสารการเงินธนาคารตลาดหุ้นยุโรปเปิดบวก รับความหวังเฟดไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### กบน.ปรับขึ้นราคาดีเซล-เบนซิน URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922340580 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เช้านี้ที่หมอชิต - กบน.มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มน้ำมันดีเซล 70 สต. ต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์… เช้านี้ที่หมอชิต - กบน.มีมติปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน กลุ่มน้ำมันดีเซล 70 สต. ต่อลิตร กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 80 สต. ต่อลิตร มีผลวันนี้ ตั้งแต่ 05.00 น. กบน.ปรับขึ้นราคาดีเซล-เบนซิน เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศ ปรับราคาขึ้น น้ำมันดีเซล B20 ราคาเดิม 34.14 ราคาใหม่ 34.84 ส่วนต่าง +0.70 ดีเซล ราคาเดิม 39.14 ราคาใหม่ 39.84 ส่วนต่าง +0.70 แก๊สโซฮอล์ E20 ราคาเดิม 33.29 ราคาใหม่ 34.09 ส่วนต่าง +0.80 แก๊สโซฮอล์ 91 ราคาเดิม 37.92 ราคาใหม่ 38.72 ส่วนต่าง +0.80 แก๊สโซฮอล์ 95 ราคาเดิม 47.28 ราคาใหม่ 48.80 ส่วนต่าง +0.80 เบนซิน ราคาเดิม 47.28 ราคาใหม่ 48.08 ส่วนต่าง +0.80 ผู้ประกอบการขนส่ง เดือดร้อนน้ำมันแพง ขณะที่บรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสารสกลนครแห่งที่ 1 จังหวัดสกลนคร พบว่าบรรยากาศเงียบเหงา มีรถโดยสารประจำทางของผู้ประกอบการจอดเรียงรายเต็มชานชาลา แต่แทบไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ ผู้ประกอบการขนส่งประจำทางจังหวัดสกลนครก็ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อน หลังภาระราคาน้ำมันที่พุ่งสูงถึงลิตรละเกือบ 40 บาท ทำให้แบกรับต้นทุนไม่ไหว นายถวิล สุขสิริ อายุ 54 ปี ผู้ประกอบการรถโดยสารสาย สกลนคร-นาแก เปิดเผยว่า สถานการณ์รถโดยสารประจำทางระหว่างอำเภอตอนนี้แทบไม่มีผู้โดยสาร บางวันต้องขับรถเปล่าทั้งขาไปและขากลับ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าน้ำมันต่อเที่ยวสูงถึง 300 ถึง 500 บาท ตามระยะทาง อาศัยเพียงรายได้จากการที่ชาวบ้านฝากซื้อสินค้าในเมืองแล้วนำไปส่งเพื่อให้พอมีค่าขนส่งประทังชีวิตไปได้ อยากวอนรัฐบาลเข้ามาดูแลและเร่งหามาตรการหรือนโยบายช่วยเหลือ ร้านทำพ่วงข้างรถ จยย.คิวแน่น ปัญหาน้ำมันที่แพงขึ้น ทำให้ตอนนี้ร้านประกอบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จังหวัดพิษณุโลก มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เจ้าของร้าน เร่งมือผลิตและประกอบพ่วงข้างรถจักรยานยนต์ ที่ตอนนี้มีคิวรอผลิตอีกเกือบ 20 คันเดือนนี้ เพราะตอนนี้สามารถจดทะเบียนได้แล้ว และชาวบ้านต้องการใช้สำหรับประกอบอาชีพแทนการใช้รถยนต์ ลดค่าใช้จ่ายน้ำมันดีเซล หนึ่งในลูกค้าที่มาติดตั้งพ่วงข้างรถจักรยานยนต์ บอกว่า จะนำไปให้ลูกชายใช้ส่งพัสดุแทนรถกระบะ ที่มีค่าน้ำมันเดือนละ เกือบ 20,000 บาท และยังสามารถใช้งานเอาไว้ใช้เดินทางไปตลาด หรือสถานที่ต่างๆได้ โดยไม่ต้องใช้รถยนต์ Source: Originally published on Ch7 News. Read the full article at Ch7 News → ### อาณาจักรแบรนด์หรูระดับโลกที่เคยรุ่งเรืองกำลังค่อยๆ เสื่อมถอยลงหรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922335817 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ลูกค้ากลุ่มสินค้าหรูหราที่มีฐานะดีประมาณ 60 ล้านคนได้หยุดซื้อสินค้า ทำให้ LVMH และแบรนด์ใหญ่อื่นๆ อีกมากมายต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นเวลานาน หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันโลกอาณาจักรแบรนด์หรูระดับโลกที่เคยรุ่งเรืองกำลังค่อยๆ เสื่อมถอยลงหรือไม่?ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ลูกค้ากลุ่มสินค้าหรูหราที่มีฐานะดีประมาณ 60 ล้านคนได้หยุดซื้อสินค้า ทำให้ LVMH และแบรนด์ใหญ่อื่นๆ อีกมากมายต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเป็นเวลานานZNews•08/09/2026 หลังจากเป็นบริษัทแรกในยุโรปที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 500 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ จากความเฟื่องฟูของสินค้าหรูหราในช่วงการระบาดใหญ่ ปัจจุบัน LVMH สูญเสียกำไรจากราคาหุ้นไปเกือบทั้งหมดแล้ว เนื่องจากนักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจมากขึ้นเกี่ยวกับความสามารถของตลาดในการฟื้นตัว การสูญเสียความสำเร็จในยุคทอง กลุ่มบริษัทสินค้าหรูเจ้าของแบรนด์ Dior, Louis Vuitton และ Veuve Clicquot สูญเสียมูลค่าตลาดไปมากกว่าครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่จุดสูงสุดในปี 2023 เหลือเพียงประมาณ 213 พันล้านยูโร การลดลงครั้งนี้ทำให้มูลค่าของ LVMH เข้าใกล้ระดับในเดือนมกราคม 2020 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่การระบาดของโควิด-19 จะเริ่มขึ้นและกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในสินค้าหรูหราพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ที่น่าสังเกตคือ ราคาหุ้นร่วงลงอย่างมากแม้ว่า LVMH จะยังคงทำกำไรจากการดำเนินงานได้ถึง 17.8 พันล้านยูโรในปีที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าปี 2019 มากกว่า 50% ภาคธุรกิจสินค้าหรูหราเริ่มถดถอยลงเมื่อประมาณสามปีที่แล้ว เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อกัดเซาะกำลังซื้อของชนชั้นกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักถูกเรียกว่าผู้บริโภคสินค้าหรูหราที่ "ใฝ่ฝัน" แนวโน้มนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจากความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลกและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง บริษัท LVMH ทำกำไรได้ 17.8 พันล้านยูโรเมื่อปีที่แล้ว เพิ่มขึ้น 50% จากปี 2019 แต่ราคาตลาดลดลงมากกว่าครึ่ง เนื่องจากความเชื่อมั่นในตลาดสินค้าหรูหราลดลง ภาพ: รอยเตอร์ ฟลาวิโอ เซเรดา ผู้จัดการกองทุนจาก GAM ให้เหตุผลว่า ปัญหาของ LVMH อยู่ที่ว่าหุ้นของกลุ่มได้กลายเป็นเครื่องมือให้นักลงทุนใช้ในการเก็งกำไรจากกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ “LVMH มีลูกค้ากลุ่มสินค้าหรูหราจำนวนมากที่ยังคงดำเนินธุรกิจได้ดี แต่ไม่ใช่ลูกค้ากลุ่มนี้ที่เป็นส่วนใหญ่ของธุรกิจทั้งหมด” เซเรดา กล่าว นักลงทุนอีกสองรายในกลุ่มสินค้าหรูหราก็ตั้งข้อสังเกตเช่นกันว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์มักใช้หุ้น LVMH เพื่อเก็งกำไรจากความเชื่อมั่นโดยรวมของอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการขยายการขึ้นหรือลงของตลาดให้มากขึ้น คริสโตเฟอร์ รอสส์บัค ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ J Stern & Co. บริษัทที่ถือหุ้นใน LVMH กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอำนาจภายในกลุ่มบริษัทที่วางแผนไว้กำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญมากขึ้นสำหรับนักลงทุน เขาแย้งว่าการที่ LVMH บริหารงานโดยผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดอย่างเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ "ถือเป็นข้อได้เปรียบมาโดยตลอด" อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าการถือหุ้นและการวางแผนสืบทอดตำแหน่งเป็น "สองประเด็นที่สำคัญที่สุด" สำหรับ LVMH ในวัย 77 ปี ​​อาร์โนลต์กำลังเตรียมลูกทั้งห้าคนของเขาให้พร้อมสำหรับการสืบทอดตำแหน่งในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน มหาเศรษฐีรายนี้หลีกเลี่ยงการตอบคำถามเกี่ยวกับแผนการสืบทอดตำแหน่ง โดยบอกกับผู้ถือหุ้นว่า "เราจะพูดคุยเรื่องนี้กันอีกครั้งในอีกเจ็ดหรือแปดปีข้างหน้า" คนร่ำรวยไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไปแล้วหรือ? บริษัท Bain ประเมินว่าผู้บริโภคประมาณ 60 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม "ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากได้" และคิดเป็นประมาณ 15% ของลูกค้าสินค้าหรูทั้งหมด ได้หยุดซื้อสินค้าในช่วงสามปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทที่ปรึกษาดังกล่าวยังระบุว่าแบรนด์สินค้าหรูต่าง ๆ กำลังประสบปัญหาในการรักษากลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ไว้ เนื่องจากราคาสินค้าหลายรายการเพิ่มขึ้น 50-70% เมื่อเทียบกับปี 2019 เซเรดา กล่าวว่า กลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มักจะใช้จ่ายอย่างอิสระมากขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึก "มั่นใจ" เกี่ยวกับสถานะ ทางเศรษฐกิจและการเงินของตนเอง อย่างไรก็ตาม ชนชั้นกลางยังไม่มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงพอที่จะซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยได้ "เราเฝ้ารอให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลง แต่จนถึงตอนนี้เราเห็นเพียงสัญญาณของการฟื้นตัวที่ไม่ยั่งยืนเท่านั้น" เขากล่าว ภาคธุรกิจสินค้าหรูหรากำลังเผชิญแรงกดดันจากความต้องการที่ชะลอตัวใน ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่เคยเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้มานานกว่าทศวรรษ ผู้บริโภคในจีนเริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ตกต่ำและตลาดหุ้นที่ผันผวน อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียมกันในทุกแบรนด์ แบรนด์ที่เจาะกลุ่มลูกค้าระดับสูง เช่น แอร์เมส และ บรูเนลโล คูซิเนลลี ยังคงมีผลประกอบการที่ดีกว่า ในขณะที่แบรนด์ที่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างอยู่แล้ว เช่น เคอริ่ง เจ้าของแบรนด์กุชชี่ และเบอร์เบอรี่ กลับมีผลประกอบการที่แย่ที่สุด ในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอย บริษัทที่โดดเด่นที่สุดคือ ริชมองต์ (Richemont) กลุ่มเครื่องประดับ สวิส ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Cartier และ Van Cleef & Arpels หุ้นของริชมองต์เพิ่มขึ้น 28% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดของกลุ่มสูงกว่า 100 พันล้านยูโร นอกจากนี้ ความต้องการสินค้ายังคงแข็งแกร่งในแบรนด์เครื่องประดับสองแบรนด์ของ LVMH คือ Tiffany และ Bvlgari เฟเดริโก มาร์เค็ตติ ผู้คร่ำหวอดในวงการมาอย่างยาวนาน แนะนำว่า การที่ราคากระเป๋าถือพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้จ่ายบางส่วนไปกับสร้อยข้อมือและสร้อยคอแทน "เมื่อพิจารณาจากระดับราคาในปัจจุบัน ผมคิดว่าลูกค้าคงอยากซื้อเครื่องประดับราคา 10,000 ยูโรมากกว่ากระเป๋าราคา 7,000 ยูโร" เขากล่าว แม้ว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมจะใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้ แต่สัญญาณล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาและ เกาหลีใต้ กำลังตอกย้ำมุมมองที่ว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอาจเป็นเพียงวัฏจักร ในทั้งสองตลาด การใช้จ่ายสินค้าหรูหราได้ฟื้นตัวขึ้นหลังจากตลาดหุ้นในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เซเรดากล่าวว่า "ทันทีที่ผู้คนรู้สึกว่าตนเองมีเงิน พวกเขาก็จะใช้จ่ายมัน" ที่มา: https://lifestyle.zingnews.vn/de-che-hang-hieu-lung-lay-toan-cau-dang-dan-mat-hao-quang-post1681580.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ยุโรปยังคงติดอยู่ใน 'วงจรเลวร้าย' ของราคาน้ำมันที่สูงอยู่ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922326765 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกผันผวนอย่างมาก สำหรับตลาดในยุโรป ปัญหาคอขวดในปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่กำลังการกลั่นที่จำกัด ระดับสินค้าคงคลังที่ต่ำ และการขาดแคลนน้ำมันดีเซลด้วย หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือปริมาณเชื้อเพลิงสำรองในยุโรปอยู่ในระดับต่ำ (ที่มา: DPA) ความขัดแย้งระหว่าง อิหร่าน และสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดน้ำมันมีความผันผวนอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันมาตรฐานสากล มีการซื้อขายอยู่ในช่วง 73-126 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และอยู่ที่ประมาณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 4 กันยายน แรงกดดันจากราคาน้ำมันดีเซล ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในยุโรปก็ผันผวนไปตามราคาน้ำมันดิบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจากราคาขายปลีกไม่เพียงแต่สะท้อนต้นทุนน้ำมันดิบเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนและกำลังการผลิตในการกลั่น รวมถึงปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่กลั่นแล้วที่มีอยู่ด้วย แม้ว่า รถยนต์ไฟฟ้า จะมีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นในการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ แต่เชื้อเพลิงเบนซินและดีเซลยังคงเป็นแหล่งพลังงานหลักสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลส่วนใหญ่ที่ใช้งานอยู่ในสหภาพยุโรป (EU) ในปัจจุบัน จากข้อมูลล่าสุดของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งยุโรป (ACEA) พบว่า รถยนต์ 49.2% ใช้เชื้อเพลิงเบนซิน และ 38.4% ใช้เชื้อเพลิงดีเซล ดังนั้น เชื้อเพลิงทั้งสองประเภทนี้จึงยังคงมีสัดส่วนรวมกันถึง 87.6% ของรถยนต์ทั้งหมด รัฐบาล หลายประเทศในยุโรปได้ลดภาษีน้ำมันเป็นการชั่วคราวหรือใช้มาตรการสนับสนุนอื่นๆ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตพลังงาน อย่างไรก็ตาม ระดับการสนับสนุนแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดวิกฤตได้ ณ วันที่ 31 สิงหาคม ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหภาพยุโรปอยู่ที่ 1.95 ยูโรต่อลิตร ลดลงเพียงประมาณ 4% จากราคาสูงสุดที่ 2.03 ยูโรต่อลิตรในเดือนมิถุนายน 2022 ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 2.04 ยูโรต่อลิตร ลดลงประมาณ 3% จากราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.11 ยูโรต่อลิตร ซึ่งบันทึกไว้ในเดือนเมษายน 2026 ซูมิต ริโตเลีย นักวิเคราะห์จาก Kpler กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้ช่องว่างระหว่างราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในยุโรปกว้างขึ้น คือ ตลาดได้รับอิทธิพลจากกิจกรรมการกลั่นและการจัดหาผลิตภัณฑ์มากขึ้นเรื่อยๆ "น้ำมันดิบอาจมีอยู่ แต่ความสามารถในการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม โดยเฉพาะดีเซล กลับยากขึ้นมาก" ริโทเลียกล่าว แรงกดดันจากราคาน้ำมันดีเซลไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ที่ใช้รถยนต์ดีเซลโดยตรงเท่านั้น น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงที่สำคัญสำหรับการขนส่งทางถนน การเกษตร และการก่อสร้างในยุโรป ดังนั้น หากราคาน้ำมันดีเซลยังคงสูงเป็นเวลานาน ต้นทุนการขนส่งและการผลิตที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ราคาอาหารและสินค้าอื่นๆ สูงขึ้นตามไปด้วย ยุโรปกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะเกิดการขาดแคลนน้ำมันดีเซล หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในขณะนี้คือปริมาณเชื้อเพลิงสำรองในยุโรปอยู่ในระดับต่ำ หลังจากการรุกทางทหารของรัสเซียในยูเครน ยุโรปต้องปรับโครงสร้างการจัดหาน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินอย่างมาก โดยหันไปพึ่งพาผู้จัดหาจากสหรัฐอเมริกา อินเดีย และตะวันออกกลางแทน อลัน เกลเดอร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายกลั่นน้ำมัน เคมีภัณฑ์ และตลาดน้ำมันของวูด แมคเคนซี กล่าวว่า ยุโรปเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินรายใหญ่ที่สุด ดังนั้น ราคาในยุโรปจึงมีผลกระทบอย่างมากต่อราคาทั่วโลก ข้อจำกัดในการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียและตะวันออกกลางได้ทำให้การแข่งขันด้านอุปทานทวีความรุนแรงขึ้น ลูกค้าดั้งเดิมของดีเซลรัสเซีย เช่น ตุรกีและ บราซิล ต้องแข่งขันกับผู้ซื้อจากยุโรปเพื่อเข้าถึงอุปทานจากสหรัฐอเมริกา อินเดีย และตลาดอื่นๆ สิ่งนี้ก่อให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในตลาดโลก: การหยุดชะงักของอุปทานในภูมิภาคหนึ่งสามารถนำไปสู่การขาดแคลนอุปทานในภูมิภาคอื่นได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระแสการค้าต้องปรับตัว ตัวชี้วัดที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ อัตรากำไรจากการกลั่น ซึ่งเป็นส่วนต่างระหว่างราคาสินค้ากลั่นกับราคาน้ำมันดิบที่ใช้เป็นวัตถุดิบนั้นสูงมาก ณ วันที่ 31 สิงหาคม ราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยในสหภาพยุโรปอยู่ที่ 1.95 ยูโรต่อลิตร ลดลงเพียงประมาณ 4% จากราคาสูงสุดที่ 2.03 ยูโรต่อลิตรในเดือนมิถุนายน 2022 (ที่มา: DPA) จากรายงานของ รอยเตอร์ ราคาน้ำมันเบนซิน Eurobob E5 ที่ซื้อขายในตลาดยุโรปเคยมีราคาสูงกว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ถึง 62.07 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งต่ำกว่าราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 62.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายน 2022 เพียงเล็กน้อย ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดีเซลล่วงหน้าของยุโรปพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 78.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับน้ำมันเบรนท์ในวันที่ 1 กันยายน ก่อนจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันที่ 2 กันยายน อัตรากำไรจากการกลั่นที่สูงขึ้นบ่งชี้ว่ามูลค่าของผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำมันเบนซินและดีเซล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับน้ำมันดิบที่ใช้ในการผลิต กล่าวอีกนัยหนึ่ง ราคาที่ผู้บริโภคจ่ายที่ปั๊มน้ำมันไม่ได้รวมเฉพาะต้นทุนของน้ำมันดิบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงต้นทุนการกลั่น การขนส่ง การจัดจำหน่าย และภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ส่งผลต่อราคาขายสุดท้ายด้วย ท่ามกลางปริมาณผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีจำกัด โรงกลั่นในยุโรปกำลังดำเนินการผลิตเต็มกำลัง ในขณะที่สินค้าคงคลังยังคงอยู่ในระดับต่ำ ข้อมูลจาก Insights Global บริษัทที่ปรึกษาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ แสดงให้เห็นว่าปริมาณสำรองน้ำมันเบนซินที่คลังน้ำมันอิสระในภูมิภาคอัมสเตอร์ดัม-รอตเตอร์ดัม-แอนต์เวิร์ป (ARA) ลดลงเหลือ 752,000 ตัน ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2021 ก่อนที่จะฟื้นตัวในสัปดาห์ถัดมา ไม่เพียงแต่ในยุโรปเท่านั้น แต่โรงกลั่นในสหรัฐอเมริกาก็กำลังดำเนินการผลิตด้วยกำลังการผลิตที่สูงมากเช่นกัน นายริโทเลียกล่าวว่า กำลังการผลิตของโรงกลั่นในยุโรปในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงสุดในรอบประมาณ 3-4 ปี ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงกลั่นในสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 98% ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม 2569 ข้อเท็จจริงที่ว่าโรงงานต่างๆ กำลังดำเนินการผลิตเกือบเต็มกำลังการผลิต หมายความว่าตลาดมีกำลังการผลิตสำรองเหลือน้อยมากที่จะรับมือได้หากเกิดภาวะอุปทานตกต่ำอีกครั้ง ราคาน้ำมันจะสูงไปอีกนานแค่ไหน? แนวโน้มราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงความต้องการตามฤดูกาล การดำเนินงานของโรงกลั่น และสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมือง ตามที่นายริโทเลียกล่าว ราคาน้ำมันเบนซินอาจลดลงบ้าง เนื่องจากความต้องการใช้เชื้อเพลิงในช่วงฤดูร้อนลดลง และตลาดเปลี่ยนไปสู่เชื้อเพลิงสำหรับฤดูหนาว อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลมีแนวโน้มที่ท้าทายกว่า ต่างจากน้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซลไม่มีรูปแบบการ "ปล่อย" ตามฤดูกาลเช่นเดียวกัน เมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามา ความต้องการใช้เชื้อเพลิงสำหรับทำความร้อนจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับเชื้อเพลิงก็เข้มงวดมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งทำให้กำไรจากการขายดีเซลอยู่ในระดับสูงตลอดช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบำรุงรักษาโรงกลั่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงอาจลดปริมาณการผลิตลง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตลาดเปลี่ยนไปสู่เชื้อเพลิงสำหรับฤดูหนาวและความต้องการใช้ความร้อนเริ่มสูงขึ้น อนาคตของดีเซลในยุโรปมีความท้าทายมากขึ้น (ที่มา: Sempra Infrastructure) การจัดหาจากเอเชียอาจช่วยบรรเทาแรงกดดันได้ นักวิเคราะห์ชี้ว่าการส่งออกดีเซลของจีนที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยเพิ่มอุปทานให้กับตลาดโลกได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการรักษาระดับการส่งออกที่สูงยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เนื่องจากปักกิ่งยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาระดับอุปทานภายในประเทศเป็นอันดับแรก อินเดียยังถูกมองว่าเป็นผู้จัดหาน้ำมันที่มีศักยภาพให้กับยุโรป เนื่องจากมีกำลังการผลิตในการกลั่นน้ำมันจำนวนมากและมีความสามารถในการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม อย่างไรก็ตาม แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลง ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงขายปลีกจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทันที ปัญหาหลักในปัจจุบันอยู่ที่กำลังการผลิตสำรองในการกลั่นที่จำกัด การขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป และปริมาณสินค้าคงคลังที่ต่ำ ในบริบทนี้ การกลับมาดำเนินการอย่างมั่นคงในเส้นทางการขนส่งทางเรือที่สำคัญในตะวันออกกลาง และการฟื้นฟูการส่งออกเชื้อเพลิงจากภูมิภาคนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรเทาแรงกดดันในตลาด ตามที่เกลเดอร์กล่าว หากเส้นทางการขนส่งทางเรือในตะวันออกกลางเปิดขึ้นอีกครั้ง ราคาน้ำมันดิบอาจลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลอาจต้องใช้เวลาในการปรับตัวมากขึ้น เนื่องจากตลาดยังคงต้องแก้ไขปัญหาด้านอุปทานผลิตภัณฑ์และกำลังการผลิตในการกลั่นอยู่ นี่แสดงให้เห็นว่าแม้ตลาดน้ำมันดิบจะชะลอตัวลง ผู้บริโภคในยุโรปก็อาจยังคงเผชิญกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง และหากราคาน้ำมันดีเซลยังคงสูง ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่แค่สถานีบริการน้ำมันเท่านั้น แต่จะลุกลามไปยังต้นทุนการขนส่ง การผลิต อาหาร และท้ายที่สุดก็คือภาวะเงินเฟ้อทั่วทั้งเศรษฐกิจ ที่มา: https://baoquocte.vn/chau-au-chua-the-thoat-vong-xoay-gia-nhien-lieu-cao-441081.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### Bloom Energy พุ่ง 190% พร้อมเข้าดัชนี S&P 500 รับอานิสงส์กระแส AI 🤖 URL: https://onesiamsoft.com/articles/bloom-energy-190percent-sandp-500-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Bloom Energy (BE.US) หุ้น Bloom Energy (BE.US) พุ่งขึ้นมากกว่า 7% ในการซื้อขาย Pre-market วันนี้ หลังมีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ผู้ผลิตระบบ Fuel Cell รายนี้จะเข้าร่วมดัชนี S&P 500 ตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน โดยตั้งแต่ต้นปี สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ทองคำ CFD โลหะเงิน CFD ก๊าซ CFD กาแฟ Forex Forex CFD: EUR/USD, USD/JPY, EUR./JPY, GBP/USD หุ้น Tesla, Apple, Grab, Alphabet ดัชนี ดัชนี CFD: US500, US100, DE30 ETF iShares, Vanguard, Lyxor, ARK คริปโต CFD คริปโต: Bitcoin, Uniswap, Ripple, Dogecoin แผนการลงทุน ออมเงินอย่างยืดหยุ่นผ่านการลงทุน บัญชีและค่าธรรมเนียม รายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและวิธีการฝากและถอนเงิน Source: Originally published on XTB.com. Read the full article at XTB.com → ### สนพ.เปิดร่าง PDP 2026 เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า 5.09 หมื่นเมกฯ โบรกชู GULF-GUNKUL ท็อปพิก | ข่าวหุ้นธุรกิจ | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-509-gulf-gunkul-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 202... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ในการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยในช่วง 12 ปีแรกของแผน จะมีการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 50,900 เมกะวัตต์ (MW) แบ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar) 24,300 MW พลังงานลม (Wind) 2,700 MW พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Solar+BESS) 14,500 MW โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (SMR) นำร่อง 300 MW และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบ Combined Cycle Gas Turbine (CCGT) 9,100 MWสำหรับช่วง 5 ปีแรกของแผน ระหว่างปี 2570-2575 หรือ 2027-2032 จะมีการพิจารณาความคุ้มค่าในการต่ออายุสัญญา รวมถึงกรณีสัญญาโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่ทยอยหมดอายุ เนื่องจากปัจจุบันยังมีข้อจำกัดจากการขาดแคลน Gas Turbineขณะที่ช่วง 13 ปีหลัง ระหว่างปี 2578-2593 หรือ 2038-2050 ร่างแผน PDP 2026 แบ่งแนวทางการพัฒนาออกเป็น 4 กรณี ได้แก่ 1) กรณีฐาน (Base Case) เพิ่มกำลังการผลิต 76,350 MW 2) กรณี Net Zero by CCS เพิ่มกำลังการผลิต 76,350 MW 3) กรณี Net Zero by RE เพิ่มกำลังการผลิต 143,900 MW และ 4) กรณี Net Zero by RE & CCS เพิ่มกำลังการผลิต 96,250 MWสำหรับโครงการ Direct PPA ซึ่งได้รับอนุมัติเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ได้ขยายขอบเขตจากเดิมที่จำกัดเฉพาะศูนย์ข้อมูล (Data Center) จำนวน 2,000 MW ไปสู่ทุกอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้พลังงานหมุนเวียน (RE) และรองรับปริมาณมากกว่า 2,000 MW โดยเบื้องต้นคาดว่าจะเพิ่มปริมาณเป็น 8,000-9,000 MW ทั้งนี้ จะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินงานในลำดับถัดไป ขณะที่โครงการนำร่อง Direct PPA จำนวน 2,000 MW คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ก่อนด้านโรงไฟฟ้า SMR นำร่องขนาด 300 MW ซึ่งอยู่ในแผนช่วง 12 ปีแรก คาดว่าจะเริ่มพัฒนาจากภาครัฐ ก่อนเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 9,000 MW ภายในปี 2593 หรือ 2050 โดย สนพ. ได้พิจารณาปัจจัยด้านต้นทุนการก่อสร้าง ระบบระบายความร้อน ต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายในการกำจัดซาก และค่ารื้อถอนโรงไฟฟ้าแล้ว และเห็นว่ามีศักยภาพเพียงพอทั้งนี้ สนพ. มองว่า SMR เป็นแหล่งพลังงานที่มีความมั่นคงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงคงเป้าหมายกำลังการผลิตไว้ที่ 9,000 MW ภายในปี 2050 อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาความเสี่ยงต่อการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ขณะที่ปัจจุบันภาครัฐได้ดำเนินการให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยของ SMR แก่ประชาชนในพื้นที่บางส่วนแล้วนอกจากนี้ ร่างแผน PDP 2026 ยังเพิ่มสัดส่วนพลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) จำนวน 156 MW ซึ่งเป็นพลังงานที่มีเสถียรภาพ และอาจเพิ่มสัดส่วนในอนาคตตามศักยภาพที่วางไว้ราว 2,500-3,000 MW สำหรับ New Technology เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเจาะสำรวจส่วนการใช้เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ปัจจุบันยังมีต้นทุนอยู่ในระดับสูง ดังนั้น การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 จะต้องพิจารณาต้นทุน CCS ในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอนาคตสำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ซึ่งเป็นการรับซื้อไฟฟ้าจากครัวเรือนที่ติดตั้ง Solar Rooftop ยังไม่ได้รวมอยู่ในร่างแผน PDP 2026 โดยหากรัฐบาลมีความชัดเจนมากขึ้น อาจพิจารณาหักกำลังการผลิตในส่วนของ Solar ออกประมาณ 500 MWขณะที่กรณีที่ 3 ซึ่งกำหนดให้สัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) เพิ่มขึ้นเป็น 89% จะช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้า LNG ได้สูงสุด อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวอาจเผชิญปัญหาปริมาณไฟฟ้าจาก Solar ที่สูงกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวัน จึงต้องพิจารณาแนวทางรองรับเพิ่มเติมทั้งนี้ สนพ. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผน PDP 2026 ผ่าน Google Form ตั้งแต่วันที่ 8-15 กันยายน 2569 ก่อนนำข้อคิดเห็นมาพิจารณาปรับปรุงรายละเอียดของร่างแผนต่อไปด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่าร่างแผน PDP 2026 เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าในระยะยาว ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาในกรณีใด เนื่องจากทุกกรณีมีการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ทั้งจากพลังงานหมุนเวียน (RE) และโรงไฟฟ้าประเภท Conventionalบล.หยวนต้าคาดว่า ร่างแผน PDP 2026 จะแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2569 หลังสิ้นสุดกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ก่อนนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามลำดับ จากนั้นคาดว่าจะเริ่มเปิดประมูลโรงไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไปขณะที่โครงการ Direct PPA และระบบ Third Party Access (TPA) คาดว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมภายในช่วงปลายปี 2569 อย่างไรก็ตาม ร่างแผน PDP 2026 ยังมีโอกาสปรับปรุงรายละเอียดเพิ่มเติมภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นสำหรับกลยุทธ์การลงทุน บล.หยวนต้าให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้าในระดับ “Overweight” และเลือกบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือGUNKUL เป็น Top Pick สำหรับประเด็นการลงทุนจากแผน PDP ฉบับใหม่โดย GULF ถือเป็นบริษัทที่มีทั้งศักยภาพและความพร้อมทางการเงิน ขณะที่ GUNKUL มีโอกาสได้รับประโยชน์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรม (EPC) ไปจนถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### อินเทลอาจปรับขึ้นราคาซีพียูตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922301424 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 การปรับขึ้นราคา CPU ครั้งล่าสุดของ Intel อาจเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ หลังจากที่มีการปรับราคามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2025 จากรายงานของ DigiTimes คาดว่า Intel จะปรับขึ้นราคา CPU บางรุ่นในช่วงต้นเดือนตุลาคม การปรับขึ้นอาจมากถึง 10% ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นราคาครั้งใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์โปรเซสเซอร์ของบริษัท ขณะนี้ยังไม่มีรายชื่อรุ่นหรือรหัสสินค้า (SKU) ของซีพียูที่จะได้รับผลกระทบอย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้น ราคาที่เพิ่มขึ้นจริงอาจแตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ถูกนำมาใช้กับซีพียูของ Intel ทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ข้อมูลยังไม่ระบุว่าราคาขายปลีกสุดท้ายในแต่ละตลาดจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังจากการปรับราคา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Intel ปรับขึ้นราคาโปรเซสเซอร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทได้ปรับราคาหลายครั้งนับตั้งแต่ปลายปี 2025 และมีรายงานว่าในไตรมาสแรกของปี 2026 ราคา CPU ของ Intel บางรุ่นก็เพิ่มขึ้นเกือบ 10% เช่นกัน อินเทลอาจขึ้นราคาซีพียูในเดือนตุลาคม แต่การปรับราคาจริงคาดว่าจะแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์ การปรับราคาครั้งล่าสุด หากดำเนินการตามแผน จะยิ่งทำให้ราคาซีพียูของอินเทลสูงขึ้นไปอีก ผลกระทบต่อผู้บริโภคจะขึ้นอยู่กับรุ่นของชิปแต่ละรุ่น ระดับสินค้าคงคลังของร้านค้า และช่วงเวลาที่ราคาใหม่จะถูกนำมาใช้ในตลาด รายงานระบุว่า การขึ้นราคาครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการปรับกลยุทธ์ธุรกิจซีพียูของอินเทล โดยบริษัทกำลังให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงกว่า แทนที่จะทุ่มทรัพยากรไปกับชิปรุ่นที่มีกำไรต่ำ ทิศทางนี้หมายความว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Intel อาจเปลี่ยนแปลงไป CPU ที่สร้างกำไรสูงกว่าจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก ในขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรต่ำกว่าจะไม่ได้มีบทบาทสำคัญเท่าเดิมในกลยุทธ์ของบริษัทอีกต่อไป ดังนั้น การปรับราคาจึงไม่เพียงเกี่ยวข้องกับราคาขายของโปรเซสเซอร์แต่ละตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีที่ Intel จัดสรรทรัพยากรให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ CPU ของตนด้วย อย่างไรก็ตาม รายงานยังไม่ได้ระบุว่า Intel จะให้ความสำคัญกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ใดเป็นอันดับแรกในอนาคตอันใกล้นี้ ตัวเลขการขึ้นราคาสูงสุด 10% ที่กล่าวถึงข้างต้นยังเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น และ Intel ยังไม่ได้ประกาศรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบอย่างละเอียด ข้อมูลนี้จะเป็นตัวกำหนดขอบเขตผลกระทบของการขึ้นราคา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่วางแผนจะซื้อ CPU ใหม่หรืออัปเกรดคอมพิวเตอร์ในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มา: https://thanhnien.vn/intel-co-the-tang-gia-cpu-tu-dau-thang-10-185260908235919925.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดทรงตัว ตลาดกังวลตะวันออกกลาง-ราคาน้ำมันพุ่ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922298074 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่หุ้น Novartis ร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นยุโรปปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่หุ้น Novartis ร่วงหนักที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังรายงานความล้มเหลวครั้งที่ 2 ของโครงการพัฒนายา ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.60 จุด ลดลง 0.30 จุด หรือ -0.05% ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,317.98 จุด เพิ่มขึ้น 11.83 จุด หรือ +0.14% ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,007.63 จุด เพิ่มขึ้น 1.10 จุด หรือ +0.00% ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด หรือ -0.10% ดัชนีตลาดหุ้นสวิตเซอร์แลนด์ร่วงลง 1.6% โดยถูกกดดันจากหุ้น Novartis ซึ่งดิ่งลง 10.9% Novartis เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังบริษัทผู้ผลิตยาของสวิตเซอร์แลนด์เปิดเผยว่า ยาทดลองสำหรับรักษาโรคกล้ามเนื้อลีบไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการทดลองทางคลินิกระยะสุดท้าย ข่าวดังกล่าวมีขึ้นเพียง 1 วันหลังบริษัทเปิดเผยว่ายาทดลองสำหรับลดคอเลสเตอรอลก็ไม่ผ่านการทดลองระยะสุดท้ายที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดเช่นกัน หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 0.6% ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ประมาณ 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งมีความใกล้ชิดกับอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเมืองต่าง ๆ ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่ความขัดแย้งอาจขยายวงไปยังพื้นที่อื่นในภูมิภาค และส่งผลกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิงในตลาดโลก หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน หลังราคาทองแดงเพิ่มขึ้น โดยหุ้น Boliden, Antofagasta และ KGHM ปรับตัวขึ้นระหว่าง 4.6-6.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ยุโรปโดยรวมพุ่งขึ้น 2% ด้านเศรษฐกิจ การส่งออกของเยอรมนีลดลงอย่างไม่คาดคิดในเดือนก.ค. โดยการส่งออกไปยังประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปและจีนที่ลดลงสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการค้าในเยอรมนี ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงได้ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง และเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อไปเป็นเวลานานขึ้น นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้ แม้ผู้กำหนดนโยบายจะส่งสัญญาณว่ามีความต้องการจำกัดในการคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติม แต่ตลาดยังคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งภายในสิ้นปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2570 นักวิเคราะห์ของ ING ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หาก ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหลังเดือนก.ย. จะทำให้นโยบายการเงินเปลี่ยนจากระดับที่มุ่งสร้างความมั่นใจในการรับมือความเสี่ยง ไปสู่ระดับที่เข้มงวดอย่างแท้จริง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่มีข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุนเพียงพอ ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยรายงานเงินเฟ้อดังกล่าวจะมีขึ้นหลังข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนนี้ โดย กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ค : ดัชนี ดาวโจนส์ (^DJIA) — 8 ก.ย. 2569 - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/djia-8-2569-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ค : ดัชนี ดาวโจนส์ (^DJIA) — 8 ก.ย. 2569 efinanceThai น้ำมันขยับขึ้นเหนือ$97หลังฮูตีโจมตีซาอุฯ หุ้นUSลงแรง-ทองปิดลบจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ ผู้จัดการออนไลน์ ดาวโจนส์ ร่วง 628 จุด! น้ำมันพุ่งเฉียด $100 กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก LINE TODAY ฟิว ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ค : ดัชนี ดาวโจนส์ (^DJIA) — 8 ก.ย. 2569  efinanceThaiน้ำมันขยับขึ้นเหนือ$97หลังฮูตีโจมตีซาอุฯ หุ้นUSลงแรง-ทองปิดลบจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ  ผู้จัดการออนไลน์ดาวโจนส์ ร่วง 628 จุด! น้ำมันพุ่งเฉียด $100 กังวลสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ กดดันตลาดหุ้นทั่วโลก  LINE TODAYฟิวเจอร์สสหรัฐฯ ร่วงหลังกลับจากวันหยุด รับมือตัวเลขจ้างงานร้อนแรงและน้ํามันคุกคาม $100  Investing.comสถานการณ์ตลาดน้ำมันสัปดาห์วันที่ 7-11 ก.ย. 69 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 14-18 ก.ย. 69  RYT9 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT: ข้าวสาลีปิดพุ่ง หลังสหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/cbot-33 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 ก.ย.) สัญญาข้าวสาลีปิดพุ่งขึ้น หลังความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อยุติสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปีแทบไม่มีความคืบหน้า ส่งผลให้การส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำยังคงติดขัด ภาวะตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (8 ก.ย.) สัญญาข้าวสาลีปิดพุ่งขึ้น หลังความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ ในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อยุติสงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อมานาน 4 ปีแทบไม่มีความคืบหน้า ส่งผลให้การส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำยังคงติดขัด ขณะที่สัญญาข้าวโพดและถั่วเหลืองแกว่งตัวขึ้นลงสลับกันอย่างไร้ทิศทาง เนื่องจากเทรดเดอร์ปรับสถานะพอร์ตก่อนกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) จะเปิดเผยรายงานคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานในวันศุกร์นี้ (11 ก.ย.) สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 3.25 เซนต์ หรือ -0.61% ปิดที่ 5.3350 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 13.00 เซนต์ หรือ +1.77% ปิดที่ 7.4700 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 6.50 เซนต์ หรือ +0.50% ปิดที่ 13.1625 ดอลลาร์/บุชเชล สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา จาเรด คุชเนอร์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ สองตัวแทนสันติภาพของสหรัฐฯ ได้พบหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ณ กรุงมอสโก และประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน ณ กรุงเคียฟ แต่เทรดเดอร์ในตลาดระบุว่า การเจรจาดังกล่าวยังไม่เห็นสัญญาณความคืบหน้าที่จะยุติสงคราม เพื่อเปิดทางให้ยูเครนและรัสเซียกลับมาส่งออกธัญพืชในปริมาณมากตามปกติได้ ด้านปธน.เซเลนสกีเปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ ได้นำเสนอข้อคิดเห็นที่ดีหลายประการระหว่างการหารือ ปัจจุบัน รัสเซียและยูเครนยังคงเปิดฉากโจมตีตอบโต้ท่าเรือและเรือบรรทุกสินค้าของกันและกัน จนการส่งออกธัญพืชผ่านทะเลดำเกือบหยุดชะงักทั้งหมด ผู้ซื้อจึงจำต้องหาแหล่งนำเข้าอื่นทดแทน เช่น ออสเตรเลียและอาร์เจนตินา ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรยูเครนรายงานเมื่อวันอังคารว่า ยูเครนเก็บเกี่ยวข้าวสาลีประจำฤดูกาลปี 2569 ใกล้เสร็จสิ้นแล้ว ได้ผลผลิตรวม 24.91 ล้านตัน คิดเป็นผลผลิตเฉลี่ย 4.94 ตันต่อเฮกตาร์ ส่วนสัญญาถั่วเหลืองได้แรงหนุนจากการที่จีนเดินหน้าเข้าซื้อ รวมถึงความกังวลเรื่องสภาพอากาศร้อนแล้งในพื้นที่เพาะปลูกหลักของสหรัฐฯ ศุลกากรจีน (GACC) รายงานว่า ช่วงเดือนม.ค.-ส.ค. จีนนำเข้าถั่วเหลืองรวม 74.11 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.1% จาก 73.33 ล้านตันในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยอดนำเข้าเฉพาะเดือนส.ค. จะลดลง 1.1% เมื่อเทียบรายปี เหลือ 12.14 ล้านตันก็ตาม นอกจากนี้ USDA ยังระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ผู้ส่งออกสหรัฐฯ ตกลงขายถั่วเหลือง 192,000 ตันให้แก่จีนเพื่อส่งมอบในปีการตลาด 2569/2570 ด้านสัญญาข้าวโพดยังมีปัจจัยช่วยพยุงราคาจำกัดช่วงขาลงไว้ จากการคาดการณ์ว่าผลผลิตในแถบมิดเวสต์ (Corn Belt) จะตกต่ำ โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาอาจทำให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดตัวลง URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788922287430 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 27.6 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาขึ้นไปอีกขั้น หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันโลกมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาอาจทำให้ธุรกิจขนาดเล็กต้องปิดตัวลงมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 27.6 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งในสงครามการค้าสหรัฐฯ-แคนาดาขึ้นไปอีกขั้นVietnamPlus•08/09/2026จากรายงานของ cbc.ca เมื่อมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กบางรายกล่าวว่า แม้พวกเขาจะเข้าใจว่า รัฐบาล กลางพยายามตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ แต่พวกเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบอย่างมากจากค่าใช้จ่ายเหล่านี้ มาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาต่อสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 27.6 พันล้านดอลลาร์แคนาดา (20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายน ซึ่งถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งทางการค้าครั้งใหม่ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านในอเมริกาเหนือ ในขณะที่เจ้าของธุรกิจจำนวนมากกำลังเตรียมรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นและปัญหาในห่วงโซ่อุปทาน มาตรการภาษีนำเข้าแบบเท่ากันทุกบาททุกสตางค์นี้เป็นมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลกลางต่อภาษี 50% ที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม กับสินค้าแคนาดาหลายร้อยรายการ ตั้งแต่ไม้อัดและปูนซีเมนต์ ไปจนถึงไวน์และไม้ฮอกกี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายกรัฐมนตรี มาร์ค คาร์นีย์ กล่าวว่า แคนาดา “ไม่สามารถยอมรับข้อเสนอของสหรัฐฯ ได้ เราจะไม่ยอมจำนนต่อสิ่งที่พวกเขาร้องขอ ผลที่ตามมาคือ สหรัฐฯ ได้กำหนดภาษีใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำร้ายและแบ่งแยกเรา นั่นเป็นการคำนวณผิดพลาด เพราะชาวแคนาดาจะคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันเสมอ และเพราะแคนาดามีทุกอย่างที่จำเป็นในการสร้างประเทศที่เราต้องการ เรามีเงินสำรอง เรามีความยืดหยุ่น และเรามีแผนที่ถูกต้อง” สมาพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งแคนาดา (CFIB) ซึ่งเป็นตัวแทนของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มากกว่า 100,000 แห่งทั่วประเทศ ได้ออกมาเตือนว่าธุรกิจขนาดเล็กอาจต้องปิดตัวลงเนื่องจากสงครามการค้า แม้ว่ารัฐบาลออตตาวาจะประกาศมาตรการสนับสนุนแล้วก็ตาม แดน เคลลี่ ประธาน CFIB กล่าวว่า การทวีความรุนแรงล่าสุดในสงครามการค้าทำให้สมาชิกบางส่วนรู้สึกว่ารัฐบาลกำลังมองธุรกิจของพวกเขาว่าอาจถูกกีดกันทางการค้า เคลลี่กล่าวว่า "การตอบโต้ในรอบก่อนๆ ส่งผลกระทบต่อสินค้าขนาดใหญ่และสิ่งของต่างๆ เช่น รถยนต์ แต่รอบนี้มุ่งเน้นไปที่สมาชิกของฉัน ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางทั่วแคนาดา ที่กำลังประสบกับความยากลำบากอย่างแท้จริง" ไบรอัน ไคกา ซีอีโอของ JS Furniture บริษัทค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านในรัฐแมนิโทบา ซึ่งมีสาขาในวินนิเพก พอร์เทจ ลา แพรี่ สไตน์แบช และวิงเคลอร์ ประมาณการว่าสินค้าที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาคิดเป็น 60% ของยอดขายทั้งหมดของบริษัทในแง่ปริมาณ เขากล่าวว่า "ดูเหมือนว่าสินค้าชิ้นใหญ่ เช่น ตู้เสื้อผ้าและตู้ลิ้นชัก จะต้องเสียภาษี 50% ในขณะที่สินค้าชิ้นเล็ก เช่น หัวเตียง ปลายเตียง โต๊ะข้างเตียง และกระจก จะต้องเสียภาษี 25%" อย่างไรก็ตาม เขากล่าวเสริมว่า การประเมินผลกระทบเป็นกระบวนการที่ยากและซับซ้อน โดยมีข้อมูลที่ "คลุมเครือ" จากหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานบริการชายแดนแคนาดา ปัจจุบัน บริษัท JS Furniture วางแผนที่จะแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นในการเจรจากับผู้ผลิตเพื่อขนส่งสินค้าที่ผลิตในสหรัฐอเมริกาไปยังแคนาดา โคลิน แมง ศาสตราจารย์ ด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแมคมาสเตอร์ กล่าวว่า ธุรกิจต่างๆ ทั่วแคนาดากำลังเผชิญกับความสมดุลที่ยากลำบากในลักษณะเดียวกันนี้ เขากล่าวว่า “ปีที่แล้ว เราเห็นผู้ค้าปลีกแบกรับต้นทุนภาษีศุลกากรประมาณ 75% และส่งต่อต้นทุนนั้นไปยังผู้บริโภคเพียงหนึ่งในสี่เท่านั้น ครั้งนี้จะขึ้นอยู่กับว่าผู้ค้าปลีกคาดการณ์ว่าภาษีศุลกากรจะคงอยู่นานแค่ไหน หากพวกเขาเชื่อว่าภาษีศุลกากรมีอายุสั้น พวกเขาก็มีแนวโน้มที่จะแบกรับต้นทุนเองอีกครั้ง แน่นอนว่านั่นจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไรของพวกเขา” นายเคลลี่แสดงความกังวลอย่างมาก โดยระบุว่าแม้ภาษีตอบโต้ของแคนาดาจะไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งหมด แต่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ศาสตราจารย์แมงกล่าวว่า มาตรการภาษีตอบโต้ใหม่ของแคนาดาโดยทั่วไปมุ่งเป้าไปที่สินค้าอเมริกันที่แคนาดามีสินค้าทดแทนในประเทศอยู่แล้ว แนวคิดก็คือการสร้างโอกาสให้บริษัทแคนาดาได้ส่วนแบ่งการตลาดในประเทศมากขึ้น ช่วยชดเชยรายได้ที่สูญเสียไปในสหรัฐฯ และสำหรับผู้บริโภคแล้ว สถานการณ์นี้ก็ไม่ได้ยากลำบากเกินไป ที่มา: https://www.vietnamplus.vn/thue-quan-tra-dua-cua-canada-co-the-buoc-cac-doanh-nghiep-nho-phai-dong-cua-post1135020.vnp Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $37.60 กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง จับตา CPI URL: https://onesiamsoft.com/articles/dollar3760-cpi Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (8 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (8 ก.ย.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) [GOLD.X] ส่งมอบเดือนธ.ค. ลดลง 37.60 ดอลลาร์ หรือ 0.84% ปิดที่ 4,439.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.7% หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 70 คน และทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.796% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อตลาดทองคำ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ประมาณ 50% โดย รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ราคาทอง 9 ก.ย. เปิดตลาดปรับลง 450 บาท เช็กราคาล่าสุด | The Better | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-450-or-the-better-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สมาคมค้าทองคำ รายงาน ราคาทองคำ ประจำวันที่ 9 ก.ย. 2569 เปิดตลาดปรับลง 450 บาท ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 67,950 ขายออกบาท 68,150 ทอ... สมาคมค้าทองคำ เผย ราคาทองวันนี้ 9 ก.ย. 69 เปิดตลาดปรับลง  450  บาท ทองแท่ง 68,150 รูปพรรณ 68,950 บาทสมาคมค้าทองคำ รายงาน ราคาทองคำ ประจำวันที่ 9 ก.ย. 2569 เปิดตลาดปรับลง 450 บาท ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 67,950 ขายออกบาท 68,150 ทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 66,597.88 ขายออกบาท 68,950 บาทติดตามความเคลื่อนไหวราคาทองตลอดวันได้ที่นี่ลงทุนโลหะมีค่าhttps://www.goldtraders.or.th/ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Apple เตรียมเปิดตัว iPhone พับได้ รับศึกใหญ่ ‘ซีอีโอใหม่’ URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-5 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แอปเปิลเตรียมเปิดตัว iPhone แบบพับได้เป็นครั้งแรก ในชื่อ iPhone Ultra ราคา 2,000 ดอลลาร์ พร้อมกับงานฮาร์ดแวร์ประจำปีภายใต้การนำของ CEO คนใหม่ จอห์น เทอร์นัส Apple เตรียมเปิดฉากงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประจำปีในช่วงปลายฤดูร้อน วันที่ 9 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ รวมถึง iPhone แบบพับได้ ที่ถูกจับตามองมานาน และถือเป็นบททดสอบสำคัญครั้งแรกของ จอห์น เทอร์นัส (John Ternus) ซีอีโอคนใหม่ของบริษัทเทอร์นัส วัย 51 ปี เข้าร่วมทีมออกแบบของ Apple ตั้งแต่ปี 2001 ก่อนก้าวขึ้นมาดูแลทีมวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของ Apple รวมถึง iPhone ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท โดยเขาเข้ารับตำแหน่งซีอีโอแทน ทิม คุก (Tim Cook) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมางานเปิดตัวครั้งนี้จะเริ่มขึ้นในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 17.00 น. ตามเวลา GMT โดยเทอร์นัสเคยให้คำมั่นในอีเมลฉบับแรกถึงพนักงานทั่วโลกว่า งานครั้งนี้จะเป็น “phenomenal” หรือ “ยอดเยี่ยมอย่างมาก”จับตา iPhone พับได้ ราคาเริ่ม 2,000 ดอลลาร์ไฮไลต์สำคัญที่ตลาดจับตาคือ iPhone รุ่นพับได้ ซึ่งมีข่าวลือว่าอาจใช้ชื่อ iPhone Ultra และอาจมีราคาเริ่มต้นราว 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 63,000 บาทรูปแบบของอุปกรณ์จะคล้ายกับสมาร์ตโฟนจอพับของ Samsung โดยมีหน้าจอขนาดเล็กสำหรับใช้งานเมื่อพับ และหน้าจอขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อกางออก ทำให้สามารถรวมความสะดวกในการพกพาของสมาร์ตโฟนเข้ากับพื้นที่การแสดงผลที่ใกล้เคียงแท็บเล็ตหากเปิดตัวจริง นี่จะเป็นการเข้าสู่ตลาดสมาร์ตโฟนจอพับอย่างเต็มตัวของ Apple หลังจาก Samsung เปิดตลาดสมาร์ตโฟนจอพับกระแสหลักด้วย Galaxy Fold ในปี 2019แม้สมาร์ตโฟนจอพับยังมีสัดส่วนไม่ถึง 2% ของยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลก แต่บริษัทวิจัย IDC คาดว่า Apple อาจครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ตโฟนจอพับได้ถึง 31% ภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มเป็น 40% ในปี 2027Kiranjeet Kaur นักวิจัยจาก IDC มองว่า iPhone จอพับของ Apple มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสมดุลการแข่งขันของตลาด ทั้งในจีนและตลาดโลกไม่ใช่แค่จอพับ แต่ Apple ต้องพิสูจน์ว่า ‘ยังสร้างสินค้าฮิตได้’การเปิดตัวครั้งนี้มีความสำคัญมากกว่าการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ เพราะ Apple ยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่สร้างกระแสระดับ “breakout hit” นับตั้งแต่ AirPods เปิดตัวเมื่อประมาณ 10 ปีก่อนขณะเดียวกัน ตลาดสมาร์ตโฟนกำลังเผชิญแรงกดดันจากความต้องการชิปประสิทธิภาพสูงที่เพิ่มขึ้นตามกระแส AI จนส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวในห่วงโซ่อุปทานและดันต้นทุนสินค้าหลายประเภทสูงขึ้นIDC คาดว่า ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกจะลดลงมากกว่า 16% ในปีนี้ ขณะที่ต้นทุนเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 27%อย่างไรก็ตาม IDC มองว่าสมาร์ตโฟนจอพับอาจได้รับผลกระทบจากปัญหาชิปและหน่วยความจำไม่มากเท่ากับตลาดทั่วไป เนื่องจากอุปกรณ์ประเภทนี้อยู่ในกลุ่มราคาพรีเมียมอยู่แล้วลุ้น iPhone 18 และ Siri โฉมใหม่นอกจาก iPhone พับได้แล้ว ยังมีรายงานว่า Apple อาจปรับแผนการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ โดยปีนี้อาจเปิดตัวเฉพาะ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ขณะที่ iPhone 18 รุ่นมาตรฐานอาจเลื่อนไปเปิดตัวในปีหน้าสำหรับ iPhone Ultra แบบพับได้ มีรายงานว่าเมื่อพับแล้วจะมีขนาดใกล้เคียงกับหนังสือเดินทาง และติดตั้งกล้องเพียง 2 ตัว ได้แก่ กล้องหลักและกล้อง Ultra-wideอีกหนึ่งไฮไลต์คือ Siri เวอร์ชันใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งคาดว่าจะถูกผนวกเข้ากับผลิตภัณฑ์ใหม่หลายประเภท ทั้ง Apple Watch, AirPods, Apple TV และ HomePod miniนอกจากนี้ Apple อาจเปิดตัวอุปกรณ์หน้าจอขนาดประมาณ 7 นิ้วสำหรับทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมระบบสมาร์ตโฮม แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเปิดตัวในงานครั้งนี้หรือภายในปีนี้สำหรับเทอร์นัส การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ แต่เป็น บททดสอบแรกว่า CEO คนใหม่ของ Apple จะสามารถพาบริษัทสร้าง “สินค้าเปลี่ยนเกม” ครั้งใหม่ได้หรือไม่. Source: Originally published on SPACEBAR•. Read the full article at SPACEBAR• → ### ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน - มติชนออนไลน์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788921427692 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน มติชนออนไลน์ ปัญหาระบบควบคุมทางอากาศ ทำสนามบินอังกฤษป่วน ยกเลิก-ล่าช้า หลายร้อยเที่ยวบิน  มติชนออนไลน์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ราคาน้ำมันพุ่งแค่ไหน ถึงจะส่งแรงกระแทก “ทองคำ” ผ่านดอกเบี้ย Fed URL: https://onesiamsoft.com/articles/fed-5 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ความกังวลเรื่องสงครามตะวันออกกลางและช่องแคบฮอร์มุซที่อาจดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเหมือนในอดีต เริ่มผ่อนคลายลงหลังข้อมูลการขนส่งจริง ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจดันให้ราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหมือนที่เคยเกิดขึ้น แต่จากข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะดีดตัวแรงระดับนั้นมีค่อนข้างต่ำ ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลดีทางอ้อมต่อตลาดทองคำ เพราะปัจจัยที่จะกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อนั้นลดลงตามไปด้วย แม้สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังยืดเยื้อ กลุ่มผู้ค้าที่ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ระบุว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ช่วงปลายเดือนสิงหาคมอยู่ที่ราว 6 ถึง 8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับ Argus Media ที่เปิดเผยว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันดิบใน “ตะวันออกกลาง” ลดลงเหลือ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต่ำกว่าระดับปกติที่ 22 ถึง 24 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดความขัดแย้ง แต่ทำไมราคาน้ำมันถึงไม่ได้พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์อย่างรุนแรง ส่วนหนึ่งมาจากตลาดน้ำมันโลกสามารถปรับตัวรับมือได้อย่างรวดเร็วจาก การปรับตัวของการขนส่งทางเรือ แม้การส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะเคยทรุดหนัก และเรือขนาดใหญ่ (VLCC) จะแล่นผ่านช่องแคบได้ยาก แต่ปัจจุบันเริ่มฟื้นตัวกลับมา ผ่านการใช้เทคนิคเดินเรือแบบซ่อนร่องรอย (Dark Crossings) รวมไปถึงการถ่ายโอนสินค้าระหว่างเรือต่อเรือ (Ship-to-ship transfers) ซาอุดีอาระเบียหันไปใช้ท่าเรือในอียิปต์ ขณะที่อิรักและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็มีตัวเลขส่งออกที่ฟื้นตัว อุปทานที่เพิ่มขึ้นจากแหล่งอื่น ผู้ผลิตนอกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เช่น สหรัฐฯ แคนาดา และกายอานา เตรียมอัดฉีดกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีนี้ ภาวะอุปสงค์หดตัว (Demand Destruction) ไตรมาส 3 หายไปถึง 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน นำโดยจีนที่หันไปพึ่งพายานยนต์ไฟฟ้า (EV) และมีคลังสำรองน้ำมันมหาศาลถึง 1,170 ล้านบาร์เรลคอยพยุงความมั่นใจ อย่างไรก็ดี Morgan Stanley มองว่าในตลาดซื้อขายจริง (Physical Markets) ยังมีความตึงตัวสูง และคาดว่าราคาน้ำมันดิบ Brent อาจขยับไปเฉลี่ยที่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในไตรมาส 4 แต่คำถามสำคัญคือ ระดับราคาดังกล่าวสูงจนกระตุ้นความกังวลให้ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อหรือไม่ โดยหากวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า Barclays ได้ประเมินว่าราคาน้ำมันที่เข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ประกอบกับ Goldman Sachs ประเมินว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10% จะดันดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ให้เพิ่มขึ้นประมาณ 0.28 percentage points โดยหากทรงตัวอยู่ในระดับสูงนาน 3 เดือน ผลกระทบจะรุนแรงชัดเจนมากขึ้น ดังนั้น เราจึงสามารถแบ่งสถานการณ์ออกเป็น 3 กรณี ได้ดังนี้ สถานการณ์ที่ยังไม่น่ากังวล (Best Case) : ราคาน้ำมันทรงตัวอยู่ในช่วง 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือต่ำกว่า สะท้อนการที่ตลาดหาจุดสมดุลได้และปริมาณการขนส่งยังคงที่ แรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อจะเบาบางลง Fed ไม่มีเหตุผลให้ต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ราคาทองคำตอบสนองเชิงบวกในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ สถานการณ์ปกติ (Base Case) : ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวเฉลี่ยที่ราว 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มีการเคลื่อนไหวเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอยู่เป็นช่วงๆ แต่ไม่ทะลุผ่านขึ้นไปอย่างรุนแรง สะท้อนตลาดเจอระดับราคาที่เป็น New Normal และตอบสนองตามสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน ด้วยมุมมองเพียง “Supply shock” ในระยะสั้น ทำให้ราคาทองคำจะตอบสนองในเชิงลบบ้าง ตามกระแส Fed ขึ้นดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ประเมิน downside ของทองคำอยู่ในระดับจำกัด และเพียงระยะสั้น สถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวัง (Worst Case) : ราคาน้ำมันปรับตัวแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จนไปถึงระดับสูงสุดเดิมที่ราว 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องนาน 3 เดือนขึ้นไป ในเคสนี้จะกระทบอัตราเงินเฟ้อให้สูงขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันให้ Fed อาจต้องพิจารณาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อระลอกใหม่ ภาพ: Minh8686 / Shutterstock TAGS:   ABOUT THE AUTHOR ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### ทรัมป์สั่งแบนสินค้าจากแคนาดา ทั้งเหล้า-นม-รถยนต์ เริ่ม 29 ก.ย. URL: https://onesiamsoft.com/articles/29-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สหรัฐฯ สั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากแคนาดาหลายรายการ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม และรถยนต์ หลังแคนาดาประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ ตอบโต้ สหรัฐฯ สั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากแคนาดาหลายรายการ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์นม และรถยนต์ หลังแคนาดาประกาศขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ ตอบโต้วันที่ 8 กันยายน 2569 นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารสั่งห้ามนำเข้าสินค้าจากแคนาดาหลายประเภท อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายประเภท และผลิตภัณฑ์นม เช่น เวย์ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในรายการคำสั่งของทำเนียบขาว โดยทรัมป์ระบุในคำสั่งว่า แคนาดาเลือกปฏิบัติ ต่อการค้าของสหรัฐฯ ขณะที่ทำเนียบขาวระบุว่า แคนาดาจำกัดการกระจายสินค้าจากสหรัฐฯ แต่ไม่ได้ใช้มาตรการเดียวกันกับสินค้าประเภทเดียวกันจากประเทศอื่นรายงานข่าวระบุว่า มาตรการห้ามนำเข้าจะเริ่มมีผลวันที่ 29 กันยายน หลังแคนาดาประกาศมาตรการขึ้นภาษีสินค้าสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้ารุนแรงขึ้นหลังเมื่อเดือนที่แล้ว ทำเนียบขาวประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาประมาณ 50% ครอบคลุมสินค้ามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 6.3 แสนล้านบาท หลังการเจรจาหลายรอบไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ แม้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองประเทศระบุว่าต้องการบรรลุข้อตกลงร่วมกัน แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่ หลังการเจรจาครั้งล่าสุดล้มเหลวเมื่อปลายเดือนสิงหาคมมาตรการภาษีของสหรัฐฯ กระทบหลายอุตสาหกรรมในแคนาดา ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ไวน์ อุปกรณ์กีฬา และอุปกรณ์ตกปลา ขณะที่แคนาดาตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ ในมูลค่าเท่ากัน ครอบคลุมสินค้า เช่น เหล็ก เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์ โดยมาตรการภาษีตอบโต้ของแคนาดาเริ่มมีผลหลังเที่ยงคืนวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569ก่อนหน้านี้ มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า การที่แคนาดาปรับทิศทางเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ ในฐานะคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดจะมีต้นทุนตามมาทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการค้า โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทรัมป์ยังมีคำสั่งให้เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น "ทะเลสาบอเมริกา" จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความไม่พอใจจากทั้งชาวแคนาดาและชาวอเมริกันบางส่วน.ที่มา BBC Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion - ประชาชาติธุรกิจ URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-ylg-bullion Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion ประชาชาติธุรกิจ เฟดเสียงแตกเงินเฟ้อ จับตา CPI ศุกร์นี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ย–ทอง Thai PBS Daily Recap Gold Spot 07-09-2569 ฮั่วเซ่งเฮง ทองคําปรับตัวลงหลังดอลลาร์อ่อนค่าสกัดกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเฟด Investing.com Treasurist Fund แนวโน้มราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion  ประชาชาติธุรกิจเฟดเสียงแตกเงินเฟ้อ จับตา CPI ศุกร์นี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ย–ทอง  Thai PBSDaily Recap Gold Spot 07-09-2569  ฮั่วเซ่งเฮงทองคําปรับตัวลงหลังดอลลาร์อ่อนค่าสกัดกังวลการขึ้นดอกเบี้ยเฟด  Investing.comTreasurist Fund Port Pro (แนวโน้มลงทุนรอบโลก & กองทุนน่าสนใจ) ประจำสัปดาห์ที่ 7 – 11 ก.ย. 2569 | การเงินธนาคาร  LINE TODAY Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เช็คราคาทองวันนี้ 9 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับลด 450 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 68,950 บาท | Thairath Money | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-450-68950-or-thairath-money-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตลาด &quot;ราคาทองคำล่าสุดวันนี้&quot; พุธที่ 9 กันยายน 2569 ราคาปรับลด 450 บาท ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 9.04 น.... ภาพไฮไลต์เปิดตลาด "ราคาทองคำล่าสุดวันนี้" พุธที่ 9 กันยายน 2569 ราคาปรับลด 450 บาท ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ณ เวลา 9.04 น. ราคาทองคำแท่งวันนี้ ขายออกบาทละ 68,150.00 บาท ราคาทองรูปพรรณวันนี้ ขายออกบาทละ 68,950.00 บาทราคาทองคำวันนี้ล่าสุด 9 กันยายน 2569 เช้า/ครั้งที่ 1 ณ เวลา 9.04 น.วันที่ 9 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำ รายงานว่า ราคาทองไทยวันนี้ ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 9.04 น. พบปรับลด 450 บาท ส่งผลให้ “ราคาทองคำแท่ง” รับซื้อบาทละ 67,950.00 บาท ขายออกบาทละ 68,150.00 บาท ส่วน "ราคาทองรูปพรรณ" รับซื้อบาทละ 66,597.88 บาท ขายออกบาทละ 68,950.00 บาท เช็กราคาทองคำวันนี้ ดังนี้ราคาทองวันนี้ 1 บาทราคาทอง 1 บาท อ้างอิงตามน้ำหนักทองดังนี้ ทองคำแท่ง 1 บาท น้ำหนัก 15.244 กรัม และทองรูปพรรณ 1 บาท น้ำหนัก 15.16 กรัมราคาทองคำแท่ง 1 บาท รับซื้อบาทละ 67,950.00 บาทราคาทองคำแท่ง 1 บาท ขายออกบาทละ 68,150.00 บาทราคาทองรูปพรรณ 1 บาท รับซื้อบาทละ 66,597.88 บาทราคาทองรูปพรรณ 1 บาท ขายออกบาทละ 68,950.00 บาทราคาทองวันนี้ 2 สลึง (50 สตางค์)ราคาทองคำ 2 สลึง หรือ ทองคำ 50 สตางค์ รับซื้อขายออกอ้างอิงตามน้ำหนักทองดังนี้ ทองคำแท่ง 2 สลึง น้ำหนัก 7.622 กรัม และ ทองรูปพรรณ 2 สลึง น้ำหนัก 7.58 กรัมราคาทองคำแท่ง 2 สลึง รับซื้อ 33,975.00 บาทราคาทองคำแท่ง 2 สลึง ขายออก 34,075.00 บาทราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง รับซื้อ 33,298.94 บาทราคาทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายออก 34,475.00 บาทราคาทองวันนี้ 1 สลึงราคาทองคำ 1 สลึง รับซื้อขายออกอ้างอิงตามน้ำหนักทองดังนี้ ทองคำแท่ง 1 สลึง น้ำหนัก 3.812 กรัม และทองรูปพรรณ น้ำหนัก 3.79 กรัมราคาทองคำแท่ง 1 สลึง รับซื้อ 16,987.50 บาทราคาทองคำแท่ง 1 สลึง ขายออก 17,037.50 บาทราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง รับซื้อ 16,649.47 บาทราคาทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายออก 17,237.50 บาทราคาทองวันนี้ครึ่งสลึงราคาทองคำครึ่งสลึง รับซื้อขายออกอ้างอิงตามน้ำหนักทองดังนี้ ทองคำแท่งครึ่งสลึง น้ำหนัก 1.905 กรัม และทองรูปพรรณครึ่งสลึง น้ำหนัก 1.89 กรัมราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง รับซื้อ 8,493.75 บาทราคาทองคำแท่งครึ่งสลึง ขายออก 8,518.75 บาทราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง รับซื้อ 8,324.74 บาทราคาทองรูปพรรณครึ่งสลึง ขายออก 8,618.75 บาทอย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่ของร้านทองอีกครั้งสำหรับนักลงทุนทองคำและผู้สนใจ สามารถติดตามอัปเดตราคาทองคำล่าสุด วิเคราะห์แนวโน้ม สถิติราคาทองคำย้อนหลัง กราฟราคาทอง ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment/goldอ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่https://www.thairath.co.th/money/investmentอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เช็คราคาทองวันนี้ 9 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับลด 450 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 68,950 บาทข่าวที่เกี่ยวข้องเช็คราคาทองวันนี้ 9 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับลด 450 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 68,950 บาทราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 5 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "ราคาทองรูปพรรณ" กี่บาทแล้วเช็คราคาทองวันนี้ 7 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับลด 400 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 69,550 บาทเช็คราคาทองวันนี้ 3 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม 1,150 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 70,000 บาทอัปเดตราคาทองวันนี้ 8 ก.ย. 69 ปิดตลาดปรับขึ้น 50 ทองรูปพรรณขายออก 69,400ตามข่าวก่อนใครได้ที่- Website : www.thairath.co.th- LINE Official : Thairath Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### HONOR Magic9 Pro Max เผยโฉมทางการในสีเขียว พร้อมยืนยันเปิดตัว 28 ก.ย.นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/honor-magic9-pro-max-28 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HONOR Magic9 Pro Max เผยโฉมทางการในสีเขียว พร้อมยืนยันเปิดตัว 28 ก.ย.นี้ - Android News บทความใหม่ล่าสุด HONOR Magic9 Series อวดโฉมทางการออกมาแบบเต็ม ๆ แล้วครับ พร้อมเคาะวันเปิดตัวในจีนออกมาด้วย ว่าจะเปิดตัววันที่ 28 กันยายนนี้! โดยในทีเซอร์ใหม่นี้จะโชว์ให้เราได้เห็นดีไซน์ตัวเครื่องแบบเต็ม ๆ เพิ่มเติมจากก่อนหน้านี้ที่แง้มออกมาแค่เลนส์กล้องเนาะ ส่วนสีสันก็จะใช้สีเขียวเป็นสีไฮไลท์ที่ดูสดใหม่ แตกต่างจากสีที่เคยเห็นมาพอสมควรครับ โดย HONOR เผยว่าสีเขียวมอสโทนนี้ได้อรงบันดาลใจมาจากนุคภาพยนตร์ ที่มีการเล่นแสงและเงาอย่างโดดเด่น ซึ่งจะสอดคล้องกับพาร์ทเนอร์ใหม่อย่าง ARRI ที่จะเข้ามาเสริมในเรื่องฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอ ให้ดีขึ้นไปอีก ส่วนสเปคกล้องของ HONOR Magic9 Pro Max ลือมาก่อนหน้านี้ ว่าจะได้กล้องหลัก 200MP (เซ็นเซอร์ 1/1.28″) f/1.57 มีระบบกันสั่นระดับ 3⁰ และยังมีกล้อง Periscope 200MP (เซ็นเซอร์ 1/1.4″) f/2.6 เลยล่ะครับ นอกจากสเปคกล้องและการร่วมงานกับ ARRI แล้ว HONOR ยังเผยตอนท้ายคลิปทีเซอร์ว่า Magic9 Pro Max จะรองรับเลนส์เสริมใน 2 ระยะด้วย ได้แก่ 200mm กับ 500mm ซูมโหดแน่นอน! ตามรายงานก่อนหน้าคาดว่า HONOR Magic9 Series จะมาด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ HONOR Magic9, HONOR Magic9 Pro และ HONOR Magic9 Pro Max รอดูกันเลยว่าจะออกมาเป็นแบบไหน อ่านเพิ่มเติม: เพียบ…จอมหลุดเผย HONOR Magic9 Series อาจมีให้เลือกมากถึง 7 สี!? จอมหลุดแง้ม HONOR Magic9 Pro จะเป็น Android รุ่นแรกที่จะใช้เซ็นเซอร์กล้องหน้าแบบ 1:1 เอาด้วย…HONOR กำลังพัฒนา “หน้าจอกันเผือก” เตรียมใช้จริงบนเรือธง Magic Series รุ่นถัดไป ตามเทรนด์ ! HONOR Magic9 Pro Max เตรียมใช้กล้อง 200MP ถึง 2 เลนส์ เครื่องเล็กแบตใหญ่…HONOR Magic9 ลือได้แบตเกือบ 8000mAh แม้ตัวเครื่องจอเล็ก 6.36″! ที่มา : HONOR (Weibo) มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท Shopee Lazada 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท Shopee Lazada 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท Shopee Lazada 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท Shopee Lazada 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท Shopee Lazada * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม HonorHONOR Magic9HONOR Magic9 Pro MaxHONOR Magic9 Series Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### OPPO A7 Pro เปิดตัวพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8000mAh ดีไซน์บางเฉียบและน้ำหนักเบา และชิป Dimensity 6360 Max URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-a7-pro-8000mah-dimensity-6360-max Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 OPPO A7 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ 8000mAh ในตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.8 มม. จอแสดงผล OLED 120Hz และชิป Dimensity 6360 Max โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 8.51 ล้านดองเวียดนาม หน้าหลักท้องถิ่นดานังOPPO A7 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ 8000mAh ในตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.8 มม. จอแสดงผล OLED 120Hz และชิป Dimensity 6360 Max โดยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 8.51 ล้านดองเวียดนามBáo Đà Nẵng•09/09/2026OPPO ได้เปิดตัว OPPO A7 Pro อย่างเป็นทางการในกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลาง โดยนำเสนอความสมดุลระหว่างอายุการใช้งานแบตเตอรี่และการออกแบบที่บางเบา จุดเด่นทางเทคนิคที่โดดเด่นที่สุดของอุปกรณ์นี้คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 8000mAh ในขณะที่ยังคงรักษารูปทรงที่บางและน้ำหนักที่อยู่ในมาตรฐานของสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน OPPO A7 Pro เปิดตัวมาพร้อมกับสเปคที่ดีทีเดียว นวัตกรรมโครงสร้างครั้งสำคัญ: บรรจุแบตเตอรี่ขนาด 8000mAh ลงในตัวเครื่องที่มีความหนาเพียง 8.8 มม. ปัญหาใหญ่ที่สุดของ สมาร์ทโฟน ที่มีแบตเตอรี่ใช้งานได้นานก็คือ การที่ต้องแลกมาด้วยขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักที่มาก แต่ OPPO A7 Pro กลับเป็นข้อยกเว้นที่สำคัญ ด้วยการออกแบบพื้นที่ภายในที่เหมาะสม ถึงแม้จะมีแบตเตอรี่ขนาด 8000mAh พร้อมรองรับการชาร์จเร็ว 45W แต่ตัวเครื่องมีความหนาเพียง 8.8 มม. และน้ำหนักเพียง 205 กรัมเท่านั้น การออกแบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานอุปกรณ์ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย หรือถือใช้งานเป็นเวลานานโดยไม่รู้สึกไม่สบายหรือเมื่อยล้า นอกจากนี้ อุปกรณ์ยังมีความทนทานต่อน้ำและฝุ่น ช่วยปกป้องชิ้นส่วนภายในจากผลกระทบของสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่รุนแรงในระหว่างการใช้งานประจำวันได้อย่างครอบคลุม โทรศัพท์รุ่นใหม่ของ OPPO มีตัวเครื่องที่บางและน้ำหนักเบาพอสมควร โครงสร้างฮาร์ดแวร์: ซีพียู Dimensity 6360 Max และระบบระบายความร้อนแบบ VC vapor chamber ในด้านประสิทธิภาพการประมวลผล จุดเด่นหลักของ OPPO A7 Pro อยู่ที่หน่วยประมวลผล MediaTek Dimensity 6360 Max ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 2.4GHz แพลตฟอร์มนี้ เมื่อรวมกับหน่วยความจำภายใน UFS 2.2 และตัวเลือก RAM ขนาดใหญ่ จะช่วยให้การทำงานแบบมัลติทาสก์และการเล่นเกมที่ใช้กราฟิกสูงเป็นไปอย่างราบรื่น เพื่อแก้ไขปัญหาความร้อนสูงเกินไปขณะใช้งานต่อเนื่องด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ OPPO ได้ผสานรวมระบบระบายความร้อน VC (Vapor Chamber) ขนาดใหญ่เข้าไว้ด้วย กลไกการระบายความร้อนด้วยของเหลวหมุนเวียนนี้จะดูดซับและระบายความร้อนออกจากชิปเซ็ตได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันความร้อนสูงเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่การลดประสิทธิภาพการทำงาน และยืดอายุการใช้งานของส่วนประกอบฮาร์ดแวร์หลัก คุณสมบัติเด่นของ OPPO A7 Pro จอแสดงผล OLED 120Hz และเซ็นเซอร์กล้อง 50MP ด้านหน้าของอุปกรณ์มีแผง OLED แบบยืดหยุ่นขนาด 6.57 นิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรช 120Hz และการแสดงผลสี 10 บิตที่สดใส ที่สำคัญคือ ความสว่างสูงสุดของหน้าจอสูงถึง 1400 นิต ทำให้สามารถแสดงผลเนื้อหาได้อย่างชัดเจนแม้ในแสงแดดจ้า ระบบเลนส์ด้านหลังนั้นโดดเด่น ด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีออโตโฟกัสความเร็วสูงในตัว ชุดเซ็นเซอร์ผสานกับอัลกอริธึมซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ช่วยปรับช่วงไดนามิกและความคมชัดให้เหมาะสม ทำให้ได้รายละเอียดสูงและการสร้างสีที่แม่นยำในสภาพแสงที่ท้าทายต่างๆ OPPO A7 Pro มาพร้อมสีสันสะดุดตา ตารางข้อมูลจำเพาะโดยละเอียดของ OPPO A7 Pro พารามิเตอร์ รายละเอียดทางเทคนิค หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 6360 Max (ความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด 2.4GHz) หน้าจอ จอแสดงผล OLED แบบยืดหยุ่นขนาด 6.57 นิ้ว อัตราการรีเฟรช 120Hz สี 10 บิต ความสว่าง 1400 นิต ความจุแบตเตอรี่และการชาร์จแบตเตอรี่ แบตเตอรี่ 8000mAh, ชาร์จเร็ว 45W ขนาดและน้ำหนัก ความหนา 8.8 มม. น้ำหนัก 205 กรัม กล้องหลัก ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติความเร็วสูง ระบบระบายความร้อน ห้องอากาศ VC พื้นที่ขนาดใหญ่ หน่วยความจำ แรม 6GB/8GB; หน่วยความจำภายใน UFS 2.2 ขนาด 256GB ความทนทาน ทนทานต่อน้ำและสิ่งสกปรก ราคาและวันวางจำหน่าย OPPO A7 Pro อยู่ในกลุ่มราคาระดับกลาง และจะวางจำหน่ายใน ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 11 กันยายนเป็นต้นไป โดยมีให้เลือกสองรุ่นความจุหน่วยความจำ: รุ่น RAM 6GB + ROM 256GB: ราคา 2,199 หยวน (ประมาณ 8.51 ล้านบาท) รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB: ราคา 2,499 หยวน (ประมาณ 9.67 ล้านบาท) ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 8000mAh ที่หาได้ยากในดีไซน์ที่บางเฉียบ จอแสดงผลคุณภาพสูง และเทคโนโลยี VC vapor chamber ทำให้ OPPO A7 Pro มีแนวโน้มที่จะสร้างมาตรฐานการแข่งขันใหม่ให้กับกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับกลางในอนาคตอันใกล้นี้ ที่มา: https://baodanang.vn/oppo-a7-pro-ra-mat-with-8000mah-battery-super-thin-and-light-design-and-max-dimensity-6360-chip-3351465.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### สู่ยุคมือถือจอกว้าง HUAWEI เปิดตัว Pura X View จอกว้างไม่พับรุ่นแรกของแบรนด์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-pura-x-view Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 HUAWEI เปิดตัว HUAWEI Pura X View ในจีน สัดส่วนจอกว้างรุ่นแรกของแบรนด์ หน้าจอ 6.39 นิ้ว (อัตราส่วน 16:9.5) ขอบจอบางเท่ากันทุกด้านเพียง 1.05 มม. ความสว่างสูงสุดถึง 6,500 nits กระจกกันรอย Kunlun Glass พร้อมระบบถนอมสายตา 2,160Hz PWM dimming และอัตรารีเฟรช 120Hz HUAWEI เปิดตัว HUAWEI Pura X View ในจีน สัดส่วนจอกว้างรุ่นแรกของแบรนด์ หน้าจอ 6.39 นิ้ว (อัตราส่วน 16:9.5) ขอบจอบางเท่ากันทุกด้านเพียง 1.05 มม. ความสว่างสูงสุดถึง 6,500 nits กระจกกันรอย Kunlun Glass พร้อมระบบถนอมสายตา 2,160Hz PWM dimming และอัตรารีเฟรช 120Hzมีซอฟต์แวร์แบ่งจอข้างขนาดเล็กเพื่อใช้งาน AI และรองรับปากกาภายนอกในการเขียน กล้องเทพตามแบบฉบับซีรีส์ Pura กล้องหลักความละเอียด 200MP (f/1.8) พร้อมกันสั่น OISกล้อง Periscope Telephoto ความละเอียด 50MP (ระยะเทียบเท่า 88mm, f/2.6) พร้อม OISกล้อง Ultrawide ความละเอียด 8MP พร้อม Autofocusกล้องหน้าความละเอียด 50MPชิปเซ็ต Kirin 9030S, RAM 12GB และแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 7,000 mAh รองรับชาร์จไวมีสาย 66W และไร้สาย 50W รวมถึง Reverse Charging ทั้งแบบสายและไร้สายHUAWEI Pura X View  มีให้เลือก 4 สีคือ ดำ, ขวา, เทา, แดง เริ่มต้นที่ความจุ 256GB ราคา 5,999 หยวน (ประมาณ 30,000 [km) ไปจนถึงรุ่น 1TB ราคา 8,499 หยวน หรือราว 40,000 กว่าบาท  Source: Originally published on spin9.me. Read the full article at spin9.me → ### Apple ผลิต iPhone ได้ 52 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ 2 เพิ่มขึ้น 14% ท่ามกลางตลาดสมาร์ตโฟนที่กำลังชะลอตัว URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-52-2-14percent Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ข้อมูลล่าสุดจาก Tren ข้อมูลล่าสุดจาก TrendForce บริษัทวิเคราะห์อุตสาหกรรมเทคโนโลยี ระบุว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ Apple มียอดการผลิตสมาร์ตโฟนเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยครองส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกที่ 19% เป็นรองเพียง Samsung เท่านั้น TrendForce รายงานว่า Apple ผลิต iPhone ได้ประมาณ 52 ล้านเครื่อง ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2025 ขณะที่การผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกในช่วงเวลาดังกล่าว ลดลง 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เหลือ 275 ล้านเครื่อง TrendForce ระบุว่าตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกที่หดตัวลง “น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าที่คาดไว้” จากตัวเลขใหม่นี้ TrendForce ได้ปรับปรุงการคาดการณ์สำหรับปี 2026 โดยเพิ่มตัวเลขประมาณการการผลิตสมาร์ตโฟนทั่วโลกเป็น 1.07 พันล้านเครื่อง จากเดิมที่คาดไว้ 1.05 พันล้านเครื่อง ในรายงานก่อนหน้า คิดเป็นการลดลง 14% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี ซึ่งดีกว่าตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระบุว่าจะลดลง 16% ผลการดำเนินงานของ Apple เป็นรองเพียง Samsung ซึ่งผลิตสมาร์ตโฟนได้ 62 ล้านเครื่อง ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว และครองส่วนแบ่งการผลิตทั่วโลกที่ 23% OPPO อยู่ในอันดับที่ 3 ด้วยยอดผลิต 30 ล้านเครื่อง ด้วยส่วนแบ่ง 11% (ลดลง 17% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี) ตามมาด้วย Xiaomi ที่ 29 ล้านเครื่อง มีส่วนแบ่ง 10% (ลดลง 32%), vivo ที่ 21 ล้านเครื่อง ได้รับส่วนแบ่ง 8% ( ลดลง 18%) และ Transsion ที่ 20 ล้านเครื่อง ถือส่วนแบ่ง 7% (ลดลง 27%) นอกจากนี้ TrendForce ยังกล่าวว่า “การขึ้นราคา iPhone 18 Series ที่กำลังจะมาถึง ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแรงส่งของยอดขายกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตามอง” ที่มา – TrendForce Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### ราคาน้ำมันประจำวันที่ 09/09/69 อัปเดตจาก 4 สถานี URL: https://onesiamsoft.com/articles/090969-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาน้ำมันประจำวันที่ 09/09/69 อัปเดตจาก 4 สถานี วันที่ 9 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ํามันอัปเดตล่าสุดจากผู้ให้บริการน้ำมันทุกชนิดจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท., บางจาก, PT และเชลล์ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 9 ก.ย.2569 เวลา 05.00 น.) มีราคาดังนี้  ราคาน้ำมันปั๊ม "ปตท." (PTT) แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา  39.09 บาท /ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20:ราคา 34.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E85:ราคา 30.03  บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา  38.72 บาท/ลิตรดีเซล หมุนเร็วธรรมดา: ราคา 39.84  บาท/ลิตรเบนซิน  :ราคา 48.08  บาท/ ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "บางจาก" (Bangchak) แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา  39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 :ราคา  34.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E85:ราคา  30.03 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 38.72 บาท/ลิตรดีเซล หมุนเร็วธรรมดา : ราคา 39.84  บาท/ลิตรดีเซลพรีเมียม : ราคา  49.25 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "พีที" (PT) ดีเซล: ราคา 39.84  บาท/ ลิตรดีเซล B20:ราคา  34.84 บาท /ลิตรเบนซิน: ราคา  48.58 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91: ราคา  38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20:ราคา 34.09  บาท/ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "เชลล์" (Shell) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: ราคา 34.29  บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 39.22  บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 39.59 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 49.84 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล : ราคา 39.84 บาท/ลิตรเชลล์ ดีเซล บี20: ราคา 34.84  บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล : ราคา  49.84 บาท/ลิตร ทั้งนี้การแสดงราคาน้ำมันข้างต้นนี้ได้อ้างอิงมาจากรายงานโดยสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี หรือ สนพ. โดยมีอัปเดทราคาน้ำมันทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันตอนตี 5 (5.00 น.) ของวันที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคา ราคาที่แสดงนี้เป็นราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น กทม. โปรดสำรวจราคาจากหน้าปั๊มอีกครั้ง ที่มา : www.eppo.go.th Source: Originally published on สยามรัฐ. Read the full article at สยามรัฐ → ### SCB ค่าเงินบาทประจำวันที่ 9 กันยายน 2569 - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/scb-9-2569-or Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Market update by SCBFM: 9 กันยายน 2569 กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์ Market update by SCBFM: 9 กันยายน 2569 กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินค่าเงินบาทวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทอ่อนค่าเล็กน้อยวานนี้ตามราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นหลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะคาร์กของอิหร่านบริเวณซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันหลักของประเทศ และเมืองท่าจาสก์ อย่างไรก็ดี เงินบาทยังได้แรงประคองจากการแข่งค่าของเงินเยน หลังสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่ามีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสิ่งที่ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะทำ ซึ่งจะหนุนเงินเยนได้ สหภาพยุโรปและแคนาดาพยายามสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ครอบคลุมการค้าไปจนถึงความมั่นคง ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon Source: Originally published on มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน. Read the full article at มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน → ### ราคาทองวันนี้พุธที่ 9 ก.ย. 2569 เปิดตลาดร่วงลงแตะบริเวณ 68,150 URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-68150 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ราคาทองวันนี้พุธที่ 9 กันยายน 2569 เปิดตลาดร่วง 450 บาท โดย ทองรูปพรรณขายออกบาทละ68,950 ฐานภาษีบาทละ667,598 และทองคําแท่งขายออกบาทละ68,150 รับซื้อบาทละ67,950 โดย พุธ 9 ก.ย. 2569 9:05 รายงานราคาทองวันนี้ประจำวันพุธที่ 9 กันยายน 2569 ประกาศครั้งที่ 1 (เปิดตลาด) เมื่อเวลา 09.04 น. ปรับตัวลงแรง 450 บาท สู่บริเวณ 68,150 บาท เมื่อเทียบกับประกาศราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของเมื่อวานวันอังคารที่ระหว่างวันมีการประกาศราคาทองคำทั้งหมด 24 ครั้ง รวมราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 50 บาท สู่บริเวณ 68,600 บาทราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันพุธที่ 9 กันยายน 2569 (ประกาศครั้งที่ 1)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 68,950 ฐานภาษีบาทละ 66,597.88 ทองแท่ง ขายออกบาทละ 68,150 รับซื้อบาทละ 67,950ราคาซื้อขายทองคําในประเทศชนิด 96.5% วันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 (ประกาศครั้งที่ 24 ครั้งสุดท้าย)ทองรูปพรรณ ขายออกบาทละ 69,400 ฐานภาษีบาทละ 67,037.52 ทองแท่ง ขายออกบาทละ 68,600 รับซื้อบาทละ 68,400ราคาทองคำสปอตเช้าวันนี้ปรับตัวลดลงสู่บริเวณ 4,374 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำโคเม็กซ์สหรัฐปิดตลาดการซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาร่วงลง 37.60 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 4,439 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เนื่องมาจากได้รับปัจจัยกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันซึ่งสร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ท่ามกลางการจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟดด้านราคาทองคําตลาดฮ่องกงเปิดตลาดเช้าวันนี้ปรับตัวลดลง 325 ดอลลาร์ฮ่องกง สู่บริเวณ 40,745 ดอลลาร์ฮ่องกงข่าวประกาศราคาทอง 7 วันล่าสุด ราคาทองวันนี้พุธที่ 9 ก.ย. 2569 เปิดตลาดร่วงลงแตะบริเวณ 68,150 ราคาทองวันนี้อังคาร 8 ก.ย. 2569 เปิดตลาดพุ่งขึ้นบริเวณ 68,900 ราคาทองวันนี้จันทร์ 7 ก.ย. 2569 เปิดตลาดร่วงลงแตะบริเวณ 68,750 ราคาทองวันนี้อาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2569 คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงบริเวณ 69,150 ราคาทองวันนี้เสาร์ที่ 5 ก.ย. 2569 ปรับตัวลงแรงสู่บริเวณ 69,150 ราคาทองวันนี้ศุกร์ที่ 4 ก.ย. 2569 เปิดตลาดพุ่งขึ้นแรงแตะ 69,800 ราคาทองวันนี้พฤหัส 3 ก.ย. 2569 เปิดตลาดพุ่งขึ้นแรงแตะ 69,200  กำลังโหลดข้อมูล ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ96.5%รับซื้อขายออกทองคำแท่ง67,950.0068,150.00ทองรูปพรรณ66,597.8868,950.00วันนี้ -450-45009 กันยายน 2569เวลา 09:04 น.(ครั้งที่ 1)Taggs: ราคาทอง 1 บาทวันนี้, ราคาทองคำแท่ง, ราคาทองรูปพรรณ, ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท, ราคาทองรูปพรรณวันนี้, ราคาทองล่าสุด, ราคาทองวันนี้ล่าสุด, ราคาทองแท่งวันนี้เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ข่าวราคาทองคำ, ข่าวเศรษฐกิจ, ราคาทองวันนี้, แนวโน้มราคาทอง Source: Originally published on ราคาทองคําวันนี้. Read the full article at ราคาทองคําวันนี้ → ### โลกกำลังจะโคจรผ่านบริเวณขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นอุกกาบาตโบราณ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788919054259 Category: science · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 SKĐS - ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 10 กันยายน ท้องฟ้าอาจ "สว่างไสว" ขณะที่โลกโคจรผ่านบริเวณขนาดใหญ่และงดงามของฝุ่นฝนดาวตกโบราณ หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันVăn hóa - Xã hộiโลกกำลังจะโคจรผ่านบริเวณขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นอุกกาบาตโบราณSKĐS - ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 10 กันยายน ท้องฟ้าอาจ "สว่างไสว" ขณะที่โลกโคจรผ่านบริเวณขนาดใหญ่และงดงามของฝุ่นฝนดาวตกโบราณBáo Sức khỏe và Đời sống•08/09/2026สมาคมดาราศาสตร์ ฮานอย (HAS) ประกาศว่า ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 กันยายน โลกจะเคลื่อนผ่านบริเวณฝุ่นฝนดาวตกโบราณ ซึ่งจะนำมาซึ่งความประหลาดใจที่น่ารื่นรมย์สำหรับผู้ที่ตื่นเช้า ในช่วงเวลานั้น เศษอนุภาคขนาดเล็กจะพุ่งเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและเผาไหม้ ทำให้เกิดริ้วดาวตกพาดผ่านท้องฟ้า โลกกำลังจะโคจรผ่านบริเวณขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยฝุ่นอุกกาบาตโบราณ (ภาพประกอบ: Chat GPT) ฝนดาวตกเอเพอร์เซอิด (ε-Perseid) ในเดือนกันยายน จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 5 ถึง 21 กันยายน โดยจะถึงจุดสูงสุดประมาณวันที่ 9-10 กันยายน ที่น่าสนใจคือ การคำนวณชี้ให้เห็นว่าโลกอาจเผชิญกับฝุ่นโบราณในช่วงต้นวันที่ 10 กันยายน ซึ่งจะทำให้ปริมาณดาวตกเพิ่มขึ้นชั่วคราว ตามข้อมูลจาก HAS ผู้ที่ชื่นชอบดาราศาสตร์ในฮานอยสามารถเริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 20:38 น. ของวันที่ 10 กันยายน เมื่อจุดกำเนิดของฝนดาวตกนี้ ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส เริ่มขึ้นทางทิศตะวันออก อย่างไรก็ตาม ยิ่งใกล้รุ่งเช้าเท่าไหร่ โอกาสในการชมก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ประมาณ 4:00 น. จุดกำเนิดจะอยู่สูงที่สุดในท้องฟ้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างอดทน คาดการณ์ว่าฝนดาวตกจะถึงจุดสูงสุดประมาณตีหนึ่งของวันที่ 10 กันยายน ดังนั้น หากคุณต้องการลองเสี่ยงโชค เริ่มสังเกตการณ์ตั้งแต่คืนวันที่ 9 กันยายน และต่อเนื่องไปจนถึงเช้าตรู่ของวันที่ 10 กันยายน จะ "ล่า" ฝนดาวตกได้อย่างไร? ตามข้อมูลจาก HAS คุณไม่จำเป็นต้องใช้กล้องโทรทรรศน์เพื่อสังเกตฝนดาวตก หาที่ที่มีท้องฟ้ามืดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ห่างไกลจากแสงไฟในเมือง นอนหรือนั่งในท่าที่สบาย มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และรอให้ดวงตาของคุณปรับตัวเข้ากับความมืดอย่างอดทนประมาณ 20 นาที อย่าจ้องมองแค่จุดเดียว ให้มองไปทั่วท้องฟ้า เพราะดาวตกสว่างจ้าอาจปรากฏขึ้นที่ใดก็ได้และหายไปในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ข้อดีอย่างหนึ่งของการสังเกตการณ์นี้คือ ฝนดาวตกจะถึงจุดสูงสุดใกล้กับช่วงข้างขึ้นใหม่ (11 กันยายน) ดังนั้นแสงจันทร์แทบจะไม่รบกวนเลย ท้องฟ้าที่มืดมิดจะทำให้มองเห็นดาวตกที่ริบหรี่ได้ง่ายขึ้น "คุณอาจต้องรออยู่นานพอสมควรโดยไม่เห็นอะไรเลย แต่แล้วท่ามกลางท้องฟ้าที่ดูสงบนิ่งอย่างสมบูรณ์ แสงสว่างวาบหนึ่งก็พุ่งผ่านท้องฟ้าที่ค่อยๆ สว่างขึ้นอย่างฉับพลัน เพียงไม่กี่วินาที – แต่นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่ทำให้การรอคอยตลอดทั้งคืนคุ้มค่า" HAS เน้นย้ำ ที่มา: https://suckhoedoisong.vn/trai-dat-sap-di-qua-vung-bui-sao-bang-co-khong-lo-169260908150122816.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิพลิกบวกหลังเปิดลบ แรงซื้อหุ้นเทคฯ หนุนตลาด : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788919032922 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นโตเกียวพลิกกลับมาเป็นบวกหลังเปิดตลาดติดลบเช้าวันนี้ (9 ก.ย.) โดยแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นถูกชดเชยด้วยแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] บวก 33.73 จุด หรือ +0.05% สู่ระดับ 65 ตลาดหุ้นโตเกียวพลิกกลับมาเป็นบวกหลังเปิดตลาดติดลบเช้าวันนี้ (9 ก.ย.) โดยแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นถูกชดเชยด้วยแรงซื้อหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเดียวกันในสหรัฐฯ ในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] บวก 33.73 จุด หรือ +0.05% สู่ระดับ 65,303.06 จุด หลังจากเปิดตลาดที่ระดับ 65,087.22 จุด ลดลง 182.11 จุด หรือ -0.28% หุ้นที่ปรับตัวขึ้นนำตลาดเช้านี้ได้แก่ กลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน และกลุ่มเหมืองแร่ โดย กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### AMD ปฏิวัติ AI ส่วนบุคคล เปลี่ยนโลกเศรษฐกิจดิจิทัล! URL: https://onesiamsoft.com/articles/amd-ai-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 AMD เปิดตัว AI ส่วนบุคคล พลิกโฉมเศรษฐกิจดิจิทัล #AMD #AI #เทคโนโลยี ⏱️ ใช้เวลาอ่าน: ประมาณ 18 นาที เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี — สมรภูมิเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเปลี่ยนผ่านจากโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ส่วนกลางเข้าสู่โต๊ะทำงานส่วนบุคคลอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อการประมวลผลบนเครื่อง (Local AI) กลายเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกขีดความสามารถการแข่งขันทางธุรกิจยุคถัดไป การเปิดฉากงานแสดงนวัตกรรมระดับโลกสะท้อนชัดว่า บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงระบบหลังบ้านอีกต่อไป แต่กำลังแทรกซึมเข้าสู่อุปกรณ์ปลายทางเพื่อเร่งการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างก้าวกระโดด ในการประชุมระดับนานาชาติต้นเดือนกันยายน 2026 เวทีเทคโนโลยีได้เห็นทิศทางเชิงรุกของบริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำที่วางรากฐานการผสานฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบเบ็ดเสร็จ เพื่อลดการพึ่งพาศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่และส่งเสริมความเป็นอิสระของผู้พัฒนา การปรับตัวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการดำเนินงานของสตาร์ทอัปและองค์กรธุรกิจทั่วโลกที่ต้องการความคล่องตัวในการสร้างนวัตกรรม AI เชิงพาณิชย์ การขับเคลื่อนครั้งนี้จึงถูกจับตามองในฐานะตัวเร่งวงรอบเศรษฐกิจใหม่ ที่เปลี่ยนผ่านจากการประมวลผลแบบรวมศูนย์ไปสู่สถาปัตยกรรมแบบกระจายศูนย์ โดยให้อุปกรณ์ระดับส่วนบุคคลมีสมรรถนะเทียบเท่ากับดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดย่อม ซึ่งช่วยทลายคอขวดด้านแบนด์วิดท์ ค่าบริการคลาวด์ที่พุ่งสูง และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลองค์กร จุดเปลี่ยนยุทธศาสตร์ไอทีบนเวทีระดับโลก ในงาน IFA 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี คุณ Jack Huynh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ AMD ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานอย่างเป็นทางการในหัวข้อ “The Era of Personal AI” โดยได้ร่วมเจาะลึกว่าเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบ Agentic และการประมวลผลบนอุปกรณ์ สามารถช่วยให้เทคโนโลยีมีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และปรับตัวเข้ากับผู้ใช้ได้อย่างไร เพื่อช่วยเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นความจริงเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ในระหว่างการบรรยายพิเศษ Jack Huynh ได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิวัฒนาการครั้งสำคัญนี้ว่า “For the first time, we’re not just making computers more powerful. We’re giving them intelligence. Intelligence that understands us. What we’re doing. What we’re trying to accomplish. What matters to us. The computer stops waiting for you to tell it what to do. It starts working with you.” คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของระบบคอมพิวเตอร์ที่พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นผู้ช่วยคิดเคียงข้างแรงงานทักษะสูง การก้าวเข้าสู่ยุคของปัญญาประดิษฐ์ส่วนบุคคลนี้กำลังเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งมหาศาลแก่นักพัฒนาและผู้ประกอบการ เนื่องจากระบบอัจฉริยะที่เข้าใจบริบทและจุดมุ่งหมายของผู้ใช้ จะช่วยย่นระยะเวลาในการวิจัย พัฒนา และทดสอบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่งผลให้วงจรการสร้างสรรค์นวัตกรรมสู่ตลาดเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต้นทุนที่เหนือกว่าเดิม พลิกนิเวศนักพัฒนาด้วยฮาร์ดแวร์ทรงพลัง หัวใจสำคัญของการปฏิวัติเวิร์กโฟลว์ระดับปฏิบัติการคือการเปิดตัว AMD Ryzen AI Halo ซึ่งถูกออกแบบมาให้รองรับ Project Zenith ของ Microsoft ได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง (Out of the box) เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบนิเวศการทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows โดยระบบได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับอุปกรณ์สมรรถนะสูง พร้อมติดตั้งเครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์มาตรฐานล่วงหน้าอย่าง Visual Studio Code, WSL, GitHub Copilot CLI และ PowerShell เพื่อให้การพัฒนา AI บนเครื่องมีความสะดวกรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาติดตั้งสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ความพร้อมใช้งานทันทีของแพลตฟอร์มนี้ช่วยให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์และวิศวกรข้อมูลสามารถเขียนโค้ด ทดสอบอัลกอริทึม และรันเวิร์กโหลดปัญญาประดิษฐ์บนเครื่องได้ทันที ซึ่งส่งผลต่อการลดต้นทุนแฝงขององค์กรในการเตรียมอุปกรณ์และระบบปฏิบัติการ ยกระดับผลิตภาพของบุคลากรสายเทคโนโลยีในยุคที่ตลาดแรงงานดิจิทัลมีการแข่งขันสูงอย่างมีนัยสำคัญ การผสานเครื่องมือระดับสูงเข้ากับฮาร์ดแวร์ประมวลผลที่มีศักยภาพเฉพาะทาง ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบเชิงพาณิชย์ให้นักพัฒนาสามารถทดลองสร้าง Agentic AI หรือตัวแทนอัจฉริยะที่สามารถตัดสินใจแทนมนุษย์ในงานซ้ำซ้อนได้อย่างปลอดภัยบนสภาพแวดล้อมท้องถิ่น ส่งผลให้องค์กรสามารถเร่งการเปิดตัวบริการอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็ว ยกขุมพลังดาต้าเซ็นเตอร์มาสู่โต๊ะทำงาน อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการคือการเปิดตัว AMD Threadripper Halo Station ระบบต้นแบบเวิร์กสเตชันที่ได้รับการพัฒนาเพื่อนำพลังการประมวลผล AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์มาสู่โต๊ะทำงานของนักพัฒนาโดยตรง ด้วยการผสานพลังของหน่วยประมวลผล Ryzen Threadripper PRO 9995WX เข้ากับตัวเร่งการประมวลผลระดับ Instinct แบบคู่ ขจัดข้อจำกัดทางกายภาพของการประมวลผลเดิมๆ การรวมตัวของขุมพลังระดับสูงนี้ ช่วยให้นักพัฒนาและนักวิจัยสามารถเทรน ปรับแต่ง (Fine-tune) และรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบ Local ได้โดยตรงบนเครื่องทำงาน โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านคอขวดของคลาวด์ ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการถ่ายโอนข้อมูลที่สูง ความหน่วงในการประมวลผล หรือความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา ในแง่ของเศรษฐศาสตร์องค์กร การลงทุนในระบบเวิร์กสเตชันสมรรถนะสูงเช่นนี้ถือเป็นการแปลงรายจ่ายดำเนินงาน (OpEx) จากการเช่าใช้ระบบคลาวด์ในระยะยาว มาเป็นรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) ที่สามารถบริหารจัดการการใช้งานได้อย่างคุ้มค่าและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดึงดูดใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมโครงสร้างต้นทุนและรักษาอธิปไตยของข้อมูลโมเดลตนเอง ผนึกพันธมิตรเชื่อมระบบสู่สเกลองค์กร เพื่อปิดช่องว่างระหว่างการพัฒนาในห้องปฏิบัติการกับการนำไปสร้างมูลค่าทางธุรกิจจริง AMD ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ SUSE ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบเปิด โดยความร่วมมือนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการช่วยให้นักพัฒนาย้ายแอปพลิเคชัน AI จากการพัฒนาและทดสอบแบบ Local บน AMD Ryzen AI Halo ไปสู่สภาพแวดล้อมการใช้งานจริง (Production) ระดับองค์กรที่มีความปลอดภัย เสถียรภาพ และได้รับการรับรองในสเกลใหญ่ ความร่วมมือทางเทคโนโลยีครั้งนี้ทำให้วงจรการพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์มีความต่อเนื่อง โดยองค์กรสามารถวางระบบจัดการคอนเทนเนอร์และซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกันตั้งแต่เครื่องเวิร์กสเตชันไปจนถึงระบบเซิร์ฟเวอร์หลักขององค์กร ช่วยให้แอปพลิเคชันเชิงพาณิชย์สามารถสเกลเพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมากได้อย่างราบรื่น การสร้างสะพานเชื่อมระหว่างการทดลองในเครื่องเดสก์ท็อปไปสู่คลาวด์องค์กรภายใต้ความร่วมมือกับ SUSE ช่วยลดความเสี่ยงของโครงการ AI องค์กรที่มักประสบปัญหาความล้มเหลวในการนำแบบจำลองไปติดตั้งใช้งานจริง (Deployment Failure) ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ทางเทคโนโลยีที่ชัดเจนและรวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับผู้นำฝ่ายสารสนเทศ กองทัพฮาร์ดแวร์ใหม่ขับเคลื่อนตลาดผู้บริโภค นอกเหนือจากโซลูชันสำหรับนักพัฒนาและองค์กรแล้ว การประชุมในสัปดาห์นี้ยังสะท้อนถึงการรุกคืบเข้าสู่ตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์พาณิชย์ในวงกว้าง โดยมีการเปิดตัวระบบจากพันธมิตรผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ (OEM) ชั้นนำระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ตระกูล AMD Ryzen AI Max 400 Series ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์บนอุปกรณ์พกพา ค่ายผู้ผลิตอุปกรณ์อย่าง Acer ได้เปิดตัวมินิพีซี Acer Aspire G AGB110 และโน้ตบุ๊ก Aspire G 3D 16 ซึ่งใช้ขุมพลังของหน่วยประมวลผล AMD Ryzen AI Max 400 Series มุ่งเป้าตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริโภคสายงานสร้างสรรค์และกลุ่มมืออาชีพที่ต้องการความสามารถในการประมวลผลมัลติมีเดียและสามมิติควบคู่กับงานปัญญาประดิษฐ์ ขณะเดียวกัน ทางฝั่งของ Lenovo ได้เสริมทัพด้วยผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและผู้ใช้ทั่วไปอย่างครอบคลุม ได้แก่ คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปรุ่น ThinkCentre X Ultra, ThinkCentre M75s Gen 6, ThinkCentre M75q Gen 6 และแล็ปท็อปรุ่น IdeaPad Slim 3 ซึ่งทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI Max 400 Series เช่นเดียวกัน นับเป็นการยืนยันความพร้อมของตลาดปลายน้ำในการรับมือกับความต้องการคอมพิวเตอร์ยุค AI ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและแนวโน้มสู่อนาคต การเปิดตัวนวัตกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับเวิร์กสเตชันสำหรับการวิจัยโมเดล ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ระดับองค์กรและอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค ส่งสัญญาณชัดเจนว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ การที่ฮาร์ดแวร์มีขีดความสามารถประมวลผล AI ขั้นสูงในราคาที่เข้าถึงได้ จะเร่งให้เกิดการนำปัญญาประดิษฐ์มาบูรณาการในภาคธุรกิจต่างๆ อย่างกว้างขวาง การกระจายตัวของพลังประมวลผลสู่ระดับผู้ใช้ปลายทางนี้ จะช่วยลดแรงกดดันต่อระบบกริดพลังงานไฟฟ้าและทรัพยากรระบายความร้อนของดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ทั่วโลก เนื่องจากเวิร์กโหลดบางส่วนจะถูกย้ายมาประมวลผลแบบกระจายศูนย์บนเครื่องส่วนบุคคล ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ในภาพรวมทางเศรษฐกิจ “The Era of Personal AI” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความเร็วของชิปหรือการเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ แต่คือการกระจายอำนาจการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อให้ผู้ประกอบการแต่ละรายสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนผลผลิตและผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในทศวรรษข้างหน้า #AMD #RyzenAI #PersonalAI #IFA2026 #Semiconductor #AIWorkstation #LocalAI #EnterpriseTech #HardwareInnovation #TechEconomy Source: Originally published on TheReporterAsia. Read the full article at TheReporterAsia → ### ครม. เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788919000479 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป พ.ศ. .... มุ่งแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัป พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ครม. เห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ปลดล็อกกฎหมายเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน 08 กันยายน 2569, 21:01น.           ครม.เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป พ.ศ. .... มุ่งแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ตอัป พร้อมมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบริษัทจำกัด และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจและการระดมทุนสมัยใหม่.             สาระสำคัญของร่างกฎหมาย คือ การปลดล็อกข้อจำกัดด้านการระดมทุนและการบริหารโครงสร้างหุ้น โดยกำหนดลักษณะบริษัทสตาร์ตอัปที่สามารถเข้าสู่ระบบ อาทิ เป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งมาไม่เกิน 10 ปี มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีไม่เกิน 300 ล้านบาท และไม่เคยจ่ายเงินปันผล โดยให้สิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี อาทิ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนและออกหุ้นกู้ การแปลงหนี้เป็นทุน และการทยอยให้หุ้น นอกจากนี้ NIA สามารถสนับสนุนเงินทุนในรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนทำหน้าที่เป็น One-Stop Service เพื่อประสานสิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง .             ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นมาตรการทางเลือก ไม่ได้บังคับให้สตาร์ตอัปทุกรายต้องเข้าสู่ระบบ พร้อมกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัป เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย ให้มีศักยภาพเติบโตและแข่งขันในระดับสากล #ธุรกิจสตาร์ตอัป Cr:เพจรัฐบาลไทย ข่าวทั้งหมดADS--> Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### เงินบาทเปิด 32.90 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า รับดอลลาร์อ่อน จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/3290 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เงินบาทเปิดที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากวันก่อนหน้า รับแรงหนุนดอลลาร์อ่อน ขณะที่ตลาดรอจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.92 บาทต่อดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 32.87-32.95 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันบ้าง จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น  ธนาคารกรุงไทย นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จนหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ Brent เข้าใกล้โซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งสร้างแรงกดดันให้ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยปรับตัวลดลงสู่โซน 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่โดยรวมเงินบาทยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้อานิสงส์จากการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ของตลาดการเงินเอเชีย (ตามเวลาประเทศไทย) หลังรัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ Scott Bessent ได้กล่าว “I am the house now” เพื่อส่งสัญญาณต่อผู้เล่นในตลาดว่า ไม่ควรท้าทายความพยายามในการช่วยให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นระหว่างทางการสหรัฐฯ กับทางการญี่ปุ่น ส่งผลให้ล่าสุด เงินเยนญี่ปุ่นได้แข็งค่าขึ้นเข้าใกล้โซน 153 เยนต่อดอลลาร์ จากระดับราว 154.50 เยนต่อดอลลาร์ ในช่วงก่อนรับรู้ถ้อยแถลงดังกล่าว  บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงขึ้น ขณะเดียวกัน การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น ทำให้ผู้เล่นในตลาดกังวลต่อภาพการ Unwind JPY-Carry Trade ซึ่งอาจสร้างแรงขายต่อบรรดาสินทรัพย์เสี่ยง อย่างหุ้นธีม AI/Semiconductor ได้ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง -1.18% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด -0.58% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง -0.32% ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% หลังผู้เล่นในตลาดต่างคงรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed ขณะเดียวกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินได้ช่วยลดทอนแรงกดดันต่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จากความกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ หลังราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง  ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงทวีความร้อนแรงขึ้น หนุนการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานและกดดันบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวม ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 98.7 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.7-99.0 จุด)  ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าเงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่าลง ทว่า ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) กลับปรับตัวลดลงต่อเนื่องเกิน -1% สู่โซน 4,390 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่อาจหนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก  สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.00 บาท/ดอลลาร์  ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.89 บาท/ดอลลาร์แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.93 บาท/ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ขณะที่เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยค่าเงินเยนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน โดยคาดว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย.นี้ เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ นอกจากนี้นักวิเคราะห์จาก UBS คาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปี 2569 โดยจะปรับขึ้นครั้งละ 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. และธ.ค. หลังจากเควิน วอร์ช ประธานเฟด แสดงท่าทีสนับสนุนการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ประกอบกับข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งเกินคาด จับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และการรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ในวันพฤหัสบดี และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นในวันศุกร์ กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ USD/THB 32.70 - 33.00 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.70/ขาย 33.00 EUR/THB 38.20 - 38.60 แนะนำ ซื้อที่ 38.20/ขาย 38.60 JPY/THB 0.2120 - 0.2160 แนะนำ ซื้อที่ 0.2120/ ขาย 0.2160   Source: Originally published on pptvhd36.com. Read the full article at pptvhd36.com → ### “หยวน” จ่อแซง “เยน” ขึ้นแท่นสกุลเงิน Carry Trade หลัง BOJ ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/carry-trade-boj-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 นักกลยุทธ์ชี้เงินหยวนกำลังเป็นทางเลือกใหม่แทนเยนในการทำ Carry Trade โดยกลยุทธ์ใช้หยวนทำผลตอบแทน 1.5% ในรอบ 3 เดือน เทียบกับใช้เยนที่ขาดทุน 1... นักกลยุทธ์ชี้เงินหยวนกำลังเป็นทางเลือกใหม่แทนเยนในการทำ Carry Trade โดยกลยุทธ์ใช้หยวนทำผลตอบแทน 1.5% ในรอบ 3 เดือน เทียบกับใช้เยนที่ขาดทุน 1%วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 07.51 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เงินหยวนจีนกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในฐานะสกุลเงินสำหรับใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการทำ Carry Trade แทนเงินเยน หลังการแข็งค่าของสกุลเงินญี่ปุ่นบีบให้นักลงทุนต้องมองหาทางเลือกใหม่ ขณะที่นักกลยุทธ์จากสถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งมองว่า ต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำและเสถียรภาพของเงินหยวนกำลังเพิ่มความน่าสนใจให้กับสกุลเงินจีนที่ผ่านมา เงินเยนถือเป็นหนึ่งในสกุลเงินหลักสำหรับการทำ Carry Trade ซึ่งนักลงทุนจะกู้ยืมเงินในสกุลที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ แล้วนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หรือสกุลเงินที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยอย่างไรก็ตาม สัญญาณจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่บ่งชี้ว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ผลักดันให้เงินเยนแข็งค่าขึ้น และลดความน่าสนใจของการใช้เยนเป็นแหล่งเงินทุนนักกลยุทธ์จาก Citigroup, Maybank, Societe Generale และ BBVA จึงเริ่มชี้ว่า เงินหยวนอาจกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของเงินเยนในตลาด Carry Tradeฟิโอนา ลิม นักกลยุทธ์อาวุโสของ Maybank กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ำ ประกอบกับค่าเงินหยวนที่มีเสถียรภาพ อาจเพิ่มความน่าสนใจของหยวนในฐานะสกุลเงินสำหรับระดมทุนทำ Carry Trade โดยเฉพาะเมื่ออัตราดอกเบี้ยของจีนยังค่อนข้างทรงตัว ท่ามกลางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นต้นทุนทางการเงินที่ต่ำและมีเสถียรภาพถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับ Carry Trade เนื่องจากนักลงทุนต้องการกู้ยืมในสกุลเงินที่มีต้นทุนต่ำ ก่อนนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าในขณะที่ธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลกเผชิญแรงกดดันให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จีนยังคงมีต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับต่ำ ทำให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีราคาถูกกว่าขณะเดียวกันเงินหยวนยังมีความผันผวนค่อนข้างต่ำ โดยได้รับแรงหนุนจากความสามารถของเศรษฐกิจจีนในการรับมือกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการค่าเงินของธนาคารกลางจีน (PBOC)เสถียรภาพดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงที่นักลงทุน Carry Trade จะเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับเงินเยนในช่วงที่ผ่านมาเงินเยนพลิกจากการอ่อนค่าในเดือนสิงหาคมมาเป็น แข็งค่าราว 4% นับตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน ขณะที่เงินหยวนนอกประเทศ หรือ Offshore Yuan แทบไม่เคลื่อนไหวข้อมูลที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่า กลยุทธ์กู้เงินหยวนนอกประเทศแล้วนำไปลงทุนในตะกร้าสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ 8 สกุล ให้ผลตอบแทนประมาณ 1.5% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ในทางตรงกันข้าม กลยุทธ์เดียวกันที่ใช้เงินเยนเป็นแหล่งเงินทุนกลับ ขาดทุนประมาณ 1%ตะกร้าสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ดังกล่าวประกอบด้วยเงินเรียลบราซิล เปโซเม็กซิโก รูปีอินเดีย รูเปียห์อินโดนีเซีย แรนด์แอฟริกาใต้ ลีราตุรกี โฟรินต์ฮังการี และซวอตีโปแลนด์นักกลยุทธ์ของ Citigroup ระบุในรายงานช่วงต้นเดือนกันยายนว่า อัตราผลตอบแทนจาก Carry Trade เมื่อเทียบกับความผันผวนของเงินหยวนนอกประเทศอยู่ในระดับสูง ทำให้เงินหยวนมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้นในฐานะสกุลเงินสำหรับใช้ระดมทุนCitigroup มองว่า การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทน Carry Trade ที่ปรับด้วยความผันผวนแล้ว อาจทำให้เงินหยวนกลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากขึ้นสำหรับการทำ Carry Trade ทั่วโลกเงินหยวนเคยมีบทบาทสำคัญในการทำ Carry Trade มาก่อน โดยในปี 2567 นักลงทุนสร้างสถานะขายเงินหยวน เพื่อนำเงินไปลงทุนในดอลลาร์และสกุลเงินตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า โดยได้ประโยชน์ทั้งจากการอ่อนค่าของหยวนและอัตราดอกเบี้ยสหรัฐที่อยู่ในระดับสูงอย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินหยวนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งของจีนได้ลดทอนผลตอบแทนจาก Carry Trade และทำให้นักลงทุนลดการใช้กลยุทธ์ดังกล่าวตั้งแต่ปีที่ผ่านมาขณะนี้ศักยภาพของหยวนในฐานะสกุลเงินสำหรับ Carry Trade กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักรพุ่งสูงขึ้น ทำให้ส่วนต่างกับอัตราดอกเบี้ยของจีนกว้างขึ้นสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเด่นชัด เนื่องจาก PBOC ยังคงดำเนินนโยบายการเงินในลักษณะ ผ่อนคลายปานกลาง สวนทางกับแรงกดดันด้านดอกเบี้ยในหลายประเทศคียอง ซอง นักกลยุทธ์จาก Societe Generale ระบุว่า ปัจจุบันความสมดุลระหว่างโอกาสที่เงินหยวนจะแข็งค่ากับผลตอบแทนจาก Carry Trade ยังอยู่ในระดับเป็นกลาง แต่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่กว้างขึ้นจะทำให้กลยุทธ์ Carry Trade มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนมากขึ้นในอนาคตนอกจากนี้ อัตราอ้างอิงรายวันที่ PBOC กำหนดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับที่เงินหยวนในประเทศสามารถเคลื่อนไหวได้ในกรอบบวกลบ 2% ยังส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางจีนไม่ต้องการเห็นเงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับปัจจุบันอย่างไรก็ตาม แม้ PBOC จะสนับสนุนการใช้เงินหยวนในการกู้ยืมระหว่างประเทศผ่านพันธบัตร เงินกู้ และการเงินเพื่อการค้า แต่ธนาคารกลางจีนไม่น่าจะสนับสนุนการเก็งกำไรแบบ Carry Trade โดยเฉพาะหากนำไปสู่การเดิมพันค่าเงินในทิศทางเดียวมากเกินไปแม้เงินหยวนมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น แต่ขนาดของ Carry Trade ที่ใช้หยวนเป็นแหล่งเงินทุนยังจำกัดกว่าเงินเยน เนื่องจากสกุลเงินจีน ยังไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างเสรีเต็มรูปแบบดาริอุส โควาลซิก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์เอเชียของ BBVA เตือนด้วยว่า สภาพคล่องของตลาดเงินกู้จีนระยะยาวยังค่อนข้างต่ำ จึงทำให้หยวนไม่น่าจะสามารถเข้ามาแทนที่เยนในการทำ Carry Trade ได้ทั้งหมดอย่างไรก็ตาม เขามองว่าการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ Carry Trade ที่ใช้เงินหยวนขยายตัวโควาลซิกระบุว่า นักลงทุนควรจับตาความเป็นไปได้ที่ เงินหยวนนอกประเทศจะเข้ามาแทนที่เงินเยนในฐานะสกุลเงินหลักของเอเชียสำหรับใช้เป็นแหล่งเงินทุนทำ Carry Tradeหาก BOJ ขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ต้นทุนการกู้ยืมเงินเยนจะเพิ่มขึ้นมาใกล้เคียงกับต้นทุนของเงินหยวน และหาก BOJ ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งหลังจากนั้น ต้นทุนการกู้ยืมหยวนนอกประเทศอาจต่ำกว่าเงินเยนเป็นครั้งแรก ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด Carry Trade ในเอเชียอ้างอิง : bloomberg.comอ่านข่าว การเงิน-อัตราแลกเปลี่ยน-ราคาทอง ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ปิดตลาด TFEX ช่วงกลางคืน วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า Mini Gold Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 889 สัญญา - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/tfex-9-69-mini-gold-futures-889-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ปิดตลาด TFEX ช่วงกลางคืน วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า Mini Gold Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 889 สัญญา efinanceThai Night Recap Gold Spot 08-09-2569 ฮั่วเซ่งเฮง สรุปราคาทองคำ 8 ก.ย.2569 ปิดตลาด -50 ผันผวน 24 ครั้ง Thai PBS เช็คราคาทองวันนี้ 8 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม ปิดตลาด TFEX ช่วงกลางคืน วันที่ 9 ก.ย. 69 สินค้า Mini Gold Futures มีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งตลาด 889 สัญญา  efinanceThaiNight Recap Gold Spot 08-09-2569  ฮั่วเซ่งเฮงสรุปราคาทองคำ 8 ก.ย.2569 ปิดตลาด -50 ผันผวน 24 ครั้ง  Thai PBSเช็คราคาทองวันนี้ 8 กันยายน 2569 ล่าสุด ราคาปรับเพิ่ม 350 บาท ราคาทองรูปพรรณ บาทละ 69,700 บาท  Thairath.co.thทองเปิดบวก! 350 บาท ขึ้นตามราคาทองโลก ที่ยืนเหนือ 4,400 ดอลลาร์/ออนซ์  pptvhd36.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ยังแรงได้อีก...ผลทดสอบล่าสุดชิป Exynos 2700 ทำคะแนน Multi-Core ทะลุ 14,000 แต้มแล้ว! URL: https://onesiamsoft.com/articles/exynos-2700-multi-core-14000 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ยังแรงได้อีก...ผลทดสอบล่าสุดชิป Exynos 2700 ทำคะแนน Multi-Core ทะลุ 14,000 แต้มแล้ว! - Android News บทความใหม่ล่าสุด ยังคงมีทดสอบเข้าระบบเรื่อย ๆ สำหรับชิป Exynos 2700 ชิปเรือธงรุ่นถัดไปของ Samsung ที่คาดว่าจะใช้บน Galaxy S27 และ S27+ ในปีหน้า ล่าสุดผลทดสอบจาก Geekbench ก็ทำเซอร์ไพรส์แฟน ๆ อีกครั้ง เพราะทำคะแนนเพิ่มขึ้นมากจากครั้งก่อนที่มีการทดสอบ เรียกว่าชนได้กับทุกคู่แข่งเลยล่ะคะแนนนี้! โดยผลทดสอบของ Galaxy S27 ที่ใช้ชิป Exynos 2700 จาก Geekbench 6 ล่าสุด ได้ Single-Core ไปที่ 4328 แต้ม และ Multi-Core อีก 14700 แต้ม เพิ่มขึ้นจากรอบก่อนที่เคยมีหลุดออกมา (Single-Core 2603 | Multi-Core 10350) ซึ่งถือว่าเป็นคะแนนที่สูงมากในตอนนี้ เพราะทั้ง Single-Core และ Multi-Core นั้นแซงหน้าเหล่าชิปเรือธงในปัจจุบันไปพอสมควร Snapdragon 8 Elite Gen 5 ก็จะได้ Multi-Core ไปราว 12xxx แต้ม Dimensity 9500 ราว 11xxx หรือฝั่ง Apple A19 Pro ก็จะอยู่ในกลุ่มหมื่นต้น ๆ เช่นกันครับ สำหรับสเปคของชิป Exynos 2700 ที่ทดสอบกันนี้ จะมี CPU แบบ 10-Core แบ่งเป็น 4 Cluster (1+4+1+4) มีความเร็วสูงสุดถึง 4.24GHz เลยล่ะครับ ในด้านกราฟิก Exynos 2700 จะได้ Xclipse 970 GPU รองรับ RAM สูงสุดที่ LPDDR6 ด้วย ได้เห็นคะแนนทดสอบที่สูงระดับนี้แล้ว เชื่อว่าหลายคนที่เล็ง ๆ Galaxy S27 หรือ S27+ ในปีหน้าอยู่ คงสบายใจในเรื่องประสิทธิภาพได้หน่อยล่ะเนอะ อ่านเพิ่มเติม: เอาเรื่อง ! Exynos 2700 บน Galaxy S27 ชนะ Snapdragon 8 Elite Gen 6 ในการทดสอบ CPU, GPU และ AI แรงเลย…ลือ Exynos 2700 จะได้ความเร็วสูงสุด 4.2GHz และจัดการพลังงานกับความร้อนได้ดีกว่าเดิมด้วย! Exynos 2700 ถูกทดสอบบน Geekbench แล้ว ทำ Multi-Core ทะลุหมื่น ! โหดจริง! ผลทดสอบชุดแรกของชิป XRING O3 ทำคะแนน CPU และ GPU สูงเหนือชิปเรือธงทุกรุ่นตอนนี้! นี่สิของจริง…หลุดผลทดสอบชิป Dimensity 9600 Pro ของ vivo X500 Pro Max ทำคะแนน Multi-Core ทะลุ 13,000 แต้ม! ที่มา : Gizmochina ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Exynos 2700Galaxy S27GeekbenchSamsung Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### เปิดตัว OPPO A7 Pro ในประเทศจีน ได้แบตใหญ่ 8000mAh | ดีไซน์แถบกล้องเรียบหรู | จอ OLED 120Hz URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-a7-pro-8000mah-or-or-oled-120hz Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 เปิดตัว OPPO A7 Pro ในประเทศจีน ได้แบตใหญ่ 8000mAh | ดีไซน์แถบกล้องเรียบหรู | จอ OLED 120Hz - Android News บทความใหม่ล่าสุด OPPO A7 Pro เปิดตัวทางการในประเทศจีนแล้วครับ เป็นรุ่นแบตอึดใหม่ แต่ก็ยังเน้นในเรื่องดีไซน์และความทนทานแบบครบถ้วนเช่นเคย รายละเอียดสเปคเป็นยังไงมาดูกันครับ! เริ่มที่ดีไซน์ OPPO A7 Pro มาพร้อมดีไซน์ minimal ด้วยแถบกล้องหลังแนวนอน แต่ก็แฝงลูกเล่นที่ฝาหลังด้วยลวดลาย รุ่นนี้มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีเทา, สีชมพู และสีฟ้าครับ แต่เห็นดีไซน์สวยแบบนี้ เรื่องความคงทน OPPO A7 Pro ผ่านมาตรฐานมากมาย ทั้งการตกกระแทก และการกันน้ำสูงสุดถึง IP69K เลย ที่หน้าจอ OPPO A7 Pro จะมาพร้อมจอ OLED ขนาด 6.57″ ความละเอียด FHD+ มี Refresh rate 120Hz และรองรับความสว่างสูงสุดที่ 1400nits ครับ สเปคภายใน OPPO A7 Pro ได้ชิปเซ็ต Dimensity 6360 Max Octa-Core 2.4GHz มี RAM แบบ LPDDR4X สูงสุด 8GB และ ROM UFS 2.2 ภายในมีระบบระบายความร้อน Vapor Champer ขนาด 4,300mm² แบตเตอรี่รุ่นนี้ถือว่าเด่นด้วยความจุ 8000mAh แต่ในขนาดตัวเครื่องบางเพียง 8.8 มม. เบาแค่ 205 กรัม ได้ระบบชาร์จไว 45W SUPERVOOC เรื่องกล้อง OPPO A7 Pro ได้กล้องหลักความละเอียด 50MP และกล้องหน้า 8MP ระบบปฏิบัติการภายในใช้เป็น ColorOS 16 บนพื้นฐาน Android 16 มอบความลื่นไหล รวมถึงฟีเจอร์ AI ใหม่ ๆ ด้วย OPPO A7 Pro เปิดตัวมาด้วยกัน 2 รุ่นความจุ 6GB+256GB และ 8GB+256GB ราคา 2199 หยวน (ประมาณ บาท) และ 2499 หยวน (ประมาณ บาท) ตามลำดับครับ โดย OPPO A7 Pro จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนวันที่ 11 กันยายนนี้เลย ส่วนบ้านเรา ก็มีรายงานว่าผ่านการรับรองจาก กสทช.มาแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงเปิดตัวตามมาแล้วล่ะครับ อ่านเพิ่มเติม: มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ เปิดตัว OPPO A7 Pro Max สมาร์ทโฟนแบตใหญ่ 10000mAh รุ่นแรกของแบรนด์ | กันน้ำ IP69K | กล้อง 50MP หน้า-หลัง! OPPO Find X10 Pro Max อวดสเปคกล้องหลัง 200MP 3 ตัวสุดเทพ รองรับ 8K ครบทุกตัว! OPPO Reno 17 จะมีเลนส์เสริม Telephoto และ Find X10 ผ่านการรับรอง 3C ได้วันแล้ว! OPPO เตรียมเปิดตัว ColorOS 17 ในงาน ODC26 (OPPO Developer Conference 2026) วันที่ 17 ก.ย.นี้ 10 มือถือ OPPO ขายดี น่าซื้อ น่าใช้ ปี 2026 รุ่นไหนดี? ที่มา : Gizmochina ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### ITOCHU หารือ 'ศุภจี-วราวุธ' ยกระดับหุ้นส่วนไทย–ญี่ปุ่น ร่วมสร้างอุตสาหกรรมอนาคต - The Bangkok Insight URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu-the-bangkok-insight Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ITOCHU เข้าหารือ "ศุภจี-วราวุธ" เพิ่มโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต --> นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ITOCHU Corporation พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ITOCHU Corporation  เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นางศุภจีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การ ร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลก ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ สำหรับสาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคต รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้าน ยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต ฝ่ายญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้ นอกจากนี้ รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย ความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นในระยะต่อไป ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นให้ก้าวจากการลงทุนและการผลิต ไปสู่การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลก อ่านข่าวเพิ่มเติม เฮ!! ญี่ปุ่นปักหลักลงทุนไทยต่อเนื่อง อัปเกรดฐานผลิต รับเทคโนโลยีใหม่ ‘นายกรัฐมนตรี’ สยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยืนยันรัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่า! ‘โตโยต้า’ ทุ่มเพิ่ม 9.3 พันล้าน ลุยผลิต ‘ไฮบริด-อีวี’ ในเวียดนาม สู้ศึก ‘วินฟาสต์-บีวายดี’ ติดตามเราได้ที่ เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/ Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight X: https://twitter.com/BangkokInsight Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/ Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg --> Source: Originally published on The Bangkok Insight. Read the full article at The Bangkok Insight → ### ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า นลท.ระวังการซื้อขายก่อนสหรัฐฯ เผยข้อมูลเงินเฟ้อ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788918108883 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ขณะที่เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาด ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันอังคาร (8 ก.ย.) ท่ามกลางการซื้อขายที่เป็นไปอย่างระมัดระวังก่อนที่ทางการสหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้ ขณะที่เงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.13% แตะที่ 98.787 ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 153.61 เยน จากระดับ 154.34 เยนในวันศุกร์ (4 ก.ย.) ขณะเดียวกันก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.809 ฟรังก์ จากระดับ 0.8095 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3781 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3815 ดอลลาร์แคนาดา ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.1629 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1624 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ส่วนเงินปอนด์แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.3547 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3542 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยน เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. ทั้งนี้ หากเป็นไปตามคาดการณ์ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นจะปรับตัวแคบลง นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดย รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### “ราคาน้ำมันโลก” พุ่งแรงจ่อแตะ 100 ดอลลาร์ Goldman Sachs เตือนเสี่ยงทะลุ 120 ดอลลาร์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/100-goldman-sachs-120-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 &quot;ราคาน้ำมันโลก&quot; พุ่งแรงจ่อแตะ 100 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ-อิหร่านปะทะเดือด Goldman Sachs เตือนเสี่ยงทะลุ 120 ดอลลาร์ หากการโ... "ราคาน้ำมันโลก" พุ่งแรงจ่อแตะ 100 ดอลลาร์ หลังสหรัฐ-อิหร่านปะทะเดือด Goldman Sachs เตือนเสี่ยงทะลุ 120 ดอลลาร์ หากการโจมตีเส้นทางขนส่งรุนแรงขึ้นวันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 07.33 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันพุธ (9 ก.ย.) โดยน้ำมันดิบเบรนท์ขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้นจากการโจมตีตอบโต้กัน สร้างความกังวลว่าอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลางอาจเผชิญการหยุดชะงักเพิ่มเติมสัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ของสหรัฐ ส่งมอบเดือนตุลาคม พุ่งขึ้น 1.75% แตะ 94.66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงในตลาดโลก เพิ่มขึ้น 1.55% สู่ 99.44 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เหลืออีกไม่ถึง 1 ดอลลาร์ก็จะแตะระดับ 100 ดอลลาร์ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังเมื่อวันอังคาร กองทัพสหรัฐทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำ เพื่อตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือรบสหรัฐกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า เรือรบสหรัฐสามารถหลบหลีกการโจมตีของอิหร่านได้สำเร็จ และไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐได้รับบาดเจ็บความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านซึ่งดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 7 กำลังเพิ่มความกังวลต่อความมั่นคงของเส้นทางขนส่งน้ำมันและอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเมื่อการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือมีแนวโน้มรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้นดาน สตรุยเวน หัวหน้าร่วมฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของ Goldman Sachs ระบุว่า การยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน รวมถึงการโจมตีเส้นทางเดินเรือที่เพิ่มขึ้น กำลังทำให้ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันเบรนท์จะพุ่งขึ้นเหนือ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มสูงขึ้นเมื่อถูกถามว่า ราคาน้ำมันสามารถขึ้นไปแตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้หรือไม่ สตรุยเวนตอบว่า สถานการณ์ดังกล่าว “มีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน”อย่างไรก็ตาม กรณีฐานของ Goldman Sachs ยังคงคาดว่าการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียจะค่อย ๆ ฟื้นตัว เนื่องจากประเทศผู้ผลิตสามารถปรับตัวต่อปัญหาการขนส่งได้ เช่น การหันไปใช้เส้นทางเดินเรือทางเลือก และในระยะต่อไปอาจเพิ่มกำลังการขนส่งผ่านระบบท่อส่งน้ำมันแต่สถานการณ์ที่รุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพิ่มความเป็นไปได้ของกรณีที่เลวร้ายกว่า ซึ่งการส่งออกน้ำมันไม่สามารถฟื้นตัวได้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าสตรุยเวนระบุว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดชี้ว่าความเป็นไปได้ของสถานการณ์ที่การส่งออกน้ำมันยังคงชะงัก และส่งผลให้ Brent พุ่งเหนือ 120 ดอลลาร์ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากการโจมตีต่อการขนส่งทางทะเลมีทั้งความรุนแรงและขอบเขตกว้างขึ้นก่อนหน้านี้ ปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐและอิหร่านหยุดลงเป็นเวลาประมาณ 1 เดือน โดยรัฐบาลวอชิงตันหันไปเน้นการสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อกรุงเตหะรานแทนอย่างไรก็ตาม การโจมตีทางทหารกลับมาอีกครั้งในช่วงปลายเดือนที่แล้ว และทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสถานการณ์ล่าสุดทำให้ตลาดกลับมากังวลถึงความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคผู้ผลิตและส่งออกพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยเฉพาะหากการโจมตีต่อเรือและเส้นทางขนส่งยังคงขยายตัว ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอ้างอิง : cnbc.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ภาวะตลาดหุ้นโตเกียว: นิกเกอิปิดร่วง 1.70% วิตกเยนแข็งฉุดหุ้นส่งออก-แรงขายทำกำไรกดดัน : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/170percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (8 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินเยนส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มบริษัทส่งออก ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 65,269.33 จุด ลดลง 1,130.51 จุด หรือ -1.70% สำหรับหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงม ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดร่วงลงในวันนี้ (8 ก.ย.) เนื่องจากการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วของเงินเยนส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลประกอบการของกลุ่มบริษัทส่งออก ดัชนีนิกเกอิ [NIKKEI.X] ปิดที่ระดับ 65,269.33 จุด ลดลง 1,130.51 จุด หรือ -1.70% สำหรับหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์แก้วและเซรามิก กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ตลาดหุ้นโตเกียวยังคงเผชิญแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ หลังสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส [WTI.X] ปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน บรรดาดีลเลอร์ระบุว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับปัจจัยหนุนบางส่วนจากรายงานของสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (SIA) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายอดขายเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกในเดือนก.ค. ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ในระหว่างการซื้อขายช่วงเช้า ทว่าดัชนีกลับปรับตัวลงในภาคบ่าย หลังเผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นในกระดานมากกว่าครึ่งหนึ่งปิดในแดนลบ มาซาฮิโระ อิจิกาวะ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซูมิโตโม มิตซุย ดีเอส (Sumitomo Mitsui DS Asset Management Co.) กล่าวว่า “ตลาดหุ้นยังคงเผชิญความยากลำบากในการหาทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะช่วยบ่งชี้ทิศทางของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น” โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### vivo คอนเฟิร์มวันเปิดตัว vivo X500 Series วันที่ 21 กันยายนนี้ และกล้องกิมบอลมาแน่ปีหน้า | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/vivo-vivo-x500-series-21-or-droidsans Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 vivo เปิดเผยข้อมูลของเรือธงรุ่นใหม่อย่าง vivo X500 Series ภายในงาน Creator Festival โดยยืนยันว่าจะเปิดตัวในประเทศจีน 21 กันยายน 2026 และเซอร์ไพรส์ด้วยการระบุว่า vivo Pocket Gimbal Camera กล้องพกพาพร้อมระบบกิมบอลกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา และมีแผนเปิดตัวภายในปีหน้า ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### น้ำมันโลกพุ่งสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ซาอุโจมตีฮูตีกลับกระทบส่งออกน้ำมัน URL: https://onesiamsoft.com/articles/1-19 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดน้ำมันขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันอังคาร(8ก.ย.) หลังพวกฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน โจมตีที่ตั้งทางพลังงานของซาอุดีอาระเบีย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่ วันนี้, 06:54น.           ตลาดน้ำมันขยับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันอังคาร(8ก.ย.) หลังพวกฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเยเมน โจมตีที่ตั้งทางพลังงานของซาอุดีอาระเบีย           สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 1.55 ดอลลาร์ ปิดที่ 93.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 92 เซนต์ ปิดที่ 97.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล           สื่อมวลชนที่ควบคุมโดยฮูตีรายงานในช่วงค่ำวันอังคาร(8ก.ย.) ว่า ฝูงบินรบของซาอุดีอาระเบียปฏิบัติการโจมตีทางอากาศเล่นงานเขตจูบาห์ของเยเมน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของกรุงซานา และจังหวัดทาอิซ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ           การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียได้รับผลกระทบอย่างหนักอยู่ก่อนแล้ว นับตั้งแต่อิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานในภูมิภาคและการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ตอบโต้ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯและอิสราเอลที่เปิดฉากขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์           ส่วนประเทศไทย ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ปรับขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซลปรับขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มี (ยกเว้นน้ำมันกลุ่มพรีเมียมราคาคงเดิม)             การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ส่อแววไร้ข้อยกเว้นการเจรจา เพื่อลดความตึงเครียดและเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ           นอกจากนี้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันดิบชะงักส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ภาพรวมราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลในตลาดสิงคโปร์ดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรง ในวันที่ 8 ก.ย.2569 พุ่งสูงกว่า 172 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันเบนซิน พุ่งขึ้นประมาณ 137 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล           ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ กบน. ต้องตัดสินใจปรับลดการชดเชยมาจากความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงอยู่ในระดับวิกฤต การปรับลดการชดเชยและปล่อยให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อสร้างความสมดุลและสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ ที่แบกรับภาระชดเชยสูงถึงประมาณวันละ 500 ล้านบาท           ด้านราคาทองคำขยับลงเล็กน้อยในวันอังคาร(8ก.ย.) หลังราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้น โหมกระพือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยราคาทองคำยูเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ส งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 1 % ปิดที่ 4,430.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์            ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดลบเช่นกันในวันอังคาร(8ก.ย.) เอสแอนด์พี 500 ปรับลด ตามแรงฉุดของบรรดาผู้ผลิตซอฟต์แวร์ ขณะที่นักลงทุนเฝ้ารอข้อมูลเงินเฟ้อ ที่อาจส่งผลต่อโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ย            ดาวโจนส์ ลดลง 628.18 จุด ปิดที่ 52,786.07 เอสแอนด์พี ลดลง 45.08 จุด ปิดที่ 7,673.52 จุด แนสแดค ลดลง 85.58 จุด ปิดที่ 26,421.41 จุด #น้ำมันโลก #ฮูตีโจมตีซาอุ ข่าวทั้งหมดADS--> Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### เจาะลึก Lenovo ยุค Hybrid AI ชูเทคโนโลยี AI PC ใหม่ในงาน 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/lenovo-hybrid-ai-ai-pc-2026 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Lenovo เผยวิสัยทัศน์ Hybrid AI ในงาน Innovation World 2026 เชื่อมโยงอุปกรณ์ส่วนบุคคลและองค์กร เร่งสร้างความต่างในตลาด AI PC Lenovo เผยวิสัยทัศน์ Hybrid AI ในงาน Innovation World 2026 เชื่อมโยงอุปกรณ์ส่วนบุคคลและองค์กร เร่งสร้างความต่างในตลาด AI PCในงาน Lenovo Innovation World 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน Lenovo ได้นำเสนอแนวทาง Hybrid AI ที่เชื่อมโยงอุปกรณ์ส่วนบุคคลและระดับองค์กรเข้าด้วยกันอย่างน่าสนใจ แนวคิดหลักคือการประมวลผลทั้งบนอุปกรณ์และคลาวด์ เพื่อความปลอดภัยและลดความหน่วงเวลา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดที่มุ่งสู่ Edge Computing อย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลจาก Gartner ประเมินว่ายอดขาย AI PC จะเติบโตทะลุ 143 ล้านเครื่องในปี 2026 คิดเป็นสัดส่วนสำคัญในตลาดพีซีโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบีบให้ผู้ผลิตต้องเร่งพัฒนาระบบนิเวศของตนเอง การเติบโตของตลาดเป็นปัจจัยบีบให้ผู้ผลิตต้องเร่งสร้างความแตกต่าง Lenovo ตอบรับเทรนด์นี้ด้วยซอฟต์แวร์ Lenovo Qira ที่ทำงานข้ามอุปกรณ์และเชื่อมกับแอปพลิเคชันหลักของ Google และ Microsoft ได้อย่างราบรื่น ช่วยลดรอยต่อในการทำงานของผู้ใช้ ในฝั่งฮาร์ดแวร์ ซีรีส์ Yoga มุ่งเน้นไปที่กลุ่มครีเอเตอร์ด้วยชิป NVIDIA RTX Spark พร้อมระบบ Smart Canvas ที่ให้ผู้ใช้ทำงานข้ามอุปกรณ์อย่างไร้รอยต่อ ส่วน IdeaPad Vibe และ IdeaCentre เน้นตลาดผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการคอมพิวเตอร์ AI ในราคาและดีไซน์ที่เข้าถึงง่ายขึ้น สิ่งที่น่าจับตามองคือแนวคิดเครื่องต้นแบบอย่าง AeroBlade ที่ใช้การระบายความร้อนแบบไร้พัดลม และ Swan ที่เน้นเพิ่มพื้นที่การทำงาน นวัตกรรมเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า นอกจากเรื่องของชิปประมวลผลแล้ว การออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับความร้อนจาก AI ก็สำคัญไม่แพ้กัน บทสรุปของกลยุทธ์ One Personal AI ของ Lenovo  คือความพยายามในการสร้าง Ecosystem ท่ามกลางสมรภูมิ AI PC ที่ดุเดือด หากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ทำงานสอดประสานกันได้จริง Lenovo ก็มีโอกาสรักษาแชมป์ส่วนแบ่งตลาดพีซีที่กำลังเติบโตนี้ไว้ได้อย่างมั่นคง Source: Originally published on posttoday. Read the full article at posttoday → ### AMD ชูแนวคิด “The Era of Personal AI” เปิดตัวเทคโนโลยี Local AI และ Ryzen AI Halo ในงาน IFA 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/amd-the-era-of-personal-ai-local-ai-ryzen-ai-halo-ifa-2026 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 AMD เปิดวิสัยทัศน์ Personal AI ในงาน IFA 2026 พร้อมเผย Ryzen AI Halo, Threadripper Halo Station และความร่วมมือกับ SUSE รองรับการพัฒนาและใช้งาน Local AI ที่งาน IFA 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี Jack Huynh รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปของ AMD ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดงานในหัวข้อ “The Era of Personal AI” โดยนำเสนอแนวทางการนำเทคโนโลยี Agentic AI และการประมวลผลบนอุปกรณ์มาใช้งาน เพื่อให้ AI มีความเป็นส่วนตัว ปลอดภัย และสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้ใช้ได้มากขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่ AMD นำเสนอคือ Ryzen AI Halo ซึ่งรองรับ Project Zenith ของ Microsoft ได้ตั้งแต่แกะกล่อง โดยเป็นประสบการณ์ Windows สำหรับนักพัฒนาที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมติดตั้ง Visual Studio Code, WSL, GitHub Copilot CLI และ PowerShell มาให้ล่วงหน้า ช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างและใช้งาน Local AI บนอุปกรณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น AMD ยังเผยโฉม Threadripper Halo Station ระบบต้นแบบสำหรับนำประสิทธิภาพการประมวลผล AI ระดับดาต้าเซ็นเตอร์มาใช้งานบนเวิร์กสเตชัน โดยผสานโปรเซสเซอร์ Ryzen Threadripper PRO 9995WX เข้ากับตัวเร่งการประมวลผล AMD Instinct แบบคู่ ระบบดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้นักพัฒนาสามารถเทรน Fine-tune และรันโมเดล AI ขนาดใหญ่แบบ Local ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการประมวลผลบนคลาวด์ทั้งหมด นอกจากนี้ AMD ยังประกาศความร่วมมือกับ SUSE เพื่อสนับสนุนการย้ายแอปพลิเคชัน AI จากขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบแบบ Local บน Ryzen AI Halo ไปสู่สภาพแวดล้อม Production ระดับองค์กร โดยมุ่งเน้นด้านความปลอดภัย การรองรับระบบในระดับองค์กร และการขยายการใช้งาน AI ในวงกว้าง ในฝั่งผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ AMD ระบุว่ามีระบบใหม่หลายรุ่นที่เปิดตัวในช่วงงาน IFA 2026 โดย Acer นำเสนอ Aspire G AGB110 ซึ่งเป็นมินิพีซี และ Aspire G 3D 16 ซึ่งเป็นโน้ตบุ๊กที่ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI Max 400 Series ขณะที่ Lenovo เปิดตัว ThinkCentre X Ultra, ThinkCentre M75s Gen 6, ThinkCentre M75q Gen 6 และ IdeaPad Slim 3 ที่ใช้โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen AI Max 400 Series เช่นกัน Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดร่วง 628.18 จุด กังวลราคาน้ำมันพุ่ง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/62818 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำม้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนา ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 600 จุดในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำม้น อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อในสัปดาห์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,786.07 จุด ลดลง 628.18 จุด หรือ -1.18% ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,673.52 จุด ลดลง 45.08 จุด หรือ -0.58% ดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 26,421.41 จุด ลดลง 85.58 จุด หรือ -0.32% ราคาน้ำมัน WTI [WTI.X] พุ่งขึ้น 1.7% หลังจากกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บกว่า 70 คน และทำให้เกิดความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.796% ซึ่งการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้นและลดความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง หุ้น 8 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ดิ่งลง 2.55% ตามด้วยหุ้นกลุ่มการเงินร่วงลง 1.43% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้น 1.01% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคดีดตัวขึ้น 0.85% หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ในดัชนี S&P500 ร่วงลง 1.4% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเป็นวันที่สอง โดยหุ้น Intuit ร่วงลง 4.14% หุ้น Salesforce ร่วงลง 3.9% ขณะที่หุ้น ServiceNow ดิ่งลง 5% หลังจากบริษัท OpenAI ประกาศเปิดตัวโมเดลปัญญาประดิษฐ์รุ่นล่าสุดชื่อ “GPT-6 Astra” โดยยกให้เป็นโมเดลรุ่นเรือธงที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เคยสร้างมา นักวิเคราะห์จาก Argent Capital Management ให้ความเห็นว่า การเปิดตัวโมเดล GPT-6 Astra ของ OpenAI ได้ทำให้เกิดความกังวลระลอกใหม่ว่า เทคโนโลยี AI อาจเข้ามาดิสต์รัปธุรกิจซอฟต์แวร์ และทำให้แนวโน้มเดิม ๆ วนกลับมาอีกครั้ง นั่นคือหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทำผลงานได้ดี ในขณะที่หุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์ทำผลงานแย่ลง หุ้น Intel พุ่งขึ้น 9% และหุ้น Qualcomm ปรับตัวขึ้น 3.2% หลังมีการบรรลุข้อตกลงกับบริษัท Amazon ในการพัฒนาชิป AI ที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้า หุ้น Apple ปรับตัวลง 1.2% เพียงหนึ่งวันก่อนที่บริษัทจะเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดภายใต้การนำของจอห์น เทอร์นัส ซีอีโอคนใหม่ โดยบริษัทจะจัดงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้ (9 ก.ย.) ณ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ธีม “Surprise and Shine” หุ้นกลุ่มคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวลงหลังจากราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดจากระดับ 80,000 ดอลลาร์ โดยหุ้น Coinbase ร่วงลง 3.1% และหุ้น MicroStrategy ดิ่งลง 4.4% นักลงทุนจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดีที่ 10 ก.ย. และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ที่ 11 ก.ย. นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI จะปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค. เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 60% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดย รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ราคาน้ำมันวันนี้ 9 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-5 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 9 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้วผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 9 กันยายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันวันนี้ มีดังนี้อัปเดต ราคาน้ำมันวันนี้ 9 กันยายน 2569ราคาน้ำมัน "บางจาก" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตรไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตรGSH E85S EVO อยู่ที่ 30.03 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมัน "ปตท." วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 48.08 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "เชลล์" วันที่ 9 กันยายน 2569เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.29 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 39.22 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.59 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรเชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "พีที" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 48.58 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "ซัสโก้" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรเบนซิน 95 อยู่ที่ 48.23 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "คาลเท็กซ์" วันที่ 9 กันยายน 2569โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.26 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรพาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 49.80 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรอย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่. Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### OpenAI GPT-6 Astra is now generally available on Amazon Bedrock URL: https://onesiamsoft.com/articles/openai-gpt-6-astra-is-now-generally-available-on-amazon-bedrock Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Discover more about what's new at AWS with OpenAI GPT-6 Astra is now generally available on Amazon Bedrock Today, AWS announces the general availability of GPT-6 Astra from OpenAI on Amazon Bedrock. The latest and most capable model from OpenAI to date, GPT-6 Astra brings deeper reasoning and judgment, professional-quality writing and design, and advanced computer and browser use to demanding business workflows. It supports a context window of up to 1 million input tokens and can produce output aligned with organizational voice, templates, and standards. The Amazon Bedrock inference engine delivers the performance, security, and scale required for production workloads. You can call GPT-6 Astra directly through supported Amazon Bedrock APIs or configure ChatGPT Work and Codex to use the model on Amazon Bedrock. Use it to build autonomous agents, analyze extensive document collections, investigate complex software issues, and create applications that require judgment across competing inputs. As part of this launch, OpenAI is also introducing new enterprise plugins for ChatGPT Work that extend Astra’s browser-use capabilities across common business applications. Established AWS controls help you secure workloads, govern access, and audit model invocation activity. You can get started in the Amazon Bedrock console or programmatically supported Amazon Bedrock APIs. For information about supported AWS Regions, endpoints, APIs, features, inference profiles and pricing, see the Amazon Bedrock documentation. To explore what you can build with GPT-6 Astra, read the blog.  Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% นักลงทุนกังวลเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันพุ่ง : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ftse-01percent-3 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยแรงซื้อหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยชดเชยการอ่อนตัวของตลาดโดยรวม ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากทั่วโลกหลายรายการ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด หรือ -0.10% กลุ่ม ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงเล็กน้อยในวันอังคาร (8 ก.ย.) โดยแรงซื้อหุ้นที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ช่วยชดเชยการอ่อนตัวของตลาดโดยรวม ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากทั่วโลกหลายรายการ ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,811.66 จุด ลดลง 10.47 จุด หรือ -0.10% กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการขยายวงของความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นใกล้ระดับ 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงต้นการซื้อขาย หุ้นกลุ่มพลังงานในตลาดลอนดอนปรับตัวขึ้น โดยหุ้น BP และหุ้น Shell เพิ่มขึ้น 0.68% และ 0.52% ตามลำดับ หุ้นเหมืองแร่ Antofagasta และ Glencore พุ่งขึ้น 4.7% และ 4.2% ตามลำดับ หลังราคาทองแดงทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเหมืองแร่โลหะอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 2.7% ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มเภสัชภัณฑ์เป็นปัจจัยฉุดตลาดมากที่สุด โดยหุ้น Smith+Nephew ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ร่วงลง 3.6% ขณะที่หุ้น AstraZeneca ซึ่งมีน้ำหนักสูงในดัชนี ลดลง 1.4% หุ้นกลุ่มสินค้าและบริการสำหรับผู้บริโภคอื่น ๆ ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน โดยหุ้น Dunelm ร่วงลง 14.3% หลังผู้ค้าปลีกสินค้าเครื่องใช้และของตกแต่งบ้านรายนี้ออกคำเตือนเกี่ยวกับผลกำไรในปี 2570 โดยระบุว่าสภาพอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อนเป็นปัจจัยหนึ่ง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ตอกย้ำความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน และกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ผ่านมา ข้อมูล LSEG ระบุว่า นักลงทุนในตลาดประเมินโอกาส 60% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ขณะที่คาดว่าธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม รายงานเงินเฟ้อที่สำคัญของสหรัฐฯ และข้อมูลการขยายตัวทางเศรษฐกิจของอังกฤษที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์นี้ อาจส่งผลต่อการคาดการณ์ดังกล่าว แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BoE กล่าวว่า เส้นอัตราผลตอบแทนในตลาดที่สะท้อนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่า นักลงทุนได้เพิ่มส่วนชดเชยความเสี่ยง เนื่องจากกังวลว่าราคาพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้นอีก โดย กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### สรุปข่าวคริปโต 9 ก.ย. 2569 Bitcoin เทรดในกรอบ $79,485–$77,620 น้ำมันพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-bitcoin-dollar79485-dollar77620-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 สรุปข่าวคริปโต 9 ก.ย. 2569 Bitcoin เทรดในกรอบ $79,485–$77,620 น้ำมันพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง efinanceThai Bitcoin ร่วงต่ํากว่า 80,000 ดอลลาร์ เดิมพัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ํามันพุ่งกดดัน Investing.com ราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ ประชา สรุปข่าวคริปโต 9 ก.ย. 2569 Bitcoin เทรดในกรอบ $79,485–$77,620 น้ำมันพุ่ง กดดันสินทรัพย์เสี่ยง  efinanceThaiBitcoin ร่วงต่ํากว่า 80,000 ดอลลาร์ เดิมพัน Fed ขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ํามันพุ่งกดดัน  Investing.comราคาบิตคอยน์วันนี้ (8 ก.ย. 69) ปรับลง 1.6% อยู่ที่ 79,019 เหรียญสหรัฐ  ประชาชาติธุรกิจBitcoin หลุด $79K ตลาดให้น้ำหนักเกือบ 60% เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% รอบนี้ ขณะที่ Zcash ร่วงนำเหรียญใหญ่  efinanceThaiกราฟส่งสัญญาณอะไร? Bitcoin รอบนี้จะรอดหรือจะร่วง  Thunhoon Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### iQOO 16 เตรียมเปิดตัวพร้อมกล้องซูม 100 เท่า และแท็บเล็ต iQOO Pad Ultra เดือนกันยายนนี้ | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/iqoo-16-100-iqoo-pad-ultra-or-droidsans Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 iQOO ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการว่า iQOO 16 มือถือเรือธงสเปคสุดโหดรุ่นใหม่ และแท็บเล็ตสำหรับเกมเมอร์ตัวจริง iQOO Pad Ultra ตะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายนนี้ ! ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### อบอุ่นเกินต้าน! ‘พูห์-พาเวล’ แท็กทีม HUAWEI Pura 90s Series พาแฟนคลับล่องเรือดินเนอร์หรู พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินในงาน ‘Pura Exclusive River Night’ URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-pura-90s-series-pura-exclusive-river-night-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 กรุงเทพฯ 8 กันยายน 2569 – เรียกว่าสร้างความประทับใจแบบเต็มอิ่มเมื่อ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กรุงเทพฯ 8 กันยายน 2569 – เรียกว่าสร้างความประทับใจแบบเต็มอิ่มเมื่อ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เนรมิตปรากฏการณ์ ‘Now is Your Moment’ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Pura Exclusive River Night with Pooh & Pavel” พาสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอต ‘พูห์ – กฤติน’ และ ‘พาเวล – นเรศ’ พร้อมด้วยแฟนคลับผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 30 ท่าน ล่องเรือดินเนอร์หรู Saffron Cruise by Banyan Tree ดื่มด่ำบรรยากาศค่ำคืนสุดโรแมนติกกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมร่วมสร้างโมเมนต์สุดฟินและสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพระดับเรือธงด้วย HUAWEI Pura 90s Series บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ ท่าเรือไอคอนสยาม เพื่อนำเหล่าแฟนคลับขึ้นสู่เรือ Saffron Cruise ก่อนที่สองหนุ่ม ‘พูห์-พาเวล’ จะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มสดใส และประเดิมความฟินด้วยการแสดงเปิดเวทีในรูปแบบมินิคอนเสิร์ต โชว์พลังเสียงร้องสุดพิเศษ 3 บทเพลงสะกดใจแฟน ๆ จากนั้นเพิ่มดีกรีความใกล้ชิด ณ บริเวณบาร์กับช่วงรังสรรค์เครื่องดื่มสูตรพิเศษ ที่พูห์และพาเวลได้ร่วมกันลงมือปรุงเมนูม็อกเทลสูตรเฉพาะที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์และสีสันของ HUAWEI Pura 90s Pro ความฟินยังทวีคูณอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกิจกรรมถ่ายภาพโพลารอยด์คู่กับสองศิลปินแบบ 2:1 พร้อมลายเซ็นสดเก็บไว้เป็นความทรงจำ ตามด้วยไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนรอคอยอย่าง ช่วง Exclusive Talkที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดีได้พูดคุย ทักทาย และสบตากับสองหนุ่มแบบตัวต่อตัวคนละหนึ่งนาทีเต็ม ก่อนจะร่วมรับประทานอาหารค่ำสไตล์ไฟน์ไดนิ่งเลิศรสจากเรือ Saffron Cruise ท่ามกลางบรรยากาศสุดประทับใจ และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความทรงจำด้วยกิจกรรม Hi-Touch กับศิลปินที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณอันแสนอบอุ่นที่ท่าเรือไอคอนสยาม ไม่เพียงแต่โมเมนต์สุดประทับใจกับศิลปินคนโปรดเท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมบันทึกภาพความงดงามยามค่ำคืนตลอดเส้นทางล่องเรือที่แล่นผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของไทย ทั้งวัดอรุณราชวราราม สะพานพระราม 8 พระบรมมหาราชวัง และเอเชียทีค โดย HUAWEI Pura 90s Series ได้โชว์ศักยภาพการถ่ายภาพที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีกล้องเสริมสีจริง 2.0 ช่วยบันทึกแสง สี และรายละเอียดวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างคมชัดและสมจริงดุจตาเห็น โดย HUAWEI Pura 90s Pro Max โดดเด่นด้วยกล้องเทเลโฟโต้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงถึง 200MP[1] ซูมภาพแลนด์มาร์กจากบนเรือได้อย่างคมชัด ไร้กังวลเรื่องระยะห่าง ขณะที่ HUAWEI Pura 90s Pro มาพร้อมกล้องเทเลโฟโต้มาโครโฟกัสวัตถุได้ใกล้สุด 5 ซม. พร้อมเสริมพลังด้วยชุดฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยปรับแต่งภาพให้สวยสมบูรณ์แบบได้ทันที บนดีไซน์หรูหรา ทนทานด้วยกระจก Kunlun Glass รุ่นที่ 2 และใช้งานได้ยาวนานตลอดคืนด้วยแบตเตอรี่ความจุใหญ่ 6,000 mAh[2] ร่วมบันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญและเก็บภาพความประทับใจให้สมบูรณ์แบบไปกับ HUAWEI Pura 90s Series ได้แล้ววันนี้ โดย HUAWEI Pura 90s Pro Max (12GB + 512GB) วางจำหน่ายในราคา 49,990 บาท มาพร้อม 4 สี ได้แก่ ส้มโอเชียน ม่วงซันเซ็ต ขาวบลัชโกลด์ และดำกราไฟต์ ส่วน HUAWEI Pura 90s Pro วางจำหน่ายในราคา 38,990 บาท สำหรับรุ่น 12GB + 512GB และราคา 34,990 บาท สำหรับรุ่น 12GB + 256GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ชมพูพิงก์กวาวา ส้มซ่า ขาวมะพร้าว และดำมัลเบอร์รี นอกจากนี้ ผู้ซื้อHUAWEI Pura 90s Series ยังได้รับบริการหลังการขายที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Care+ คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุ 1 ครั้งภายใน 1 ปี พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่ภายใน 1 ปี, บริการติดฟิล์มหน้าจอฟรี 4 ครั้งภายใน 2 ปี, การรับประกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 1-to-1 VIP Service เพื่อการดูแลที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง เว็บไซต์ และเฟซบุ๊กแฟนเพจ Huawei Mobile TH หรือแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery [1] 200MP มีให้ใช้งานเฉพาะที่ซูม 4x (ต้องอัปเดต HOTA) อัตราการซูมแบบออปติคัลเป็นค่าประมาณ [2] ความจุแบตเตอรี่ทั่วไปคือ 6,000 mAh (ประเทศที่ไม่ใช่สหภาพยุโรป) ความจุแบตเตอรี่ที่ระบุคือ 5,850 mAh (5,270 mAh สำหรับประเทศในสหภาพยุโรป) Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### iOS 26.6.2 มาแล้ว! แก้ไขปัญหาอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน Cellular ไม่ได้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ios-2662-cellular Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple ปล่อยอัปเดต iOS 26.6.2 แก้ปัญหาอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน Cellular ไม่ได้ ผู้ใช้อุปกรณ์ที่รองรับ ควรอัปเดต Apple ปล่อยอัปเดต iOS 26.6.2 แก้ปัญหาอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน Cellular ไม่ได้ ผู้ใช้อุปกรณ์ที่รองรับ ควรอัปเดต มาพร้อม Build Number: 23G90 สิ่งใหม่ รายการอัปเดตขนาดเล็กที่มาพร้อมการแก้ไข “ปัญหาที่ทำให้ไม่สามารถดาวน์โหลดรายการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายเซลลูลาร์ได้” Apple ยังปล่อย iPadOS 26.6.2 พร้อมการแก้ไขปัญหาเดียวกันด้วย iOS 26.6.2 ถูกปล่อยออกมาหลังจาก iOS 26.6.1 ประมาณ 3 สัปดาห์ โดยเวอร์ชันก่อนหน้ามาพร้อมการแก้ไขด้านความปลอดภัย iPhone รุ่นรองรับ iPhone 17e iPhone 17 iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max iPhone Air iPhone 16 iPhone 16 Plus iPhone 16 Pro iPhone 16 Pro Max iPhone 16e iPhone 15 iPhone 15 Plus iPhone 15 Pro iPhone 15 Pro Max iPhone 14 iPhone 14 Plus iPhone 14 Pro iPhone 14 Pro Max iPhone 13 iPhone 13 mini iPhone 13 Pro iPhone 13 Pro Max iPhone 12 iPhone 12 mini iPhone 12 Pro iPhone 12 Pro Max iPhone 11 iPhone 11 Pro iPhone 11 Pro Max iPhone SE (รุ่นที่ 2) iPhone SE (รุ่นที่ 3) การอัปเดต ผู้ใช้ iPhone รุ่นรองรับ สามารถกดอัปเดตได้ โดยไปที่การตั้งค่า > รายการอัปเดตซอฟต์แวร์ จากนั้นกดอัปเดตได้เลย หรือผู้ใช้จะเชื่อมต่อ iPhone เข้ากับคอมพิวเตอร์ (Mac/PC) เพื่อกดอัปเดต หรือจะดาวน์โหลดไฟล์ IPSW เพื่อไปอัปเดตเองก็ทำได้เช่นกัน ก่อนอัปเดตผู้ใช้ควรสำรองรองข้อมูล (Backup) ตัวเครื่องไว้ก่อน จะสำรองผ่าน iCloud หรือคอมพิวเตอร์ก็ได้ เผื่อในกรณีที่มีปัญหาการอัปเดต หรืออัปเดตไปแล้วอยาก Downgrade กลับมา การกู้คืนข้อมูลก็จะทำได้ง่ายขึ้น Source: Originally published on iMoD. Read the full article at iMoD → ### Apple iPhone 18 Pro Series อัปเดตโค้งสุดท้าย เผยโฉมสีใหม่ Dark Cherry พร้อมสเปคกล้องปรับรูรับแสงได้ - Siamphone URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-18-pro-series-dark-cherry-siamphone Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-09 Apple iPhone 18 Pro Series อัปเดตโค้งสุดท้าย เผยโฉมสีใหม่ Dark Cherry พร้อมสเปคกล้องปรับรูรับแสงได้ Siamphone อัปเดตสเปกโค้งสุดท้าย iPhone Ultra ขนาดตัวเครื่องใกล้เคียง Galaxy Z Fold8 Thairath.co.th iPhone จอพับอาจไม่ใช่ชื่อ "Ultra" จับตาชื่อ "iPhone Duo" TrueID โค้ดใน iOS 27 ชี้ Apple iPhone 18 Pro Series อัปเดตโค้งสุดท้าย เผยโฉมสีใหม่ Dark Cherry พร้อมสเปคกล้องปรับรูรับแสงได้  Siamphoneอัปเดตสเปกโค้งสุดท้าย iPhone Ultra ขนาดตัวเครื่องใกล้เคียง Galaxy Z Fold8  Thairath.co.thiPhone จอพับอาจไม่ใช่ชื่อ "Ultra" จับตาชื่อ "iPhone Duo"  TrueIDโค้ดใน iOS 27 ชี้ให้เห็นว่า iPhone Ultra จะมาพร้อม Touch ID แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ 100%  flashfly.netiPhone 18 ปีนี้อาจไม่เหมือนเดิม! Apple เตรียมเปิดตัวอะไรบ้างในงาน 9 ก.ย.?  Sanook.com Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ลือ Nintendo กำลังพัฒนา Super Smash Bros. ภาคใหม่ พร้อม Nintendogs และ Wario Land URL: https://onesiamsoft.com/articles/nintendo-super-smash-bros-nintendogs-wario-land Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Nintendo ถูกอ้างว่ากำลังพัฒนา Super Smash Bros. ภาคใหม่ พร้อมเกม Nintendogs และ Wario Land โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดและกำหนดวางจำหน่าย Nintendo อาจกำลังพัฒนาเกมใหม่จากหลายแฟรนไชส์ที่แฟน ๆ คุ้นเคย โดยรายงานล่าสุดระบุว่ามีทั้ง Super Smash Bros. ภาคใหม่, Nintendogs และ Wario Land อยู่ในระหว่างการพัฒนา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดในตอนนี้ยังอยู่ในระดับรายงานและยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจาก Nintendo สำหรับ Super Smash Bros. ภาคใหม่ หากข้อมูลดังกล่าวเป็นจริง เกมจะถือเป็นภาคต่อจาก Super Smash Bros. Ultimate ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกบน Nintendo Switch ในปี 2018 และกลายเป็นหนึ่งในเกมต่อสู้ที่มีตัวละครจากหลายแฟรนไชส์มารวมกันมากที่สุดของ Nintendo ส่วน Nintendogs เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่ห่างหายจากเกมภาคใหม่มานาน โดยเกมต้นฉบับเปิดตัวบน Nintendo DS ในปี 2005 และให้ผู้เล่นเลี้ยงสุนัขเสมือนจริง ดูแล ให้อาหาร และเล่นกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน ขณะที่ Wario Land ก็เป็นซีรีส์เกมแพลตฟอร์มที่เคยได้รับความนิยมอย่างมาก โดยภาคล่าสุดอย่าง Wario Land: Shake It! เปิดตัวตั้งแต่ปี 2008 ในขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าทั้งสามเกมจะวางจำหน่ายบนแพลตฟอร์มใด รวมถึงยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดเปิดตัว รูปแบบการเล่น หรือทีมพัฒนาที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ Super Smash Bros. ภาคใหม่ที่หากมีอยู่จริง อาจต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม ทั้งนี้ Nintendo ยังไม่ได้ออกมายืนยันการพัฒนาเกมทั้งสามเกมอย่างเป็นทางการ ดังนั้นข้อมูลเกี่ยวกับ Super Smash Bros., Nintendogs และ Wario Land จึงควรติดตามการประกาศจาก Nintendo อีกครั้งก่อนที่จะสรุปว่าเกมเหล่านี้จะเปิดตัวจริง แหล่งที่มา : Instant Gaming News  Source: Originally published on แอพดิสคัส. Read the full article at แอพดิสคัส → ### ยืนยัน OPPO Find X10 Pro Max ชูกล้อง Hasselblad 200MP สามตัว คมชัดขึ้น แสงเงาดีกว่าเดิมทั้งภาพนิ่ง และวิดีโอ | DroidSans URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-pro-max-hasselblad-200mp-or-droidsans-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 OPPO ยืนยันแล้วว่า OPPO Find X10 Pro Max จะเปิดตัวภายในเดือนกันยายน 2026 นี้ พร้อมเปิดเผยรายละเอียดกล้องหลัง 3 ตัว ที่ใช้เซนเซอร์ความละเอียด 200MP ทั้งสามเลนส์เป็นครั้งแรก และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K ทุกเลนส์ ทุกระยะ ! ถ้าใครได้งัดแงะแอนดรอยด์ในระดับระบบปฏิบัติการคงจะรู้จักมันแล้วเพราะ DroidSans จริงๆแล้วเป็นชื่อของฟอนต์ใน Android นั่นเอง ทางเราเห็นว่ามันเป็นชื่อที่เหมาะสมแล้วสำหรับการสังคมนักพัฒนา เพราะเจ้าฟอนต์ DroidSans นี่แหละที่ทำให้กลุ่มนักพัฒนาหลายต่อหลายท่านมาเจอกัน ^^ยังไงก็ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการแบ่งปันในบ้านหลังนี้กันนะจ๊ะ Source: Originally published on DroidSans. Read the full article at DroidSans → ### ความคิดเห็น Boxy Car คือรถทรงอะไร รถทรงกล่องแบบนี้มีรุ่นอะไรบ้าง URL: https://onesiamsoft.com/articles/boxy-car Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อ่านความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง Boxy Car คือรถทรงอะไร รถทรงกล่องแบบนี้มีรุ่นอะไรบ้างี ผู้แสดงความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง เมนู Source: Originally published on kapook.com. Read the full article at kapook.com → ### POCO C95 Pro 4G หลุดสเปกพร้อมภาพเรนเดอร์ จอ 120Hz ชิป Helio G91 Ultra แบต 7,500mAh ชาร์จ 45W :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/poco-c95-pro-4g-120hz-helio-g91-ultra-7500mah-45w-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 POCO C95 Pro 4G หลุดภาพเรนเดอร์และสเปกสำคัญ ลือใช้ Helio G91 Ultra จอ 120Hz แบต 7,500mAh ชาร์จ 45W พร้อมความจุสูงสุด 8GB/256GB POCO C95 Pro 4G หลุดภาพเรนเดอร์และสเปกสำคัญ จอ 120Hz ชิป Helio G91 Ultra แบต 7,500mAh ชาร์จไว 45W หลังจาก POCO เปิดตัว POCO C85 4G ไปเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนปีที่แล้ว ล่าสุดมีรายงานว่าแบรนด์กำลังเตรียมสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในชื่อ POCO C95 Pro 4G โดยข้อมูลหลุดครั้งใหม่ได้เผยทั้งภาพเรนเดอร์และสเปกสำคัญของตัวเครื่อง ตามข้อมูลที่หลุดออกมา POCO C95 Pro 4G จะใช้ชิป MediaTek Helio G91 Ultra พร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด 720x1600 พิกเซล รองรับ Refresh Rate 120Hz ด้านกล้อง มีกล้องหลังความละเอียด 50MP และกล้องหน้า 8MP ส่วนแบตเตอรี่ให้ความจุ 7,500mAh รองรับชาร์จเร็วแบบมีสาย 45W ใช้ HyperOS 3 บน Android 16 พร้อมสแกนนิ้วด้านข้าง POCO C95 Pro 4G ถูกระบุว่าจะมาพร้อม Android 16 ครอบทับด้วย HyperOS 3 ดังนั้นไม่ว่า POCO จะรับประกันการอัปเดตระบบปฏิบัติการหลักกี่เวอร์ชัน การอัปเดต Android เวอร์ชันหลักครั้งแรกของรุ่นนี้ก็จะเป็น Android 17 ตัวเครื่องยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ซึ่งฝังอยู่ในปุ่ม Power มีรายงานว่า POCO C95 Pro 4G จะมีตัวเลือก RAM และพื้นที่จัดเก็บ 2 แบบ ได้แก่ 6GB / 128GB 8GB / 256GB ตัวเครื่องมีให้เลือกสี Dark Blue, Black และ Green โดยรุ่นสี Green ดูเหมือนว่าจะใช้พื้นผิวด้านหลังแบบหนังสังเคราะห์ นอกจากนี้ POCO C95 Pro 4G เพิ่งผ่านการรับรองจาก IMDA สำหรับการวางจำหน่ายในสิงคโปร์ จึงเป็นสัญญาณว่าตัวเครื่องน่าจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ ส่วนจะมี POCO C95 รุ่นที่ไม่มีคำว่า Pro หรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยัน เมื่อเทียบกับ POCO C85 4G รุ่นปีที่แล้ว POCO C95 Pro 4G มีชิปที่ใหม่กว่า แบตเตอรี่ความจุมากขึ้น และใช้ Android เวอร์ชันใหม่กว่า ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### รีวิว DJI Osmo 360 II กล้อง 360 ตัวจบสายมอไซค์ตัวจริง URL: https://onesiamsoft.com/articles/dji-osmo-360-ii-360 Category: tech · Reading time: 4 min Published: 2026-09-08 รีวิว DJI Osmo 360 II ตัวจบกล้อง 360 ณ เวลานี้ เล็กเบา โดนใจ Biker ความจุในตัวมากถึง 105GB ย้อนแสงเก็บ Dyanmic Range ได้ถึง 14.5 stops DJI Osmo 360 II กล้อง 360° รุ่นใหม่ล่าสุดจาก DJI ที่ยกระดับความสามารถขึ้นอีกขั้น ด้วยการรองรับการถ่ายวิดีโอ 8K/60fps แบบ Native พร้อมระบบภาพ 360° ที่ DJI ระบุว่าใช้เซนเซอร์ระดับ 1 นิ้ว และให้ Dynamic Range สูงสุดถึง 14.5 Stops นอกจากความละเอียดที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน DJI ยังอัปเกรดทั้งการถ่ายภาพนิ่ง 360° ความละเอียด 120MP, การถ่าย 16K 360° Timelapse, ระบบ AI SuperNight 2.0 และที่น่าสนใจสำหรับสายแอ็กชันคือ เลนส์ได้รับการออกแบบให้เปลี่ยนได้ ช่วยลดความกังวลเรื่องเลนส์เป็นรอยจากการใช้งานภาคสนาม สำหรับสายมอเตอร์ไซค์และ Content Creator นี่จึงไม่ใช่แค่กล้อง 360° สำหรับถ่ายเที่ยว แต่เป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำไปสร้างมุมกล้องใหม่ ๆ สำหรับ Motorcycle Content, Motovlog, Touring และ Adventure ได้อย่างน่าสนใจ ถ้ามองจากการอัปเกรดหลัก DJI วาง Osmo 360 II ให้เป็นกล้อง 360° ระดับเรือธง โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ เซนเซอร์ 1:1.1″ ที่ปรับปรุงให้ คุณภาพดีขึ้น วิดีโอ 360° 8K/60fps Native Dynamic Range สูงสุด 14.5 Stops 360° Timelapse สูงสุด 16K AI SuperNight 2.0 ภาพนิ่ง 120MP ได้แบบ HDR Vortex ถ่ายได้ถึง 8K/120fps Super Slow Motion 4K/240fps ถ้าใช้ DJI Studio จะได้สูงถึง 8K/480fps เลนส์เคลือบสารทนต่อรอยขีดข่วน และออกแบบให้ถอดเปลี่ยนได้ กรณีเลนส์ เป็นรอยเสียหาย แบตอัพความจุ 2,150mAh Internal Storage 105GB รองรับ microSD สูงสุด 1TB รองรับ NFC แค่ แตะ ก็จะเชื่อมต่อ เปิดแอป DJI Mimo ให้ออโต้ 8K/60fps จุดขายใหญ่ของ DJI Osmo 360 II สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Osmo 360 II คือการรองรับการบันทึกวิดีโอ 360° ความละเอียด 8K ที่ 60fps แบบ Native ความละเอียดวิดีโออยู่ที่ 7680 × 3840 พิกเซล และสามารถเลือกเฟรมเรตได้ตั้งแต่ 24fps ไปจนถึง 60fps การเพิ่มจาก 8K/30fps ไปเป็น 8K/60fps ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องภาพที่ลื่นขึ้น แต่ยังสำคัญกับการถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วย โดยเฉพาะการถ่าย มอเตอร์ไซค์ รถยนต์ กีฬา หรือ Adventure เมื่อถ่าย 360° แล้วนำ Footage ไป Reframe ภายหลัง การมีต้นฉบับที่ละเอียดและเฟรมเรตสูงช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการทำคอนเทนต์มากขึ้น และนี่คือหนึ่งในจุดที่ทำให้ Osmo 360 II แตกต่างจากกล้อง 360 รุ่นก่อนอย่างชัดเจน Dynamic Range 14.5 Stops เก็บรายละเอียดได้มากขึ้น อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Dynamic Range สูงสุด 14.5 Stops พูดให้เข้าใจง่ายคือ กล้องสามารถเก็บรายละเอียดในพื้นที่สว่างและพื้นที่มืดได้มากขึ้น โดยเฉพาะฉากที่มีความแตกต่างของแสงสูง ตัวอย่างเช่น ถ่ายมอเตอร์ไซค์บนถนนช่วงกลางวัน ด้านบนอาจเป็นท้องฟ้าที่มีแสงจัด ขณะที่บริเวณตัวรถหรือถนนอยู่ในเงา หาก Dynamic Range สูง การเก็บรายละเอียดทั้งสองส่วนจะทำได้ยืดหยุ่นมากขึ้น จุดนี้ยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการถ่ายช่วง Sunrise, Sunset และการถ่ายในเมืองที่มีทั้งแสงธรรมชาติและแสงจากอาคาร DJI ยังเพิ่มระบบ AI SuperNight 2.0 เพื่อช่วยยกระดับการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อยอีกด้วย ภาพนิ่ง 360° ความละเอียด 120MP สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ Osmo 360 II ถ่ายวิดีโออย่างเดียว ตัวกล้องยังสามารถถ่ายภาพนิ่งแบบ 360° ความละเอียดสูงสุด 120MP ความละเอียดภาพอยู่ที่ 15,520 × 7,760 พิกเซล ข้อดีของภาพ 360° คือสามารถเลือกมุมมองภายหลังได้เช่นเดียวกับวิดีโอ ดังนั้นการถ่ายภาพหนึ่งครั้งสามารถนำไปเลือกมุมมองที่ต้องการภายหลังได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพด้านหน้า ด้านข้าง หรือภาพที่เน้นตัวแบบ นอกจากนี้ Osmo 360 II ยังรองรับ HDR 360° Photo และ RAW Photo ทำให้เหมาะกับ Creator ที่ต้องการนำภาพไปปรับแต่งต่อในขั้นตอน Post-Production 16K 360° Timelapse อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการถ่าย 360° Timelapse ความละเอียดสูงสุด 16K ความละเอียดระดับนี้ทำให้สามารถนำ Footage ไป Crop หรือ Zoom ภายหลังได้ โดยยังคงมีรายละเอียดเหลืออยู่มาก เหมาะกับการทำภาพประเภท วิวเมือง ถนน การเดินทาง พระอาทิตย์ขึ้นและตก งานอีเวนต์ รถวิ่งบนถนน ภาพบรรยากาศสนามแข่ง โดย DJI ระบุว่า 16K Timelapse สามารถบันทึกด้วย Bitrate สูงสุดถึง 600Mbps ซึ่งเหมาะกับการนำไปทำงานต่อในระดับจริงจัง Super Slow Motion สูงสุดเทียบเท่า 8K/480fps อีกฟีเจอร์ที่ DJI นำเสนอคือการใช้ DJI Studio ร่วมกับ AI Frame Interpolation เพื่อสร้างภาพ Super Slow Motion ตัวกล้องสามารถบันทึก 8K/60fps และนำ Footage ไปประมวลผลด้วย AI เพื่อสร้างเฟรมเพิ่มเติม ทำให้สามารถสร้าง Slow Motion ได้สูงสุดในระดับ เทียบเท่า 8K/480fps อย่างไรก็ตาม จุดนี้ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า ไม่ใช่การบันทึก Native 8K/480fps จากตัวกล้องโดยตรง สำหรับการถ่าย Slow Motion แบบ Native ตัวกล้องรองรับ 360° ที่ความละเอียด 4K และเฟรมเรตสูงสุด 240fps ในโหมดที่รองรับ ดังนั้น Creator สามารถเลือกได้ว่าจะเอา ความละเอียดสูง → 8K/60fps + AI Interpolation หรือ Slow Motion Native → 4K/240fps เลนส์ถอด เปลี่ยนได้เมื่อเกิดความเสียหาย ต้องบอกว่า DJI Osmo 360 II เลนส์มีการเคลือบเพื่อความทนทานต่อรอยขีดข่วน แต่ถ้า เกิดความเสียหาย ก็สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ สำหรับกล้อง 360° เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเลนส์ทั้งสองด้านจะนูนออกมาจากตัวกล้อง และมีโอกาสเกิดรอยเมื่อใช้งานแบบ Adventure หรือ Motorsport DJI ระบุว่าการเคลือบเลนส์ผ่านการทดสอบความทนทานต่อการขัดถูในห้องทดลอง ขณะที่โครงสร้างใหม่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเลนส์แทนการต้องเปลี่ยนกล้องทั้งตัวเมื่อเลนส์ได้รับความเสียหาย DJI Osmo 360 II กับการทำคอนเทนต์มอเตอร์ไซค์ จุดที่ทำให้กล้อง 360° น่าสนใจสำหรับชาวสองล้อ 1. Third-Person View ใช้ Invisible Selfie Stick แล้วติดกล้องไว้ด้านหลังตัวรถ สามารถสร้างภาพเหมือนมี Camera Bike ตามถ่ายได้ อันนี้ดีมาก กรณีขี่คนเดียวไม่มีคน Rolling ประกบ 2. Rider POV เปรียบเหมือนเป็น Actioncam มุม POV แต่ ดีกว่า ด้วยการเลือกมุมได้ ทั้งที่เห็นผู้ขี่และถนนด้านหน้าไปพร้อมกัน 3. Overtaking Shot เวลาขี่ผ่านรถคันอื่น สามารถเลือกมุมกล้องให้เห็นเหตุการณ์รอบตัวได้ภายหลัง 4. Trip Riding เหมาะกับการออกทริป เพราะเก็บได้ทั้งวิวรอบตัว และเพื่อนร่วมทริป 5. Track Day การถ่าย 360° ในสนามสามารถเปิดโอกาสให้เลือกมุมภาพภายหลังได้มากกว่าการใช้ Action Camera แบบเลนส์เดียว นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Osmo 360 II น่าสนใจสำหรับสายมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ ดีไซน์และการใช้งาน DJI Osmo 360 II ยังคงคอนเซปต์กล้องขนาดกะทัดรัด ยาวxกว้างxสูง = 61 × 36.3 × 81 มม. และน้ำหนักประมาณ 183 กรัม ถือว่าเบากว่า และ เล็กกว่า คู่แข่งที่เปิดออกมาก่อนหน้าไม่นาน ซึ่งเหมาะสำหรับสาย Biker อย่างเราที่ทำ MotoVlog ด้านหน้ามีหน้าจอสัมผัสขนาด 2 นิ้ว ไซส์กำลังดี ความสว่างสูงสุดประมาณ 800 nits กล้องใช้ระบบ Quick-Release แบบสองทิศทาง เจนใหม่ ที่เริ่มใช้ใน Nano, Action6 ทำให้การติดตั้งและถอดกล้องจากอุปกรณ์เสริมทำได้สะดวก จะติดกล้องด้านไหนก็ได้ แบตเตอรี่ DJI Osmo 360 II Osmo 360 II ใช้แบตเตอรี่ความจุ 2,150mAh ซึ่งอัพความจุขึ้นมาจาก ตัวแรก 1,950mAh DJI ระบุว่าสามารถบันทึกวิดีโอ 8K/30fps ต่อเนื่องได้สูงสุดประมาณ 100 นาที ภายใต้เงื่อนไขทดสอบในห้องแล็บ เช่น ปิด Wi-Fi, Gesture Control, Voice Control และหน้าจอ นอกจากนี้ยังรองรับการชาร์จเร็ว โดยสามารถชาร์จถึงประมาณ 80% ในเวลา 22 นาที เมื่อใช้อะแดปเตอร์ USB PD 3.0 กำลัง 30W ขึ้นไป สำหรับการออกทริปยาว แนะนำให้พกแบตเตอรี่สำรองหรืออุปกรณ์เสริมเพิ่ม เพราะการถ่าย 8K/60fps และการถ่าย 360° ต่อเนื่องใช้พลังงานค่อนข้างมาก กันน้ำได้ไหม? DJI Osmo 360 II ได้มาตรฐาน IP68 และสามารถกันน้ำได้ลึกประมาณ 10 เมตร โดยไม่ใช้เคส หากใช้ Invisible Waterproof Case จะลงน้ำได้ลึกถึงประมาณ 50 เมตร อย่างไรก็ตาม DJI ระบุว่าการถ่ายใต้น้ำโดยไม่ใช้เคสอาจมีข้อจำกัดด้านคุณภาพภาพจากลักษณะเลนส์ Fisheye และการ Stitch ภาพ ดังนั้นหากต้องการถ่ายใต้น้ำจริงจัง ควรใช้เคสกันน้ำที่ออกแบบมาสำหรับกล้องโดยเฉพาะ หน่วยความจำในตัว DJI Osmo 360 II ตัวกล้องมี internal storage 128GB โดยพื้นที่ใช้งานได้จริง 105GB นี่ ถือเป็นจุดเด่นเลย เพราะเยอะกว่าคู่แข่งถึง 1 เท่า ช่วงนี้เมม แพง และ บางครั้งลืมพกเมมมา การมี internal storage เยอะๆ แบบนี้ก็จะช่วยได้ และรองรับ microSD Card สูงสุด 1TB สำหรับคนที่ถ่าย 8K/60fps เป็นหลัก แนะนำให้เตรียม microSD ความจุสูงไว้เลย เพราะไฟล์ 8K มีขนาดใหญ่ และหากออกทริปหลายวัน พื้นที่ 105GB อาจเต็มเร็วกว่าที่คิด รองรับการเชื่อมต่อ Mic ไร้สายของ DJI หลากรุ่น ทำให้ การทำ Motovlog สะดวก ไม่แพ้ Actioncam ที่ติดมุมกล้องไว้ แล้วขี่รถไป พูดใส่กับไมค์ได้ DJI Osmo 360 II เหมาะกับใคร? สายมอเตอร์ไซค์ เหมาะมาก โดยเฉพาะคนที่ทำ Motovlog, Touring, Adventure หรือรีวิวรถ เพราะสามารถเลือกมุมกล้องภายหลังได้ Content Creator เหมาะกับคนที่ต้องทำคอนเทนต์หลายแพลตฟอร์ม เพราะสามารถ Reframe จาก Footage 360° ไปเป็นมุมต่าง ๆ ได้ สาย Travel เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการเสียเวลาจัดเฟรมระหว่างเดินทาง เพราะถ่ายรอบตัวไว้ก่อนแล้วค่อยเลือกภาพทีหลัง Professional Creator ด้วย 8K/60fps, 14.5 Stops, 10-bit และ RAW Photo จึงมีพื้นที่ให้ทำ Post-Production ได้มากขึ้น DJI Osmo 360 II มีข้อสังเกตอะไรบ้าง? แม้สเปกจะจัดเต็ม แต่ก็ยังมีสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนซื้อ ข้อแรก — ไฟล์ใหญ่ 8K/60fps และ 16K Timelapse ใช้พื้นที่จัดเก็บสูงมาก ข้อสอง — ต้องใช้คอมพิวเตอร์ที่แรงพอ การตัดต่อ Footage 8K และการ Reframe 360° อาจต้องใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพพอสมควร ข้อสาม — เลนส์ยังต้องระวัง แม้รุ่น II จะเปลี่ยนเลนส์ได้ แต่การเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องดูแล เพราะรอยหรือคราบบนเลนส์สามารถส่งผลต่อภาพและบริเวณ Stitch ได้ DJI Osmo 360 II ราคา DJI เปิดราคา Osmo 360 II รุ่น Standard Combo 17,290 บาท ขณะที่ Adventure Combo 20,790 บาท และ Limitless Riding Combo 18,290 บาท สรุปรีวิว DJI Osmo 360 II DJI Osmo 360 II ถือเป็นกล้อง 360° ตัวจบ เพราะ อัพสเป็กขนานใหญ่ ถ่ายได้สูงสุด 8K/60fps มี Dynamic Range 14.5 Stops, AI SuperNight 2.0, 16K Timelapse, ภาพนิ่ง 120MP, 105GB และ เลนส์ถอดเปลี่ยนได้ ในฐานะสื่อมอไซค์ ผมว่า มันเหมาะมากๆ ถ้าคุณออกทริปคนเดียว ช่วยให้คุณได้ภาพ ในแบบที่ ActionCam เลนส์เดียวให้ไม่ได้ เพราะ ต้องมีคนประกบช่วยคุณถ่าย Rolling DJI Osmo 360 II สำหรับผม ถือว่าเป็นกล้องสำหรับสาย Biker ที่ควรมีในปี 2026 นี้เลย ตารางสเปก DJI Osmo 360 II รายการDJI Osmo 360 IIประเภทกล้อง 360°เซ็นเซอร์1/1.1 inch 360° imagingวิดีโอ 360° สูงสุด8K/60fps NativeDynamic Rangeสูงสุด 14.5 Stopsภาพนิ่ง 360°สูงสุด 120MPTimelapseสูงสุด 16K 360°AI NightAI SuperNight 2.0Slow Motion4K/240fps NativeSuper Slow Motionสูงสุดเทียบเท่า 8K/480fps ผ่าน AIเลนส์เคลือบเพิ่มความทนทาน + เปลี่ยนได้หน่วยความจำภายใน128GB / ใช้งานประมาณ 105GBmicroSDสูงสุด 1TBแบตเตอรี่2,150mAhน้ำหนักประมาณ 183 กรัมกันน้ำIP68 / 10 เมตรDJI Studioรองรับเหมาะกับ360°, Motovlog, Touring, Travel, Adventure, Creator อ่าน รีวิว เพิ่มเติมได้ที่นี่ Source: Originally published on Motorival.com. Read the full article at Motorival.com → ### Sony ชุบชีวิต WH-1000XM4C หูฟัง ANC พับเก็บได้ขวัญใจแฟน ๆ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sony-wh-1000xm4c-anc Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เตรียมวางจำหน่ายปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้ในราคา 300 ดอลลาร์สหรัฐ ถูกกว่าราคาเปิดตัวของรุ่นเดิม 50 ดอลลาร์สหรัฐ Sony ปลุกหูฟังรุ่นในตำนาน WH-1000XM4 ที่เคยยุติการผลิตให้กลับมาอีกครั้ง ในชื่อรุ่นอัปเดต WH-1000XM4C รุ่นอัปเกรดนี้มาพร้อม Bluetooth 6, อีควอไลเซอร์แบบ 10 แถบ และเฉดสีลาเวนเดอร์โทนใหม่สุดละมุน พร้อมกันนี้ Sony ยังหวนคืนสู่ดีไซน์หูฟังแบบพับเก็บได้สุดคลาสสิก และปรับราคาวางจำหน่ายให้เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้นที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯ Sony นำรุ่นระดับตำนานกลับมาอย่างเป็นทางการ หลังยุติการผลิตรุ่นดั้งเดิมในปี 2025 แบรนด์ได้ชุบชีวิต หูฟังดีไซน์จากปี 2020 ที่ได้รับคำชื่นชมอย่างล้นหลาม อีกครั้งในชื่อ Sony WH-1000XM4C เวอร์ชันอัปเดต เตรียมวางจำหน่ายช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้ในราคา 300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าราคาเปิดตัวของรุ่นเดิม 50 ดอลลาร์สหรัฐ และเข้ามาเติมช่องว่างในตลาดฮาร์ดแวร์ปัจจุบัน หูฟังรุ่นนี้เคยครองอันดับต้น ๆ ในหลายลิสต์ของวงการ ด้วยความสามารถในการตัดเสียงรบกวนระดับแนวหน้าและดีไซน์พับเก็บได้อันเป็นเอกลักษณ์ Sony นำกลไกบานพับและความสามารถในการพับของรุ่นดั้งเดิมกลับมาอีกครั้ง คืนสู่ฟอร์มแฟกเตอร์ที่เคยได้รับเสียงชื่นชม ซึ่งบริษัทได้ละทิ้งไปในรุ่นแฟลกชิปรุ่นหลัง ๆ การกลับมาครั้งนี้ยังเพิ่มตัวเลือกสีลาเวนเดอร์ใหม่ เคียงข้างสีขาวและดำมาตรฐาน ภายใน หูฟังเวอร์ชันอัปเดตผสานโครงสร้างดั้งเดิมเข้ากับการเชื่อมต่อยุคใหม่ Sony WH-1000XM4C ยังคงใช้ชิปประมวลผล QN1 และไมโครโฟน 4 ตัวสำหรับระบบตัดเสียงรบกวนแบบแอ็กทีฟ เช่นเดียวกับรุ่นเดิม ขณะนี้การเชื่อมต่อไร้สายเปลี่ยนมาใช้ Bluetooth 6 แทนเวอร์ชันก่อนหน้า ในแอปคู่หู ผู้ใช้จะได้อีควอไลเซอร์ 10 แบนด์ที่ปรับได้ละเอียดกว่าเดิม แทนที่แบบมาตรฐาน 5 แบนด์ และเพิ่มพรีเซ็ตสำหรับเล่นเกมโดยเฉพาะ แอปยังมีเซฟโหมดใหม่ ให้ผู้ใช้จำกัดระดับเสียงสูงสุดของหูฟังได้ แม้จะไม่สามารถล็อกค่าขีดจำกัดนั้นไว้ได้ก็ตาม ส่วนข้อแลกเปลี่ยนด้านการใช้งานอยู่ที่พลังงาน โดย Sony WH-1000XM4C มีอายุแบตเตอรี่นานสูงสุด 27 ชั่วโมงเมื่อเปิดระบบตัดเสียงรบกวน ลดลงเล็กน้อยจากตัวเลขเดิมที่ 30 ชั่วโมง Sony Sony Source: Originally published on Hypebeast. Read the full article at Hypebeast → ### OPPO Find X10 Pro Max ยกระดับการถ่ายภาพด้วยระบบกล้องสามตัวความละเอียด 200MP และชิป Dimensity 9600 Pro URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-pro-max-200mp-dimensity-9600-pro Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 OPPO Find X10 Pro Max รุ่นเรือธงสร้างความประทับใจอย่างมากด้วยระบบกล้องสามเลนส์ความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์สีแบบมัลติสเปกตรัม และโปรเซสเซอร์ MediaTek Dimensity 9600 Pro 2nm หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีOPPO Find X10 Pro Max รุ่นเรือธงสร้างความประทับใจอย่างมากด้วยระบบกล้องสามเลนส์ความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์สีแบบมัลติสเปกตรัม และโปรเซสเซอร์ MediaTek Dimensity 9600 Pro 2nmBáo Nghệ An•08/09/2026OPPO ได้ยืนยันแผนการเปิดตัวสมาร์ทโฟนซีรีส์ Find X10 อย่างเป็นทางการ โดยเน้นไปที่รุ่นระดับไฮเอนด์อย่าง Find X10 Pro Max อุปกรณ์รุ่นนี้ถือเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ ด้วยการติดตั้งกล้องหลังทั้งสามตัวที่มีความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ซึ่งเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ของการประมวลผลภาพในสมาร์ทโฟนระดับเรือธง โครงสร้างเซ็นเซอร์สามตัวความละเอียด 200 ล้านพิกเซล ช่วยเพิ่มรายละเอียดทางแสงให้ดียิ่งขึ้น จุดเด่นที่สุดของ Find X10 Pro Max อยู่ที่ระบบกล้องหลัก ซึ่งใช้เซ็นเซอร์ ISOCELL HPC ขนาด 1/1.3 นิ้ว ที่ผลิตโดย Samsung ด้วยความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซล ผสานกับรูรับแสงขนาดใหญ่ f/1.5 เลนส์หลักจึงสามารถรับแสงได้ดีเยี่ยมและให้ภาพที่คมชัดแม้ในสภาพแสงน้อย ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลของกล้องหลักผ่านมาตรฐาน CIPA 6.5 ช่วยลดการเบลอเมื่อถ่ายภาพด้วยมือเปล่าหรือขณะถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวเร็ว นอกจากนี้ ช่วงไดนามิกเรนจ์ที่น่าประทับใจถึง 17EV ยังช่วยให้ตัวอุปกรณ์รักษาความสมดุลของรายละเอียดระหว่างบริเวณที่สว่างและมืด ป้องกันการถ่ายภาพที่สว่างเกินไปหรือการสูญเสียรายละเอียดในบริเวณที่มืด ข้อมูลจำเพาะของกล้อง OPPO Find X10 Pro Max เลนส์มุมกว้างพิเศษและเลนส์มาโครแบบปริซึมสำหรับถ่ายภาพระยะไกล ไม่เพียงแต่ความละเอียดสูงพิเศษของกล้องหลักเท่านั้น กล้องมุมกว้างพิเศษของโทรศัพท์ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์ 200 ล้านพิกเซล ควบคู่กับรูรับแสง f/2.2 และมุมมองภาพกว้าง 124 องศา การตั้งค่านี้ช่วยรักษาความคมชัดของรายละเอียดได้อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ตรงกลางไปจนถึงขอบภาพ ช่วยแก้ปัญหาคุณภาพของภาพที่ลดลงบริเวณขอบภาพซึ่งมักพบในเลนส์มุมกว้างทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชุดกล้องสามตัวประกอบด้วยเลนส์เทเลโฟโต้แบบปริซึมความละเอียด 200 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.1 เลนส์นี้มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวระดับ CIPA 7.5 และรองรับการถ่ายภาพมาโครในระยะใกล้มากเพียง 10 ซม. ช่วยให้คุณถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กด้วยกำลังขยายที่น่าประทับใจ OPPO Find X10 Pro Max มอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่น่าทึ่ง เพื่อเพิ่มความสมจริงของภาพ ผู้ผลิตได้เพิ่มเซ็นเซอร์มัลติสเปกตรัม 3 ล้านพิกเซลเพื่อวิเคราะห์สเปกตรัมและสร้างสีได้อย่างแม่นยำ ด้านหน้าของอุปกรณ์มีกล้องเซลฟี่ 50 ล้านพิกเซลพร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ ตอบโจทย์ความต้องการในการสนทนา ทางวิดีโอ และการถ่ายภาพบุคคลความละเอียดสูง แพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมโปรเซสเซอร์ขนาด 2 นาโนเมตร นอกจากระบบเลนส์ระดับมืออาชีพแล้ว อุปกรณ์นี้ยังมาพร้อมฮาร์ดแวร์ระดับแนวหน้า มีหน้าจอ LTPO OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2K และอัตราการรีเฟรช 144Hz มอบประสบการณ์การรับชมที่ราบรื่นและประหยัดพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนหนึ่ง คุณสมบัติที่คาดหวัง หน้าจอ จอ LTPO OLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 2K อัตราการรีเฟรช 144Hz ไมโครโปรเซสเซอร์ MediaTek Dimensity 9600 Pro (กระบวนการผลิต 2 นาโนเมตร) กล้องหลัก 200 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ ISOCELL HPC ขนาด 1/1.3 นิ้ว, รูรับแสง f/1.5, ระบบกันสั่น OIS CIPA 6.5 กล้องมุมกว้างพิเศษ 200 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2, มุมมองภาพ 124 องศา กล้องเทเลโฟโต้แบบปริซึม 200MP, f/2.1, OIS CIPA 7.5, มาโครระยะไกล 10 ซม. เซ็นเซอร์รองและเซลฟี่ กล้องมัลติสเปกตรัม 3 ล้านพิกเซล / กล้องเซลฟี่ 50 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ ระบบปฏิบัติการ ColorOS 17 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 17 เป็นพื้นฐาน สมาร์ทโฟน Find X10 Pro Max ใช้ชิปประมวลผล MediaTek Dimensity 9600 Pro ซึ่งผลิตด้วยกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรที่ทันสมัย ​​การผสมผสานระหว่างชิปใหม่นี้กับอินเทอร์เฟซ ColorOS 17 ที่ปรับแต่งมาจาก Android 17 ช่วยให้การประมวลผลอัลกอริธึมการถ่ายภาพที่ต้องใช้การคำนวณสูงเป็นไปอย่างราบรื่น OPPO Find X10 Pro Max จะวางจำหน่ายในเดือนกันยายนนี้ ที่มา: https://baonghean.vn/oppo-find-x10-pro-max-nang-chuan-nhiep-anh-with-three-200mp-cameras-and-dimensity-9600-pro-chip-10350873.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### iPhone ปีที่ 20 จะสนุกสุดเหวี่ยงเลย Apple เขาต้องการสร้างความฮือฮาไปทั่วโลกเหมือนที่เคยทำเมื่อหลายปีก่อนด้วย iPhone X URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-20-apple-iphone-x Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ปีหน้าจะเป็นเวลาครบ 20 ปีพอดีนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น Steve Jobs เปิดตัวครั้งแรกของโลก iPhoneดังนั้นจึงไม่ใช่ความลับที่ว่า Apple วันครบรอบนี้กำลังเตรียมการสำหรับวันครบรอบ... ปีหน้าจะเป็นเวลาครบ 20 ปีพอดีนับตั้งแต่เหตุการณ์นั้น Steve Jobs เปิดตัวครั้งแรกของโลก iPhoneดังนั้นจึงไม่ใช่ความลับที่ว่า Apple Apple กำลังวางแผนที่จะฉลองครบรอบปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Apple กำลังวางแผนที่จะเปิดตัวรุ่นพิเศษครบรอบปี ซึ่งคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone X แผนการเหล่านี้ได้รับการยืนยันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาโดยแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลก Appleมาร์ค กูร์แมน นักข่าวจาก Bloombergu. คุณอาจจะสนใจ กระจกโค้งและจอแสดงผลแบบไร้ขอบ Zpráva Bloombergu ยืนยันโดยเฉพาะว่าประจำปี iPhone จะนำเสนอดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วย "กระจกโค้งรอบมุมและขอบทั้งหมด" เสริมด้วยขอบจอที่บางลงกว่าเดิม กูร์แมนกล่าวอย่างชัดเจนว่านี่จะเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดของซีรี่ส์ Pro ในปัจจุบันนับตั้งแต่ iPhone X ที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ และในความคิดของผม นั่นเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก หากคุณจำปี 2017 ได้ และความรู้สึกตื่นตะลึงของโลกต่อการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีระหว่าง... iPhone 7 หรือ 8 และ X มีบางสิ่งที่น่าตั้งตารอหากกิจกรรมนี้ได้รับการทำซ้ำอย่างประสบความสำเร็จ เมื่อไร Apple ในปี 2017 เขาได้ตีพิมพ์ผลงาน iPhone X เนื่องในโอกาสครบรอบสิบปี ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ปุ่มโฮมอันเป็นเอกลักษณ์... Touch IDการจดจำใบหน้าปรากฏขึ้น Face ID และหน้าจอได้ขยายไปจนถึงขอบของตัวเครื่องมากขึ้น นอกจากนี้ ดูเหมือนว่ารุ่นที่ 20 ที่กำลังจะวางจำหน่ายจะก้าวไปอีกขั้นในทิศทางนี้ หน้าจอจะโค้งไปตามมุมและขอบด้านข้าง ทำให้โทรศัพท์มีรูปลักษณ์ที่ล้ำสมัยและเหมือนทำจากกระจกทั้งหมด เขาจะยังคงยึดมั่นในแผนการที่ทะเยอทะยานต่อไปหรือไม่? ข่าวลือและการคาดเดาเกี่ยวกับไอโฟนรุ่นครบรอบปีนั้นแพร่สะพัดในวงการเทคโนโลยีมานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากกูร์แมนระบุว่า การพัฒนาอุปกรณ์ระดับพรีเมียมนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว แต่ว่าวิศวกรใน... Appยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวิสัยทัศน์การออกแบบที่ทะเยอทะยานอย่างยิ่งเหล่านี้จะได้รับการทำให้เป็นจริงอย่างสมบูรณ์หรือไม่ ยังคงมีความเป็นไปได้ว่าหาก Apple หากพบกับอุปสรรคในการผลิตหรือทางเทคโนโลยีที่แก้ไขไม่ได้ แผนการขั้นสุดท้ายอาจยังคงถูกจำกัดบางส่วน ผมได้อ่านข่าวลือเกี่ยวกับการออกแบบ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีมาหลายปีแล้ว และแทบทุกแหล่งข้อมูลก็มีความเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับการออกแบบที่ปฏิวัติวงการอยู่แล้ว Jony Ive คุณเคยพูดว่าคุณ iPhone เมื่อเวลาผ่านไป มันจะค่อยๆ ปรากฏออกมาเป็นแผ่นกระจกชิ้นเดียว ขั้นตอนแรกสู่แนวคิดนี้อาจจะเป็นภาษาการออกแบบของ Liquid Glass แต่เราอย่าไปประหลาดใจเลย ปัจจุบัน หัวข้ออันดับหนึ่งคือ... iPhone Ultra. วันนี้มีคนอ่านมากที่สุด Source: Originally published on Letem svetem Applem. Read the full article at Letem svetem Applem → ### จริงหรือ Galaxy Z Fold8. หน้าจอโค้งงอหรือเปล่า? ซัมซุงได้ตอบโต้กรณีที่ถูกกล่าวเกินจริงไปแล้ว URL: https://onesiamsoft.com/articles/galaxy-z-fold8-7 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีกรณีหนึ่งบนอินเทอร์เน็ตว่า หากคุณแตะที่มุมของหน้าจอแสดงผลภายใน อาจทำให้เกิดปัญหาได้ Galaxy Z Fold8. เมื่อคุณออกแรงกด มันก็จะงอ แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติ... สัปดาห์ที่แล้วมันกลายเป็นไวรัล กรณีหากมุมของจอแสดงผลภายใน Galaxy Z Fold8. มันงอได้ แน่นอนว่าสิ่งนี้ทำให้ผู้ใช้หลายคนเข้าใจผิดคิดว่ามีอะไรผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ ตามที่ซัมซุงระบุ การงอเล็กน้อยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโดยเจตนา จอแสดงผลแบบยืดหยุ่นด้านในให้ความรู้สึกนุ่มนวลกว่าแผง OLED ด้านนอกที่หุ้มด้วยกระจก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกนี้เป็นผลมาจากฟิล์มที่หุ้มอยู่เพื่อป้องกันหน้าจอจากความเสียหาย กลไกอีกอย่างหนึ่งในการรักษาความสมบูรณ์ของจอแสดงผลด้านในคือ มุมของจอแสดงผลด้านในได้รับการเสริมความแข็งแรง Galaxy Z Fold8 และแม้กระทั่ง Z Fold8 Ultraมีโครงสร้างบุด้วยวัสดุรองรับ ซึ่งช่วยเพิ่มความทนทานและการปกป้องหน้าจอที่ซับซ้อน และป้องกันการหย่อนคล้อยดังที่กล่าวไว้ข้างต้น นี่คือคำแถลงอย่างเป็นทางการจากซัมซุง คุณอาจจะสนใจ การโก่งงอไม่มีผลต่อคุณภาพ บริเวณเหล่านี้มีช่องว่างเล็กน้อย ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อลดแรงกดหรือการชนกันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจอแสดงผลกับชิ้นส่วนภายใน ส่งผลให้จอแสดงผลอาจงอเล็กน้อยเมื่อกดที่มุมใดมุมหนึ่ง ตัวแทนของซัมซุงกล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือคุณภาพแต่อย่างใด และคุณยังคงมั่นใจในชิ้นส่วนภายในได้เหมือนเดิมราวกับว่ามันไม่งอเลย ข้อกล่าวอ้างนี้ได้รับการสนับสนุนจากข้อเท็จจริงที่ว่า ในระหว่างการทดสอบครั้งหนึ่ง Galaxy Z Foldโทรศัพท์หมายเลข 8 ถูกจุ่มลงในน้ำและบีบมุมเพื่อดูว่าจะมีของเหลวเข้าไปข้างในหรือไม่ อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ นี่แสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ แต่กลับช่วยปกป้องอุปกรณ์เสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ยูทูบเบอร์ชาวเกาหลีคนหนึ่งได้ทดสอบผลิตภัณฑ์ของพวกเขา fold 8 (ใต้น้ำ) และอุปกรณ์ยังคงใช้งานได้ดีอย่างสมบูรณ์แม้หลังจากกดมุมต่างๆ ลง fold 8 ครั้งใต้น้ำ นี่คือวิดีโอแบบเจาะลึกจากผู้สร้าง หากใครสนใจชมhttps://t.co/xXNp9js5t2 https://t.co/pUsDi5DTf9 — NMPS (@FamilyTaes) September 8, 2026 ดังนั้น จากแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ผมคิดว่าไม่มีอะไรต้องกังวล จริงอยู่ที่ตอนนี้เราใช้รุ่นที่ 8 ของอุปกรณ์แบบยืดหยุ่นของบริษัทแล้ว ดังนั้นพวกเขาต้องรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย Appleซึ่งกำลังเตรียมต่อจิ๊กซอว์ชิ้นแรกของเขาอยู่ และเขาจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีที่ใช้ในนั้น นอกจากนี้ คำแถลงของซัมซุงดูสมเหตุสมผลสำหรับฉัน เพียงแต่เสียดายที่ไม่ได้ออกมาเร็วกว่านี้ Source: Originally published on Samsung Magazine. Read the full article at Samsung Magazine → ### Galaxy Watchฉันใส่ไซส์ 9 มาได้หนึ่งเดือนแล้ว นี่คือสิ่งที่รีวิวไม่ได้บอกคุณ URL: https://onesiamsoft.com/articles/galaxy-watch-9-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ฉันใช้สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ของซัมซุงมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว Galaxy Watch9. ในช่วงเวลานั้น ฉันได้ค้นพบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ความแตกต่างเล็กน้อย และเรื่องไม่คาดฝันที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งถูกพูดคุยกันอย่างรวดเร็ว... ฉันใช้สมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ของซัมซุงมานานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว Galaxy Watch9. ในช่วงเวลานี้ ฉันได้ค้นพบรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ความแตกต่างเล็กน้อย และเรื่องน่าประหลาดใจที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งคุณจะไม่ได้พบเจอในบทวิจารณ์แบบรวดเร็ว ดังนั้นแล้วอย่างไรล่ะ Galaxy Watch9. พวกเขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หรือไม่ เมื่อความกระตือรือร้นในตอนแรกจางหายไป? หลักการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ Galaxy Watchนาฬิกาหมายเลข 9 นั้นบางและเบา และถึงแม้ดีไซน์จะดูแปลกตา แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมีความสง่างามอยู่ในตัว อย่างไรก็ตาม หลังจากใส่มาได้หนึ่งเดือน ผมพบว่าเมื่อผมรัดสายนาฬิกาให้แน่นขึ้น มันจะทิ้งรอยที่ค่อนข้างเห็นได้ชัด ผมจำไม่ได้ว่าเคยเจอรอยแบบนี้หลังจากใส่นาฬิกาเรือนเก่าๆ มาหนึ่งเดือนมาก่อน Galaxy Watchนี่อาจเป็นเพราะเซ็นเซอร์ BioActive ที่ได้รับการปรับปรุงและเด่นชัดขึ้นเล็กน้อย แน่นอนว่าฉันไม่จำเป็นต้องรัดสายให้แน่นมากขนาดนั้น แต่ก็อาจเสี่ยงที่นาฬิกาจะวัดการนอนหลับ อัตราการเต้นของหัวใจ และกิจกรรมต่างๆ ได้ไม่แม่นยำเท่าที่ควร สุดท้ายแล้วอายุการใช้งานแบตเตอรี่ก็ทำให้ฉันผิดหวัง V ทบทวน na Galaxy Watchผมบอกว่าหูฟังเบอร์ 9 จะใช้งานได้ประมาณวันครึ่งกว่าๆ ในการใช้งานปกติ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ผมได้ใช้งานมันอย่างหนักเพื่อดูว่ามันจะทำงานได้ดีแค่ไหนภายใต้ภาระหนัก ผมควรจะกล่าวถึงเรื่องนี้ในรีวิวด้วย แต่ถ้าผมเปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง และออกกำลังกายโดยสวมหูฟังเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน (โดยเปิด GPS ด้วย), ความทนทานนั้นสั้นกว่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้อยกว่าหนึ่งวัน นี่คือจุดที่จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดปรากฏออกมาอย่างชัดเจน Galaxy Watch เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Galaxy Watch Ultra2 พวกเขามีฐานะดีกว่ามากในเรื่องนี้ แต่เราจะพูดถึงเรื่องนั้นในภายหลัง ตัวชี้วัดด้านสุขภาพขาดบริบทที่ลึกซึ้งกว่านี้ Galaxy Watch9. นำเสนอการวิเคราะห์ขั้นสูงยิ่งขึ้นเกี่ยวกับระยะการนอนหลับ หรือมุมมองที่ละเอียดกว่าเกี่ยวกับการฟื้นฟูหรือสุขภาพหัวใจ ข้อมูลที่วัดได้มีความชัดเจนและประมวลผลได้อย่างสวยงามในแอปพลิเคชัน Samsung Healthซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบใหม่ล่าสุดด้วยเช่นกัน คุณอาจจะสนใจ อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้งานไปหนึ่งเดือน ฉันสังเกตเห็นว่านาฬิกาเรือนนี้ให้ข้อมูลมากมาย แต่ไม่ได้ให้คำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงมากนัก ฉันอยากให้มันให้คะแนนที่แน่นอนมากกว่านี้ (เช่น พลังงาน หรือ การนอนหลับ) พวกเขาบอกว่าสาเหตุอาจมาจากมื้อเย็นดึก การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอเมื่อวาน หรือการนอนหลับไม่สนิทในช่วงใดช่วงหนึ่ง Maxอย่างน้อยพวกเขาก็จะให้คำแนะนำหรือคำอธิบายทั่วไปแก่คุณ แต่จะไม่ให้บริบทที่ลึกซึ้งกว่านั้นสำหรับข้อมูล คุณต้องเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับความเป็นจริงด้วยตัวเอง นาฬิกาจะไม่ทำแทนคุณ อย่างไรก็ตาม เมื่อมองโดยรวมแล้ว พวกเขาก็คือ Galaxy Watchสมาร์ทวอทช์ Android 9 รุ่นสุดเจ๋งที่มีฟีเจอร์มากมาย และผมอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ลองใช้ดู Galaxy Watch4 Classic มีการอัปเกรดแล้ว แต่ดังที่ฉันเขียนไว้ในรีวิว ฉันไม่สามารถทำได้เพราะดีไซน์ของมัน หากคุณไม่ติดขัดเรื่องรูปลักษณ์ ฉันขอแนะนำให้คุณซื้อค่ะ Source: Originally published on Samsung Magazine. Read the full article at Samsung Magazine → ### จะประเมินข้อมูลจาก Whoop และอุปกรณ์ติดตามอื่นๆ ที่คล้ายกันได้อย่างไร? ฉันใช้ AI และมันได้ผลดีมาก! URL: https://onesiamsoft.com/articles/whoop-ai Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ไม่สำคัญว่าคุณจะมี Whoop อยู่ที่ข้อมือเหมือนฉันหรือไม่ Apple Watchไม่ว่าจะเป็น Garmin หรือแหวนอัจฉริยะ อุปกรณ์เหล่านี้ในปัจจุบันสามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับเราได้... ไม่สำคัญว่าคุณจะมี Whoop อยู่ที่ข้อมือเหมือนฉันหรือไม่ Apple Watchไม่ว่าจะเป็น Garmin หรือแหวนอัจฉริยะ อุปกรณ์เหล่านี้สามารถรวบรวมข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับสุขภาพ การออกกำลังกาย และการเคลื่อนไหวของเราได้แล้ว เนื่องจากผมชอบนาฬิกาแบบคลาสสิก ผมจึงใช้เวลานานในการตัดสินใจว่าจะใส่สร้อยข้อมือแบบไหนกับนาฬิกาเหล่านั้นเมื่อผมได้มาoneเมื่อไม่ถึงปีที่ผ่านมา Whoop ดึงดูดความสนใจของฉัน คุณสามารถอ่านรีวิวฉบับเต็มได้ในบทความ Whoop วัดค่าต่างๆ แทบทุกอย่างที่คุณนึกออกมาได้ประมาณ 300 วันแล้ว รวมถึงอัตราการเต้นของหัวใจ (HR), ระดับออกซิเจนในเลือด (SPO2), อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก (RHR) หรือจำนวนครั้งการหายใจต่อนาที, อุณหภูมิผิวหนัง, จำนวนก้าวเดิน, กิจกรรมทางกาย, แคลอรีที่เผาผลาญ และอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่า เช่นเดียวกับสมาร์ทแบรนช์ นาฬิกา หรือแหวนอื่นๆ Whoop ก็แสดงผลข้อมูลทั้งหมดออกมาเป็นคะแนน ซึ่งในกรณีนี้จะแบ่งออกเป็นสามวง โดยวงแรกจะบอกเกี่ยวกับสภาพการพักผ่อน วงที่สองบอกเกี่ยวกับการนอนหลับ และวงที่สามบอกเกี่ยวกับภาระงาน ทั้งหมดนี้ดี แต่จริงๆ แล้วมันหมายความว่าอย่างไร และเราควรทำอย่างไรกับข้อมูลที่วัดได้? โดยพื้นฐานแล้วคุณมีสองทางเลือก Whoop มีตัวเลือกในการส่งออกข้อมูลไปยังไฟล์ PDF ที่ชัดเจน ซึ่งคุณสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดหลักทั้งหมดได้ทันที หากคุณหมอของคุณชื่นชอบอุปกรณ์คล้ายๆ กันนี้ เช่นเดียวกับคุณหมอโรคหัวใจของฉัน คุณก็แค่ส่งข้อมูลตัวชี้วัดให้เธอเป็นระยะๆ และเธอก็จะยินดีที่จะดูข้อมูลเหล่านั้นก่อนการตรวจ และสามารถอ่านข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากมายจากข้อมูลเหล่านั้นได้ คุณอาจจะสนใจ ตัวเลือกที่สองคือการนำข้อมูลนี้มาใช้ โดยไม่สำคัญว่าจะเป็นไฟล์ PDF ซึ่งคุณสามารถส่งออกได้ในบางแอปพลิเคชัน หรือเป็นเพียงชุดข้อมูล screenshotแล้วอัปโหลดข้อมูลไปยังเอเจนต์ AI ที่คุณชื่นชอบ หากคุณเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกิน ดื่ม และเวลาที่กิน ดื่มอาหารเสริมอะไร และคุณทำอะไรในแต่ละวันลงในข้อมูลนี้ AI จะสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่น่าสนใจในการปรับปรุง และจะคอยตรวจสอบว่าคุณต้องติดตามตัวชี้วัดใดบ้าง และควรบรรลุผลลัพธ์อะไร เพื่อให้ AI ให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่คุณ ลองจดบันทึกสิ่งที่คุณทำ สิ่งที่คุณกินและดื่ม และวิธีการทำงานของคุณในแต่ละวันอย่างละเอียด คุณจะพบว่า ตัวอย่างเช่น แม้แต่สิ่งเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การตื่นนอนแล้วดื่มน้ำครึ่งลิตรก่อน แล้วดื่มกาแฟก่อนทำเช่นนั้น ก็จะมีผลดีต่อตัวชี้วัดบางอย่างของคุณ ลองสรุปตัวชี้วัดของคุณให้กระชับ อธิบายวันของคุณให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และอย่า...chat ให้ AI ประเมินผลการดำเนินงานของคุณและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตัวชี้วัดที่ AI คิดว่าคุณยังทำได้ไม่ดี คุณจะเห็นว่าแม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นและคุณจะรู้สึกดีขึ้น คุณอาจจะสนใจ วันนี้มีคนอ่านมากที่สุด Source: Originally published on Letem svetem Applem. Read the full article at Letem svetem Applem → ### ลุ้นระทึก! Apple เปิดตัว iPhone Ultra คาดยอดขายถล่มทลาย URL: https://onesiamsoft.com/articles/apple-iphone-ultra-3 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 บริษัท Apple Inc เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ในวันพุธที่ 9 กันยายนที่ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ธีม Surprise and Shine โดยงานดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลา บริษัท Apple Inc เชิญสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้ในวันพุธที่ 9 กันยายนที่ Apple Park เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ภายใต้ธีม Surprise and Shine โดยงานดังกล่าวจะเริ่มขึ้นเวลา 10.00 น.ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลา 00.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายนตามเวลาไทย งานดังกล่าวถือเป็นการเปิดตัว จอห์น เทอร์นัส ซึ่งเข้ามาแทนที่ ทิม คุก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ มีการคาดการณ์ว่า Apple จะเปิดตัว iPhone ใหม่ 3 รุ่นในงานดังกล่าว ได้แก่:- iPhone 18 Pro หน้าจอ 6.3 คาดราคาเริ่มต้น 1,299 ดอลลาร์ iPhone 18 Pro Max หน้าจอ 6.9 คาดราคาเริ่มต้น 1,399 ดอลลาร์ iPhone 18 รุ่นพับได้ ซึ่งอาจใช้ชื่อว่า iPhone Ultra โดยขณะที่ยังพับอยู่จะมีหน้าจอ 5.5 แต่เมื่อกางออกจะมีหน้าจอกว้างถึง 7.7 มีการคาดการณ์ว่า ราคา iPhone Ultra รุ่นท็อปสุดจะมีราคาเป็นสกุลเงินบาทใกล้เคียง 100,000 บาท ทั้งนี้ คาดว่า iPhone Ultra ขนาด 256GB จะมีราคา $2,320 หรือราว 76,000 บาท ส่วนขนาด 512GB จะมีราคา $2,610 หรือราว 86,000 บาท และขนาด 1TB จะมีราคา $2,900 หรือราว 95,000 บาท แม้ว่าจะมีราคาสูง แต่ iPhone Ultra ก็จะขายดีจนแทบหมดจากชั้นวาง เนื่องจาก Apple มีความสามารถในการสร้างความรู้สึกถึงความพิเศษ ความหรูหรา และความหายาก นาบิลา โพพอล ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอาวุโสของ IDC กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ โพพอลคาดว่า iPhone Ultra จะสร้างรายได้ให้ Apple มากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีหน้า คาดว่าประเทศไทยยังคงติดกลุ่มประเทศ Tier 1 ในปีนี้ อย่างไรก็ดี MacRumors และ 9to5Mac ต่างรายงานว่า Apple อาจเลื่อนวัน Preorder จากวันศุกร์ที่ 11 กันยายน เป็นวันเสาร์ที่ 12 กันยายน เนื่องจากวันที่ 11 กันยายนปีนี้ ตรงกับวันครบรอบ 25 ปีของเหตุการณ์ 9/11 นอกจากนี้ เวลา Preorder อาจเปลี่ยนจาก 05.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ เป็น 00.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันตกของสหรัฐ ซึ่งจะตรงกับเวลา 14.00 น.ของวันเสาร์ที่ 12 กันยายน ตามเวลาไทย ส่วนการวางจำหน่ายคาดว่าจะเป็นวันที่ 18 กันยายน หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone แบบพับได้รุ่นแรกในปี 2026 คาดว่าบริษัทจะเปิดตัว iPhone แบบพับได้รุ่นที่ 2 ในปี 2027 ซึ่งจะตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของการเปิดตัว iPhone รุ่นแรกของ Apple iPhone ใหม่ทั้ง 3 รุ่นที่จะเปิดตัวในวันที่ 9 กันยายนจะใช้ชิป A20 Pro รุ่นล่าสุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความเร็วและการประหยัดพลังงาน นอกจากนี้ คาดว่า Apple จะเปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ในวันดังกล่าวเช่นกัน ขณะเดียวกัน ยังมีความเป็นไปได้ที่ Apple จะเปิดตัวอุปกรณ์สมาร์ตโฮมรุ่นใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงอุปกรณ์ควบคุมบ้านอัจฉริยะ, Apple TV 4K รุ่นใหม่ และ HomePod mini รุ่นอัปเดท นอกจากฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่แล้ว คาดว่า Apple จะแจ้งกำหนดการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ ได้แก่ IOS 27, iPadOS 27, macOS Golden Gate และการอัปเดทซอฟต์แวร์อื่น ๆ โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### The Legend of Zelda : Ocarina of Time : วันวางจำหน่ายที่ประกาศแล้วบน Nintendo Switch 2 URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-legend-of-zelda-ocarina-of-time-nintendo-switch-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เป็นหนึ่งในเกมที่โดดเด่นที่สุดของซีรีส์ และมันมาถึงปลายปีนี้บน Nintendo Switch 2: กลับมาสัมผัส The Legend of Zelda: Ocarina of Time อีกครั้ง คาดวางจำหน่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026. เป็นหนึ่งในเกมที่โดดเด่นที่สุดของซีรีส์ และมันมาถึงปลายปีนี้บน Nintendo Switch 2: กลับมาสัมผัส The Legend of Zelda: Ocarina of Time อีกครั้ง คาดวางจำหน่ายวันที่ 5 พฤศจิกายน 2026. วีรบุรุษแห่งฮายรูลกลับมาอีกครั้งบน Nintendo Switch 2 ด้วยพลังพิเศษสุดเด่น: การท่องเวลาโดยใช้อะโครีนา (ocarina) ศึกกับ Ganondorf คาดเดาได้เลยว่าระทึกแน่... ใช่แล้ว คุณคงจำกันได้ดีว่าเป็น The Legend of Zelda : Ocarina of Time หนึ่งในเกมคลาสสิกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในแฟรนไชส์นี้ โอคาริน่าแห่งเวลาถูกปรับโฉมให้ร่วมสมัยและเหมาะกับ Switch 2 แล้ว พร้อมรอที่คุณตั้งแต่ 5 พฤศจิกายน 2026. ตัวอย่างล่าสุดของ The Legend of Zelda: Ocarina of Time : เรื่องย่อของ The Legend of Zelda: Ocarina of Time: «ร่วมผจญภัยไปกับฮีโร่ผู้เป็นตำนาน ลิงก์ ในการผจญภัยผ่านฮายรูล และการเดินทางข้ามกาลเวลา เพื่อขจัดแผนร้ายของกานอนดอร์ฟ ถือไอเทมและอาวุธที่น่าทึ่ง เผชิญกับบอสอันดุเดือด และคลี่คลายปริศนาซับซ้อน ในบทที่มีชื่อเสียงของซีรีส์ Zelda The Legend of Zelda: Ocarina of Time จะกลับมาปรากฏบน Nintendo Switch 2. » เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่ถูกเปิดเผยใน Nintendo Direct เดือนมิถุนายน 2026 Ocarina of Time จะกลับมาทั้งฟื้นฟูบน Nintendo Switch 2 เพื่อเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนๆ ซีรีส์ และผู้เล่นรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยสัมผัสภาคนี้มาก่อน โดย Ocarina of Time เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 บน Nintendo 64 ตามด้วยเวอร์ชันบน GameCube, Wii และ Nintendo 3DS ถึงคราวที่ Switch 2 จะคว้าเกมชิ้นสำคัญนี้มาครบเวอร์ชันรีมาสเตอร์ที่ปรับให้เข้ากับคอนโซลรุ่นถัดไปอย่างลงตัว เกมมีกำหนดวางจำหน่ายปลายปี 2026 เพื่อทันช่วงเทศกาลส่งท้ายปี…หากคุณมีความอดทนพอนานพอจนถึงวันคริสต์มาส ที่จะอ่านแผนดีๆ ในสัปดาห์ 7–13 กันยายน 2026 ที่ปารีสและ Île-de-Franceแคว้นยเวลีนส์ : 10 กิจกรรมนอกบ้านในสุดสัปดาห์ที่ 12-13 กันยายน ในเขต 78 วิดีโอใหม่ที่ Nintendo ปล่อยเมื่อวันที่ 8 กันยายน เผยรายละเอียดการเล่นที่น่าตื่นเต้นบางส่วน เกมบน Switch 2 นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงกับฉบับปี 1998 ดังนั้นทุกการเปรียบเทียบจึงมุ่งเป้าหมายไปที่สองชื่อเกมนี้เท่านั้น เราได้พบกับ กราฟิกสวยงาม มาก สีสันสดใส และโลกแฟนตาซียุคกลางที่น่าหลงใหล โลกนี้ มีรายละเอียดมากขึ้น ทำงานละเอียดขึ้น และมีชีวิตชีวา NPC แต่ละตัวมีบุคลิกเป็นของตัวเอง Nintendo ตัดสินใจรักษาฉากโหลดระหว่างฉากไว้ เพื่อถ่ายทอดจังหวะการเล่นของชื่อเกมปี 1998 เนื้อเรื่องไม่เปลี่ยน แผ่นเสียงเดิมยังคงใช้งาน แต่ถูกปรับปรุงด้วยวงออเคสตราเพื่อเพิ่มพลังให้กับเพลง ในการอัปเดตนี้ เราเห็นการเติมฟีเจอร์ที่พบเห็นได้บ่อยในเกมสมัยใหม่ ผู้เล่นจะสามารถ กระโดด ของลิงก์ได้, วิ่งด้วยความเร็วสูงขึ้น (หมดยุ่งกับการหมุนกลิ้งไม่มีที่สิ้นสุด), พวกเขาจะ เคลื่อนไหวกล้องได้อิสระ, สลับอาวุธด้วยปุ่มเดียว, และเห็นความก้าวหน้าในเกมผ่าน ผ้าทอลายขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ เติมเต็ม ความคืบหน้า สำรวจเมืองฮายรูลอย่างละเอียดเพื่อหา มินิเกม และพูดคุยกับชาวบ้านด้วยกัน และแน่นอน อย่าพลาดการใช้งานทักษะดนตรีของคุณเพื่อเล่นเพลงเลย! ใช้ ไมโครโฟนของ Switch 2 เพื่อร้องเพลงหรือบรรเลงโน้ตต่างๆ ช่วยให้เปิดโอคารีนาแล้วขับกล่อม melodies ที่หลากหลาย ตัวอย่างวิดีโอเหล่านี้ดูน่าตื่นเต้นจริงๆ ดังนั้นเราจะต้องอดทนรออีกไม่กี่สัปดาห์เพื่อได้เล่นเกมนี้… เตรียมพร้อมไว้เถอะ ฮายรูลต้องการคุณ! ตัวอย่างเทรลเลอร์เกม: Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### AWS announces Nx Plugin for AWS for scaffolding full-stack applications URL: https://onesiamsoft.com/articles/aws-announces-nx-plugin-for-aws-for-scaffolding-full-stack-applications Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with AWS announces Nx Plugin for AWS for scaffolding full-stack applications Version 1.0 of the Nx Plugin for AWS, an open source toolkit for scaffolding full-stack applications on AWS, is now available. AI assistants can stand up an application on AWS in minutes, but rarely get security, observability, and type-safety right in one pass. The plugin extends Nx, an open source, language-agnostic build system for monorepos, with generators that each build one part of an application on request, alongside the infrastructure to run it. Generators cover AI agents and Model Context Protocol servers on Amazon Bedrock AgentCore, plus APIs, websites, and databases, built on proven open source frameworks in TypeScript and Python. Each writes out a working, deployable piece of your application, defining infrastructure as either AWS Cloud Development Kit (AWS CDK) constructs or Terraform modules, with recommended practices in place such as AWS WAF protection, access logging to Amazon CloudWatch, and AWS X-Ray tracing. The connection generator wires projects together with type-safe clients, so a breaking API change becomes a build error instead of a failed request in production. Each generator produces the same result every time, making it a dependable foundation for an AI assistant to build on. The generated code belongs to you, with no runtime dependency on the plugin, and Nx migrations bring later improvements to workspaces you have customized. The plugin is available under the Apache 2.0 license at no additional charge; you pay only for the AWS resources your applications use. To learn more, see the launch blog post and documentation. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### Amazon Timestream for InfluxDB 3 now supports custom plugins URL: https://onesiamsoft.com/articles/amazon-timestream-for-influxdb-3-now-supports-custom-plugins Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with Amazon Timestream for InfluxDB 3 now supports custom plugins Amazon Timestream for InfluxDB now lets you run your own custom Python plugins on the managed versions of InfluxDB 3 Core and Enterprise editions. You host your plugin code in public or private repositories you control and the engine fetches and runs it in response to triggers, letting you implement logic specific to your workload without standing up separate external infrastructure. Plugins run on the trigger types the processing engine already supports and with them, you can build custom data transformations, alerting, aggregation, and integrations with your own services, all running close to your data. Plugins execute in a managed Python environment that includes the standard library and Amazon-vetted packages , so you can move workload-specific processing into the database instead of operating a separate pipeline to do it. To get started, set a plugin repository on a DB parameter group, apply that parameter group to your cluster, and create triggers that reference your plugin using the influxdb3 CLI or HTTP API; private repositories are authenticated with a token stored in AWS Secrets Manager.  Custom plugins are available in all AWS Regions where Amazon Timestream for InfluxDB is available. To get started with Amazon Timestream for InfluxDB 3, visit the Amazon Timestream for InfluxDB console. For more information, see the Amazon Timestream for InfluxDB documentation and pricing page.  Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### โซนี่ไทย เปิดตัวลำโพงปาร์ตี้ ULT TOWER 5 พลังเบสจัดเต็ม URL: https://onesiamsoft.com/articles/ult-tower-5 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 โซนี่ไทย เปิดตัวลำโพงปาร์ตี้ ULT TOWER 5, 7 และ MAX พลังเบสหนักแน่น พร้อมฟีเจอร์ Karaoke Scoring และโปรโมชันแถมไมค์ไร้สาย บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัวไลน์อัปลำโพงปาร์ตี้ 3 รุ่นใหม่ในตระกูล ULT POWER SOUND ประกอบด้วย ULT TOWER 5, ULT TOWER 7 และ ULT TOWER MAX ภายใต้แนวคิด “Massive Bass. Ultimate Vibe.” ชูพลังเบสหนักแน่น ฟังก์ชันจัดเต็มสำหรับการร้องเพลง และการเชื่อมต่อขยายเสียงหลายตัว เพื่อเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นเวทีความบันเทิง รุ่นไฮไลต์อย่าง ULT TOWER 5 ออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งสายปาร์ตี้ในบ้านและกิจกรรมนอกสถานที่ ด้วยขนาดกะทัดรัดเคลื่อนย้ายสะดวก มอบกำลังขับสูงสุด 300 วัตต์ แบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่องยาวนาน 20 ชั่วโมง และมาตรฐานกันน้ำ IPX4 เมื่อตั้งวางในแนวตั้ง เหมาะสำหรับทั้งงานสังสรรค์ในครอบครัว คนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด กิจกรรมออกกำลังกาย งานอีเวนต์ขนาดเล็ก ตลอดจนบูธกิจกรรมที่ต้องการดึงดูดความสนใจด้วยพลังเสียง นอกจากนี้ ULT TOWER รุ่นใหม่ยังยกระดับความสนุกของสายคาราโอเกะ ด้วยระบบปรับแต่งเสียงไมค์ เสียง Echo และการปรับคีย์เพลงตามช่วงเสียง พร้อมรองรับฟีเจอร์ Karaoke Scoring ผ่านแอปพลิเคชัน Sony | Sound Connect ที่ช่วยวัดคะแนนเสียงร้องเพื่อประชันความสนุกในกลุ่มเพื่อนและครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้านคุณภาพเสียง ลำโพงตระกูล ULT TOWER มาพร้อมปุ่มลัด ULT สำหรับเลือกโหมดเสียง ได้แก่ ULT1 ที่ให้เสียงเบสลึกอิ่ม, ULT2 เพิ่มความกระหึ่มเร้าใจ, โหมด FLAT ถ่ายทอดเสียงธรรมชาติ และโหมด LIVE จำลองบรรยากาศคอนเสิร์ตสด โดยใช้เทคโนโลยีวูฟเฟอร์ทรงกลมดีไซน์ใหม่ร่วมกับ ULT DUCT เพื่อเสียงย่านต่ำที่ทรงพลัง ซึ่งได้รับการจูนเสียงร่วมกับโปรดิวเซอร์และศิลปินฮิปฮอประดับโลก อาทิ Dot Da Genius, Daru Jones, Dready และ Dennis “ROC.am” Jones เพื่อให้ได้ย่านเบสที่กระหึ่มและเสียงร้องที่ชัดเจน สำหรับพื้นที่จัดงานขนาดใหญ่ โซนี่นำเสนอ ULT TOWER 7 กำลังขับสูงสุด 420 วัตต์ แบตเตอรี่ใช้งานสูงสุด 30 ชั่วโมง กันน้ำ IPX4 พร้อมระบบไฟปาร์ตี้ 3 โหมด (BEAT, WAVE, MELLOW) และเทคโนโลยี 360° Party Sound ส่วนรุ่นเรือธงอย่าง ULT TOWER MAX ให้กำลังขับสูงสุดถึง 2,150 วัตต์ ขับเคลื่อนด้วยวูฟเฟอร์ 3 ตัว (หน้า 2 ตัว หลัง 1 ตัว) พร้อมแรงดันเสียงระดับคอนเสิร์ต ทั้งสองรุ่นใหญ่ได้รับการอัปเกรดล้อลากให้มีหน้าสัมผัสกว้างขึ้นเพื่อความคล่องตัวในการเคลื่อนย้าย พร้อมเทคโนโลยี Enhanced Sound Field Optimization ปรับสมดุลเสียงตามสภาพแวดล้อมอัตโนมัติ และฟีเจอร์ Party Chain ผ่านระบบ Auracast™ สำหรับเชื่อมต่อเสียงและแสงไฟหลายเครื่องเข้าด้วยกัน ด้านความยั่งยืน มีการนำพลาสติกรีไซเคิลมาผลิตชิ้นส่วนลำโพง โดยใช้สัดส่วน 35% ใน ULT TOWER MAX และ 20% ในรุ่น ULT TOWER 7 และ 5 ลำโพง ULT TOWER วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2569 เป็นต้นไป พร้อมโปรโมชันพิเศษถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569: ULT TOWER 5 ราคา 14,990 บาท แถมฟรีไมโครโฟนไร้สาย 1 คู่ (มูลค่า 1,990 บาท) ULT TOWER 7 ราคา 22,990 บาท แถมฟรีไมโครโฟนไร้สาย 1 คู่ (มูลค่า 1,990 บาท) ULT TOWER MAX ราคา 54,990 บาท แถมฟรีไมโครโฟนไร้สาย Sony ULTMIC1 จำนวน 1 คู่ (มูลค่า 5,590 บาท) ช่องทางจำหน่ายที่ Sony Store ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถาม LINE: @SonyThai หรือ www.sony.co.th –เดลล์ เปิดตัว Dell Pro Essential 14 และ 15 แล็ปท็อปสายธุรกิจบางเบา สเปกคุ้มค่า ปลอดภัยระดับองค์กร FacebookFacebookXXLINELine Source: Originally published on Biztalknews.com. Read the full article at Biztalknews.com → ### AWS Transform is now available in AWS GovCloud (US-West) URL: https://onesiamsoft.com/articles/aws-transform-is-now-available-in-aws-govcloud-us-west Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with AWS Transform is now available in AWS GovCloud (US-West) AWS Transform is now available in the AWS GovCloud (US-West) Region, enabling government agencies and regulated organizations to plan and execute large-scale migrations to AWS. With this launch, customers operating in AWS GovCloud (US) can use the migration capabilities of AWS Transform to automate server migrations within an isolated environment designed to host sensitive data and regulated workloads. AWS Transform in this Region supports migrating servers to both AWS GovCloud (US-East) and AWS GovCloud (US-West) as target Regions. Organizations migrating VMware, bare metal, Hyper-V, or database workloads can use AWS Transform to automate server replication and cutover, reducing the manual effort and risk involved in large-scale moves. This is particularly valuable for federal agencies, defense contractors, and regulated industries that must operate within the AWS GovCloud (US) boundary. Modernization, custom transformation, and assessment capabilities are not included in this regional launch and remain available in supported commercial Regions. To get started, see the AWS Transform documentation or visit the AWS Transform product page. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### ‘ดาวโจนส์’ ทรุดกว่า 600 จุด ‘ราคาน้ำมัน’ พุ่ง กดดันตลาด | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/600-or-the-bangkok-insight-or-line-today-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ &quot;ดาวโจนส์&quot; ดิ่งกว่า 600 จุด หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้... ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ดิ่งกว่า 600 จุด หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากเหตุโจมตีแหล่งน้ำมันซาอุดีอาระเบีย ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับแคนาดายังกดดันตลาดดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวล่าสุดที่ 52,790.62 จุด ร่วงลง 623.63 จุด หรือ 1.17% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 7,685.14 จุด ลดลง 33.46 จุด หรือ 0.43% และดัชนีแนสแด็กที่ 26,444.44 จุด ลดลง 62.55 จุด หรือ 0.24%ดาวโจนส์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะยานขึ้นใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบียนอกจากนี้ การซื้อขายในตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ กับแคนาดา โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านทรูธ โซเชียล ประกาศห้ามจำหน่ายเครื่องบินบอมบาร์ดิเอร์ของแคนาดาในสหรัฐอีกต่อไป เพื่อตอบโต้กรณีแคนาดาปิดกั้นไม่ให้ธนาคาร และบริษัทของสหรัฐเข้าดำเนินธุรกิจในประเทศขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มเข้าสู่ช่วงงดเว้นการแสดงความเห็นเกี่ยวกับนโยบายการเงิน (Blackout Period) หรือแบล็กเอาต์ พีเรียด ก่อนการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเฟด ในวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ตามกฎระเบียบของเฟด เจ้าหน้าที่เฟดจะไม่สามารถแสดงความเห็นหรือให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับนโยบายการเงินในช่วงดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะมาถึงล่าสุด เครื่องมือเฟดวอตช์ ของซีเอ็มอี กรุ๊ป ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรออกมาแข็งแกร่งเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (4 ก.ย.) ขณะที่ให้น้ำหนัก 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75%ด้านกระทรวงแรงงานสหรัฐ มีกำหนดเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์นี้ (11 ก.ย.) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับประเมินทิศทางเงินเฟ้อผลสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน จะเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี หลังเพิ่มขึ้น 3.4% ในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน จาก 0.1% ในเดือนก.ค.ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบรายปี จาก 2.5% ในเดือนก.ค. และเพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน เท่ากับเดือนก.ค.อ่านข่าวเพิ่มเติมเฟดสายเหยี่ยวหนุน 'ขึ้นดอกเบี้ย' ทันที ชี้ดีกว่าต้องเร่งขึ้นแรงในอนาคต'วอร์ช' ย้ำเฟดพร้อมดำเนินการหากจำเป็น มุ่งดึงเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2%'เฟด' คงดอกเบี้ย 3.50-3.75% ตามคาด แต่ 3 เสียงหนุนขึ้นดอกเบี้ย สกัดเงินเฟ้อติดตามเราได้ที่เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Samsung Galaxy A07s เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นประหยัด จอ 6.7 นิ้ว 90Hz กล้อง 50MP แบต 5,000mAh อัปเดตนาน 6 ปี :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-a07s-67-90hz-50mp-5000mah-6-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Samsung Galaxy A07s เปิดตัวพร้อมจอ LCD 6.7 นิ้ว 90Hz กล้อง 50MP แบต 5,000mAh และรับอัปเดตระบบกับความปลอดภัยนาน 6 ปี Samsung Galaxy A07s เปิดตัวแบบเงียบ ๆ จอ 6.7 นิ้ว 90Hz ชิป MediaTek G99+ กล้อง 50MP แบต 5,000mAh พร้อมอัปเดตนาน 6 ปี หลังจาก Samsung Galaxy A07s เคยปรากฏข้อมูลบน Google Play Console พร้อมกับ Galaxy A08 เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ล่าสุดสมาร์ตโฟนรุ่นประหยัดรุ่นนี้ดูเหมือนว่าจะเปิดตัวแบบเงียบ ๆ ในภูมิภาค Levant และเริ่มวางจำหน่ายแล้ว Samsung Galaxy A07s ใช้ชิป MediaTek G99+ แบบ Octa-core ที่ผลิตบนกระบวนการ 6nm จับคู่กับ RAM สูงสุด 6GB และพื้นที่จัดเก็บสูงสุด 128GB พร้อมช่อง microSD สำหรับเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ จอ LCD 6.7 นิ้ว 90Hz พร้อมกล้องหลัก 50MP ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ รองรับ Refresh Rate 90Hz ด้านกล้องถ่ายภาพ Samsung Galaxy A07s มีกล้องหลังหลัก 50MP ทำงานร่วมกับกล้อง Depth 2MP ส่วนด้านหน้ามีกล้องเซลฟี่ 8MP แบต 5,000mAh กันน้ำ IP54 และอัปเดตนาน 6 ปี Samsung Galaxy A07s ให้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับมาตรฐาน IP54 และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง ตัวเครื่องทำงานบน One UI ที่พัฒนาบน Android 16 และ Samsung ระบุว่าจะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการและความปลอดภัยเป็นเวลา 6 ปี ฟีเจอร์อื่น ๆ ประกอบด้วยช่องหูฟัง 3.5 มม., Wi-Fi แบบ Dual-band, GPS, Bluetooth 5.3 และพอร์ต USB Type-C เริ่มวางจำหน่ายแล้วในจอร์แดน ปัจจุบัน Samsung Galaxy A07s เริ่มวางจำหน่ายในประเทศจอร์แดน โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black, Green และ Light Violet สรุปสเปก Samsung Galaxy A07s เริ่มวางจำหน่ายแล้วในประเทศจอร์แดน ชิป MediaTek G99+ แบบ Octa-core กระบวนการผลิต 6nm RAM สูงสุด 6GB พื้นที่จัดเก็บสูงสุด 128GB รองรับ microSD หน้าจอ LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ Refresh Rate 90Hz กล้องหลัก 50MP กล้อง Depth 2MP กล้องหน้า 8MP แบตเตอรี่ 5,000mAh มาตรฐาน IP54 เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง Android 16 พร้อม One UI รับอัปเดตระบบปฏิบัติการและความปลอดภัยเป็นเวลา 6 ปี ช่องหูฟัง 3.5 มม. Wi-Fi แบบ Dual-band GPS Bluetooth 5.3 พอร์ต USB Type-C มีสี Black, Green และ Light Violet ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### Amazon RDS now supports the latest CU and GDR updates for Microsoft SQL Server URL: https://onesiamsoft.com/articles/amazon-rds-now-supports-the-latest-cu-and-gdr-updates-for-microsoft-sql-server-1 Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with Amazon RDS now supports the latest CU and GDR updates for Microsoft SQL Server Amazon Relational Database Service (Amazon RDS) for SQL Server now supports the latest Cumulative Updates (CU) and General Distribution Release (GDR) updates for Microsoft SQL Server. This release includes support for Microsoft SQL Server 2016 SP3+GDR KB5102340 (RDS version 13.00.6500.1.v1), SQL Server 2017 CU31+GDR KB5102337 (RDS version 14.00.3540.1.v1), SQL Server 2019 CU32+GDR KB5102335 (RDS version 15.09.4480.2.v1), SQL Server 2022 CU26 KB5093420 (RDS version 16.00.4265.3.v1) and SQL Server 2025 CU7 KB5096981 (RDS version 17.00.4065.4.v1). The GDR updates address vulnerabilities described in CVE-2026-47295, CVE-2026-47296, CVE-2026-54118, CVE-2026-55002. For additional information on the improvements and fixes included in these updates, see Microsoft documentation for KB5102340, KB5102337, KB5102335, KB5093420 and KB5096981. We recommend that you upgrade your Amazon RDS for SQL Server instances to apply these updates using Amazon RDS Management Console, or by using the AWS SDK or CLI. You can learn more about upgrading your database instance in the Amazon RDS SQL Server User Guide for upgrading your RDS Microsoft SQL Server DB engine. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### HUAWEI Pura 90s Series แท็กทีม พูห์-พาเวล จัด Pura Exclusive River Night ชูพลังกล้องเรือธง เริ่ม 34,990 บาท :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/huawei-pura-90s-series-pura-exclusive-river-night-34990-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 HUAWEI Pura 90s Series จัด Pura Exclusive River Night กับ ‘พูห์-พาเวล’ พาแฟนคลับล่องเรือ พร้อมสัมผัสกล้องเรือธง ราคาเริ่ม 34,990 บาท อบอุ่นเกินต้าน! ‘พูห์-พาเวล’ แท็กทีม HUAWEI Pura 90s Series พาแฟนคลับล่องเรือดินเนอร์หรู พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินในงาน ‘Pura Exclusive River Night’ เรียกว่าสร้างความประทับใจแบบเต็มอิ่มเมื่อ หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เนรมิตปรากฏการณ์ ‘Now is Your Moment’ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Pura Exclusive River Night with Pooh & Pavel” พาสองนักแสดงหนุ่มสุดฮอต ‘พูห์ - กฤติน’ และ ‘พาเวล - นเรศ’ พร้อมด้วยแฟนคลับผู้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟจำนวน 30 ท่าน ล่องเรือดินเนอร์หรู Saffron Cruise by Banyan Tree ดื่มด่ำบรรยากาศค่ำคืนสุดโรแมนติกกลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมร่วมสร้างโมเมนต์สุดฟินและสัมผัสประสบการณ์การถ่ายภาพระดับเรือธงด้วย HUAWEI Pura 90s Series   บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น ณ ท่าเรือไอคอนสยาม เพื่อนำเหล่าแฟนคลับขึ้นสู่เรือ Saffron Cruise ก่อนที่สองหนุ่ม ‘พูห์-พาเวล’ จะปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มสดใส และประเดิมความฟินด้วยการแสดงเปิดเวทีในรูปแบบมินิคอนเสิร์ต โชว์พลังเสียงร้องสุดพิเศษ 3 บทเพลงสะกดใจแฟน ๆ จากนั้นเพิ่มดีกรีความใกล้ชิด ณ บริเวณบาร์ กับช่วงรังสรรค์เครื่องดื่มสูตรพิเศษ ที่พูห์และพาเวลได้ร่วมกันลงมือปรุงเมนูม็อกเทลสูตรเฉพาะที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์และสีสันของ HUAWEI Pura 90s Pro ความฟินยังทวีคูณอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกิจกรรมถ่ายภาพโพลารอยด์คู่กับสองศิลปินแบบ 2:1 พร้อมลายเซ็นสดเก็บไว้เป็นความทรงจำ ตามด้วยไฮไลต์สำคัญที่ทุกคนรอคอยอย่าง ช่วง Exclusive Talk ที่เปิดโอกาสให้แฟนคลับผู้โชคดีได้พูดคุย ทักทาย และสบตากับสองหนุ่มแบบตัวต่อตัวคนละหนึ่งนาทีเต็ม ก่อนจะร่วมรับประทานอาหารค่ำสไตล์ไฟน์ไดนิ่งเลิศรสจากเรือ Saffron Cruise ท่ามกลางบรรยากาศสุดประทับใจ และปิดท้ายค่ำคืนแห่งความทรงจำด้วยกิจกรรม Hi-Touch กับศิลปินที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคำขอบคุณอันแสนอบอุ่นที่ท่าเรือไอคอนสยาม ไม่เพียงแต่โมเมนต์สุดประทับใจกับศิลปินคนโปรดเท่านั้น ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมบันทึกภาพความงดงามยามค่ำคืนตลอดเส้นทางล่องเรือที่แล่นผ่านแลนด์มาร์กสำคัญของไทย ทั้งวัดอรุณราชวราราม สะพานพระราม 8 พระบรมมหาราชวัง และเอเชียทีค โดย HUAWEI Pura 90s Series ได้โชว์ศักยภาพการถ่ายภาพที่เหนือชั้นด้วยเทคโนโลยีกล้องเสริมสีจริง 2.0 ช่วยบันทึกแสง สี และรายละเอียดวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างคมชัด และสมจริงดุจตาเห็น โดย HUAWEI Pura 90s Pro Max โดดเด่นด้วยกล้องเทเลโฟโต้เซนเซอร์ขนาดใหญ่ความละเอียดสูงถึง 200MP[1] ซูมภาพแลนด์มาร์กจากบนเรือได้อย่างคมชัด ไร้กังวลเรื่องระยะห่าง ขณะที่ HUAWEI Pura 90s Pro มาพร้อมกล้องเทเลโฟโต้มาโครโฟกัสวัตถุได้ใกล้สุด 5 ซม. พร้อมเสริมพลังด้วยชุดฟีเจอร์ AI อัจฉริยะที่ช่วยปรับแต่งภาพให้สวยสมบูรณ์แบบได้ทันที บนดีไซน์หรูหรา ทนทานด้วยกระจก Kunlun Glass รุ่นที่ 2 และใช้งานได้ยาวนานตลอดคืนด้วยแบตเตอรี่ความจุใหญ่ 6,000 mAh[2] ร่วมบันทึกทุกช่วงเวลาสำคัญและเก็บภาพความประทับใจให้สมบูรณ์แบบไปกับ HUAWEI Pura 90s Series ได้แล้ววันนี้ โดย HUAWEI Pura 90s Pro Max (12GB + 512GB) วางจำหน่ายในราคา 49,990 บาท มาพร้อม 4 สี ได้แก่ ส้มโอเชียน ม่วงซันเซ็ต ขาวบลัชโกลด์ และดำกราไฟต์ ส่วน HUAWEI Pura 90s Pro วางจำหน่ายในราคา 38,990 บาท สำหรับรุ่น 12GB + 512GB และราคา 34,990 บาท สำหรับรุ่น 12GB + 256GB มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ชมพูพิงก์กวาวา ส้มซ่า ขาวมะพร้าว และดำมัลเบอร์รี นอกจากนี้ ผู้ซื้อ HUAWEI Pura 90s Series ยังได้รับบริการหลังการขายที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น HUAWEI Care+ คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุ 1 ครั้งภายใน 1 ปี พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนแบตเตอรี่ภายใน 1 ปี, บริการติดฟิล์มหน้าจอฟรี 4 ครั้งภายใน 2 ปี, การรับประกันในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และ 1-to-1 VIP Service เพื่อการดูแลที่สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยสามารถสั่งซื้อได้ที่ HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง เว็บไซต์ และเฟซบุ๊กแฟนเพจ Huawei Mobile TH หรือแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery #HUAWEIPura90sSeriesxPoohPavel #PuraExclusiveRiverNight #NowIsYourMoment   [1] 200MP มีให้ใช้งานเฉพาะที่ซูม 4x (ต้องอัปเดต HOTA) อัตราการซูมแบบออปติคัลเป็นค่าประมาณ [2] ความจุแบตเตอรี่ทั่วไปคือ 6,000 mAh (ประเทศที่ไม่ใช่สหภาพยุโรป) ความจุแบตเตอรี่ที่ระบุคือ 5,850 mAh (5,270 mAh สำหรับประเทศในสหภาพยุโรป) วันที่ : 8/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### ราคาน้ำมันประจำวันที่ 08/09/69 อัปเดตจาก 4 สถานี URL: https://onesiamsoft.com/articles/080969-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคาน้ำมันประจำวันที่ 08/09/69 อัปเดตจาก 4 สถานี วันที่ 8 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ํามันอัปเดตล่าสุดจากผู้ให้บริการน้ำมันทุกชนิดจาก 4 สถานีบริการน้ำมัน ได้แก่ ปตท., บางจาก, PT และเชลล์ (อัปเดตข้อมูล ณ วันที่ 2 ก.ย.2569 เวลา 05.00 น.) มีราคาดังนี้  ราคาน้ำมันปั๊ม "ปตท." (PTT) แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 38.29 บาท /ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20:ราคา 33.29  บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85:ราคา 29.23  บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 37.92  บาท/ลิตร ดีเซล หมุนเร็วธรรมดา: ราคา 39.14  บาท/ลิตร เบนซิน  :ราคา 47.28  บาท/ ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "บางจาก" (Bangchak) แก๊สโซฮอล์ 95 : ราคา 38.229 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 :ราคา 33.29  บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E85:ราคา  29.23 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 : ราคา 37.92 บาท/ลิตร ดีเซล หมุนเร็วธรรมดา : ราคา 39.14  บาท/ลิตร ดีเซลพรีเมียม : ราคา  49.25 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "พีที" (PT) ดีเซล: ราคา  39.14 บาท/ ลิตร ดีเซล B20:ราคา 34.14 บาท /ลิตร เบนซิน: ราคา  47.78 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 38.29 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 37.92 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20:ราคา  33.29 บาท/ลิตร ราคาน้ำมันปั๊ม "เชลล์" (Shell) เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: ราคา 33.49 บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: ราคา 38.42  บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 38.79  บาท/ลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: ราคา 49.84 บาท/ลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล : ราคา 39.14 บาท/ลิตร เชลล์ ดีเซล บี20: ราคา 34.14  บาท/ลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล : ราคา 49.84  บาท/ลิตร ทั้งนี้การแสดงราคาน้ำมันข้างต้นนี้ได้อ้างอิงมาจากรายงานโดยสำนักนโยบายปิโตรเลียมและปิโตรเคมี หรือ สนพ. โดยมีอัปเดทราคาน้ำมันทุกครั้งที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันตอนตี 5 (5.00 น.) ของวันที่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงราคา ราคาที่แสดงนี้เป็นราคาขายปลีกน้ำมัน กทม. ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น กทม. โปรดสำรวจราคาจากหน้าปั๊มอีกครั้ง ที่มา : www.eppo.go.th Source: Originally published on สยามรัฐ. Read the full article at สยามรัฐ → ### Qualcomm Inc (QCOM) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 5.00% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/qualcomm-inc-qcom-500percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ควอลคอมม์ร่วมมือกับอเมซอนเพื่อพัฒนาโซลูชันชิปซิลิคอนและระบบเชื่อมต่อทางแสงแบบกำหนดเองข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrant) สำหรับอเมซอนในการเข้าซื้อหุ้นจำนวน 25 ล้านหุ้นควอลคอมม์รายงานรายได้ประจำปีที่ 44.28 พันล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 5.54 พันล้านดอลลาร์ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Qualcomm Inc (QCOM) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรทเต็ด (Qualcomm Incorporated) มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น เนื่องจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับแรงหนุนจากการบรรลุข้อตกลงทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในโครงการศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับองค์กร โดยเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2026 ควอลคอมม์ได้ประกาศความร่วมมือระยะยาวหลายเจเนอเรชันกับอเมซอน (Amazon) เพื่อพัฒนาชิปซิลิคอนแบบกำหนดเองในปริมาณมากสำหรับศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ โดยเน้นการประมวลผลเชิงอนุมานของ AI (AI inference workloads) โดยเฉพาะ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสองบริษัทยังร่วมกันพัฒนาโซลูชันการเชื่อมต่อทางแสงขั้นสูง ซึ่งรวมถึงระบบเชื่อมต่อทางแสง 1.6T รุ่นถัดไปที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูงภายในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ นอกจากนี้ ควอลคอมม์ยังได้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น (วอร์แรนท์) ให้แก่บริษัทในเครือของอเมซอนเพื่อเข้าซื้อหุ้นสามัญของควอลคอมม์ได้สูงสุด 25 ล้านหุ้น โดยผูกผลตอบแทนด้านตราสารทุนระยะยาวเข้ากับความสำเร็จเชิงพาณิชย์ตามเป้าหมายโดยตรง การประกาศครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ของควอลคอมม์ในการขยายฐานรายได้ให้ครอบคลุมมากกว่าธุรกิจสมาร์ทโฟนและชิปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบดั้งเดิม การคว้าลูกค้ารายใหญ่ระดับไฮเปอร์สเกลอย่าง อเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services) ทำให้นักลงทุนสถาบันมองว่าข้อตกลงนี้เป็นสิ่งยืนยันอย่างชัดเจนถึงสถาปัตยกรรมระบบประมวลผลที่ประหยัดพลังงานและศักยภาพด้านชิปซิลิคอนแบบกำหนดเองของควอลคอมม์สำหรับภาระงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์ ข้อตกลงนี้ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันของควอลคอมม์ในตลาดฮาร์ดแวร์ AI สำหรับศูนย์ข้อมูล ซึ่งเข้ามาเติมเต็มการขยายธุรกิจไปสู่โปรเซสเซอร์ Edge AI ระบบยานยนต์ และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่รองรับ AI ที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง ความคึกคักในตลาดวงกว้างยังได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากความก้าวหน้าด้านการดำเนินงานเมื่อเร็ว ๆ นี้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ของควอลคอมม์ อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากภาคองค์กรสำหรับชิปที่รองรับ AI ประกอบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มโปรเซสเซอร์ Edge อัจฉริยะ และแผนการปรับราคาในกลุ่มผลิตภัณฑ์บางประเภท ได้ช่วยตอกย้ำความคาดหวังต่อการขยายตัวของอัตรากำไรและการเติบโตของรายได้ในระยะยาว แม้ว่าพลวัตของห่วงโซ่อุปทานโลกจะยังคงเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ให้ความสนใจ แต่ข้อตกลงชิป AI แบบกำหนดเองระดับบิ๊กดีลกับอเมซอน ได้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนอย่างมาก ซึ่งจุดชนวนให้เกิดแรงซื้ออย่างคึกคักและส่งผลให้เกิดโมเมนตัมเชิงบวกในการปรับเพิ่มประเมินมูลค่าหุ้น (re-rating)การวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Qualcomm Inc (QCOM)ในเชิงเทคนิค Qualcomm Inc (QCOM) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 4.213 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 63.002 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 21.530 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Qualcomm Inc (QCOM)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Qualcomm Inc (QCOM) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 47 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงลบ.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Qualcomm Inc (QCOM) Qualcomm Inc (QCOM) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $44.28B จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $5.54B จัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ถือครอง โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $193.89 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $400.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $100.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Qualcomm Inc (QCOM)ปัจจัยเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การเร่งยกเลิกใช้โมเดมของแอปเปิล: ควอลคอมม์เผชิญกับปัจจัยลบเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากแอปเปิลยังคงเดินหน้าแทนที่โมเดมจากผู้ผลิตภายนอกด้วยชิปที่พัฒนาขึ้นเอง ส่งผลให้สัดส่วนที่ควอลคอมม์คาดว่าจะได้รับจากการเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ ๆ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญต่ำกว่าสมมติฐานก่อนหน้า และส่งผลให้คาดการณ์ว่ารายได้จะลดลงอย่างรวดเร็วไปจนถึงปีงบประมาณ 2027 การบีบตัวของอัตรากำไรในธุรกิจโทรศัพท์มือถือและเงินเฟ้อของต้นทุนวัตถุดิบ: ราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้นและอัตราเงินเฟ้อของชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานกำลังกดดันอุปสงค์สมาร์ตโฟน Android ทั่วโลก และกดดันอัตรากำไรขั้นต้นของควอลคอมม์ ส่งผลให้ต้องปรับขึ้นราคาชิปสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ในกลุ่มธุรกิจ QCT ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ความเสี่ยงด้านการดำเนินงานในการกระจายความเสี่ยงสู่ธุรกิจ AI นอกกลุ่มโทรศัพท์มือถือ: มุมมองของวอลสตรีทโดยรวมยังคงมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยส่วนใหญ่ยังคงมุมมองเป็น "ถือ" (Hold) อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับกรอบเวลาในการดำเนินงาน เนื่องจากชิปสำหรับศูนย์ข้อมูลและชิปสำหรับ AI PC ในระยะเริ่มต้นยังไม่สามารถสร้างปริมาณยอดขายได้มากพอที่จะชดเชยการลดลงของรายได้จากธุรกิจโทรศัพท์มือถือ ความเสี่ยงด้านภาษีศุลกากรทางการค้าและการกระจุกตัวของรายได้ในจีน: ด้วยรายได้ราว 46% ของบริษัทมาจากประเทศจีน การตัดสินใจเกี่ยวกับภาษีเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐฯ และการทบทวนนโยบายการค้าที่กำลังดำเนินอยู่นั้น ได้สร้างความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบและอุปสงค์ที่สูงขึ้นสำหรับระบบนิเวศฮาร์ดแวร์ของควอลคอมม์ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ปิดตลาดฯวันนี้ PTT-PTTEP-AOT ดันดัชนีฯ ยืนในแดนบวก - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/ptt-pttep-aot-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ปิดตลาดฯวันนี้ PTT-PTTEP-AOT ดันดัชนีฯ ยืนในแดนบวก efinanceThai หุ้นไทย ปิดบวก 3.07 จุด รับแรงหนุนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ รอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ | การเงินธนาคาร LINE TODAY หุ้นไทยเปิดบวก 6.15 จุด กลุ่มพลังงานต้นน้ำรับอานิสงส์สงคราม เดลินิวส์ สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธ ปิดตลาดฯวันนี้ PTT-PTTEP-AOT ดันดัชนีฯ ยืนในแดนบวก  efinanceThaiหุ้นไทย ปิดบวก 3.07 จุด รับแรงหนุนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ รอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ | การเงินธนาคาร  LINE TODAYหุ้นไทยเปิดบวก 6.15 จุด กลุ่มพลังงานต้นน้ำรับอานิสงส์สงคราม  เดลินิวส์สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 652.87 ลบ.(SET)  RYT9DELTA คืนชีพ...ลากหุ้นทะลุ 1600 จุด / สุนันท์ ศรีจันทรา  ผู้จัดการออนไลน์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ครม. ไฟเขียวร่างพ.ร.บ.สตาร์ทอัพ ปลดล็อกข้อจำกัด-เพิ่มโอกาสเข้าถึงทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788899497974 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเดิม เดินหน้าเปิดทางเข้าถึงทุน หวังสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยให้เติบโต แข่งขันได้ในระดับสากล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม. มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเดิม เดินหน้าเปิดทางเข้าถึงทุน หวังสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยให้เติบโต แข่งขันได้ในระดับสากล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดทางกฎหมายและสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจสตาร์ทอัพ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ *คุณสมบัติ กำหนดลักษณะบริษัทสตาร์ทอัพที่สามารถเข้าสู่ระบบ ได้แก่ เป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งมาไม่เกิน 10 ปี มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีไม่เกิน 300 ล้านบาท ไม่เคยจ่ายเงินปันผล ไม่มีบริษัทอื่นเข้ามาควบคุมกิจการ ทั้งนี้ สามารถยื่นแบบรับรองตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA สิทธิประโยชน์เครื่องมือระดมทุน ให้สิทธิและประโยชน์แก่บริษัทสตาร์ทอัพเป็นเวลา 5 ปี อาทิ การเสนอขายหุ้นต่อประชาชนและออกหุ้นกู้ การแปลงหนี้เป็นทุน การแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญ การทยอยให้หุ้น (Vesting) รวมถึงการถือหุ้นของตนเองเพื่อจัดสรรให้กรรมการ พนักงาน หรือนักลงทุนตามโครงการ ESOP และข้อตกลงการลงทุน ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด NIA สนับสนุนเงินทุน และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลาง NIA สนับสนุนเงินทุนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการให้กู้ยืม การถือหุ้นหรือร่วมลงทุน รวมถึงทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางแบบ One-Stop Service เพื่อประสานสิทธิประโยชน์ด้านการเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว ทรัพย์สินทางปัญญา ภาษี การจัดซื้อจัดจ้าง และด้านอื่น ๆ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเกษตรหรือสาขาที่กำหนด อาจได้รับสิทธิประโยชน์นานกว่า 5 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี ร่างกฎหมายเป็นมาตรการทางเลือก ไม่บังคับ ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้สิทธิและประโยชน์ตามกฎหมายได้ตามความเหมาะสม ไม่ได้บังคับให้สตาร์ทอัพทุกรายต้องเข้าสู่ระบบ พร้อมกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพ การดำเนินการดังกล่าว จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัด เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและองค์ความรู้ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ตอัปไทย ให้มีศักยภาพเติบโตและแข่งขันในระดับสากล พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/รัชดา คงขุนเทียน Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### Strategy ทุ่ม 176 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ STRC แทนสะสมบิตคอยน์เพิ่ม URL: https://onesiamsoft.com/articles/strategy-176-strc Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Strategy ของ Michael Saylor งดซื้อขายบิตคอยน์ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หันใช้เงินสด 176 ล้านดอลลาร์ซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC พร้อมขยายวงเงินโครงการซื้อคืนเป็น 2 พันล้านดอลลาร์ Strategy ใช้เงินกว่า 176 ล้านดอลลาร์สหรัฐซื้อคืน หุ้นบุริมสิทธิ STRC ของตัวเองในสัปดาห์ที่แล้ว โดยไม่เพิ่มการถือครอง บิตคอยน์ (BTC) ส่งผลให้พอร์ตบิตคอยน์ของบริษัททรงตัวอยู่ที่ 845,050 เหรียญ ประเด็นสำคัญ Strategy ไม่มีดีลซื้อหรือขายบิตคอยน์ในสัปดาห์สิ้นสุด 7 ก.ย. คงถือ 845,050 BTC บริษัทซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC ทั้งหมด 1,810,885 หน่วย มูลค่าราว 176.3 ล้านดอลลาร์ โดยใช้เงินสดล้วน ๆ คณะกรรมการอนุมัติขยายวงเงินโครงการซื้อคืน Digital Credit Securities เป็น 2 พันล้านดอลลาร์ จากเดิม 1 พันล้านดอลลาร์ Strategy พักซื้อบิตคอยน์ ดันเพดานซื้อคืนหลักทรัพย์เท่าตัว รายงานแบบฟอร์ม 8-K ที่บริษัท ยื่น ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันอังคาร ระบุว่า Strategy ซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิ STRC จำนวน 1,810,885 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 176.3 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้เพิ่มวงเงินโครงการ Digital Credit Securities Repurchase Program จาก 1 พันล้านดอลลาร์เป็น 2 พันล้านดอลลาร์ โดย Michael Saylor ประธานบริหาร (Executive Chairman) ได้ออกมา โพสต์ ตัวเลขดังกล่าวในแพลตฟอร์ม X ในเช้าวันเดียวกัน บริษัทระบุว่าแหล่งเงินสำหรับซื้อคืนมาจาก USD Cash ทั้งหมด ซึ่งเป็นกองเงินสดที่กันไว้เพื่อการบริหารคลังโดยทั่วไป ณ วันที่ 7 ก.ย. บัญชีนี้มีเงินสด 1.44 พันล้านดอลลาร์ แยกจากเงินสดอีก 5.10 พันล้านดอลลาร์ที่สำรองไว้เพื่อจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยตราสารหนี้ของบริษัท Strategy ยังคงถือครอง 845,050 BTC หรือมากกว่า 4% ของเพดานอุปทานบิตคอยน์ที่ 21 ล้านเหรียญ มูลค่ารวมราว 66.1 พันล้านดอลลาร์ตามราคาตลาดวันอังคาร ต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตอยู่ที่ 75,412 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้บริษัทมีกำไรที่ยังไม่รับรู้บนกระดาษ (paper gain) ประมาณ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากรายงานของ The Block ขณะที่ราคาบิตคอยน์ซื้อขายแถว 78,300 ดอลลาร์ในวันอังคาร ยังคงรักษาช่วงรีบาวด์ที่ดันราคาขึ้นเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม อ่านเพิ่มเติม: เครือข่าย Robinhood แซง Solana ครั้งแรกด้วยวอลุ่มซื้อขาย DEX รายวัน 1.45 พันล้านดอลลาร์ Phong Le ยันขายบิตคอยน์เพื่อจ่ายปันผลเป็นดีลที่เหมาะสม Phong Le ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strategy กล่าวว่า การตัดสินใจขายบิตคอยน์ราว 7,000 BTC ในช่วงราคาประมาณ 60,000–65,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญก่อนหน้านี้เป็น “ดีลที่ถูกต้องในเวลานั้น” เพราะช่วยนำเงินไปจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ เขาระบุว่า ในช่วงพักการซื้อสะสม บริษัทลดหนี้สุทธิจากราว 7 พันล้านดอลลาร์ลงมาเป็นศูนย์ และสะสมเงินสดเพิ่มจนเข้าใกล้ 7 พันล้านดอลลาร์ บริษัทกลับมาซื้อบิตคอยน์อีกครั้งช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ราคาเฉลี่ย 80,318 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ด้าน STRC ซึ่งเป็นตราสารหุ้นบุริมสิทธิอัตราดอกเบี้ยลอยตัวแบบไม่มีวันครบกำหนด ออกแบบให้ซื้อขายใกล้ราคามาตรฐาน 100 ดอลลาร์ต่อหน่วย การซื้อคืนรอบล่าสุดช่วยหนุนให้ราคาปรับกลับเข้าใกล้กรอบดังกล่าว โดยหุ้น STRC ซื้อขาย แถว 97 ดอลลาร์ในวันอังคาร สูงกว่าจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนที่ราว 76 ดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ Saylor และ Le ยังได้ร่วมกัน ทำหนังสือโต้แย้ง ถึง MSCI ต่อข้อเสนอปรับเกณฑ์ดัชนี Global Investable Market Indexes โดยเพิ่มเงื่อนไขตัด “บริษัทที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจหลัก” ออก พวกเขามองว่ามาตรการดังกล่าวมีลักษณะกีดกันบริษัทที่ถือบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์คลัง และควรถูกยกเลิก Strategy ยอมรับว่าหากใช้เกณฑ์ใหม่นี้จริง ผลกระทบต่อธุรกิจบริษัทจะมีจำกัด แต่จะบ่อนเซาะความน่าเชื่อถือของ MSCI ในฐานะผู้จัดทำดัชนีซึ่งควรมีบทบาทเป็น “กรรมการกลาง” ที่เป็นกลางในตลาดการเงินโลก กลยุทธ์ซื้อบิตคอยน์ของ Strategy เริ่มผันผวน ตลอดช่วงฤดูร้อน Strategy หยุดซื้อบิตคอยน์ไปราว 10 สัปดาห์เพื่อซ่อมแซมงบดุลและสะสมสภาพคล่อง ในช่วงดังกล่าวบริษัทเลือกขายเหรียญออกแทนการซื้อเพิ่ม ปรับลดพอร์ตในช่วงราคาต่ำแถว 60,000 ดอลลาร์ ก่อนย้อนกลับไปไล่ซื้อในระดับเหนือ 80,000 ดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม หุ้นสามัญของบริษัทภายใต้ชื่อย่อ MSTR ปิดการซื้อขายวันศุกร์ที่ 142.80 ดอลลาร์ บวก 6.6% เมื่อเทียบสัปดาห์ต่อสัปดาห์ แต่ยังติดลบราว 7.6% นับตั้งแต่ต้นปี อ่านต่อ: ธนาคารในบราซิลขายคริปโต แต่ไม่ยอมรับความเสี่ยงบนงบดุลมูร์ตูซาเป็นนักข่าวการเงินมากประสบการณ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการรายงานข่าวเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อกเชน เขาเคยเขียนบทความให้กับ Benzinga และ Cointelegraph รวมถึงสื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยมุ่งเน้นการรายงานเกี่ยวกับเทรนด์ที่เกิดขึ้นใหม่ ภูมิทัศน์ด้านกฎระเบียบ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คุณสามารถติดตามเขาได้ที่ @murtuza_merc บน Twitter และ mmerchant001 บน Telegram การเปิดเผยข้อมูล: มูร์ตูซาถือครองเหรียญ ATOM, AKT, TIA, INJ และ OSMO Source: Originally published on yellow.com. Read the full article at yellow.com → ### หุ้นกลุ่ม AI ทำกำไรให้ผมเป็นกอบเป็นกำเลย 🤖 URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-1788899484843 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 [Picture] Leopoldโพสต์ · 02:04ข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม1ยอดชม 44K ครั้งรีพอร์ตความคิดเห็น (3)เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็นเขียนความคิดเห็น...31 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### สาย Bear ของ Micron โดนทับเละ หลังแรงซื้อพุ่งทะลักกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์: รายงานเกาะติดฝั่งขาย Short URL: https://onesiamsoft.com/articles/bear-micron-18-short Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เหล่าขาแช่งที่พยายามขวางทางขาขึ้นจากกระแส AI ของ $undefined (MU.US)$ กำลังถูกกำแพงเงินไหลเข้าจากการซื้อสุทธิกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์วิ่งทับ แม้ว่าปริมาณขาย Short รายวันจะขยับขึ้นไปเกือบ 10% ของกิจกรรมการซื้อขายทั้งหมดในส่วนของช่วงเวลาเทรดเมื่อวันศุกร์ แต่หุ้น Micron ก็ยังทะลุแนวต้ เหล่าขาแช่งที่พยายามขวางทางขาขึ้นจากกระแส AI ของ $Micron Technology (MU.US)$ กำลังถูกกำแพงเงินไหลเข้าจากการซื้อสุทธิกว่า 1.8 พันล้านดอลลาร์วิ่งทับ แม้ว่าปริมาณขาย Short รายวันจะขยับขึ้นไปเกือบ 10% ของกิจกรรมการซื้อขายทั้งหมดในส่วนของช่วงเวลาเทรดเมื่อวันศุกร์ แต่หุ้น Micron ก็ยังทะลุแนวต้านต่อเนื่องเข้าสู่โซนเลขสี่หลักเหนือ $1,040 เมื่อตลาดกลับมาเปิดทำการในวันอังคารหลังหยุดยาวช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อแบบ Block Order จากสถาบันและการเก็บหุ้นของรายย่อยสามารถดูดซับการทำ Hedging ฝั่ง Short ระหว่างวันได้อย่างสบายๆ ก่อนที่บริษัทจะประกาศผลประกอบการสำคัญในช่วงปลายเดือนกันยายนการเทรดหุ้น Micron ที่ยืมมาเพื่อขาย Short พุ่งขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 3.44 ล้านหุ้นเมื่อวันศุกร์ ในขณะที่ราคาหุ้นดีดตัวขึ้น 6.1% ปิดเหนือระดับ $1,000 เป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามสัปดาห์ และดูเหมือนว่าราคาหุ้นจะเดินหน้าบวกต่อ โดยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ $1,041.07 ในช่วงเช้าวันอังคาร การเคลื่อนไหวของราคาที่เป็นขาขึ้นนี้ได้บีบให้เทรดเดอร์ที่วางเดิมพันฝั่งขาลง (Bearish) ในช่วงเวลาเทรดก่อนหน้าต้องเจอกับภาวะ Squeeze เนื่องจากแรงซื้อสุทธิมหาศาลได้ดูดซับการขาย Short ไปจนหมดข้อมูลจาก TrendForce ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า รายได้จากหน่วยความจำทั่วโลกสำหรับอุตสาหกรรม DRAM พุ่งสูงขึ้นเกือบ 60% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าในไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 โดยรายงานระบุว่าการเติบโตของรายได้ DRAM ของ Micron นั้นแซงหน้าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยพุ่งขึ้นเกือบ 66% แตะระดับ 3.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสนั้น และช่วยดันส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 23.3% ท่ามกลางการแรลลี่ของราคาเมื่อวันศุกร์ เม็ดเงินไหลเข้าสุทธิใน Micron พุ่งแตะ 5.41 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าเม็ดเงินไหลออกที่ 3.62 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ที่ติดตามโดย moomoo ความไม่สมดุลดังกล่าวทำให้เกิดเงินไหลเข้าสุทธิรายวัน 1.78 พันล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อรายย่อยขนาดเล็กที่มีเงินไหลเข้าถึง 3.04 พันล้านดอลลาร์ข้อมูลคำสั่งซื้อ Big Lot ของสถาบันยืนยันว่ากระแสเงินซื้อรายใหญ่เปลี่ยนเป็นบวกอย่างมากในช่วงก่อนวันศุกร์ กองทุนขนาดใหญ่ได้สะสมหุ้นไปพร้อมกับนักลงทุนรายย่อยแทนที่จะขายทำกำไรในช่วงที่ราคาพุ่งขึ้น แนวโน้มดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปในวันอังคาร โดยมีเงินไหลเข้าสุทธิมากกว่าเงินไหลออกถึง 194.33 ล้านดอลลาร์ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของการเทรดผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจาก $Samsung Electronics (005930.KR)$ และ $SK hynix (SKHY.US)$มีกำหนดจะรายงาน ผลประกอบการ ไตรมาสที่ 4 ตามปีงบประมาณสำหรับงวด 3 เดือนสิ้นสุดเดือนสิงหาคมในช่วงปลายเดือนกันยายน ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่ารายได้ DRAM ของ Samsung เติบโตขึ้น 63.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ในขณะที่ SK Hynix เพิ่มขึ้น 37.9%ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลุ่มผู้ผลิตชิปได้รับแรงกระตุ้นจากการเปิดตัว GPT-6 Astra โดย OpenAI เมื่อวันพฤหัสบดี โมเดลใหม่นี้มี Context Window ขนาด 1 ล้านทอกเก็น (token) ซึ่งช่วยเพิ่มความต้องการหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) ในศูนย์ข้อมูลคลาวด์อย่างมหาศาลการเปิดตัวครั้งนี้ช่วยเสริมความเชื่อมั่นในแนวโน้มการเติบโตของซัพพลายเออร์ชิปหน่วยความจำ เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงยังคงแซงหน้ากำลังการผลิตทั่วโลก ตลาดหน่วยความจำในภาพรวมกำลังได้รับอานิสงส์จากภาวะอุปทานตึงตัวอย่างหนักในอุตสาหกรรม กราฟการกระจายราคาที่ติดตามโดย moomoo แสดงให้เห็นว่า 88.54% ของหุ้นที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดปัจจุบันถือครองอยู่ที่ระดับกำไร ต้นทุนเฉลี่ยสำหรับผู้ถือหุ้นรายใหม่ๆ อยู่ที่ 922 ดอลลาร์ ซึ่งกลายเป็นแนวรับทางเทคนิคที่แข็งแกร่งที่ระดับ 900 ดอลลาร์ อัตราส่วนกำไร (Profit ratio) คือการวัดเปอร์เซ็นต์ของหุ้นที่ซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ซึ่งอัตราส่วนกำไรที่สูงจะช่วยลดแรงเทขาย เนื่องจากมีนักลงทุนจำนวนน้อยลงที่ถือ ​สถานะพอร์ต ที่ขาดทุนเพื่อรอขายคืนทุนกราฟเทคนิคที่ติดตามโดย moomoo ระบุแนวต้านสำคัญด้านบนไว้ที่ 1,096 ดอลลาร์ แนวต้านทางเทคนิคคือเพดานราคาที่ในอดีตแรงขายมักจะมากกว่า อำนาจซื้อสำหรับนักลงทุนรายย่อย การรวมกันของเงินไหลเข้าสุทธิที่แข็งแกร่งและ ​จำนวนขาย Short คงค้าง ที่ต่ำเพียง 2.66% ส่งสัญญาณถึงโมเมนตัมขาขึ้นที่สดใส ความเสี่ยงด้านขาลงที่สำคัญมาจากแรงเทขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้น หรือการย่อตัวลงของกลุ่มเทคโนโลยีในภาพรวมก่อนการประกาศ ผลประกอบการ ปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Sapporo Breweries ย้ายฐานผลิตเบียร์จากแคนาดาไปสหรัฐฯ หลังเจอพิษภาษีทรัมป์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sapporo-breweries Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ซัปโปโร บริวเวอรี่ (Sapporo Breweries) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น เตรียมย้ายฐานการผลิตเบียร์บางส่วนจากแคนาดาไปยังสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเบียร์จากแคนาดาในอัตรา 50% ท่ามกลางการเร่งปรับธุรกิจในอเมริกาเหนือ ริเอโกะ โชฟุ ซัปโปโร บริวเวอรี่ (Sapporo Breweries) ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับ 4 ของญี่ปุ่น เตรียมย้ายฐานการผลิตเบียร์บางส่วนจากแคนาดาไปยังสหรัฐฯ หลังสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเบียร์จากแคนาดาในอัตรา 50% ท่ามกลางการเร่งปรับธุรกิจในอเมริกาเหนือ ริเอโกะ โชฟุ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของซัปโปโร บริวเวอรี่ กล่าวว่า บริษัทจะย้ายการผลิตเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งปัจจุบันผลิตในแคนาดาสำหรับตลาดสหรัฐฯ ไปผลิตในสหรัฐฯ ภายในครึ่งแรกของปี 2570 โดยอยู่ระหว่างพิจารณาทั้งการซื้อหรือสร้างโรงเบียร์บนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ รวมถึงการว่าจ้างผู้ผลิตรายอื่น ภาษีเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราจึงจะเดินหน้าผลิตในประเทศ โชฟุกล่าวย้ำ นอกจากนี้ บริษัทยังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตบนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เพื่อขยายแบรนด์เรือธงในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดต่างประเทศขนาดใหญ่ของบริษัท โดยเบียร์ซัปโปโรเป็นแบรนด์เบียร์เอเชียที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐฯ รายงานระบุว่า การย้ายฐานการผลิตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับธุรกิจ หลังบริษัทเผชิญปัญหาการเข้าซื้อกิจการในอเมริกาเหนือที่สร้างผลตอบแทนไม่เพียงพอในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทขายกิจการ Stone Brewing (สโตน บริวอิ้ง) ในปี 2565 และปิดกิจการ แองเคอร์ บริวอิ้ง (Anchor Brewing) ในปี 2566 บริษัทตั้งเป้าลงทุน 3-4 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.9-2.6 พันล้านดอลลาร์) จนถึงปี 2573 รวมถึงการเข้าซื้อกิจการ โดยมีเป้าหมายเพิ่มกำไรจากการดำเนินงานจากราว 2.4 หมื่นล้านเยนในปีที่ผ่านมา เป็น 4 หมื่นล้านเยน และคาดว่าประมาณ 30% ของกำไรจะมาจากธุรกิจในต่างประเทศ นอกจากสหรัฐฯ แล้ว ซัปโปโรยังขยายธุรกิจในเอเชีย โดยในเดือนก.ค. บริษัทประกาศร่วมทุนกับคาร์ลสเบิร์ก (Carlsberg) เพื่อขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่บริษัทกำลังมองหาโอกาสลงทุนในจีนและเกาหลีใต้ด้วย โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/กัลยาณี ชีวะพานิช Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### บิ๊ก ITOCHOU ถก ศุภจี-วราวุธ เพิ่มร่วมมือลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต ต่อยอด แปรรูปอาหาร-เทคโนโลยีสื่อสาร URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochou Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เมื่อวันที่ 8 กันยายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ 8 กันยายน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (President & Chief Operating Officer) ITOCHU Corporation พร้อมด้วยนายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย–ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ITOCHU Corporation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยนางศุภจี กล่าวภายหลังว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การ ร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลก ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ สาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคต รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้าน ยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต ขณะที่ฝ่ายญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้ นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย “ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในระยะต่อไปไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้ก้าวจากการลงทุนและการผลิต ไปสู่ การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลก” Source: Originally published on มติชนออนไลน์. Read the full article at มติชนออนไลน์ → ### Samsung Galaxy A07s เปิดตัวแล้วด้วยจอ 90Hz ชิป Helio G99+ แบต 5,000mAh พร้อมอัปเดตยาว 6 ปี URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-a07s-90hz-helio-g99-5000mah-6 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Samsung Galaxy A07s มือถือราคาประหยัดรุ่นใหม่เปิดตัวออกมาแบบเงียบๆ ในประเทศจอร์แดนก่อนที่อื่นๆ หลังจากก่อนหน้านี้ตัวเครื่องเคยปรากฏพร้อมกับ Galaxy A08 มาแล้ว Samsung Galaxy A07s มือถือราคาประหยัดรุ่นใหม่เปิดตัวออกมาแบบเงียบๆ ในประเทศจอร์แดนก่อนที่อื่นๆ หลังจากก่อนหน้านี้ตัวเครื่องเคยปรากฏบน Google Play Console พร้อมกับ Galaxy A08 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้ก็เตรียมจะเปิดตัวในไทยด้วยเหมือนกัน เพราะว่าผ่านการรับรองจาก กสทช. ทั้งหมดแล้ว รวมถึงมีข้อมูลหน้าเว็บขึ้นมาแล้วเช่นกัน คาดว่าจะเปิดตัวออกมาเร็วๆ นี้ โดยรุ่นใหม่นี้ได้อัปเกรดชิปใหม่ พร้อมจุดเด่นอย่างหน้าจอ 90Hz กล้องหลัก 50MP และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้ยาวนาน ส่วนรุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้คือ Samsung Galaxy A07 4G ที่มีราคาเริ่มต้น 3,299 บาทด้วย สั่งซื้อได้ที่ Shopee/ Lazada จากข้อมูลบนหน้าเว็บ Samsung จอร์แดนเผยหน้าตาของ Samsung Galaxy A07s ที่ดูคล้ายกับรุ่นหลักอย่าง A07 เลย หน้าจอเป็นแบบ PLS LCD ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด HD+ รองรับ Refresh Rate 90Hz ตัวเครื่องสามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ที่ IP54 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างตัวเครื่องเพื่อปลดล็อกได้สะดวก จุดที่ได้อัปเกรดหลักๆ ถ้าเทียบกับ Galaxy A07 ก็คือชิปประมวลผล ที่รุ่น Galaxy A07s นี้เปลี่ยนมาใช้ MediaTek Helio G99+ ในขณะที่ Galaxy A07 รุ่นเดิมใช้ Helio G99 ก็คือเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพเป็นหลัก มากกว่าการเปลี่ยนดีไซน์หรือสเปคส่วนอื่นทั้งหมด ตัวกล้องหลังรุ่นนี้จะมีกล้องหลักความละเอียด 50MP พร้อมกับกล้อง Depth ความละเอียด 2MP ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 8MP เน้นการใช้งานทั่วไป สแกนเอกสาร วิดีโอคอล และถ่าย Portrait ได้พอสมควร โดยมีแบตเตอรี่มีความจุ 5,000mAh Samsung Galaxy A07s มีข่าวว่าจะมาพร้อม Android 16 และ One UI ตั้งแต่แกะกล่อง แต่ว่าข้อมูลจากหน้าเว็บ Samsung ในหน้าสเปคก็ไม่ได้บอกเวอร์ชั่น Android และ One UI อะไรเลย ดังนั้นก็อาจจะมีความแตกต่างกันตามแต่ละประเทศก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังสามารถอัปเกรดระบบได้ 6 รุ่น และอัปเดตความปลอดภัยนาน 6 ปีกันเลยทีเดียว การเชื่อมต่อรองรับ 4G, Wi-Fi, Bluetooth 5.3, GPS พอร์ต USB Type-C และยังคงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. ราคาและการวางจำหน่าย Samsung Galaxy A07s มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่สีดำ, สีเขียว และสีม่วง และเริ่มวางจำหน่ายแล้วในจอร์แดน ส่วนประเทศอื่น รวมถึงประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเรื่องการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตอนนี้ ส่วนตลาดจอร์แดนรุ่นนี้จะมีรุ่น RAM 4GB + 64GB ในราคา 119 ดีนาร์จอร์แดน หรือประมาณ 5,500 บาท แต่คาดว่าตลาดอื่นๆ จะมี RAM สูงสุด 6GB และความจุสูงสุด 128GB พร้อมช่องใส่ microSD Card สูงสุดถึง 2TB ด้วย ที่มา: gsmarena, sammobile, Samsung levant Source: Originally published on Specphone. Read the full article at Specphone → ### Veeam นำเสนอ Agentic AI Governance รับมือภูมิทัศน์ด้าน AI Governance ที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทย [PR] URL: https://onesiamsoft.com/articles/veeam-agentic-ai-governance-ai-governance-pr Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ Command Platform โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำมาตรการดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและ AI governance ไปปฏิบัติได้จริงในสภาพแวดล้อมข้อมูลและ AI ที่ซับซ้อน September 8, 2026 AI, Cloud and Systems, Event, Government Technology, Press Release, Products, Veeam Veeam Software ซึ่งเป็น The Data and AI Trust Company นำเสนอ agentic AI ศักยภาพสูงบน Veeam DataAI™ Command Platform โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรนำมาตรการดูแลด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและ AI governance ไปปฏิบัติได้จริงในสภาพแวดล้อมข้อมูลและ AI ที่ซับซ้อน AI agents ของ Veeam ช่วยให้เวิร์กโฟลว์ด้านความเป็นส่วนตัว การขอความยินยอม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นแบบอัตโนมัติ ด้วยความรวดเร็วจากเทคโนโลยีระดับสูง ในขณะที่ประเทศไทยเพิ่มการบังคับใช้ PDPA และเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ AI ที่เสนอหลักความรับผิดโดยเคร่งครัด (strict liability) เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทยของ Veeam กล่าวว่า “สำหรับองค์กรธุรกิจไทย เรื่องนี้ไม่ใช่การถกเถียงในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป เพราะ PDPC ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแนวปฏิบัติด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใน AI ขณะที่ ETDA ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ AI ว่าทุกธุรกิจต้องแสดงให้เห็นได้ว่า AI ขององค์กรใช้ข้อมูลอย่างไร รวมทั้งตอบสนองนโยบายการกำกับดูแลอย่างไร ขณะที่ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล(regulated sectors)ต่างขยายขอบเขตการใช้งาน AI  ดังนั้น  ความสามารถในการแสดงหลักฐานของการกำกับดูแล ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตั้งแต่แรก ไม่ใช่สิ่งที่นำมาเพิ่มภายหลัง” อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI agents เหล่านี้ได้ที่บล็อกของ Veeam ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.veeam.com Check Also สตาร์ทอัพดาวเทียมไฮเปอร์สเปกตรัม Pixxel ระดมทุน 100 ล้านดอลลาร์ Pixxel ผู้พัฒนาดาวเทียมสำรวจโลกที่มีฐานการดำเนินงานในประเทศอินเดีย ระดมทุนได้ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Temasek กองทุนความมั่งคั่งของประเทศสิงคโปร์ และ Seraphim นักลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศ เป็นผู้นำการระดมทุนในรอบ Series C ครั้งนี้ … หัวหน้านักวิทย์ OpenAI เสนอชะลอวิจัย AI Jakub Pachocki หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์ของ OpenAI ได้เรียกร้องให้มีการชะลอการวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ หลังจากที่บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมรายอื่น ๆ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองเดียวกันในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้ Source: Originally published on TechTalkThai. Read the full article at TechTalkThai → ### 3 โบรกคาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์ลงทุน - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/3-thunhoon-12 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 3 โบรกคาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์ลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### adidas Originals x Simone Rocha FW26 เปลี่ยน Taekwondo และ Climacool ให้หรูแบบโรแมนติก URL: https://onesiamsoft.com/articles/adidas-originals-x-simone-rocha-fw26-taekwondo-climacool Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ชม adidas Originals x Simone Rocha Fall/Winter 2026 กับ Taekwondo Ballerina, Climacool และ Japan Fuzzy Slip On วางขายทั่วโลก 10 กันยายน adidas Originals จับมือดีไซเนอร์ชาวไอริช Simone Rocha เปิดตัวคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 อย่างเป็นทางการ หลังเผยโฉมครั้งแรกบนรันเวย์ที่ลอนดอนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ความร่วมมือครั้งนี้นำภาษาดีไซน์ที่โรแมนติก งานประดับ และงานฝีมือของ Rocha มาผสมกับรองเท้าและ sportswear จากคลังของ adidas แคมเปญ adidas Originals by Simone Rocha Fall/Winter 2026 ถ่ายภาพโดย Justine Kurland ภาพ: adidas 3 รองเท้าคุ้นตา ในมุมมองที่หวานแต่ยังมีความสปอร์ต ไฮไลต์ฝั่ง footwear ประกอบด้วย 3 รุ่น ได้แก่ SR Taekwondo Ballerina, SR Climacool และ SR Japan Fuzzy Slip On แต่ละคู่ถูกปรับบุคลิกจากต้นฉบับให้มีความ feminine และแฟชั่นมากขึ้น โดยยังเห็นรากของรองเท้า adidas Originals ชัดเจน SR Taekwondo Ballerina เปลี่ยน Three Stripes ให้กลายเป็นระบบผูกด้วยริบบิ้น พร้อมงานประดับคล้ายไข่มุกและ diamanté บริเวณปลายเท้า ขณะที่ SR Climacool นำรองเท้าวิ่ง performance มาแปลงเป็นทรง Mary Jane ใช้ upper หนัง ลิ้นรองเท้าแบบ cut-out และ heel counter ที่มีรูปทรงเหมือนงานประติมากรรม ส่วน SR Japan Fuzzy Slip On หยิบรองเท้าจาก archive มาทำเป็นทรงสวม เปิดส้น ใช้ upper ผิวสัมผัสคล้ายขนม้า และตีความแถบ Three Stripes เป็นชิ้นประดับทรงไข่มุก ทำให้ทั้งสามรุ่นอยู่กึ่งกลางระหว่าง sneaker, ballet shoe และแฟชั่นชิ้นเด่นได้อย่างน่าสนใจ รองเท้าและเสื้อผ้าจากคอลเลกชัน Fall/Winter 2026 ในภาพแคมเปญโดย Justine Kurland — ภาพ: adidas เสื้อผ้าคลาสสิกถูกปรับสัดส่วนใหม่ คอลเลกชันไม่ได้มีเฉพาะรองเท้า แต่ยังครอบคลุม apparel และ accessories ด้วย เสื้อ track top รุ่น Firebird ถูกตัดให้สั้นและเพิ่มวอลุ่ม ส่วน Beckenbauer เติมชั้นผ้า tulle ด้านล่าง และ Superstar track top เปลี่ยนเป็นแขนพอง นอกจากนี้ยังมีเดรส กระโปรง กางเกงแต่งระบาย leotard และเสื้อยืด รายละเอียดอย่าง Trefoil brooch, กิ๊บติดผม ถุงเท้าฟุตบอลสูงถึงเข่า และกระเป๋า Airline ที่ใช้ broderie anglaise ช่วยย้ำแนวคิดหลักของคอลเลกชัน นั่นคือการวางฟังก์ชันของ sportswear เคียงคู่กับงานประดับที่ละเอียดอ่อน โดยไม่ลบตัวตนของทั้งสองแบรนด์ออกไป รายละเอียดเสื้อแขนพองในแคมเปญ adidas Originals by Simone Rocha ถ่ายภาพโดย Justine Kurland — ภาพ: adidas วางขายทั่วโลก 10 กันยายน adidas Originals by Simone Rocha Fall/Winter 2026 มีกำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกวันที่ 10 กันยายน 2026 ผ่านแอป CONFIRMED, adidas.com, ร้าน adidas, ร้าน Simone Rocha, simonerocha.com และร้านค้าที่ร่วมรายการ ส่วนรายชื่อสินค้า ราคา และการวางจำหน่ายในประเทศไทยต้องรอประกาศจาก adidas Thailand อีกครั้ง ที่มา: adidas News ชื่นชอบรองเท้าบาสเก็ตบอล และก็เริ่มชอบรองเท้าอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะยังไม่มีความรู้เรื่องราวของรองเท้ามากนัก แต่ก็อยากจะทำเว็บไซต์ที่พูดถึงเรื่องรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นใหม่, รีวิวรองเท้า (ถ้าได้ซื้อใหม่) และเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าที่อยากจะแชร์ Source: Originally published on SNKR TODAY. Read the full article at SNKR TODAY → ### Sony Xperia 1 VIII เริ่มอัปเดต Android 17 เพิ่ม Desktop Mode ปรับ Quick Settings ใหม่ และอัปเกรด AI Camera Assistant :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/sony-xperia-1-viii-android-17-desktop-mode-quick-settings-ai-camera-assistant-thaimobilece Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Sony Xperia 1 VIII เริ่มได้รับอัปเดต Android 17 เพิ่ม Desktop Mode ปรับ Quick Settings และ Screen Recording ใหม่ พร้อมอัปเกรด AI Camera Assistant Sony Xperia 1 VIII เริ่มได้รับอัปเดต Android 17 เพิ่ม Desktop Mode ปรับ Quick Settings ใหม่ และอัปเกรด AI Camera Assistant Sony เริ่มทยอยปล่อยอัปเดต Android 17 ให้กับ Sony Xperia 1 VIII สมาร์ตโฟนเรือธงที่เปิดตัวเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพร้อม Android 16 หลังจาก Google ปล่อย Android 17 ออกมาแล้ว โดยมีรายงานจากผู้ใช้งานบน Reddit ว่าเริ่มได้รับอัปเดตดังกล่าว อัปเดต Android 17 สำหรับ Sony Xperia 1 VIII มาในรูปแบบ OTA ขนาดประมาณ 1.2GB ใช้หมายเลขเวอร์ชัน 73.1.A.2.61 และขณะนี้ดูเหมือนว่าจะเริ่มเปิดให้ผู้ใช้บางส่วนในยุโรปก่อน โดยคาดว่าจะทยอยขยายไปยังภูมิภาคอื่นในช่วงวันและสัปดาห์ข้างหน้า   เพิ่ม Desktop Mode และปรับแต่งหน้าตาได้มากขึ้น จากข้อมูล Changelog อย่างเป็นทางการของ Sony อัปเดต Android 17 เพิ่ม Desktop Mode พร้อมปรับปรุงฟีเจอร์ Wallpaper & style โดยมีวอลเปเปอร์และดีไซน์นาฬิกาใหม่ รวมถึงสามารถปรับแต่งรูปทรงและสไตล์ของไอคอนได้ Quick Settings ได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมความสามารถในการปรับขนาดและจัดเรียง Tile ได้ตามต้องการ รวมถึงเลือกได้ว่าต้องการให้ Tile ขนาดใหญ่แสดงคำอธิบายสั้น ๆ หรือไม่ Screen Recording อัปเกรดใหม่ ฟีเจอร์บันทึกหน้าจอได้รับการปรับปรุง โดยสามารถเลือกบันทึกได้ทั้งหน้าจอ หรือเฉพาะแอปที่กำหนด นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเสียงจากตัวเครื่องและไมโครโฟนพร้อมกันได้ เหมาะสำหรับกรณีที่ต้องการบันทึกเสียงบรรยายไปพร้อมกับวิดีโอ AI Camera Assistant เพิ่ม Custom Looks AI Camera Assistant ในโหมด Photo สามารถบันทึก Custom Looks ได้สูงสุด 3 รูปแบบ ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อแต่ละรูปแบบได้ตามต้องการ และสลับใช้งานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ อัปเดตดังกล่าวยังมาพร้อมการแก้ไขบั๊กและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วย ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### รีเมค "เซลด้า" กำหนดขาย 5 พ.ย. มาพร้อมขลุ่ยเล่นเพลงได้จริง URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-41 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 มาร่วมบรรเลงบทเพลงไปด้วยกันกับลิงค์ ผ่านอุปกรณ์เสริมเครื่องดนตรีโอคาริน่าที่เตรียมวางจำหน่ายขายแยกพร้อมกับตัวเกมช่วงปลายปีนี้ หน้าหลัก เกม ข่าวเกมคอนโซล Console  รีเมค "เซลด้า" กำหนดขาย 5 พ.ย. มาพร้อมขลุ่ยเล่นเพลงได้จริง เผยแพร่: 9 ก.ย. 2569 01:41   ปรับปรุง: 9 ก.ย. 2569 01:44   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ มาร่วมบรรเลงบทเพลงไปด้วยกันกับลิงค์ ผ่านอุปกรณ์เสริมเครื่องดนตรีโอคาริน่าที่เตรียมวางจำหน่ายขายแยกพร้อมกับตัวเกมช่วงปลายปีนี้นินเทนโด ออกมาประกาศเตรียมวางจำหน่ายเกม The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมคสำหรับเครื่องเล่น Nintendo Switch 2 ในวันที่ 5 พฤศจิกายนปี 2026 สนนราคาอยู่ที่ 59.99 ดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับแบบดิจิทัล และ 69.99 ดอลลาร์สหรัฐฯสำหรับแบบแผ่น โดยแผ่นเกมล็อตแรกนั้นจะวางจำหน่ายในบรรจุภัณฑ์พิเศษที่มีภาพปกเป็นพื้นผิวฟอยล์นูนแบบจำนวนจำกัดเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดขายตัวเกมจะนำพาการผจญภัยสุดคลาสสิกของ Link ในปี 1998 หวนกลับมาอีกครั้งในรูปแบบใหม่ พร้อมภาพกราฟิกที่ได้รับการปรับปรุงยกเครื่องใหม่หมดจด เวลาในการโหลดเร็วขึ้น เกมเล่นได้ลื่นไหลมากขึ้น ฉากคัตซีนใส่เสียงพากย์มาให้แบบครบถ้วน บทสนทนาของตัวละครที่มากกว่าเดิม ดนตรีประกอบออร์เคสตราซิมโฟนีสุดอลังการ การควบคุมกล้องด้วยจอยสติ๊กด้านขวา การเคลื่อนไหวที่ได้รับการปรับปรุงสามารถกระโดด-วิ่งได้อย่างอิสระ วงจรกลางวัน/กลางคืน และอะไรอื่นๆอีกมากมายหนึ่งในลูกเล่นใหม่ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ นั่นคือความสามารถของเกม The Legend of Zelda: Ocarina of Time ในการจดจำท่วงทำนองเมโลดี้ที่ได้ยิน เพียงแค่ผู้เล่นฮัมเพลงหรือเล่นโน้ตเพลงที่ได้เรียนรู้มาผ่านไมโครโฟนของเครื่องสวิตช์ 2 ตัวละครลิงค์ก็จะเริ่มเป่าบรรเลงเพลงนั้นขึ้นมาในเกมทันที โดยในช่วงปลายปีจะมีอุปกรณ์เสริมสองตัวออกมาให้แฟนๆได้ซื้อหา ทั้งโอคาริน่าแบบเป่าได้จริงสำหรับเหล่าผู้ที่ชื่นชอบการเล่นดนตรี และโอคาริน่าไฟฟ้าจากแบรนด์ HORI ที่สามารถเล่นโน้ตหรือเพลงทั้งเพลงได้เพียงแค่กดปุ่มนอกจากนี้ในวันที่ 29 ตุลาคม (หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่ตัวเกมเซลด้าจะวางขาย) ทาง นินเทนโด ก็ยังเตรียมแผนที่จะวางจำหน่ายเครื่องเล่นเกม Nintendo Switch 2 – The Legend of Zelda 40th Anniversary Edition รวมถึงจอยควบคุม Nintendo Switch 2 Pro Controller กระเป๋าใส่เครื่องและฟิล์มกันรอยหน้าจอลวดลายพิเศษ เพื่อฉลองวาระครบรอบ 40 ปีของซีรีส์เกมเซลด้า อีกด้วยส่วนภาพยนตร์คนแสดงที่ดัดแปลงมาจากเกมเซลด้านั้น ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่ามันจะใช้ชื่อสั้นๆเพียงแค่ The Legend of Zelda เท่านั้น ไม่มีคำบรรยายใดๆต่อท้าย โดยตัวหนังมีกำหนดการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 30 เมษายนปี 2027ข้อมูลและภาพประกอบจากgematsu*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับรู้ข่าวสารวงการเกมครับ* --> Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### บอนด์ยีลด์ดีดตัว จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788892876512 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 21.21 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.796% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.249% ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 21.21 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.796% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.249% ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งในวันศุกร์ และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### vivo X500 Series ยืนยันเปิดตัว 21 กันยายนนี้ มี X500, X500 Pro และ X500 Pro Max พร้อมชิป Dimensity 2nm :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/vivo-x500-series-21-x500-x500-pro-x500-pro-max-dimensity-2nm-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 vivo X500 Series ยืนยันเปิดตัวในจีน 21 กันยายนนี้ มี X500, X500 Pro และ X500 Pro Max โดยรุ่น Pro และ Pro Max มาพร้อมชิป Dimensity 2nm และกล้องหลักใหม่ vivo X500 Series เตรียมเปิดตัวในจีน 21 กันยายนนี้ มี X500, X500 Pro และ X500 Pro Max พร้อมชิป Dimensity 2nm ในรุ่น Pro vivo ยืนยันวันเปิดตัว vivo X500 Series อย่างเป็นทางการภายในงาน vivo Creator Festival ที่ประเทศจีน พร้อมเปิดเผยรายละเอียดบางส่วนของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ บริษัทประกาศผ่าน Weibo ว่า vivo X500 Series จะเปิดตัวในประเทศจีนวันที่ 21 กันยายน โดยไลน์อัปประกอบด้วย vivo X500, vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ vivo ประเทศจีนได้เปิดหน้าเฉพาะสำหรับสมาร์ตโฟนซีรีส์นี้แล้ว เพื่อให้ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนจองล่วงหน้าได้ นอกจากสมาร์ตโฟนแล้ว vivo ยังเตรียมเปิดตัวหูฟังแบบ Ear-clip รุ่นใหม่ และ vivo Watch 6 ภายในงานเดียวกัน vivo X500 Pro และ X500 Pro Max ใช้เซ็นเซอร์กล้องหลักใหม่ พร้อมชิป Dimensity 2nm ก่อนถึงวันเปิดตัว vivo ได้เปิดเผยรายละเอียดและสเปกกล้องบางส่วนของ vivo X500 Series โดยยืนยันว่า vivo X500 Pro และ vivo X500 Pro Max จะมาพร้อมเซ็นเซอร์กล้องหลังตัวหลักรุ่นใหม่ รวมถึงชิปเซ็ต Dimensity ที่ผลิตบนกระบวนการ 2nm vivo X500 ใช้เซ็นเซอร์กล้องจาก vivo X300 Pro สำหรับ vivo X500 รุ่นมาตรฐาน จะใช้เซ็นเซอร์กล้องหลักและกล้อง Telephoto แบบเดียวกับที่ใช้ใน vivo X300 Pro ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### ASICS เปิดตัว BLOOMSTRIDE รองเท้าวิ่งเพื่อผู้หญิง พัฒนาจากข้อมูลสแกนเท้ากว่า 2 ล้านครั้ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/asics-bloomstride-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 รู้จัก ASICS BLOOMSTRIDE รองเท้าวิ่งเพื่อผู้หญิง พัฒนาจากข้อมูลสแกนเท้ากว่า 2 ล้านครั้ง พร้อมโฟม FF LUXE วางขายทั่วโลกแล้ว ASICS เปิดตัว BLOOMSTRIDE รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ที่ออกแบบโดยยึดผู้หญิงเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่ทรงรองเท้าไปจนถึงระบบซับแรง โดยนำข้อมูลจากการสแกนเท้ามากกว่า 2 ล้านครั้งมาช่วยพัฒนาฟิตติ้ง เพื่อให้รองรับทั้งการวิ่ง การเดิน และกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ในคู่เดียว Female-first fit พื้นที่ปลายเท้ากว้างขึ้น แต่กระชับช่วงกลางเท้า จุดสำคัญของ BLOOMSTRIDE คือรูปทรงแบบ female-first fit ที่เพิ่มพื้นที่บริเวณปลายเท้า ให้ปลายเท้ากางตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันยังคงความกระชับและการรองรับบริเวณกลางเท้า แนวคิดนี้มาจากทั้งข้อมูลสรีระและเสียงสะท้อนของผู้หญิงในโครงการ Move Her Mind ของเอสิคซ์ แบรนด์วางตำแหน่งรองเท้ารุ่นนี้ให้เป็น daily trainer ที่หยิบใช้ได้ง่าย ไม่จำกัดเฉพาะวันซ้อมวิ่ง เหมาะกับคนที่ต้องการความนุ่มสบายสำหรับกิจกรรมหลายรูปแบบตลอดวัน โดยไม่ให้ทรงรองเท้าดูใหญ่เทอะทะแบบรองเท้า max-cushion บางรุ่น เปิดตัวโฟม FF LUXE ใหม่ ให้สัมผัสนุ่มและเด้ง พื้นชั้นกลางใช้โฟมใหม่ชื่อ FF LUXE ซึ่ง ASICS ระบุว่าให้ทั้งความนุ่มแบบ plush cushioning และแรงตอบสนองที่มีความเด้งในจังหวะลงเท้า ตัวรองเท้ามี stack height ไม่สูงมาก เพื่อให้เท้าอยู่ใกล้พื้นและยังคงสัมผัสที่เป็นธรรมชาติ เหมาะกับการวิ่งเบา ๆ เดิน หรือใส่ทำกิจกรรมระหว่างวัน ส่วน upper ใช้วัสดุ woven น้ำหนักเบา ให้ความนุ่ม ยืดหยุ่นตามรูปเท้า และระบายอากาศได้ดี ดีไซน์ภายนอกลดทอนโลโก้ให้เรียบขึ้น เพื่อให้จับคู่กับเสื้อผ้าในชีวิตประจำวันได้ง่าย นี่จึงเป็นรองเท้าที่พยายามเชื่อมโลก performance running กับ lifestyle เข้าด้วยกันอย่างชัดเจน กำหนดวางจำหน่ายและราคา ASICS BLOOMSTRIDE เริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2026 ราคาแนะนำ 150 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนสี ราคา และกำหนดจำหน่ายในประเทศไทยควรตรวจสอบอีกครั้งผ่านช่องทางของ ASICS Thailand ที่มา: ASICS Global Source: Originally published on SNKR TODAY. Read the full article at SNKR TODAY → ### OPPO Find X10 Pro Max เผยสเปกกล้อง 200MP ทั้ง 3 ตัว พร้อม Periscope และถ่ายวิดีโอ 8K ได้ทุกกล้องหลัง :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-pro-max-200mp-3-periscope-8k-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 OPPO Find X10 Pro Max เผยรายละเอียดกล้องหลัง 200MP ทั้ง 3 ตัว พัฒนาร่วมกับ Hasselblad มีกล้อง Periscope และรองรับวิดีโอ 8K จากกล้องหลังทุกตัว OPPO Find X10 Pro Max เผยรายละเอียดกล้องหลัง 200MP ทั้ง 3 ตัว พร้อมกล้อง Periscope และถ่ายวิดีโอ 8K ได้ทุกกล้องหลัง OPPO เตรียมเปิดตัว Find X10 Series ในประเทศจีนภายในเดือนนี้ โดยก่อนหน้านี้ยืนยันแล้วว่า OPPO Find X10 Pro Max จะมาพร้อมระบบกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 200MP ทุกตัว และล่าสุดบริษัทได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบกล้องของสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นนี้ กล้องหลัก 200MP พร้อม DeepPix และ Dynamic Range สูงสุด 17EV ผู้บริหาร OPPO เปิดเผยผ่าน Weibo ว่า ระบบกล้องหลัง 3 ตัวของ OPPO Find X10 Pro Max ได้รับการพัฒนาร่วมกับ Hasselblad โดยกล้องหลักใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 200MP พร้อมเทคโนโลยี DeepPix รองรับ Dynamic Range สูงสุด 17EV และมีรูรับแสง f/1.5 กล้องหลักยังรองรับระบบกันสั่นระดับมืออาชีพ CIPA 6.5 กล้อง Ultrawide 200MP มุมกว้าง 124 องศา กล้อง Ultrawide ใช้เซ็นเซอร์ความละเอียด 200MP เช่นเดียวกัน ให้มุมมองกว้าง 124 องศา และมีรูรับแสง f/2.2 OPPO ระบุว่ากล้อง Ultrawide รุ่นใหม่นี้สามารถรับแสงได้มากกว่าเซ็นเซอร์บน OPPO Find X9 Pro ถึง 102% กล้อง Periscope Telephoto 200MP พร้อมกันสั่น CIPA 7.5 กล้องตัวที่สามเป็น Periscope Telephoto ความละเอียด 200MP มีรูรับแสง f/2.1 และรองรับระบบกันสั่น CIPA 7.5 นอกจากนี้ OPPO ยังยืนยันว่า OPPO Find X10 Pro Max สามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 8K ได้จากกล้องหลังทุกตัว ข่าวที่เกี่ยวข้อง OPPO Find X10 และ Find X10 Pro Max โผล่ Geekbench เผยชิป Dimensity 9500 และชิป 2nm รุ่นใหม่ พร้อม RAM 16GB OPPO Find X10 และ OPPO Find X10 Pro Max ผ่าน กสทช. (NBTC) แล้ว! ลุ้นเปิดตัวในไทย ปลายเดือนตุลาคม OPPO Find X10 Pro Max หลุดภาพเรนเดอร์ เผยดีไซน์กล้องหลังใหม่เต็มความกว้าง พร้อมกล้อง 3 ตัว 200MP ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### ราคาน้ำมันวันนี้ ( 8 ก.ย. 69) เช็กราคา 5 ปั๊ม ดีเซล-เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ล่าสุด | The Better | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-69-5-or-the-better-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคาน้ำมันประจำวันที่ 8 ก.ย. 2569 จาก 5 สถานีบริการ ประกอบด้วย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR , บริษัท เชลล์ แห่งประเ... ประกาศราคาน้ำมันวันนี้ ( 8 ก.ย. 69) ล่าสุด จาก 5 ปั๊มใหญ่ เช็กเลย ราคาน้ำมัน ดีเซล-เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ อยู่ที่ลิตรละเท่าไร ราคาน้ำมันประจำวันที่ 8 ก.ย. 2569 จาก 5 สถานีบริการ ประกอบด้วย บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR , บริษัท เชลล์ แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell) , บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือ คาลเท็กซ์ (Caltex) และ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)PT ราคาน้ำมันทุกชนิด ทั้งน้ำมันดีเซล ราคาน้ำมันเบนซิน และ ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ โดยราคาน้ำมันวันนี้ เป็นดังนี้ราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุด จาก ปั๊มน้ำมัน ปตท.ดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 34.14 บาทดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 39.14 บาทดีเซล พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 50.05 บาทเบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 47.28 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 47.79 บาทแก๊สโซฮอล์ 99 พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.79 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 37.92 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ลิตรละ 33.29 บาทแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ลิตรละ 29.23 บาทราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุด จาก ปั๊มน้ำมัน บางจากดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 34.14 บาทดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 39.14 บาทดีเซล พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.25 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 37.92 บาทแก๊สโซฮอล์ E20อยู่ที่ลิตรละ 33.29 บาทแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ลิตรละ 29.23 บาทราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุด จาก ปั๊มน้ำมัน เชลล์ดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 34.14 บาทดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 39.14 บาทดีเซลพรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.84 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.84 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.79 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 38.42 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ลิตรละ 33.49 บาทราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุด จาก ปั๊มน้ำมัน PTดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 34.14 บาทดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 39.14 บาทเบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 47.78 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 37.92 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ลิตรละ 33.29 บาทราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุด จาก ปั๊มน้ำมัน คาลเท็กซ์ดีเซล B20 อยู่ที่ลิตรละ 34.14 บาทดีเซล B7 อยู่ที่ลิตรละ 39.14 บาทดีเซล พรีเมียม อยู่ที่ลิตรละ 49.80 บาทเบนซิน 95 อยู่ที่ลิตรละ 49.26 บาทแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ลิตรละ 38.29 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ลิตรละ 37.92 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ลิตรละ 33.29 บาททั้งนี้ ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Samsung Galaxy Watch6 Series ได้ One UI 9 Watch Beta พร้อม Galaxy S25 Series รับ One UI 9 Beta 2 เพิ่มฟีเจอร์ AI จาก Galaxy Z Fold8 :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/samsung-galaxy-watch6-series-one-ui-9-watch-beta-galaxy-s25-series-one-ui-9-beta-2-ai-gala Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Samsung Galaxy Watch6 Series เริ่มได้รับ One UI 9 Watch Beta ขณะที่ Galaxy S25 Series ได้ One UI 9 Beta 2 พร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่จาก Galaxy Z Fold8 Series Samsung Galaxy Watch6 Series ได้อัปเดต One UI 9 Watch Beta แล้ว ส่วน Galaxy S25 Series รับ One UI 9 Beta 2 เพิ่มฟีเจอร์ AI จาก Galaxy Z Fold8 Samsung เดินหน้าขยายการทดสอบ One UI 9 โดยล่าสุดเริ่มปล่อย One UI 9 Watch Beta บนพื้นฐาน Wear OS 7 ให้กับ Galaxy Watch6 และ Galaxy Watch6 Classic หลังจากก่อนหน้านี้เปิดให้ทดสอบบน Galaxy Watch8, Galaxy Watch8 Classic, Galaxy Watch7 และ Galaxy Watch Ultra ไปแล้ว ขณะเดียวกัน Galaxy S25 Series ก็ได้รับ One UI 9 Beta 2 ซึ่งเป็นเวอร์ชันทดสอบครั้งที่สอง หลังจากได้รับ Beta แรกเมื่อประมาณหนึ่งสัปดาห์ก่อน โดยอัปเดตใหม่นี้มาพร้อมการแก้ไขบั๊กและฟีเจอร์ AI ใหม่ที่มีรายงานว่าเป็นฟีเจอร์จาก Galaxy Z Fold8 Series Galaxy Watch6 Series เริ่มรับ One UI 9 Watch Beta One UI 9 Watch Beta สำหรับ Galaxy Watch6 แบ่งเฟิร์มแวร์ตามขนาดตัวเรือนดังนี้ รุ่น 40 มม. ใช้เฟิร์มแวร์ R93xXXU2ZZI1 รุ่น 44 มม. ใช้เฟิร์มแวร์ R94xXXU2ZZI1 ส่วน Galaxy Watch6 Classic มีรายละเอียดดังนี้ รุ่น 43 มม. ใช้เฟิร์มแวร์ R95xXXU2ZZI1 รุ่น 47 มม. ใช้เฟิร์มแวร์ R96xXXU2ZZI1 ขณะนี้ One UI 9 Watch Beta สำหรับ Galaxy Watch6 Series เริ่มปล่อยในประเทศเกาหลีใต้ โดยผู้ที่ต้องการทดลองสามารถสมัครเข้าร่วมโปรแกรม Beta ผ่านแอป Samsung Members Galaxy S25 Series ได้ One UI 9 Beta 2 พร้อมฟีเจอร์ AI ใหม่ นอกจากการขยาย One UI 9 Watch Beta ไปยัง Galaxy Watch6 Series แล้ว Samsung ยังเริ่มปล่อย One UI 9 Beta 2 ให้กับ Galaxy S25, Galaxy S25+ และ Galaxy S25 Ultra ด้วย อัปเดตดังกล่าวกำลังเริ่มปล่อยในประเทศอินเดีย โดยใช้เฟิร์มแวร์ที่ลงท้ายด้วย ZZI4/DZI4 มีขนาดประมาณ 660MB พร้อมการแก้ไขบั๊กและเพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ แม้บันทึกการเปลี่ยนแปลงของอัปเดตจะไม่ได้ระบุชื่อฟีเจอร์ AI เหล่านี้โดยตรง แต่มีรายงานหลายแห่งยืนยันว่าเป็นฟีเจอร์จาก Galaxy Z Fold8 Series ซึ่ง Samsung เคยนำไปเพิ่มให้กับ Galaxy S26 Series ผ่าน One UI 9 Beta 7 ได้แก่ Now Nudge, My FanCam, Call Brief และ Custom Cards ใน Now Brief ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### ทองแดงทำนิวไฮ! 👑 KGHM มองตลาดนี้อย่างไร? ❓ URL: https://onesiamsoft.com/articles/kghm Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคาทองแดงพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยทะลุระดับ 14,530 ดอลลาร์ต่อตัน ในตลาด London Metal Exchange (LME) แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจากจีน ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุปสงค์โลหะอุตสาหกรรม จะออกมาน่าผิดหวัง แต่ตลาดทองแดงกลับเผชิญทั้ง สินค้าโภคภัณฑ์ CFD ทองคำ CFD โลหะเงิน CFD ก๊าซ CFD กาแฟ Forex Forex CFD: EUR/USD, USD/JPY, EUR./JPY, GBP/USD หุ้น Tesla, Apple, Grab, Alphabet ดัชนี ดัชนี CFD: US500, US100, DE30 ETF iShares, Vanguard, Lyxor, ARK คริปโต CFD คริปโต: Bitcoin, Uniswap, Ripple, Dogecoin แผนการลงทุน ออมเงินอย่างยืดหยุ่นผ่านการลงทุน บัญชีและค่าธรรมเนียม รายละเอียดเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและวิธีการฝากและถอนเงิน Source: Originally published on XTB.com. Read the full article at XTB.com → ### ไทยชู ITOCHU หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต | The Better | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu-or-the-better-or-line-today-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้... “พาณิชย์–อุตสาหกรรม” หารือ ITOCHU เปิดทางความร่วมมือรูปแบบใหม่ มุ่งร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และสร้างห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง ปรับกฎรับการลงทุนยุคใหม่ ดันพลังงานสะอาด–เซมิฯ–Data Centerนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ITOCHU Corporation พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย–ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ITOCHU Corporation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนางศุภจีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลกทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การ ร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลกอย่างไรก็ตามในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้สาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคตรวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้นนอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้าน ยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคตฝ่ายญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย“ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในระยะต่อไปไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น”ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้ก้าวจาก “การลงทุนและการผลิต” ไปสู่ “การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลก Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Tesla Inc (TSLA) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.18% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/tesla-inc-tsla-318percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เทคโนโลยีระบบขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ (Full Self-Driving) ของเทสลาได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการให้ใช้งานบนถนนสาธารณะในสโลวีเนียตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงสัญญาณผสมผสานระหว่างซื้อและเป็นกลางสำหรับหุ้น TSLAเทสลารายงานรายได้ประจำปีที่ 9.483 หมื่นล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิ 3.79 พันล้านดอ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Tesla Inc (TSLA) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?หุ้นเทสลา (Tesla) เผชิญกับโมเมนตัมขาขึ้นควบคู่ไปกับความผันผวนระหว่างวันที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผู้ร่วมตลาดตอบรับหมุดหมายสำคัญด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศ และการพลิกฟื้นของบรรยากาศการลงทุนหลังการอัปเดตกลุ่มยานยนต์ไร้คนขับล่าสุด ปัจจัยหนุนหลักคือการได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานในสโลวีเนีย ให้ใช้เทคโนโลยี Full Self-Driving Supervised ของเทสลาบนถนนสาธารณะ การที่สโลวีเนียกลายเป็นประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปรายที่ 6 ที่อนุมัติ ได้สร้างความตื่นตัวในหมู่นักลงทุนก่อนการลงมติด้านกฎระเบียบครั้งสำคัญทั่วสหภาพยุโรปที่กำลังจะมาถึง หมุดหมายนี้นับเป็นการยืนยันที่เป็นรูปธรรมสำหรับการขยายระบบช่วยขับขี่ระดับโลกของเทสลา ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดต่อความสามารถในการขยายรายได้จากซอฟต์แวร์ที่มีอัตรากำไรสูงและเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับสากล บรรยากาศการลงทุนเกี่ยวกับโรดแมปเทคโนโลยีไร้คนขับระยะยาวของบริษัทยังได้รับการประเมินใหม่ในเชิงบวก หลังจากเกิดแรงเทขายในช่วงแรกซึ่งถูกจุดชนวนจากการเปิดตัว Cybercab ในเมืองออสตินและคำถามตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลที่ตามมา ฝ่ายซื้อได้ทยอยกลับเข้ามาเมื่อบทวิเคราะห์ของสถาบันเน้นย้ำถึงขอบเขตเชิงรุกในการเปิดตัวกลุ่มยานยนต์ตามแผน โดยรายงานที่ระบุถึงความตั้งใจของฝ่ายบริหารในการใช้งานรถ Cybercab สูงสุดถึง 1,000 คันในเมืองออสติน ได้ส่งสัญญาณถึงความเชื่อมั่นภายในที่แข็งแกร่งต่อความปลอดภัยของยานยนต์และความพร้อมในการดำเนินงาน นักลงทุนเริ่มตีความการไต่สวนของหน่วยงานความปลอดภัยที่ยังคงดำเนินอยู่ว่าเป็นเพียงขั้นตอนตามกฎระเบียบปกติมากกว่าจะเป็นอุปสรรคยืดเยื้อ ซึ่งช่วยเปลี่ยนความผันผวนระยะสั้นให้กลายเป็นความสนใจในการเข้าซื้อ ปัจจัยสนับสนุนโมเมนตัมเชิงบวกคือการอัปเดตการดำเนินงานที่แสดงให้เห็นถึงวินัยในการผลิตอย่างต่อเนื่องและการปรับลดต้นทุนในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์ การปรับปรุงทางเทคนิคของชิ้นส่วนการผลิตเพื่อลดต้นทุนการประกอบและเพิ่มความทนทานของยานยนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านอัตรากำไรที่เหนือกว่าคู่แข่งดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าข้อมูลการส่งมอบประจำเดือนในตลาดต่างประเทศ เช่น จีน จะสะท้อนถึงปัจจัยท้าทายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่การสมัครใช้งาน Full Self-Driving ที่เร่งตัวขึ้นและการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงช่วยสนับสนุนความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงให้ความสนใจกับตัวชี้วัดการใช้งานกลุ่มยานยนต์ในระยะสั้น และการอัปเดตด้านกฎระเบียบเพิ่มเติมในเขตอำนาจศาลหลักทั่วโลกการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Tesla Inc (TSLA)ในเชิงเทคนิค Tesla Inc (TSLA) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 5.464 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 54.644 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 39.884 แสดงถึงสภาวะซื้อ โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Tesla Inc (TSLA)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Tesla Inc (TSLA) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 90 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ สูงมาก โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงลบ.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Tesla Inc (TSLA) Tesla Inc (TSLA) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $94.83B จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $3.79B จัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ถือครอง โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $381.42 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $600.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $24.86รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Tesla Inc (TSLA)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: NHTSA ตั้งข้อซักถามเพื่อตรวจสอบการรับรองด้วยตนเองของ Cybercab: สำนักงานความปลอดภัยการจราจรทางหลวงแห่งชาติสหรัฐฯ ได้เปิดการตั้งข้อซักถามเพื่อตรวจสอบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการรับรองด้วยตนเองของเทสลา สำหรับฝูงรถโรโบแท็กซี่ Cybercab ในรัฐเท็กซัส เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับยานยนต์ที่ออกแบบมาโดยไม่มีพวงมาลัย แป้นเหยียบ หรือกระจก การเปิดตัว Cybercab ที่ต่ำกว่าคาดและความกังวลด้านการดำเนินงาน: นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทจากเจพีมอร์แกน, บาร์เคลย์ส และเวลส์ ฟาร์โก แสดงความผิดหวังหลังจากการเปิดตัวรถโรโบแท็กซี่ในเมืองออสติน โดยอ้างถึงข้อผิดพลาดด้านการกำหนดเส้นทางในการดำเนินงานช่วงแรก การจัดงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะผู้ได้รับเชิญโดยไม่มีการถ่ายทอดสดสู่สาธารณะ รวมถึงการขาดแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับกรอบเวลาการขยายขนาดฝูงรถและเศรษฐศาสตร์ต่อหน่วย อัตรากำไรหลักที่หดตัวและรายจ่ายลงทุนที่พุ่งสูงขึ้น: เทสลาซื้อขายอยู่ที่อัตราส่วนราคาต่อกำไรย้อนหลัง (trailing P/E) สูงกว่า 320 เท่า ซึ่งทำให้หุ้นตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นจากธุรกิจยานยนต์หลักยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน กำไรจากการดำเนินงานลดลงในไตรมาส 2 และกระแสเงินสดอิสระพลิกเป็นลบ เนื่องมาจากแผนการลงทุนประจำปีมูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์อย่างรุกก้าวสำหรับ AI และเทคโนโลยีไร้คนขับ อุปสงค์ในยุโรปที่ชะลอตัวและอุปสรรคด้านกฎระเบียบของ FSD: โมเมนตัมยอดขายในภูมิภาคแสดงสัญญาณอ่อนตัวลง โดยยอดจดทะเบียนรถยนต์ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบรายปีดิ่งลงอย่างหนักในนอร์เวย์ (-79%) และสวีเดน (-41%) ขณะที่การสร้างรายได้ในต่างประเทศจากซอฟต์แวร์ Full Self-Driving ยังคงถูกจำกัด เนื่องจากยังรอผลการประเมินด้านกฎระเบียบจากสหภาพยุโรปที่ยังไม่แล้วเสร็จ บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Healey ยังไม่เปิดไพ่! UK Budget จ่อมีเซอร์ไพรส์ ดันเศรษฐกิจโต URL: https://onesiamsoft.com/articles/healey-uk-budget Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สุนทรพจน์ครั้งแรกของ John Healey ในฐานะ Chancellor มีผลต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (UK Gilt) ค่อนข้างจำกัด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีปรับขึ้นไม่ถึง 2 basis points ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ สุนทรพจน์ครั้งแรกของ John Healey ในฐานะ Chancellor มีผลต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (UK Gilt) ค่อนข้างจำกัด โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปีปรับขึ้นไม่ถึง 2 basis points ในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 1bp ซึ่งสอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนในตลาดอื่น ๆ เงินปอนด์สเตอร์ลิงก็แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน แต่โดยรวมแล้ว Chancellor คนใหม่ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงิน Healey ยังไม่เปิดเผยแผนงบประมาณ สุนทรพจน์ที่ตลาดจับตาอย่างมากครั้งนี้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ Healey ที่จะปฏิบัติตามกฎการคลัง (fiscal rules) และเขายังระบุด้วยว่าจะรักษาเงินสำรองเพื่อรองรับผลกระทบจากความท้าทายที่ไม่คาดคิดต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจด้านภาษีและการใช้จ่ายที่อาจรวมอยู่ในงบประมาณกลับไม่ได้ถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจน Healey ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนภาษี นอกเหนือจากการยืนยันว่าจะปฏิบัติตามคำมั่นในแถลงการณ์นโยบาย โดยจะไม่ขึ้น VAT ภาษีเงินได้ และภาษีนิติบุคคล นอกจากนี้ เขายังปฏิเสธที่จะคาดการณ์เนื้อหาของงบประมาณในเดือนหน้า โดยกล่าวเพียงว่าจำเป็นต้องลดต้นทุนด้านสวัสดิการลง หาก Healey ต้องการการเติบโต เขาต้องลดความคาดหวังเรื่องการขึ้นภาษี แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่รายละเอียดของงบประมาณ Healey ต้องการให้การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นประเด็นสำคัญ แม้เขาจะไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการขึ้นภาษีออกไป ซึ่งอาจทำให้ตลาดกังวลว่าภาษีจะถูกปรับเพิ่ม แต่เรามองว่าการที่เขาพูดถึงการเติบโตเป็นหลัก และหนึ่งในเหตุผลที่เศรษฐกิจอังกฤษกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการเติบโตก็คือภาระภาษีที่อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ จึงเป็นสัญญาณว่า การขึ้นภาษีในงบประมาณครั้งนี้อาจไม่ช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายในการสร้างการเติบโตในทุกพื้นที่ของสหราชอาณาจักร ตลาดสนับสนุนแนวทางงบประมาณของ Healey แตกต่างจากงบประมาณในครั้งก่อน ๆ ที่มักมีการเปิดเผยแนวทางล่วงหน้า Healey กลับเลือกทำในทางตรงกันข้าม โดยยังคงเก็บรายละเอียดของงบประมาณไว้เป็นความลับในขณะนี้ นี่เป็นเหตุผลที่ตลาดตอบสนองต่อสุนทรพจน์ครั้งนี้ค่อนข้างจำกัด และไม่ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนในตลาด ซึ่งเราสามารถสันนิษฐานได้ว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ John Healey ต้องการอย่างแน่นอน การกระจายอำนาจคือหัวใจของแผนสร้างการเติบโตของ Healey ประเด็นสำคัญที่สุดในสุนทรพจน์ของเขาคือการกระจายอำนาจ (decentralisation) และการส่งเสริมการลงทุนภาคธุรกิจ แนวทางนี้เป็นหนึ่งในวิธีเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐโดยไม่เพิ่มแรงกดดันต่อหนี้สาธารณะ เนื่องจากการใช้จ่ายในลักษณะดังกล่าวอยู่นอกกรอบกฎการคลังของ Healey Chancellor ยังเดินตามแนวทางของ Andy Burnham ในเรื่องการกระจายอำนาจ โดยระบุว่าเขาต้องการกระจายการลงทุนออกไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และต้องการจัดทำแผนงานสำหรับการกระจายอำนาจทางการคลัง ซึ่งอาจรวมถึงการจัดสรรส่วนแบ่งจากภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลท้องถิ่น นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน ดังนั้นเราจึงสามารถคาดการณ์ได้ว่าแนวทางนี้อาจยังไม่เกิดขึ้นภายในวาระรัฐสภาปัจจุบัน Healey ไม่ลืมลอนดอน Healey กล่าวถึงลอนดอนในเชิงบวก โดยเรียกลอนดอนว่าเป็น “ขุมพลังของสหราชอาณาจักร” อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องเดินตามแนวทางของฝรั่งเศสและเยอรมนีในการส่งเสริมการเติบโตของเขตเมืองต่าง ๆ ประเด็นนี้อาจนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ โดยเฉพาะเมื่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรเติบโตเร็วกว่าฝรั่งเศสและเยอรมนีในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม Healey ก็ควรได้รับการชื่นชมจากการผลักดันให้เกิดการลงทุนและการเติบโตมากขึ้น รวมถึงการพยายามมองแนวโน้มเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในแง่บวกมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้า Healey ยังไม่ตัดความเป็นไปได้ในการยกเลิกระบบบำนาญ Triple Lock นอกจากนี้ ยังมีคำถามเกี่ยวกับการใช้จ่ายภาครัฐ หลังจากระบบบำนาญ Triple Lock ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงที่ผ่านมา Healey ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการลดการใช้จ่าย แต่ระบุว่าการปฏิรูประบบสวัสดิการเป็นสิ่งจำเป็น เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบ Triple Lock เพื่อแลกกับการลดเงินสมทบประกันแห่งชาติ (National Insurance) สำหรับคนหนุ่มสาว เพื่อลดจำนวนคนหนุ่มสาวที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การจ้างงาน หรือการฝึกอบรม หรือที่เรียกว่า NEETs? เราเชื่อว่าทางเลือกนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสำหรับงบประมาณในเดือนหน้า นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดการว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาว และยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลของ Burnham ในการควบคุมปัญหาการใช้จ่ายของสหราชอาณาจักร ประเด็นสำคัญที่สุดจากสุนทรพจน์ของ Healey คือ งบประมาณจะถูกประกาศในวันที่ 28 ตุลาคม และเขาจะยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของแผนการต่าง ๆ ก่อนถึงวันดังกล่าว Source: Originally published on XTB.com. Read the full article at XTB.com → ### SanDisk Corporation (SNDK) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.46% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/sandisk-corporation-sndk-346percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อุปสงค์โครงสร้างพื้นฐาน AI และข้อจำกัดด้านอุปทานหน่วยความจำช่วยหนุนหุ้น SanDiskการปรับสมดุลดัชนีที่กำลังจะเกิดขึ้นกระตุ้นอุปสงค์การซื้อภาคบังคับจากกองทุน passive ETF และนักลงทุนสถาบันรายได้ประจำปีสูงถึง 20.25 พันล้านดอลลาร์ พร้อมกำไรสุทธิ 11.43 พันล้านดอลลาร์ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น SanDisk Corporation (SNDK) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?ราคาหุ้นแซนดิสก์เผชิญกับการเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้นพร้อมกับความผันผวนระหว่างวันปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนเชิงบวกในกลุ่มหน่วยความจำเซมิคอนดักเตอร์ยังคงช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ หลังจากแยกตัวออกเป็นบริษัทอิสระ บริษัทได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ระยะยาวที่แข็งแกร่งในผลิตภัณฑ์หน่วยความจำ NAND แฟลชประสิทธิภาพสูง และโซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD) สำหรับองค์กร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน ข้อจำกัดด้านอุปทานฮาร์ดแวร์หน่วยความจำทั่วโลกและราคาตามสัญญาที่ตึงตัวได้ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งช่วยตอกย้ำความคาดหวังเกี่ยวกับการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ข้อตกลงการจัดหาระยะยาวหลายปีร่วมกับผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscaler) และผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูล ยังช่วยเพิ่มความชัดเจนของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันมั่นใจในความยั่งยืนของศักยภาพการทำกำไรในปัจจุบัน แม้ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้าง ความสนใจจากสถาบันและกระแสเงินทุนเชิงโครงสร้างได้กลายเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมสำหรับหุ้นดังกล่าว การวิเคราะห์เชิงบวกและการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำในวอลล์สตรีทเน้นย้ำว่าแซนดิสก์เป็นผู้ได้รับประโยชน์โดยตรงรายหลักจากการขยายระบบหน่วยความจำ AI ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมตลาดกำลังจัดทัพการลงทุนล่วงหน้าก่อนการปรับดัชนีอ้างอิงที่กำลังจะมาถึง เนื่องจากหุ้นดังกล่าวมีกำหนดเข้าคำนวณในดัชนีสำคัญอย่างดัชนี S&P 100 ในช่วงปลายเดือนนี้ ต่อจากการถูกนับรวมในดัชนี Nasdaq-100 และดัชนี MSCI Global Standard ก่อนหน้านี้ ซึ่งกระตุ้นให้เกิดอุปสงค์การปรับสมดุลพอร์ตเชิงบังคับจากกองทุน ETF แบบแพสซีฟและกองทุนสถาบันที่อิงกับดัชนีอ้างอิง แม้จะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในภาพรวม แต่การซื้อขายในรอบวันเผชิญกับความผันผวนของราคาอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนถึงการถกเถียงอย่างหนักในหมู่นักเทรดเกี่ยวกับระยะเวลาของวัฏจักรและการประเมินมูลค่าในระยะสั้น การมีส่วนร่วมในการซื้อขายที่สูงของนักลงทุนรายย่อยและการเปิดสถานะออปชันอย่างคึกคักได้เร่งแรงเหวี่ยงในระยะสั้น ส่งผลให้เกิดการค้นหาราคาที่รวดเร็วระหว่างวัน ขณะเดียวกัน การหารืออย่างต่อเนื่องของนักลงทุนเกี่ยวกับโอกาสการเพิ่มขึ้นของอุปทาน นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และจังหวะเวลาของวัฏจักรหน่วยความจำในอดีตได้กระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรเป็นระยะ อย่างไรก็ตาม แรงซื้อหนุนที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของตลาดที่มีต่อความแข็งแกร่งทางปัจจัยพื้นฐานและความได้เปรียบทางการแข่งขันเชิงโครงสร้างของแซนดิสก์ในภูมิทัศน์การจัดเก็บข้อมูลที่กำลังขยายตัวการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ SanDisk Corporation (SNDK)ในเชิงเทคนิค SanDisk Corporation (SNDK) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 58.053 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 63.561 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 1.929 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ SanDisk Corporation (SNDK)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ SanDisk Corporation (SNDK) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 77 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ สูง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงลบ.การวิเคราะห์พื้นฐานของ SanDisk Corporation (SNDK) SanDisk Corporation (SNDK) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $20.25B จัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $11.43B จัดอยู่ในอันดับที่ 2 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $2124.18 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $3000.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $1020.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SanDisk Corporation (SNDK)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: แรงต้านต่อราคาสัญญา NAND: นักวิเคราะห์จากสถาบันเตือนว่า ข้อจำกัดด้านกำลังซื้อของผู้ผลิต OEM ในตลาดสมาร์ตโฟนและพีซีอาจส่งผลให้การปรับขึ้นราคา NAND หยุดชะงักลง ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับมากกว่า 80% ล่าสุดของแซนดิสก์ หากราคาหน่วยความจำกลับเข้าสู่ระดับปกติ ความเสี่ยงภาวะอุปทานส่วนเกินจากการขยายกำลังการผลิต: ภาระผูกพันด้านเงินทุนจำนวนมหาศาล รวมถึงโครงการขยายโรงงานผลิต NAND ร่วมกับคิโอเซียมูลค่า 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทมีความเปราะบางต่อแรงกดดันภาวะอุปทานส่วนเกิน หากกำลังการผลิตทั่วทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นเร็วกว่าอุปสงค์ในตลาดปลายทาง พหุคูณประเมินมูลค่าและความผันผวนจากการเก็งกำไร: หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า 530% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (YTD) หุ้นดังกล่าวยังคงแสดงความผันผวนระหว่างวันสูงซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยโมเมนตัมเงินเก็งกำไรระยะสั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการปรับตัวลงอย่างรุนแรง หากผลกำไรและกระแสเงินสดรายไตรมาสตามไม่ทันสัญญาข้อตกลงอันทะเยอทะยานสำหรับปีงบประมาณ 2027–2028 ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และการชะงักงันทางการค้า: การพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และตลาดฮาร์ดแวร์ในเอเชียอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้แซนดิสก์ตกอยู่ในความเปราะบางต่อการชะลอตัวของอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับจีน ข้อจำกัดทางการค้าที่อาจเกิดขึ้น และปัญหาคอขวดในการขนส่งสินค้าภายในภูมิภาค บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Applied Materials Inc (AMAT) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.35% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/applied-materials-inc-amat-335percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นซึ่งได้รับแรงหนุนจากความคิดเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์หุ้นมีความผันผวนระหว่างวันท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจมหภาคและการถกเถียงเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นบริษัทรายงานรายได้ประจำปีอยู่ที่ 28.37 พันล้านดอลลาร์ แล อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Applied Materials Inc (AMAT) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ (Applied Materials) มีแรงบวกด้านราคาควบคู่กับความผันผวนของการซื้อขายระหว่างวันอย่างเห็นได้ชัด โดยได้รับปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากมุมมองเชิงบวกของผู้บริหารในการประชุมนักลงทุนด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ ในระหว่างการนำเสนอ ผู้บริหารของบริษัทได้เน้นย้ำถึงคาดการณ์ของลูกค้าสำหรับหลายไตรมาสข้างหน้าที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งนี้ ผู้บริหารตอกย้ำว่าสัญญาณอุปสงค์ของลูกค้าแบบต่อเนื่อง 8 ไตรมาสปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยสนับสนุนความคาดหวังของตลาดว่า การใช้จ่ายเงินทุนในกลุ่มลอจิกชิปขั้นสูงสำหรับโรงงานรับจ้างผลิต, DRAM ขั้นสูง และหน่วยความจำแบนด์วิธสูง (HBM) จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูงไปจนถึงสิ้นทศวรรษนี้ ข้อสรุปเชิงบวกจากการประชุมช่วยตอกย้ำความเชื่อมั่นในทิศทางการเติบโตเฉพาะตัวของบริษัทในกลุ่มเครื่องจักรผลิตแผ่นเวเฟอร์เซมิคอนดักเตอร์ โดยความแข็งแกร่งเป็นพิเศษในด้านการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูง (Advanced Packaging), การตรวจวินิจฉัยและควบคุมกระบวนการผลิต ตลอดจนบริการระดับโลกที่มีอัตรากำไรสูง ได้ช่วยให้ภาพรวมรายได้มีความชัดเจนอย่างมาก ขณะเดียวกัน ความสนใจของนักลงทุนสถาบันที่มีต่อผู้ผลิตเครื่องจักรสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ได้เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าผู้ผลิตเครื่องมือเหล่านี้เป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักในกลุ่มต้นน้ำ (Picks-and-Shovels) จากการขยายโครงสร้างพื้นฐานของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) ทั่วโลก ปัจจัยพื้นฐานเชิงบวกนี้ส่งผลให้แอพพลายด์ แมททีเรียลส์ ปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งกว่าตลาดโดยรวมในระหว่างวัน สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเครื่องจักรเซมิคอนดักเตอร์ในทิศทางเดียวกัน แม้จะมีบรรยากาศเชิงบวก แต่การเคลื่อนไหวของราคาระหว่างวันยังคงมีความผันผวนสูง เนื่องจากนักลงทุนประเมินภาวะเศรษฐกิจมหภาคในวงกว้าง คาดการณ์เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย รวมถึงปัจจัยลบที่อาจเกิดขึ้น เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและข้อจำกัดทางการค้าด้านภูมิรัฐศาสตร์ นอกจากนี้ ข้อถกเถียงเรื่องมูลค่าหุ้นที่ยังคงมีอยู่หลังจากหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงไม่กี่ไตรมาสที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้เกิดแรงเทขายทำกำไรออกมาเป็นระยะในระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม การผสมผสานระหว่างแนวโน้มคำสั่งซื้อระยะยาวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่ง และปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างระยะยาวในอุตสาหกรรมการผลิตชิปขั้นสูง ได้ช่วยเป็นแรงหนุนที่มั่นคง ส่งผลให้หุ้นปรับตัวสูงขึ้นในวันดังกล่าวการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Applied Materials Inc (AMAT)ในเชิงเทคนิค Applied Materials Inc (AMAT) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -2.831 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณขาย ขณะที่ค่า RSI ที่ 44.616 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 49.494 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Applied Materials Inc (AMAT)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Applied Materials Inc (AMAT) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 47 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เป็นกลาง.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Applied Materials Inc (AMAT) Applied Materials Inc (AMAT) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $28.37B จัดอยู่ในอันดับที่ 11 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $7.00B จัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $636.48 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $900.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $308.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Applied Materials Inc (AMAT)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: ภาวะเงินเฟ้อของต้นทุนปัจจัยการผลิตและคอขวดทางการดำเนินงาน: การอัปเดตจากฝ่ายบริหารในงานประชุม Citi's TMT Conference ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยกดดันอัตรากำไรจากต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นและรายจ่ายลงทุนที่จำเป็นสำหรับการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตชิป ร่วมกับความไม่สม่ำเสมอของอุปสงค์ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีดั้งเดิม ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของรายจ่ายลงทุนของลูกค้า: เนื่องจากการเติบโตในระยะสั้นพึ่งพาการลงทุนในกลุ่มชิปประมวลผลล้ำสมัยและการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงอย่างมาก แอพพลายด์ แมทีเรียลส์ จึงเผชิญความเสี่ยงที่จะเกิดการหดตัวของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ หากผู้ผลิตชิปรายหลักระงับหรือลดรายจ่ายลงทุนที่ขับเคลื่อนด้วย AI ลงอย่างกะทันหัน แรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์และข้อจำกัดทางการค้า: การขยายมาตรการควบคุมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่จำกัดการส่งมอบอุปกรณ์และบริการผลิตแผ่นเวเฟอร์ขั้นสูงไปยังประเทศจีน ยังคงบั่นทอนขนาดตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ ส่งผลให้เกิดปัจจัยกดดันรายได้อย่างต่อเนื่องและสร้างความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ความเสี่ยงในการดำเนินงานเพื่อขยายขนาดและแรงกดดันด้านห่วงโซ่อุปทาน: แผนการดำเนินงานเชิงรุกในการเพิ่มผลผลิตเครื่องมือรายไตรมาสเป็นเท่าตัวภายในปี 2028 ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ โดยสร้างความตึงตัวต่อกำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานในการดูแลลูกค้า ขณะที่แรงกดดันด้านราคาจากการแข่งขันกำลังส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรจากการดำเนินงานในระยะยาว บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Western Digital Corp (WDC) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.87% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/western-digital-corp-wdc-387percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เวสเทิร์น ดิจิตอล มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความตื่นตัวต่อฮาร์ดแวร์ AI ทั่วทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมบริษัทรายงานกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่งและดุลสุทธิที่เป็นบวกนักวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์ผลกำไรในเชิงบวก โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ $650.78 อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Western Digital Corp (WDC) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?เวสเทิร์น ดิจิตอล (Western Digital) มีโมเมนตัมขาขึ้นซึ่งมาพร้อมกับความผันผวนระหว่างวันที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความกระตือรือร้นในตลาดวงกว้างได้กลับคืนสู่กลุ่มฮาร์ดแวร์จัดเก็บข้อมูลและเซมิคอนดักเตอร์ อีกทั้งการผ่อนคลายด้านเศรษฐกิจมหภาคหลังจากข้อมูลการจ้างงานที่เสถียรช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย ได้เป็นปัจจัยเร่งการหมุนเวียนของเงินทุนกลับเข้าสู่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะเดียวกัน นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ กับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไปสู่การประมวลผลการอนุมาน AI (AI inference) และเวิร์กโฟลว์ของเอเจนต์ AI ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความจุในการจัดเก็บข้อมูลขนาดมหาศาลและถาวร โดยอุปสงค์ระดับเอ็กซาไบต์ที่ขยายตัวในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ระดับไฮเปอร์สเกลนี้ ยังคงช่วยสนับสนุนบรรยากาศเชิงบวกครอบคลุมทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทานการจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กร กิจกรรมการซื้อขายที่เป็นบวกยังสะท้อนถึงการที่นักลงทุนกำลังตอบรับการปรับเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ของเวสเทิร์น ดิจิตอล ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แบบมุ่งเน้นเฉพาะทาง (pure-play) หลังจากการแยกหน่วยธุรกิจจัดเก็บข้อมูลแบบแฟลช (Flash) ออกไป โดยโมเดลการดำเนินงานที่คล่องตัวขึ้นนี้ช่วยให้บริษัทมุ่งเน้นไปที่สัญญาการค้าประเภทองค์กรระยะยาวสำหรับแพลตฟอร์มไดรฟ์ความจุสูง ซึ่งรวมถึง ePMR, UltraSMR และเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบใช้ความร้อนช่วยด้วยสนามแม่เหล็ก (heat-assisted magnetic recording) ที่กำลังจะเปิดตัว นอกจากนี้ รายงานล่าสุดเกี่ยวกับการสร้างกระแสเงินสดอิสระที่แข็งแกร่ง ยอดเงินสดสุทธิที่เป็นบวก และโครงการจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นที่มีวินัยผ่านการซื้อหุ้นคืนและการจ่ายเงินปันผล ยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนฝั่งผู้ซื้อ (buy-side) อีกทั้งเอกสารยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อเร็ว ๆ นี้ที่แสดงถึงการถือครองหุ้นของนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้น ยังช่วยเสริมแรงหนุนแก่ราคาหุ้นในระหว่างการซื้อขายอีกด้วย นักวิเคราะห์ฝั่งขาย (sell-side) ยังคงมีมุมมองเชิงบวก โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับเพิ่มประมาณการกำไรล่วงหน้าและคาดการณ์ผลการดำเนินงานระยะสั้นที่มั่นคง ทั้งนี้ การที่บริษัทได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการใช้จ่ายในศูนย์ข้อมูลคลาวด์ ช่วยให้บริษัทอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบภายในระบบนิเวศฮาร์ดแวร์ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาที่ชัดเจนในระหว่างวันได้เน้นย้ำถึงข้อถกเถียงในหมู่นักลงทุนเกี่ยวกับการบริหารจัดการต้นทุนห่วงโซ่อุปทาน ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของลูกค้าที่อาจเกิดขึ้น และกรอบเวลาการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี โดยสรุปแล้ว ทิศทางขาขึ้นในวันนี้สะท้อนถึงการผสานกันของปัจจัยหนุนเชิงบวกในกลุ่มอุตสาหกรรม ตัวเลขงบการเงินที่แข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นของตลาดต่อปัจจัยขับเคลื่อนระยะยาวที่ส่งเสริมอุปสงค์การจัดเก็บข้อมูลระดับองค์กรการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Western Digital Corp (WDC)ในเชิงเทคนิค Western Digital Corp (WDC) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 7.986 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 52.121 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 18.064 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Western Digital Corp (WDC)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Western Digital Corp (WDC) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 47 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงลบ.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Western Digital Corp (WDC) Western Digital Corp (WDC) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $12.92B จัดอยู่ในอันดับที่ 9 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $9.29B จัดอยู่ในอันดับที่ 3 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $650.78 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $900.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $428.40รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Western Digital Corp (WDC)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การประเมินมูลค่าสูงเกินไปอย่างรุนแรงและการถูกปรับลดคำแนะนำจากนักวิเคราะห์:แบบจำลองการประเมินมูลค่าบ่งชี้ว่า WDC กำลังซื้อขายที่ระดับพรีเมียมอย่างมากเมื่อเทียบกับค่าทวีคูณในอดีต หลังจากราคาปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้นักวิเคราะห์จากบริษัทต่างๆ เช่น ซัมมิท อินไซทส์ (Summit Insights) ปรับลดคำแนะนำลงสู่ระดับถือ (Hold) และยูบีเอส (UBS) ปรับลดราคาเป้าหมายลง ซึ่งทำให้หุ้นมีความเสี่ยงต่อแรงเทขายทำกำไรอย่างหนักในช่วงที่มีการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม การตามหลังด้านส่วนแบ่งตลาดในการจัดส่ง HDD ความจุสูง:การเปรียบเทียบในอุตสาหกรรมเมื่อเร็วๆ นี้ชี้ให้เห็นว่า ซีเกท เทคโนโลยี (Seagate Technology) คู่แข่งรายสำคัญ มีอัตราการเติบโตของการจัดส่งความจุระดับเอกซาไบต์แซงหน้าเวสเทิร์น ดิจิตอล (34% เมื่อเทียบรายปี เทียบกับ 22% ของ WDC) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านการแข่งขันในขณะที่เวสเทิร์น ดิจิตอล กำลังรับมือกับความท้าทายด้านการดำเนินงานทางเทคนิคในระหว่างการเร่งผลิตแพลตฟอร์มไดรฟ์ขนาด 40 เทระไบต์ และเทคโนโลยีการบันทึกข้อมูลแบบใช้ความร้อนช่วย (HAMR) การยื่นรายงานการขายหุ้นของคนในต่อ SEC ที่เพิ่มขึ้น:การยื่นแบบ SEC Form 4 และ Rule 144 ในช่วงไม่กี่รอบการซื้อขายที่ผ่านมาเผยให้เห็นการขายหุ้นออกของคนในบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการที่ สเตฟานี สตรีทเตอร์ (Stephanie Streeter) กรรมการบริษัท ได้ขายหุ้นสามัญมูลค่ากว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ ตลอดจนการแจ้งขายหุ้นเพิ่มเติมของผู้บริหาร ซึ่งส่งสัญญาณถึงมุมมองเชิงระมัดระวังของผู้บริหารในช่วงที่ราคาหุ้นอ่อนตัวลงระหว่างวัน การกระจุกตัวของลูกค้าอย่างมากในตลาดคลาวด์ปลายทาง:ด้วยการที่กลุ่มธุรกิจคลาวด์สร้างรายได้เกือบ 89% ของรายได้ทั้งหมดของเวสเทิร์น ดิจิตอล โมเดลธุรกิจจึงยังคงมีความอ่อนไหวสูงมากต่อจังหวะเวลาการใช้จ่ายงบลงทุน การเปลี่ยนแปลงของปริมาณคำสั่งซื้อ หรือการต่อรองราคาอย่างเข้มงวดจากกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Cloud Hyperscalers) ที่มีการกระจุกตัว บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### AI เอฟเฟกต์ เพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีโลกพุ่งเฉียด 3,800 คน ทรัพย์สินโตรวม 15.1 ล้านล้านดอลลาร์ - thestandard.co URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-3800-151-thestandardco Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 AI เอฟเฟกต์ เพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีโลกพุ่งเฉียด 3,800 คน ทรัพย์สินโตรวม 15.1 ล้านล้านดอลลาร์ thestandard.co นักลงทุนหันมาสนใจหุ้นจีนเป็นทางเลือกแทนการเทรด AI ที่แออัด Investing.com AI อยู่ในวงจร Circular Financing อย่างที่กังวลกันจริงหรือ? Thunhoon Pimco พลิกเกมลงทุน AI ลดหุ้น “Mag S AI เอฟเฟกต์ เพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีโลกพุ่งเฉียด 3,800 คน ทรัพย์สินโตรวม 15.1 ล้านล้านดอลลาร์  thestandard.coนักลงทุนหันมาสนใจหุ้นจีนเป็นทางเลือกแทนการเทรด AI ที่แออัด  Investing.comAI อยู่ในวงจร Circular Financing อย่างที่กังวลกันจริงหรือ?  ThunhoonPimco พลิกเกมลงทุน AI ลดหุ้น “Mag Seven” หันลุยชิป-วัสดุ-การเงินในเอเชีย | การเงินธนาคาร  LINE TODAYมหาเศรษฐีระดับ "ซูเปอร์บิลเมอร์" ทั้ง 29 คนนี้ ถือครองทรัพย์สินคิดเป็น 27% ของความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลก  Vietnam.vn Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### I'll translate the Chinese content into Thai while preserving all HTML tags and structure. --- 开盘在即:存储芯片集体上涨, Bloom Energy 纳入标普 500 、戴尔纳入标普 100 ,双击上涨,还有哪些资讯值得关注 URL: https://onesiamsoft.com/articles/ill-translate-the-chinese-content-into-thai-while-preserving-all-html-tags-and-structure-b Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 การเปิดตลาดใกล้เข้ามาแล้ว: ชิปหน่วยความจำปรับตัวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งกลุ่ม, Bloom Energy ถูกเพิ่มเข้าในดัชนี S&P 500, Dell ถูกเพิ่มเข้าใน S&P 100, ราคาพุ่งขึ้นส… บทความนี้มีประมาณ 3357 คำ การอ่านทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 5 นาทีการเปิดตลาดใกล้เข้ามาแล้ว: ชิปหน่วยความจำปรับตัวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งกลุ่ม, Bloom Energy ถูกเพิ่มเข้าในดัชนี S&P 500, Dell ถูกเพิ่มเข้าใน S&P 100, ราคาพุ่งขึ้นสองต่อสอง ยังมีข่าวสารใดที่น่าสนใจอีกบ้างการควบรวมกิจการล่าสุดของ NVIDIA ส่งผลต่อการจัดสรรกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำทั่วโลก กระแสการลงทุนด้าน AI CapEx กำลังแพร่กระจายจากผลประกอบการรายบริษัทไปสู่น้ำหนักของดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก่อนเปิดตลาด ยังมีข่าวสารใดในกลุ่ม AI, ชิป และความมั่นคงทางไซเบอร์ที่น่าจับตามองอีกบ้าง?ขออภัย ฉันไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอที่ให้แปลเป็นภาษาไทยได้ เนื่องจากข้อกำหนดการทำงานระบุให้แปลจากภาษาจีนเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น หากคุณต้องการให้แปลเนื้อหานี้เป็นภาษาอังกฤษ โปรดแจ้งให้ฉันทราบ และฉันยินดีให้ความช่วยเหลือในการแปลตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้ยินดีต้อนรับเข้าร่วมชุมชนทางการของ Odaily Source: Originally published on พลาเน็ตเดลี่. Read the full article at พลาเน็ตเดลี่ → ### Take-Two Interactive ตั้งเป้า $220 ขณะที่ bullish divergence ก่อตัวก่อน GTA VI URL: https://onesiamsoft.com/articles/take-two-interactive-dollar220-bullish-divergence-gta-vi Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 TTWO แสดงสัญญาณ RSI divergence เชิงบวกในวันที่ 8 กันยายน ขณะที่กระแสความสนใจต่อ GTA VI เพิ่มขึ้น ​หุ้น Take-Two กำลังแสดงสัญญาณแรกของการฟื้นตัวทางเทคนิคหลังจากปรับตัวลดลงเป็นเวลานาน โดยเริ่มเกิด bullish RSI divergence ขณะที่ความสนใจของนักลงทุนหันไปสู่การเปิดตัว GTA VI ที่ใกล้เข้ามามากขึ้นบทความนี้ได้รับการแปลจากต้นฉบับ อ่านเวอร์ชันต้นฉบับโดยผู้สื่อข่าวของเราที่นี่.TTWO ปรับตัวขึ้นราว 0.6% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด หลังจากมีความเห็น ล่าสุดจาก Rob Nelson ผู้ร่วมเป็นผู้นำของ Rockstar North เกี่ยวกับการพัฒนา GTA VI เขากล่าวว่ารอบการผลิตที่ยาวนานทำให้ทีมงานเลือกประเด็นกระแสสังคมที่จะนำมาล้อเลียนอย่างพิถีพิถันมากขึ้น โดยนักพัฒนาให้ความสำคัญกับรูปแบบพฤติกรรมที่มีแนวโน้มจะยังคงเกี่ยวข้องเมื่อเกมเปิดตัว มากกว่ากระแสอินเทอร์เน็ตที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวความสนใจจากผู้ชมยังคงแข็งแกร่งเป็นพิเศษ วิดีโอ Grand Theft Auto VI: An Extended Look ความยาว 27 นาที มียอดรับชม 31.1 ล้านครั้งบน Netflix และขึ้นอันดับ 1 ใน 87 จาก 93 ประเทศที่มีการติดตามข้อมูล นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม Take-Two ยังระบุว่าอุปสงค์การสั่งซื้อล่วงหน้า GTA VI อยู่ในระดับ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ขณะที่ฝ่ายบริหารยังคงคาดการณ์ Net Bookings ของ FY2027 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $8.0–8.2 billion โดยเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2026ในกราฟรายวัน TTWO เกิด bullish RSI (14) divergence พร้อมกับเข้าใกล้เขต oversoldเพื่อให้รูปแบบนี้ได้รับการยืนยัน ผู้ซื้อจำเป็นต้องรักษาราคาหุ้นให้อยู่เหนือ $211 ต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งเซสชันการซื้อขายเต็ม ในกรณีดังกล่าว เป้าหมายแรกจะอยู่ที่แนวต้านบริเวณ $220.50หากโมเมนตัมยังคงดำเนินต่อไปหลังจากทะลุเหนือ $220.50 ความเป็นไปได้ของการฟื้นตัวในวงกว้างขึ้นไปสู่เส้น SMA 200 วันที่ใกล้ $228 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญรูปแบบขาขึ้นจะถือเป็นโมฆะหากราคาทะลุและเคลื่อนไหวต่ำกว่า $211 อย่างต่อเนื่อง การหลุดระดับนี้จะบ่งชี้ว่า divergence ยังไม่ได้รับการยืนยันจากราคา และจะทำให้แนวรับถัดไปบริเวณ $206 กลับมาเป็นจุดที่ต้องจับตาบททดสอบที่แท้จริงเริ่มขึ้นเมื่อ GTA VI วางจำหน่ายเมื่อการวางจำหน่าย GTA VI ในวันที่ 19 พฤศจิกายนใกล้เข้ามา หุ้น Take-Two มีแนวโน้มที่จะอ่อนไหวมากขึ้น ไม่เพียงต่อประกาศอย่างเป็นทางการจาก Rockstar เท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลการสั่งซื้อล่วงหน้า รีวิว สื่อโปรโมตใหม่ และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในความคาดหวังเกี่ยวกับการเปิดตัวด้วย ความคาดหวังอยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษแล้ว โดย Take-Two เองคาดการณ์ FY2027 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ฝ่ายบริหารระบุว่าอุปสงค์เบื้องต้นสำหรับ GTA VI อยู่ในระดับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบททดสอบที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นในช่วงวันแรก ๆ หลังการวางจำหน่าย ยอดขายเบื้องต้นจะแสดงให้เห็นว่า GTA VI สามารถเปลี่ยนความคาดหวังที่สูงอย่างไม่ธรรมดาให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางการค้าที่สอดคล้องกับการเปิดตัวที่ทำสถิติสูงสุด ซึ่งตลาดได้สะท้อนไว้ในราคาแล้วหรือไม่ในขณะเดียวกัน ชุดข่าว GTA VI รั่วไหล ได้เพิ่มความเสี่ยงด้านข่าวพาดหัวอีกประการให้กับ Take-Two และเกิดขึ้นพร้อมกับการเสื่อมลงอย่างเห็นได้ชัดของภาพทางเทคนิคของหุ้น เนื้อหานี้อาจมีความคิดเห็นจากบุคคลที่สาม ข้อมูลและข้อมูลใด ๆ บนเว็บเพจนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุนตาม ข้อจำกัดความรับผิดชอบ ของเรา แม้ว่าเราจะยึดมั่นใน ความซื่อสัตย์ทางบรรณาธิการ อย่างเคร่งครัด โพสต์นี้อาจมีการอ้างอิงถึงผลิตภัณฑ์จากพันธมิตรของเรา Source: Originally published on TU News. Read the full article at TU News → ### Intel Corp (INTC) หุ้น เปิด ขึ้น 6.00% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ URL: https://onesiamsoft.com/articles/intel-corp-intc-600percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อินเทลวางแผนปรับขึ้นราคาหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล 10%แผนกรับจ้างผลิตชิปได้ประมวลผลแผ่นเวเฟอร์มากกว่า 1 ล้านแผ่นโดยใช้ระบบลิโธกราฟีขั้นสูงนอร์ธแลนด์ ซิเคียวริตีส์ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้นสู่ระดับ Outperform โดยอ้างถึงความคืบหน้าในการพลิกฟื้นธุรกิจ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Intel Corp (INTC) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?อินเทล คอร์ปอเรชัน มีแรงบวกในการซื้อขายทางฝั่งบวก ซึ่งได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากปัจจัยหนุนเฉพาะของบริษัทที่เน้นย้ำถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นและอำนาจการกำหนดราคาเชิงกลยุทธ์ บรรยากาศการลงทุนในตลาดได้รับปัจจัยบวกหลังจากรายงานในห่วงโซ่อุปทานระบุว่า อินเทลกำลังเตรียมปรับขึ้นราคาหน่วยประมวลผลกลางสำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลขึ้นประมาณ 10% ในช่วงต้นเดือนตุลาคม การปรับราคาครั้งนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ไปสู่การขยายอัตรากำไรและความสามารถในการทำกำไร ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนว่า ฝ่ายบริหารกำลังให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งของอัตรากำไรขั้นต้นมากกว่าการเพิ่มปริมาณยอดขายที่มีอัตรากำไรต่ำ ท่ามกลางต้นทุนห่วงโซ่อุปทานที่สูงขึ้นและความต้องการระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่แข็งแกร่ง เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนเชิงบวก อินเทลได้ประกาศความก้าวหน้าสำคัญด้านการดำเนินงานร่วมกับเอเอสเอ็มแอล (ASML) เกี่ยวกับขีดความสามารถในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์รุ่นถัดไป โดยบริษัทเปิดเผยว่า แผนกรับจ้างผลิตชิปประสบความสำเร็จในการประมวลผลแผ่นเวเฟอร์มากกว่าหนึ่งล้านแผ่นโดยใช้ระบบพิมพ์ลายวงจรด้วยแสงอัลตราไวโอเลตยิ่งยวดที่มีค่าช่องรับแสงสูง (High-NA EUV) ขั้นสูง การสาธิตการใช้งานอุปกรณ์ล้ำสมัยนี้ในเชิงพาณิชย์ได้ก่อนคู่แข่งรายใหญ่ในอุตสาหกรรม ตอกย้ำถึงการดำเนินงานทางเทคนิคตามแผนผังการผลิตของอินเทล และเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะระยะยาวของบริษัทในการผลิตชิปโหนดขั้นสูงและโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเพิ่มเติมจากรายงานบทวิเคราะห์เชิงบวกและการยอมรับในระบบนิเวศที่กว้างขึ้น บริษัทวิจัยในวอลล์สตรีท รวมถึงนอร์ธแลนด์ ซีเคียวริตีส์ ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของหุ้นสู่ระดับ Outperform โดยระบุถึงปัญหาการขาดแคลนอุปทานซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องและความก้าวหน้าในการพลิกฟื้นธุรกิจที่เป็นรูปธรรม นอกจากนี้ สำนักวิจัยหลักทรัพย์รายใหญ่ย้ำว่า การระดมทุนผ่านส่วนทุนเมื่อเร็ว ๆ นี้ของอินเทล ช่วยลดความเสี่ยงในโครงการรายจ่ายลงทุนอันทะเยอทะยานสำหรับการขยายธุรกิจรับจ้างผลิตชิปโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดเชิงบวกเพิ่มเติม เช่น ความเป็นไปได้ในการร่วมมือด้านธุรกิจรับจ้างผลิตชิปกับผู้ผลิตหน่วยความจำชั้นนำสำหรับการบรรจุภัณฑ์ขั้นสูงและหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง ช่วยชดเชยความผันผวนในตลาดวงกว้างและสนับสนุนอุปสงค์ของผู้ซื้อได้อย่างมั่นคงการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Intel Corp (INTC)ในเชิงเทคนิค Intel Corp (INTC) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 2.478 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 58.585 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 3.232 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Intel Corp (INTC)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Intel Corp (INTC) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 51 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Intel Corp (INTC) Intel Corp (INTC) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $52.85B จัดอยู่ในอันดับที่ 5 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $-267.00M จัดอยู่ในอันดับที่ 111 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ถือครอง โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $114.05 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $200.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $75.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Intel Corp (INTC)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การเจือจางสัดส่วนหุ้นจากการระดมทุนมหาศาล: การเสนอขายหุ้นสามัญรอบสองที่ปรับเพิ่มมูลค่าเป็น 2.0 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ของอินเทลที่ราคา 95 ดอลลาร์ต่อหุ้น ก่อให้เกิดภาวะ overhang ของหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างผลกระทบเชิงเจือจางต่อกำไรต่อหุ้นระยะสั้นซึ่งคาดว่าอยู่ที่ 4% ถึง 5% ส่งผลให้ตลาดเกิดความวิตกกังวลว่าการใช้จ่ายงบลงทุนจำนวนมากจะให้ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในระดับที่น่าพอใจหรือไม่ อุปสงค์ PC ที่หดตัวและข้อจำกัดด้านอุปทานเวเฟอร์: แนวโน้มอุตสาหกรรมและประมาณการของผู้บริหารชี้ไปที่การบริโภคในตลาด PC ที่ลดลงในช่วง 10% ต้น ๆ เนื่องจากราคาหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการขาดแคลนเวเฟอร์และซับสเตรตเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งจำกัดความสามารถของอินเทลในการตอบสนองอุปสงค์ การปรับลดราคาเป้าหมายและการหดตัวของพหุคูณประเมินมูลค่าในวอลสตรีท: บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำซึ่งรวมถึงมิซูโฮ แบงก์ออฟอเมริกา และยูบีเอส ได้ปรับลดราคาเป้าหมายของหุ้นลง โดยอ้างถึงการบีบตัวของอัตรากำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง พหุคูณประเมินมูลค่าราคาต่อยอดขาย (Price-to-Sales) ที่สูงเมื่อเทียบกับค่ามัธยฐานในอดีต และความเสี่ยงในการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่ไลน์ผลิตภัณฑ์ CPU ที่กำลังขยายตัวของเอ็นวิเดีย ความเสี่ยงจากปฏิกิริยาต่อต้านของลูกค้าจากการบังคับปรับขึ้นราคา: การตัดสินใจของอินเทลในการปรับขึ้นราคาโปรเซสเซอร์สูงสุดถึง 10% เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เพื่อชดเชยต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นและอัตรากำไรที่ติดลบ เสี่ยงที่จะสร้างความห่างเหินกับผู้ซื้อกลุ่มลูกค้าทั่วไปและศูนย์ข้อมูล ซึ่งอาจส่งผลเร่งการสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้แก่คู่แข่งที่เป็นทางเลือกในระบบ x86 และ ARM บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2026 ของ GameStop: กำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดใหม่ขณะที่ยอดขายลดลง URL: https://onesiamsoft.com/articles/2-2026-gamestop Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 GameStop (GME) รายงานยอดขายสุทธิในไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณ 2026 อยู่ที่ 790.2 ล้านดอลลาร์ ลดลง 18.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นเจือจางเพิ่มขึ้นเป็น 0.51 ดอลลาร์ จาก 0.31 ดอลลาร์ ส่วนกำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดประจำไตรมาสสองที่ 160.2 ล้านดอลลาร์ เนื GameStop (NYSE: GME) รายงานยอดขายสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ตามปีงบการเงิน 2026 ที่ 790.2 ล้านดอลลาร์ สำหรับช่วง 13 สัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 1 สิงหาคม ลดลง 18.7% จาก 972.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้นปรับลด (diluted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น 0.51 ดอลลาร์ จาก 0.31 ดอลลาร์ ทั้งนี้ กำไรจากการดำเนินงานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาสที่สองที่ 160.2 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขาย การทั่วไป และการบริหาร (SG&A) ลดลง ขณะที่สินค้าของสะสมเติบโต 57% จนคิดเป็น 45.1% ของยอดขาย นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับเพิ่มแนวโน้ม EBITDA ปรับปรุงสำหรับทั้งปีงบการเงินอีกด้วย ข้อมูลผลประกอบการหลัก การลดลงของยอดขายส่วนใหญ่สะท้อนถึงการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อนหน้า การปิดสาขาตามแผนงาน และการถอนการลงทุนในธุรกิจของ GameStop ในประเทศฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการขายลดลงประมาณ 35.4% ซึ่งลดลงเร็วกว่ารายได้เป็นอย่างมาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 43.7% จาก 29.1% ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลงประมาณ 14.5% สู่ระดับ 187.1 ล้านดอลลาร์ แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเมื่อคิดเป็นสัดส่วนของยอดขายเป็น 23.7% จาก 22.5% ก็ตาม กำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่าย SG&A ในเชิงมูลค่าเงินที่ลดลง มีส่วนช่วยให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า ตัวชี้วัดQ2 FY2026Q2 FY2025การเปลี่ยนแปลง YoY โดยประมาณยอดขายสุทธิ790.2 ล้านดอลลาร์972.2 ล้านดอลลาร์-18.7%กำไรขั้นต้น / อัตรากำไรขั้นต้น345.0 ล้านดอลลาร์ / 43.7%283.1 ล้านดอลลาร์ / 29.1%+21.9% / +14.6 ppกำไรจากการดำเนินงาน / อัตรากำไรจากการดำเนินงาน160.2 ล้านดอลลาร์ / 20.3%66.4 ล้านดอลลาร์ / 6.8%+141.3% / +13.5 ppกำไรสุทธิ298.7 ล้านดอลลาร์168.6 ล้านดอลลาร์+77.2%กำไรต่อหุ้นปรับลด0.51 ดอลลาร์0.31 ดอลลาร์+64.5%กำไรสุทธิปรับปรุง161.1 ล้านดอลลาร์138.3 ล้านดอลลาร์+16.5%EBITDA ปรับปรุง174.0 ล้านดอลลาร์75.7 ล้านดอลลาร์+129.9%กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน62.4 ล้านดอลลาร์117.4 ล้านดอลลาร์-46.8% กำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงอยู่ที่ 158.7 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 64.7 ล้านดอลลาร์ การที่ตัวเลขดังกล่าวมีระดับใกล้เคียงกับกำไรจากการดำเนินงานตามมาตรฐาน GAAP ชี้ให้เห็นว่าการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการดำเนินงานไม่ได้เกิดจากรายการเกี่ยวกับเงินลงทุนที่บันทึกไว้ใต้บรรทัดกำไรจากการดำเนินงานเป็นหลัก ผลการดำเนินงานตามกลุ่มธุรกิจและกลุ่มการรายงาน สินค้าของสะสมเป็นแหล่งการเติบโตของยอดขายที่ชัดเจนที่สุด โดยรายได้จากกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นประมาณ 57% สู่ระดับ 356.3 ล้านดอลลาร์ จาก 227.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่สัดส่วนต่อยอดขายทั้งหมดเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 45.1% จาก 23.4% ทั้งนี้ ตั้งแต่ไตรมาสนี้เป็นต้นไป GameStop ได้รายงานยอดขายแยกตาม 3 หมวดหมู่ ได้แก่ สินค้าของสะสม (Collectibles), วิดีโอเกม (Video Games) และสินค้ามือสองและสินค้าปรับสภาพ (Pre-Owned and Refurbished) โดยมีการปรับย้อนหลังข้อมูลในงวดก่อนหน้าให้เป็นไปตามการนำเสนอใหม่นี้ ในเชิงภูมิศาสตร์ ทุกภูมิภาคที่มีการรายงานมียอดขายลดลง แต่ผลการดำเนินงานดีขึ้น โดยสหรัฐอเมริกาสร้างกำไรจากการดำเนินงานส่วนใหญ่ของบริษัท ออสเตรเลียมีกำไรเพิ่มขึ้น และยุโรปสามารถลดขาดทุนจากการดำเนินงานลงได้แม้จะเผชิญกับรายได้ที่ลดลงอย่างรุนแรงเป็นพิเศษก็ตาม ภูมิภาคยอดขาย Q2 FY2026ยอดขาย Q2 FY2025การเปลี่ยนแปลง YoY โดยประมาณกำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน Q2 FY2026กำไร (ขาดทุน) จากการดำเนินงาน Q2 FY2025สหรัฐอเมริกา608.2 ล้านดอลลาร์724.6 ล้านดอลลาร์-16.1%153.2 ล้านดอลลาร์63.7 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย120.9 ล้านดอลลาร์140.9 ล้านดอลลาร์-14.2%8.1 ล้านดอลลาร์6.0 ล้านดอลลาร์ยุโรป61.1 ล้านดอลลาร์106.7 ล้านดอลลาร์-42.7%(1.1) ล้านดอลลาร์(3.3) ล้านดอลลาร์ GameStop ระบุว่าการถอนการลงทุนในธุรกิจในประเทศฝรั่งเศสเป็นปัจจัยหนึ่งที่อยู่เบื้องหลังการลดลงของยอดขายรวม ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยมูลค่าผลกระทบเฉพาะของการถอนการลงทุนดังกล่าวที่มีต่อรายได้ประจำไตรมาส กำไรจากการลงทุนช่วยหนุนกำไรสุทธิ แต่ไม่ได้ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน กำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP ที่ 298.7 ล้านดอลลาร์ สูงกว่ากำไรสุทธิปรับปรุงที่ 161.1 ล้านดอลลาร์อย่างมีนัยสำคัญ ผลประกอบการที่รายงานรวมถึงกำไรจากสินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์ 166.3 ล้านดอลลาร์ และกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนในหุ้น eBay จำนวน 72.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหักลบไปบางส่วนด้วยผลขาดทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัลและลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องจำนวน 75.0 ล้านดอลลาร์ รายการเหล่านี้อธิบายว่าเหตุใดกำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP จึงเติบโตเร็วกว่ากำไรสุทธิปรับปรุงอย่างมาก กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม โดยลดลงสู่ระดับ 62.4 ล้านดอลลาร์ จาก 117.4 ล้านดอลลาร์ แม้ว่ากำไรสุทธิจะสูงขึ้นก็ตาม การกระทบยอดกระแสเงินสดได้ตัดกำไรจากตราสารอนุพันธ์จำนวน 203.6 ล้านดอลลาร์ และกำไรจากหุ้นที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 72.1 ล้านดอลลาร์ออก เนื่องจากรายการเหล่านี้ไม่ได้เป็นกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงานในระหว่างไตรมาส นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงในลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และภาษีเงินได้ยังใช้กระแสเงินสดไปอีกด้วย กิจกรรมการลงทุนใช้เงินสดไป 2.61 พันล้านดอลลาร์ โดย GameStop ได้จ่ายเงิน 4.39 พันล้านดอลลาร์สำหรับการลงทุนในหุ้น ซึ่งชดเชยบางส่วนด้วยเงิน 983.3 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับคืนจากหลักประกันที่ตกลงไว้สำหรับสินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์ และอีก 763.3 ล้านดอลลาร์จากการครบกำหนดอายุและการขายหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ณ วันที่ 1 สิงหาคม บริษัทถือครองเงินสด หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด สินทรัพย์ดิจิทัล และลูกหนี้ที่เกี่ยวข้องรวมประมาณ 5.4 พันล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ หุ้น eBay ที่บริษัทถือครองอยู่ประมาณ 43.4 ล้านหุ้น มีมูลค่ายุติธรรมประมาณ 4.9 พันล้านดอลลาร์ สิ่งนี้ทำให้บริษัทมีฐานสินทรัพย์ที่มั่นคงอย่างมาก แต่ก็ทำให้มูลค่าเงินลงทุนและรายการเกี่ยวกับการลงทุนมีความสำคัญมากขึ้นต่อกำไรและสภาพคล่องที่รายงาน หนี้สินระยะยาวอยู่ที่ 4.17 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาส ทั้งนี้ ในเหตุการณ์หลังสิ้นไตรมาสเมื่อวันที่ 3 กันยายน GameStop ได้ทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนหุ้นกู้แปลงสภาพผ่านการเจรจาแบบส่วนตัว ซึ่งปลดหนี้เงินต้นของหุ้นกู้แปลงสภาพไปประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หนี้สินระยะยาวรวมลดลงเหลือประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์ แนวโน้มสำหรับปีงบการเงิน 2026 GameStop ได้ปรับเพิ่มกรอบล่างของคาดการณ์ EBITDA ปรับปรุงขึ้น 50 ล้านดอลลาร์ โดย EBITDA ปรับปรุงสำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีงบการเงิน 2026 อยู่ที่ 339.7 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับแนวโน้มเต็มปีใหม่ที่คาดว่าจะมากกว่า 650 ล้านดอลลาร์ ตัวชี้วัดแนวโน้มล่าสุดแนวโน้มก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงEBITDA ปรับปรุง ปีงบฯ 2026มากกว่า 650 ล้านดอลลาร์มากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ปรับเพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำขึ้น 50 ล้านดอลลาร์ คาดการณ์ดังกล่าวครอบคลุมปีงบการเงินซึ่งจะสิ้นสุด ณ วันที่ 30 มกราคม 2027 เนื่องจาก EBITDA ปรับปรุงเป็นตัวชี้วัดนอกมาตรฐาน GAAP ที่มองไปข้างหน้า GameStop จึงระบุว่าไม่สามารถกระทบยอดคาดการณ์นี้กับกำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP ที่ประเมินไว้ได้โดยไม่ใช้ความพยายามที่เกินสมควร ธุรกรรมของผู้ภายในเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยอดรวมย้อนหลัง 6 เดือนที่ได้รับระบุว่า มีหุ้น 42,392 หุ้นที่จัดประเภทเป็นการซื้อจาก 2 รายการ และมีการขายหุ้น 36,456 หุ้นจาก 5 รายการ ส่งผลให้มีจำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นสุทธิ 5,936 หุ้น ขณะที่การถือครองหุ้นทั้งหมดของผู้ภายในรายงานไว้ที่ประมาณ 39.61 ล้านหุ้น ตารางต่อไปนี้นำเสนอ 10 รายการล่าสุดที่มีการรายงานจากประวัติธุรกรรมของผู้ภายในย้อนหลัง 2 ปี โดยมูลค่าและประเภทธุรกรรมที่รายงานไว้แสดงขึ้นโดยไม่มีการสรุปผลเกี่ยวกับมุมมองของผู้ภายในที่มีต่อบริษัท วันที่ผู้ภายในธุรกรรมรูปแบบการถือครองราคาต่อหุ้นมูลค่าที่รายงาน6 ก.ค. 2026Mark Haymond Robinson, ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปขายโดยตรง22.38–22.62 ดอลลาร์248,029 ดอลลาร์1 ก.ค. 2026Daniel William Moore, ผู้บริหารขายโดยตรง22.38 ดอลลาร์158,562 ดอลลาร์13 เม.ย. 2026Mark Haymond Robinson, ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปขายโดยตรง23.19 ดอลลาร์90,715 ดอลลาร์1 เม.ย. 2026Daniel William Moore, ผู้บริหารขายโดยตรง22.94 ดอลลาร์165,430 ดอลลาร์1 เม.ย. 2026Mark Haymond Robinson, ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปขายโดยตรง22.94 ดอลลาร์165,407 ดอลลาร์1 เม.ย. 2026Daniel William Moore, ผู้บริหารการให้หุ้นโดยตรง23.59 ดอลลาร์500,014 ดอลลาร์1 เม.ย. 2026Mark Haymond Robinson, ที่ปรึกษากฎหมายทั่วไปการให้หุ้นโดยตรง23.59 ดอลลาร์500,014 ดอลลาร์23 ม.ค. 2026Lawrence Cheng, กรรมการบริษัทซื้อโดยอ้อม22.87 ดอลลาร์114,368 ดอลลาร์21 ม.ค. 2026Ryan Cohen, CEOซื้อโดยตรง21.12–21.60 ดอลลาร์21,359,200 ดอลลาร์21 ม.ค. 2026Alain Attal, กรรมการบริษัทซื้อโดยตรง21.63 ดอลลาร์259,577 ดอลลาร์ ความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องจับตามอง ความยั่งยืนของยอดขาย: รายได้ประจำไตรมาสลดลง 18.7% โดยการเปรียบเทียบได้รับผลกระทบจากการเปิดตัว Nintendo Switch 2 ในปีก่อนหน้า การปิดสาขา และการถอนการลงทุนในฝรั่งเศส ทั้งนี้ ผลประกอบการในอนาคตยังคงมีความอ่อนไหวต่อรอบการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และการเปลี่ยนแปลงจำนวนสาขา การพึ่งพาสินค้าของสะสมมากขึ้น: สินค้าของสะสมคิดเป็น 45.1% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจาก 23.4% ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อความนิยมของการ์ดสะสมและความสามารถของบริษัทในการระบุและตอบสนองต่อแนวโน้มของผู้บริโภค ความผันผวนของกำไรที่เกี่ยวกับการลงทุน: สินทรัพย์ตราสารอนุพันธ์ สัดส่วนหุ้นใน eBay และสินทรัพย์ดิจิทัลสร้างผลกำไรและขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญในระหว่างไตรมาส การเปลี่ยนแปลงในมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้อาจทำให้กำไรตามมาตรฐาน GAAP แตกต่างไปจากผลการดำเนินงานจริงอย่างมาก การเปลี่ยนกำไรเป็นกระแสเงินสดและการจัดสรรเงินทุน: กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลงแม้ว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่การลงทุนในหุ้นใช้เงินสดถึง 4.39 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นการเปลี่ยนกำไรทางบัญชีเป็นเงินสดและการใช้สภาพคล่องที่เหลืออยู่จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม บทสรุป ผลประกอบการไตรมาส 2 ปีงบการเงิน 2026 ของ GameStop ผสมผสานระหว่างยอดขายที่ลดลงกับการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของกำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงาน โดยได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วไปสู่สินค้าของสะสมและค่าใช้จ่าย SG&A ในเชิงมูลค่าเงินที่ลดลง ผลการดำเนินงานปรับปรุงดีขึ้นอย่างมาก แต่กำไรที่เกี่ยวกับการลงทุนได้ขยายตัวเลขกำไรสุทธิตามมาตรฐาน GAAP ให้สูงขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานลดลง การปรับเพิ่มแนวโน้ม EBITDA ปรับปรุงชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรตลอดทั้งปีที่สูงขึ้น โดยมีความยั่งยืนของยอดขาย การเปลี่ยนกำไรเป็นเงินสด การกระจุกตัวในสินค้าของสะสม และความเสี่ยงจากการลงทุนเป็นประเด็นหลักที่ต้องติดตามต่อไป บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### บอนด์ยีลด์ดีดตัว จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788889600592 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 21.21 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.796% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐดีดตัวขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ ณ เวลา 21.21 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.796% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 5.249% ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งในวันศุกร์ และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### SpaceX (SPCX) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.52% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/spacex-spcx-352percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 การสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นช่วยขยายสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (public float) ซึ่งช่วยหนุนโมเมนตัมการซื้อขายและน้ำหนักในดัชนีคาดว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าภาคบังคับจากกองทุนแบบพาสซีฟจากการปรับสมดุลของดัชนี Nasdaq 100 ที่กำลังจะมาถึงหุ้นดังกล่าวมีรายได้ต่อปีอยู่ที่ 18.67 พันล้านดอลลาร์ อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น SpaceX (SPCX) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?บริษัท สเปซ เอกซ์พลอเรชัน เทคโนโลยีส์ คอร์ป (Space Exploration Technologies Corp.) มีแรงส่งการซื้อขายในเชิงบวก ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับสัดส่วนพอร์ตลงทุนของนักลงทุนสถาบันและการเพิ่มน้ำหนักคำนวณในดัชนี ความเชื่อมั่นของตลาดปรับตัวดีขึ้นหลังรายงานชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด (public float) ของบริษัท เนื่องจากระยะเวลาห้ามขายหุ้น (lockup period) หลังการเสนอขายหุ้น IPO ได้สิ้นสุดลง การเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนหุ้นที่ซื้อขายได้ช่วยขจัดข้อจำกัดด้านสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (free float) ที่เคยจำกัดน้ำหนักของหุ้นในดัชนีอ้างอิงหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรดานักยุทธศาสตร์จากวอลล์สตรีทเน้นย้ำว่า สัดส่วนหุ้นหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะส่งผลให้มีการปรับเพิ่มน้ำหนักของบริษัทในดัชนี Nasdaq 100 อย่างมีนัยสำคัญ ในระหว่างการปรับสัดส่วนดัชนีรายไตรมาสที่กำลังจะมาถึง กองทุนแบบแพสซีฟ (passive funds) และผลิตภัณฑ์กองทุนรวมดัชนีที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ETF) ที่อ้างอิงดัชนีดังกล่าวจะต้องปรับการจัดสรรพอร์ตลงทุนตามไปด้วย ซึ่งคาดว่าจะสร้างแรงซื้อสุทธิตามมามหาศาลมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ แนวโน้มของเงินทุนไหลเข้าแบบแพสซีฟจำนวนมากซึ่งไม่ไวต่อราคาได้กระตุ้นให้เกิดการเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรของนักลงทุนสถาบันในทันที โดยดึงดูดกระแสเงินทุนไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งจากผู้จัดการกองทุนแบบแอคทีฟที่ต้องการเข้าซื้อล่วงหน้าก่อนการปรับดัชนีตามกำหนดการ นอกจากปัจจัยหนุนจากการปรับดัชนีแล้ว บรรยากาศการลงทุนโดยรวมในตลาดรอบกลุ่มอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูงยังคงให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ความสนใจของนักลงทุนสถาบันในการพาณิชย์อวกาศยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์การเติบโตระยะยาวที่ดีสำหรับการส่งดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ระดับโลก และบริการปล่อยจรวด การผสมผสานระหว่างปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างของดัชนีและความเชื่อมั่นเชิงบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มอุตสาหกรรมได้สร้างปัจจัยดึงดูดใจให้นักลงทุนเข้าซื้อ การเคลื่อนไหวของราคาในระหว่างวันมีความผันผวนสูง เนื่องจากผู้ซื้อขายในตลาดประเมินผลกระทบจากการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นควบคู่ไปกับกำหนดการปรับสัดส่วนดัชนีที่กำลังจะมาถึง แม้ว่าอุปทานหุ้นที่เพิ่มขึ้นจากการปลดล็อกหุ้นของผู้ภายในอาจกดดันราคาหุ้นในระยะสั้นได้เป็นครั้งคราว แต่ความชัดเจนของอุปสงค์บังคับจากกองทุน ETF แบบแพสซีฟสามารถดูดซับสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งผลให้กลไกตลาดเอื้อต่อฝั่งผู้ซื้อ เมื่อมองไปข้างหน้า กิจกรรมการซื้อขายมีแนวโน้มที่จะยังคงคึกคักอย่างต่อเนื่องก่อนถึงวันที่มีการปรับสัดส่วนดัชนีอย่างเป็นทางการ นักลงทุนควรติดตามการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในบรรยากาศการลงทุนของตลาดเทคโนโลยีโดยรวม รวมถึงตัวชี้วัดการดำเนินการรอบกำหนดการปรับพอร์ตของกองทุนแบบแพสซีฟ เนื่องจากพลวัตของกระแสเงินทุนสถาบันจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดทิศทางราคาในระยะสั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ SpaceX (SPCX)ในเชิงเทคนิค SpaceX (SPCX) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 3.274 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 62.104 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 3.547 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดการวิเคราะห์พื้นฐานของ SpaceX (SPCX) SpaceX (SPCX) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการโทรคมนาคม โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $18.67B จัดอยู่ในอันดับที่ 10 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $-4.94B จัดอยู่ในอันดับที่ 61 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $231.32 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $800.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $100.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ SpaceX (SPCX)ความเสี่ยงเฉพาะบริษัท: การสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้นที่กำลังจะมาถึงและสภาวะอุปทานหุ้นล้นตลาด: หุ้นของคนในบริษัทและพนักงานประมาณ 319 ล้านหุ้นจะได้รับการปลดล็อกในวันที่ 9 กันยายน 2026 ตามด้วยอีก 59.1 ล้านหุ้นในวันที่ 10 กันยายน และมากกว่า 1 พันล้านหุ้นจนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งสร้างแรงกดดันในการขายระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญและการขยายตัวของหุ้นหมุนเวียนในตลาด มัลติเพิลการประเมินมูลค่าที่สูงอย่างสุดขั้วและการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง: การซื้อขายที่อัตราส่วน Price-to-Sales ระดับสูงกว่า 75 เท่า บนมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 1.9+ ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดติดลบและยังไม่มีผลกำไรระยะยาวที่พิสูจน์ได้ ส่งผลให้หุ้นมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อการถูกปรับลดมูลค่าลงอย่างรุนแรงและการถูกปรับลดราคาเป้าหมาย การพึ่งพาความก้าวหน้าทางเทคนิคของ Starship และหมุดหมายด้าน AI ในระดับสูง: รายงานวิจัยจากวอลล์สตรีทเน้นย้ำว่าประมาณการกระแสเงินสดระยะยาวพึ่งพาการดำเนินงานอย่างไร้ที่ติในการนำ Starship กลับมาใช้ใหม่และการขยายระบบประมวลผล AI ในวงโคจรขนาดใหญ่อย่างแทบจะทั้งหมด ซึ่งความล่าช้าทางเทคนิคหรือความล้มเหลวในการปล่อยยานใดๆ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมมติฐานการเติบโตสูง ความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เงินทุนสูงและภาระหนี้สิน: การจัดหาเงินทุนเชิงรุกที่จำเป็นสำหรับการสร้างระบบประมวลผล AI การขยายโครงข่ายดาวเทียม Starlink และภาระหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ก่อให้เกิดรายจ่ายลงทุนมหาศาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกดดันสภาพคล่องและความยืดหยุ่นของงบการเงิน บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Oracle Corp (ORCL) หุ้น เปิด ขึ้น 4.67% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ URL: https://onesiamsoft.com/articles/oracle-corp-orcl-467percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 หุ้นออราเคิลปรับตัวขึ้น ท่ามกลางความคาดหวังอย่างมากต่อผลประกอบการไตรมาสแรกตามปีงบการเงินที่กำลังจะมาถึงความคิดเห็นเชิงบวกเน้นย้ำถึงอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้นสำหรับ Oracle Cloud Infrastructure และกำลังการประมวลผล AIตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงสัญญาณซื้อจาก MACD และ RSI ที่อยู่ในระดับเป็นกลาง อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Oracle Corp (ORCL) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น มีแรงส่งเชิงบวกปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ควบคู่ไปกับความผันผวนระหว่างวัน เนื่องจากผู้ร่วมตลาดเข้าซื้อสะสมหุ้นอย่างคึกคักก่อนการเปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกตามปีงบการเงินของบริษัทที่กำลังจะมาถึง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้รับแรงหนุนจากบทวิเคราะห์เชิงบวกจากสถาบันวิจัยชั้นนำในวอลล์สตรีท ซึ่งเน้นย้ำถึงอุปสงค์ที่เร่งตัวขึ้นสำหรับออราเคิล คลาวด์ อินฟราสตรัคเจอร์ (Oracle Cloud Infrastructure) และสมรรถนะการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า การขยายกำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่จะเปิดให้บริการ คาดว่าจะช่วยให้ออราเคิลสามารถสร้างรายได้จากยอดขายรอรับรู้รายได้ตามสัญญาขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้คลาวด์อย่างแข็งแกร่งและเสริมความคาดหวังของตลาด การเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางบวกสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถของออราเคิลในการส่งมอบงานตามภาระผูกพันตามสัญญาที่เหลืออยู่ (Remaining Performance Obligations) ที่มีอยู่อย่างมหาศาล การคงคำแนะนำเทียบเท่า "ซื้อ" และราคาเป้าหมายเชิงบวกจากบริษัทหลักทรัพย์รายใหญ่ช่วยเสริมบรรยากาศการซื้อของนักลงทุนสถาบัน ขณะที่ความสนใจของตลาดเปลี่ยนไปสู่ศักยภาพในการทำรายได้ที่สูงกว่าคาดในบริการ GPU-as-a-service และแอปพลิเคชันคลาวด์สำหรับองค์กร นอกจากนี้ การได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำซอฟต์แวร์องค์กรของออราเคิล เช่น การติดอันดับระดับแนวหน้าในการประเมินห่วงโซ่อุปทานคลาวด์ของอุตสาหกรรม ยังช่วยย้ำถึงความกว้างขวางของระบบนิเวศซอฟต์แวร์ขั้นพื้นฐาน นอกเหนือจากเพียงโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลเปล่า ๆ แม้จะมีแนวโน้มเชิงบวกที่แข็งแกร่ง แต่ความผันผวนของการซื้อขายระหว่างวันที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตอกย้ำถึงข้อถกเถียงที่ยังคงมีอยู่ในหมู่นักลงทุน เกี่ยวกับความต้องการรายจ่ายฝ่ายทุนที่สูงและภาระหนี้สินที่จำเป็นในการสนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ของบริษัท แม้ผู้ร่วมตลาดจะประเมินแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะสั้นและปัจจัยท้าทายด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น แต่แรงส่งทางเทคนิคเชิงบวกและความคาดหวังต่อผลประกอบการก็กลายเป็นปัจจัยหลักที่ครอบคลุมการซื้อขายในที่สุด ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างมั่นคง โดยนักลงทุนเฝ้ารอการประกาศผลประกอบการเพื่อยืนยันการเร่งตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจคลาวด์และทิศทางกระแสเงินสดอิสระการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Oracle Corp (ORCL)ในเชิงเทคนิค Oracle Corp (ORCL) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ 3.312 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณซื้อ ขณะที่ค่า RSI ที่ 65.484 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 13.899 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Oracle Corp (ORCL)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Oracle Corp (ORCL) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 53 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Oracle Corp (ORCL) Oracle Corp (ORCL) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และบริการด้าน IT โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $67.36B จัดอยู่ในอันดับที่ 8 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $16.98B จัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $250.64 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $400.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $110.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Oracle Corp (ORCL)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: ความเสี่ยงด้านรายจ่ายลงทุนและภาวะปรับลดสัดส่วนการถือหุ้น: การขยายศูนย์ข้อมูล AI อย่างรุกหนักของออราเคิลส่งผลให้รายจ่ายลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 55.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้เกิดกระแสเงินสดอิสระติดลบ 23.7 พันล้านดอลลาร์ และทำให้หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 218.7 พันล้านดอลลาร์ เพื่อหาเงินทุนรองรับความต้องการด้านความจุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทกำลังเตรียมเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน ณ ราคาตลาด (at-the-market equity offering) มูลค่า 20 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุนมูลค่า 40 พันล้านดอลลาร์ ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับภาวะปรับลดสัดส่วนการถือหุ้น (dilution) รวมถึงภาวะตึงตัวของงบการเงิน การไต่สวนการให้สิทธิ์ใช้งานซอฟต์แวร์โดยหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของ EU: หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันทางการค้าและการป้องกันการผูกขาดของยุโรปได้เริ่มตรวจสอบอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับแนวปฏิบัติการให้สิทธิ์ใช้งานซอฟต์แวร์คลาวด์ของออราเคิล โดยพนักงานสอบสวนกำลังตรวจสอบข้อกำหนดใบอนุญาตที่มีลักษณะจำกัด ซึ่งบีบบังคับให้ลูกค้าองค์กรต้องใช้บริการของ Oracle Cloud Infrastructure ต่อไป ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมาย และเสี่ยงที่จะต้องยอมผ่อนผันข้อตกลงในสัญญาหรือเผชิญค่าปรับจากหน่วยงานกำกับดูแล ภาระในการดำเนินงานด้านโครงสร้างพื้นฐานก่อนการรายงานผลประกอบการ: ก่อนการเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบการเงิน 2027 ในวันที่ 10 กันยายน ออราเคิลเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักในการดำเนินงานเพื่อเปิดใช้งานสมรรถนะการประมวลผลใหม่เกือบ 1 กิกะวัตต์ การบรรลุเป้าหมายการเติบโตของรายได้คลาวด์ที่ 57% ถึง 63% นั้น จำเป็นต้องสร้างรายได้ประจำเป็นรายปี (ARR) ใหม่จาก IaaS ให้ได้มากกว่า 9 พันล้านดอลลาร์ภายในไตรมาสเดียว ซึ่งแทบไม่เหลือพื้นที่รองรับความล่าช้าในการปรับใช้ระบบเลย การชะงักงันของการดำเนินงานจากการปรับโครงสร้างองค์กร: รายงานเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานภายในองค์กรที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายน มีขึ้นหลังจากที่มีการปรับลดตำแหน่งงานไปแล้วราว 21,000 ตำแหน่ง และมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง 1.8 พันล้านดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา การปรับลดจำนวนพนักงานอย่างรุนแรงเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงที่จะสร้างความไม่มั่นคงในการดำเนินงาน และฉุดรั้งประสิทธิภาพการทำงานในส่วนงานสนับสนุนองค์กรและงานขาย บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Moomoo เจาะลึกแนวโน้มตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันอังคารนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/moomoo Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ตลาดวอลล์สตรีทจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันอังคาร หลังจากหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม $undefined (.DJI.US)$, $undefined (.SPX.US)$ และ $undefined (.IXIC.US)$ ตลาดจะพยายามดีดตัวกลับจากที่ร่วงลงไปเมื่อวันศุกร์ก่อนช่วงวันหยุด หุ้นร่วงลงจากค ตัวเลขจ้างงานพุ่ง ปลุกกระแสกลัวเฟดขึ้นดอกเบี้ย: ต้องรอลุ้นว่า CPI จะมาซ้ำเติมอีกไหม?ตลาดวอลล์สตรีทจะกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในวันอังคาร หลังจากหยุดยาวเนื่องในวันแรงงานของสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมายกตัวอย่างเช่น Tesla ร่วงไปเกือบ 6% เมื่อวันศุกร์ หลังจากที่การเปิดตัว Cybercab เมื่อวันพฤหัสบดีที่รอคอยกันมานานนั้นไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับเหล่านักลงทุนได้นอกจากนี้ ทางการสหรัฐฯ ยังได้ประกาศเมื่อวันศุกร์ว่ากำลังเริ่มการตรวจสอบความปลอดภัยของรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติรุ่นนี้ ซึ่งไม่มีทั้งพวงมาลัยและแป้นเหยียบLululemon และ $UiPath (PATH.US)$ ก็ดิ่งลงมากกว่า 15% เช่นกัน หลังจากที่ผลประกอบการรายไตรมาสทำให้นักลงทุนผิดหวังในขณะเดียวกัน $Zscaler (ZS.US)$และ $Planet Labs PBC (PL.US)$ ร่วงลงเล็กน้อยหลังจากรายงาน ผลประกอบการ ของตัวเอง ในขณะที่ $Snowflake (SNOW.US)$ ร่วงกลับลงมา 5.4% หลังจากที่พุ่งขึ้นไป 16.6% เมื่อวันพฤหัสบดีจากผลการดำเนินงานรายไตรมาสที่ออกมาดีเกินคาดนอกจากบรรยากาศโดยรวมที่เป็นลบเมื่อวันศุกร์แล้ว ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมที่แข็งแกร่งเกินคาดยังทำให้ Wall Street กังวลอีกด้วยกระทรวงแรงงานรายงานว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนที่แล้ว ซึ่งสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 53,000 ตำแหน่งอย่างมากนักลงทุนบางส่วนมองว่าตอนนี้ Fed จะรู้สึกผ่อนคลายในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่กำลังจะถึงนี้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานของอเมริกาออลอิน (All in) ดัชนี Dow Jones ปิดลบ 0.5% ในวันศุกร์ ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.4% และ Nasdaq Composite ขยับลง 0.3%สำหรับช่วงเวลาเทรดวันอังคารนี้ รอติดตามผลประกอบการที่จะประกาศก่อนเปิดตลาดจาก$United Natural Foods (UNFI.US)$ และบริษัทอื่นๆ อีกสองสามแห่งในขณะเดียวกัน นักลงทุนจะจับตามอง $Bloom Energy (BE.US)$, $Everpure (P.US)$และ $Illumina (ILMN.US)$ ในวันอังคาร โดยเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ นอกเวลาทำการ ทาง S&P Dow Jones Indices ได้ประกาศว่าทั้งสามบริษัทจะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี S&P 500 เร็วๆ นี้และนี่คือสรุปภาพรวมสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันนี้:ในช่วงเวลาเทรดที่กำลังจะถึงนี้ คุณกำลังจับตามองอะไรอยู่? ลองพิมพ์บอกเราในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม20 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### Amgen Inc (AMGN) หุ้น เคลื่อนไหว ลง 8.33% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: ปัจจัยขับเคลื่อนเบื้องหลังการเคลื่อนไหว URL: https://onesiamsoft.com/articles/amgen-inc-amgn-833percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ความล้มเหลวในการทดลองยา pelacarsen ของโนวาร์ติส เพิ่มความไม่แน่นอนทางคลินิกให้กับยา olpasiran ของแอมเจน ซึ่งเป็นคู่แข่งBMO Capital ปรับลดคำแนะนำสำหรับแอมเจนลงจาก Outperform เป็น Market Perform ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นตัวชี้วัดทางเทคนิคแสดงให้เห็นว่า RSI ของแอมเจนอยู่ท อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Amgen Inc (AMGN) ปรับตัว ลง ในวันนี้?แอมเจน (Amgen) เผชิญแรงกดดันขาลงอย่างเห็นได้ชัด อันเนื่องมาจากอุปสรรคครั้งใหญ่ในแวดวงยารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โดยบริษัทคู่แข่งอย่างโนวาร์ติส (Novartis) เปิดเผยว่า การทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 สำหรับยาทดลองเพลาคาร์เซน (pelacarsen) ที่มุ่งเป้าลดระดับไลโปโปรตีน(เอ) [lipoprotein(a)] ที่สูง ไม่สามารถลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางหัวใจและหลอดเลือดได้ แม้จะประสบความสำเร็จในการลดระดับไขมันเป้าหมายก็ตาม ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิดนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดในกลุ่มยาลดระดับไลโปโปรตีน(เอ) ทั้งหมด และเนื่องจากแอมเจนกำลังพัฒนายาตัวเต็งสำคัญในระยะสุดท้ายอย่างโอลพาซิแรน (olpasiran) ในการศึกษาผลลัพธ์ทางหัวใจและหลอดเลือดครั้งสำคัญของตนเอง นักลงทุนจึงประเมินโอกาสความสำเร็จและความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์ในอนาคตของยาตัวเต็งดังกล่าวใหม่อย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงจากผลการทดลองของคู่แข่งนี้ได้สร้างความไม่แน่นอนทางคลินิกที่ผิดคาด ให้แก่หนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตจากสายการพัฒนายาที่ได้รับการคาดหวังมากที่สุดของยักษ์ใหญ่แห่งวงการไบโอเทครายนี้ ซ้ำเติมแนวโน้มความเชื่อมั่นทางคลินิกที่เปลี่ยนไป บริษัทวิจัยชั้นนำบนวอลสตรีทหลายแห่งได้ปรับคำแนะนำและพารามิเตอร์ความเสี่ยงของหุ้นดังกล่าว โดย BMO Capital ได้ปรับลดคำแนะนำสำหรับแอมเจนลงจาก Outperform สู่ Market Perform พร้อมระบุว่า การพุ่งขึ้นอย่างมากของราคาหุ้นก่อนหน้านี้ได้สะท้อนการดำเนินงานเชิงพาณิชย์กรณีพื้นฐานไปมากแล้ว ทำให้เหลือส่วนเผื่อความปลอดภัย (safety margin) เพียงเล็กน้อยหากเกิดความผิดพลาดในสายการพัฒนายา หรือเผชิญปัจจัยลบจากการสูญเสียสิทธิขายขาดแต่เพียงผู้เดียว (loss-of-exclusivity) ในยากลุ่มเดิมที่กำลังจะมาถึง ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ยังแสดงความเห็นเชิงระมัดระวังเพิ่มเติมโดยชี้ว่า แบบจำลองการประเมินมูลค่าสะท้อนว่าราคาหุ้นตึงตัวเกินกว่าประมาณการกระแสเงินสดที่แท้จริงใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน การรวมกันของอัตราส่วนมูลค่าที่สูงขึ้นและระดับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ได้กดดันให้ผู้จัดการกองทุนสถาบันเทขายทำกำไรและลดสัดส่วนการลงทุนลง นอกจากนี้ ความผันผวนอย่างรุนแรงระหว่างวันยังถูกซ้ำเติมจากปัจจัยในตลาดเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึงการปรับสมดุลน้ำหนักดัชนี (index-level rebalancing) และแรงขายตามน้ำหนักราคาดัชนีอ้างอิงหลักของตลาด แม้ว่าเมื่อเร็ว ๆ นี้ แอมเจนจะประกาศความคืบหน้าทางคลินิกเชิงบวกในกลุ่มยารักษาโรคมะเร็งก็ตาม แต่มูเมนตัมระยะสั้นยังคงถูกกดดันจากการจับตาอย่างเข้มงวดต่อสายการพัฒนายารักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ตลอดจนการแข่งขันจากยาชีววัตถุคล้ายคลึง (biosimilars) ที่เข้ามาตีตลาดผลิตภัณฑ์ดั้งเดิม สำหรับทิศทางในอนาคต นักลงทุนสถาบันจะเฝ้าติดตามการรายงานผลการทดลองทางคลินิกนวัตกรรมเฉพาะของแอมเจนอย่างใกล้ชิด เพื่อดูว่ากลไกโมเลกุลที่โดดเด่นจะช่วยให้สายการพัฒนายาของบริษัทสร้างความแตกต่างจากอุปสรรคที่คู่แข่งในอุตสาหกรรมเผชิญอยู่ได้หรือไม่ พร้อมทั้งช่วยฟื้นคืนความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในระยะยาวการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Amgen Inc (AMGN)ในเชิงเทคนิค Amgen Inc (AMGN) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -8.423 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณเป็นกลาง ขณะที่ค่า RSI ที่ 40.256 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 97.857 แสดงถึงสภาวะขายมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Amgen Inc (AMGN)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Amgen Inc (AMGN) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 48 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ ปานกลาง โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงบวกอย่างมาก.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Amgen Inc (AMGN) Amgen Inc (AMGN) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเภสัชกรรมและการวิจัยทางการแพทย์ โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $36.75B จัดอยู่ในอันดับที่ 14 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $7.71B จัดอยู่ในอันดับที่ 10 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ถือครอง โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $390.14 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $457.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $225.00รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amgen Inc (AMGN)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: ความเปราะบางของผลการทดลองทางคลินิกกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือด: ความล้มเหลวในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 ของโนวาร์ติสในการประเมินยา pelacarsen เผยให้เห็นว่าการลดคอเลสเตอรอลชนิด Lp(a) ไม่สามารถลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ส่งผลให้ตลาดเกิดความคลางแคลงใจอย่างหนักและมีการลดความเสี่ยงรอบตัวยาแคนดิเดตระยะที่ 3 ของแอมเจนอย่าง olpasiran ซึ่งเป็นคู่แข่ง ในการศึกษา OCEAN(a)-Outcomes ที่กำลังดำเนินอยู่ การปรับลดเกรดโดยนักวิเคราะห์แห่งวอลล์สตรีท: BMO Capital ปรับลดคำแนะนำหุ้นแอมเจนจาก Outperform ลงสู่ Market Perform พร้อมเตือนว่าราคาหุ้นได้สะท้อนการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ไปแล้วหลังจากปรับตัวขึ้นถึง 34% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่าศักยภาพเชิงพาณิชย์ของ olpasiran ลดลงอย่างมีนัยสำคัญแล้ว การถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดจากยาไบโอซิเมอลาร์ที่เร่งตัวขึ้นและการคุมเพดานราคาตามกฎหมาย IRA: กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาหลักที่ติดตลาดแล้ว ซึ่งรวมถึง Prolia, XGEVA และ Enbrel กำลังเผชิญกับปริมาณการขายที่ลดลงอย่างหนักและแรงกดดันด้านราคา อันเนื่องมาจากการเปิดตัวยาไบโอซิเมอลาร์รายการใหม่ในต่างประเทศและการกำหนดราคาบังคับของโครงการ Medicare Part D ในสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมายปรับลดเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) ความผันผวนของออปชันที่สูงขึ้นและความเสี่ยงในการดำเนินโครงการพัฒนายารักษาโรคอ้วน: ค่าความผันผวนแฝง (Implied Volatility) ของ AMGN พุ่งสูงขึ้นสู่เปอร์เซ็นไทล์ที่ 96 ของกรอบรายปี เนื่องจากนักลงทุนสะท้อนความเสี่ยงแบบทวิภาค (binary risk) ระดับสูง และแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงซึ่งยารักษาโรคอ้วนตัวใหม่ MariTide ต้องเผชิญเมื่อเทียบกับเจ้าตลาดเดิม บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### Broadcom Inc (AVGO) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 3.78% เมื่อวันที่ 8 ก.ย.: เผยปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ URL: https://onesiamsoft.com/articles/broadcom-inc-avgo-378percent-8 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 บรอดคอมปรับเพิ่มประมาณการรายได้จากเซมิคอนดักเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ตลอดทั้งปี หลังรายงานผลประกอบการรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง นักลงทุนสถาบันกลับเข้าซื้ออีกครั้ง หลังจากการประเมินอุปสงค์ชิปคัสตอมและธุรกิจเครือข่ายใหม่อีกครั้ง นักวิเคราะห์เน้นย้ำถึงอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่สูงเป็นอันดับต้น อะไรเป็นแรงผลักดันให้ราคาหุ้น Broadcom Inc (AVGO) ปรับตัว ขึ้น ในวันนี้?บรอดคอม (Broadcom) มีโมเมนตัมปรับตัวขึ้นควบคู่ไปกับความผันผวนระหว่างวันที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้ร่วมตลาดได้ประเมินผลประกอบการทางการเงินประจำไตรมาส 3 ตามปีงบการเงินล่าสุดของบริษัท และแนวโน้มรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในระยะยาวอีกครั้ง หลังจากช่วงแรกที่ตลาดตอบรับอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นระยะสั้น นักลงทุนสถาบันก็ได้กลับเข้าซื้อหุ้นอีกครั้ง เมื่อความเห็นส่วนใหญ่ในตลาดหันมายอมรับความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของธุรกิจชิปสั่งทำพิเศษและธุรกิจเครือข่ายของบรอดคอม ปัจจัยขับเคลื่อนพื้นฐานหลักยังคงมาจากการเปิดรับใช้งานตัวเร่งความเร็วปัญญาประดิษฐ์ (AI) แบบสั่งทำพิเศษและโซลูชันระบบเครือข่ายความเร็วสูงที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง บรอดคอมรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ที่แข็งแกร่งเกินคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ทั้งในส่วนของรายได้รวมและกำไรปรับปรุงแล้ว ขณะเดียวกันยังได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้จากเซมิคอนดักเตอร์ AI สำหรับตลอดทั้งปีอีกด้วย นอกจากนี้ ผู้บริหารยังแสดงภาพความชัดเจนในระยะหลายปีสำหรับสายการผลิตชิปสั่งทำพิเศษในกลุ่มผู้ให้บริการระบบคลาวด์ขนาดใหญ่ (hyperscalers) รายหลัก ซึ่งช่วยยืนยันถึงอุปสงค์ระยะยาวที่แข็งแกร่งต่อหน่วยประมวลผลเทนเซอร์แบบสั่งทำและสวิตช์เครือข่ายรุ่นถัดไป ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการฝึกฝนและการประมวลผลผลลัพธ์ (inference) ของโมเดล AI ล้ำสมัย มุมมองเชิงบวกจากนักวิเคราะห์และการปรับพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนสถาบันช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในตลาดเพิ่มเติม โดยผลวิจัยจากวอลล์สตรีทเน้นย้ำถึงอัตรากำไรจากการดำเนินงานระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมและการสร้างกระแสเงินสดอิสระมหาศาลของบรอดคอม ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าช่วยเป็นเกราะป้องกันทางการเงินที่แข็งแกร่งต่อการกดดันอัตรากำไรขั้นต้นชั่วคราวอันเกิดจากสัดส่วนหน่วยความจำที่สูงขึ้นในตัวเร่งความเร็วแบบสั่งทำ และเมื่อหุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลในวงกว้างได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น บรอดคอมก็ดึงดูดแรงซื้อคืนเมื่อราคาย่อตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้หุ้นปิดในแดนบวกได้แม้จะมีความผันผวนระหว่างวันที่เห็นได้ชัดก็ตามการวิเคราะห์ทางเทคนิคของ Broadcom Inc (AVGO)ในเชิงเทคนิค Broadcom Inc (AVGO) มีค่า MACD (12,26,9) อยู่ที่ -0.698 ซึ่งบ่งชี้ถึงสัญญาณขาย ขณะที่ค่า RSI ที่ 47.131 แสดงถึงสภาวะเป็นกลาง และค่า Williams %R ที่ 14.478 แสดงถึงสภาวะซื้อมากเกินไป โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดกระแสข่าวของ Broadcom Inc (AVGO)ในด้านของการรายงานโดยสื่อ Broadcom Inc (AVGO) มีคะแนนการกล่าวถึงในสื่ออยู่ที่ 81 ซึ่งบ่งชี้ว่าได้รับความสนใจจากสื่อในระดับ สูงมาก โดยดัชนีความเชื่อมั่นของตลาดอยู่ในโซน เชิงลบ.การวิเคราะห์พื้นฐานของ Broadcom Inc (AVGO) Broadcom Inc (AVGO) อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอุปกรณ์เทคโนโลยี โดยมีรายได้รวมต่อปีล่าสุดอยู่ที่ $63.89B จัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรม ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ $23.13B จัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของอุตสาหกรรม โปรไฟล์บริษัทในช่วงเดือนที่ผ่านมา นักวิเคราะห์หลายรายได้จัดอันดับบริษัทว่าอยู่ในระดับ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ $520.14 ขณะที่ราคาสูงสุดอยู่ที่ $715.00 และราคาต่ำสุดอยู่ที่ $215.88รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Broadcom Inc (AVGO)ความเสี่ยงเฉพาะของบริษัท: การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นจากสัดส่วนผลิตภัณฑ์ AI: บรอดคอมรายงานอัตรากำไรขั้นต้นปรับปรุงแล้วลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 75% ในไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2026 และคาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ลดลงเพิ่มเติมสู่ระดับประมาณ 73% (เมื่อเทียบกับ 78% ในปีก่อนหน้า) เนื่องจากอัตราการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นของตัวเร่งความเร็ว AI แบบกำหนดเองซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่าและประกอบด้วยหน่วยความจำราคาสูง ยังคงเติบโตแซงหน้าธุรกิจซอฟต์แวร์ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า การคาดการณ์รายได้ต่ำกว่าความคาดหวังของฝั่งซื้อ: แม้ว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์หลัก แต่การคาดการณ์รายได้ไตรมาส 4 ของบรอดคอมที่ 3.48 หมื่นล้านดอลลาร์ และเป้าหมายรายได้จาก AI สำหรับปีงบการเงิน 2027 ที่ 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ไม่สามารถบรรลุความคาดหวังที่สูงขึ้นของนักลงทุนฝั่งซื้อ (ซึ่งสูงถึง 3.54 หมื่นล้านดอลลาร์ และมากกว่า 1.30 แสนล้านดอลลาร์) ส่งผลให้นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทอย่าง Truist Financial ปรับลดราคาเป้าหมายลง การกระจุกตัวของลูกค้าและความเสี่ยงจากการจัดหาชิป ASIC จากผู้ผลิตหลายราย: นักวิเคราะห์จากสถาบันชี้ให้เห็นถึงการกระจุกตัวของรายได้ที่รุนแรงในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่จำนวนไม่มากที่ซื้อชิป AI แบบกำหนดเอง โดยเตือนว่าการที่ผู้ให้บริการคลาวด์ขนาดใหญ่กำลังดำเนินกลยุทธ์การจัดหาจากผู้ผลิตหลายรายร่วมกับผู้จำหน่ายที่เป็นคู่แข่ง ได้ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดและอำนาจในการกำหนดราคาของบรอดคอม สัดส่วนรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจซอฟต์แวร์ที่มีอัตรากำไรสูง: ผลการดำเนินงานที่ไม่สมดุลของแต่ละกลุ่มธุรกิจส่งผลให้สัดส่วนรายได้จากซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานลดลงจาก 43% ของรายได้รวมเมื่อปีก่อนเหลือ 30% ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในภาพรวมต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์และวัฏจักรรายจ่ายลงทุนในเทคโนโลยี AI มากยิ่งขึ้น บทความนี้อาจมีเนื้อหาที่สร้างหรือแปลโดย AI และผ่านการตรวจสอบโดยมนุษย์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้อ้างอิงและให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ให้ไว้บนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่ควรถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุน Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ดอลลาร์อ่อนค่า สวนทางเยนพุ่งนิวไฮ 7 เดือน เก็ง BOJ ขึ้นดอกเบี้ยสัปดาห์หน้า URL: https://onesiamsoft.com/articles/7-boj Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ ขณะที่เยนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ณ เวลา 21.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลักในวันนี้ ขณะที่เยนพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 7 เดือน ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้า ณ เวลา 21.36 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลบ 0.38% สู่ระดับ 98.795 ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่า 0.06% สู่ระดับ 1.163 เทียบยูโร และร่วงลง 0.27% สู่ระดับ 153.92 เยน เยนพุ่งขึ้นแตะระดับ 152.89 เยนต่อดอลลาร์ในช่วงแรก ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 ก.ย. ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกทะยานขึ้นในวันนี้ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งใกล้แตะระดับ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มฮูตีทำการโจมตีแหล่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ในวันพฤหัสบดี และดัชนีผู้บริโภค (CPI) ในวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 58.4% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 16 ก.ย. หลังการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งในวันศุกร์ และให้น้ำหนักเพียง 41.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### Xiaomi และ POCO จัดเต็มโปร 9.9 ลดสูงสุด 58% บน Shopee และ Lazada เริ่มแล้ววันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 ก.ย. 2569 URL: https://onesiamsoft.com/articles/xiaomi-poco-99-58percent-shopee-lazada-2000-11-2569 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Xiaomi และ POCO จัดเต็มโปร 9.9 ลดสูงสุด 58% บน Shopee และ Lazada เริ่มแล้ววันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 ก.ย. 2569 - IT News บทความใหม่ล่าสุด เสียวหมี่ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ POCO ประเทศไทย จัดเต็มกับโปรโมชันครั้งใหญ่ในแคมเปญ 9.9 ยกทัพสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิตและผลิตภัณฑ์ AIoT สุดล้ำ ด้วยดีลสุดพิเศษมอบลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี รวมไปถึงโปรโมชันจับคู่ Smart Home Combo สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม นอกจากนี้ POCO ยังแจกคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada ตั้งแต่วันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 กันยายน 25691 เสียวหมี่มอบโปรโมชันพิเศษ Smart Home Combo ที่จับคู่ผลิตภัณฑ์เพื่ออัปเกรดบ้านให้สะดวกและสมาร์ทยิ่งขึ้นบนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ ดีล Smart Cooling Combo Set Pro ช่วยให้คุณเย็นเร็วแบบติดโปรด้วย เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการโดยสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้ พร้อมการการควบคุมอัจฉริยะและติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย จับคู่กับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner Pro Eco EGAT 12000 BTU ให้คุณเย็นเร็วภายใน 30 วินาทีและยังประหยัดพลังงานเพิ่มได้ถึง 22% ในโหมดประหยัดพลังงาน Mijia AI เพื่อการประหยัดขั้นสูง ในราคาพิเศษเพียง 12,989 บาท (จากราคาปกติ 22,298 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 42%1 ดีล Smart Clean & Fresh Combo Set สะอาดสดชื่นไปกับคู่หู เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการได้ดั่งใจต้องการ จับคู่กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum X20 Pro ที่เชี่ยวชาญเรื่องทำความสะอาด สมาร์ทเหนือระดับด้วยการทำความสะอาดแบบออลอินวันโดยมาพร้อมฐานเก็บอัจฉริยะ ระบบซักแผ่นถูพื้นอัตโนมัติ เป่าแห้งด้วยลมร้อนและจุดเก็บฝุ่น รวมไปถึงพลังดูดของพัดลมโบลเวอร์ 7000Pa ในราคาพิเศษเพียง 11,998 บาท (จากราคาปกติ 24,289 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 51%1 ดีล Smart Cleaning Essential Combo Set ที่จับคู่การทำความสะอาดที่จำเป็นแบบล้ำลึกด้วย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum E5 ที่สามารถทำความสะอาดพื้นได้รอบด้านด้วยฟังก์ชันการดูดฝุ่นและถูพื้นในหนึ่งเดียวโดยมาพร้อมดีไซน์แบบหัวดูดป้องกันเส้นผมติดพันในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้อย่างสบายจึงทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ร่วมกับ เครื่องซักผ้าฝาหน้า Mijia Front Load Washer 8KG ที่มาพร้อมดีไซน์บางเพียง 421 มม. จึงช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม และถึงแม้จะมาในดีไซน์ขนาดพอเหมาะแต่ตัวอุปกรณ์นั้นก็ยังมอบถังซักขนาดใหญ่พิเศษเพื่อการซักที่สะอาดล้ำลึกยิ่งขึ้น ในราคาพิเศษเพียง 9,280 บาท (จากราคาปกติ 20,789 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 55%1 นอกจากนี้เสียวหมี่ยังมาพร้อมกับสินค้าราคาพิเศษอีกมากมายที่ร่วมรายการในโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี อาทิ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner ที่วางจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์ Lazada โดยสามารถพบกับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner GentleAir Inverter ในขนาด 9,000 BTU 12,000 BTU 18,000 BTU และ 22,860 BTU ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,799 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษกับส่วนลดสูงสุด 30% และรับส่วนลดจากร้านค้าเพิ่มอีก 10% มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท พร้อมรับฟรี Xiaomi Smart Standing Air Circulation Fan มูลค่า 3,999 บาท สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการอีกด้วย1 ยิ่งไปกว่านั้น POCO ยังมอบโปรโมชันต้อนรับแคมเปญ 9.9 ด้วยคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน POCO รุ่นยอดฮิตตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มไปจนถึงรุ่นเรือธงพร้อมรับบริการจัดส่งฟรี บนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ POCO F9 Pro รุ่นความจุ 12+512GB วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 6,000 บาท เหลือเพียง 23,990 บาท POCO F9 Ultra รุ่นความจุ 16+512GB วางจำหน่ายในราคา 34,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท เหลือเพียง 30,990 บาท POCO X8 รุ่นความจุ 12+256GB วางจำหน่ายในราคา 13,999 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท เหลือเพียง 11,999 บาท POCO M8 5G รุ่นความจุ 8+512GB วางจำหน่ายในราคา 10,999 บาทสามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เหลือเพียง 9,499 บาท พบกับโปรโมชันสุดคุ้มจากเสียวหมี่ และ POCO ในแคมเปญ 9.9 ได้แล้ววันนี้ตั้งแต่ เวลา 20:00 น. จนถึงวันที่ 11 กันยายน 2569 ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบนช่องทสงจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada หมายเหตุ 1 สินค้าและสิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ และแพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้ากิจกรรม ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra เตรียมเปิดตัวปลายเดือนนี้ เผยดีไซน์ใหม่ ลือซูมสูงสุด 100x :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/iqoo-16-iqoo-pad-ultra-100x-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra เตรียมเปิดตัวในจีนช่วงปลายเดือนนี้ พร้อมเปิดพรีออเดอร์แล้ว เผยดีไซน์ใหม่ และลือ iQOO 16 รองรับซูมดิจิทัลสูงสุด 100x iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra เตรียมเปิดตัวปลายเดือนนี้ในจีน เปิดพรีออเดอร์แล้ว พร้อมเผยดีไซน์ใหม่ iQOO เริ่มปล่อยทีเซอร์อย่างเป็นทางการของ iQOO 16 พร้อมยืนยันว่า iQOO Pad Ultra แท็บเล็ตรุ่นใหม่ของบริษัทกำลังจะเปิดตัวในเร็ว ๆ นี้ โดยอุปกรณ์ทั้งสองรุ่นเปิดให้พรีออเดอร์ในประเทศจีนแล้ว จากโพสต์บน Weibo แบรนด์ย่อยของ vivo เปิดเผยว่า iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra มีกำหนดเปิดตัวในประเทศจีนช่วงปลายเดือนนี้   เผยดีไซน์ iQOO 16 และ iQOO Pad Ultra แม้ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดสเปกของอุปกรณ์ทั้งสองรุ่น แต่ภาพทีเซอร์ได้เผยให้เห็นดีไซน์บางส่วนแล้ว iQOO 16 มาพร้อมโมดูลกล้องหลังดีไซน์ใหม่ ซึ่งตรงกับภาพที่เคยหลุดออกมาเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้าน iQOO Pad Ultra ใช้โมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยม โดยจากภาพดูเหมือนว่าจะมีกล้องหลังหนึ่งตัว พร้อมแฟลช LED รูปวงแหวน iQOO 16 อาจรองรับซูมดิจิทัลสูงสุด 100x นอกจากนี้ Digital Chat Station ระบุว่า iQOO 16 จะรองรับการซูมดิจิทัลสูงสุด 100 เท่า และมีตัวเลือกสี Light Chaser, Legend และ Track สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ยังถูกระบุว่าจะมีตัวเลือกหน่วยความจำทั้งหมด 4 แบบ ได้แก่ 12GB/256GB, 12GB/512GB, 16GB/512GB และ 16GB/1TB ข่าวที่เกี่ยวข้อง iQOO 16 หลุดภาพเรนเดอร์ใหม่ เผยโมดูลกล้องหลังทรงสี่เหลี่ยม กล้อง 3 ตัว ดีไซน์คล้าย UFO ---------------------------------------- อ้างอิง: gsmarena เรียบเรียงโดย: ทีมงาน thaimobilecenter.com วันที่ : 9/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### วิธีการเอาตัวรอดจากภูเขาไฟระเบิด (งานส่งครู) URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788888403029 Category: science · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 งานส่งครูเฉยๆค้าบเตง อย่ามาเล่นเลยเราอาย ตอนนี้ยังไม่มีคำขอเป็นเพื่อน มีเพื่อนๆ เล่น My.iD อีกเยอะเลย ลองไปดูกันเถอะ ดู My.iD เพื่อนคนอื่นๆ คลิก! Source: Originally published on Dek-D.com > ควิซทางเลือก. Read the full article at Dek-D.com > ควิซทางเลือก → ### เข้าปั๊มเลย! ราคาน้ำมันปรับขึ้น ดีเซลB7-B20 0.70 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ - amarintv.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/b7-b20-070-amarintvcom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เข้าปั๊มเลย! ราคาน้ำมันปรับขึ้น ดีเซลB7-B20 0.70 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ amarintv.com เลี้ยวเข้าปั๊ม ด่วนๆเลย พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา | สวพ.FM91 LINE TODAY พรุ่งนี้ (9 ก.ย.) ดีเซลขึ้น 70 สต./ลิตร เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขยับ 80 สต./ลิตร Thai PBS ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ เข้าปั๊มเลย! ราคาน้ำมันปรับขึ้น ดีเซลB7-B20 0.70 บาท/ลิตร มีผลพรุ่งนี้  amarintv.comเลี้ยวเข้าปั๊ม ด่วนๆเลย พรุ่งนี้ น้ำมันขึ้นราคา | สวพ.FM91  LINE TODAYพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) ดีเซลขึ้น 70 สต./ลิตร เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขยับ 80 สต./ลิตร  Thai PBSราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท  Thairath.co.thปตท. – บางจากประกาศปรับน้ำมันใหม่แล้ว ดีเซลเฉียดลิตรละ 40 บาทแล้ว  เดลินิวส์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ราคาน้ำมันโลก พุ่งสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผวาข่าว ‘ฮูตี’ โจมตี ‘แหล่งพลังงานซาอุดีอาระเบีย’ | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/6-or-the-bangkok-insight-or-line-today-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคาน้ำมันโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลัง &quot;กลุ่มฮูตี&quot; ที่ได้รับก... ราคาน้ำมันโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลัง "กลุ่มฮูตี" ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ทำให้มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้าง และกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 70 เซนต์ หรือ 0.7% สู่ระดับ 97.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 1.21 ดอลลาร์ หรือ 1.3% สู่ระดับ 92.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเบรนท์มีแนวโน้มปิดตลาดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. และ WTI สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ราคาน้ำมันโลกกลุ่มฮูตีโจมตี 4 เมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียในวันนี้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 คน ขณะที่สื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีรายงานในเวลาต่อมาว่า เครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียได้โจมตีทางอากาศ 4 ครั้งในเขตจูบาห์ ทางตะวันออกของกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีร่วมกันในช่วงปลายเดือนก.พ.ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ พยายามหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซด้วยการขนส่งน้ำมันไปทางตะวันตกผ่านทะเลแดง อย่างไรก็ตาม การโจมตีซาอุดีอาระเบียครั้งล่าสุดถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อประเทศ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง นอกเหนือจากผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซนักวิเคราะห์ระบุว่า การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันสะท้อนทั้งภาวะอุปทานทางกายภาพที่ตึงตัว เนื่องจากการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังรับมือกับความเป็นไปได้ที่การหยุดชะงักของการขนส่งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2570 โดยโกลด์แมน แซคส์ และเอชเอสบีซี ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 และปี 2570ข้อมูลของเคปเลอร์ระบุว่า จำนวนเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) อยู่ที่ 7 ลำ ลดลงจาก 8 ลำในวันก่อนหน้าอ่านข่าวเพิ่มเติม'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันรอบ 2 ชี้เสี่ยงอุปทานล้นตลาด'ซิตี้' คาดราคาน้ำมันต้นปี 70 ร่วง! แตะ 60-65 ดอลลาร์ รับขนส่งฮอร์มุซฟื้นตัว'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาวติดตามเราได้ที่เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Amazon MWAA Serverless is now available in AWS GovCloud (US) URL: https://onesiamsoft.com/articles/amazon-mwaa-serverless-is-now-available-in-aws-govcloud-us Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with Amazon MWAA Serverless is now available in AWS GovCloud (US) Amazon Managed Workflows for Apache Airflow (MWAA) Serverless is now available in AWS GovCloud (US-East) and AWS GovCloud (US-West). Amazon MWAA Serverless eliminates the operational overhead of managing Apache Airflow infrastructure by automatically provisioning and scaling compute resources on demand, with a pay-per-use model that charges only for actual workflow run time. For a full list of supported regions, see the Amazon MWAA Serverless regions page. To learn more, see the Amazon MWAA Serverless documentation. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### Amazon RDS for MariaDB now supports community MariaDB minor versions 10.6.28, 10.11.19, 11.4.13, 11.8.9, and 12.3.3 URL: https://onesiamsoft.com/articles/amazon-rds-for-mariadb-now-supports-community-mariadb-minor-versions-10628-101119-11413-11 Category: cloud · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Discover more about what's new at AWS with Amazon RDS for MariaDB now supports community MariaDB minor versions 10.6.28, 10.11.19, 11.4.13, 11.8.9, and 12.3.3 Starting today, Amazon Relational Database Service (Amazon RDS) for MariaDB now supports MariaDB minor versions 10.6.28, 10.11.19, 11.4.13, 11.8.9, and 12.3.3, the latest minors released by community MariaDB. In addition to operational improvements, these minor versions introduce support for post-quantum TLS (PQ-TLS) key exchange, providing you with post-quantum cryptography options for encrypting your data in-transit. We recommend upgrading to the newer minor versions to accept fixes for Common Vulnerabilities and Exposures (CVEs) in prior versions of MariaDB and to benefit from bug fixes, performance improvements, and new functionality added by the MariaDB community. Learn more about the enhancements in RDS for MariaDB in the RDS MariaDB release notes.​ You can upgrade your database using Amazon RDS Blue/Green Deployments, in-place upgrade, or restore from a snapshot. To simplify operations at scale, enable automatic minor version upgrades and use the AWS Organizations Upgrade Rollout Policy to orchestrate upgrades across your clusters in phases. Learn more about performing version upgrades in the Amazon RDS User Guide. You can also migrate to RDS for MariaDB from external MariaDB sources using AWS Database Migration Service. Learn more about pricing details and regional availability at Amazon RDS for MariaDB.  Amazon RDS for MariaDB makes it simple to set up, operate, and scale MariaDB deployments in the cloud. Create or update a fully managed Amazon RDS for MariaDB database in the Amazon RDS Management Console. Source: Originally published on Amazon Web Services, Inc.. Read the full article at Amazon Web Services, Inc. → ### คาดสหรัฐเผยดัชนี CPI +3.4% เดือนส.ค. : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/cpi-34percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่น กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนส.ค. ในวันศุกร์ ทั้งนี้ ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 3.4% เช่นกันในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. จากระดับ 0.1% ในเดือนก.ค. ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน คาดว่าปรับตัวขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 2.5% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน คาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนส.ค. หลังจากปรับตัวขึ้น 0.2% เช่นกันในเดือนก.ค. โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ราคาน้ำมันโลก พุ่งสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผวาข่าว ‘ฮูตี’ โจมตี ‘แหล่งพลังงานซาอุดีอาระเบีย’ | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/6-or-the-bangkok-insight-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคาน้ำมันโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลัง &quot;กลุ่มฮูตี&quot; ที่ได้รับก... ราคาน้ำมันโลก พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ในการซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (8 ก.ย.) ตามเวลาในสหรัฐ หลัง "กลุ่มฮูตี" ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ทำให้มีความกังวลเพิ่มขึ้นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจขยายวงกว้าง และกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 70 เซนต์ หรือ 0.7% สู่ระดับ 97.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 1.21 ดอลลาร์ หรือ 1.3% สู่ระดับ 92.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเบรนท์มีแนวโน้มปิดตลาดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. และ WTI สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.ราคาน้ำมันโลกกลุ่มฮูตีโจมตี 4 เมืองทางตอนใต้ของซาอุดีอาระเบียในวันนี้ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 70 คน ขณะที่สื่อที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มฮูตีรายงานในเวลาต่อมาว่า เครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียได้โจมตีทางอากาศ 4 ครั้งในเขตจูบาห์ ทางตะวันออกของกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมนการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวได้รับผลกระทบอย่างหนัก หลังอิหร่านโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค รวมถึงเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีร่วมกันในช่วงปลายเดือนก.พ.ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ พยายามหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซด้วยการขนส่งน้ำมันไปทางตะวันตกผ่านทะเลแดง อย่างไรก็ตาม การโจมตีซาอุดีอาระเบียครั้งล่าสุดถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดต่อประเทศ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง นอกเหนือจากผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซนักวิเคราะห์ระบุว่า การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันสะท้อนทั้งภาวะอุปทานทางกายภาพที่ตึงตัว เนื่องจากการเดินเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังต่ำกว่าระดับปกติอย่างมาก รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังรับมือกับความเป็นไปได้ที่การหยุดชะงักของการขนส่งในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2570 โดยโกลด์แมน แซคส์ และเอชเอสบีซี ปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 และปี 2570ข้อมูลของเคปเลอร์ระบุว่า จำนวนเรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ (7 ก.ย.) อยู่ที่ 7 ลำ ลดลงจาก 8 ลำในวันก่อนหน้าอ่านข่าวเพิ่มเติม'มอร์แกน สแตนลีย์' หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันรอบ 2 ชี้เสี่ยงอุปทานล้นตลาด'ซิตี้' คาดราคาน้ำมันต้นปี 70 ร่วง! แตะ 60-65 ดอลลาร์ รับขนส่งฮอร์มุซฟื้นตัว'ซีอีโอน้ำมัน' ชี้ 'สงครามอิหร่าน' เปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ดันราคาน้ำมันสูงระยะยาวติดตามเราได้ที่เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX:https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### เอเซอร์เปิดตัว Acer PA100 Portable SSD ไดรฟ์บาง 9 มม. สปีด 560 MB/s URL: https://onesiamsoft.com/articles/acer-pa100-portable-ssd-9-560-mbs Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เอเซอร์เปิดตัว Acer PA100 Portable SSD ไดรฟ์พกพาบางเพียง 9 มม. สปีดอ่านสูงสุด 560 MB/s ความจุสูงสุด 2 TB เชื่อมต่อ USB-C และ USB-A เอเซอร์ (Acer) รุกตลาดอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลพกพาด้วยการเปิดตัว Acer PA100 Portable SSD อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรุ่นใหม่ที่เน้นตอบโจทย์การทำงานแบบเคลื่อนที่และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลยุคปัจจุบัน ชูจุดเด่นด้วยความเร็วระดับ 560 MB/s ตัวเครื่องกะทัดรัดบางเพียง 9 มิลลิเมตร พร้อมความจุสูงสุด 2 TB เพื่อการจัดการไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างคล่องตัว ยกระดับความเร็วการถ่ายโอนข้อมูลด้วยมาตรฐาน USB 3.2 Gen 1 โดย Acer PA100 ทำความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบลำดับ (Sequential Read) ได้สูงสุด 560 MB/s และความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบลำดับ (Sequential Write) สูงสุด 430 MB/s ประสิทธิภาพดังกล่าวช่วยให้การรับส่งข้อมูลและการสำรองไฟล์ (Backup) รวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนภายนอก (Mechanical External Drive) ดั้งเดิมอย่างชัดเจน ตอบสนองการจัดการตั้งแต่ไฟล์เอกสาร สื่อการเรียน ไปจนถึงไฟล์มัลติมีเดียและงานคอนเทนต์ความละเอียดสูง ด้านขนาดความจุ มีให้เลือก 3 ขนาด ได้แก่ 500 GB, 1 TB และ 2 TB ครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงคนทำงานสายสร้างสรรค์ที่ต้องจัดเก็บไฟล์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ ตัวอุปกรณ์ออกแบบมาเพื่อการพกพาโดยเฉพาะ มีความบางเพียง 9 มิลลิเมตร น้ำหนักเบา และโครงสร้างแข็งแรงทนทานต่อการใช้งานระหว่างเดินทาง รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่หลากหลาย ทั้งพีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และระบบปฏิบัติการหลัก ผ่านสายเคเบิลแบบ 2-in-1 ในกล่องที่รองรับทั้งพอร์ต USB-C to C และ USB-A ในรูปแบบ Plug-and-Play เสียบใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน นอกจากนี้ Acer PA100 ยังใช้สถาปัตยกรรมประหยัดพลังงานระดับสูง (Ultra-low-power architecture) กินพลังงานขณะทำงานไม่ถึง 3W และใช้พลังงานขณะสแตนด์บาย (Idle) เพียง 0.62W พร้อมระบบจัดการความร้อนที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพในการถ่ายโอนข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยไดรฟ์รุ่นนี้พร้อมวางจำหน่ายแล้วและมาพร้อมการรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 3 ปี –เดลล์ เปิดตัว Dell Pro Essential 14 และ 15 แล็ปท็อปสายธุรกิจบางเบา สเปกคุ้มค่า ปลอดภัยระดับองค์กร FacebookFacebookXXLINELine Source: Originally published on Biztalknews.com. Read the full article at Biztalknews.com → ### "TS Online Classic" เกมเทิร์นเบสสามก๊กยอดฮิต เตรียมย้อนเวลาป่วนมิติบนมือถือเร็ว ๆ นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ts-online-classic Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เตรียมตัวให้พร้อมกับการกลับมาของตำนานเกมที่หลายคนผูกพัน TS Online Classic เกมมือถือสามก๊กที่จะพาผู้เล่นย้อนเวลาป่วนมิติไปสัมผัสความสนุกที่คุ้นเคย เจอกันเร็ว ๆ นี้ ทั้งบนระบบ iOS, Android, และ PC Emulator หน้าหลัก เกม ข่าวเกมออนไลน์  "TS Online Classic" เกมเทิร์นเบสสามก๊กยอดฮิต เตรียมย้อนเวลาป่วนมิติบนมือถือเร็ว ๆ นี้ เผยแพร่: 8 ก.ย. 2569 23:41   ปรับปรุง: 8 ก.ย. 2569 23:41   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ เตรียมตัวให้พร้อมกับการกลับมาของตำนานเกมที่หลายคนผูกพัน "TS Online Classic" เกมมือถือสามก๊กที่จะพาผู้เล่นย้อนเวลาป่วนมิติไปสัมผัสความสนุกที่คุ้นเคย เจอกันเร็ว ๆ นี้ ทั้งบนระบบ iOS, Android, และ PC Emulatorตัวเกมยังคงเอกลักษณ์ของ IP TS Online ไว้อย่างครบถ้วน ในรูปแบบเกม Turn-based MMORPG ที่ผสานการเดินเรื่องตามมหากาพย์สามก๊กเข้ากับความสนุกของโลกออนไลน์ได้อย่างลงตัว ผู้เล่นจะได้สัมผัสกลิ่นอายความคลาสสิกที่คุ้นเคย เริ่มตั้งแต่การจัดทีม "จับขุนพลในตำนาน" วางแผนการรบแบบเทิร์นเบส และได้กลับมาเจอสังคมที่อบอุ่นเหมือนวันวาน ทั้งการเดินรวมปาร์ตี้ ตั้งกิลด์ ไปจนถึงการลงสมรภูมิ PVP และสงครามชิงเมืองสุดมันส์ ตัวเกมถูกปรับให้เล่นง่าย เข้าถึงไม่ยาก และยังคงความคลาสสิกที่ชวนให้แฟนเกม TS Online ได้หายคิดถึงกันอย่างแน่นอนHighlight เด็ดที่รอให้คุณกลับมาสัมผัส TS Online Classic• ความคลาสสิกที่คุณคิดถึง กลับมาแล้วบนมือถือ: ทั้งเนื้อเรื่องสามก๊กสุดป่วน ภาพสไตล์ที่คุ้นตา และตัวละครที่อยู่ในความทรงจำ กลับมาให้ได้สัมผัสอีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบ พกพาความสนุกไปเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา• สานต่อรูปแบบการเล่นในแบบฉบับของ TS:- จับขุนพล: ระบบสุดคลาสสิกที่ให้คุณอิสระในการจับ NPC ทั่วทั้งแผนที่มาร่วมทีมได้ดั่งใจ- การต่อสู้แบบเทิร์นเบส: ท้าประลองชิงไหวชิงพริบด้วยการเดินแผนเชิงกลยุทธ์ที่ลึกล้ำแพลตฟอร์มที่รองรับ: Mobile (Android, iOS) และ PC (เล่นผ่าน Android Emulator)ใครที่เคยมีความทรงจำดีๆ กับ TS Online หรือเป็นผู้เล่นใหม่ที่อยากสัมผัสตำนานเกมสามก๊กสุดคลาสสิก สามารถกดติดตาม Facebook Fanpage, Website และ LINE Official เพื่อจะได้ไม่พลาดข่าวสาร วันเปิดให้บริการ และกิจกรรมแจกไอเทมพิเศษต้อนรับการกลับมาของเจ้าปาโต้เยา*ทีมงานผู้จัดการเกม เรียนเชิญผู้อ่านทุกท่านร่วมเป็นแฟนเพจ ManagerGame ทางเฟซบุ๊กเพื่อเพิ่มช่องทางการรับข่าวสารวงการเกมครับ* --> Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### เผยโฉมเกมเพลย์ The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมค เตรียมลง Switch 2 พ.ย. นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-legend-of-zelda-ocarina-of-time-switch-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ตำนานบทใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น! The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมค เผยเกมเพลย์แบบจัดเต็ม ยกเครื่องระบบใหม่เพียบ เตรียมลง Switch 2 พ.ย. นี้ แฟนเกมห้ามพลาด! - Online Station ในงาน The Legend of Zelda 40th Anniversary Direct ที่ผ่านมา ทาง Nintendo นำโดยโปรดิวเซอร์อย่างคุณ Eiji Aonuma ได้ปล่อยตัวอย่างใหม่ของ The Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมค พร้อมเผยรายละเอียดเกมเพลย์ให้แฟนๆ ได้ชมกันแบบจัดเต็ม โดยตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 5 พฤศจิกายนปีนี้ บนเครื่อง Nintendo Switch 2จากตัวอย่างเราจะได้เห็นงานภาพที่ถูกยกเครื่องใหม่ทั้งหมดให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงความเคารพต้นฉบับเพื่อให้แฟนเกมยุคเก่ายังได้สัมผัสถึงกลิ่นอายความคลาสสิกที่คุ้นเคย นอกจากนี้ตัวเกมยังมีการเพิ่มบทสนทนาใหม่ๆ เข้ามาอีกเพียบ เพื่อเจาะลึกรายละเอียดและเพิ่มมิติให้กับเหล่าตัวละครมากยิ่งขึ้นทางด้านเกมเพลย์ก็มีการอัปเกรดให้เข้ากับยุคสมัย มีการเพิ่มระบบการกระโดดและการพุ่งตัวซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในต้นฉบับ แถมคราวนี้ Link ยังสามารถว่ายน้ำและดำน้ำได้ด้วย ระบบต่อสู้โดยรวมถูกปรับปรุงให้รวดเร็วฉับไวขึ้น อาวุธประเภทหนังสติ๊กก็รองรับระบบ Motion Control ในการเล็งยิง และยังสามารถสลับสับเปลี่ยนอาวุธไปมาได้อย่างลื่นไหลคล้ายกับระบบในเกม Zelda ภาคใหม่ๆสิ่งที่น่าสนใจคือตัวเกมภาคนี้จงใจเก็บหน้าจอโหลดเกมแบบดั้งเดิมเอาไว้เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งสุดคลาสสิก พร้อมกับใส่ฟีเจอร์ใหม่อย่าง Threads of Time ที่จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถติดตามความคืบหน้าของเนื้อเรื่องและเป้าหมายต่อไปได้อย่างเป็นระเบียบ ผ่านลวดลายบนผืนผ้าทอที่จะค่อยๆ ปลดล็อกออกมาให้เราได้ชมนอกจากนี้ตัวเกมยังได้เพิ่มระบบมุมกล้องแบบอิสระเข้ามา ฉากต่างๆ ที่เคยมองเห็นเป็นเพียงแค่ฉากหลังในเวอร์ชันเก่า ก็ถูกนำมาสร้างใหม่ให้กลายเป็นสถานที่ที่สามารถไปเดินสำรวจได้จริง ยิ่งไปกว่านั้นระบบวงจรเวลาทั้งกลางวันและกลางคืนก็จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่ว่าผู้เล่นจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ซึ่งต่างจากข้อจำกัดในเกมเวอร์ชันเดิมงานนี้เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาที่น่าจะถูกใจทั้งแฟนเกมรุ่นเก๋าและผู้เล่นหน้าใหม่ที่อยากสัมผัสความยิ่งใหญ่ของเกมเพชรน้ำเอกเลยทีเดียว ใครที่รอเล่นอยู่ก็เตรียมนับถอยหลังกันได้เลยThe Legend of Zelda: Ocarina of Time ฉบับรีเมค มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 5 พฤศจิกายนนี้ บนเครื่อง Nintendo Switch 2 เท่านั้นแปลและเรียบเรียงจากAutomaton Media ติดตามข่าวเกมพีซี/คอนโซลอื่นๆ ได้ที่ Online Station Source: Originally published on Online Station. Read the full article at Online Station → ### Google Cloud races to catch up in the AI deployment wars with Accenture deal | TechCrunch URL: https://onesiamsoft.com/articles/google-cloud-races-to-catch-up-in-the-ai-deployment-wars-with-accenture-deal-or-techcrunch Category: smm · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Google Cloud expands its enterprise AI push with Accenture, betting on forward-deployed engineers to drive adoption and overcome deployment bottlenecks. Google Cloud and Accenture are working together on a joint unit dedicated to sending engineers into enterprises to help them better adopt Google’s AI tools and services.  The new unit, dubbed Accenture Gemini Enterprise Business Group, is Google’s latest foray into the increasingly competitive world of “forward-deployed engineers,” or FDEs. Rivals in the AI race, including OpenAI, Anthropic, Microsoft and Amazon, have all recently launched separate business units in a bet that implementing AI models can become its own trillion-dollar business. It’s the kind of bet AI companies and hyperscalers increasingly need to make. Hyperscalers are committing hundreds of billions of dollars a year to GPUs, data centers, and power capacity even as the revenue directly attributable to AI remains a fraction of that investment. Google Cloud generated $24.8 billion in the second quarter, a big chunk of which was driven by enterprise AI. But the commitments behind that growth are enormous. Google Cloud’s parent company Alphabet reportedly accumulated $811 billion in purchase commitments and contractual obligations as of June 30. This return on investment is not yet materializing in the way companies and investors need it to, so everything hinges on whether or not AI companies can create enough demand for their services. But that demand is not guaranteed, as enterprises themselves are struggling to see a true return on investment on their AI spending. It’s conventionally held that enterprises have simply lacked the expertise to intelligently integrate AI tools and services into their workflows in a way that not only saves them money, but helps them make more of it in the long run. That’s where the FDEs come in as a steady, guiding hand that, ideally, possesses the perfect mental cocktail of business acumen and agentic AI prowess needed to change everything.  As part of its deal with Accenture, Google will train up to 1,000 of the consultancy firm’s FDEs to work with enterprises and build custom AI applications on the Gemini Enterprise platform.  According to August data from Ramp, Google accounts for roughly 6% of enterprise AI spending among U.S. businesses, compared to Anthropic’s 43.5% and OpenAI’s 39.7%. Google’s new unit with Accenture, which The Wall Street Journal first reported, is the latest of its aggressive expansions of its FDE model this year as it attempts to resolve enterprise deployment bottlenecks and catch up to rivals.  Earlier this year, Google Cloud launched a $750 million partner ecosystem commitment that embedded Google’s own FDEs across multiple consultancies, including Capgemini, Cognizant and Deloitte. The tech giant also struck a multi-year partnership with CVC Capital Partners to deploy FDEs directly into the investment firm’s portfolio companies. Google isn’t the only giant at risk of being outpaced by newer firms. Companies that are dedicated specifically to embedding engineers into businesses to build bespoke AI workflows — like Ode with Anthropic, or OpenAI’s The Deployment Co. — threaten big consultancy firms like Accenture as well. For the professional services giant, the Google tie-up adds to its own wave of FDE programs this year, which include a similar Microsoft FDE practice in March, an FDE initiative with ServiceNow in May, and a joint program with SAP in June. When you purchase through links in our articles, we may earn a small commission. This doesn’t affect our editorial independence. Rebecca Bellan is a senior reporter at TechCrunch where she covers the business, policy, and emerging trends shaping artificial intelligence. Her work has also appeared in Forbes, Bloomberg, The Atlantic, The Daily Beast, and other publications. You can contact or verify outreach from Rebecca by emailing rebecca.bellan@techcrunch.com or via encrypted message at rebeccabellan.491 on Signal. View Bio Source: Originally published on TechCrunch. Read the full article at TechCrunch → ### gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ชู “The Heart of Gaming” 29 ต.ค. นี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/gamescom-asia-x-thailand-game-show-2026-the-heart-of-gaming-29 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อุตสาหกรรมเกมระดับภูมิภาคอาเซียนกำลังจะถูกขับเคลื่อน ครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย เมื่อ 3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกม ได้แก่ โคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse), บริษัท โชว์ไร้ข อุตสาหกรรมเกมระดับภูมิภาคอาเซียนกำลังจะถูกขับเคลื่อน ครั้งประวัติศาสตร์ในประเทศไทย เมื่อ 3 พันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกม ได้แก่ โคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse), บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (Show No Limit) และ ออนไลน์สเตชั่น ภายใต้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกาศความยิ่งใหญ่ของ "gamescom asia x Thailand Game Show 2026" ภายใต้คอนเซปต์ "The Heart of Gaming" เชิดชูจิตวิญญาณของคนรักเกมทุกภาคส่วน ตั้งแต่ เหล่าเกมเมอร์, นักพัฒนาเกม, ผู้จัดงานเกม และผู้สนับสนุนวงการเกม ณ Melt Livehouse at Cloud 11 Hallgamescom asia x Thailand Game Show 2026นำโดย คุณปรากาช รามาจิลลู (Prakash Ramajillu) ผู้จัดการทั่วไป โคโลญเมสเซ่ สิงคโปร์, คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด และ คุณกรกานต์ แย้มสัตย์ธรรม กรรมการผู้จัดการ ออนไลน์สเตชั่น ภายใต้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยตัวแทนจากภาครัฐ และทัพแบรนด์ผู้สนับสนุนชั้นนำระดับโลก ซึ่งร่วมกันประกาศความพร้อมในการผลักดัน ให้กรุงเทพฯกลายเป็นศูนย์กลางความบันเทิงและธุรกิจเกมที่ทรงพลังที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คุณปรากาช รามาจิลลู (Prakash Ramajillu) ผู้จัดการทั่วไป โคโลญเมสเซ่ สิงคโปร์ (Koelnmesse Pte Ltd.)"ครั้งนี้เราให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมจากนานาชาติมากยิ่งขึ้น โดยนำแบรนด์เกมชั้นนำระดับโลกเข้ามาจัดแสดง ในโซนความบันเทิง พร้อมทั้งขยายโซนธุรกิจด้วยพาวิลเลียนนานาชาติที่มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างเครือข่าย และการจับคู่ธุรกิจ รวมทั้งเรายังมีการสนับสนุนนักพัฒนาอิสระผ่านโซนอินดี้ และไทยแลนด์พาวิลเลียน ซึ่งจัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) นอกจากนี้ เรายังเสริมความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมและโปรแกรมภายในงาน ด้วยการเชิญตำนานแห่งวงการอย่างจอห์น โรเมโร ผู้สร้าง DOOM มาร่วมงานในปีนี้ ซึ่งเราหวังว่าจะยกระดับประสบการณ์ให้ผู้เข้าร่วมงานขึ้นไปอีก นอกจากนั้น การที่ได้ ACE (Anime Asia Comics Content Entertainment Expo) มาผนึกกำลังจัดงานควบคู่กัน จะยิ่งช่วยผสานระบบนิเวศ ของเกมและป็อปคัลเจอร์ให้แข็งแกร่ง เปิดประตูให้นักพัฒนา ผู้ประกอบการจากทั่วโลก และคอมมิวนิตี้ ได้เชื่อมโยงกับศักยภาพอันมหาศาลของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ”คุณพงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด"ความสำเร็จจากปีก่อนที่มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 แสนคน คือข้อพิสูจน์ชัดเจนว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดผู้บริโภค แต่เราคือฟันเฟืองสำคัญของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับเอเชีย ปี 2026 นี้เราจึงนำเสนอคอนเซปต์ 'The Heart of Gaming' ในปีนี้อันเกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะเชิดชูทุกหัวใจที่ขับเคลื่อนวงการ พร้อมปลดล็อกขยายพื้นที่ เต็มพิกัด 4 ฮอลล์ ณ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ เพื่อเป็นพื้นที่รวมพลังของคนรักเกมอย่างแท้จริง ตั้งแต่การได้คุณเฌอปราง อารีย์กุล มาร่วมถ่ายทอดบทเพลงประจำงาน ไปจนถึงการต้อนรับบุคคลระดับตำนานของโลกอย่าง John Romero ผู้สร้าง DOOM เราตั้งใจยกระดับงานนี้ให้เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของคอมมิวนิตี้เกมเมอร์ที่สมศักดิ์ศรีและยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"คุณกรกานต์ แย้มสัตย์ธรรม กรรมการผู้จัดการ ออนไลน์สเตชั่น ภายใต้ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)"หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมอย่างยั่งยืนคือพลังของคอมมิวนิตี้ ซึ่ง Online Station ผู้นำสื่อเกมและเครือข่ายอินฟูเอนเซอร์ อันดับหนึ่งของไทย เรามุ่งมั่นที่จะเป็นสะพานเชื่อมโยง และผลักดันคอมมูนิตี้เกมนี้ให้ไปสู่ภาคธุรกิจแบบสมบูรณ์แบบ สำหรับงาน gamescom asia x Thailand Game Show 2026 เราก็จัดเต็มความบันเทิงระดับท็อปฟอร์ม ยกกองทัพค่ายเกมระดับโลก พร้อมเกมใหม่มาไว้ในงาน และการยกระดับเวที Thailand Game Awards 2026 กว่า 31 รางวัล และลุ้นไปพร้อมกันว่าปีนี้ เกมไหนจะคว้า รางวัล Game of The Year ไปครอง นอกจากนั้นยังมีกิจกรรม OS On Stage , Mini Concert วง Chilliz จาก OS Music Lab ขาดไม่ได้ OS Fanmeet ให้แฟนๆได้พบปะครีเอเตอร์แถวหน้าของเมืองไทย อย่าง แป้ง zbing, PangBoy CH, The ped และ Oppa Hong เป็นต้น และกิจกรรมอื่นๆในทุกมิติที่ขับเคลือน อุตหกรรมเกมที่จะสะท้อนให้เห็นว่าวงการเกมในบ้านเรา เติบโตและเทียบเท่านานาชาติได้" ถอดรหัส ‘The Heart of Gaming’: เมื่อเกมไม่ใช่แค่เกม แต่คือหัวใจของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของคนรักเกมจากความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในปีที่ผ่านมาที่มีผู้เข้าร่วมงานทะลุ 206,159 คน ตอกย้ำว่าประเทศไทยมีระบบนิเวศและฐานผู้บริโภคที่พร้อมรองรับเมกะอีเวนต์ระดับเวิลด์คลาส ปี 2026 คณะผู้จัดงานจึงยกระดับความยิ่งใหญ่ด้วยการขยายพื้นที่จัดแสดงโซนความบันเทิงเต็มพิกัด 4 ฮอลล์ (Hall 1–4 ชั้น G) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) เพื่อรองรับทัพผู้พัฒนาเกม ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ และนวัตกรรมฮาร์ดแวร์จากทั่วทุกมุมโลกที่แห่จองพื้นที่กันอย่างคึกคักธีม "The Heart of Gaming" ในปีนี้ สื่อถึงการเป็นหัวใจและศูนย์กลางที่หลอมรวมอุตสาหกรรมเกม และเหล่าคอมมูนิตี้คนรักเกมมาไว้ที่กรุงเทพฯ และภูมิภาคเอเชีย พร้อมเชื่อมโยงมาตรฐานระดับโลกด้วยความยิ่งใหญ่ของ gamescom จากเมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี พร้อมเชิดชูจิตวิญญาณของผู้คนในทุกภาคส่วน ทั้งความมุ่งมั่นและมิตรภาพของคนเล่นเกม, พลังจินตนาการที่ไม่ย่อท้อของเหล่านักสร้างสรรค์, วิสัยทัศน์และการผนึกกำลังของผู้จัดงาน ตลอดจนโอกาสและแรงผลักดันจากภาครัฐ เพื่อร่วมขับเคลื่อน ให้อุตสาหกรรมเกมเติบโตและเต้นเป็นจังหวะเดียวกันบนเวทีโลกบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่มากกว่าแห่งความบันเทิงที่ตอบโจทย์คนรักเกมเชิดชูเกียรติตำนาน FPS ระดับโลก "John Romero": เตรียมต้อนรับผู้ให้กำเนิดเกมระดับตำนานอย่าง DOOM และ Quake ที่จะบินลัดฟ้ามาร่วมงาน ทั้งในโซนธุรกิจ และโซนความบันเทิง พร้อมขึ้นรับรางวัล อันทรงเกียรติ Lifetime Achievement Award บนเวทีใหญ่กองทัพค่ายเกมดัง : Synnex l Nintendo, KURO GAMES, Elementa, Muv-Luv Girls Garden | Muv-Luv : Tactics, Goddess of Victory : NIKKE, Bandai Namco Entertainment, 4Divinity, PlayPark, The Pokémon Compan, PlayStation by GameShop Concept Store, Razer Game Services, SEGA และ CAPCOMเกมมิ่งเกียร์ : AMD, EGA Zone, Steelseries, Lenovo, SIGNO, SANDICK, Intelแบรนด์ชั้นนำ : Monster Energy Drinks, Xsolla, เถ้าแก่น้อย, CPF, Farmhouse, โก๋แก่, MAXBIT, aT Center | EnjoyKFood, เต่าเหยียบโลก, Calbee, NISSIN, RICHMANSHOP, ไข่หวานบ้านซูซิCosplay Contest 2026 เปิดเงินรางวัลรวม 300,000 บาท: เวทีประชันความคิดสร้างสรรค์ของเหล่าเลเยอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม – 30 กันยายนนี้ พร้อมไฮไลต์ประเภทการแข่งขันใหม่ล่าสุดอย่าง Best Duo เพิ่มเติมจากประเภท Solo, Team และ All StarZone Zean Game : พื้นที่ดวลฝีมือสุดเดือดของเหล่าเซียนเกม ชิงรางวัลมูลค่ารวม 30,000 บาทยกระดับรางวัลสู่ 31 สาขา: รางวัลมาตรฐานอุตสาหกรรมเกมไทย แบ่งเป็น 13 รางวัลในกลุ่มสินค้าไอทีและอุปกรณ์เกมมิ่งเกียร์ (Outstanding Products for Game) และ 18 รางวัลในกลุ่มผู้พัฒนาและผลงานเกมยอดเยี่ยม (The Best in the Gaming Industry) ซึ่งรางวัล Game Of The Year เป็นรางวัลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในวงการเกมในไทย และหมู่คนเล่นเกม และอีก 4 รางวัลใหม่สำหรับเกมอินดี้ และรางวัล WINGS Awardกระทบไหล่ครีเอเตอร์ : OS Fanmeet จัดเต็มกับเหล่าครีเอเตอร์ แคสเตอร์ ชื่อดังของเมืองไทย นำโดยแป้ง zbing z., SoomnyVivii Ch, Jubjang Ch., EVA GAMER, Sir.Mikey, PangBoy CH, the xesitz, ADK ก้องไก่, Oppa Hong, SpriteDer SPD และอีกมากมายผนึกกำลังจัดงาน "ACE" (Anime Asia Comics Content Entertainment Expo): มหกรรมป็อปคัลเจอร์ครั้งแรกในไทยที่นำวัฒนธรรมอนิเมะ การ์ตูน และคอนเทนต์บันเทิงมารวมไว้ในที่เดียวกัน เพื่อสร้างการเชื่อมโยงคอนเทนต์แบบครบวงจรเปิดประตูสู่โอกาสการค้าระดับโลกที่จับต้องได้คุณปรากาช รามาจิลลู เผยถึงภาพรวมของฝั่ง Business Area (29 – 30 ตุลาคม 2569) ที่มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางธุรกิจที่จับต้องได้จริง:การจับคู่ธุรกิจ (Pitching & Business Matching): เปิดพื้นที่เจรจาการค้าระหว่างผู้พัฒนาเกมไทยกับผู้จัดจำหน่าย (Publishers) และนักลงทุนจากทั่วโลก เป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการสร้างเครือข่ายพันธมิตร การเจรจาธุรกิจ และการประชุมสัมมนาเชิงลึก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกมและการลงทุนระหว่างผู้พัฒนา เพื่อยกระดับสตูดิโอไทย ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เกมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.22 พันล้านบาทกิจกรรมขับเคลื่อนสตาร์ทอัพและบุคลากรไทย: ภายในโซนธุรกิจยังประกอบด้วยการแข่งนําเสนอแผนธุรกิจ ของผู้พัฒนาเกมอิสระ กิจกรรม Invest Circle และ VIP XPerience โดยมี Xsolla เป็นผู้สนับสนุนหลัก เพื่อจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้พัฒนาเกมและนักลงทุน รวมถึงมีการจัดแสดงเกมไทยใน Thailand Pavilion รวมทั้ง Thailand Game Talent Showcase ที่นำเสนอผลงานเกมจากทีมนักศึกษาแถวหน้าของประเทศไทยพันธมิตรภาครัฐและเอกชนผนึกกำลังจัดเต็มงานในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เข้าร่วมในฐานะผู้สนับสนุนงานในครั้งนี้ และผู้พัฒนาเกมไทย แบรนด์ผู้จัดจำหน่าย ที่ได้กล่าวมาข้างต้นด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa กล่าวว่า “ปัจจุบันอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ของไทยมีมูลค่ากว่า 53,400 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมเกมมีสัดส่วนสูงถึง 37,000 ล้านบาท หรือกว่า 70% ของมูลค่ารวมทั้งหมด สะท้อนศักยภาพและการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมนี้ ทั้งนี้ depa ยินดีที่ประเทศไทยยังคงได้รับความเชื่อมั่นให้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกด้านเกมและดิจิทัลคอนเทนต์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมงานกว่า 2 แสนคน จาก 81 ประเทศทั่วโลก ในปีนี้ต่อเนื่องกับความพร้อมในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการไทย กับพันธมิตรต่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดย depa ยืนยันที่จะเป็นกำลังสำคัญในการร่วมผลักดันผู้ประกอบการ และนักพัฒนาคอนเทนต์ไทยให้ก้าวสู่เวทีสากล และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”รายละเอียดการจำหน่ายบัตรเข้าชมงานบัตรเข้าชมงานเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วผ่านระบบ Zipevent ประกอบด้วย:Entertainment Area (สำหรับบุคคลทั่วไป | 30 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569):1-Day Pass: ราคา 200 บาท1-Day Fast Pass: ราคา 300 บาท (เข้างานช่องทางพิเศษเข้างานได้ก่อน 30 นาที)Link: https://www.zipeventapp.com/e/GCAxTGS2026Business Area (สำหรับภาคธุรกิจและนักพัฒนา | 29 – 30 ต.ค. 2569):Business Visitor: ลงทะเบียนล่วงหน้า (Early Bird ถึง 29 ก.ย. / Standard ถึง 28 ต.ค.) ฟรี! (ซื้อหน้างาน 25 SGD)Conference Delegate: บัตรเข้าร่วมงานสัมมนา เริ่มต้น Early Bird 155 SGD (Standard 255 SGD / Onsite 355 SGD)VIP Pass: สิทธิพิเศษระดับพรีเมียม เริ่มต้น Early Bird 995 SGD (Standard 1,095 SGD / Onsite 1,195 SGD)LINK: https://www.zipeventapp.com/e/gcaxtgs2026-b2bร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์หน้าใหม่และปลุกจิตวิญาณไปพร้อมกันในมหกรรมเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี gamescom asia x Thailand Game Show 2026 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ Plenary Hall และ Exhibition Hall 1-4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### หุ้นปิดบวก 3 จุด กลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรฯหนุน ต่างชาติซื้อ 653 ลบ. - Hoonsmart URL: https://onesiamsoft.com/articles/3-653-hoonsmart Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นปิดบวก 3.07 จุด ดัชนี 1,621.89 จุด นักลงทนสลับกลุ่มเก็งกำไรซื้อกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรฯ หลังข่าวโจมตีโรงกลั่นในซาอุฯ และข่าวยักษ์ใหญ่น้ำมันใน UAE สนใจเป็นพันธมิตรบริษัทในไทย ผสมแรงซื้อกลุ่มท่องเที่ยวรับไทยเที่ยวไทยพลัส พอร์ตโบรกซื้อสุทธ 669 ล้านบาท ต่างช HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นปิดบวก 3.07 จุด ดัชนี 1,621.89 จุด นักลงทนสลับกลุ่มเก็งกำไรซื้อกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรฯ หลังข่าวโจมตีโรงกลั่นในซาอุฯ และข่าวยักษ์ใหญ่น้ำมันใน UAE สนใจเป็นพันธมิตรบริษัทในไทย ผสมแรงซื้อกลุ่มท่องเที่ยวรับไทยเที่ยวไทยพลัส พอร์ตโบรกซื้อสุทธ 669 ล้านบาท ต่างชาติซื้อ 653 ล้านบาท ด้านสถาบัน-รายย่อยขาย ตลาดหุ้นวันที่ 8 ก.ย.2569 ดัชนีปิดที่ระดับ 1,621.89 จุด +3.07 จุด หรือ +0.19% มูลค่าการซื้อขาย 66,138.02 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีแตะสูงสุดที่ 1,625.94 จุด และต่ำสุด 1,614.49 จุด บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 668.75 ล้านบาท รองลงมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 652.87 ล้านบาท ด้านสถาบันขายสุทธิ 808.22 ล้านบาทนักลงทุนในประเทศ ขายสุทธิ 513.40 ล้านบาท บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เผยดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ ตลาดยังไม่มีปัจจัยหนุนใหม่ นักลงทุนสลับกลุ่มเก็งกำไรเฉพาะกลุ่ม โดยหุ้นหนุนดัชนีมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว อาทิ กลุ่มน้ำมัน (PTT, PTTEP, โรงกลั่น (TOP)และปิโตรฯ (PTTGC, IVL) ซึ่งมีปัจจัยบวกจากข่าวโจมตีโรงกลั่นในซาอุฯ และข่าวบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ใน UAE สนใจเป็นพันธมิตรกับโรงกลั่นในบ้านเรา เช่นเดียวกับหุ้นท่องเที่ยว(AWC) เก็งกำไรข่าวภาครัฐเตรียมออกมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสในช่วงไตรมาส 4 ฯลฯ หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น PTG +6.96% ปรับขึ้นจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบข่าว, การเปลี่ยนแผนธุรกิจ หรือ มาตรการรัฐ ที่กระทบปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัยสำคัญ โดยแผนธุรกิจขยายพันธุ์ไทย ปี 2026 ยังคงเดิมที่ 2,751 สาขา ฯลฯ คงคำแนะนำ Buy ที่ TP27F = 9.5 บาท/หุ้น คงมุมมองแนวโน้มธุรกิจกลับมาฟื้นตัวในระยะยาว จากทั้งปริมาณขายน้ำมันที่ฟื้นตัวหลังผลกระทบความเชื่อมั่นลดลง และกลับมาเร่งขยายร้านพันธุ์ไทย คาดกำไรปกติ 2026-28F +21%CAGR BGRIM +1.53%, GULF +0.4% กลุ่มโรงไฟฟ้ามีจิตวิทยาบวกจาก 1) กระแสรับฟังความเห็นสาธารณะแผน PDP2026 วันนี้ คาดเปิดประมูลกำลังผลิตใหม่ 5.1 หมื่น MW ในปี 2026-37F KSS มองบวกต่อ BGRIM เพราะ สร้างมูลค่าเพิ่มต่อ BGRIM จากฐานปัจจุบันสูง อิง Equity MW ราว 2800 MW ต่ำกว่ารายอื่นหลักเท่าตัว แม้ Debt Headroom ขยายได้ต่ำกว่า 2) PER2027F ราว 24.5 เท่า < AVG. ไม่สอดคล้องโอกาสเติบโตที่ใกล้เข้ามา AWC +3.97% ERW +3.7% CENTEL +3.5% หุ้นท่องเที่ยวปรับขึ้น เก็งกำไรข่าวภาครัฐเตรียมออกมาตรการไทยเที่ยวไทยพลัสในช่วงไตรมาส 4 IRPC +4.67% , TOP +4.3%, PTTEP +2.0% PTT +1.8% กลุ่มพลังงานต้นน้ำปรับขึ้น หนุนจากราคาน้ำมันดิบเร่งขึ้นช่วงเช้าและบ่ายยังปรับขึ้นต่อ อิง Brent ขึ้นมาบริเวณ 99 เหรียญต่อบาร์เรล 5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ได้แก่ DELTA ปิดที่ 275.00 บาท -1.00 บาท หรือ -0.36% มูลค่าการซื้อขาย 4,753.82 ล้านบาท PTT ปิดที่ 42.25 บาท +0.75 บาท หรือ +1.81% มูลค่าการซื้อขาย 3,259.04 ล้านบาท GULF ปิดที่ 62.50 บาท +0.25 บาท หรือ +0.40% มูลค่าการซื้อขาย 3,193.24 ล้านบาท PTTEP ปิดที่ 153.00 บาท +3.00 บาท หรือ +2.00% มูลค่าการซื้อขาย 3,098.35 ล้านบาท TOP ปิดที่ 66.75 บาท +2.75 บาท หรือ +4.30% มูลค่าการซื้อขาย 2,781.65 ล้านบาท           ———————————————————————————————————————————————————– Source: Originally published on Hoonsmart. Read the full article at Hoonsmart → ### ปี 2026 ไซเบอร์โจมตี MedTech อย่างน้อย 10 บริษัท ข้อมูลรั่ว-กระทบการรักษาผู้ป่วย URL: https://onesiamsoft.com/articles/2026-medtech-10 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 รายงานเหตุโจมตีไซเบอร์ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ปี 2026 พบตั้งแต่ระบบไอทีล่ม ข้อมูลสุขภาพผู้ป่วยรั่ว จนถึงกระทบการรักษา ขณะที่หลายบริษัทเร่งแยกระบบ-เพิ่มมาตรการความปลอดภัย ตลอดปี 2026 บริษัทเทคโนโลยีและเครื่องมือแพทย์รายใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ เปิดเผยเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์หรือการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งแต่ Stryker, Intuitive Surgical, Medtronic, iRhythm, AdaptHealth ไปจนถึง Boston Scientific MedTech Dive รวบรวมบริษัทที่เปิดเผยเหตุการณ์จนถึงวันที่ 21 สิงหาคมไว้ 9 แห่ง ได้แก่ UFP Technologies, Stryker, Intuitive Surgical, Medtronic, iRhythm, AdaptHealth, Abbott, Cook Medical และ Baylor Genetics ก่อนที่ Boston Scientific จะเปิดเผยเหตุการณ์เพิ่มเติมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และ NovoCure เปิดเผยอีกกรณีในต้นเดือนกันยายน ทำให้จำนวนบริษัทที่ปรากฏในรายงานสาธารณะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นแตกต่างกัน ตั้งแต่การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพ ไปจนถึงระบบการผลิต การจัดส่งสินค้า และบริการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วย อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกจากกันว่า เหตุโจมตีระบบไอทีของบริษัทไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์การแพทย์ถูกแฮ็กหรือไม่ปลอดภัยเสมอไป หลายบริษัทระบุอย่างชัดเจนว่าเครือข่ายสำหรับอุปกรณ์การแพทย์ถูกแยกออกจากระบบไอทีภายใน และอุปกรณ์ไม่ได้รับผลกระทบ Intuitive Surgical  หุ่นยนต์ da Vinci ไม่ได้รับผลกระทบ Intuitive Surgical ผู้ผลิตระบบหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci เปิดเผยเหตุการณ์เมื่อเดือนมีนาคม หลังบุคคลภายนอกเข้าถึงแอปพลิเคชันธุรกิจภายในบางส่วนผ่านบัญชีพนักงานที่ถูกเจาะจากการโจมตีแบบ Phishing ข้อมูลที่ถูกเข้าถึงประกอบด้วยข้อมูลธุรกิจและข้อมูลติดต่อของลูกค้าบางส่วน รวมถึงข้อมูลพนักงานและข้อมูลภายในบริษัท บริษัทชี้แจงว่า ระบบ da Vinci, Ion และผลิตภัณฑ์ดิจิทัลไม่ได้รับผลกระทบและยังทำงานได้ตามปกติ เนื่องจากเครือข่ายที่รองรับระบบธุรกิจภายใน ระบบการผลิต และอุปกรณ์ของบริษัทถูกแยกออกจากกัน หลังสอบสวนเสร็จสิ้นในเดือนมิถุนายน Intuitive ระบุว่ายังไม่พบรายงานการฉ้อโกงหรือการขโมยตัวตนที่เกิดจากเหตุการณ์นี้ และไม่พบข้อบ่งชี้ว่าข้อมูลที่ถูกเข้าถึงถูกนำไปใช้ในทางมิชอบ พร้อมปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายธุรกิจภายใน แนวปฏิบัติ และนโยบายเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ Medtronic  ข้อมูลในระบบบริษัทถูกเข้าถึง แต่ไม่พบผลกระทบต่ออุปกรณ์และผู้ป่วย Medtronic เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 เมษายนว่า บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตสามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบไอทีของบริษัทบางส่วนได้ บริษัทระบุว่า จากการตรวจสอบในขณะนั้น ยังไม่พบผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยของผู้ป่วย การเชื่อมต่อกับลูกค้า การผลิต การจัดจำหน่าย หรือความสามารถในการให้บริการแก่ผู้ป่วย พร้อมอธิบายว่าเครือข่ายไอทีภายใน เครือข่ายที่รองรับผลิตภัณฑ์ และระบบการผลิตและจัดจำหน่ายถูกแยกออกจากกัน Medtronic ระบุว่า หลังพบเหตุได้ดำเนินการควบคุมระบบ เปิดใช้แผนตอบสนองเหตุการณ์ และว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ภายนอกเข้าร่วมตรวจสอบ พร้อมตรวจสอบว่ามีข้อมูลส่วนบุคคลใดถูกเข้าถึงหรือไม่ เพื่อแจ้งและให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบตามความจำเป็น iRhythm ผู้ก่อเหตุเรียกเงิน แลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูล iRhythm ผู้พัฒนาเทคโนโลยีติดตามจังหวะการเต้นของหัวใจ พบกิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตในแอปพลิเคชันธุรกิจที่โฮสต์โดยบุคคลที่สามเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน หนึ่งวันต่อมา บริษัทได้รับการติดต่อจากผู้ก่อเหตุ ซึ่งอ้างว่าได้ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว รวมถึงข้อมูลภายในบริษัท ข้อมูลสุขภาพที่ได้รับการคุ้มครองของผู้ป่วย และข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมเรียกร้องเงินเพื่อแลกกับการไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าว บริษัทเปิดใช้แผนตอบสนองเหตุไซเบอร์และนำที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้าตรวจสอบและควบคุมเหตุการณ์ ต่อมาเอกสารไตรมาสของบริษัทระบุว่าไม่พบหลักฐานว่าการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตยังดำเนินอยู่ และบริษัทเตรียมรับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการแจ้งลูกค้าและผู้ป่วย รวมถึงบริการป้องกันการโจรกรรมข้อมูล AdaptHealth  Social Engineering เจาะบัญชีผู้รับเหมาภายนอก AdaptHealth เปิดเผยเหตุที่แตกต่างออกไป โดยผู้โจมตีใช้ Social Engineering จนสามารถเข้าควบคุมบัญชีที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาภายนอก ก่อนเข้าถึงแอปพลิเคชันบน Cloud ซึ่งรวมถึงระบบจัดการผู้ป่วยภายในและพื้นที่จัดเก็บเอกสาร บริษัทตรวจพบว่ามีข้อมูลถูกนำออกจากระบบ รวมถึงไฟล์รหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บเงินประกัน ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยบางส่วน อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าระบบที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เก็บหมายเลข Social Security และไม่มีข้อมูลบัญชีการเงินหรือบัตรชำระเงินของบุคคลอยู่ในระบบดังกล่าว และ ณ เวลาที่รายงาน เหตุการณ์ยังไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานหรือความสามารถในการให้บริการผู้ป่วย หลังพบเหตุ AdaptHealth ปิดบัญชีที่ถูกเจาะ รีเซ็ตรหัสผ่าน เพิ่มมาตรการควบคุมการเข้าถึง และนำทีม Digital Forensics ภายนอกเข้าตรวจสอบ โดยบริษัทระบุว่าสามารถควบคุมเหตุการณ์ไว้ได้แล้ว Baylor Genetics  ข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบกว่า 2.8 ล้านราย สำหรับ หนึ่งในเหตุการณ์ข้อมูลรั่วครั้งใหญ่ของปีเกิดขึ้นกับ Baylor Genetics ห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมในสหรัฐฯ บริษัทตรวจพบกิจกรรมผิดปกติราววันที่ 15 มิถุนายน และการสอบสวนพบว่าบุคคลภายนอกเข้าถึงบางส่วนของเครือข่ายและข้อมูลที่จัดเก็บไว้ระหว่างวันที่ 11–17 มิถุนายน ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ตั้งแต่ชื่อ วันเกิด ข้อมูลการตรวจทางการแพทย์ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ข้อมูลประกันสุขภาพ และในผู้ป่วยส่วนน้อยมากอาจรวมถึงหมายเลข Social Security ขณะที่ข้อมูลของพนักงานบางรายอาจมีข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลทางการเงิน จำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่รายงานต่อหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐฯ อยู่ที่ประมาณ 2.81 ล้านราย ขณะที่ Baylor Genetics ระบุว่ายังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าข้อมูลถูกนำไปใช้เพื่อขโมยตัวตน ฉ้อโกง หรือใช้ในทางมิชอบ บริษัทระบุว่าได้รักษาความปลอดภัยระบบที่ได้รับผลกระทบ นำผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity และ Digital Forensics ภายนอกเข้าตรวจสอบ ประสานเจ้าหน้าที่และหน่วยงานกำกับ เพิ่มระบบเฝ้าระวังและ Access Control ตลอดจนเสริมระบบจัดการตัวตนและสิทธิการเข้าถึง ขณะที่การตรวจพันธุกรรมของห้องปฏิบัติการยังดำเนินได้ตามปกติ สำหรับผู้ได้รับผลกระทบบางกลุ่ม Baylor Genetics ยังเสนอ Credit Monitoring ฟรี 24 เดือนเพื่อช่วยเฝ้าระวังการนำข้อมูลไปใช้ในทางมิชอบ Boston Scientific  กระทบถึงการผลิต-ส่งสินค้า และการเปิดระบบติดตามหัวใจรายใหม่ เหตุการณ์ของ Boston Scientific เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมแสดงให้เห็นอีกด้านของความเสี่ยง เพราะผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ข้อมูล บริษัทระบุว่าเหตุไซเบอร์ทำให้เครือข่ายบางส่วนหยุดทำงาน กระทบระบบธุรกิจ รวมถึง ความสามารถในการผลิต ประมวลผลคำสั่งซื้อ และจัดส่งผลิตภัณฑ์ สำหรับอุปกรณ์หัวใจ บริษัทชี้แจงว่าไม่พบผลกระทบต่อการทำงานของอุปกรณ์ฝังในร่างกาย หรือการติดตามผู้ป่วยที่เชื่อมต่อระบบ Remote Monitoring อยู่ก่อนเกิดเหตุ แต่ การเปิดใช้งานระบบติดตามทางไกลสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ได้รับผลกระทบ อุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ไม่สามารถเปิดใช้งานเพื่อส่งข้อมูลได้ชั่วคราว ส่วน Implantable Cardiac Monitor ที่เพิ่งฝังใหม่ไม่สามารถจับคู่กับโทรศัพท์ได้ แม้ตัวอุปกรณ์ยังบันทึกเหตุการณ์ไว้และแพทย์สามารถอ่านข้อมูลจากอุปกรณ์โดยตรงได้ Boston Scientific ระบุว่าได้ควบคุมภัยคุกคาม เพิ่มมาตรการความปลอดภัย และทำงานร่วมกับ CrowdStrike และผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อสอบสวนและฟื้นระบบ ล่าสุดวันที่ 5 กันยายน บริษัทระบุว่าเครือข่ายจัดจำหน่ายได้รับการฟื้นฟูเป็นส่วนใหญ่ ศูนย์กระจายสินค้าหลักกลับมาประมวลผลและจัดส่งได้ในระดับปกติหรือสูงกว่า และยังไม่พบความเสียหายต่อการทำงานของผลิตภัณฑ์ นอกเหนือจากปัญหาการเปิดใช้งาน LATITUDE Remote Monitoring สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ที่รายงานไว้ก่อนหน้า NovoCure  ข้อมูลผู้ป่วยกว่า 1,400 รายถูกเปิดเผย แต่อุปกรณ์รักษาไม่ถูกเข้าถึง ต้นเดือนกันยายน NovoCure บริษัทเทคโนโลยีรักษามะเร็ง เปิดเผยเหตุไซเบอร์ที่เกิดขึ้นช่วงกลางเดือนสิงหาคม โดยมีข้อมูลภายในของผู้ป่วยในสหรัฐฯ มากกว่า 1,400 ราย ถูกเปิดเผย ข้อมูลส่วนใหญ่ประกอบด้วยรหัสผู้ป่วยภายในและข้อมูลติดต่อทั่วไป ขณะที่ผู้ป่วยไม่ถึง 50 รายในฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ มีข้อมูลระบุตัวบุคคลเพิ่มเติมได้รับผลกระทบ NovoCure ระบุว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยไม่ได้ถูกเข้าถึง และระบบทั้งหมดสามารถทำงานได้ตามปกติ พร้อมประเมินในขณะนั้นว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินของบริษัท FDA ออกแนวทาง Cybersecurity เครื่องมือแพทย์ฉบับใหม่ปี 2026 เมื่อดูเหตุการณ์ที่บริษัทต่าง ๆ เปิดเผย สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2026 มีอย่างน้อย 3 ลักษณะ คือ การเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยและข้อมูลสุขภาพ การรบกวนระบบธุรกิจ/การผลิตและจัดส่ง และในบางกรณีผลกระทบต่อกระบวนการให้บริการแก่ผู้ป่วย ในด้านการกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ออก Final Guidance ฉบับปรับปรุงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เรื่อง Cybersecurity in Medical Devices: Quality Management System Considerations and Content of Premarket Submissions แนวทางดังกล่าวครอบคลุมการออกแบบอุปกรณ์ การบริหารความเสี่ยงด้าน Cybersecurity การติดฉลาก และเอกสารด้านความปลอดภัยที่ผู้ผลิตควรยื่นต่อ FDA ก่อนนำอุปกรณ์ที่มีความเสี่ยงด้านไซเบอร์เข้าสู่ตลาด โดยเป้าหมายคือทำให้อุปกรณ์ที่ออกสู่ตลาดมีความสามารถรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้เพียงพอ ประเด็นนี้มีความสำคัญมากขึ้นเมื่ออุปกรณ์การแพทย์จำนวนหนึ่งเชื่อมต่อกับเครือข่าย ซอฟต์แวร์ ระบบโรงพยาบาล หรือระบบติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล ขณะที่เหตุการณ์ในปี 2026 แสดงให้เห็นว่า จุดที่ถูกโจมตีอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่องมือแพทย์โดยตรง แต่อยู่ในระบบไอที บัญชีผู้ใช้งาน Cloud หรือระบบธุรกิจที่เชื่อมโยงกับการให้บริการ ..... ทั้งนี้  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบริษัทเครื่องมือแพทย์หลายแห่งในปี 2026 สอดคล้องกับภาพการโจมตีไซเบอร์ต่อธุรกิจสุขภาพที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลของ Comparitech พบว่า ช่วงครึ่งแรกของปี 2026 มีเหตุ Ransomware ในภาคสุขภาพทั่วโลก 410 ครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบ 14% จากครึ่งหลังปี 2025 เมื่อแยกเฉพาะบริษัทที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาพ พบ 163 เหตุการณ์ เพิ่มขึ้นเกือบ 35% และในกลุ่มผู้ผลิตเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งหลังของปี 2025  Source: Originally published on posttoday. Read the full article at posttoday → ### PDP 2026 จุดพลุหุ้นโซลาร์เดือดพล่าน อัดกำลังผลิตใหม่ 2.4 หมื่นMW. - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-24-mw-or Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เปิดโผรับแผน PDP2026 เพิ่มกำลังผลิตเท่าตัวที่ 5 หมื่น MW ดันโซลาร์สูงสุด 2.4 หมื่น MW หนุนธุรกิจระยะยาว มิติหุ้น – ความชัดเจนของร่างแผน PDP 2026 ระยะเวลา เปิดโผรับแผน PDP2026 เพิ่มกำลังผลิตเท่าตัวที่ 5 หมื่น MW ดันโซลาร์สูงสุด 2.4 หมื่น MW หนุนธุรกิจระยะยาว มิติหุ้น – ความชัดเจนของร่างแผน PDP 2026 ระยะเวลา 25 ปี เข้าสู่การเปิดรับความคิดเห็น ซึ่งภายในแผนเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2593   จึงมีแนวทางช่วง 12 ปีแรก (69 – 80) มีกำลังการผลิตใหม่รวม 50,900 MW แบ่งเป็น โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 9,100 MW  -โรงไฟฟ้าพลังงานนิเคลียร์ 300 MW –โซลาร์ 24,300 MW  – พลังงานลม 2,700 MW และ ระบบกักเก็บไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่หรือ BESS  14,500 MW  ส่งผลทำให้กำลังผลิตสะสมรวมปี 80 อยู่ที่ 115,635 MW และเม็ดเงินลงทุนรวมทุกกรณีอยู่ระดับช่วง 3.6-7 แสนล้านบาท  ซึ่งจะปลดล็อกโครงสร้างพลังงานทั้งโครงข่ายไฟฟ้าให้บุคคลที่ 3 – Smart Grid – Direct PPA และ New Services GPSC  เล็งศึกษา SMR ด้าน GPSC หรือ บมจ. โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ โดย นายศิริเมธ ลี้ภากรณ์ ผู้จัดการใหญ่ และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ระบุ ศึกษา SMR  ร่วมกับ Seaborg Technologies จากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งน่าสนใจเพราะแหล่งผลิตไฟฟ้าฐาน ที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ สามารถเดินเครื่องได้ต่อเนื่อง และหนุนใช้ระบบสายส่งไฟฟ้าแก่บุคคลที่สาม โดยเฉพาะลูกค้าดาต้าเซ็นเตอร์ หุ้นไฟฟ้า-โซลาร์  รับยกกลุ่ม บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนจาก 15% ของกำลังผลิต ขึ้นเป็น 60-70% และแตะ 80% หากรวมพลังงานไร้คาร์บอนอื่น โดยเครื่องยนต์หลักคือโซลาร์ลอยน้ำบนเขื่อนที่จะขยายขึ้นไปถึงระดับหมื่นเมกะวัตต์ ควบคู่กับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ SMR ที่ประกอบสำเร็จจากโรงงานและใช้รัศมีความปลอดภัยเพียง 1 กิโลเมตร เทียบกับ 16 กิโลเมตรของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบเดิม รวมถึงระบบกักเก็บพลังงาน มองเป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนอย่าง GULF, GPSC, GUNKUL ที่จะได้ปริมาณงานประมูลตามแผน และเป็นภาพหนุนต่อเนื่องกับความต้องการไฟฟ้าฝั่ง Data Center นายชัยวัฒน์ อาศิระวิชัย   นักวิเคราะห์อาวุโส บล.อินโนเวสท์ เอกซ์  ระบุว่า GULF และ GPSC ใช้ประโยชน์จากต้นทุนทางการเงินที่ต่ำและงบดุลที่แข็งแกร่งเพื่อรุกขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ CCGT ขนาดใหญ่  BGRIM และ GUNKUL เน้นลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และห่วงโซ่ธุรกิจพลังงานสะอาดแบบครบวงจร BCPG เดินหน้าหมุนเวียนเงินทุนผ่านการขายสินทรัพย์ และ CKP โฟกัสโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่และการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับในสปป.ลาว GULF ยังคงเป็นหุ้นเด่นของกลุ่ม เนื่องจากมีความสามารถในการเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดในโครงการขยายกำลังการผลิตขนาดใหญ่ตามที่ระบุไว้ในแผน PDP2026 ได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน เลือก GUNKUL เป็นหุ้น wildcard pick โอกาสรับรายได้งาน EPC ที่มีความชัดเจนสูงจากโครงการพัฒนาโครงข่ายระบบส่งไฟฟ้า หุ้นเด่นรองลงมาจะเป็น GPSC และ BGRIM โบรกเกาะธีม PDP 2026 ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon Source: Originally published on มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน. Read the full article at มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน → ### ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท | Thairath Money | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-or-thairath-money-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พีทีที สเตชั่น และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สตางค์ ขณะที่กลุ่มดีเซลปรับขึ้น 7... ภาพไฮไลต์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พีทีที สเตชั่น และ บมจ.บางจากปิโตรเลียม หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สตางค์ ขณะที่กลุ่มดีเซลปรับขึ้น 70 สตางค์ ยกเว้นน้ำมันกลุ่มพรีเมียม เริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 9 ก.ย. 2569สำหรับราคาใหม่ มีดังนี้GSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH E85S EVO อยู่ที่ 30.03 บาท/ลิตรเบนซินอยู่ที่ 48.08 บาท/ลิตรHi Premium 98 Plus อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตรHi Diesel B20S อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรHi Diesel S อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรHi Diesel S B7 อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรHi Premium Diesel Plus อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตร(ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ กทม.)ติดตามข่าวสาร ราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ ราคาน้ำมันทุกชนิด ปตท, PTT, Shell, บางจาก, Esso ราคาน้ำมันขึ้นลง ข่าวราคาน้ำมันล่าสุด ได้ที่นี่เช็กราคาน้ำมัน ได้ที่ : https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoneyอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาทข่าวที่เกี่ยวข้องราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 ก.ย. 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาทอิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต เมินคำขู่ทรัมป์ราคาน้ำมันวันนี้ 6 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาทพรุ่งนี้ 9 ก.ย. ประกาศปรับขึ้น "ราคาน้ำมัน" ทุกชนิด เว้นพรีเมียม คงเดิมราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาทตามข่าวก่อนใครได้ที่- Website : www.thairath.co.th- LINE Official : Thairath Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ ตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน - ThaiPublica URL: https://onesiamsoft.com/articles/thaipublica-12 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน ‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางสั่งฟื้นฟูกิจการ ตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน8 กันยายน 25698 กันยายน 2026‘เนาวรัตน์พัฒนาการ’ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ศาลล้มละลายกลางคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผนเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 นางสาวผกาทิพย์ โลพันธ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ได้ทำหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน มีรายละเอียดดังนี้ตามที่ บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลาย กลาง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทไว้พิจารณา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 โดยกำหนดนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 และนัดฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. นั้นบริษัทขอแจ้งให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 “ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ ของบริษัท และตั้งบริษัทเป็นผู้ทำแผน”บริษัทจะติดตามความคืบหน้าของกระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างใกล้ชิด และจะเปิดเผยสารสนเทศที่สำคัญและมีสาระสำคัญต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ผู้ถือหุ้น ผู้ถือหุ้นกู้ เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทราบต่อไป ตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอ่านหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ที่นี่‘ชัชชาติ’ แจงยังไม่ยกเลิกประมูลอุโมงค์บึงหนองบอน – รอกรมบัญชีกลางเคาะคุณสมบัติ ‘ชั้นพิเศษ’ เนาวรัตน์พัฒนาการ Source: Originally published on ThaiPublica. Read the full article at ThaiPublica → ### อุตสาหกรรม AI โต ดันส่งออกจีนพุ่ง 25% URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-25percent-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สำนักงานศุลกากรจีนรายงานว่า ยอดส่งออกของจีนพุ่งขึ้น 25% เมื่อพิจารณาในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นการ สำนักงานศุลกากรจีนรายงานว่า ยอดส่งออกของจีนพุ่งขึ้น 25% เมื่อพิจารณาในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นการขยายตัวรวดเร็วขึ้นจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 23.9%การส่งออกได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักทางเศรษฐกิจของจีน เนื่องจากอุปสงค์ชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการขยายตัวของการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลก ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยลบทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลอดอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และการลงทุนที่ซบเซาลงส่วนยอดนำเข้าเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 28.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 30% ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่จีนเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นให้ดำเนินการแก้ไขภาวะการค้าที่ไร้สมดุลอย่างไรก็ตาม ยอดนำเข้าเดือนส.ค.ขยายตัวรวดเร็วกว่าในเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 27.5% ทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.1909 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. จากระดับ 1.125 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายของจีนได้กำหนดเป้าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไว้ในช่วง 4.5% 5% ในปีนี้ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจเริ่มแผ่วลงหลังจากเริ่มต้นปีได้อย่างแข็งแกร่ง โดย GDP ของจีนขยายตัวเพียง 4.3% ในไตรมาส 2/2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี Source: Originally published on https://news.trueid.net. Read the full article at https://news.trueid.net → ### ‘ยศชนัน’ เดินหน้า พ.ร.บ.สตาร์ตอัป นำเรื่องเข้า ครม. หวังปั้นยูนิคอร์น รั้งเม็ดเงินลงทุนให้อยู่ในไทย - The Reporters URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-reporters-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ‘ยศชนัน’ เดินหน้า พ.ร.บ.สตาร์ตอัป นำเรื่องเข้า ครม. ทลายกรอบระดมทุน-ปลดล็อกหุ้นกู้แปลงสภาพ ส่งเสริมความคล่องตัวทางการเงิน และดึงดูดทาเลนต์ หวังปั้นยูนิคอร์น รั้งเม็ดเงินลงทุนให้อยู่ในไทย สร้างงานและโอกาสใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ วันนี้ (8 ก.ย. 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รอ ‘ยศชนัน’ เดินหน้า พ.ร.บ.สตาร์ตอัป นำเรื่องเข้า ครม. ทลายกรอบระดมทุน-ปลดล็อกหุ้นกู้แปลงสภาพ ส่งเสริมความคล่องตัวทางการเงิน และดึงดูดทาเลนต์ หวังปั้นยูนิคอร์น รั้งเม็ดเงินลงทุนให้อยู่ในไทย สร้างงานและโอกาสใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ วันนี้ (8 ก.ย. 69) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า วันนี้กระทรวง อว.จะนำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป (STARTUP ACT) นำเสนอให้ ครม.เห็นชอบ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรม เร่งปลดล็อคข้อจำกัดด้านกฎหมาย ติดปีกให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืน และจะพิจารณาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป การเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปครั้งนี้ ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สศก.) ซึ่งได้ยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญคือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เดิมที่ไม่เอื้อต่อรูปแบบการทำธุรกิจของสตาร์ตอัป เพื่อลดอุปสรรคทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการระดมทุนมาอย่างยาวนาน ให้สอดรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่ภาคเอกชนเคยชี้ให้เห็นถึงช่องว่างทางการเงินและแนวโน้มการหลั่งไหลของเงินทุนไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศ อีกทั้ง ได้กำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการ โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service Center) ทั้งในด้านการรับรอง การสนับสนุน และการประสานงาน และจะมีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามามีบทบาทในการกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ และแผนในการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสตาร์ตอัพ รวมถึงระบบนิเวศของธุรกิจสตาร์ตอัพให้สอดคล้องกับนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ ให้มั่นใจว่าหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ จะทำงานร่วมกันได้อย่างสอดประสาน เพื่อลดอุปสรรคทางระบบราชการ และเพิ่มช่องทางสนับสนุนการเติบโตสำหรับสตาร์ตอัปและนักลงทุน โดยสตาร์ตอัปที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี และสำหรับกลุ่มที่จัดอยู่ในประเภทเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) คณะกรรมการอาจขยายระยะเวลาให้รวมแล้วสูงสุดถึง 10 ปี ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวถึงความพร้อมเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ เตรียมปักหมุดยกระดับภารกิจการเป็นหน่วยงานหลักดูแลการบูรณาการและเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มธุรกิจสตาร์ตอัปกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทในการพัฒนาและส่งเสริมสตาร์ตอัป เป็นศูนย์กลางให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับโครงการและแหล่งเงินทุนสนับสนุนธุรกิจสตาร์ตอัพ รวมทั้งทำหน้าที่เป็นหน่วยรับ ตรวจสอบการยื่นคำรับรอง และประกาศรายชื่อเป็นธุรกิจสตาร์ตอัพให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ตามที่กำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ นับเป็นอีกความท้าท้ายครั้งสำคัญเมื่อสตาร์ตอัปไทยจะมีข้อมูลกลางในเรื่องโครงการสนับสนุนและข้อมูลเงินทุน ช่วยสร้างโอกาสกระตุ้นการลงทุนให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตได้มากยิ่งขึ้น ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสร้างสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน อีกประเด็นสำคัญคือความสะดวกในการประกอบธุรกิจกำลังจะก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะมุ่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายในหลายประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรองรับการออกหุ้นกู้ที่สามารถแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ ซึ่งเป็นเครื่องมือระดมทุนยอดนิยมของสตาร์ตอัประดับโลก การอนุญาตให้บริษัทจำกัดสามารถถือหุ้นของตนเอง (Treasury Stock) เพื่อนำมาจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจให้กับพนักงานหรือกรรมการ ช่วยดึงดูด Talent เข้ามาร่วมงาน รวมทั้งการรองรับการเปลี่ยนหนี้สินให้กลายเป็นทุนจดทะเบียน เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน ตลอดจน จะมีการเร่งส่งเสริมมาตรการจากภาครัฐให้สตาร์ตอัปเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เช่น การให้สิทธิลดหย่อนภาษีและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเติบโตของสตาร์ตอัป การเสริมสร้างกำลังคนในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและบุคลากรที่มีทักษะสูงภายใต้กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองและกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนการเข้าถึงตลาดภาครัฐและสิทธิประโยชน์ตามมาตรการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เป็นต้น แนะแนวเรื่อง Source: Originally published on The Reporters. Read the full article at The Reporters → ### กรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/3286-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 กรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” efinanceThai กรุงไทยชี้บาทแข็งต่อ แต่ยังผันผวน จับตา Fed-ตะวันออกกลาง-เยน | The Better LINE TODAY เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.86 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย" ดอลลาร์อ่อนหนุน pptvhd กรุงไทย เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.86 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง”  efinanceThaiกรุงไทยชี้บาทแข็งต่อ แต่ยังผันผวน จับตา Fed-ตะวันออกกลาง-เยน | The Better  LINE TODAYเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.86 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย" ดอลลาร์อ่อนหนุน  pptvhd36ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 32.86 ตลาดจับตาตัวเลขศก.สหรัฐฯ ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด-ความเสี่ยงตอ.กลาง  RYT9ค่าเงินบาทแข็งค่า 32.83 บาท ตามเงินเยนญี่ปุ่นทำสถิติในรอบเกือบ 7 เดือน  เดลินิวส์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### SET Index ส.ค.พักฐานบอนด์ยีลด์พุ่งฉุด 8 เดือนต่างชาติซื้อสุทธิกว่า 5 หมื่นลบ. - Hoonsmart URL: https://onesiamsoft.com/articles/set-index-8-5-hoonsmart Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค.พักฐาน หลังบอนด์ยีลด์โลกพุ่งกดดัน Fund Flow ต่างชาติขายสุทธิ 2.4 หมื่นลบ. 8 เดือนยังซื้อสุทธิกว่า 5 หมื่นล้านบาท กำไร บจ. 6 เดือนแรกโต 22.2% หนุนดัชนี SET ได้ทั้งปี HoonSmart.com>>ตลาดหุ้นไทยเดือนส.ค.พักฐาน หลังบอนด์ยีลด์โลกพุ่งกดดัน Fund Flow ต่างชาติขายสุทธิ 2.4 หมื่นลบ. 8 เดือนยังซื้อสุทธิกว่า 5 หมื่นล้านบาท กำไร บจ. 6 เดือนแรกโต 22.2% หนุนดัชนี SET ได้ทั้งปี นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก CFA, FRM ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในเดือนสิงหาคม 2569 เผชิญการปรับฐานหลังจากทะยานขึ้นติดต่อกัน 5 เดือน โดยถูกกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) สหรัฐฯ ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในประเทศและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญให้ดัชนี SET รักษาระดับผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date) ได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดในภูมิภาค ทั้งนี้ ดัชนี SET ปิดสิ้นเดือนสิงหาคมที่ระดับ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 26.6% จากสิ้นปี 2568 โดยแรงขับเคลื่อนหลักนับตั้งแต่ต้นปีมาจากอัตราการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน (Earnings Growth) เป็นสำคัญ ซึ่งกำไรสุทธิในช่วง 6 เดือนแรกของปีปรับตัวเพิ่มขึ้น 22.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และได้รับการปรับเพิ่มประมาณการกำไรต่อหุ้น (EPS) อย่างต่อเนื่องกว่า 20% ขณะที่รายอุตสาหกรรมพบว่าแรงขับเคลื่อนกระจายตัวอย่างมีเสถียรภาพ นำโดยกลุ่มพลังงาน สินค้าอุตสาหกรรม ทรัพยากร ไอซีที และธนาคาร แม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 จะชะลอตัวลง แต่การปรับเพิ่มประมาณการ GDP ทั้งปีพร้อมกับแรงส่งจากการลงทุนภาคเอกชน และงบลงทุน (CapEx) ของบริษัทจดทะเบียนที่ขยายตัวสอดคล้องกัน เป็นเครื่องยืนยันถึงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน “ภาพรวมจากต้นปีจนถึง 8 เดือนแรก SET ขึ้นมา 335 จุดกลุ่มที่ขึ้นมามากสุด เป็นกลุ่ม พลังงาน รองลงมาก็เป็นกลุ่ม Electronics แล้วก็กลุ่ม ธนาคาร กลุ่ม ICT ทำให้เห็นว่า SET มีความหลากหลายของ Sector ที่เป็น Driver ดัชนีให้ขึ้นมา มีการกระจายไปในหลายๆ Sector”นายฉัตรชัย กล่าว นายฉัตรชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ ในแง่ Valuation ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีความน่าสนใจสูงขึ้น เนื่องจาก Forward P/E ณ สิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 14.3 เท่า และมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงถึง 4.3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นในเอเชียที่อยู่ที่ 2.8% ขณะที่ Earnings Yield Gap เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลยังคงมีส่วนต่าง (Cushion) รองรับความผันผวนได้ดี สำหรับกระแสเงินทุนต่างชาติ ในเดือนสิงหาคมนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 24,681 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับสัดส่วนการลงทุนตามทิศทางบอนด์ยีลด์โลกที่พุ่งสูง โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปีขยับเข้าใกล้ 5% และอายุ 30 ปีทะลุระดับ 5% จากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะและการขาดดุลการคลังของสหรัฐฯ ตลอดจนท่าทีเข้มงวดของเฟดหลังการประชุมแจ็กสัน โฮล อย่างไรก็ดี ยอดรวม 8 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติยังคงเป็นฝั่งซื้อสุทธิสูงถึง 51,183 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุดในตลาดที่ 55.3% ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศเริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิในเดือนสิงหาคม และต่างชาติเริ่มทยอยกลับเข้าซื้อคืนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ด้านสภาพคล่อง ตลาดหุ้นไทยยังคงมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม (SET และ mai) ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 75,050 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.1% จากปีก่อน หนุนให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันช่วง 8 เดือนแรกแตะ 69,913 ล้านบาท (+62.6% YoY) ส่วนตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนสิงหาคมที่ 463,401 สัญญา และมียอดเฉลี่ย 8 เดือนแรกอยู่ที่ 542,985 สัญญา เพิ่มขึ้น 29.5% YoY ในระยะที่เหลือของปี ตลาดหุ้นรับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การเบิกจ่ายงบประมาณหลังการผ่าน พ.ร.บ. 5 แสนล้านบาท รวมถึงการเข้าสู่ช่วง High Season ของภาคการท่องเที่ยวช่วงปลายปี นำโดยกิจกรรมระดับสากล เช่น Gastech, Thailand Wellness และ Tomorrowland ซึ่งคาดว่าจะช่วยเร่งการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสสุดท้ายของปี Source: Originally published on Hoonsmart. Read the full article at Hoonsmart → ### เติมด่วน! OR-BCP ขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต. มีผลพรุ่งนี้ | ข่าวหุ้นธุรกิจ | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/or-bcp-70-80-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นร... ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน โดยกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดปรับขึ้น 80 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่กลุ่มน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 70 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 9 ก.ย.69 เป็นต้นไปส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น มีรายละเอียดดังนี้กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์เบนซิน ลิตรละ 48.08 บาทซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (OR)เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาทแก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก)แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 30.03 บาท (บางจาก)แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.09 บาทแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.72 บาทแก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 34.09 บาทกลุ่มน้ำมันดีเซลซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (OR)ดีเซล ลิตรละ 39.84 บาท (OR)ดีเซล B20 ลิตรละ 34.84 บาท (OR)ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (OR)ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก)ไฮดีเซล S ลิตรละ 39.84 บาท (บางจาก)ดีเซล B20 ลิตรละ 34.84 บาท (บางจาก)ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 9 ก.ย.69 เป็นต้นไป Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ทรัมป์ขู่ระงับการขายเครื่องบินเจ็ทบอมบาเดียร์ของแคนาดาในสหรัฐฯ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788877276899 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าบริษัทผลิตเครื่องบินบอมบาร์เดียร์ (Bombardier) ของแคนาดาจะไม่สามารถขายสินค้าในสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป เว้นแต่จะย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ ในโพสต์บน Truth Social ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า "ต่อไปนี้จะไม่มีการขายเครื่องบินบอมบาร์เดียร์ในสหรัฐอเมริกาอีกแ ทรัมป์ขู่ระงับการขายเครื่องบินเจ็ทบอมบาเดียร์ของแคนาดาในสหรัฐฯ วันนี้, 20:57น.           ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนว่าบริษัทผลิตเครื่องบินบอมบาร์เดียร์ (Bombardier) ของแคนาดาจะไม่สามารถขายสินค้าในสหรัฐฯ ได้อีกต่อไป เว้นแต่จะย้ายฐานการผลิตมายังสหรัฐฯ           ในโพสต์บน Truth Social ประธานาธิบดีทรัมป์ ระบุว่า "ต่อไปนี้จะไม่มีการขายเครื่องบินบอมบาร์เดียร์ในสหรัฐอเมริกาอีกแล้ว! ถ้าต้องการตลาดของเราก็จะต้องสร้างโรงงานที่นี่ และหยุดมองอเมริกาเป็นเหมือนกระปุกออมสิน"           การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่าง 2 ประเทศเพื่อนบ้าน และแคนาดาเตรียมเรียกเก็บภาษีตอบโต้กับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์           บริษัทบอมบาร์เดียร์ เผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า บริษัทมีการว่าจ้างพนักงานชาวอเมริกันหลายพันคน และให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ ในสหรัฐฯ           ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์มีแผนจะขัดขวางบอมบาร์เดียร์ทำธุรกิจในสหรัฐฯ อย่างไร ซึ่งในปัจจุบันบริษัทมีที่ตั้งอยู่ในมอนทรีออล ยังมีโรงงานอยู่ในรัฐแคนซัสของสหรัฐอเมริกา ผลิตเครื่องบินทางทหารสำหรับภารกิจพิเศษ และมีพนักงานชาวอเมริกัน 3,500 คน นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานในรัฐเท็กซัส แอริโซนา ฟลอริดา คอนเนตทิคัต อิลลินอยส์ เดลาแวร์ แคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน ดี.ซี. และนิวเจอร์ซีย์ เครื่องบินประมาณครึ่งหนึ่งของฝูงบินทั้งหมด หรือ 5,100 ลำ เป็นเครื่องบินที่ลูกค้าของบอมบาร์เดียร์ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ใช้งาน           ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ของบริษัทบอมบาร์เดียร์ เครื่องบินเจ็ทของพวกเขาผลิตขึ้นที่โรงงานในแคนาดา สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือที่ประธานาธิบดีทรัมป์ลงนามในสมัยแรกของการดำรงตำแหน่ง           บริษัทนี้เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา โดยมีส่วนสนับสนุนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศถึง 5,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2567 …. #ทรัมป์ #เครื่องบินแคนาดา ข่าวทั้งหมดADS--> Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### พรุ่งนี้! (9 ก.ย. 69) ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิด มีผลเวลา 05.00 น. เป็นต้นไป URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-69-0500 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ผู้ค้าน้ำมันแจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก มีผลวันที่ 2 ก.ย. 69 เวลา 05.00 น. สำหรับราคาใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเป็นดังนี้ - ดีเซล B7 ลิตรละ 39.84 บาท - E85 ลิตรละ 30.03 บาท - E20 ลิตรละ 34.09 บาท - แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.72 บาท - แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.09 บาท (ราคานี้ยัง วันนี้, 20:30น. ผู้ค้าน้ำมันแจ้งปรับราคาน้ำมันขายปลีก มีผลวันที่ 2 ก.ย. 69 เวลา 05.00 น. สำหรับราคาใหม่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะเป็นดังนี้      - ดีเซล B7 ลิตรละ 39.84 บาท      - E85 ลิตรละ 30.03 บาท      - E20 ลิตรละ 34.09 บาท      - แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.72 บาท      - แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.09 บาท      (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด) Source: Originally published on จส.100. Read the full article at จส.100 → ### World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/world-markets-2 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.90 จุด เพิ่มขึ้น 0.02 จุด หรือ +0.00%, ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,306.15 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือ +0.33%, ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 ตลาดหุ้น ตลาดน้ำมัน ตลาดทองคำ และตลาดเงินของสหรัฐฯ ปิดทำการในวันที่ 7 ก.ย.เนื่องในวันแรงงาน ตลาดหุ้นยุโรปปิดทรงตัวในวันจันทร์ (7 ก.ย.) ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านกลับมาปะทุอีกครั้ง ซึ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และบดบังข้อมูลเศรษฐกิจยูโรโซนที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 649.90 จุด เพิ่มขึ้น 0.02 จุด หรือ +0.00%, ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,306.15 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด หรือ +0.33%, ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,006.53 จุด ลดลง 39.87 จุด หรือ -0.15% และดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,822.13 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.08% ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันจันทร์ (7 ก.ย.) เนื่องจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กดดันตลาด ขณะที่การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานช่วยจำกัดการปรับตัวลงโดยรวม ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ปิดที่ 10,822.13 จุด ลดลง 8.96 จุด หรือ -0.08% ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,306.15 จุด เพิ่มขึ้น 27.38 จุด, +0.33% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 26,006.53 จุด ลดลง 39.87 จุด, -0.15% ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,822.13 จุด ลดลง 8.96 จุด, -0.08% ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 9,010.90 จุด เพิ่มขึ้น 5 จุด, +0.06% ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 9,200.60 จุด เพิ่มขึ้น 4.60 จุด, +0.05% ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 66,399.84 จุด เพิ่มขึ้น 1,378.90 จุด, +2.12% ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 6,995.39 จุด เพิ่มขึ้น 308.18 จุด, +4.61% ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 47,326.27 จุด เพิ่มขึ้น 775.14 จุด, +1.67% ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 3,932.70 จุด เพิ่มขึ้น 2.58 จุด, +0.07% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 25,413.12 จุด ลดลง 237.75 จุด, -0.93% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 76,132.81 จุด ลดลง 382.62 จุด, -0.50% ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,619.67 จุด ลดลง 16.80 จุด, -0.25% ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 6,083.68 จุด ลดลง 6.92 จุด, -0.11% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,714.79 จุด เพิ่มขึ้น 6.69 จุด, +0.39% ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 5,792.28 จุด ลดลง 9.68 จุด, -0.17% โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/รัตนา พงศ์ทวิช Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### คนไทยกระเป๋าฉีก “อาหารจานเดียว” ปรับขึ้นราคา 5-10 บ. URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-10-3 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาหารจานเดียวแพงขึ้นเป็นวงกว้าง เฉลี่ย 5-10 บาทต่อจาน ตามต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะราคาผักสดที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบเอลนีโญ ขณะราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับตัวสูงขึ้น บริษัท วัน สามสิบเอ็ด จำกัด อาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เพลส 50 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 บริษัทในเครือ บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) www.theoneenterprise.com Source: Originally published on one31.net. Read the full article at one31.net → ### ​“ศุภจี”ถก ITOCHU ดันยกระดับเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ร่วมมือผลิต ค้าขาย URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 “ศุภจี”ควง “วราวุธ-กลินท์” หารือประธาน ITOCHU Corporation แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน หนุนยกระดับความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ทั้งร่วมพัฒนา ร่วมผลิต ร่วมสร้างธุรกิจ ร่วมทำตลาดไปประเทศที่สาม อาเซียนและตลาดโลก พร้อมต่อยอดความร่วมมืออาหาร พลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ “ศุภจี”ควง “วราวุธ-กลินท์” หารือประธาน ITOCHU Corporation แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน หนุนยกระดับความร่วมมือเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ ทั้งร่วมพัฒนา ร่วมผลิต ร่วมสร้างธุรกิจ ร่วมทำตลาดไปประเทศที่สาม อาเซียนและตลาดโลก พร้อมต่อยอดความร่วมมืออาหาร พลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ร่วมมือยา บริการการแพทย์ และบริการสังคมสูงวัย           นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย–ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ITOCHU Corporation พร้อมคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต           ทั้งนี้ ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก           ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม อาเซียน และตลาดโลก           นางศุภจีกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้           โดยสาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคต รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น           นอกจากนี้ ได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้านยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต โดยฝ่ายญี่ปุ่นได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้           ขณะเดียวกัน ได้แจ้งฝ่ายญี่ปุ่นว่ารัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย ติดตามข่าวสารแบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter กดคลิก Follow ด้านล่าง Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### AI เอฟเฟกต์ เพิ่มจำนวนมหาเศรษฐีโลกพุ่งเฉียด 3,800 คน ทรัพย์สินโตรวม 15.1 ล้านล้านดอลลาร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/ai-3800-151 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 กระแสการลงทุนใน AI ผลักดันให้จำนวนมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 3,795 คนในปี 2025 โดยทรัพย์สินรวมของ มหาเศรษฐีโลก กระแสการลงทุนใน AI ผลักดันให้จำนวนมหาเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 3,795 คนในปี 2025 โดยทรัพย์สินรวมของมหาเศรษฐีทั่วโลกพุ่งขึ้นเป็น 15.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12.8% จากปีก่อนหน้า Altrata บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านความมั่งคั่ง รายงานว่า จำนวนมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้น 8.2% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายปีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี โดยมาจากอุตสาหกรรม AI ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการสร้างความมั่งคั่งในหลายภูมิภาคทั่วโลก ขณะที่บริษัทจดทะเบียน 150 แห่งที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความมั่งคั่งให้กับมหาเศรษฐี โดยบริษัทที่ลงทุนใน AI อย่างน้อย 30 ล้านดอลลาร์ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีการเติบโตของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดระหว่างปี 2024–2025 สูงกว่าบริษัทที่ไม่ได้ลงทุนใน AI ถึง 23% อย่างไรก็ตาม กระแสความนิยมใน AI ไม่ได้ทำให้มหาเศรษฐีมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน แต่กลับทำให้ช่องว่างด้านความมั่งคั่งภายในกลุ่มมหาเศรษฐีกว้างขึ้น โดยมหาเศรษฐีที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไป สามารถครอบครองทรัพย์สินรวมกันมากกว่าหนึ่งในสี่ของความมั่งคั่งมหาเศรษฐีทั่วโลก รายงานยังระบุว่า ปัจจุบันมีมหาเศรษฐีระดับพิเศษ หรือ ซูเปอร์บิลเลียนแนร์ จำนวน 29 คน ทั่วโลก โดยหมายถึงบุคคลที่มีทรัพย์สินตั้งแต่ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ขึ้นไป และ คนกลุ่มนี้มีทรัพย์สินรวมกันประมาณ 4.1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 27% ของความมั่งคั่งของมหาเศรษฐีทั่วโลกทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2017 จำนวนมหาเศรษฐีระดับพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเดิมมีเพียง 10 คน และ ครอบครองทรัพย์สินรวมคิดเป็น 7.2% ของความมั่งคั่งมหาเศรษฐีทั้งหมดเท่านั้น มายา อิมเบิร์ก หัวหน้าฝ่ายการวิเคราะห์และการจัดทำรายงานเชิงแนวโน้มของ Altrata กล่าวว่า ความนิยมใน AI และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีช่วยสร้างความมั่งคั่งในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ถึงอย่างไรนั้นความมั่งคั่งที่เชื่อมโยงกับหุ้นเทคโนโลยีและบริษัทที่ได้รับประโยชน์จาก AI ก็มีความผันผวนสูงเช่นกัน “คาดว่าโชคลาภของมหาเศรษฐีจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของหรือเกี่ยวข้องกับบริษัทเทคโนโลยี จะเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามกระแสและทิศทางของ AI” อิมเบิร์ก ย้ำ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นในปีนี้เผชิญความผันผวนอย่างรุนแรงหลายครั้ง โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากมีการเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปรายใหญ่ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ ส่วนมหาเศรษฐีที่ถือครองหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีในสัดส่วนสูง ความผันผวนดังกล่าวทำให้มูลค่าทรัพย์สินบนกระดาษเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้จะยังไม่ได้ขายหุ้นหรือเปลี่ยนทรัพย์สินเหล่านั้นเป็นเงินสดก็ตาม สอดคล้องกับ Forbes รายงานว่า อีลอน มัสก์ มีมูลค่าทรัพย์สินลดลง 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว ขณะที่ แลร์รี เอลลิสัน สูญเสียมูลค่าความมั่งคั่งบนกระดาษ 50,000 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ มายา อิมเบิร์ก ยังเตือนว่า การที่ตลาดมีการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นหรืออุตสาหกรรมบางกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าตลาดกำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่เสมอไป แต่การที่ความมั่งคั่งจำนวนมากพึ่งพาอุตสาหกรรมเดียว โดยเฉพาะเทคโนโลยีและ AI ย่อมเพิ่มความเสี่ยง หากภาคธุรกิจดังกล่าวเผชิญแรงกดดันหรือการประเมินมูลค่าปรับตัวลดลง ในด้านภูมิภาค อเมริกาเหนือยังคงเป็นพื้นที่ที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก โดยมีจำนวน 1,337 คน และเพิ่มขึ้น 11.6% ในปี 2025 ซึ่งถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น สำหรับสาเหตุที่จำนวนมหาเศรษฐีในอเมริกาเหนือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว Altrata รายงานว่า ส่วนหนึ่งมาจากความแข็งแกร่งของตลาดเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ทั้งตลาดเอกชนและตลาดหุ้น รวมถึงการขยายตัวของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ด้านฝั่งยุโรปมีมหาเศรษฐีจำนวน 1,081 คน หลังเพิ่มขึ้น 7.9% ในปีที่ผ่านมา ขณะที่เอเชียมีมหาเศรษฐี 881 คน เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อนหน้า ท้ายที่สุด แม้กระแสความสนใจใน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนของการเพิ่มทรัพย์สินมหาเศรษฐี แต่ Altrata ย้ำว่า ปี 2025 ยังเป็นปีที่เอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในหลายด้าน เนื่องจากสินทรัพย์หลักทุกประเภทที่บริษัทติดตามให้ผลตอบแทนเป็นบวก ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ที่สินทรัพย์หลักทุกประเภทให้ผลตอบแทนเป็นบวกพร้อมกัน แม้ตลาดจะต้องเผชิญความผันผวนจากสงครามการค้าของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็ตาม ภาพ: Evgeniy Voytik/Shutterstock อ้างอิง: https://www.cnbc.com/2026/09/04/billionaire-wealth-altrata-report.html Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### เติมด่วน! OR-BCP ขึ้นราคาน้ำมัน ดีเซล 70 สต. เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ 80 สต. มีผลพรุ่งนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/or-bcp-70-80 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 OR-BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดปรับขึ้น 80 สตางค์ต่อลิตร ส่วนดีเซลปรับขึ้น 70 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลเบนซินแตะ 48.08 บาท และดีเซลอยู่ที่ 39.84 บาทต่อลิตร โดยมีผล 05.00 น. วันที่ 9 ก.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมัน โดยกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดปรับขึ้น 80 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่กลุ่มน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 70 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 9 ก.ย.69 เป็นต้นไป ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น มีรายละเอียดดังนี้ กลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เบนซิน ลิตรละ 48.08 บาท ซุปเปอร์เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 47.79 บาท (OR) เบนซิน SUPER POWER X ลิตรละ 49.79 บาท แก๊สโซฮอล์ 98+ ลิตรละ 48.44 บาท (บางจาก) แก๊สโซฮอล์ E85 ลิตรละ 30.03 บาท (บางจาก) แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 39.09 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 38.72 บาท แก๊สโซฮอล์ E20 ลิตรละ 34.09 บาท กลุ่มน้ำมันดีเซล ซุปเปอร์พาวเวอร์ดีเซล ลิตรละ 54.25 บาท (OR) ดีเซล ลิตรละ 39.84 บาท (OR) ดีเซล B20 ลิตรละ 34.84 บาท (OR) ดีเซล SUPER POWER X ลิตรละ 50.05 บาท (OR) ไฮพรีเมี่ยมดีเซลพลัส ลิตรละ 49.25 บาท (บางจาก) ไฮดีเซล S ลิตรละ 39.84 บาท (บางจาก) ดีเซล B20 ลิตรละ 34.84 บาท (บางจาก) ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 9 ก.ย.69 เป็นต้นไป Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### รีวิว MSI Modern 16S AI+ G3M โน้ตบุ๊คทำงาน Intel Core Ultra 300 series ใหม่ แบตอึด 12 ชม. ฟีเจอร์ล้นเครื่องและราคาน่าโดน 33,990 บาทเท่านั้น! URL: https://onesiamsoft.com/articles/msi-modern-16s-ai-g3m-intel-core-ultra-300-series-12-33990 Category: tech · Reading time: 10 min Published: 2026-09-08 MSI Modern series เป็นโน้ตบุ๊คเพื่อวัยทำงานราคาประหยัดจากผู้ผลิตเกมมิ่งโน้ตบุ๊คชั้นนำของโลกซึ่งตอนนี้มี MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นรุ่นสูงสุดของซีรีส์ก่อนจะข้าม MSI Modern 16S AI+ G3M โน้ตบุ๊คทำงานฟีเจอร์แน่นถึงใจ ดีไซน์เรียบหรูดูแพง ใช้งานดีแบตทนถึงใจ 12 ชม. ไม่ต้องง้อสายชาร์จ!!MSI Modern series เป็นโน้ตบุ๊คเพื่อวัยทำงานราคาประหยัดจากผู้ผลิตเกมมิ่งโน้ตบุ๊คชั้นนำของโลกซึ่งตอนนี้มี MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นรุ่นสูงสุดของซีรีส์ก่อนจะข้ามไปเป็น Venture หรือ Prestige series ซึ่งได้ฟีเจอร์เพิ่มเติมไปอีกพอควร แต่น้องเล็กของกลุ่มก็ไม่น้อยหน้า เพราะ Modern S Series ยกเครื่องดีไซน์ภายนอกให้คล้ายพี่ใหญ่ Prestige series แล้วใช้อลูมิเนียมอัลลอยด์เป็นโครงสร้างหลักของเครื่องเพื่อความแข็งแรงทนทาน แถมได้โลโก้ MSI แบบใหม่ใช้เส้นเงินเส้นเดียวลากยาวจากตัวอักษรแรกไปถึงตัวสุดท้าย ให้ความสวยงามเรียบร้อยเสริมบุคลิคเจ้าของได้เป็นอย่างดีนอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว MSI Modern 16S AI+ ก็ได้สเปคดีสมตัวทั้งชิปเซ็ต Intel Core Ultra 300 series ซึ่งสมรรถนะสูงพอให้ทำงานธุรการในออฟฟิศได้ทุกอย่างไปจนแต่งภาพนิ่งตัดต่อคลิปสั้นก็ยังไหว ประกอบกับชุดระบายความร้อนแบบใหม่ช่วยคุมอุณหภูมิได้ดีแถมเสียงเบาไม่รบกวนผู้อื่นและยังจัดการพลังงานไฟฟ้าได้ดีมากพอให้ใช้งานได้จบวันโดยไม่พึ่งพาวเวอร์แบงค์หรือต้องต่อสายชาร์จก็ได้ แถมยังคงเปิดฝาเพิ่ม RAM หรือเปลี่ยน SSD เพื่อยืดอายุไปได้อีกหลายปี ยิ่งถ้าลงทุนซื้ออุปกรณ์เสริมอย่าง External SSD หรือหน้าจอพกพาสักบานมาเสริมยิ่งทำงานสะดวกขึ้นหลายเท่า ยื้อเวลาไม่ต้องรีบเสียเงินซื้อโน้ตบุ๊คใหม่ไปได้อีกนานลูกเล่นของ MSI Modern 16S AI+ G3M ก็ไม่น้อยหน้าใคร ทั้งยกจุดเด่นประจำซีรีส์อย่างชุดก้านบานพับหน้าจอแบบกางได้ราบเสมอพื้นโต๊ะ 180 องศา และปุ่ม Flip-n-Share ไว้พลิกภาพกลับให้คู่สนทนาดูและพูดคุยได้สะดวกขึ้น เสริมด้วยพอร์ต USB-C Full Function คู่กับพอร์ตอื่นให้ใช้งานสะดวกขึ้นทั้งต่อหน้าจอแยกได้ 3 บาน พอกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเรือธงของค่าย เท่าที่ Matrix Display รองรับแล้ว ก็ได้เซนเซอร์สแกนใบหน้าเอาไว้รักษาความปลอดภัยและมีบานชัตเตอร์ไว้สไลด์ปิดเวลาไม่ใช้งาน แถมยังปรับแต่ง Action Touchpad ให้ใช้งานได้ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะใช้เรียกโปรแกรมขึ้นมาใช้หรือปรับเพิ่มลดค่าใดๆ ก็ตั้งค่าใช้งานได้สะดวกขึ้นอีกหลายเท่าNBS Verdictsแม้ว่า MSI Modern series จะเป็นโน้ตบุ๊คทำงานระดับเริ่มต้น แต่ในเมื่อ MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นรุ่นสูงสุดของซีรีส์จึงได้ฟีเจอร์และสเปคดีไม่น้อยหน้าใคร แถมงานประกอบก็แข็งแรงแน่นหนาแล้วก็ได้บอดี้อลูมิเนียมอัลลอยด์เป็นวัสดุหลักแล้วทำสีเทาแพลทินั่มให้ดูเรียบหรูสวยงาม เลือกได้ว่าต้องการรุ่นสูงสุดอย่าง Intel Core Ultra 7 355 ราคา 33,990 บาท หรือลดลงมาเป็น Intel Core Ultra 5 322 ราคา 31,990 บาท ก็น่าสนใจ ซึ่งทั้งสองรุ่นต่างได้ฟีเจอร์เสมอกันให้เจ้าของได้รับประสบการณ์ใช้งานดีที่สุด เหลือแค่ว่าใช้งานมากเท่าไหร่ อย่างถ้าทำงานบัญชีและธุรการทั่วไปและอาจมีงานแต่งภาพนิ่งก็ยังใช้แค่รุ่นเริ่มต้นได้ แต่ถ้าต้องตัดต่อคลิปสั้นเป็นระยะๆ ก็ขยับไปหารุ่นสูงสุดของซีรีส์แล้วเพิ่ม RAM เป็น 32 GB ซื้อ External SSD 1 TB มาเก็บไฟล์งานสักหน่อยก็ยืดอายุการใช้งานไปได้นานอย่างน้อยก็ 5 ปี แล้วค่อยเริ่มมองหาโน้ตบุ๊คใหม่มาเปลี่ยนก็ยังได้จุดเด่นเฉพาะ Modern series อย่างก้านบานพับแบบกางหน้าจอได้แบนราบเสมอพื้นโต๊ะแล้วกดปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพกลับให้คู่สนทนาดูสะดวกขึ้นยังคงเป็นฟีเจอร์คุณภาพสำหรับคนทำงานเช่นเดิม โดยเฉพาะตอนประชุมงานตัวต่อตัวจะช่วยให้เจ้าของไม่ต้องพลิกโน้ตบุ๊คกลับไปมาให้ยุ่งยาก หรือถ้าวันนั้นไปทำงานนอกสถานที่ก็สะดวกทั้งต่อหน้าจอแยกด้วย USB-C หรือ HDMI เพิ่มพื้นที่ Desktop ให้ทำงานสะดวกขึ้น แถม Modern 16S AI+ ก็เป็นโน้ตบุ๊ครุ่นเริ่มต้นที่มีกล้องอินฟาเรดสแกนใบหน้าก่อนปลดล็อคเครื่องได้ด้วย ซึ่งปกติจะไม่มีให้ใช้และต้องเป็น Venture หรือ Prestige series ถึงจะได้ใช้จึงน่าประทับใจและคุ้มค่ามากถ้าใครมีแผนจะเปลี่ยนโน้ตบุ๊คในเร็วๆ นี้และใส่ใจเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวมากฟีเจอร์น่าสนใจถัดมาคือแป้น Action touchpad แบบเดียวกับ Prestige series ก็น่าสนใจ เพราะนอกจากใช้ Touch gesture ได้ ก็มีฟังก์ชั่นเพิ่มความสะดวกอีกหลายอย่าง ทั้งเรียกเครื่องคิดเลข, โปรแกรม MSI Center S ไปจนเร่งหรี่แสงเสียงของ MSI Modern 16S AI+ G3M ได้ไวกว่าการกด Hotkeys ตามปกติ แถมตั้งค่าเพิ่มเติมให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานส่วนบุคคลได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นฟังก์ชั่นนี้เสมอไปซึ่งดีมากและใช้งานได้หลากหลายกว่าแป้นทัชแพดทั่วไปหลายเท่านอกจากฟีเจอร์แล้ว ซีพียู Intel Core Ultra 300 series นี้ก็ทำงานลื่นไหลและจัดการพลังงานดีกว่าเดิมมาก แถมไม่ได้เป็นแค่สิงห์สนามซ้อมด้วยเพราะตอนทดสอบใช้จริงก็ทำงานไปได้จนจบวัน ไม่ต้องกระวนกระวายหาแบตสำรองมาต่อชาร์จก็ได้ ถ้าใครใช้ Microsoft Office Home 2024 หรือใช้เว็บเบราเซอร์ทำงานกับเว็บแอพฯ เป็นประจำยิ่งหายห่วง ยกเว้นถ้ามีงานกราฟิคหรือรัน Local AI บ้าง ก็เตรียมอะแดปเตอร์ประจำเครื่องติดกระเป๋าไว้ก็ช่วยได้มากโดยเฉพาะอะแดปเตอร์ USB-C 65W จากโรงงาน Delta ในแพ็คเกจสินค้าเองก็เล็กพกพาสะดวกแล้วยังต่อชาร์จอุปกรณ์เสริมหรือสมาร์ทโฟนก็ไวทันใจอย่างไรก็ตาม MSI Modern 16S AI+ G3M ยังมีข้อสังเกตเรื่องขอบเขตสีหน้าจอของชุดพาเนล IPS ซึ่งขอบเขตสีอยู่ในระดับทั่วไป ไม่ได้เป็น 100% DCI-P3 แบบรุ่นพาเนล OLED แต่ก็ยังชดเชยด้วยค่า Refresh rate สูงไปได้บ้าง แต่ถ้าในอนาคตนำรุ่นหน้าจอ OLED มาจัดจำหน่ายก็จะเหมาะกับคนต้องทำงานกราฟิคแต่งสีสันมาก ส่วนรุ่นพาเนลนี้ถ้าต้องทำงานด้านสีสันก็แนะนำให้ต่อหน้าจอแยกขอบเขตสีกว้างจะดีกว่า อีกประเด็นคือบนเมนบอร์ดมีช่อง RAM SO-DIMM คู่ซึ่งรองรับความจุถึง 32 GB DDR5 แต่ M.2 NVMe SSD มีอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4 เพียงช่องเดียวแล้วถ้าจะถอดเปลี่ยนก็ดูไม่คุ้มกัน จึงแนะนำว่าหา Micro SD Card หรือ External SSD มาใช้ร่วมกับเครื่องนี้แทนจะสะดวกกว่าข้อดีของ MSI Modern 16S AI+ G3M ซีพียู Intel Core Ultra 7 355 มีสมรรถนะดี ใช้ทำงานออฟฟิศได้ดีรอบด้านชิปเซ็ตจัดการพลังงานแบตเตอรี่ความจุ 60Whr ได้ดีมาก ใช้งานได้นานสุดถึง 12 ชม.RAM เป็น SO-DIMM DDR5*2 ช่อง เพิ่มความจุได้ถึง 32 GB ให้ทำงานดีขึ้นหน้าจอมีขนาดใหญ่ 16″ และค่า Refresh rate 120 Hz ทำให้ภาพลื่นไหลขึ้นมีกล้องอินฟาเรดไว้ให้สแกนใบหน้าปลดล็อคเครื่องและสไลด์บานชัตเตอร์ปิดได้เชื่อมต่อไร้สายด้วย Wi-Fi 6E (802.11ax) รองรับ Bluetooth 5.3 ในตัวได้พอร์ต USB-C 3.2 Full Function*2 ช่อง ใช้ต่อหน้าจอแยก, ชาร์จไฟและโอนไฟล์ได้รองรับการต่อหน้าจอแยก Matrix Display ได้ 3 บาน เพิ่มพื้นที่ Desktop ได้มากก้านบานพับหน้าจอกางได้กว้าง 180 องศา และกดปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพจอได้Action Touchpad เสริมฟีเจอร์มาให้ใช้มากขึ้นและตั้งค่าได้ใน MSI Center Sติดต้้ง Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้งาน ไม่ต้องซื้อเพิ่มพัดลมระบายความร้อนคุมอุณหภูมิได้ดีและเสียงเบามากไม่รบกวนผู้อื่นแน่นอนข้อสังเกตของ MSI Modern 16S AI+ G3M พาเนล IPS มีขอบเขตสีหน้าจออยู่ในระดับทั่วไปเท่านั้น ถ้าเป็น 100% sRGB จะดีมากเมนบอร์ดรองรับ M.2 NVMe SSD เพียงช่องเดียว แนะนำให้ซื้อ External SSD มาเสริมรีวิว MSI Modern 16S AI+ G3M SpecificationHardware & DesignScreen & SpeakerKeyboard & TouchpadConnector, Thin & WeightInside & UpgradePerformance & SoftwareBattery & Heat & NoiseUser ExperienceConclusion & AwardGallerySpecificationMSI Modern 16S AI+ G3M ถึงจะเป็นโน้ตบุ๊คทำงานราคาประหยัด แต่ก็ได้สเปคและฟีเจอร์ดีไม่น้อยหน้าซีรีส์อื่นและมากพอให้ใช้งานได้ครอบคลุมแทบทุกอย่างในชีวิตประจำวันแล้ว แถมทั้งสองรุ่นย่อยก็แชร์ฟีเจอร์ร่วมกันทั้งหมด ต่างกันแค่ซีพียูว่าจะใช้งานหนักหรือเน้นราคาคุ้มค่าก็เลือกได้ ซึ่งสเปคทั้งคู่เป็นดังนี้รุ่น / สเปคModern 16S AI+ G3MG-055TH(เครื่องรีวิว)Modern 16S AI+ G3MG-047THCPUIntel Ultra 7 355แบบ 8 คอร์ 8 เธรด (4P+4LPE) ความเร็วสูงสุด 4.7 GHzรหัสพัฒนา Panther Lakeสถาปัตยกรรม Intel 18A แบบ RibbonFETIntel Core Ultra 5 322แบบ 6 คอร์ 6 เธรด (2P+4LPE)ความเร็วสูงสุด 4.4 GHzรหัสพัฒนา Panther Lakeสถาปัตยกรรม Intel 18A แบบ RibbonFETNPUIntel NPU 49 TOPSรองรับชุดคำสั่ง OpenVINO, WindowsML, WebNN, ONNX RTIntel NPU 46 TOPSรองรับชุดคำสั่ง OpenVINO, WindowsML, WebNN, ONNX RTGPUIntel GraphicsIntel GraphicsStorageM.2 NVMe SSD ความจุ 512 GBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*1M.2 NVMe SSD ความจุ 1 TBอินเทอร์เฟส PCIe 4.0 x4*1Memory16 GB DDR5 บัส 5600 MHzอินเทอร์เฟส DDR5*2 ช่องเพิ่มความจุได้ถึง 32 GB16 GB DDR5 บัส 5600 MHzอินเทอร์เฟส DDR5*2 ช่องเพิ่มความจุได้ถึง 32 GBDisplay16″ FHD+ (1920*1200) พาเนล IPSRefresh Rate 120 Hz16″ FHD+ (1920*1200) พาเนล IPSRefresh Rate 120 HzSoftwareWindows 11 HomeMicrosoft Office Home 2024Windows 11 HomeMicrosoft Office Home 2024ConnectivityUSB-C 3.2 Full Function*2USB-A 3.2 Gen1*2HDMI 2.1*1MicroSD Card reader*1Ethernet LAN*1Audio combo*1Wi-Fi 6E (802.11ax)Bluetooth 5.3USB-C 3.2 Full Function*2USB-A 3.2 Gen1*2HDMI 2.1*1MicroSD Card reader*1Ethernet LAN*1Audio combo*1Wi-Fi 6E (802.11ax)Bluetooth 5.3Weight1.75 กก.1.75 กก.SecurityIR CameraIR Cameraราคา33,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ : MSI Thailand31,990 บาทลิ้งค์สั่งซื้อ : MSI ThailandHardware & Designโน้ตบุ๊คในปัจจุบันไม่ว่าจะเกมมิ่งหรือสายทำงานมักจะยืนพื้นใช้บอดี้สีดำ, เทาเข้มหรือสีเทาแบบ MSI Modern 16S AI+ G3M แล้วตัดลวดลายเกินจำเป็นออกไปจนหมด ถ้ามองจากขอบด้านบนเหนือคีย์บอร์ดลงมาจนถึงแท่นวางข้อมือฝั่งซ้ายที่ปิดสติกเกอร์ Intel Core Ultra 7, Intel Graphics และ HDMI เท่านั้น ส่วนฝั่งขวามือเว้นว่างไว้ให้วางมือใช้งานได้สะดวกทุกสถานการณ์ ไม่นำสายตาหรือดูฉูดฉาดจนเกินไป หากใครชอบความเรียบง่ายน่าจะถูกใจแถมเสริมบุคลิคเจ้าของได้ดีก้านบานพับหน้าจอออกแบบให้เป็นแถบยาวตรงขอบล่างหน้าจอโดยทำมุมเป็นตัวอักษร “L” และยึดฐานโลหะไว้ด้านในด้วยน็อต 3 ดอก ได้แข็งแรงทนทานแล้วร้อยสายสัญญาณจากหน้าจอมาเชื่อมกับเมนบอร์ด เวลากางหน้าจอสามารถดันลงไปจนราบ 180 องศา เสมอกับพื้นโต๊ะแล้วกดปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพหน้าจอกลับให้คู่สนทนาดูแล้วนำเสนองานก็ง่าย หรือใช้ทำงานตามปกติจะวางบนโต๊ะคอมหรือแท่นวางโน้ตบุ๊คก็ปรับองศาหน้าจอให้มองเห็นได้สะดวกขึ้น ชุดก้านบานพับออกแบบให้ใช้นิ้วเดียวกางจอเปิดใช้งานแล้วตัวเครื่องไม่ยกตามมาแม้แต่น้อยบนฝาหลังสีเทาแพลทินั่มของ MSI Modern 16S AI+ G3M ไม่ได้สกรีนหรือติดลวดลายใดมาเป็นพิเศษ ยกเว้นโลโก้ MSI แบบใหม่เปลี่ยนจากใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมทำมุมเป็นชื่อแบรนด์กลายเป็นเส้นสีเงินเดียวเดินยาวจากตัวอักษรแรกไปจนตัวสุดท้ายตรงกลางฝั่งขวาเหมือนลายเซ็น ถ้ามองเผินๆ จะไม่ทันสังเกตแต่พอเห็นก็ดูสวยเสริมบุคลิคเจ้าของให้ดูมีระดับ ในภาพรวมจะเห็นว่าทางบริษัทไม่ได้ปั๊มตัวเครื่องหรือสกรีนลวดลายใดๆ มาให้เลยจึงดูเรียบง่ายมากแต่ก็ไม่มีจุดให้พูดถึงนัก ถ้าใครชอบโน้ตบุ๊คดีไซน์เรียบง่ายก็น่าจะถูกใจมากด้านใต้ Modern 16S AI+ เป็นแผ่นพลาสติกสีดำติดเส้นยางกันลื่นไว้ 3 เส้น ได้แก่ เส้นยาวขอบบนเสมอกับก้านบานพับหน้าจอและช่องนำอากาศเย็นสองแถวเพื่อนำอากาศเข้าไประบายความร้อน แต่สังเกตว่ามีช่องจริงส่วนฝั่งซ้ายประมาณหนึ่งเท่านั้น ส่วนเส้นยางสั้นคู่ล่างจะติดไว้ตรงมุมใกล้ลำโพงเพื่อกันลื่นและยกตัวเครื่องไม่ให้ไถลหรือเกิดรอยขนแมวและใช้น็อตหัวแฉกดาว (Torx) รวม 4 ดอก ขันล็อคให้ประกอบเป็นชิ้นเดียวกันได้แข็งแรงดีScreen & Speakerหน้าจอขนาด 16″ ถูกรีดกรอบสีดำด้านข้างให้บางลงเป็นพิเศษ หนาเพียงครึ่งเดียวของขอบหน้าจอส่วนบนซึ่งมีกล้องอินฟาเรด, เว็บแคมแบบฝังบานชัตเตอร์ให้สไลด์ปิดเป็นจุดสีแดงเมื่อไม่ใช้งานและมีไมโครโฟนติดตั้งไว้ให้ใช้งาน กรอบล่างตรงกลางยิงเลเซอร์ติดโลโก้ MSI ไว้ มีความสูงเสมอขอบหน้าจอและไม่ได้ปั๊มให้เป็นร่องลึกลงไปและสังเกตว่าส่วนกลางขอบบนหน้าจอไม่มีติดสันสูงยกขึ้นมาแบบโน้ตบุ๊คทำงานรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบัน แต่ก็ใช้นิ้วยกเปิดหน้าจได้สะดวกความละเอียดหน้าจอพาเนล IPS ของ MSI Modern 16S AI+ G3M ใน Advanced dispaly จะเป็นอัตราส่วน 16:10 แบบ 1920*1200 พิกเซล มีค่า Refresh rate 120 Hz รองรับระบบ VRR (Variable Refresh Rate) ให้ปรับความถี่การแสดงผลภาพอัตโนมัติตั้งแต่ 48~120 Hz ตามคอนเทนต์บนจอ ซึ่งนอกจากทำให้ภาพต่อเนื่องแล้วยังประหยัดแบตฯ กว่าเดิม พอเร่งความสว่าง 100% และวัดด้วยเครื่อง Calibrite Display Pro HL ร่วมกับโปรแกรม DisplayCal 3 แล้วได้ 327.84 cd/m2 ซึ่งระดับความสว่างนี้จะพกไปทำงานตามร้านกาแฟแล้วถ้าแสงแดดส่องทาบจอก็เร่งแสงสู้ได้ แต่ถ้าใช้ในอาคารสำนักงานก็ลดแสงลงเหลือ 60~70% ก็มองเห็นชัดเจนแล้วข้อดีของพาเนล IPS คือมุมองศาการแสดงผลภาพกว้าง 178 องศา ไม่ว่าจะจะมองจากแนวตั้งหรือนอนก็ไม่เกิดเงาทาบหรือสีเพี้ยน แต่ขอบเขตสีหน้าจอก็อยู่ในระดับทั่วไป อย่างเช่นค่าขอบเขตสีจริง (Gamut coverage) วัดได้ 73.8% sRGB, 53.5% Adobe RGB, 54.6% DCI-P3 มีขอบเขตสีองค์รวม (Gamut volume) 77.8% sRGB, 53.6% Adobe RGB, 55.1% DCI-P3 ค่าความเที่ยงตรงสี Delta-E 0.16~1.36 เมื่อน้อยกว่า 2 ก็ถือว่าเที่ยงตรงและค่า Whitepoint ก็ไม่เบี่ยงเบนไปทางสีใดเป็นพิเศษ แต่เมื่อขอบเขตสีอยู่ในระดับทั่วไปก็ไม่เหมาะกับการงานกราฟิคนัก หากจะทำงานประเภทนี้แนะนำให้ต่อหน้าจอแยกขอบเขตสีกว้างจะแต่งสีดีขึ้นลำโพงคู่กำลังขับดอกละ 2W รวม 4W สามารถใช้โปรแกรม DTS Audio processing ปรับให้โทนเสียงเหมาะกับการดูหนัง, ฟังเพลง, เล่นเกมและปรับ EQ ได้ เวลาเร่งเสียงดังสุดแล้ววัดได้ 90dB จึงได้ยินชัดทั่วห้องขนาด 13 ตารางเมตร แต่โทนเสียงยังเน้นเสียงนักร้องนำและเครื่องดนตรีเช่นเดียวกับลำโพงโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นและมีเสียงเบสยังพอมีให้ได้ยินแต่ไม่โดดเด่นนัก หากอยากได้โทนเสียงแบบใดเป็นพิเศษก็ต่อลำโพงแยกไปเป็นพิเศษจะดีกว่าKeyboard & Touchpadแป้นคีย์บอร์ด Full size ของ MSI Modern 16S AI+ G3M มีไฟ LED Backlit สีขาวปรับความสว่างได้ 3 ระดับ มีแสงไฟลอดตัวอักษรกับขอบปุ่มให้ทำงานเวลาแสงสลัวสะดวกขึ้น ตอบสนองการกดทันควันจึงเหมาะกับคนพิมพ์สัมผัสได้ ถึงจะพิมพ์ต่อเนื่องก็ไม่เจออาการไม่พึงประสงค์อย่างกดแล้วตัวอักษรไม่มาไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย สังเกตว่ามีเส้นมาร์กกิ้งตรงปุ่ม W, F และ J คล้ายกับเกมมิ่งโน้ตบุ๊ครุ่นอื่นในเครือ เป็นจุดรายละเอียดเล็กน้อยน่าสนใจของแป้นพิมพ์นี้ปุ่มคีย์บอร์ดจะมีแป้นพิมพ์ชุดหลักและ Numpad ติดมาให้ใช้งาน โดยเฉพาะฝ่ายบัญชีกับธุรการก็ใช้ทำงานได้สะดวก มี Function key อย่าง Print screen, Insert, Delete และปุ่มเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ด้วย ส่วนปุ่ม Num Lock ถูกย้ายไปอยู่ใต้ปุ่ม Power และมีไฟ LED แสดงสถานะว่าตอนนี้เปิดหรือปิดอยู่ แต่สังเกตว่า MSI ก็ยังติดปุ่ม Power ไว้มุมบนขวาของคีย์บอร์ดเช่นเดียวกับ Modern series รุ่นทั่วไป ไม่ได้แยกออกมาเป็นพิเศษซึ่งอาจจะทำให้ผู้ใช้บางคนกดดับเครื่องโดยไม่ตั้งใจ จึงอยากให้แยกปุ่มนี้ออกไปแล้วใส่ปุ่มฟังก์ชั่นอื่นดีกว่าปุ่ม Hotkeys ในบรรทัดบนสุดของ MSI Modern 16S AI+ G3M จะแชร์ร่วมกับโน้ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นในเครือ ไม่ได้ปรับปรุงอะไรเป็นพิเศษจึงเอาความคุ้นเคยเก่ามาใช้ได้ทันที แต่น่าสังเกตว่าคีย์ลัดในบรรทัดบนสุดนี้ก็ยังได้ปุ่ม Bluetooth แทน Airplane mode ซึ่งน่าจะตัดการเชื่อมต่อไร้สายได้สะดวกกว่า โดยแต่ละคำสั่งจะเป็นดังนี้ F1~F3 – ปิด, ลดหรือเพิ่มเสียงลำโพงF4 – ปิดการทำงานแป้นทัชแพดF5 – ปิดไมโครโฟนF6 – ปิดการเชื่อมต่อ BluetoothF7 – ปุ่มปรับโหมดตัวเครื่องF8 – ปรับความสว่างไฟ LED BacklitF9~F10 – ลดหรือเร่งความสว่างหน้าจอF11 – ปุ่ม Project ตั้งค่าหน้าจอหลักและเสริมF12 – ปุ่ม Flip-n-Share พลิกภาพหน้าจอกลับ 180 องศาจุดเด่นของ Modern 16S AI+ คือแป้น Action touchpad ใหม่ดีไซน์ได้ดีและติดตั้งเยื้องมาทางขวามือจนถึงปุ่มลูกศรซ้ายทำให้สันมือไม่พาดทับแป้นทัชแพด นอกจากใช้ Touch gesture ได้ครบถ้วนแล้ว ยังมีฟีเจอร์พิเศษให้เจ้าของแตะหรือสไลด์แป้นเพื่อเรียกใช้คำสั่งใดเป็นพิเศษได้ โดยค่าพื้นฐานจะเป็นดังนี้ แตะมุมบนซ้ายสองครั้งเรียกเครื่องคิดเลข (Calculator)แตะมุมบนขวาสองครั้งเรียกโปรแกรม MSI Center Sสไลด์ขอบบนไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเลื่อนเวลาของคลิปไปข้างหน้าหรือถอยกลับสไลด์ขอบล่างไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อเปลี่ยนหน้าเพจสไลด์ริมแป้นฝั่งซ้ายขึ้นหรือลงเพื่อเร่งหรี่เสียงลำโพงสไลด์ริมแป้นฝั่งขวาขึ้นหรือลงเพื่อเร่งและหรี่แสงหน้าจอนอกจากค่ามาตรฐานของทางบริษัทแล้ว ถ้ากดตรง Customize จะปรับแต่งคำสั่งต่างๆ ได้ตามชอบอีกด้วย ถือเป็นฟีเจอร์ที่ดีและอำนวยความสะดวกให้ใช้โน้ตบุ๊คได้สะดวกว่าเดิม ซึ่งนอกจากรุ่นนี้ก็ต้องเป็น MSI Prestige 14 Flip AI+ ถึงจะมีแป้นทัชแพดแบบนี้ให้ใช้ ถือว่าทางบริษัทให้ฟีเจอร์มาเกินกว่าโน้ตบุ๊คทำงานทั่วไปพอควรConnector, Thin & Weightพอร์ตและการเชื่อมต่อไร้สายของ MSI Modern 16S AI+ G3M ถูกติดตั้งไว้ข้างเครื่องทั้งสองฝั่งให้ต่อใช้งานได้ง่าย ในภาพรวมถือว่าดีเกินตัวเพราะมีพอร์ต USB-C Full Function และ HDMI แถมรองรับการต่อหน้าจอแยก Matrix Display 3 บานพร้อมกันไม่แพ้กับเกมมิ่งโน้ตบุ๊คเรือธงในเครือเดียวกัน จึงเปิดโปรแกรมทำงานพร้อมกันได้หลายตัวและถ้าพกไปทำงานนอกสถานที่ก็โอนไฟล์หรือชาร์จแบตเตอรี่เร็วขึ้นอีกมาก แถมมีพอร์ตอื่นๆ ให้ใช้อีกด้วย ซึ่งทั้งสองฝั่งจะมีพอร์ตดังนี้ พอร์ตฝั่งซ้ายจากซ้ายมือ – HDMI 2.1, USB-C 3.2 Full Function*2, Audio comboพอร์ตฝั่งขวาจากซ้ายมือ – Micro SD Card Reader, USB-A 3.2 Gen1*2, RJ45 LANการเชื่อมต่อไร้สาย – Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax รองรับ Bluetooth 5.3น้ำหนักของ MSI Modern 16S AI+ ในหน้าสเปคเคลมไว้ 1.75 กก. พอดีกับน้ำหนักบนตาชั่ง ถ้ารวมน้ำหนักอะแดปเตอร์ Type-C 65W ซึ่งเล็กพอกับปลั๊กมือถืออีก 184 กรัม จะมีน้ำหนักรวมแค่ 1.94 กก. พอกับน้ำหนักโน้ตบุ๊คทำงาน 15.6″ หลายรุ่นในปัจจุบัน ประกอบกับตัวเครื่องบางเพียง 18.7~19.4 มม. ก็พกพาง่ายเลือกกระเป๋าโน้ตบุ​๊คทั่วไปมาใส่เครื่องได้ทันทีแล้วไม่กินพื้นที่เก็บของใช้กับเอกสารอื่นๆ และยังพกอุปกรณ์เสริมชิ้นอื่นไปพร้อมกันได้อีกหลายชิ้นInside & Upgradeวิธีเปิดฝาเพื่ออัพเกรด MSI Modern 16S AI+ G3M เริ่มต้นเพียงขันน็อตหัวแฉกดาว (Torx) ทั้ง 4 ดอก แล้วใช้การ์ดแข็งไล่กรอบรอบตัวจนสลักของฝาใต้เครื่องคลายออกแล้วดึงเปิดได้ทันที ส่วนอินเทอร์เฟสบนเมนบอร์ดจะมี PCIe 4.0 x4 สำหรับ M.2 NVMe SSD หนึ่งช่องติดไว้ใต้กรอบอลูมิเนียมปิด RAM DDR5 มีความจุ 512 GB ติดตั้ง Windows 11 Home กับ Microsoft Office Home 2024 มาให้พร้อมใช้ โดยส่วนตัวไม่แนะนำให้เพิ่มความจุเป็น 1 TB เพราะไม่คุ้มค่าและน่าเอาไว้ใช้ติดตั้งโปรแกรมทำงานมากกว่า ถ้าจะเพิ่มความจุแนะนำให้ซื้อ External SSD หรือ Micro SD Card มาใช้ร่วมกันจะสะดวกกว่าRAM ตั้งต้นมีความจุ 16 GB DDR5 เพิ่มความจุไปได้ถึง 32 GB แบบ Dual-channel เวลาเพิ่มความจุให้ดึงกรอบอลูมิเนียมขึ้นโดยใช้ปลายไขควงปากแบนแทงริมกรอบแล้วยกขึ้นจะแกะได้สะดวกกว่า เวลาปิดกลับให้เล็งขอบให้ตรงกับคลิปหนีบค่อยกดลงไปจะเข้าล็อคพอดี ถ้าใช้ทำงานธุรการและเอกสารทั่วไปก็ยังไม่ต้องเพิ่มความจุก็ได้ แต่ถ้าทำงานกราฟิคแต่งภาพตัดต่อคลิปสั้นหรือตั้งใจจะใช้เครื่องนี้ไปอย่างน้อย 4~5 ปี ก็แนะนำให้อัพเกรดเพิ่มดีกว่าPerformance & Softwareซีพียู Intel Core Ultra 7 355 ใน MSI Modern 16S AI+ G3M แบบ 8 คอร์ 8 เธรด แยกเป็น 4 Performance-cores (P-cores) และคอร์ประหยัดไฟพิเศษ (Low Power Efficient-core / LPE-cores) อีก 4 คอร์ ความเร็วสูงสุด 4.7 GHz ค่า TDP 25W ใช้พลังงานน้อย มีรหัสพัฒนา Intel Panther Lake เป็นสถาปัตยกรรม Intel 18A แบบ RibbonFET เป็นการดีไซน์แบบใหม่ล่าสุด ทั้งจัดการพลังงานได้ดี, รองรับชุดคำสั่งครบถ้วนแล้วยังทำงานลื่นไหล พอทดสอบกับระบบ CPU-Z Benchmark แล้วก็ทำคะแนนได้ไล่เลี่ยกับซีพียูเดสก์ท็อปอย่าง Intel Core i9-9900KF ดังนั้นเรื่องสมรรถนะก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาแล้ว ก็มี RAM 16 GB DDR5 ติดตั้งมาให้พร้อมใช้แล้วเพิ่มความจุในภายหลังได้Intel AI Boost NPU ตามสเปคมีสมรรถนะสูงสุด 49 TOPS (Tera Operations Per Second) จึงใช้งานร่วมกับส่วนเสริมหรือ Local AI Model ขนาดเล็ก-กลางได้ดี แต่ถ้าโมเดลมีพารามิเตอร์ตั้งแต่ 7B ขึ้นไปจะตอบสนองช้าลงไประดับหนึ่งจีพียู Intel Graphics ของ Intel Core Ultra 7 355 ถึงจะออกแบบมาเพื่อใช้งานทั่วไปอย่างใช้ดูหนังฟังเพลง, แสดงผลภาพขึ้นหน้าจอความละเอียดสูงและอื่นๆ ได้ก็ตาม แต่ด้วยสเปคแล้วรองรับชุดคำสั่งหลากหลายทั้ง OpenCL, OpenGL 4.6, DirectCompute, DirectML, Vulkan, Ray Tracing และ DirectX 12 Ultimate และเข้ากับถอดรหัสไฟล์ AV1, Intel Quick Sync, H.264, H.265 ส่วน H.266 จะถอดรหัสได้อย่างเดียวสามารถต่อหน้าจอแยกได้ 4 บาน ถ้าเน้นความละเอียดสูงสุดแบบ DisplayPort (ผ่านพอร์ต USB-C) รองรับความละเอียดสูงสุด 7680*4320 พิกเซล 60 Hz หรือ 3840*2400 พิกเซล 120 Hz ดังนั้นถ้าจะต่อหน้าจอแยกตามฟีเจอร์ Matrix Display 3 บาน ก็ทำงานสะดวกแน่นอนภายในเครื่องเมื่อตรวจสอบด้วย Device Manager จะเห็นว่า MSI Modern 16S AI+ G3M มีชิป TPM 2.0 กับ Microsoft Pluton มารักษาความปลอดภัยของซอฟท์แวร์และฮาร์ดแวร์ ติดตั้งเซนเซอร์สแกนใบหน้ามาช่วยเพิ่มความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้นการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้ MSI Modern 16S AI+ G3M มี 2 แบบ ได้แก่ต่อสาย LAN และได้ชิป Realtek RTL8168/8111 ควบคุมการทำงาน หรือต่อ Wi-Fi 6E มาตรฐาน 802.11ax กับการ์ด Intel Wi-Fi 6E AX211 ตามสเปคมีแบนด์วิดท์ 160 MHz รองรับ Wi-Fi 2.4 GHz / 5 GHz / 6 GHz รองรับเทคโนโลยี MU-MIMO, OFDMA และ Intel vPro รวมถึง Bluetooth 5.3 ด้วยสมรรถนะการรับส่งข้อมูลจากการทดสอบกับเว็บไซต์ Speedtest by Ookla จะเห็นว่าความเร็วทั้ง Download และ Upload ก็สูงพอให้รับส่งข้อมูลได้เร็วต่อเนื่อง แถมผลการทดสอบกับเว็บไซต์ Speedometer 3.1 จะเห็นว่าทำคะแนนได้ 34.9 ซึ่งถ้าเกิน 30 คะแนน ก็สามารถเปิดเว็บใช้งานรับส่งข้อมูลไวเร็วต่อเนื่องใช้ทำงานดีขึ้นM.2 NVMe SSD ความจุ 512 GB ใน MSI Modern 16S AI+ G3M เป็น Micron 2500 ขนาด M.2 2280 เป็น Micron 3D 232-layer QLC NAND SSD ใหม่ สามารถเขียนอ่านไฟล์ได้เร็วและเข้ารหัสข้อมูลในตัว ตามสเปคแล้วมีความทนทานต่อการเขียนอ่านไฟล์ 200 TBW มีความเร็วแบบ Sequential Read / Write 6,600 / 3,650 MB/s พอทดสอบกับโปรแกรม CrystalDiskMark 9.0.3 แล้วได้ความเร็วเสมอกับสเปคเคลมจากโรงงานและมีอุณหภูมิสูงสุดเพียง 68 องศาเซลเซียสเท่านั้น เหมาะกับการเป็นไดรฟ์หลักติดตั้งโปรแกรมใช้งานมากด้วยสมรรถนะของ SSD ตัวนี้ ยังไม่แนะนำให้เปลี่ยนไดรฟ์ให้มีความจุสูงขึ้น แต่ซื้อ External SSD หรือ Micro SD Card มาใช้แทนจะสะดวกกว่ามากและในอนาคตถ้าจะเปลี่ยนโน้ตบุ๊คเครื่องใหม่ก็นำไปใช้ต่อได้ทันที ส่วนไดรฟ์ของ MSI Modern 16S AI+ แนะนำให้เปลี่ยนเมื่อเสียในอนาคตดีกว่างานรองอย่างการเล่นเกมถ้าดูจากผลคะแนนการทดสอบกับโปรแกรมตระกูล 3DMark ทั้งหมดจะเห็นว่า MSI Modern 16S AI+ ไม่เหมาะกับเกมชั้นนำนัก ยกเว้นเล่นเกมอย่าง Stardew Valley หรือ Disco Elysium จะยังพอฆ่าเวลาได้บ้างและไม่ต้องลดความละเอียดลงเลยก็ได้ ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้ Fire Strike (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด Full HD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 4,426 คะแนน แยกเป็น Graphics score 4,803 คะแนน, Physics score 20,511 คะแนน, Combined score 1,601 คะแนนFire Strike Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 2,267 คะแนน แยกเป็น Graphics score 2,250 คะแนน, Physics score 20,281 คะแนน, Combined score 998 คะแนนFire Strike Ultra (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 11 API) – คะแนนเฉลี่ย 1,258 คะแนน แยกเป็น Graphics score 1,195 คะแนน, Physics score 20,354 คะแนน, Combined score 626 คะแนนTime Spy (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด QHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 2,241 คะแนน แยกเป็น CPU score 2,017 คะแนน Graphics score 6,088 คะแนนTime Spy Extreme (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 1,055 คะแนน แยกเป็น CPU score 3,872 คะแนน Graphics score 935 คะแนนSolar Bay (ทดสอบการเรนเดอร์ Ray Tracing ว่ารันได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ แต่ละ section การทดสอบจะเพิ่มรายละเอียดให้ใช้กำลังจีพียูมากขึ้น) – คะแนนเฉลี่ย 8,741 คะแนน, Graphics test 33.24 FPS / Section 1 ได้ 33.91 FPS / Section 2 ได้ 33.65 FPS / Section 3 ได้ 32.02 FPSSteel Nomad (จำลองการเล่นเกมชั้นนำบนหน้าจอความละเอียด UHD ใช้ DirectX 12 API) – คะแนนเฉลี่ย 424 คะแนน ได้ Graphics test 4.25 FPSกรณีใช้ทำงานออฟฟิศทั่วไปถ้าสังเกตคะแนนจากการทดสอบกับโปรแกรม PCMark 10 ซึ่งทำได้ 6,779 คะแนน ถือว่าสูงพอควรในฐานะโน้ตบุ๊คทำงาน แต่ถ้าเอาการทดสอบเล่นเกมมาคิดร่วมด้วยแบบในเวอร์ชั่น Extended จะลดเหลือ 6,392 คะแนน ยิ่งเห็นชัดว่า MSI Modern 16S AI+ G3M เหมาะกับการใช้ทำงานเอกสารและธุรการเป็นหลักซึ่งทำได้ดีพอสมควร และสังเกตในหัวข้อ Digital Content Creation จะเห็นว่าชิปเซ็ต Intel Core Ultra 7 355 เหมาะกับการแต่งภาพเป็นหลัก ส่วนการปั้นหรือหมุนโมเดล 3D และตัดต่อคลิปยังพอทำได้แต่ก็ไม่แนะนำนักกรณีทดสอบกับโปรแกรมตระกูล CINEBENCH ทุกเวอร์ชั่น จะเห็นว่าซีพียู Intel แค่พอใช้ทำงานกราฟิคได้บ้างในยามจำเป็น ไม่ถึงกับดีมากเหมือนซีรีส์สมรรถนะสูงอย่าง H, HX-series ซึ่งผลการทดสอบในแต่ละเวอร์ชั่นจะเป็นดังนี้ 2026 – ใช้เอนจิ้นเรนเดอร์พื้นฐานของ Redshift กับ Cinema 4D ทดสอบสมรรถนะของซีพียูและจีพียูว่าเรนเดอร์งานกราฟิคระดับโปรดักชั่นได้ดีเท่าไหร่ ได้คะแนน CPU (Multi Threads) 2,399 pts และ CPU (Single Thread) 472 pts2024 – ใช้ทดสอบประสิทธิภาพของซีพียูกับจีพียูอย่างหนักพร้อมกันโดยใช้เอนจิ้น Redshift สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนต์ ได้ CPU (Multi-Core) 592 pts และ CPU (Single Core) 116 ptsR23 – ใช้ทดสอบพลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก มีความละเอียดและแม่นยำสูง ได้คะแนน Multi Core 10,329 pts และ Single Core อีก 1,960 ptsR20 – ใช้ทดสอบกำลังประมวลผลของซีพียูเป็นหลัก ได้คะแนน CPU 4,135 ptsCPUiGPUงานกราฟิคและทำโมเดล 3D ก็ไม่ค่อยเหมาะกับโน้ตบุ๊คทำงานเครื่องนี้เช่นกัน แม้จะเป็น Intel Core Ultra 7 355 ก็ตาม แต่พอทดสอบกับ Blender benchmark จะเห็นว่าปริมาณ Sample ใน 1 นาทีที่ชิปเซ็ตนี้เรนเดอร์ได้จะเพียงพอแค่ใช้พรีวิวและหมุนตัวอย่างโมเดลเท่านั้น ไม่เหมาะกับการปั้นโมเดลนัก ซึ่งผลการทดสอบเป็นดังนี้ประเภทการทดสอบ / ปริมาณ Sampleใน 1 นาที (ยิ่งมากยิ่งดี)Intel Core Ultra 7 355Intel Graphicsmonster59118junkshop4180classroom2976Geekbench 6Geekbench AI ONNXGeekbench AI OpemVINOGeekbench AI OpemVINO NPUการทดสอบกับโปรแกรม Geekbench 6 และ AI จะเห็นว่าซีพียู Intel Core Ultra 7 355 ดีพอให้ใช้ทำงานออฟฟิศได้และรัน Local AI ได้ระดับหนึ่งและเหมาะกับโมเดลพารามิเตอร์ไม่เกิน 7B ถึงจะดี ซึ่งผลการทดสอบจะเป็นดังนี้ Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าซีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ได้รวดเร็วหรือไม่ ถ้าเป็น Single-Core ทำได้ 2,496 คะแนน และ Multi-Core ได้ 9,470 คะแนน Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI รวมถึงรัน Local AI ได้รวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก ONNX ได้คะแนน Single Precision 3,060 คะแนน, Half precision 1,335 คะแนน และ Quantized Score 5,748 คะแนนOpenVINO (CPU) ได้ Single Precision 3,246 คะแนน, Half precision 2,343 คะแนน และ Quantized Score 8,548 คะแนนOpenVINO (NPU) ได้ Single Precision 3,238 คะแนน, Half precision 29,081 คะแนน และ Quantized Score 50,465 คะแนน Geekbench 6 OpenCLGeekbench 6 VulkanGeekbench AI ONNX DirectMLGeekbench AI OpenVINOส่วนผลการทดสอบกับ Intel Graphics เป็นดังนี้ Geekbench 6 – ใช้ทดสอบว่าจีพียูสามารถประสานงานกับหน่วยความจำในเครื่องได้ดีหรือไม่ โดยจำลอง workloads งานประเภทการบีบอัดข้อมูล (data compression), การประมวลผลภาพ (image processing), Machine Learning และ Compile code มาทดสอบ OpenCL, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบ vector integer ด้วย OpenCL framework ทำได้ 22,443 คะแนนVulkan, Windows AVX2 (Advanced Vector Extension 2) ชุดคำสั่งเสริมจาก AVX พื้นฐาน ใช้ทดสอบคำนวน vector integer ด้วย Vulkan framework ทำได้ 22,493 คะแนน Geekbench AI – คำนวณว่าซีพียูสามารถรันการทำงานกับโปรแกรม AI รวมถึงรัน Local AI ได้รวดเร็วหรือไม่ แบ่งเป็น Single Precision เน้นความเที่ยงตรง, Half precision เน้นความเร็วมากขึ้นและลดความแม่นยำลง และ Quantized Score เน้นความเร็วแต่ไม่แม่นยำนัก ONNX ได้คะแนน Single Precision 4,313 คะแนน, Half precision 8,551 คะแนน และ Quantized Score 2,923 คะแนนOpenVINO ได้คะแนน Single Precision 6,293 คะแนน, Half precision 18,145 คะแนน และ Quantized Score 26,268 คะแนน สำหรับโปรแกรมตั้งค่าโน้ตบุ๊คอย่าง MSI Center S เวอร์ชั่นใหม่นี้ถูกยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมดให้ใช้งานง่าย เริ่มต้นเปิดเข้ามาจะเป็นหน้าการตั้งค่าโหมดตัวเครื่องและเสริมฟังก์ชั่นใช้งานบ่อยเอาไว้ถัดลงมาให้กดเลือกสะดวกขึ้น ซึ่งนอกจากการตั้งค่าเร่งด่วนแล้ว ในหมวดอื่นก็จะมีระบบมอนิเตอร์การทำงาน, Action Touchpad, System Info, การตั้งค่าทั่วไปซึ่งมีระบบจำกัดการชาร์จไฟในตัวรวมถึงใช้อัพเดตเฟิร์มแวร์ให้กับ MSI Modern 16S AI+ G3M ได้เช่นกัน แนะนำให้เปิดซอฟท์แวร์นี้มาปรับแต่งเครื่องเป็นระยะๆ ก็จะช่วยให้ทำงานดีขึ้นBattery & Heat & Noiseแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนของ MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นแบบ 4-cell ติดตั้งไว้ใต้ Action touchpad มีความกว้างจนสุดลำโพงทั้งสองฝั่ง มีความจุ 60Whr วัดเป็น Typical capacity 5,130mAh หรือ Rated capacity 5,015mAh ถึงจะมีความจุน้อย แต่ได้ชิปเซ็ต Intel Core Ultra 300 series ใหม่ก็จัดการพลังงานดีขึ้นมากอย่างชัดเจนจากการทดสอบตามมาตรฐานของทางเว็บไซต์โดยหรี่แสงหน้าจอเหลือ 50% และหรี่เสียงลำโพงลงเหลือ 10% ใช้โหมด ECO-Silent แล้วดูคลิปยาว 1 ชม. ด้วย Microsoft Edge จะเห็นว่าผลลัพธ์จากการทดสอบกับโปรแกรม BatteryMon ไม่ว่าจะผ่านไป 30 นาที หรือจนถึง 1 ชม. ก็ยังโชว์ว่าแบตเตอรี่จากโรงงาน Atemitech ก้อนนี้ทำให้ MSI Modern 16S AI+ G3M ใช้งานได้นานสุดถึง 12 ชม. ถึงจะน้อยกว่าที่เคลม 16 ชม. บนหน้าเว็บไซต์แต่ก็มากพอให้ใช้ได้จนจบวันแบบไม่ต้องลุ้นว่าเครื่องจะดับระหว่างประชุมหรือไม่ แต่ถ้าเปิดโปรแกรมกินทรัพยากรเครื่องอย่าง Adobe หรือ CapCut ทำงานก็อาจจะใช้ได้ไม่นานเท่านี้ก็เป็นได้ แต่ถือว่า Intel ปรับแต่งการจัดการพลังงานของชิปเซ็ตนี้มาดีมากน่าประทับใจด้านชุดระบายความร้อนแบบฮีตไปป์คู่แบบเส้นเล็กกับใหญ่ของ MSI Modern 16S AI+ G3M จะทาบบนเพลตโลหะบนซีพียูตรงไปยังฮีตซิ้งค์หน้าพัดลมโบลวเวอร์เพื่อนำความร้อนไประบายออกหลังเครื่อง แม้ระยะจะสั้นกว่าฮีตไปป์ของโน้ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นแต่ตอนทดสอบก็ควบคุมอุณหภูมิดีมากและเสียงเวลาทำงานก็เบากว่าเสียงพูดของมนุษย์อีกด้วย สังเกตว่าทาง MSI เลือกใช้พัดลมขนาดใหญ่เพื่อให้อัตราการไหลเวียนลมสูงโดยไม่ต้องให้พัดลมหมุนรอบสูงมากนักเวลาเปิดโปรแกรมทดสอบรีดอุณหภูมิขึ้นไปให้สูงสุดแล้วจับด้วยกล้องอินฟาเรด จะเห็นว่าจุดที่ร้อนสุดอยู่เหนือโซนคีย์บอร์ดขึ้นไปตรงช่องระบายความร้อน โดยมีอุณหภูมิราว 41 องศาเซลเซียส พอสัมผัสจะรู้สึกว่าเครื่องเริ่มอุ่นขึ้นมาบ้างแต่แป้นพิมพ์มีอุณหภูมิเพียง 36 องศาเซลเซียส ไล่เลี่ยกับอุณหภูมิร่างกายมนุษย์จึงวางมือพิมพ์งานได้สะดวกไม่มีปัญหาด้านหลังและใต้เครื่องจะเห็นคลื่นความร้อนจากช่องระบายความร้อนมีอุณหภูมิราว 42~44 องศาเซลเซียส และระยะลมจากช่องระบายอากาศก็สั้นจนไม่รบกวนผู้อื่นแน่นอน ถ้าดูอุณหภูมิในโปรแกรม CPUID HWMonitor ประกอบจะเห็นว่า Intel Core Ultra 7 355 ก็มีความร้อนสูงสุด 97 องศาเซลเซียส แต่พอทำงานจริงจะอยู่ช่วง 79~89 องศาเซลเซียสเท่านั้น ดังนั้นถ้าใครใช้ MSI Modern 16S AI+ G3M ทำงานหนักเป็นประจำก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเสื่อมสภาพเร็ว หากใครซื้อไปใช้แล้วมีความสามารถอยู่ระดับหนึ่งก็เปิดฮีตซิ้งค์เปลี่ยนซิลิโคนซีพียูสักหน่อยก็ช่วยได้มากแล้วเสียงจากช่องระบายความร้อนเวลาทำงานเต็มกำลังถือว่าเบามาก สังเกตว่าระดับเสียงจากเครื่องวัดค่าเดซิเบลจะอยู่ช่วง 48~50dB พอกับเสียงพูดของมนุษย์ ดังนั้นถ้าพก MSI Modern 16S AI+ G3M ไปประชุมงานหรือทำงานใน Co-working space ก็ไม่สร้างความรำคาญให้ผู้อื่น ถือเป็นโน้ตบุ๊คทำงานที่เสียงพัดลมเวลาทำงานเต็มกำลังเบามากและแทบไม่มีเสียงหวีดให้ได้ยินแม้แต่น้อยUser ExperienceMSI Modern 16S AI+ G3M ถูกปรับแต่งเพิ่มเติมจาก Modern series รุ่นมาตรฐานให้ดีขึ้นจนรู้สึกได้ชัดเจน เรื่องขนาดและดีไซน์เครื่องถึงจะหนาขึ้นกว่าเดิมระดับหนึ่งก็จริงแต่ยังบางจึงพกใส่กระเป๋าเป้ไปไหนมาไหนได้ง่ายและยังมีพื้นที่ไว้ใส่อุปกรณ์เสริมและเอกสารอื่นๆ ไปพร้อมกันอีกด้วย ยิ่งถ้าใครต้องพกเอกสารหรืออุปกรณ์อื่นๆ ไปทำงานหรือแม้แต่บินไป Business trip ยิ่งไม่ต้องห่วงเพราะตัวเครื่องค่อนข้างบางพกพาง่ายและถ้าพกคู่กับอะแดปเตอร์ประจำตัวก็มีน้ำหนักเพียง 2 กก. จึงเหลือน้ำหนักอีกราว 5 กก. ไว้เตรียมอุปกรณ์เสริมอื่นๆ อย่างพาวเวอร์แบงค์, หน้าจอพกพา, หูฟังไร้สาย ฯลฯ อย่างแน่นอนกรณีทำงานแบบ Work From Home สลับเข้าออฟฟิศก็ไม่มีปัญหา เพราะเวลานั่งประจำโต๊ะทำงานก็ต่ออุปกรณ์เสริมอย่างหน้าจอแยก, เมาส์และคีย์บอร์ดใช้ได้ไม่ต่างจากพีซีตั้งโต๊ะเครื่องหนึ่ง อาจจะหา USB-C Hub มาเชื่อมต่อกับพอร์ต USB-C Full Function ไม่ว่าจะช่องใดช่องหนึ่งหรือใช้ครบหมดรวมถึง HDMI ด้วยก็ไม่มีปัญหา ตัวชิปเซ็ต Intel Core Ultra 7 355 สามารถเรนเดอร์ภาพขึ้นจอได้สบายมาก ส่วนเวลาพกไปทำงานนอกสถานที่ก็จัดการพลังงานได้เป็นอย่างดีซึ่งจากการใช้งานตามปกติแล้วไม่เปิดเสียงลำโพงแต่เร่งความสว่างขึ้นเล็กน้อย MSI Modern 16S AI+ G3M เองก็ทำงานได้ดีและจัดการพลังงานแบตเตอรี่ได้จนหมด Office hour แล้วกลับบ้านพอดี แต่ถ้าวันนั้นใช้งานหนักสักหน่อย ต้องนำเสนองานเปิดคลิปและอื่นๆ อาจจะต้องต่อชาร์จบ้างเพื่อยืดระยะเวลาใช้งานให้จบงานจบวันได้นอกจากพอร์ตและชิปเซ็ตซึ่งครบเครื่องใช้งานดีอยู่แล้ว ฟีเจอร์ของเครื่องนี้ก็เกินตัวโดยเฉพาะเซนเซอร์อินฟาเรดสำหรับสแกนใบหน้าก่อนปลดล็อคเครื่องหรือทำธุรกรรมออนไลน์ถือว่าดีมาก เพราะในอดีต Modern series จะต้องพิมพ์รหัสผ่านเพื่อปลดล็อคเครื่องเท่านั้น ไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีสแกนนิ้วหรือใบหน้าให้ใช้เลย ไม่พอยังได้ Action touchpad เหมือน Prestige 14 Flip AI+ ด้วย ถือว่าทางบริษัทใส่ฟีเจอร์ให้ Modern S series คุ้มเกินตัวไปมาก แถมยังดึงข้อดีจากในอดีตอย่างบานพับหน้าจอกางได้แบนราบเสมอพื้นโต๊ะและปุ่ม Flip-n-Share ให้ใช้อีกด้วย ถือว่าไม่น้อยหน้ากับโน้ตบุ๊คทำงานรุ่นอื่นเลยอย่างไรก็ตาม MSI Modern 16S AI+ G3M เป็นโน้ตบุ๊คทำงานรุ่นราคาคุ้มค่าเพื่อนักศึกษาคณะกลุ่มศิลปศาสตร์, เศรษฐศาสตร์, บัญชี และใกล้เคียง โดยเฉพาะ เก่งเรื่องงานเอกสารธุรการหรือจะเป็นฝ่ายเซลส์ AE ประจำออฟฟิศได้ซื้อโน้ตบุ๊คไว้ใช้นำเสนองานกับลูกค้าหรือทำงานธุการ ดังนั้นมันจะไม่เหมาะกับการเล่นเกมหรือทำงานกราฟิคนัก อย่างมากก็ใช้แต่งภาพด้วย Adobe Photoshop หรือ Lightroom ได้บ้างหรือติดตั้ง Local AI โมเดลขนาดเล็กเอาไว้ช่วยงานเล็กน้อยได้ ซึ่งถ้ามากกว่านี้อย่างงานปั้นโมเดล 3D หรือตัดต่อคลิปความละเอียดสูงรวมถึงเล่นเกมชั้นนำจะไม่เหมาะกับเครื่องนี้เลยและควรเลือกรุ่นอื่นที่มีจีพียูแยกจะดีกว่าจุดน่าเสียดายของ MSI Modern 16S AI+ อย่างแรกคือเพิ่ม RAM ได้ 32 GB DDR5 ซึ่งมากพอให้เปิดโปรแกรมหลายตัวเพื่อทำงานพร้อมกันได้ แต่ M.2 NVMe SSD มีเพียงช่องหลักเท่านั้น ซึ่งไม่แนะนำให้ถอดเปลี่ยนเพิ่มความจุแต่ควรเปลี่ยนไปซื้อ External SSD หรือ Micro SD Card มาใส่เพิ่มดีกว่าและถ้าจะแต่งภาพทำงานกราฟิคแนะนำให้ต่อหน้าจอแยกจะแต่งสีได้ดีขึ้นConclusion & AwardMSI Modern 16S AI+ G3M เป็นรุ่นต่อยอดเอาจุดดีจาก Modern series เดิมมาต่อเติมฟีเจอร์น่าใช้เข้าไปจนครบถ้วน ไม่ว่าจะพอร์ตอเนกประสงค์, เซนเซอร์สแกนใบหน้า, แป้นทัชแพดน่าใช้และได้ซีพียู Intel Core Ultra 300 series ให้ใช้งาน ซึ่งไม่น้อยหน้ากว่าโน้ตบุ๊คพรีเมียมเลย เหมาะทั้งนั่งประจำโต๊ะในออฟฟิศหรือหยิบไปทำงานนอกสถานที่ก็ได้ ประกอบกับราคาสามหมื่นบาทต้นก็ถือว่าน่าสนใจ ยิ่งถ้าใครตั้งใจจะเปลี่ยนโน้ตบุ๊คใหม่แล้วตั้งใจจะใช้ไปอีกหลายปีก็น่าสนใจมากและจะแนะนำให้เพื่อนร่วมงานใช้ก็ไม่ผิดหวังแน่ๆAwardBest Featuresฟีเจอร์ของ MSI Modern 16S AI+ G3M ถือว่าเยอะเกินตัวทั้งได้เซนเซอร์อินฟาเรดสแกนใบหน้า, พอร์ตเชื่อมต่อครบเครื่องรองรับ Matrix Display 3 หน้าจอแล้ว ยังกางหน้าจอได้แบนราบเสมอพื้นโต๊ะและปุ่ม Flip-n-Share ด้วย ถือว่าคุ้มค่าตัวไปมากBest Battery Lifeชิปเซ็ต Intel Core Ultra 300 series ใหม่จัดการพลังงานได้น่าประทับใจ แม้จะมีความจุ 60Whr ก็ใช้งานได้นาน 12 ชม. จึงใช้งานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องกลัวแบตหมดเครื่องดับให้เสียจังหวะสักนิดGallery Source: Originally published on Notebookspec. Read the full article at Notebookspec → ### เดินวนไม่รู้จบ The Exit 8 เกมจับผิดรถไฟใต้ดิน ทำยอดขายทะลุ 3 ล้านชุดทั่วโลก URL: https://onesiamsoft.com/articles/the-exit-8-3-2 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เดินวนไม่รู้จบ The Exit 8 เกมจับผิดรถไฟใต้ดิน ทำยอดขายทะลุ 3 ล้านชุดทั่วโลก GameMonday เดินวนไม่รู้จบ The Exit 8 เกมจับผิดรถไฟใต้ดิน ทำยอดขายทะลุ 3 ล้านชุดทั่วโลก  GameMonday Source: Originally published on GameMonday. Read the full article at GameMonday → ### iPhone 20 จะปฏิวัติวงการ iPhone อีกครั้งหรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-20-iphone Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ขณะที่ Apple กำลังเตรียมเปิดตัว iPhone 18 Pro ข้อมูลล่าสุดได้เริ่มดึงความสนใจไปที่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นก็คือ iPhone 20 หน้าหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทคโนโลยีดิจิทัลขณะที่ Apple กำลังเตรียมเปิดตัว iPhone 18 Pro ข้อมูลล่าสุดได้เริ่มดึงความสนใจไปที่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า นั่นก็คือ iPhone 20VietNamNet•07/09/2026จากรายงานล่าสุดระบุว่า iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีของ Apple หรือ iPhone 20 ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และอาจกลายเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดที่บริษัทจะเปิดตัวในรอบหลายปี iPhone 20 Pro Max จะมีหน้าจอไร้ขอบอย่างแท้จริง ภาพ: Fpt iPhone 20 อาจเป็นตัวเปลี่ยนเกม เหมือนกับ iPhone X นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย iPhone แอปเปิลได้ใช้ภาพที่น่าจดจำมากภาพหนึ่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่โทรศัพท์รุ่นนี้ได้นำมาสู่ตลาด สมาร์ทโฟน ก่อนที่ iPhone จะปรากฏตัว แทบไม่มีอุปกรณ์ใดที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับมันเลย แต่หลังจากที่ iPhone วางจำหน่าย สมาร์ทโฟนหลายรุ่นในตลาดก็เริ่มมีดีไซน์ที่คล้ายคลึงกัน เมื่อไอโฟนรุ่นครบรอบ 10 ปีวางจำหน่าย เรื่องราวก็ไม่ได้ชัดเจนนัก แต่ใครก็ตามที่เคยใช้ไอโฟน X โดยตรง หรือวางมันไว้ข้างๆ ไอโฟนรุ่นเก่า ก็จะสังเกตเห็นความแตกต่างอย่างมาก Apple ทำให้ปุ่ม Home เป็นส่วนสำคัญของ iPhone มาตั้งแต่รุ่นแรก จากนั้นก็ถอดมันออกไปอย่างสิ้นเชิง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการออกแบบเท่านั้น แต่มันเปลี่ยนวิธีการใช้งาน iPhone ของผู้ใช้ไปอย่างสิ้นเชิง โดยใช้ระบบการปัดนิ้วแทน ดังนั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา จึงมีข่าวลืออย่างต่อเนื่องในแวดวงเทคโนโลยีว่า Apple ต้องการสร้างการปฏิวัติครั้งใหญ่เช่นเดียวกันเมื่อ iPhone มีอายุครบ 20 ปี ที่น่าสนใจคือ ก่อนที่ iPhone จะปรากฏตัว ผู้ใช้ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าสมาร์ทโฟนแบบนั้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ในทำนองเดียวกัน ก่อนที่ iPhone X จะเปิดตัว ก็ยากที่จะจินตนาการได้ว่า Apple จะถอดปุ่ม Home ออกและเปลี่ยนแปลงวิธีการควบคุมอุปกรณ์ไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น ผู้ใช้จึงทำได้เพียงรอคอยและดูว่า Apple จะสร้างความประหลาดใจอีกครั้งในปี 2027 ได้หรือไม่ จากรายงานของ Bloomberg คำตอบอาจจะเป็นใช่ ในรายงานเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ Apple ที่คาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า สำนักข่าวระบุว่า iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีจะเป็นการปรับปรุงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของอุปกรณ์ และอาจกลายเป็น iPhone รุ่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี รายละเอียดเฉพาะเจาะจงยังคงมีจำกัดมาก อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า iPhone 20 อาจมีกรอบกระจกโค้งและขอบหน้าจอที่บางลงอย่างเห็นได้ชัด หากการเปลี่ยนแปลงหยุดอยู่แค่นั้น ก็คงไม่สามารถสร้างความรู้สึก "ปฏิวัติวงการ" อย่างแท้จริงเหมือนที่ iPhone X เคยสร้างได้ เมื่อ iPhone X เปิดตัว ผู้ใช้ต้องเรียนรู้การใช้งานโทรศัพท์ใหม่โดยใช้ท่าทางการปัดนิ้วแบบใหม่ ในขณะเดียวกัน กรอบกระจกโค้งและขอบจอที่บางลงอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างผลลัพธ์แบบเดียวกันได้ Apple อาจข้ามรุ่น iPhone 19 ไปและออกรุ่น iPhone 20 เลยก็ได้ อีกประเด็นหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจคือหลักเกณฑ์การตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล iPhone รุ่นแรกไม่ได้ชื่อว่า iPhone 1 และรุ่นที่สองก็ไม่ได้ชื่อว่า iPhone 2 Apple ได้เปิดตัว iPhone 3G, iPhone 3GS, iPhone 4, iPhone 4s อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาผลิตภัณฑ์เรื่อยมาจนถึง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus (ช่อง YouTube ของ FPT เผยรายละเอียดเกี่ยวกับ iPhone 20 รวมถึง iPhone รุ่นพับได้ และ iPhone 18 Pro ที่มา: FPT) ในปี 2017 แอปเปิลได้เปิดตัว iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ในงานอีเวนต์พิเศษ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ความสนใจทั้งหมดก็หันไปที่ iPhone X ซึ่งเปิดตัวในงานเดียวกัน สำหรับผู้ที่ติดตามงานอีเวนต์นั้น iPhone 8 อาจเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกคนรอคอยมากที่สุด แต่ iPhone X กลับกลายเป็นจุดสนใจอย่างแท้จริง ยังไม่แน่ชัดว่า Apple จะใช้กลยุทธ์นี้ซ้ำอีกในปี 2027 หรือไม่ ตามแผนงานปกติของ Apple หลังจากเปิดตัว iPhone 18 ในปี 2026 แล้ว Apple อาจเปิดตัว iPhone 19 ในปี 2027 อย่างไรก็ตาม รายงานก่อนหน้านี้หลายฉบับชี้ว่า Apple อาจข้ามหมายเลข 19 ไปใช้ iPhone 20 แทน เพื่อเน้นย้ำถึงวาระครบรอบ 20 ปีนับตั้งแต่ iPhone รุ่นแรกปรากฏตัว การตั้งชื่อแบบนี้ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในปี 2027 จะใช้ชื่อ iPhone 20 หรือว่า Apple จะสงวนชื่อนี้ไว้สำหรับรุ่นพิเศษเพียงรุ่นเดียว? ไอโฟนที่ทำจากกระจกทั้งหมด อาจเป็นกุญแจสำคัญสู่การปฏิวัติครั้งใหม่ เป็นไปได้เกือบแน่นอนว่า Apple จะเปิดตัว iPhone รุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งรุ่นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปี คงเป็นเรื่องยากที่บริษัทจะพลาดโอกาสสำคัญเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีรายงานใหม่ๆ ยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับดีไซน์ที่โดดเด่นออกมาอย่างต่อเนื่อง รายงานฉบับใหม่นี้ยังสอดคล้องกับข้อมูลก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า Apple ได้เริ่มพัฒนาดีไซน์ iPhone ที่ทำจากกระจกทั้งหมดมาตั้งแต่ปี 2020 เป็นอย่างน้อย ในสิทธิบัตรฉบับหนึ่ง แอปเปิลได้อธิบายถึงแนวคิดการใช้แผ่นหลังและขอบกระจกโปร่งใส ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องสามารถติดตั้งจอแสดงผลเพิ่มเติมที่มองเห็นได้จากด้านข้างหรือด้านหลัง พื้นผิวเหล่านี้ยังสามารถผสานรวมความสามารถในการสัมผัสหรือการตรวจจับแรงกด ทำให้ขอบและด้านหลังกลายเป็นพื้นที่โต้ตอบเพิ่มเติมได้ หากสิ่งนี้กลายเป็นความจริง ไอโฟนอาจจะก้าวไปในทิศทางที่แตกต่างออกไปอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การออกแบบที่เป็นกระจกทั้งหมดก็ก่อให้เกิดความท้าทายหลายประการ แอปเปิลต้องคำนึงถึงความรู้สึกเมื่อถืออยู่ในมือ ความทนทานของตัวเครื่อง และความสามารถในการปกป้องด้วยเคส ที่สำคัญกว่านั้นคือ หากไม่มีกรอบโลหะแบบดั้งเดิม ความทนทานต่อแรงกระแทกและคุณสมบัติป้องกันการแตกหักของไอโฟนจะกลายเป็นปัญหาสำคัญ บางแหล่งข่าวถึงกับระบุว่า Apple ต้องการกำจัดขอบจอรอบหน้าจอใน iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีอย่างสิ้นเชิง รายงานล่าสุดกล่าวถึงเพียงแค่ขอบจอที่บางลง แต่ Apple ก็ได้ลดขนาดขอบจอลงอย่างต่อเนื่องใน iPhone หลายรุ่นที่ผ่านมาแล้ว iPhone 20 จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากพอเพื่อให้ผู้ใช้สังเกตเห็นได้ทันที ในทางเทคนิคแล้ว iPhone 20 ไม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิวัติวงการเสมอไป เพียงแค่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และดีกว่ารุ่นก่อนหน้าก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว คอนเซ็ปต์ iPhone 20 ดีไซน์ตัวเครื่องเป็นกระจกทั้งหมด แต่ถ้าแอปเปิลต้องการสร้างปรากฏการณ์แบบเดียวกับที่ไอโฟน X เคยทำไว้ พวกเขาจะต้องทำมากกว่านั้นอีกมาก การเปลี่ยนมาใช้โปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังกว่าเดิมเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ไอโฟนแต่ละรุ่นได้รับการอัปเกรดชิปอยู่แล้ว ขอบจอที่บางลงก็กลายเป็นเทรนด์ที่คุ้นเคยและไม่น่าจะสร้างความประหลาดใจอะไร เว้นแต่ว่าการปรับปรุงนั้นจะมีความสำคัญอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น การออกแบบไร้ขอบที่รวมเอาหน้าจอ OLED ที่โค้งมนรอบตัวเครื่องและแสดงข้อมูลที่ขอบ อาจสร้างความแตกต่างอย่างมากจนผู้ใช้รับรู้ได้ทันทีว่าเป็น iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ดังนั้น iPhone 20 จึงมีแนวโน้มที่จะต้องมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างชัดเจน น่าดึงดูด และจดจำได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ iPhone เอาไว้ ซึ่งเป็นความท้าทายที่ยากมากสำหรับ Apple ดังนั้น รายงานฉบับใหม่ที่ยืนยันว่า iPhone 20 ยังคงอยู่ในแผนการผลิตจึงถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ แม้ว่าข้อมูลส่วนใหญ่ในปัจจุบันจะเป็นเพียงการพูดซ้ำข่าวลือเดิม แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า Apple ยังคงเดินหน้าโครงการ iPhone รุ่นครบรอบ 20 ปีต่อ ไป บ่งชี้ว่าปี 2027 อาจเป็นปีแห่งความสำคัญพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟนตระกูลนี้ (อ้างอิงจาก AppleInsider, Macworld, Bloomberg) ที่มา: https://vietnamnet.vn/iphone-20-se-lam-thay-doi-iphone-mot-lan-nua-2552735.html Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### เปิดตัว Sony WH-1000XM4C รุ่นรีเฟรชใหม่ ราคาถูกลง เพิ่มตัวเลือกสีลาเวนเดอร์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sony-wh-1000xm4c-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เปิดตัว Sony WH-1000XM4C หรือเรียกได้ว่าเป็น Sony WH-1000XM4 เจเนอเรชั่นที่สอง มีฟีเจอร์แบบเดียวกันทุกอย่างทั้งดีไซน์ พับได้ ตัดเสียงรบกวน ANC ด้วยชิป QN1 การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ multipoint ฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือระบบโปรไฟล์เสียงรุ่นล่าสุดอัปเกรดเป็น 10-band EQ ระบบปรับแต Sep 8, 2026Sep 8, 2026เปิดตัว Sony WH-1000XM4C หรือเรียกได้ว่าเป็น Sony WH-1000XM4 เจเนอเรชั่นที่สอง มีฟีเจอร์แบบเดียวกันทุกอย่างทั้งดีไซน์ พับได้ ตัดเสียงรบกวน ANC ด้วยชิป QN1 การเชื่อมต่อ Bluetooth แบบ multipoint ฟีเจอร์ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือระบบโปรไฟล์เสียงรุ่นล่าสุดอัปเกรดเป็น 10-band EQ ระบบปรับแต่ง EQ สำหรับเกมโดยเฉพาะ และ  Quick Access เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นได้แบบแตะครั้งเดียว แต่  WH-1000XM4C มีแบตเตอรี่น้อยกว่ารุ่นก่อน Sony ก็เลยปรับปรุงการชาร์จเร็วให้ดีขึ้น ชาร์จ 3 นาทีฟังได้ 3 ชั่วโมง หูฟังรุ่น WH-1000XM4C จะวางจำหน่ายในราคา 300 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 10,000 บาท) ซึ่งถูกกว่ารุ่น M4 ที่เปิดตัวในปี 2020 ถึง 50 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังเปิดตัวหูฟังรุ่นกลางจับตลาดคนงบน้อยมาอีกสองรุ่นคือ WH-CH730N และ WH-CH530 โดย WH-CH730N มีระบบ Dual Noise Sensor ใช้งานได้สูงสุด 50 ชั่วโมง (ไม่เปิด ANC) ดีไซน์พับได้ ราคา 179.99 ดอลลาร์ หรือราวๆ 6,000 บาท ส่วนรุ่น WH-CH530 เป็นน้องเล็ก ไม่มีระบบ ANC ใช้งานได้นาน 55 ชั่วโมงและมีตัวเลือกสี 6 สี ราคา 69.99 ดอลลาร์ หรือราว 2,000 กว่าบาทเท่านั้น เหมาะกับนักเรียน นักศึกษาที่อยากเริ่มเข้าวงการหูฟังครอบหู ยังไม่มีรายละเอียดการวางขายและราคาในไทยต้องรอติดตามกับ Sony ประเทศไทยต่อไปที่มา : Sony Source: Originally published on spin9.me. Read the full article at spin9.me → ### แอปเปิลปรับราคาไอโฟนขึ้นอย่างไรในช่วงเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา? URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788875110223 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ครั้งหนึ่งไอโฟนเคยมีราคาที่สูงมาก แต่หลังจากผ่านไปเกือบสองทศวรรษ รุ่นระดับไฮเอนด์กลับมีราคาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หน้าหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเทคโนโลยีดิจิทัลแอปเปิลปรับราคาไอโฟนขึ้นอย่างไรในช่วงเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา?ครั้งหนึ่งไอโฟนเคยมีราคาที่สูงมาก แต่หลังจากผ่านไปเกือบสองทศวรรษ รุ่นระดับไฮเอนด์กลับมีราคาสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดBáo Thanh niên•08/09/2026 แอปเปิลกำลังเตรียมจัดงานแถลงข่าวพิเศษในช่วงเช้ามืดของวันที่ 10 กันยายน (ตามเวลาเวียดนาม) ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ งานแถลงข่าวปีนี้ดูจะน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะแอปเปิลอาจเปิดตัวไอโฟนแบบพับได้ ซึ่งมีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า ไอโฟนอัลตร้า ราคาเริ่มต้นของ iPhone 17 Pro รุ่นปัจจุบันอยู่ที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐ นอกจาก iPhone Ultra แล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ iPhone Pro ก็จะเปิดตัวสมาชิกใหม่เพิ่มอีกสองรุ่น ได้แก่ iPhone 18 Pro และ 18 Pro Max โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่เปิดตัวในครั้งนี้จะมีราคาเริ่มต้นสูงกว่ารุ่นก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนด้านพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้น โดย iPhone Ultra อาจมีราคาขายสูงถึง 2,399 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ iPhone 17 Pro เปิดตัวที่ราคา 1,099 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของราคาที่คาดการณ์ไว้ของ iPhone Ultra แม้ว่าราคาอย่างเป็นทางการจะยังไม่ได้รับการยืนยันจนกว่า Apple จะประกาศออกมา แต่ราคาหลักพันดอลลาร์ของ iPhone รุ่นไฮเอนด์นั้นทำให้เกิดคำถามที่น่าสนใจที่หลายคนอาจกำลังสงสัยอยู่ นั่นคือ ราคาของ iPhone เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในช่วง 19 ปีที่ผ่านมา? ครั้งหนึ่ง iPhone เคยถูกขายในราคาต่ำสุดเพียงแค่… 199 ดอลลาร์สหรัฐ iPhone รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2550 ในราคา 499 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณ 800 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เมื่อแอปเปิลเปิดตัว iPhone 3G ในปี 2551 ราคาขายปลีกลดลงเหลือ 199 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ 302 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ที่น่าสนใจคือ ราคาขายปลีกของ iPhone ที่ได้รับการอุดหนุนจากผู้ให้บริการเครือข่ายยังคงอยู่ที่ 199 ดอลลาร์สหรัฐเป็นเวลาหลายปี ทำให้ผู้บริโภคได้รับความคุ้มค่าอย่างมาก อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเปิดตัว iPhone 7 ในปี 2016 เงินอุดหนุนจากผู้ให้บริการเครือข่ายเริ่มหายไป ส่งผลให้ราคา iPhone เพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งปี 2020 ราคาเริ่มต้นของ iPhone รุ่นมาตรฐานพุ่งสูงถึง 799 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเทียบเท่ากับ 1,025 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Apple ได้คงราคารุ่นมาตรฐานไว้ที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ด้วยคุณสมบัติใหม่ๆ ตัวอย่างเช่น iPhone 17 มีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 256GB ในขณะที่ iPhone 12 มีเพียง 64GB ในราคาเดียวกัน แม้ว่าราคาของรุ่นระดับล่างจะคงที่ แต่ Apple ก็ได้รับกำไรอย่างมากจากรุ่น Pro โดย iPhone 11 Pro เปิดตัวที่ราคา 999 ดอลลาร์สหรัฐฯ และ iPhone 17 Pro เริ่มต้นที่ 1,099 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบัน ราคาของ iPhone และ Samsung Galaxy S series ค่อนข้างใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะรุ่นระดับสูง (Ultra สำหรับ Galaxy S และ Pro สำหรับ iPhone) ตลอดหกปีที่ผ่านมา ราคาของ iPhone Pro ยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 999 ดอลลาร์ จนกระทั่งมีการเปิดตัว iPhone 17 Pro คาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกในรุ่น iPhone 18 Pro เนื่องจากต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้น ที่มา: https://thanhnien.vn/apple-da-tang-gia-iphone-nhu-the-nao-trong-gan-hai-thap-ky-185260908162255198.htm Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### ค่าย Nippon Ichi Software เผย ยอดขายตลับ Key Card และเกมเต็ม Switch 2 ไม่ต่างกันมาก - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/nippon-ichi-software-key-card-switch-2-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ค่าย Nippon Ichi Software เผย ยอดขายตลับ Key Card และเกมเต็ม Switch 2 ไม่ต่างกันมาก Thisisgame Thailand ค่าย Nippon Ichi Software เผย ยอดขายตลับ Key Card และเกมเต็ม Switch 2 ไม่ต่างกันมาก  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### โมเดลใหม่ Astra ของ OpenAI จะช่วยจุดพลุความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้อีกครั้งหรือไม่? URL: https://onesiamsoft.com/articles/astra-openai-ai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Sam Altman นำเสนอ Astra ในฐานะก้าวสำคัญสู่โมเดลที่สร้างมูลค่า ทำงานได้จริง พัฒนาวิทยาศาสตร์ และช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้การประมวลผล (inference) และการใช้งานในรูปแบบ agent กลายเป็นหัวใจสำคัญของสมการความต้องการด้าน AI ทั้งในส่วนของ compute, memory, Astra ของ OpenAI ปลุกกระแส Memory Trade ให้กลับมาคึกคัก: การพุ่งขึ้นรอบนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน?Sam Altman นำเสนอ Astra ในฐานะก้าวสำคัญสู่โมเดลที่สร้างมูลค่า ทำงานได้จริง พัฒนาวิทยาศาสตร์ และช่วยสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งความสามารถที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้การประมวลผล (inference) และการใช้งานในรูปแบบ agent กลายเป็นหัวใจสำคัญของสมการความต้องการด้าน AI ทั้งในส่วนของ compute, memory, storage, networking และ cloud capacity$OpenAI Lab Ecosystem ETF (OAIW.US)$ — ETF แบบบริหารจัดการเชิงรุก (actively managed) ที่เน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศของ OpenAI$Micron Technology (MU.US)$ — โอกาสเติบโตจาก HBM และ DRAM ในส่วนของ memory bandwidth สำหรับระบบ AI$SK hynix (SKHY.US)$ — โอกาสเติบโตจาก HBM และ DRAM ในกลุ่มผลิตภัณฑ์หน่วยความจำประสิทธิภาพสูง$Samsung Electronics (005930.KR)$ — เมื่อวันที่ 8 กันยายน Samsung และ $ASML Holding (ASML.US)$ ได้ขยายความร่วมมือด้าน High-NA EUV รวมถึงแผนของ Samsung ที่จะนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในการผลิต DRAM ในอนาคต$SanDisk (SNDK.US)$ — ข้อสังเกตเกี่ยวกับ Enterprise SSD และ Flash: เมื่อวันที่ 3 กันยายน Sandisk ประกาศว่าฝ่ายบริหารจะเข้าร่วมงานประชุมนักลงทุนในเดือนกันยายนนี้ฮาร์ดแวร์ AI และระบบเครือข่าย$NVIDIA (NVDA.US)$ — เมื่อวันที่ 3 กันยายน NVIDIA ประกาศข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ Hugging Face เพื่อขยายฐานแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาและ Open-model$Arista Networks (ANET.US)$ — เมื่อวันที่ 2 กันยายน Arista ได้อธิบายถึงการพัฒนาระบบความปลอดภัยที่รองรับ AI ร่วมกับ OpenAI และผู้ให้บริการโมเดลรายอื่นๆ โดยแพลตฟอร์มของบริษัทจะเชื่อมโยงกับเลเยอร์เครือข่ายของโครงสร้างพื้นฐาน AIขีดความสามารถของระบบคลาวด์ (Cloud capacity)$Oracle (ORCL.US)$ — แพลตฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานสำหรับองค์กรและคลาวด์ขนาดใหญ่: เมื่อวันที่ 2 กันยายน Oracle กำหนดวันประกาศผลประกอบการไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 ในวันที่ 10 กันยายนนี้$CoreWeave (CRWV.US)$ — แพลตฟอร์มคลาวด์แบบ GPU-native สำหรับการประมวลผล AI$IREN Ltd (IREN.US)$ — แพลตฟอร์มคลาวด์ GPU และความจุศูนย์ข้อมูล$NEBIUS (NBIS.US)$ — เมื่อวันที่ 1 กันยายน Nebius ได้เผยแพร่ผลการทดสอบ MLPerf Storage v3 สำหรับแพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลแบบ Object-storage และ AI Cloud ของบริษัท📈 ติดตามผมได้ที่ @Alpha Clips — ผมเฟ้นหา alpha ในหุ้น ออปชัน และสินทรัพย์ดิจิทัลทุกวันข้อความสงวนสิทธิ์: มูมู่คอมมูนิตี้้ได้รับการสนับสนุนโดย Moomoo Technologies Inc. และมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้นอ่านเพิ่มเติม3 Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 7 ก.ย. 2569 - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/ftse-ftse-7-2569-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 7 ก.ย. 2569 efinanceThai เปิดสัปดาห์ไม่สดใส! ตลาดหุ้นยุโรป เปิดร่วง กลุ่มการแพทย์นำดิ่ง-น้ำมันประคองบวก LINE TODAY สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569 ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% ราคาน้ำมันพุ่ง-คาด ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 7 ก.ย. 2569  efinanceThaiเปิดสัปดาห์ไม่สดใส! ตลาดหุ้นยุโรป เปิดร่วง กลุ่มการแพทย์นำดิ่ง-น้ำมันประคองบวก  LINE TODAYสรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ก.ย. 2569  ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: FTSE ปิดลบ 0.1% ราคาน้ำมันพุ่ง-คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยกดดันตลาด : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ดัชนี FTSE (^FTSE) — 4 ก.ย. 2569  efin.finance Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### SET ปิดบวก 3.07 จุด พรุ่งนี้แกว่งไซด์เวย์อัพ คาดกรอบ 1,610-1,635 จุด - มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน URL: https://onesiamsoft.com/articles/set-307-1610-1635-or Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 มิติหุ้น – ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า SET สิ้นวัน (8 ก.ย. 69) ดัชนีปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด (+0.19%) มูลค่าซื้อขาย 66,138.02 ลบ. มิติหุ้น – ผู้สื่อข่าว “มิติหุ้น” รายงานว่า SET สิ้นวัน (8 ก.ย. 69) ดัชนีปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด (+0.19%) มูลค่าซื้อขาย 66,138.02 ลบ. โดยดัชนีทำจุดต่ำสุดที่ 1,614.49 จุด และทำจุดสูงสุดที่ 1,625.94 จุด นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบ และปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย แรงหนุนหลักมาจากหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี อาทิ TOP PTTGC PTTEP ตอบรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 2% ขณะที่ DELTA มีจังหวะพักตัวบ้างหลังจากขึ้นมาแรง  ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ คาดตลาดแกว่งในกรอบแคบ โดยในประเทศขาดปัจจัยใหม่ขับเคลื่อน ขณะที่นักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐช่วงปลายสัปดาห์เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดือนนี้ พร้อมให้กรอบแนวรับ 1,610 จุด และแนวต้าน 1,635 จุด ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง Web : https://www.mitihoon.com/ Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770 Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon Source: Originally published on มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน. Read the full article at มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน → ### ไทยชู ITOCHU หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ดึงลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต | The Better | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu-or-the-better-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้... “พาณิชย์–อุตสาหกรรม” หารือ ITOCHU เปิดทางความร่วมมือรูปแบบใหม่ มุ่งร่วมพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และสร้างห่วงโซ่อุปทานมูลค่าสูง ปรับกฎรับการลงทุนยุคใหม่ ดันพลังงานสะอาด–เซมิฯ–Data Centerนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ITOCHU Corporation พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย–ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ITOCHU Corporation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนางศุภจีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลกทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การ ร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลกอย่างไรก็ตามในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้สาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคตรวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้นนอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้าน ยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคตฝ่ายญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้นางศุภจีกล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย“ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในระยะต่อไปไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น”ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่นให้ก้าวจาก “การลงทุนและการผลิต” ไปสู่ “การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลก Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 9 กันยายน 2569 อัปเดตล่าสุด "เบนซิน-ดีเซล" ลิตรละกี่บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/9-2569-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 อัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 9 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้ว อัปเดตราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 9 กันยายน 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์, ดีเซล จากปั๊มน้ำมัน ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์, ซัสโก้ และเชลล์ ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาทแล้วผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 8 กันยายน 2569 กลุ่มเบนซิน, แก๊สโซฮอล์ และดีเซล ล่าสุด จากเว็บไซต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เว็บไซต์ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันพรุ่งนี้ มีดังนี้อัปเดต ราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ 9 กันยายน 2569ราคาน้ำมัน "บางจาก" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตรไฮดีเซล S อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตรไฮพรีเมียมดีเซล พลัส อยู่ที่ 49.25 บาท/ลิตรไฮพรีเมียม 98 พลัส อยู่ที่ 49.29 บาท/ลิตรGSH E85S EVO อยู่ที่ 29.23 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตรราคาน้ำมัน "ปตท." วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.84 บาท/ลิตรดีเซล อยู่ที่ 39.84 บาท/ลิตรGSH E20S EVO อยู่ที่ 34.09 บาท/ลิตรGSH91S EVO อยู่ที่ 38.72 บาท/ลิตรGSH95S EVO อยู่ที่ 39.09 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 48.08 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95 อยู่ที่ 47.79 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X ดีเซล อยู่ที่ 50.05 บาท/ลิตรซูเปอร์พาวเวอร์ X 99 อยู่ที่ 49.79 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "เชลล์" วันที่ 9 กันยายน 2569เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.49 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 38.42 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.79 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรเชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตรเชลล์ ดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตรเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "พีที" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตรเบนซิน อยู่ที่ 47.78 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "ซัสโก้" วันที่ 9 กันยายน 2569ดีเซล อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตรเบนซิน 95 อยู่ที่ 47.43 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตรราคาน้ำมันปั๊ม "คาลเท็กซ์" วันที่ 9 กันยายน 2569โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.26 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 38.29 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 37.92 บาท/ลิตรแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 33.29 บาท/ลิตรดีเซล เทครอน อยู่ที่ 39.14 บาท/ลิตรพาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 49.80 บาท/ลิตรดีเซล B20 อยู่ที่ 34.14 บาท/ลิตรอย่างไรก็ตาม ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่. Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th → ### หุ้น Intel พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ช่วงก่อนเปิดตลาด หลัง High-NA EUV เข้าสู่การผลิตจำนวนมาก ขณะที่ทรัมป์โพสต์กราฟหุ้น INTC อีกครั้ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/intel-100-high-na-euv-intc Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 TradingKey - ณ เวลาที่รายงานข่าว วันที่ 8 กันยายน ตามเวลาฝั่งตะวันออก อินเทล (INTC) ปรับตัวขึ้น 4.72% ในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาด สู่ระดับ 100.32 ดอลลาร์ ขณะที่ในรอบการซื้อขายก่อนหน้า หุ้นปิดที่ระดับ 95.80 ดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น 4.51% TradingKey - ณ เวลาที่รายงานข่าว วันที่ 8 กันยายน ตามเวลาสหรัฐฯ หุ้นอินเทล (INTC) ปรับตัวขึ้น 4.72% ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาด สู่ระดับ 100.32 ดอลลาร์ โดยในวันทำการก่อนหน้า ราคาหุ้นปิดที่ 95.80 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4.51%[ที่มา: TradingView]ปริมาณการขาย CPU เซิร์ฟเวอร์ในไตรมาสที่ 2 ของอินเทล เติบโตขึ้น 9% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยพุ่งขึ้น 48% เมื่อเทียบรายปี บริษัทระบุว่าความต้องการ CPU เซิร์ฟเวอร์ในปัจจุบันเกินกว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ และคาดว่าอุตสาหกรรม CPU เซิร์ฟเวอร์จะมีการเติบโตในแง่จำนวนยูนิตเป็นตัวเลขสองหลักอย่างแข็งแกร่งในปี 2026 และ 2027 โดยมีโมเมนตัมต่อเนื่องไปจนถึงปี 2028High-NA EUV เข้าสู่การใช้งานในการผลิตเชิงอุตสาหกรรมเมื่อวันที่ 8 กันยายน อินเทล และเอเอสเอ็มแอล (ASML) ประกาศความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการผลิตเชิงปริมาณด้วยเทคโนโลยี High-NA EUV โดยทั้งสองบริษัทระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยี High-NA EUV ในการผลิตเชิงปริมาณของอินเทลแล้ว[ที่มา: อินเทล]อินเทลเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิปกลุ่มแรก ๆ ที่นำเทคโนโลยี High-NA EUV มาใช้ โดยในปี 2567 อินเทลและเอเอสเอ็มแอลได้ดำเนินการรวมระบบการพิมพ์ลวดลายวงจรด้วยเทคโนโลยี High-NA EUV เชิงพาณิชย์เครื่องแรกของอุตสาหกรรม ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาในรัฐออริกอนได้สำเร็จ นับแต่นั้นเป็นต้นมา อินเทลได้พัฒนาการประเมินคุณสมบัติของอุปกรณ์ การทดสอบ และการวิจัยและพัฒนากระบวนการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำ High-NA EUV เข้ามาใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์จริงอินเทลระบุว่า จนถึงปัจจุบัน เทคโนโลยี High-NA EUV ได้ผ่านการประมวลผลแผ่นเวเฟอร์ไปแล้วรวมมากกว่า 1 ล้านแผ่น ซึ่งรวมถึงการประเมินคุณสมบัติและการทดสอบอุปกรณ์ในระยะแรก การวิจัยและพัฒนา ตลอดจนการผลิตเชิงปริมาณสำหรับชั้นวงจรเฉพาะในโปรเซสเซอร์ Core Ultra Series 3 (รหัสพัฒนา Panther Lake) บางรุ่นปัจจุบัน เทคโนโลยี High-NA EUV ถูกนำมาใช้ในการผลิตเชิงปริมาณสำหรับชั้นวงจรเฉพาะในโหนดการผลิต Intel 18A สำหรับโปรเซสเซอร์ Panther Lake บางรุ่น โดยอินเทลระบุว่า ชั้นวงจร 18A ที่ผลิตขึ้นโดยใช้ High-NA EUV มีประสิทธิภาพทัดเทียมหรือสูงกว่าชั้นวงจรที่เทียบเคียงกันซึ่งผลิตโดยใช้แพลตฟอร์ม 0.33 NA NXE EUV นอกจากนี้ อินเทลยังระบุด้วยว่า ความแม่นยำในการวางซ้อนชั้นวงจร อัตราการผลิต และความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ High-NA ในปัจจุบันเป็นไปตามความคาดหวังของบริษัทเทคโนโลยี High-NA EUV เพิ่มค่าช่องรับแสง (numerical aperture) จาก 0.33 บนแพลตฟอร์ม EUV เดิม เป็น 0.55 ซึ่งช่วยให้มีความละเอียดในการพิมพ์ลวดลายวงจรสูงขึ้น ทั้งนี้ เอเอสเอ็มแอลระบุว่า แพลตฟอร์ม EXE High-NA สามารถลดขั้นตอนบางประการในกระบวนการผลิตชิปขั้นสูงในปริมาณมาก ส่งผลให้ช่วยลดข้อบกพร่อง ต้นทุน และระยะเวลาในรอบการผลิตลงได้คริสตอฟ ฟูเกต์ (Christophe Fouquet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอเอสเอ็มแอล กล่าวว่า อินเทลเป็นหนึ่งในบริษัทหลักที่ผลักดันให้อุตสาหกรรมนำเทคโนโลยี High-NA มาใช้ นับตั้งแต่การติดตั้งระบบ EXE เชิงพาณิชย์เครื่องแรกในปี 2567 ไปจนถึงการเสร็จสิ้นการประเมินคุณสมบัติสำหรับอุปกรณ์รุ่นล่าสุด และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ลอจิกชิปที่ผลิตในปริมาณมากรุ่นแรกด้วย High-NA อินเทลได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการนำ High-NA EUV มาประยุกต์ใช้กับการผลิตลอจิกชิปเชิงปริมาณทรัมป์โพสต์ภาพ AI ที่เกี่ยวข้องกับอินเทลอีกภาพประธานาธิบดีทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้โพสต์ภาพที่สร้างจาก AI บนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 6 กันยายน โดยในภาพแสดงหน้าจอการซื้อขายที่ระบุว่า "BOUGHT: INTEL $20" และ "NOW $95."นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวอ้างว่าเขาสามารถทำเงินได้ "หลายแสนล้านดอลลาร์" ให้แก่สหรัฐฯ ผ่านการถือครองหุ้นและสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ โดยไม่ได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่เขาไม่ได้แสดงหลักฐานที่เฉพาะเจาะจงมาสนับสนุนตัวเลขดังกล่าว[ที่มา: Truth Social]ปัจจุบัน ความต้องการซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์ของอินเทลยังคงสูงกว่าอุปทานที่มีอยู่ ขณะเดียวกัน เทคโนโลยี High-NA EUV ได้ถูกนำมาใช้ในการผลิตเชิงปริมาณสำหรับเลเยอร์กระบวนการผลิต Intel 18A บางส่วนในโปรเซสเซอร์ Core Ultra Series 3 บางรุ่น (รหัสพัฒนา Panther Lake) แล้วในระยะข้างหน้า ประเด็นที่ว่าอุปทานซีพียูสำหรับเซิร์ฟเวอร์จะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงการนำโหนด 18A และ High-NA EUV มาขยายการใช้งานเพิ่มเติมได้หรือไม่นั้น จะเป็นประเด็นสำคัญในการติดตามอุปทานผลิตภัณฑ์และความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงของอินเทลเนื้อหานี้ได้รับการแปลโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และผ่านตรวจสอบโดยมนุษย์ มีไว้เพื่อการอ้างอิงและข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่การแนะนำการลงทุนแต่อย่างใดข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาของบทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น และไม่ได้สะท้อนท่าทีอย่างเป็นทางการของ Tradingkey ไม่ควรถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และผู้อ่านไม่ควรตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากเนื้อหาของบทความนี้เท่านั้น Tradingkey ไม่รับผิดชอบต่อผลการเทรดใด ๆ ที่เกิดจากการพึ่งพาบทความนี้ นอกจากนี้ Tradingkey ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องของเนื้อหาบทความ ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใดๆ ขอแนะนำให้ปรึกษาทางการเงินอิสระเพื่อทำความเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างถ่องแท้ Source: Originally published on tradingkey.com. Read the full article at tradingkey.com → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ดัชนี ฮั่งเส็ง (^HSKI) — 8 ก.ย. 2569 - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/hski-8-2569-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ดัชนี ฮั่งเส็ง (^HSKI) — 8 ก.ย. 2569 efinanceThai Hang Seng ติดกรอบไซด์เวย์ รอเบรก 25,600: อัปเดตทุกชั่วโมง Investing.com ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดลบ 95.94 จุด กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดบ. : อินโฟเควสท์ สำนักข่าวอินโฟเควสท์ ภาวะตลาดหุ้นฮ่องก ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ดัชนี ฮั่งเส็ง (^HSKI) — 8 ก.ย. 2569  efinanceThaiHang Seng ติดกรอบไซด์เวย์ รอเบรก 25,600: อัปเดตทุกชั่วโมง  Investing.comภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดลบ 95.94 จุด กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดบ. : อินโฟเควสท์  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง : ดัชนี ฮั่งเส็ง (^HSKI) — 7 ก.ย. 2569  efin.finance"ฮั่งเส็ง" เปิดบวก! หุ้น AI-ชิปหนุนตลาดหุ้นฮ่องกง รับทิศทางเอเชีย  สยามรัฐ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “เซเนกัล” ปรับโครงสร้างหนี้ เจ้าหนี้เสี่ยงขาดทุนสูงสุด 60% หลัง S&P หั่นเครดิตเหลือ CC | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/60percent-sandp-cc-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 นักลงทุนประเมินเจ้าหนี้ &quot;เซเนกัล&quot; อาจได้เงินคืนเพียง 40-45 เซนต์ต่อดอลลาร์ ขณะที่ S&amp;P หั่นเครดิตเหลือ CC เตือนแผนปรั... นักลงทุนประเมินเจ้าหนี้ "เซเนกัล" อาจได้เงินคืนเพียง 40-45 เซนต์ต่อดอลลาร์ ขณะที่ S&P หั่นเครดิตเหลือ CC เตือนแผนปรับหนี้อาจเข้าข่ายผิดนัดชำระวันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 15.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้ถือพันธบัตรรัฐบาลเซเนกัลเผชิญความเสี่ยงขาดทุนเพิ่มขึ้นจากแผนปรับโครงสร้างหนี้ของประเทศ โดยนักลงทุนบางส่วนประเมินว่ามูลค่าที่เจ้าหนี้อาจได้รับคืน (Recovery Value) อาจต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของพันธบัตรถึง 60% ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่ารัฐบาลจะแบ่งภาระจากการปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้แต่ละกลุ่มอย่างไรความไม่แน่นอนดังกล่าวส่งผลให้พันธบัตรรัฐบาลเซเนกัลที่ออกเป็นสกุลยูโรและดอลลาร์ถูกปรับมูลค่าลง หลังรัฐบาลประกาศเมื่อวันที่ 1 กันยายนว่าจะเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ ขณะที่ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ในแอฟริกา รวมถึง Ninety One และ Allan Gray มองว่า ราคาพันธบัตรอาจยังปรับตัวต่อไป เมื่อรายละเอียดของแผนมีความชัดเจนมากขึ้นออเรลี มาร์ติน นักวิเคราะห์ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ของ Ninety One ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 2.44 แสนล้านดอลลาร์ ระบุว่า นักลงทุนยังมีคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับแนวทางจัดการหนี้ของเซเนกัล โดยประเด็นสำคัญคือรัฐบาลจะจัดการกับพันธบัตรยูโรบอนด์อย่างไร และกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้จะใช้เวลานานเพียงใดนักลงทุนยังจับตาการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ อาห์มาดู อัล อามินู โล นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเซเนกัลในวันอังคาร เพื่อหาสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายและแผนจัดการหนี้ของรัฐบาลเซบาสเตียน วาร์กัส นักกลยุทธ์ด้านหนี้รัฐบาลตลาดเกิดใหม่ของ Seaport Global Holdings ระบุว่า จากการพูดคุยกับนักลงทุน มูลค่าที่เจ้าหนี้มีโอกาสได้รับคืนอาจอยู่ที่ประมาณ 40-45 เซนต์ต่อพันธบัตรมูลค่า 1 ดอลลาร์ แม้ตัวเลขดังกล่าวยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามรายละเอียดของแผนปรับโครงสร้างหนี้เมื่อวันจันทร์ พันธบัตรรัฐบาลเซเนกัลซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 51 เซนต์ต่อดอลลาร์ ฟื้นตัวจากการร่วงลงก่อนหน้านี้ หลังพันธบัตรหลายรุ่นดิ่งต่ำกว่า 50 เซนต์ต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่ผู้ถือพันธบัตรจะต้องรับขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการปรับโครงสร้างหนี้ โดย สจวร์ต คัลเวอร์เฮาส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Tellimer ประเมินว่า หากรัฐบาลเลือกเพียงปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ในระดับไม่รุนแรง มูลค่าที่เจ้าหนี้ได้รับคืนอาจเพิ่มขึ้นมาอยู่บริเวณ ปลาย 60 ถึงต้น 70 เซนต์ต่อดอลลาร์แต่หากเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ในระดับลึก ซึ่งรวมถึงการลดเงินต้นและลดอัตราดอกเบี้ย มูลค่าที่เจ้าหนี้ได้รับคืนอาจลดลงมาอยู่ที่ กลาง 40 เซนต์ต่อดอลลาร์หรือต่ำกว่านั้นเซเนกัล ระบุว่าจะดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้กรอบที่พัฒนาต่อยอดจาก Common Framework ของกลุ่ม G20 และในระหว่างนี้รัฐบาลจะยังคงชำระหนี้ตามกำหนด รวมถึงดอกเบี้ยจำนวน 33.7 ล้านดอลลาร์ สำหรับยูโรบอนด์ที่ครบกำหนดชำระดอกเบี้ยในวันที่ 13 กันยายนS&P Global Ratings ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของเซเนกัลเมื่อวันที่ 4 กันยายน ลงมาอยู่ที่ระดับ CC ซึ่งสูงกว่าระดับผิดนัดชำระหนี้เพียง 2 ขั้น หลังรัฐบาลประกาศแผนปรับโครงสร้างหนี้S&P ระบุว่า หากเซเนกัลเดินหน้าปรับโครงสร้างพันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศ มีแนวโน้มสูงที่จะถูกมองว่าเป็นการแลกเปลี่ยนหนี้ภายใต้ภาวะกดดัน หรือ Distressed Debt Exchange ซึ่งจะถือเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตามเกณฑ์ของสถาบันจัดอันดับเครดิตเชค ดิบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเซเนกัล แจ้งต่อนักลงทุนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลจะจัดการประชุมให้ข้อมูลแก่เจ้าหนี้ เมื่อการจัดทำบทวิเคราะห์ความยั่งยืนของหนี้ หรือ Debt Sustainability Analysis ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีความคืบหน้าทางเทคนิคเพียงพอหนึ่งในคำถามสำคัญของเจ้าหนี้ คือ หนี้ประเภทใดบ้างที่จะถูกรวมอยู่ในแผนปรับโครงสร้าง โดยรัฐบาลเซเนกัลระบุแล้วว่า เงินกู้ที่อยู่ในสกุลฟรังก์ CFA จะไม่ถูกนำมาปรับโครงสร้างการกันหนี้สกุลเงินท้องถิ่นออกจากแผนอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเจ้าหนี้ต่างประเทศ โดยธาเลีย เปตูซิส ผู้จัดการกองทุนของ Allan Gray ในเคปทาวน์ ระบุว่า การไม่รวมตราสารหนี้สกุลเงินท้องถิ่นอาจทำให้มูลค่าที่เจ้าหนี้พันธบัตรสกุลเงินต่างประเทศได้รับคืน ต่ำกว่าที่นักลงทุนจำนวนมากประเมินไว้ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับแนวทางที่ IMF ใช้ประเมินความยั่งยืนของหนี้ โดยหาก IMF ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของหนี้ต่างประเทศเป็นหลัก ภาระการปรับลดหนี้อาจมีรูปแบบหนึ่ง แต่หาก IMF พิจารณาความต้องการเงินทุนรวมของรัฐบาลและความยั่งยืนของหนี้ทั้งระบบ เจ้าหนี้ต่างประเทศอาจต้องรับภาระการลดมูลค่าหนี้ในสัดส่วนที่สูงเป็นพิเศษ เพื่อให้ระดับหนี้โดยรวมของประเทศกลับมาอยู่ในระดับที่ยั่งยืนที่ผ่านมา ในการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้ Common Framework ของ G20 ช่องว่างด้านเงินทุนที่ IMF คำนวณตลอดช่วงโครงการถือเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดว่า ประเทศจำเป็นต้องได้รับการบรรเทาภาระหนี้มากเพียงใด โดยจะนำแหล่งเงินกู้ใหม่ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนจากสถาบันอย่างธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกามาพิจารณาร่วมด้วยด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงยังจับตารายละเอียดของแผนปรับโครงสร้างหนี้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะขอบเขตของหนี้ที่จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการ เงื่อนไขที่เจ้าหนี้ต่างประเทศจะได้รับ และผลการวิเคราะห์ความยั่งยืนของหนี้จาก IMF ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดว่า ผู้ถือพันธบัตรเซเนกัลจะต้องรับผลขาดทุนจากการปรับโครงสร้างหนี้ครั้งนี้มากเพียงใดอ้างอิง : www.bloomberg.comอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### ภาวะตลาดหุ้นออสเตรเลีย: S&P/ASX 200 ปิดลบ 1% กังวลน้ำมันพุ่ง-แบงก์ชาติขึ้นดบ.สกัดเงินเฟ้อ URL: https://onesiamsoft.com/articles/sandpasx-200-1percent-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันนี้ (8 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดาที่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ในวันนี้ (8 ก.ย.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดาที่ทวีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจาก ซาราห์ ฮันเตอร์ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เตือนว่า RBA อาจจำเป็นต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ดัชนี S&P/ASX 200 [XJO.X] ปิดที่ 8,920.80 จุด ลดลง 90.10 จุด หรือ -1.00% ดัชนี All Ordinaries [XAO.X] ปิดที่ 9,114.30 จุด ลดลง 86.30 จุด หรือ -0.94% ราคาหุ้นปรับตัวลงเป็นวงกว้าง ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีก กลุ่มการเงิน และกลุ่มเทคโนโลยี โดยหุ้น Commonwealth Bank ร่วงลง 2.2% ขณะที่หุ้น REA Group ดิ่งลง 2.9% และหุ้น Wesfarmers ร่วงลง 2.5% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นสวนทางภาพรวมตลาด โดยหุ้น Santos ปรับตัวขึ้น 1.1%. โดย รัตนา พงศ์ทวิช/ปรียพรรณ มีสุข Source: Originally published on ryt9.com. Read the full article at ryt9.com → ### ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะห้ามเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของมหาเศรษฐี ก่อนที่แคนาดาจะตอบโต้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788874283185 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 TPO - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะห้ามขายเครื่องบินเจ็ตธุรกิจบอมบาร์เดียร์ที่ผลิตในแคนาดา คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่แคนาดาจะเริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้มูลค่า 20 พันล้านดอลลาร์กับสินค้าสหรัฐฯ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 กันยายน หน้าหลักข่าวสารปัจจุบันโลกประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ขู่ว่าจะห้ามเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของมหาเศรษฐี ก่อนที่แคนาดาจะตอบโต้TPO - ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะห้ามขายเครื่องบินเจ็ตธุรกิจบอมบาร์เดียร์ที่ผลิตในแคนาดา คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่แคนาดาจะเริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้มูลค่า 20 พันล้านดอลลาร์กับสินค้าสหรัฐฯ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 8 กันยายนBáo Tiền Phong•08/09/2026 บริษัท Bombardier ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองมอนทรีออล เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว (ภาพ: วิกิพีเดีย) นายกรัฐมนตรี มาร์ค คาร์นีย์ ของแคนาดายังคงยืนกรานที่จะใช้มาตรการตอบโต้ โดยส่งสัญญาณว่าออตตาวาจะตอบโต้ตามสัดส่วนต่อการกระทำทางการค้าใดๆ ที่นายทรัมป์จะดำเนินการในอนาคต ตามระเบียบของแคนาดาที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน อัตราภาษีนำเข้าอะลูมิเนียมและเหล็กจากสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 50% ซึ่งเท่ากับอัตราที่สหรัฐฯ ใช้กับโลหะที่นำเข้าจากแคนาดา นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์กระดาษ วัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ในครัวเรือน และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรก็จะอยู่ภายใต้อัตราภาษีใหม่นี้ด้วย ทั้งสองประเทศเคยเป็นพันธมิตรและคู่ค้าสำคัญ แต่การเจรจาได้ล้มเหลวเมื่อเดือนที่แล้ว ในช่วงเวลาที่สำคัญยิ่ง นับตั้งแต่นั้นมา ทรัมป์และคาร์นีย์ต่างก็โจมตีกันอย่างรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ นายคาร์นีย์กล่าวหาฝ่ายสหรัฐฯ ว่าไม่จริงจัง "เมื่อชาวอเมริกันหยุดสร้างมีม หยุดพูดจาเสียดสี หยุดพยายามทำตัวเข้มแข็ง และเริ่มจริงจังกับการสนทนา เมื่อนั้นเราจึงจะสามารถพูดคุยกันได้" คาร์นีย์กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีทรัมป์ถึงกับเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น "ทะเลสาบอเมริกา" ขู่ว่าจะขึ้นภาษีรถยนต์เป็นสองเท่าเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม และล่าสุดขู่ว่าจะห้ามสายการบินชั้นนำแห่งหนึ่งของแคนาดาไม่ให้ขายเครื่องบินในตลาดสหรัฐฯ หากเครื่องบินเหล่านั้นไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ "ถ้าพวกเขาต้องการตลาดของเรา พวกเขาต้องผลิตสินค้าที่นี่และเลิกมองอเมริกาเหมือนกระปุกออมสิน" ทรัมป์เขียนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social เมื่อวันที่ 7 กันยายน สงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านเกิดขึ้นเพียงสองเดือนก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันต้องชี้แจงจุดยืนของตนเกี่ยวกับภาษีที่ทรัมป์กำหนดขึ้น หนึ่งในนั้นคือวุฒิสมาชิกซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน ซึ่งกำลังเผชิญกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ยากลำบาก และเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์อย่างเปิดเผย เมลานี โจลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของแคนาดา กล่าวว่า รัฐบาลกำลังออกแบบมาตรการตอบโต้ที่มุ่งเป้าไปที่ "การกดดัน ทางการเมือง " ต่อรัฐบาลของทรัมป์ เพื่อให้พิจารณาการกระทำของตนใหม่ ในแง่ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2025 เศรษฐกิจ ของสหรัฐฯ จะมีขนาดใหญ่กว่าแคนาดาประมาณ 13 เท่า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ จะไม่ประสบความสูญเสียจากสงครามการค้ากับพันธมิตรเพื่อนบ้าน ที่มา: https://tienphong.vn/tong-thong-my-trump-doa-cam-cua-chuyen-co-cua-gioi-sieu-giau-truoc-khi-canada-tung-don-tra-dua-post1874577.tpo Source: Originally published on vietnam.vn. Read the full article at vietnam.vn → ### การคาดการณ์ราคา USD/CAD: ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นหนุนดอลลาร์แคนาดา URL: https://onesiamsoft.com/articles/usdcad Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในวันอังคาร คู่ USD/CAD ปรับตัวลง 0.25% มาอยู่ใกล้ระดับ 1.3780 ณ เวลาที่เขียน ขณะที่ Loonie แข็งแกร่งกว่าจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ดอลลาร์แคนาดาได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นดอลลาร์สหรัฐอยู่ภายใต้แรงกดดันก่อนการประกาศข้อมูล PPI และ CPI ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคมUSD/CAD ปรับตัวลงหลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ Fibonacci retracement 61.8% ที่ 1.3817 ได้ดอลลาร์แคนาดา (CAD) ซื้อขายแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในวันอังคาร โดย ณ เวลาที่เขียน USD/CAD ปรับตัวลง 0.25% มาอยู่ใกล้ 1.3780 เนื่องจาก Loonie ทำผลงานได้ดีกว่าจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ราคาดอลลาร์แคนาดาวันนี้ ตารางด้านล่างแสดงการเปลี่ยนแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ของดอลลาร์แคนาดา (CAD) เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักที่ระบุไว้ในวันนี้ โดยดอลลาร์แคนาดาแข็งแกร่งที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์นิวซีแลนด์ USD EUR GBP JPY CAD AUD NZD CHF USD -0.03% 0.02% -0.40% -0.21% 0.08% 0.29% -0.09% EUR 0.03% 0.04% -0.36% -0.14% 0.09% 0.32% -0.07% GBP -0.02% -0.04% -0.42% -0.22% 0.05% 0.28% -0.10% JPY 0.40% 0.36% 0.42% 0.20% 0.49% 0.71% 0.33% CAD 0.21% 0.14% 0.22% -0.20% 0.28% 0.51% 0.13% AUD -0.08% -0.09% -0.05% -0.49% -0.28% 0.24% -0.16% NZD -0.29% -0.32% -0.28% -0.71% -0.51% -0.24% -0.39% CHF 0.09% 0.07% 0.10% -0.33% -0.13% 0.16% 0.39% ฮีตแมปนี้แสดงการเปลี่ยนแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์ของสกุลเงินหลักเมื่อเทียบกันเอง โดยสกุลเงินฐานจะถูกเลือกจากคอลัมน์ด้านซ้าย ขณะที่สกุลเงินอ้างอิงจะถูกเลือกจากแถวด้านบน ตัวอย่างเช่น หากคุณเลือกดอลลาร์แคนาดาจากคอลัมน์ด้านซ้าย แล้วเลื่อนไปตามแนวนอนไปยังดอลลาร์สหรัฐ เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงที่แสดงในช่องจะสะท้อน CAD (ฐาน)/USD (อ้างอิง) TMGM วิเคราะห์: ข่าวสารตลาดการเงิน ปฏิทินเศรษฐกิจ และมุมมองตลาดนอกจากนี้ ณ เวลาที่เขียน ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้นราว 0.8% มาอยู่ใกล้ $91.50 โดยราคาน้ำมันอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งเดือนที่ $92.25 ซึ่งเป็นระดับที่เคยแตะมาแล้วเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อจากความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่อาจยืดเยื้อ ภายหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจอย่างแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐอยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังก่อนการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งมีกำหนดเผยแพร่ในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ตามลำดับณ เวลาจัดทำข่าว ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ซึ่งใช้วัดมูลค่าของ Greenback เทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ปรับตัวลง 0.11% มาอยู่ใกล้ 98.80บทวิเคราะห์ทางเทคนิค USD/CADบนกราฟรายวัน USD/CAD ซื้อขายที่ 1.3783 โดยยังคงมีโทนเชิงลบในระยะสั้น เนื่องจากเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 20 วัน (EMA) ที่ 1.3865 และระดับ Fibonacci retracement 61.8% ที่ 1.3817 ซึ่งลากจากจุดต่ำสุดเดือนพฤษภาคมที่ 1.3550 ไปยังจุดสูงสุดเดือนมิถุนายนที่ 1.4248ดัชนี Relative Strength Index (RSI) บริเวณประมาณ 39 ยังคงอยู่ต่ำกว่าเส้นกึ่งกลาง บ่งชี้ถึงแรงกดดันขาลงที่ยังคงอยู่ มากกว่าจะเป็นภาวะขายมากเกินไป ซึ่งสะท้อนว่าการรีบาวด์อาจยังคงถูกขายออกต่อไป ตราบใดที่ราคายังถูกจำกัดอยู่ใต้เส้น EMA และแนวต้านจากระดับรีเทรซเมนต์ที่อยู่ใกล้เคียงในด้านบน แนวต้านแรกอยู่ที่เส้น EMA 20 วันบริเวณ 1.3865 ตามด้วยระดับ Fibonacci retracement 50.0% ที่ 1.3901 และถัดไปคือระดับ retracement 38.2% ใกล้ 1.3983 โดยมีระดับ 23.6% ที่ 1.4085 เป็นแนวต้านที่ไกลออกไปมากขึ้น หากเกิดการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ส่วนด้านล่าง แนวรับแรกอยู่ที่ระดับ Fibonacci retracement 78.6% บริเวณ 1.3701 และมีฐานรับที่ลึกกว่าที่ระดับ retracement 100.0% ใกล้ 1.3551 ซึ่งเป็นจุดที่ฝั่งหมีน่าจะกลับมาประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้มขาลงในภาพกว้างอีกครั้ง(บทวิเคราะห์ทางเทคนิคของข่าวนี้เขียนขึ้นด้วยความช่วยเหลือของเครื่องมือ AI ดูเพิ่มเติม) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินทางการของสหรัฐอเมริกา และเป็นสกุลเงิน ‘โดยพฤตินัย’ ของอีกหลายประเทศที่มีการใช้หมุนเวียนควบคู่ไปกับธนบัตรท้องถิ่น ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากที่สุดในโลก โดยคิดเป็นมากกว่า 88% ของมูลค่าการซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ทั่วโลกทั้งหมด หรือเฉลี่ย 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามข้อมูลปี 2022 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง USD เข้ามาแทนที่เงินปอนด์สเตอร์ลิงของอังกฤษในฐานะสกุลเงินสำรองของโลก ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในประวัติศาสตร์ ดอลลาร์สหรัฐมีทองคำหนุนหลัง จนกระทั่งข้อตกลง Bretton Woods ในปี 1971 ที่ยกเลิกมาตรฐานทองคำ ปัจจัยเดี่ยวที่สำคัญที่สุดซึ่งส่งผลต่อมูลค่าของดอลลาร์สหรัฐคือนโยบายการเงิน ซึ่งกำหนดโดยเฟด (ธนาคารกลางสหรัฐ) เฟดมีพันธกิจ 2 ประการ ได้แก่ การรักษาเสถียรภาพด้านราคา (ควบคุมเงินเฟ้อ) และการส่งเสริมการจ้างงานเต็มที่ เครื่องมือหลักในการบรรลุเป้าหมายทั้งสองนี้คือการปรับอัตราดอกเบี้ย เมื่อราคาปรับตัวขึ้นเร็วเกินไปและเงินเฟ้อสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งช่วยหนุนมูลค่าของ USD แต่เมื่อเงินเฟ้อลดลงต่ำกว่า 2% หรืออัตราการว่างงานสูงเกินไป เฟดอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดัน Greenback ในสถานการณ์รุนแรง เฟดยังสามารถพิมพ์ดอลลาร์เพิ่มและดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ได้ QE คือกระบวนการที่เฟดเพิ่มการไหลเวียนของสินเชื่ออย่างมีนัยสำคัญในระบบการเงินที่ติดขัด นี่เป็นมาตรการนโยบายที่ไม่เป็นแบบแผน ซึ่งใช้เมื่อสินเชื่อแห้งเหือดเพราะธนาคารไม่ยอมปล่อยกู้ให้กันและกัน (จากความกลัวว่าคู่สัญญาจะผิดนัดชำระ) ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อการลดอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะให้ผลลัพธ์ที่จำเป็นได้ มาตรการนี้เป็นอาวุธหลักของเฟดในการต่อสู้กับภาวะสินเชื่อตึงตัวที่เกิดขึ้นระหว่างวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในปี 2008 โดยเฟดจะพิมพ์ดอลลาร์เพิ่มและนำไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเป็นหลักจากสถาบันการเงิน โดยทั่วไป QE มักนำไปสู่ดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง การคุมเข้มเชิงปริมาณ (QT) คือกระบวนการตรงกันข้าม โดยเฟดจะหยุดซื้อพันธบัตรจากสถาบันการเงิน และไม่นำเงินต้นจากพันธบัตรที่ถืออยู่ซึ่งครบกำหนดไปลงทุนซื้อใหม่ โดยปกติแล้วถือเป็นปัจจัยบวกต่อดอลลาร์สหรัฐ Source: Originally published on TMGM. Read the full article at TMGM → ### หุ้นไทยแกว่งตัวกรอบแคบ เงินเยนแข็งค่าสุดรอบ 6 เดือน | 8 ก.ย. 69 | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/6-or-8-69-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 แหล่งรวมคอนเทนต์ทุกรูปแบบ ข่าวร้อนทุกกระแส คลิปวิดีโอเด็ด ดูดวง ลอตเตอรี่ บันเทิง ไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว สุขภาพ กีฬา ไอที บิวตี้ ฯลฯ จากพันธมิตรคุณภาพ อัพเดต 8 กันยายน 2569 เวลา 21.58 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมาLoading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading...Loading... Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### การสนับสนุนจาก Trump และอุปสงค์ด้าน AI จะช่วยให้ Dell ยืนเหนือ $500 ได้หรือไม่? - tradersunion.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/trump-ai-dell-dollar500-tradersunioncom Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 การสนับสนุนจาก Trump และอุปสงค์ด้าน AI จะช่วยให้ Dell ยืนเหนือ $500 ได้หรือไม่? tradersunion.com JPMorgan ปรับเป้าราคาหุ้น Dell ขึ้นสู่ $635 จากแรงหนุน AI Investing.com Dell Technologies Inc (DELL) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 4.68% เมื่อวันที่ 3 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว การสนับสนุนจาก Trump และอุปสงค์ด้าน AI จะช่วยให้ Dell ยืนเหนือ $500 ได้หรือไม่?  tradersunion.comJPMorgan ปรับเป้าราคาหุ้น Dell ขึ้นสู่ $635 จากแรงหนุน AI  Investing.comDell Technologies Inc (DELL) หุ้น เคลื่อนไหว ขึ้น 4.68% เมื่อวันที่ 3 ก.ย.: ข้อเท็จจริงเบื้องหลังการเคลื่อนไหว  tradingkey.comBacklog AI ของ Dell มูลค่า 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์ อาจเป็นข่าวดีกว่าเดิมสำหรับกลุ่ม Memory  Moomooคาดการณ์หุ้น Dell: ผลประกอบการดีกว่าคาด, ยอดสั่งซื้อเซิร์ฟเวอร์ AI พุ่งสูงขึ้น, หุ้น DELL อาจปรับตัวขึ้นถึง $600  tradingkey.com Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ROLEX ร่วมกับ สถาบัน PHILLIPS เปิดประมูล COSMOGRAPH DAYTONA รุ่นพิเศษ 4 เรือน URL: https://onesiamsoft.com/articles/rolex-phillips-cosmograph-daytona-4 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 โรเล็กซ์ (Rolex) เปิดตัวนาฬิการุ่นเอ็กซคลูซีฟ จำนวน 4 เรือน ภายใต้โครงการ Perpetual Planet Initiative ซึ่งจะนำออกประมูลเพื่อการกุศล ผ่านความร่วมมือกับสถาบัน Phillips      โรเล็กซ์ (Rolex) เปิดตัวนาฬิการุ่นเอ็กซคลูซีฟ จำนวน 4 เรือน ภายใต้โครงการ Perpetual Planet Initiative ซึ่งจะนำออกประมูลเพื่อการกุศล ผ่านความร่วมมือกับสถาบัน Phillips       สำหรับนาฬิกาทั้ง 4 เรือนนี้มาในโมเดลนาฬิกา Cosmograph Daytona ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฤดูกาลทั้งสี่ มาพร้อมการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านการประดับอัญมณีของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น อย่างการเลือกใช้สีสันอัญมณี ไปจนถึงการตกแต่งพื้นผิวในรูปแบบเฉพาะ เพื่อเป็นการถ่ายทอดบรรยากาศและความงดงามอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฤดูกาลได้อย่างน่าสนใจ      และเพิ่มความพิเศษไปอีกขั้นเมื่อนาฬิกาทั้งสี่เรือนนี้จะนำออกประมูลแยกเป็น 4 รายการ โดยรายได้จากการประมูลจะนำไปสนับสนุนองค์กรสองแห่ง ได้แก่ มูลนิธิ Federer Foundation ที่ก่อตั้งโดย โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ซึ่งสนับสนุนการเรียนรู้ในช่วงปฐมวัยและการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กในแอฟริกาตอนใต้และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ องค์กร Re:wild โดยมี ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งมุ่งปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติทั่วโลก      ฌอง-เฟรเดริก ดูฟูร์ ระธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Rolex SA กล่าวว่า “ความเป็นเลิศที่แท้จริงไม่ได้วัดจากคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากผลกระทบเชิงบวกที่เราสามารถสร้างขึ้นให้กับโลกใบนี้ได้อีกด้วย”      การประมูลจะจัดขึ้น ณ กรุงลอนดอน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2026 โดยสถาบัน Phillips เป็นผู้ดำเนินการประมูล  นาฬิกาทั้ง 4 เรือน Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ทองคำผันผวนเปลี่ยนราคา 24 ครั้ง ทะยานปิดบวกแท่งละ 68,600 บาท URL: https://onesiamsoft.com/articles/24-68600 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สมาคมค้าทองคำ แจ้งการปรับเปลี่ยนราคาทองระหว่างวันในวันนี้(8 ก.ย.69) ราคาปรับขึ้น 50 บาทจากวันก่อน โดยราคามีการเปลี่ยนแปลง 24 ครั้ง ซึ่ง.... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ATLUS แง้มสักวันหนึ่งก็คงจะต้องทำ Persona 1 และ 2 เวอร์ชันรีเมค - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/atlus-persona-1-2-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ATLUS แง้มสักวันหนึ่งก็คงจะต้องทำ Persona 1 และ 2 เวอร์ชันรีเมค Thisisgame Thailand ATLUS แง้มสักวันหนึ่งก็คงจะต้องทำ Persona 1 และ 2 เวอร์ชันรีเมค  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### ครม.ไฟเขียวกฎหมายหนุนสตาร์ทอัพ เปิดทางขายหุ้น-อัดฉีดทุน - Thunhoon URL: https://onesiamsoft.com/articles/thunhoon-40 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ครม.ไฟเขียวกฎหมายหนุนสตาร์ทอัพ เปิดทางขายหุ้น-อัดฉีดทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### สรุปร่างแผน PDP 2026 เล็งเลือก ‘Scenario 4 ไฮบริด’ URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-scenario-4 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สนพ.เปิดรับฟังร่าง PDP 2026 มุ่งพลังงานสะอาด-Net Zero รับคลื่นทุน Data Center และ EV ปักหมุดนำร่องโรงไฟฟ้า SMR 9,000 เมกะวัตต์ สนพ.เปิดฟังเสียงประชาชน ถกร่าง PDP 2026 มุ่งพลังงานสะอาด-Net Zero ดึงดูดการลงทุนระดับโลก รับคลื่นทุน Data Center และ EV ปักหมุดนำร่องโรงไฟฟ้า SMR 9,000 เมกะวัตต์ พร้อมดันฉากทัศน์ไฮบริด (Scenario 4) ขยายพลังงานหมุนเวียน 73% ควบคู่เทคโนโลยี CCS และวางกรอบคุมค่าไฟเฉลี่ยตลอดแผนไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย ประเด็นสำคัญ ย้ำคัดกรองกลุ่ม Data Center เดินหน้า SMR 9,000 เมกะวัตต์ ‘กฟผ.’ นำร่อง ค่าไฟ 3.88 บาท บวกค่าพรีเมียมกลุ่มใช้ไฟสะอาด รุก ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’ ขยาย DPA-TPA รับฟังความเห็นทั่วประเทศ ก่อนคลอดแผนภายใน 1- 2 เดือน ผ่า 4 ฉากทัศน์ PDP ใหม่ เขย่าพลังงานสะอาด รับมือพลังงานหมุนเวียนผันผวน ป้องกันวิกฤตไฟดับ สแกนกลุ่ม Data Center ยืดอายุโรงไฟฟ้าพื้นที่ EEC วันที่ 8 ก.ย. ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP 2026) ว่า การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยหัวใจสำคัญของแผนฉบับนี้คือการตอบโจทย์ ‘พลังงานสะอาด’ และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็น Low Carbon และไม่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในห่วงโซ่การผลิต ย้ำคัดกรองกลุ่ม Data Center ประเสริฐ กล่าวอีกว่า หนึ่งในความท้าทายใหม่คือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมียอดแจ้งความประสงค์ขอใช้ไฟฟ้าเข้ามาสูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอาจต้องมีกระบวนการคัดกรอง Data Center ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจริงๆ เช่น กลุ่ม AI Industry Foundation ในด้านกำลังการผลิต ในระยะสั้นประเทศไทยมีระดับสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) ที่เพียงพอประมาณ 25% แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ ระบบส่งและสายจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายตัวที่รวดเร็ว โดยคาดว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 3-7 แสนล้านบาทในการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid) และการติดตั้งอุปกรณ์รักษาสถียรภาพความถี่ (Synchronous Condenser) ซึ่งจะใช้เงินลงทุนจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง เดินหน้า SMR 9,000 เมกะวัตต์ ‘กฟผ.’ นำร่อง เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง แผน PDP 2026 จึงได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR – Small Modular Reactor) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกหลัก โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะมีกำลังผลิตรวมสูงสุดถึง 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2050 “SMR คือคำตอบของพลังงานสะอาดที่เป็น Base Load มีความเสถียรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตัวโรงไฟฟ้ามีขนาดเล็กและมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ Passive ที่สามารถคูลดาวน์ตัวเองได้” ประเสริฐ กล่าว ทั้งนี้ โครงการแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ จะมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ริเริ่มนำร่องเพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและการกำกับดูแลภายใต้หลักเกณฑ์ของ IAEA ก่อนที่จะพิจารณาเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต ค่าไฟ 3.88 บาท บวกค่าพรีเมียมกลุ่มใช้ไฟสะอาด สำหรับทิศทางราคาค่าไฟฟ้าภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน รวมถึงสัดส่วนเชื้อเพลิงผสมผสาน (Fuel Mix) ตั้งเป้าจะควบคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนให้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดคุณภาพสูง (Premium Clean Energy) เช่น Data Center อาจต้องยอมรับโครงสร้างราคาที่สะท้อน ต้นทุนการผลิตที่แท้จริงซึ่งอาจสูงกว่าภาคประชาชนทั่วไป ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีโจทย์ใหม่ที่สำคัญคือการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก (Tech Company) ที่ต้องการเข้ามาจัดตั้ง Data Center และอุตสาหกรรม AI ในประเทศไทย ธุรกิจเหล่านี้มีความต้องการใช้พลังงานมหาศาล และที่สำคัญต้องเป็นพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและความมั่นคงสูงเพื่อตอบโจทย์เงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนระดับสากล “แผน PDP 2026 นี้ต้องตอบโจทย์เรื่องการลดการ ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 เพราะหากเราทำไม่ได้ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ประเสริฐ กล่าว ทั้งนี้ แผน PDP 2026 จะมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยนทุก 2-3 ปีตามสถานการณ์เทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หากเทคโนโลยี SMR เกิดความล่าช้า ภาครัฐก็มีแผนสำรองโดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนบวกระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Gas + CCS) เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานที่มั่นคง สะอาด ราคาเหมาะสมอย่างยั่งยืน รุก ‘เปิดเสรีไฟฟ้า’ ขยาย DPA-TPA หนึ่งในประเด็นสำคัญของร่างแผน PDP ฉบับใหม่ คือนโยบายการเปิดเสรีภาคไฟฟ้า โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้ให้แนวทางในการขยายสัดส่วนการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) จากเดิม 2,000 เมกะวัตต์ ให้ครอบคลุมไม่เพียงแต่ Data Center เท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมเรื่อง Third Party Access (TPA) เพื่อเปิดให้มีการใช้โครงข่ายไฟฟ้าของรัฐในการส่งจ่ายไฟฟ้า และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพลังงานย้ำว่าโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) จะต้องมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้เฉพาะช่วงกลางวัน จากการติดตามข้อมูลการใช้ไฟฟ้า พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเกิดช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. เนื่องจากในช่วงกลางวันมีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ใช้เองเป็นจำนวนมาก แผน PDP ฉบับใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับความเสถียรของ ระบบไฟฟ้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ภายใต้หลักการเปิดแล้วติดทันที รับฟังความเห็นทั่วประเทศ ก่อนคลอดแผนภายใน 1- 2 เดือน แผน PDP 2026 เป็นแผนของคนไทยทุกคน จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และภาคประชาชน ร่วมให้ข้อเสนอแนะอย่างเต็มที่ในช่วงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จะดำเนินไปหลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้แผนที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ ผ่า 4 ฉากทัศน์ PDP ใหม่ เขย่าพลังงานสะอาด ด้านวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนต่อร่างแผน PDP 2026 เพื่อพิจารณาเลือกฉากทัศน์ (Scenario) ที่เหมาะสมที่สุด โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการและ สนพ. มีแนวโน้มเห็นชอบ ‘กรณีที่ 4’ (Scenario 4) ซึ่งเป็นรูปแบบทางสายกลางแบบไฮบริด เนื่องจากมีความสมดุลทั้งในด้านต้นทุนค่าไฟฟ้า ความมั่นคงของระบบ และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ โดยแผน PDP ใหม่มีการรันโมเดลเปรียบเทียบทั้งหมด 4 ฉากทัศน์ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานของประเทศลงเหลือ 19 ล้านตัน จากระดับปกติที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 121 ล้านตัน ดังนี้ กรณีที่ 1 (BAU) ดำเนินการตามมาตรการปกติ ขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 65% และฟอสซิล 35% ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนลดลงเหลือ 66 ล้านตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในภาพรวมที่กำหนดให้ภาคพลังงานต้องลดการปล่อยคาร์บอนลงเหลือเพียง 19 ล้านตัน กรณีที่ 2 ต่อยอดจากกรณีแรกโดยเพิ่มการลงทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) 100% สัดส่วนเชื้อเพลิงคงเดิมที่ 65:35 แต่มีต้นทุนค่า CCS เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง กรณีที่ 3 มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียน (RE) สุดโต่งถึง 89% โดยไม่ใช้เทคโนโลยี CCS เลย ซึ่งจะต้องพึ่งพาโซลาร์และลมเป็นหลัก ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติลดลงเหลือเพียง 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะกระทบต่อโครงสร้างท่อส่งก๊าซและสถานีรับจ่ายก๊าซ (LNG Terminal) ที่จัดเตรียมไว้ กรณีที่ 4 (ไฮบริด) ผสมผสานระหว่างกรณีที่ 2 และ 3 โดยขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนขึ้นเป็นประมาณ 73% ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี CCS มาใช้บางส่วน ฉากทัศน์นี้จะช่วยรักษาระดับการใช้ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยให้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณก๊าซในอ่าวที่มีอยู่ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากเกินไป “ส่วนใหญ่เห็นชอบกรณี 4 เพราะอยู่ตรงกลาง ได้ทดลองใช้เทคโนโลยี CCS ตามกรอบแผนระยะยาวเพื่อลดโลกร้อนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ขึ้นอย่างเหมาะสม” วัฒนพงษ์ กล่าว ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนทั้ง 4 ฉากทัศน์จะอยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่อาจมีการปรับทบทวนตามนโยบายและปัจจัยแวดล้อม ซึ่งในช่วงปลายแผนอาจขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 4.50-4.60 บาทต่อหน่วย รับมือพลังงานหมุนเวียนผันผวน ป้องกันวิกฤตไฟดับ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ในระดับสูง คือความผันผวนของระบบ ซึ่ง สนพ. ได้ถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาในต่างประเทศ เช่น สเปน ที่มีสัดส่วน RE สูงจนเกิดความกังวลด้านเสถียรภาพระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แผน PDP ใหม่จึงต้องบรรจุนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ (Smart Grid) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) นอกจากนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะต้องลงทุนในอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพกำลังไฟฟ้า เช่น Synchronous Condenser และ Statcom เพื่อรักษาความถี่และแรงดันไฟฟ้าไม่ให้ผันผวนรุนแรงเมื่อพลังงานหมุนเวียนวูบวาบ พร้อมทั้งผลักดันระบบ Demand Response (DR) หรือการตอบสนองด้านโหลดอัจฉริยะ ร่วมกับระบบโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant: VPP) จากแบตเตอรี่และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รวมกว่า 14,000 เมกะวัตต์ เพื่อบริหารจัดการการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สแกนกลุ่ม Data Center อีกหนึ่งปัจจัยเร่งสำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่ม Data Center ซึ่ง สนพ. ได้ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ (ตั้งแต่ 6,000 เมกะวัตต์, 8,800 เมกะวัตต์ ไปจนถึงเกือบ 20,000 เมกะวัตต์) แต่เลือกใช้ตัวเลขคาดการณ์ระดับกลางที่ 8,800 เมกะวัตต์ มาใช้ในการรันแผน PDP โดยปริมาณไฟฟ้านี้เป็นการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกใช้วิธีผลิตไฟฟ้าเอง ติดตั้งแบตเตอรี่เอง หรือทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งนโยบายปัจจุบันของรัฐมนตรียังไม่อนุมัติให้ซื้อขายกันโดยตรงนอกระบบสายส่งหลักเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพโดยรวม ยืดอายุโรงไฟฟ้าพื้นที่ EEC ด้านการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในช่วงเปลี่ยนผ่าน แผน PDP ระบุถึงมาตรการขยายอายุการใช้งานโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและถ่านหินบางแห่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ออกไปเป็นการชั่วคราว ทั่วไปจะขยายราว 5-6 ปีเนื่องจากโรงไฟฟ้าใหม่ก่อสร้างไม่ทันกำหนด ขณะเดียวกันพื้นที่ภาคใต้ที่มีอัตราการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยว จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เพื่อค้ำระบบ ความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 2 โรง กำลังผลิตรวมประมาณ 1,400 เมกะวัตต์ เฉลี่ยโรงละ 700 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ กฟผ. และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เร่งจัดตั้งศูนย์พยากรณ์พลังงานหมุนเวียน (RE Forecast) เพื่อคาดการณ์การผลิตไฟฟ้าล่วงหน้าเป็นรายวัน (Day-ahead) และรายชั่วโมง เพื่อเตรียมโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติให้พร้อมเดินเครื่องทดแทนได้ทันทีในระดับวินาที รวมถึงการปรับปรุงสายจำหน่ายรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ตามบ้านเรือนเพื่อป้องกันปัญหาหม้อแปลงระเบิดหรือไฟดับท้ายซอย ภาพ: Joop Hoek/ Shutterstock Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### หลุด 4 ฟีเจอร์ใหม่ Apple Watch Ultra 4 และ Apple Watch Series 12 ที่พบในโค้ด watchOS 27 และ iOS 27 URL: https://onesiamsoft.com/articles/4-apple-watch-ultra-4-apple-watch-series-12-watchos-27-ios-27 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 โค้ดใน watchOS 27 แล โค้ดใน watchOS 27 และ iOS 27 เวอร์ชัน Beta ชี้ให้เห็นว่า Apple Watch Ultra 4 และ Apple Watch Series 12 จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ 4 อย่าง อ้างอิงจากแหล่งข่าวเดียวกันที่ออกมาเปิดเผย 5 ฟีเจอร์กล้องของ iPhone 18 Pro Readiness: แอปพลิเคชันใหม่สำหรับ Apple Watch ซึ่งในโค้ดระบุชื่อว่า Readiness และดูเหมือนว่าตัวเรียกใช้งานแอปใน watchOS 27 จะบรรจุแอปนี้ไว้ในหน้าจอโฮมเป็นค่าเริ่มต้นต่อจากแอป Workout ทันที และแอป Watch บน iOS 27 ก็มีการอ้างอิงถึงแอป Readiness ในระบบการจัดเรียงไอคอนบนหน้าจอโฮมเช่นกัน ชื่อและตำแหน่งที่วางอยู่ถัดจากแอป Workout บ่งชี้ว่า Apple กำลังเตรียมฟีเจอร์ที่เน้นเรื่องความพร้อมของร่างกาย หรือการฟื้นฟูร่างกาย ที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับ Apple Watch Richer strength workouts: Apple ขยายขีดความสามารถในการบันทึกข้อมูลสุขภาพเชิงลึก เช่น จำนวนเซ็ต จำนวนครั้ง น้ำหนักที่ใช้ อุปกรณ์ที่ใช้ ฝั่งของร่างกายที่ออกกำลังกาย และ ระยะเวลา New optical-sensing system: ระบบเซ็นเซอร์ใหม่ใช้ชื่อว่า “Sunstone4p0” ซึ่งมีค่าสัญญาณรบกวนต่ำกว่าเดิม และรองรับการเลือกช่องสัญญาณโดยอิงจากตำแหน่งการสวมใส่ที่ข้อมือ รวมถึงทิศทางการวางนาฬิกา อาจบ่งชี้ถึงการปรับปรุงฮาร์ดแวร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจใน Apple Watch รุ่นใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การอ่านค่าแม่นยำขึ้น ในกรณีที่สัญญาณชีพจรสะท้อนกลับมีกำลังอ่อน และสามารถปรับรูปแบบการตรวจวัดให้เหมาะสมกับตำแหน่งการสวมใส่นาฬิกาได้ 128GB storage: หน่วยความจำแบบ NAND ที่เชื่อมโยงกับชิป T8320 สำหรับ Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 อาจระบุว่า Apple Watch รุ่นใหม่ในปีนี้ จะมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 128GB เพิ่มขึ้นจากรุ่นปัจจุบันที่มีความจุ 64GB ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### ITOCHU หารือ ‘ศุภจี-วราวุธ’ ยกระดับหุ้นส่วนไทย–ญี่ปุ่น ร่วมสร้างอุตสาหกรรมอนาคต | The Bangkok Insight | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu-or-the-bangkok-insight-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ITOCHU เข้าหารือ &quot;ศุภจี-วราวุธ&quot; เพิ่มโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นางศุภจี ... ITOCHU เข้าหารือ "ศุภจี-วราวุธ" เพิ่มโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับนายเคอิตะ อิชิอิ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ITOCHU Corporation พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย-ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของ ITOCHU Corporation เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน ตลอดจนโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตITOCHUนางศุภจีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็น หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลกทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การ ร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลกในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลกขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้สำหรับสาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคต รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้นนอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้าน ยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคตฝ่ายญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้นอกจากนี้ รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทยความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่นในระยะต่อไป ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นทั้งนี้ ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นให้ก้าวจากการลงทุนและการผลิต ไปสู่การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลกอ่านข่าวเพิ่มเติมเฮ!! ญี่ปุ่นปักหลักลงทุนไทยต่อเนื่อง อัปเกรดฐานผลิต รับเทคโนโลยีใหม่'นายกรัฐมนตรี' สยบข่าวลือทุนญี่ปุ่นย้ายฐาน ยืนยันรัฐบาลไม่ทิ้งมิตรเก่า!'โตโยต้า' ทุ่มเพิ่ม 9.3 พันล้าน ลุยผลิต 'ไฮบริด-อีวี' ในเวียดนาม สู้ศึก 'วินฟาสต์-บีวายดี'ติดตามเราได้ที่เว็บไซต์:https://www.thebangkokinsight.com/Facebook:https://www.facebook.com/TheBangkokInsightX: https://twitter.com/BangkokInsightInstagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### จีนยอดการส่งออกเดือนส.ค. พุ่ง การค้าเฟื่องฟู ก่อนหน้าซัมมิตทรัมป์-สีจิ้นผิงที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนนี้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788870988423 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ยอดการนำเข้าและการส่งออกสินค้าประจำเดือนสิงหาคมของจีนพุ่งสูง ตอกย้ำการเติบโตทางการค้าที่ยังคงแข็งแกร่ง หลังจากจีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 หน้าหลัก จีน ข่าวประจำวัน เศรษฐกิจ - ธุรกิจ  จีนยอดการส่งออกเดือนส.ค. พุ่ง การค้าเฟื่องฟู ก่อนหน้าซัมมิตทรัมป์-สีจิ้นผิงที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนนี้ เผยแพร่: 8 ก.ย. 2569 17:07   ปรับปรุง: 8 ก.ย. 2569 17:07   โดย: ผู้จัดการออนไลน์ ยอดการนำเข้าและการส่งออกสินค้าประจำเดือนสิงหาคมของจีนพุ่งสูง ตอกย้ำการเติบโตทางการค้าที่ยังคงแข็งแกร่ง หลังจากจีนมีดุลการค้าเกินดุลสูงเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 สำนักงานศุลกากรจีนระบุว่า การส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วและเร่งตัวขึ้นจากอัตราการเติบโตร้อยละ 23.9 ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.2 ซึ่งเติบโตเร็วกว่าเดือนกรกฎาคมที่ร้อยละ 27.5 การค้าของจีนที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ ส่วนใหญ่ได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์( AI ) ทั่วโลก ซึ่งกระตุ้นความต้องการผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี โดยต่างประเทศมีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเติบโตของAI เพิ่มสูงขึ้น ตามข้อมูลของสำนักงานศุลกากรจีนนั้น ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงสิงหาคม มูลค่าการส่งออกคอมพิวเตอร์และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 49.4 และมูลค่าการส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 53.2 ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าสะสมของจีนจนถึงสิ้นเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 805,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสูงกว่าสถิติของปีที่แล้ว โดยการส่งออกที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งไปยังสหภาพยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา ช่วยชดเชยการส่งออกไปยังสหรัฐฯที่ลดลงอย่างมาก เนื่องจากผลกระทบจากสงครามภาษี สำหรับการส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯในเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และสูงกว่าในเดือนกรกฎาคมซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 17 ตัวเลขการค้าที่เฟื่องฟูล่าสุดนี้ปรากฏขึ้น ก่อนหน้าการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิงกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นที่สหรัฐฯในเดือนนี้ จึงมีการจับตาดูกันว่าทรัมป์จะเคลื่อนไหวอย่างไรเพื่อหยุดยั้งการขาดดุลการค้ากับจีน จาง จื้อเหว่ย ประธานและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Pinpoint Asset Management ระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในการประชุม G20 ว่า สหรัฐฯกังวลในเรื่องความไม่สมดุลทางการค้ากับจีนชาติเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทั้งสองเคยทำสงครามภาษีตอบโต้กันดุเดือดในปีที่แล้วโดยต่างฝ่ายต่างเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูงลิ่ว จนกระทั่งยอมสงบศึกกันเมื่อปลายปีที่แล้ว หลังจากที่จีนจำกัดการส่งออกแร่หายากไปยังสหรัฐฯที่มา : เอเอฟพี --> Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เปิดร่างแผน PDP 2026 ช่วง 12 ปีแรก ชู โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงใหม่เสริมความมั่นคงระบบกว่า 9,100 เมกะวัตต์ - Energy News Center URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-12-9100-energy-news-center Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เปิดร่างแผน PDP 2026 ช่วง 12 ปีแรก ชู โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงใหม่เสริมความมั่นคงระบบกว่า 9,100 เมกะวัตต์ Energy News Center สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด Thai PBS สนพ. กางร่าง PDP2026 วางกำลังผลิตใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ ดันพลังงานสะอาดแตะ 6 เปิดร่างแผน PDP 2026 ช่วง 12 ปีแรก ชู โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงใหม่เสริมความมั่นคงระบบกว่า 9,100 เมกะวัตต์  Energy News Centerสนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด  Thai PBSสนพ. กางร่าง PDP2026 วางกำลังผลิตใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ ดันพลังงานสะอาดแตะ 65% ปี 2593 | การเงินธนาคาร  LINE TODAY7 ปีที่รอ จ่อคลอด ‘แผนพลังงานชาติ’ ฉบับใหม่ ใช้พ.ย.นี้ ค่าไฟเฉลี่ย 3.88 บาท SMR 9,000 เมกะวัตต์  dailynews.co.thBGRIM ชูแผน 3 เฟส เตรียมไฟสูงสุด 3,000 MW รับดาต้าเซ็นเตอร์ โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 25 บาท  ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### เผย 5 ฟีเจอร์ใหม่ ที่พบในกล้องของ iPhone 18 Pro อ้างอิงจาก iOS 27 URL: https://onesiamsoft.com/articles/5-iphone-18-pro-ios-27 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 โค้ดใน iOS 27 เวอร์ช โค้ดใน iOS 27 เวอร์ชัน Beta ชี้ให้เห็นว่ากล้องของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะได้รับฟีเจอร์ใหม่ 5 อย่าง Exposure scopes: แอปกล้องใน iOS 27 สามารถแสดงกราฟรูปคลื่น หรือ ฮิสโตแกรม เพื่อช่วยประเมินค่าแสงขณะถ่ายภาพ โดยฮิสโตแกรมจะแสดงสัดส่วนของภาพที่มืดเกินไป สว่างเกินไป หรืออยู่ในระดับปกติ ส่วนกราฟรูปคลื่นจะแสดงข้อมูลในลักษณะเดียวกัน แต่จัดเรียงตำแหน่งให้ตรงกับพื้นที่จริงในเฟรมภาพ Focus peaking และ Highlight warnings: แสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซ้อนทับบนหน้าจอพรีวิวของกล้อง โดย Focus peaking จะเน้นขอบของวัตถุที่อยู่ในระยะโฟกัสคมชัดด้วยเส้นขอบสี ส่วน Highlight warnings จะแจ้งเตือนเมื่อมีบางส่วนของภาพสว่างจ้าเกินไป โดยแสดงผลเป็นสีทึบ สีที่กะพริบ ลายเส้นทแยงมุม หรือลายตารางหมากรุก Repeated self-timer shots: แอปกล้องใน iOS 27 เพิ่มความสามารถในการถ่ายภาพแบบตั้งเวลาต่อเนื่องหลายภาพแทนที่จะถ่ายเพียงภาพเดียว โดยหลังจากถ่ายเสร็จแต่ละภาพ ระบบจะเริ่มนับถอยหลังใหม่ทันที โดยไม่ต้องรอให้บันทึกภาพก่อน ทำให้สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้อย่างรวดเร็ว Manual focus: ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าและล็อกระยะโฟกัสด้วยตนเอง คล้ายกับที่มีอยู่ในแอป Final Cut Camera ของ Apple ก่อนหน้านี้เคยมีแถบเลื่อนปรับโฟกัสใน iOS 26 แต่ถูกถอดออกไปใน iOS 27 เวอร์ชัน Beta 1 อย่างไรก็ตาม โค้ดเบื้องหลังสำหรับการล็อกโฟกัสยังคงมีอยู่ แต่ Apple จำกัดการใช้งานไว้เฉพาะอุปกรณ์ที่มาพร้อมกับ iOS 27 หรือใหม่กว่าเท่านั้น จึงไม่สามารถใช้งานบน iPhone รุ่นปัจจุบันได้ Aperture-based image correction: คาดว่าฟีเจอร์นี้อาจเกี่ยวข้องกับ iPhone รุ่นใหม่ ที่มีรูรับแสงแบบปรับได้ ซึ่งสามารถขยายหรือหดขนาดช่องรับแสงได้ตามสภาพแสงรอบข้าง โดย iOS 27 สามารถปรับการแก้ไขภาพตามค่ารูรับแสงที่ตั้งไว้ ด้วยการผสมผสานข้อมูลจากจุดอ้างอิงสูงสุด 4 จุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่นุ่มนวลและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้ง 5 ฟีเจอร์ข้างต้น ถูกพบในโค้ดใน iOS 27 เวอร์ชัน Beta แต่ไม่สามารถใช้งานได้ และไม่มีความชัดเจนว่า ในอนาคต Apple จะเปิดใช้งานทั้งหมด หรือเปิดใช้งานบางฟีเจอร์เท่านั้น ที่มา – MacRumors Source: Originally published on Flashfly Dot Net. Read the full article at Flashfly Dot Net → ### Don't Nod ส่งสัญญาณว่าอาจไม่มีเงินทุนมากพอ ให้ไปต่อในปี 2027 และเตรียมปลดพนักงาน 90 ราย | GamingDose URL: https://onesiamsoft.com/articles/dont-nod-2027-90-or-gamingdose Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ก่อนหน้านี้ผู้สอบบัญชีของ Don't Nod เคยออกมาเตือนว่า บริษัทอาจมีทุนดำเนินกิจการเพียงพอถึงแค่เดือนพฤศจิกายน 2026 เท่านั้น หลังจากที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง Tencent Don’t Nod สตูดิโอฝรั่งเศสผู้สร้าง Life is Strange, Vampyr และ Lost Records: Bloom & Rage ประกาศเตือนในรายงานการเงินครึ่งแรกของปี 2026 ว่า บริษัทอาจไม่มีเงินทุนพอให้ดำเนินกิจการหลังสิ้นเดือนมกราคม 2027 เนื่องจากกระแสเงินสดลดลงอย่างต่อเนื่องและประสบกับภาวะขาดทุนสะสม ในประกาศดังกล่าวระบุว่า ผลงานล่าสุดอย่าง Aphelion และโปรเจกต์ P14 ที่ยังไม่เปิดตัว ไม่ประสบความสำเร็จในการระดมทุน ทางบริษัทจึงต้องพิจารณาปลดพนักงานราว 90 ตำแหน่ง และปรับโฟกัสการผลิดเกมให้เหลือเพียง 1 โปรเจกต์เท่านั้น ก่อนหน้านี้ผู้สอบบัญชีของ Don’t Nod เคยออกมาเตือนว่า บริษัทอาจมีทุนดำเนินกิจการเพียงพอถึงแค่เดือนพฤศจิกายน 2026 เท่านั้น หลังจากที่ผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง Tencent ปฏิเสธการเพิ่มเงินทุนระยะสั้น และรายงานนี้ก็เป็นการย้ำเตือนว่าผู้สร้างเกมรายนี้กำลังประสบกับความท้าทายด้านการเงินอย่างหนัก Source: Originally published on GamingDose. Read the full article at GamingDose → ### ยศชนันชง ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. สตาร์ทอัพ ปลดล็อกกฎหมายแก้ปัญหาระดมทุน-สมองไหล URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788869793026 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 กระทรวง อว. เตรียมเสนอ STARTUP ACT เข้า ครม. เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายและขับเคลื่อนระบบนิเวศสตาร์ทอัพไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน วันนี้ (8 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. เตรียมนำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (STARTUP ACT) เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศนวัตกรรม ปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายให้สตาร์ทอัพไทยเติบโตยั่งยืน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ยกร่างโดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สศก.) มีสาระสำคัญคือการแก้ไขข้อจำกัดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เดิม เพื่อลดอุปสรรคการระดมทุนและแก้ปัญหาเงินทุนไทยไหลออกต่างประเทศ พร้อมกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ ทั้งรับรอง สนับสนุน และประสานงาน โดยมีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ เพื่อให้หน่วยงานกำกับดูแลทำงานสอดประสานกัน ลดอุปสรรคระบบราชการ ทั้งนี้ สตาร์ทอัพที่ได้รับการรับรองจะได้รับสิทธิประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี และกลุ่มเทคโนโลยีเชิงลึก อาจได้รับการขยายเวลาสูงสุดรวม 10 ปี ด้าน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวถึงความพร้อมว่า NIA เตรียมยกระดับเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงข้อมูลโครงการ แหล่งเงินทุน และตรวจสอบคำรับรองสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ซึ่งช่วยสร้างโอกาสกระตุ้นการลงทุน ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลที่ต้องการสร้างสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มุ่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายหลายประเด็น ได้แก่ เครื่องมือระดมทุนและโครงสร้างการเงิน เพื่อรองรับการออกหุ้นกู้แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ, อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเอง เพื่อจัดสรรเป็นหุ้นจูงใจ (ESOP) ดึงดูดบุคลากรศักยภาพสูง (Talent) และรองรับการแปลงหนี้เป็นทุน มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เพื่อลดหย่อนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี, การดึงดูดผู้เชี่ยวชาญต่างชาติและบุคลากรทักษะสูงผ่านกฎหมายคนเข้าเมืองและการทำงานของคนต่างด้าว, การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย รวมถึงการเปิดโอกาสให้เข้าถึงตลาดภาครัฐผ่านมาตรการจัดซื้อจัดจ้าง TAGS:   Source: Originally published on THE STANDARD. Read the full article at THE STANDARD → ### วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด หรือ 0.19% - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/162189-307-019percent-efinancethai Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด หรือ 0.19% efinanceThai ภาวะตลาดหุ้นไทย ปิดพุ่ง 23.24 จุด DELTA ขานรับอนาคต AI-Data Center แรงซื้อต่างชาติรีเทิร์น เก็งพรุ่งนี้ไซด์เวย์อัพ RYT9 หุ้นไทย ปิดบวก 3.07 จุด รับแรงหนุนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ รอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ | วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,621.89 จุด เพิ่มขึ้น 3.07 จุด หรือ 0.19%  efinanceThaiภาวะตลาดหุ้นไทย ปิดพุ่ง 23.24 จุด DELTA ขานรับอนาคต AI-Data Center แรงซื้อต่างชาติรีเทิร์น เก็งพรุ่งนี้ไซด์เวย์อัพ  RYT9หุ้นไทย ปิดบวก 3.07 จุด รับแรงหนุนกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ รอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ | การเงินธนาคาร  LINE TODAYหุ้นไทยเปิดบวก 6.15 จุด กลุ่มพลังงานต้นน้ำรับอานิสงส์สงคราม  เดลินิวส์พลังเดลต้าดันดัชนี  ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### VOGUE SCOOP | เปิดลิสต์แบรนด์แฟชั่นมาแรงที่สาวเอเชียห้ามพลาด กับคอลเล็กชั่นเอ็กซ์คลูซีฟบน Lazada 9.9 URL: https://onesiamsoft.com/articles/vogue-scoop-or-lazada-99 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ทั้งหมดนี้คือ 9 แบรนด์แฟชั่นที่ VOGUE x Lazada 9.9 คัดมาแล้วว่ามาแรงที่สุดในเอเชียตอนนี้ และสาวๆ สายแฟ(ชั่น) ฝั่งเอเชียก็ไม่ควรพลาด สามารถตามไปช็อปและมิกซ์แอนด์แมตช์ในสไตล์ตัวเองกันได้ที่ Lazada 9.9      หลังจากที่ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญของภูมิภาค “เอเชีย” ในฐานะของศูนย์กลางเทรนด์แฟชั่นระดับโลก พร้อมอัปเดต 5 เทรนด์แฟชั่นมาแรงของฝั่งเอเชียกับโว้กประเทศไทยไปแล้ว พร้อมเตรียมตัวตามไปช็อปกันที่ Lazada 9.9 ที่กำลังจะมาถึง ครั้งนี้โว้กประเทศไทยยังขอตอกย้ำ 5 เทรนด์แฟชั่นมาแรง ทั้ง Boho, But Make It Asian / The New Urban Athlete / Statement Prints, Maximum Personality / Soft Layers, Smart Styling และ Active Allure ด้วยการพาทุกคนไปเจาะลึกแบรนด์แฟชั่นมาแรงของเหล่าสาวเอเชียที่ถูกเลือกให้อยู่บนแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษ กับคอลเล็กชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สาวสายแฟ(ชั่น) สามารถตามไปเจอกันได้ที่ Lazada 9.9 เท่านั้น     lookbooklookbook      แบรนด์สัญชาติไทยที่มีอายุยาวนานมากกว่า 16 ปีแบรนด์นี้ ถูกพูดถึงอย่างเป็นวงกว้างในหมู่สาวเอเชียที่รักสไตล์การแต่งตัวแบบ Femininity กับเหล่าเสื้อผ้าไอเท็มที่ให้ความรู้สึกหวานละมุน แต่ไม่เลี่ยนจนเกินไป ยังสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ตามสไตล์ของตัวเอง สำหรับ Lazada 9.9 แบรนด์ได้เปิดตัวคอลเลกชันเอ็กซ์คลูซีฟ ‘FLOWER PLAYLIST’ คอลเล็กชั่นพิเศษฉลองครบรอบ 16 ปี ที่ถ่ายทอดตัวตนและสไตล์ของ อิ้งค์ วรันธร ผ่านการผสมผสานระหว่างดอกไม้ เสียงเพลง และแฟชั่น ซึ่งถูกนำมาตีความต่อในแฟชั่นเซ็ตพิเศษนี้ ผ่านลุคของ โยชิ กับเสื้อครอปดีเทลระบายจับคู่กางเกงลายดอกไม้ และลุคสุด Gen Z ของ มิ้ลค์ ในเดรสฉลุลายลูกไม้ที่เติมกลิ่นอายเฟมินีนให้กับเทรนด์ “Boho, But Make It Asian” ที่โว้กหยิบมาอัปเดตให้ชมกันก่อนหน้านี้ พร้อมตามไป Get The Look จากคอลเลกชันนี้กันต่อได้ที่ Lazada 9.9      Endless Holiday      หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นไทยที่มีดีเอ็นเอโดดเด่น กับการดึงเอาคาแร็กเตอร์การ์ตูนสุดไอคอนิกมาร่วมงาน สร้างสรรค์เป็นคอลเล็กชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สร้างไวรัลบนโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่องให้เหล่าสายแฟ(ชั่น)ได้ตามเก็บสะสมกันยกใหญ่ เช่นเดียวกับโททัลลุคลวดลายคิตตี้ในแฟชั่นเซ็ต VOGUE x Lazada 9.9 ครั้งนี้ ที่สะท้อนกลิ่นอายความสนุกในแบบสาวเอเชีย ที่เป็นแฟนตัวยงของคาแร็กเตอร์ในตำนานจากวัฒนธรรมป็อปของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดสกรีนลายคิตตี้ขนาดใหญ่ ไปจนถึงกระโปรงยาวระบายหลายเลเยอร์ ประดับลวดลายโบว์คิตติ้ และกางเกงยีนส์พิมพ์ลายคาแร็กเตอร์คิตตี้ ที่ไม่ว่าใครเห็นก็อยากหามาแมตช์กับสไตล์ของตัวเองกันทั้งนั้น สะท้อนเทรนด์สุดสนุกอย่าง Statement Prints, Maximum Personality ที่อนุญาตให้สาวๆ ได้เป็นตัวเองถึงขั้นสุด      ตามมาด้วยแบรนด์ FABRIQUE.CO แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทย ที่เป็นที่ถูกใจของหญิงสาวที่ต้องการเพิ่มเติมความเซ็กซี่ ขี้เล่น และมีลูกเล่นแตกต่าง โดดเด่นด้วยงานกลิตเตอร์และเมทัลลิก อย่างที่เห็นบนเสื้อสไตล์ Camisole บนโททัลลุคของมิ้ลค์ ซึ่งถูกนำมาจับคู่กับกางเกงยีนส์ติดกลิ่นอายกรันจ์เล็กๆ นอกจากนี้ยังมีแบรนด์  paloystudio ที่มาพร้อมกับเสื้อผ้าดีเทลน่ารักกรุบกริบในโทนสีพาสเทล ที่เหมาะกับสาวเอเชียเป็นที่สุด หนึ่งในแบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่เป็นไวรัลและครองใจสาวไทยยุคนี้ และปิดท้ายด้วย SARIN แบรนด์แฟชั่นสัญชาติไทยที่โดดเด่นของแฟชั่นไอเท็มชิ้นคีย์พีซอย่างชุดสูทที่นำมาเลเยอร์ให้กับลุคดูคอมพลีทมากขึ้น และสร้างความสนุกให้กับลุคด้วยกับจับคู่สีตรงข้ามกับเสื้อตัวใน ช่วยเปิดโลกให้กับการแต่งตัวของสาวๆ ให้เข้าถึงชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบ ในสไตล์สุดเฟมินีนได้โดยไม่ต้องสั่งตัดให้วุ่นวาย      Crying Center      เริ่มต้นกันที่แบรนด์แฟชั่นสัญชาติจีนที่กำลังโด่งดังที่สุดแบรนด์หนึ่งในเอเชีย ที่มาพร้อมกับสโลแกนของแบรนด์ที่ว่า “Cry it out, Love it all” ส่งต่อแรงบันดาลใจจนกลายเป็นเสื้อผ้าแนวสตรีตที่ติดกลิ่นอายเท่แบบ Y2K แต่สนุกในเวลาเดียวกัน อย่างที่ทุกได้เห็นในแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษ VOGUE x Lazada 9.9 นี้กับโททัลลุคบนตัวของ พันช์รักแมว กับเทรนด์ Soft Layers, Smart Styling หรือโททัลลุคบนตัวของโยชิ ที่สร้างความสะดุดตาด้วยไอเท็มอย่างกระโปรงสั้น เสื้อแขนกุดที่ถูกเลเยอร์ด้วยเสื้อไหล่ปาด      Nike      คงไม่มากเกินไปหากจะบอกว่า ไม่มีใครไม่รู้จักแบรนด์สปอร์ตสายแฟชั่นสัญชาติอเมริกันแบรนด์นี้ กับโลโก้ Swoosh เครื่องหมายถูกอันเลื่องชื่อในตำนาน ผู้คิดค้นเทคโนโลยีพื้นรองเท้า Air และงานสร้างสรรค์แคมเปญที่ดึงเอานักกีฬาระดับโลกนับไม่ถ้วนมาร่วมงานด้วย ยิ่งทำให้กระแสของแบรนด์ยิ่งไฮป์ขึ้นเป็นเท่าตัว และในแน่นอนว่า VOGUE x Lazada 9.9 ก็ไม่พลาดมิกซ์แอนด์แมตช์โททัลลุค Nike ให้ได้เห็น เพื่อตอบรับกับกระแสการกลับมาของเทรนด์รักสุขภาพของเหล่าคนเมืองตามเทรนด์ The New Urban Athlete หนึ่งในเทรนด์สุดฮอตที่พร้อมตอบโจทย์กิจกรรมของสาวเอเชีย      Puma      อีกหนึ่งแบรนด์สปอร์ตสายแฟชั่นที่ได้ปรากฏตัวบนแฟชั่นเซ็ตสุดพิเศษ VOGUE x Lazada 9.9. ที่หลายคนต้องจับตามองในรอบนี้ ก็ต้องยกให้กับแบรนด์สัญชาติเยอรมันอย่างแบรนด์ Puma ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 78 ปี กับเหล่าไอเท็มที่โดดเด่นทั้งด้านนวัตกรรมและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สื่อถึงความคล่องแคล่วและรวดเร็ว เชื่อมโยงกับชื่อของแบรนด์      ไม่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีแบรนด์ที่โว้กอยากชี้เป้าให้สาวๆ ได้ตามไปช็อปกันใน Lazada 9.9 กับแบรนด์ VERAFIED แบรนด์แอ็กเซสเซอร์รี่สัญชาติอเมริกัน ที่เป็นนิยามใหม่ของคอนเซปต์ Everyday Luxury สำหรับสาวๆ ที่อยากจะคอมพลีตลุคให้สมบูรณ์และโดดเด่นด้วยกระเป๋าที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นให้เหมือนกับงานศิลปะ      ทั้งหมดนี้คือ 9 แบรนด์แฟชั่นที่ VOGUE x Lazada 9.9 คัดมาแล้วว่ามาแรงที่สุดในเอเชียตอนนี้ และสาวๆ สายแฟ(ชั่น) ฝั่งเอเชียก็ไม่ควรพลาด สามารถตามไปช็อปและมิกซ์แอนด์แมตช์ในสไตล์ตัวเองกันได้ที่ Lazada 9.9 ได้เลย หรือสามารถเลือกซื้อสินค้าต่อได้ที่ Vogue TH Mini Shop https://s.lazada.co.th/s.Z8uNl8?t=h5-t2_member-window Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### “ศุภจี” ดัน ITOCHU ร่วมลงทุนอุตสาหกรรมอนาคต ยกระดับหุ้นส่วนไทย–ญี่ปุ่น URL: https://onesiamsoft.com/articles/itochu Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 รองนายกฯ “ศุภจี” หารือ ITOCHU ยกระดับหุ้นส่วนไทย–ญี่ปุ่น ดันความร่วมมืออุตสาหกรรมอนาคต ทั้งพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ Data Center ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภาว่า วันนี้ (8 ก.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้การต้อนรับ นายเคอิตะ อิชิอิ (Mr. Keita Ishii) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (President & Chief Operating Officer) ITOCHU Corporation หรือ บริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย นายกลินท์ สารสิน ประธานสมาคมไทย–ญี่ปุ่น และประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัท อิโตชู คอร์ปอเรชั่น การหารือครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุน รวมถึงโอกาสยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต นางศุภจี กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและยาวนาน โดยภาคธุรกิจญี่ปุ่นมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างฐานอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และการจ้างงานในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นจึงเป็นมากกว่าคู่ค้าและนักลงทุน แต่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และหุ้นส่วนที่ไทยเชื่อมั่น (Trusted Partner) ซึ่งไทยต้องการร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวไปสู่รูปแบบใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งนี้ ในปี 2570 ไทยและญี่ปุ่นจะครบรอบ 140 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการเปิดบทใหม่ของความร่วมมือ โดยทั้งสองประเทศสามารถต่อยอดจากความสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมที่ญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนและใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ไปสู่การร่วมพัฒนา ร่วมผลิต และร่วมสร้างธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานใหม่ (Co-Creation) รวมถึงร่วมกันขยายสินค้าและบริการไปยังประเทศที่สาม ASEAN และตลาดโลก ในการหารือ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การลงทุนและห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการแข่งขันด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายไทยยืนยันความสำคัญของการสร้างความสมดุลและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการทำงานร่วมกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะญี่ปุ่น ซึ่งมีจุดแข็งด้านเทคโนโลยี เงินทุน ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายธุรกิจระดับโลก ขณะที่ไทยมีฐานการผลิต ห่วงโซ่อุปทาน และความเชื่อมโยงกับตลาด ASEAN ที่สามารถนำมาผสานกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้ สำหรับสาขาที่ทั้งสองฝ่ายเห็นโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือ ได้แก่ อาหารและการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีฐานวัตถุดิบและการผลิตที่เข้มแข็งและยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ยานยนต์และอุตสาหกรรมต่อเนื่องแห่งอนาคต รวมถึงศูนย์ข้อมูล (Data Center) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่สามารถสร้างการจ้างงาน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงโอกาสความร่วมมือด้านยาและบริการทางการแพทย์ เทคโนโลยีและบริการรองรับสังคมสูงวัย ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ โดยไทยและญี่ปุ่นต่างเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรไปสู่สังคมสูงวัย ขณะที่ญี่ปุ่นมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่สามารถนำมาต่อยอดร่วมกับศักยภาพของไทย เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่และขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต ฝ่ายญี่ปุ่นยังได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและการลดความสูญเปล่า รวมถึงแนวทางรับมือกับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยสามารถเรียนรู้และต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวได้ นางศุภจี กล่าวว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างการทบทวนและปรับปรุงกฎระเบียบในหลายสาขาที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ อาทิ พลังงาน ศูนย์ข้อมูล และอาหาร เพื่อให้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของนักลงทุน พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคธุรกิจและประเทศหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างรูปแบบการลงทุนที่เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้ลงทุนและเศรษฐกิจไทย “ความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในระยะต่อไปไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการที่ญี่ปุ่นลงทุนและไทยเป็นฐานการผลิต แต่ควรก้าวไปสู่การร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี ร่วมผลิต และร่วมขยายตลาดไปยังประเทศที่สาม โดยใช้จุดแข็งของทั้งสองประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีมูลค่าสูงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น” นางศุภจี กล่าว ทั้งนี้ ไทยพร้อมทำงานอย่างใกล้ชิดกับ ITOCHU และภาคธุรกิจญี่ปุ่นในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่ไว้วางใจได้ เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และต่อยอดความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น ให้ก้าวจาก “การลงทุนและการผลิต” ไปสู่ “การร่วมสร้างและเติบโตไปด้วยกัน” พร้อมเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจสู่ ASEAN และตลาดโลก Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### ภาวะตลาดหุ้นฮ่องกง: ฮั่งเส็งปิดลบ 95.94 จุด กังวลน้ำมันพุ่งดันเงินเฟ้อสูง-เฟดขึ้นดบ. : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/9594-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (8 ก.ย.) ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอันเป็นผลมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดที่ระดับ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (8 ก.ย.) ท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูงอันเป็นผลมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ปิดที่ระดับ 25,317.18 จุด ลดลง 95.94 จุด หรือ -0.38% บริษัท เซินเจิ้น หลงซิส อิเล็กทรอนิกส์ (Shenzhen Longsys Electronics) ผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์และชิปหน่วยความจำจากจีน เปิดซื้อขายหุ้นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันนี้ หลังจากระดมทุนได้ประมาณ 7.1 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงจากการเสนอขายหุ้น IPO โดยการเข้าจดทะเบียนครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ของจีนยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตลาดหุ้นฮ่องกงลดช่วงลบหลังจีนเปิดเผยยอดส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยสำนักงานศุลกากรจีนรายงานในวันนี้ว่า ยอดส่งออกของจีนพุ่งขึ้น 25% เมื่อพิจารณาในรูปสกุลเงินดอลลาร์ ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเป็นการขยายตัวรวดเร็วขึ้นจากเดือนก.ค.ที่ปรับตัวขึ้น 23.9% ส่วนยอดนำเข้าเดือนส.ค.ปรับตัวขึ้น 28.2% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 30% ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอุปสงค์ภายในประเทศยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตาม ยอดนำเข้าเดือนส.ค.ขยายตัวรวดเร็วกว่าในเดือนก.ค.ที่เพิ่มขึ้น 27.5% ทั้งนี้ จีนมียอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.1909 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. จากระดับ 1.125 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค. โดย ปรียพรรณ มีสุข/ปนัยดา ปัทมโกวิท Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### “กรุงไทย” ชี้บอนด์ยีลด์สหรัฐยังสูง เปิดจังหวะ Buy on Dip ลุ้นยีลด์ 10 ปีแตะ 5% URL: https://onesiamsoft.com/articles/buy-on-dip-10-5percent Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Krungthai GLOBAL MARKETS แบงก์กรุงไทย (KTB) มองบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ยังแกว่งแถว 4.79% แนะทยอยสะสมบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ-ไทย ชี้ระดับปัจจุบันรองรับความเสี่ยงหากเฟดขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ดันยีลด์มีโอกาสทดสอบ 5% แต่ระยะต่อไปมีโอกาสลดลงตามเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ ขณะที่ดอลลาร์อ่อนหนุนทองคำพุ่ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB เปิดเผยว่า มุมมองต่อตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวแถวโซน 4.79% ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย โดยผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ก่อนปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อย่างมีนัยสำคัญ อนึ่ง เราคงมองว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯและไทย เนื่องจากระดับบอนด์ยีลด์ระยะยาวปัจจุบัน สามารถรองรับความเสี่ยงในกรณีที่ FED อาจ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้จริง ตามที่ตลาดกำลังคาดหวัง ซึ่ง FED อาจเลือกเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ ทำให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 5.00% ได้ โดยระดับดังกล่าวต่ำกว่า จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.20%-5.30% และที่สำคัญ เรามองว่า การขึ้นดอกเบี้ยของ FED ดังกล่าว จะเปิดทางให้ บอนด์ยีลด์ระยะยาว สามารถทยอยปรับตัวลดลงได้ในที่สุด ตามภาพเศรษฐกิจและแนวโน้มเงินเฟ้อที่อาจชะลอลง อีกทั้ง FED มีโอกาสกลับมาลดดอกเบี้ยลงบ้าง ในปีหน้า ทำให้ การทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ เน้น Buy on Dip ช่วงนี้ ยังมีความน่าสนใจอยู่ ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย หลังเงินเยนญี่ปุ่นยังคงแข็งค่าขึ้น เข้าใกล้โซน 153.50 เยนต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้าง ท่ามกลาง สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูงและมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังมั่นใจเกิน 100% ต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 98.8 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.8-99.0 จุด) ส่วนของราคาทองคำ จังหวะอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ยังคงหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4,460 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง Back to top button Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### Xiaomi และ POCO จัดโปร 9.9 ลดสูงสุด 58% พร้อม Smart Home Combo และคูปองสมาร์ทโฟนสูงสุด 6,000 บาท :: Thaimobilecenter.com URL: https://onesiamsoft.com/articles/xiaomi-poco-99-58percent-smart-home-combo-6000-thaimobilecentercom Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Xiaomi และ POCO จัดโปร 9.9 บน Shopee และ Lazada ลดสูงสุด 58% พร้อม Smart Home Combo และคูปองสมาร์ทโฟน POCO สูงสุด 6,000 บาท ถึง 11 ก.ย. 2569 Xiaomi และ POCO ผนึกกำลังจัดเต็มโปร 9.9 มอบส่วนลดสูงสุด 58% พร้อมดีลสมาร์ทโฮมและสมาร์ทโฟนราคาพิเศษบน Shopee และ Lazada เริ่มแล้ววันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 ก.ย. 2569 เสียวหมี่ ประเทศไทย ผนึกกำลังกับ POCO ประเทศไทย จัดเต็มกับโปรโมชันครั้งใหญ่ในแคมเปญ 9.9 ยกทัพสมาร์ทโฟนรุ่นยอดฮิตและผลิตภัณฑ์ AIoT สุดล้ำ ด้วยดีลสุดพิเศษมอบลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี รวมไปถึงโปรโมชันจับคู่ Smart Home Combo สำหรับผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฮม นอกจากนี้ POCO ยังแจกคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท ผ่านช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada ตั้งแต่วันนี้เวลา 20:00 น. ถึง 11 กันยายน 25691 เสียวหมี่มอบโปรโมชันพิเศษ Smart Home Combo ที่จับคู่ผลิตภัณฑ์เพื่ออัปเกรดบ้านให้สะดวกและสมาร์ทยิ่งขึ้นบนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ ดีล Smart Cooling Combo Set Pro ช่วยให้คุณเย็นเร็วแบบติดโปรด้วย เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการโดยสามารถขจัดสารก่อภูมิแพ้ พร้อมการการควบคุมอัจฉริยะและติดตามคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ได้อย่างง่ายดาย จับคู่กับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner Pro Eco EGAT 12000 BTU ให้คุณเย็นเร็วภายใน 30 วินาทีและยังประหยัดพลังงานเพิ่มได้ถึง 22% ในโหมดประหยัดพลังงาน Mijia AI เพื่อการประหยัดขั้นสูง ในราคาพิเศษเพียง 12,989 บาท (จากราคาปกติ 22,298 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 42%1 ดีล Smart Clean & Fresh Combo Set สะอาดสดชื่นไปกับคู่หู เครื่องฟอกอากาศ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Compact ที่จะช่วยให้คุณฟอกอากาศในบริเวณที่คุณต้องการได้ดั่งใจต้องการ จับคู่กับ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum X20 Pro ที่เชี่ยวชาญเรื่องทำความสะอาด สมาร์ทเหนือระดับด้วยการทำความสะอาดแบบออลอินวันโดยมาพร้อมฐานเก็บอัจฉริยะ ระบบซักแผ่นถูพื้นอัตโนมัติ เป่าแห้งด้วยลมร้อนและจุดเก็บฝุ่น รวมไปถึงพลังดูดของพัดลมโบลเวอร์ 7000Pa ในราคาพิเศษเพียง 11,998 บาท (จากราคาปกติ 24,289 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 51%1 ดีล Smart Cleaning Essential Combo Set ที่จับคู่การทำความสะอาดที่จำเป็นแบบล้ำลึกด้วย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัจฉริยะ Xiaomi Robot Vacuum E5 ที่สามารถทำความสะอาดพื้นได้รอบด้านด้วยฟังก์ชันการดูดฝุ่นและถูพื้นในหนึ่งเดียวโดยมาพร้อมดีไซน์แบบหัวดูดป้องกันเส้นผมติดพันในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบาและเคลื่อนที่ได้อย่างสบายจึงทำให้การทำความสะอาดเป็นเรื่องง่าย ร่วมกับ เครื่องซักผ้าฝาหน้า Mijia Front Load Washer 8KG ที่มาพร้อมดีไซน์บางเพียง 421 มม. จึงช่วยให้คุณประหยัดพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม และถึงแม้จะมาในดีไซน์ขนาดพอเหมาะแต่ตัวอุปกรณ์นั้นก็ยังมอบถังซักขนาดใหญ่พิเศษเพื่อการซักที่สะอาดล้ำลึกยิ่งขึ้น ในราคาพิเศษเพียง 9,280 บาท (จากราคาปกติ 20,789 บาท) ด้วยส่วนลดถึง 55%1 นอกจากนี้เสียวหมี่ยังมาพร้อมกับสินค้าราคาพิเศษอีกมากมายที่ร่วมรายการในโปรโมชั่นส่วนลดสูงสุด 58% พร้อมบริการจัดส่งฟรี อาทิ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner ที่วางจำหน่ายบนช่องทางออนไลน์ Lazada โดยสามารถพบกับ เครื่องปรับอากาศ Mijia Air Conditioner GentleAir Inverter ในขนาด 9,000 BTU 12,000 BTU 18,000 BTU และ 22,860 BTU ในราคาเริ่มต้นเพียง 10,799 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษกับส่วนลดสูงสุด 30% และรับส่วนลดจากร้านค้าเพิ่มอีก 10% มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท พร้อมรับฟรี Xiaomi Smart Standing Air Circulation Fan มูลค่า 3,999 บาท สำหรับสินค้าที่ร่วมรายการอีกด้วย1 ยิ่งไปกว่านั้น POCO ยังมอบโปรโมชันต้อนรับแคมเปญ 9.9 ด้วยคูปองส่วนลดเพิ่มมูลค่าสูงสุด 6,000 บาท เมื่อซื้อสมาร์ทโฟน POCO รุ่นยอดฮิตตั้งแต่รุ่นสุดคุ้มไปจนถึงรุ่นเรือธงพร้อมรับบริการจัดส่งฟรี บนช่องทางจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee ดังนี้ POCO F9 Pro รุ่นความจุ 12+512GB วางจำหน่ายในราคา 29,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 6,000 บาท เหลือเพียง 23,990 บาท POCO F9 Ultra รุ่นความจุ 16+512GB วางจำหน่ายในราคา 34,990 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 4,000 บาท เหลือเพียง 30,990 บาท POCO X8 รุ่นความจุ 12+256GB วางจำหน่ายในราคา 13,999 บาท สามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 2,000 บาท เหลือเพียง 11,999 บาท POCO M8 5G รุ่นความจุ 8+512GB วางจำหน่ายในราคา 10,999 บาทสามารถใช้คูปองส่วนลดเพิ่ม 1,500 บาท เหลือเพียง 9,499 บาท พบกับโปรโมชันสุดคุ้มจากเสียวหมี่ และ POCO ในแคมเปญ 9.9 ได้แล้ววันนี้ตั้งแต่ เวลา 20:00 น. จนถึงวันที่ 11 กันยายน 2569 ผ่านร้านค้าอย่างเป็นทางการบนช่องทสงจัดจำหน่ายออนไลน์ Shopee และ Lazada หมายเหตุ 1 สินค้าและสิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ และแพลตฟอร์มที่ร่วมรายการ โปรดตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้ากิจกรรม ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของแพลตฟอร์ม วันที่ : 8/9/2569 Source: Originally published on Thaimobilecenter.com. Read the full article at Thaimobilecenter.com → ### Pokémon Champions ยืนยันยังคงไม่มีแผนทำโหมดออฟไลน์ในตอนนี้ - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/pokemon-champions-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 Pokémon Champions ยืนยันยังคงไม่มีแผนทำโหมดออฟไลน์ในตอนนี้ Thisisgame Thailand Pokémon Champions ยืนยันยังคงไม่มีแผนทำโหมดออฟไลน์ในตอนนี้  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### OPPO Find X10 Pro Max อวดสเปคกล้องหลัง 200MP 3 ตัวสุดเทพ รองรับ 8K ครบทุกตัว! URL: https://onesiamsoft.com/articles/oppo-find-x10-pro-max-200mp-3-8k Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 OPPO Find X10 Pro Max อวดสเปคกล้องหลัง 200MP 3 ตัวสุดเทพ รองรับ 8K ครบทุกตัว! - Android News บทความใหม่ล่าสุด OPPO ปล่อยทีเซอร์ Find X10 Series กันต่อ รอบนี้เผยข้อมูลสเปคกล้องหลัง 200MP 3 ตัวของ Find X10 Pro Max ออกมาเพิ่มเติมครับ บอกเลยว่าให้สเปคขั้นสูงมาทั้งหมด โดย Zhuo Shijie ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ OPPO Find Series เผยสเปคกล้องของ Find X10 Pro Max ไว้ดังนี้ครับ 200MP กล้องหลัก (คาดว่าเป็น HPC ขนาด 1/1.3″) f/1.5 รองรับ DeepPix เก็บ DR กว้าง 17EV 200MP กล้อง Ultra Wide (คาดว่าเป็น HP5 ขนาด 1/1.56″) f/2.2 มุมกว้าง 124⁰ เก็บแสงได้เพิ่มขึ้น 102% 200MP กล้อง Periscope 3x (คาดว่าเป็น HP5 ขนาด 1/1.56″) f/2.1, กันสั่นมาตรฐาน CIPA 7.5 รองรับ Macro 10 ซม. เห็นสเปคแล้วว้าวเลยจริง ๆ เพราะอัปเกรดเด่น ๆ ที่กล้องหลักกับ Ultra Wide อย่างเห็นได้ชัด แต่เท่านั้นยังไม่พอ เพราะ Find X10 Pro Max ยังยืนยันว่าจะรองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุดระดับ 8K ครบทั้ง 3 กล้องอีกด้วย! นอกจากการบรรยายสเปคกล้องแล้ว ยังมีการปล่อยตัวอย่างวิดีโอย้อนแสงเทพ ๆ ที่ถ่ายได้จาก Find X10 Pro Max เทียบกับคู่แข่งที่ใช้กล้อง 200MP เหมือนกันด้วย เห็นได้ชัดเลยว่าของ OPPO นั้นทำได้ดีกว่ามาก เก็บ Dynamic Range กว้างครบ ทั้งฉากหลังและใบหน้าที่ชัดใส OPPO Find X10 Pro Max ◉ Directly Output 4K 60FPS High Dynamic Range Video in its normal video mode.◉ DeepPix Real-time High Dynamic Range Technology : a maximum dynamic range of 17EV per frame◉ Dynamic range, color, tonal range, and texture all being achieved simultaneously… pic.twitter.com/QBGCzDKdhw— Tech Home  (@TechHome100) September 8, 2026 เห็นสเปคและตัวอย่างวิดีโอแบบนี้แล้ว ก็สมราคาที่เคยเคลมว่านี่คือเรือธง Pro Max ที่มีระบบกล้องดีที่สุดในปี 2026 จริง ๆ หลังจากนี้ เราคงได้เห็นดีไซน์หรือสเปคในส่วนอื่น ๆ ออกมาตามมาอีกแน่ รอติดตามได้เลยครับ อ่านเพิ่มเติม: OPPO ยืนยัน Find X10 Series เปิดตัวเดือน ก.ย.นี้ รุ่น Pro Max อัปเกรดกล้องหลัง 200MP 3 ตัว รุ่นแรกของโลก! หลุดตัวเลือกสี OPPO Find X10 Series มีให้เลือกรุ่นละ 3 สี เตรียมเงินได้ ! OPPO Find X10 l Find X10 Pro Max ผ่านรับรองกสทช. ในไทยแล้ว แบบนี้หรอ !? หลุดภาพกล้องหลัง OPPO Find X10 Pro Max ผู้บริหารยืนยัน…ดีไซน์ OPPO Find X10 Series ของจริง “ดูดีกว่า” ภาพเรนเดอร์ที่หลุดมา! ที่มา : OPPO Zhuo Shijie (Weibo) มือถือเรือธง ขายดีประจำสัปดาห์ รวมรุ่นน่าสนใจ ราคาดี เหมาะกับคนกำลังเลือกซื้อรุ่นใหม่ Top 5 1 OPPO Find X9 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท 2 iQOO 15 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 3 iPhone 17 Pro Max ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท 4 iPhone 17 ราคาเริ่มต้น 29,900 บาท 5 vivo X300 Ultra ราคาเริ่มต้น 54,999 บาท * ราคาและโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบอีกครั้งก่อนสั่งซื้อ ไม่พลาดทุกข่าวเทคโนโลยี ติดตามเราบน Google News รับข่าวมือถือ รีวิว และเทคโนโลยีล่าสุดจากเรา ติดตาม Source: Originally published on iPhone-Droid. Read the full article at iPhone-Droid → ### Kubernetes access via an identity provider: Public client, not confidential URL: https://onesiamsoft.com/articles/kubernetes-access-via-an-identity-provider-public-client-not-confidential Category: cloud · Reading time: 5 min Published: 2026-09-08 Access control belongs on the same day-zero checklist as networking and storage. On most on-prem clusters, it never makes the list. Managed cloud Kubernetes ships IAM or SSO integration out of the box. Access control belongs on the same day-zero checklist as networking and storage. On most on-prem clusters, it never makes the list. The Identity Gap Managed cloud Kubernetes ships IAM or SSO integration out of the box. Self-hosted clusters don’t. Access defaults to a static client certificate or a long-lived token, issued once and rarely revisited. That certificate keeps working long after the person it was issued to has left, changed roles, or lost the device it lives on. Nothing in the cluster’s authentication path checks whether they should still have access. Revoking it means finding every copy of a file, and in practice, that doesn’t happen completely. The moment more than one or two people need different levels of access, managing that per person, per file, becomes its own ongoing job. Put an identity provider (Keycloak or any OIDC-compliant provider) in front of the cluster instead. Access should follow an account and its group membership, not a certificate file. Configure it with a public OIDC client using PKCE, not a confidential client with a secret. Access changes become identity operations: add someone to a group, remove someone from a group. No file distribution required. Architecture: three moving parts The integration has three components that need to agree with each other: kubectl, with the kubelogin exec plugin. Starts the login, gets a token from the identity provider, and attaches it to every API request. The identity provider (Keycloak). Authenticates the user and issues an ID token carrying their username and group membership. kube-apiserver, configured with --oidc-issuer-url, --oidc-client-id, and --oidc-groups-claim. Validates the token, extracts username and groups, and lets RBAC decide what that identity can do. kubectl authenticates against the identity provider, then presents the resulting token to kube-apiserver, which validates it and hands it off to RBAC. kubectl never talks to the API server first. A kubectl exec-credential plugin (kubelogin, also distributed as “kubectl oidc-login”) intercepts the request, drives the browser-based login against the IdP, and hands the resulting ID token back to kubectl as a bearer credential. The API server validates that token directly against the IdP’s public signing keys. It never needs network access to the IdP itself beyond fetching those keys once. The client configuration decision that matters Configure this client as public, not confidential. A confidential client issues a client secret, which then gets pasted into the kubelogin plugin config, and ships to every machine that needs cluster access. A secret that has to be distributed to every client that uses it isn’t functioning as a secret. It’s a shared static credential with extra steps, and rotating it means a coordinated config push to every machine rather than disabling one compromised identity. OAuth 2.1 already settles this for native and command-line applications. Make the client public. Issue no secret at all. Use PKCE (Proof Key for Code Exchange) instead, which stops anyone who intercepts the authorization code from redeeming it. PKCE works by having the client generate a random value locally, send a hash of it with the initial login request, then prove possession of the original value when exchanging the code for a token. An interceptor holding only the code can’t complete that proof. The client, in Keycloak’s admin console, ends up configured as: Client ID: kubernetes Client authentication: Off (public client, no secret issued) Standard flow: On Direct access grants: Off Require PKCE: On, method S256 Valid redirect URIs: http://127.0.0.1:* and http://localhost:* (loopback only, nothing external) Web origins: http://127.0.0.1:* and http://localhost:* Client scopes: openid, profile, email, groups General settings: the Kubernetes client, registered as OpenID Connect Access settings: redirect URIs and web origins locked to loopback only Capability config: Client authentication Off, Standard flow, Require PKCE On (S256) Deployment walkthrough 1. Add the groups claim mapper Kubernetes has no concept of “users” as a first-class object. RBAC binds to usernames and groups asserted by the token, so the IdP needs to actually put group membership into the ID token. “In Keycloak”is a protocol mapper on the client scope, of type Group Membership, mapped to the claim name groups. Group Membership mapper on the realm-level ‘groups’ client scope: Token Claim Name ‘groups’, Add to ID token On 2. Point kube-apiserver at the issuer --oidc-issuer-url=https://<your-keycloak-host>/realms/<realm> --oidc-client-id=kubernetes --oidc-username-claim=preferred_username --oidc-groups-claim=groups If Keycloak’s certificate isn’t signed by a publicly trusted CA (the common case for a self-hosted) on-prem identity provider, add one more flag pointing at that CA’s certificate: --oidc-ca-file=/etc/kubernetes/pki/oidc-ca.crt The API server needs to trust this connection to fetch the issuer’s signing keys. Without it, OIDC authentication fails with a TLS verification error that has nothing to do with the login flow itself, which makes it a confusing one to debug the first time you hit it. 3. Configure the kubectl side kubeconfig gets an exec-credential entry instead of embedded certs or a static token: users: - name: oidc user: exec: apiVersion: client.authentication.k8s.io/v1 command: kubectl args: - oidc-login - get-token - --oidc-issuer-url=https://<your-keycloak-host>/realms/<realm> - --oidc-client-id=kubernetes No secret field. There’s nothing to put there. 4. Bind groups to RBAC apiVersion: rbac.authorization.k8s.io/v1 kind: ClusterRoleBinding metadata: name: platform-viewers subjects: - kind: Group name: platform-viewer apiGroup: rbac.authorization.k8s.io roleRef: kind: ClusterRole name: view apiGroup: rbac.authorization.k8s.io Access changes now happen entirely in the IdP. Add someone to the platform-viewer group, and the next token they mint carries that group. The binding above applies immediately. No cluster-side change. No new kubeconfig to distribute. Try it out Using kubelogin as the exec plugin, a first login looks like this from the terminal: $ kubectl get pods Opening in existing browser session. NAME READY STATUS RESTARTS AGE web-7f9c9c4d8-2xk9p 1/1 Running 0 3d The first call opens a browser window against the IdP; every call after that reuses the cached token until it expires, at which point kubelogin silently uses the refresh token to get a new one without another browser round-trip. To confirm what identity and groups actually landed in the token: $ kubectl auth whoami ATTRIBUTE VALUE Username jane.doe@example.com Groups [platform-viewer system:authenticated] The bottom line None of this requires reworking how the cluster runs. It is a public OIDC client, one group membership mapper, a handful of RBAC bindings, and a kubectl plugin many engineers already have installed for other clusters. The setup cost is a single afternoon, not a platform migration. What changes is what the cluster gets in return. Access follows group membership in the identity provider instead of a certificate file, so granting or revoking a level of access becomes a group change, not a search for every copy of a file across every laptop. There is a deeper benefit too. Kubernetes can log every request that hits its API server, but that audit trail is only as useful as the identity attached to each entry. A shared kubeconfig authenticating everyone as the same generic identity, often literally ‘cluster-admin’ means every audit log entry says the same thing no matter who actually ran the command. Federate identity through an OIDC provider instead, and every request the API server logs carries the person who actually made it. The audit trail stops being a list of anonymous actions and becomes an actual record of who did what, and it costs far less to set up than most teams assume. Source: Originally published on CNCF. Read the full article at CNCF → ### Pokémon ฉลองครบรอบ 30 ปี พร้อมเผยข่าวใหญ่ในงาน PokémonXP ครั้งแรก และการแข่งขัน Pokémon World Championships 2026 URL: https://onesiamsoft.com/articles/pokemon-30-pokemonxp-pokemon-world-championships-2026 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ซานฟรานซิสโกกลายเป็นสถานที่แห่งความทรงจำตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเหล่าเทรนเนอร์จากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงาน PokémonXP ซึ่งจัด 31 สิงหาคม 2569 — ซานฟรานซิสโกกลายเป็นสถานที่แห่งความทรงจำตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเหล่าเทรนเนอร์จากทั่วโลกเดินทางมาร่วมงาน PokémonXP ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และการแข่งขัน 2026 Pokémon World Championships ซึ่งจัดโดย The Pokémon Company International ภายในงานมีการตัดสินแชมป์ประจำปีนี้ พร้อมมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้แก่เหล่าเทรนเนอร์ นอกจากนี้ แฟน ๆ ยังได้พบกับข่าวสารใหม่มากมายที่เปิดเผยผ่านกิจกรรมเสวนาต่าง ๆ และพิธีปิดการแข่งขัน ในปีหน้า เหล่าเทรนเนอร์จะได้เดินทางสู่สิงคโปร์ เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน 2027 Pokémon World Championships ซึ่งจะจัดขึ้นที่ Singapore EXPO โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลังที่ เปิดตัวภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องใหม่ “Pokémon: Wild Card” เตรียมเข้าฉายตั้งแต่ปี 2027 “Pokémon: Wild Card” ถือเป็นภาพยนตร์โปเกมอนเรื่องแรกในรอบหลายปี โดยจะพาผู้ชมติดตามเรื่องราวของผู้เล่นโปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกมที่ใฝ่ฝันจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการแข่งขัน พร้อมด้วยมิมิคคิว โปเกมอนอำพรางกาย ขณะนี้ภาพยนตร์อยู่ระหว่างการสร้างโดย STORY inc. และ CloverWorks หนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันชั้นนำของญี่ปุ่น เหล่าเทรนเนอร์เตรียมพบกับการผจญภัยครั้งใหม่ในรูปแบบภาพยนตร์แอนิเมชันได้เร็ว ๆ นี้ โปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าที่มี Z ในชื่อ เตรียมปรากฏตัวใน Pokémon Champions! โปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าที่มี Z ในชื่อจะเปิดตัวใน Pokémon Champions วันที่ 9 กันยายน 2026 พร้อมกับโปเกมอนตัวอื่น ๆ โดยเหล่าเทรนเนอร์จะได้พบกับเมก้าลูคาริโอ Z เมก้ากาเบรียส Z เมก้าแอบโซล Z รวมถึงเซเกลฟและกอริลลันดา นอกจากนี้ ยังสามารถรอติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮีดราน ซึ่งจะเข้าร่วมการต่อสู้ในอนาคตได้อีกด้วย  *ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pokémon Champions ได้ที่นี่  https://asia-press.portal-pokemon.com/press-release/pokemon-champions_20260830 “Pokémon Tales: The Misadventures of Sirfetch’d & Pichu” เตรียมฉายเฉพาะทาง Disney+ ในปี 2027 ภายในงาน แฟน ๆ ได้ชมการนำเสนอพิเศษ “Behind the Scenes with Aardman — ‘Pokémon Tales: The Misadventures of Sirfetch’d & Pichu’” ซึ่งพาไปเจาะลึกเบื้องหลังการสร้างผลงาน โดย Phil Rynda ผู้กำกับฝ่ายออริจินัลแอนิเมชันของโปเกมอน ได้ร่วมพูดคุยกับทีมงานสร้างสรรค์หลักจาก Aardman หนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันชื่อดังของอังกฤษ และผู้สร้างผลงานยอดนิยมอย่าง “Shaun the Sheep” และ “Wallace & Gromit” Tom Parkinson ผู้กำกับจาก Aardman พร้อมด้วย Nat McKay หัวหน้าฝ่ายพัฒนางานสร้างสรรค์ และ James Young หัวหน้าทีมเชิดหุ่น ร่วมเผยเบื้องหลังการนำเสน่ห์ของตัวละคร อารมณ์ขัน การเล่าเรื่อง และศิลปะงานฝีมือมาผสมผสานกัน จนกลายเป็นการผจญภัยสุดฮาในรูปแบบสต็อปโมชันเรื่องใหม่ ซึ่งมีฉากหลังอยู่ในภูมิภาคกาลาร์ของโปเกมอน นอกจากนี้ ยังมีการประกาศว่าซีรีส์เรื่องนี้จะฉายเฉพาะทาง Disney+ และมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027 ก่อนปิดท้ายช่วงการนำเสนอด้วยไฮไลต์ที่แฟน ๆ รอคอย นั่นคือการเปิดตัวอย่างเป็นทางการตัวแรกของซีรีส์เป็นครั้งแรกของโลก ให้ผู้ชมได้เห็นเรื่องราวการผจญภัยสุดป่วนที่กำลังจะมาถึงมากกว่าที่เคย ประกาศฟีเจอร์การต่อสู้ใหม่ใน Pokémon GO พร้อมเปิดให้ใช้โปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าในโกแบตเทิลลีก ปีนี้ Pokémon GO ฉลองครบรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เกมมือถือเปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 โดยเป็นครั้งแรกใน Pokémon GO ที่โปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าที่กำหนดจะสามารถเรียนรู้ท่าโจมตีชาร์จท่าที่สามได้ เพิ่มทางเลือกในการวางกลยุทธ์และเปิดโอกาสให้เหล่าเทรนเนอร์ได้สนุกกับการต่อสู้กับเพื่อนและคู่แข่งในรูปแบบใหม่ ๆ นอกจากนี้ ตั้งแต่ซีซันหน้าเป็นต้นไป เหล่าเทรนเนอร์จะสามารถใช้โปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าในการแข่งขันโกแบตเทิลลีกได้ทุกระดับ อีกทั้งมิวทูเกราะเตรียมกลับมาปรากฏตัวใน Pokémon GO เร็ว ๆ นี้เช่นกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเกมมือถือ Pokémon GO ได้ที่ https://pokemongo.com/th เผยโฉมการ์ดโปเกมอนทรงพลังใบใหม่ พร้อมเปิดตัวซีรีส์ ex★ ใหม่ล่าสุดในโปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกม โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกมเผยโฉมการ์ดโปเกมอนทรงพลังใบใหม่ อาทิ เมก้าลูคาริโอ Z ex ซึ่งนับเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของโปเกมอนวิวัฒนาการเมก้าที่มี Z ในชื่อ นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวการ์ด MA (Mega Attack Rare) ใบใหม่เพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ ได้แก่ เมก้าเร็คควอซาex เมก้าดาร์กไรex เมก้าเก็คโคกะex และเมก้าซีการ์ดex แฟน ๆ ยังได้ตื่นเต้นไปกับการเผยโฉมโปเกมอนในตำนานอย่างไรโค เอ็นเต และซุยคูน ซึ่งจะปรากฏตัวในซีรีส์ ex★ ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และเตรียมเข้าสู่โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกมเร็ว ๆ นี้ โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง โปเกมอนสองประเภทเตรียมปรากฏตัวใน Pokémon Trading Card Game Pocket เร็ว ๆ นี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เป็นต้นไป ผู้เล่นจะได้เพิ่มการ์ดโปเกมอนสองประเภทเข้าสู่คอลเลกชัน โดยการ์ดเหล่านี้จะเปิดตัวใน series ถัดไปของแอป Pokémon Trading Card Game Pocket ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้เล่นทั่วโลก และจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง โมรุเปโกะ สตรินเดอร์ ธันเดอร์ส และบูสเตอร์ เตรียมเข้าสู่ Pokémon UNITE โมรุเปโกะ สตรินเดอร์ ธันเดอร์ส และบูสเตอร์ ได้รับการประกาศให้เป็นโปเกมอนที่สามารถเลือกเล่นได้ชุดใหม่ล่าสุด ซึ่งเตรียมเข้าสู่ Pokémon UNITE เร็ว ๆ นี้ รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับท่าและบทบาทเฉพาะตัวของโปเกมอนแต่ละตัวภายในเกม ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Pokémon UNITE ได้ที่ Unite.Pokemon.com ขอขอบคุณเหล่าเทรนเนอร์จากทั่วโลกทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน 2026 Pokémon World Championships และขอแสดงความยินดีกับแชมป์คนล่าสุดทุกคน ได้แก่ วิดีโอเกม ประเภทจูเนียร์ อันดับ 1: Kazuki Kage [JP] อันดับ 2: Kazutaka Hatahori [JP] วิดีโอเกม ประเภทซีเนียร์ อันดับ 1: Vikram Thiagarajan [UK] อันดับ 2: Carlos Verástegui [PE] วิดีโอเกม ประเภทมาสเตอร์ อันดับ 1: Takuma Yamazaki [JP] อันดับ 2: Hiroshi Onishi [JP] โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกม ประเภทจูเนียร์ อันดับ 1: Yuta Araki [JP] อันดับ 2: Luke Giffen [US] โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกม ประเภทซีเนียร์ อันดับ 1: Jake Ng [AU] อันดับ 2: Cobey Huh [US] โปเกมอนเทรดดิ้งการ์ดเกม ประเภทมาสเตอร์ อันดับ 1: Andrew Hedrick [US] อันดับ 2: Diego Cassiraga [AR] Pokémon GO อันดับ 1: Hiroki “GGs489hiromaru” Yamauchi [JP] อันดับ 2: Maxwell “MEweedle” Ember [CH]  Pokémon UNITE อันดับ 1: Zeta Division [JP] อันดับ 2: KOMAÏ  [EU] ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ PokemonXP.com และ Pokemon.com/Worlds The Pokémon Company คืออะไร The Pokémon Company คือบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อจัดการแบรนด์โปเกมอนโดยเฉพาะ ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้พัฒนาและผลิตวิดีโอเกม ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของโปเกมอน รวมถึงเทรดดิ้งการ์ดเกม ซีรีส์อนิเมะ ภาพยนตร์ สินค้า โปรโมชันร่วมระหว่างองค์กร อีเวนต์ และ Pokémon Center ซึ่งเป็นร้านค้าโปเกมอนภายใต้การกำกับดูแลของบริษัทโดยตรง โปเกมอนคืออะไร โปเกมอน คือสิ่งมีชีวิตน่าพิศวงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ วางจำหน่ายครั้งแรกในในรูปแบบของวิดีโอเกมสำหรับเครื่องเล่น Game Boy ในปี 1996 ในประเทศญี่ปุ่น โดยใช้ชื่อว่า “Pokémon Red” และ “Pokémon Green” หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้โปเกมอนประสบความสำเร็จคือ ความสนุกที่ได้รับจากการจับและเลี้ยงดูโปเกมอนในคอลเลกชัน รวมถึงบรรยากาศการสื่อสารกับผู้เล่นรายอื่นผ่านการแลกเปลี่ยนโปเกมอนหรือการแบตเทิล ทุกวันนี้ โปเกมอนเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักและหลงรักไปทั่วโลกจากการขยายขอบเขตของธุรกิจได้อย่างน่าทึ่ง ไปสู่เทรดดิ้งการ์ดเกม ซีรีส์อนิเมะ ภาพยนตร์ แอปพลิเคชัน สินค้า และอื่น ๆ อีกมากมาย Source: Originally published on Thisisgame Thailand. Read the full article at Thisisgame Thailand → ### SUUNTO Run 2 เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นาฬิกาวิ่งน้ำหนัก 35 กรัม อัปเกรดจอ AMOLED 2,000 nits พร้อมรองรับ Offline Maps URL: https://onesiamsoft.com/articles/suunto-run-2-35-amoled-2000-nits-offline-maps Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 SUUNTO Run 2 นาฬิกา GPS สำหรับนักวิ่ง น้ำหนัก 35 กรัม หน้าจอ AMOLED 2,000 nits พร้อม Dual-band GNSS, Offline Maps และแบตเตอรี่ GPS 24 ชั่วโมง SUUNTO เปิดตัว SUUNTO Run 2 นาฬิกา GPS รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับนักวิ่งถนนและการฝึกซ้อมมาราธอนโดยเฉพาะ พร้อมอัปเกรดทั้งหน้าจอ ระบบระบุตำแหน่ง เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ และแบตเตอรี่ ภายใต้ตัวเรือนน้ำหนักเบาเพียง 35 กรัม SUUNTO Run 2 ยังคงแนวคิดของนาฬิกาวิ่งที่มีน้ำหนักเบาและสวมใส่ได้ตลอดวัน แต่ยกระดับให้รองรับการฝึกซ้อมและการแข่งขันได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ตั้งแต่การวิ่ง Easy Run, Tempo, Interval และ Long Run ไปจนถึงการใช้งานในวันแข่งขัน หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือหน้าจอ AMOLED Touchscreen ขนาด 1.32 นิ้ว ซึ่งมีความสว่างสูงสุดถึง 2,000 nits หรือสว่างกว่าหน้าจอของ Suunto Run รุ่นแรกมากกว่า 3 เท่า ช่วยให้มองเห็น Pace, ระยะทาง, Heart Rate และรายละเอียดของแผนที่ได้ชัดเจนขึ้นในสภาพแสงกลางแจ้ง ตัวเรือนมีน้ำหนักเพียง 35 กรัมและบาง 11.7 มม. ใช้ขอบ Stainless Steel ร่วมกับตัวเรือนวัสดุ Fiber-reinforced Composite และกระจก Gorilla Glass พร้อมมาตรฐานกันน้ำระดับ 5 ATM รองรับการใช้งานท่ามกลางฝน เหงื่อ และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ด้านการติดตามตำแหน่ง มาพร้อมระบบ Dual-band GNSS รุ่นใหม่ รองรับสัญญาณ L1 และ L5 ผ่านเครือข่าย GPS, GLONASS, Galileo, BeiDou และ QZSS เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการบันทึกเส้นทาง ระยะทาง และ Pace โดยเฉพาะการวิ่งในเมืองที่มีอาคารสูงหรือเส้นทางที่มีต้นไม้ปกคลุม เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจบริเวณด้านหลังได้รับการออกแบบใหม่เป็นระบบ Optical Heart Rate แบบ 12 ช่องสัญญาณ ติดตั้งอยู่ใต้กระจกเซ็นเซอร์ทรงโค้ง 2.5D เพื่อช่วยให้ติดตาม Heart Rate และ HRV ได้แม่นยำและต่อเนื่องยิ่งขึ้น นาฬิกายังรองรับ Suunto ZoneSense™ ซึ่งใช้ข้อมูล Heart Rate Variability วิเคราะห์ระดับความหนักของการออกกำลังกายแบบ Real-time พร้อมแสดงว่าร่างกายกำลังอยู่ในระดับ Aerobic, Anaerobic หรือใกล้ระดับ Maximum Effort โดยอ้างอิงจากการตอบสนองของร่างกายในวันนั้น ไม่ได้พึ่งพาเพียง Heart Rate Zone ที่กำหนดไว้ล่วงหน้า อีกหนึ่งฟังก์ชันที่น่าสนใจคือ Heat Strain Score หรือ HSS ซึ่งประเมินความเครียดสะสมจากความร้อน ด้วยการนำอุณหภูมิ ความชื้น กระแสลม และอัตราการเต้นของหัวใจมาวิเคราะห์ร่วมกัน เหมาะกับการฝึกซ้อมในสภาพอากาศร้อนและชื้น สำหรับการวางแผนการแข่งขัน มีทั้ง EnergySense สำหรับประเมินพลังงานและระยะทางที่ยังสามารถวิ่งต่อได้จากความหนักในขณะนั้น รวมถึง Ghost Runner ซึ่งทำหน้าที่เป็น Virtual Pacer แสดงว่านักวิ่งกำลังเร็วหรือช้ากว่า Pace เป้าหมายกี่วินาทีหรือกี่เมตร โดยมี Marathon Mode สำหรับรวมเครื่องมือที่จำเป็นในวันแข่งขันไว้ด้วยกัน SUUNTO Run 2 ยังเพิ่ม Offline Maps ทั่วโลก ซึ่งสามารถดาวน์โหลดลงในนาฬิกาและใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต พร้อมแสดงเส้นชั้นความสูง Heatmaps และข้อมูลการไต่ระดับของเส้นทาง นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกเพลงและ Podcast ลงในตัวเครื่องเพื่อเล่นผ่านหูฟังไร้สายโดยไม่ต้องพกสมาร์ตโฟน แบตเตอรี่ได้รับการเพิ่มความจุขึ้นจากรุ่นก่อนประมาณ 29% รองรับการใช้งานทั่วไปพร้อมการฝึกซ้อมประมาณ 10 วัน และใช้งาน Dual-band GNSS ต่อเนื่องได้สูงสุด 24 ชั่วโมง SUUNTO Run 2 มีให้เลือกทั้งรุ่นความจุ 4GB และ 64GB ในสี All Black, Feather Gold และ Aloe Green โดยเปิด Pre-order ในต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน 2569 ก่อนเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกในวันที่ 15 กันยายน 2569 ส่วนราคาและกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยยังไม่มีการประกาศในขณะนี้ สำหรับตลาด Hong Kong รุ่น 4GB มีราคา HK$2,699 หรือประมาณ 11,000 บาท และรุ่น 64GB ราคา HK$2,999 หรือประมาณ 12,200 บาท โดยเป็นเพียงการแปลงค่าเงินเบื้องต้น ไม่ใช่ราคาจำหน่ายในประเทศไทย ที่มา SUUNTO ชื่นชอบรองเท้าบาสเก็ตบอล และก็เริ่มชอบรองเท้าอื่นๆ โดยไม่รู้ตัว ถึงแม้จะยังไม่มีความรู้เรื่องราวของรองเท้ามากนัก แต่ก็อยากจะทำเว็บไซต์ที่พูดถึงเรื่องรองเท้า ไม่ว่าจะเป็นรองเท้ารุ่นใหม่, รีวิวรองเท้า (ถ้าได้ซื้อใหม่) และเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับรองเท้าที่อยากจะแชร์ Source: Originally published on SNKR TODAY. Read the full article at SNKR TODAY → ### ปธน. ฝรั่งเศสประกาศโครงการ "เทศกาลเกมนานาชาติ" หวังจุดประกายอีเวนต์ศิลปะและธุรกิจวิดีโอเกมระดับโลก | GamingDose URL: https://onesiamsoft.com/articles/or-gamingdose-1 Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ประกาศจัดตั้งเทศกาลวิดีโอเกมนานาชาติในวาระการประชุม Lumière Summit ประจำปี 2026 ที่เมือง Saint-Paul-de-Vence ประเทศฝรั่งเศส ประธานาธิบดี Emmanuel Macron ประกาศจัดตั้งเทศกาลวิดีโอเกมนานาชาติในวาระการประชุม Lumière Summit ประจำปี 2026 ที่เมือง Saint-Paul-de-Vence ประเทศฝรั่งเศส เพื่อยกระดับให้วิดีโอเกมเป็นพื้นที่แห่งความสร้างสรรค์และศิลปะวัฒนธรรม เช่นเดียวกับภาพยนตร์ และสร้างอีเวนต์ระดับโลกที่ครอบคลุมทั้ง การสร้างสรรค์ นวัตกรรม ผู้เล่น และอุตสาหกรรมเกม  โดยในงานประชุมดังกล่าวนี้ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพร่วมกับประธานาธิบดี Lee Jae-myung แห่งเกาหลีใต้ เป็นอีเวนต์ที่รวบรวมเอาผู้คนจากรัฐบาลประเทศต่าง ๆ และบุคคลสำคัญในแวดวงภาพยนตร์ วิทยุโทรทัศน์ รวมถึงวิดีโอเกม มาพูดคุยกันเรื่องอนาคตของศิลปะภาพเคลื่อนไหว คุณ Macron เสริมว่า ความสำเร็จในระดับโลกของอุตสาหกรรมเกมฝรั่งเศส สะท้อนให้เห็นความสำคัญของการยกระดับมุมมองต่อเกมในฐานะงานศิลปะเชิงสร้างสรรค์และอุตสาหกรรมให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และการจัดเทศกาลนานาชาติก็จำเป็นต่อการนั้นอย่างยิ่ง เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยชื่อ กรอบเวลา สถานที่ และหน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดงาน หากมีความคืบหน้าใด ๆ เราจะนำรายละเอียดมารายงานเพิ่มเติมกันอีกครั้ง Source: Originally published on GamingDose. Read the full article at GamingDose → ### หุ้นไทยจะไปยังไงต่อ สิงหาฯ ต่างชาติขาย กันยาฯ ไทยขายเอง น่ากังวลหรือไม่ ? - อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 URL: https://onesiamsoft.com/articles/34-11 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 หุ้นไทยจะไปยังไงต่อ สิงหาฯ ต่างชาติขาย กันยาฯ ไทยขายเอง น่ากังวลหรือไม่ ? อมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ตลท. มองพื้นฐานหุ้นไทยยังแกร่ง กำไร บจ. 6 เดือนโต 22.2% หนุน SET YTD บวก 26.6% | การเงินธนาคาร LINE TODAY ตลท.เผย 8 เดือนแรก SET คึกคัก ต่างชาติลุยซื้อ แต่ตลาด IPO ยังซบเซาหนัก ผู้จัดกา หุ้นไทยจะไปยังไงต่อ สิงหาฯ ต่างชาติขาย กันยาฯ ไทยขายเอง น่ากังวลหรือไม่ ?  อมรินทร์ทีวี ช่อง 34ตลท. มองพื้นฐานหุ้นไทยยังแกร่ง กำไร บจ. 6 เดือนโต 22.2% หนุน SET YTD บวก 26.6% | การเงินธนาคาร  LINE TODAYตลท.เผย 8 เดือนแรก SET คึกคัก ต่างชาติลุยซื้อ แต่ตลาด IPO ยังซบเซาหนัก  ผู้จัดการออนไลน์30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ – ขายทิ้ง (NVDR) ประจำวันที่ 7 ก.ย.69  ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ภาวะตลาดหลักทรัพย์ฯ ส.ค. 69 ปิดที่ 1,595.16 จุด ลดลง 1.8% จากแรงกดดัน  The Bangkok Insight Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ครม. เห็นชอบหลักการ Startup Act ปลดล็อกข้อจำกัดระดมทุนสตาร์ตอัปไทย อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นตนเองได้ URL: https://onesiamsoft.com/articles/startup-act Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเส... คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัปหรือ Startup Act เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 เปิดทางให้ปรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการระดมทุนและการบริหารหุ้นให้รองรับรูปแบบธุรกิจสตาร์ตอัปมากขึ้น พร้อมกำหนดให้สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เป็นหน่วยงานกลางด้านการรับรอง การสนับสนุน และการประสานสิทธิประโยชน์โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาร่างกฎหมาย และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับปรุงประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยบริษัทจำกัด ตลอดจนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเดินหน้าตามกระบวนการนิติบัญญัติต่อไปใครบ้างที่เข้าเกณฑ์สตาร์ตอัปตามรายละเอียดที่รัฐบาลเปิดเผย บริษัทที่จะเข้าสู่ระบบตามร่างกฎหมายต้องเป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งมาไม่เกิน 10 ปี มีรายได้เฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปีไม่เกิน 300 ล้านบาท ไม่เคยจ่ายเงินปันผล และไม่มีบริษัทอื่นเข้ามาควบคุมกิจการบริษัทที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์สามารถยื่นแบบรับรองตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่อ NIA ร่างกฎหมายกำหนดให้บริษัทที่ผ่านการรับรองได้รับสิทธิและประโยชน์เป็นเวลา 5 ปี ส่วนสตาร์ตอัปที่ใช้เทคโนโลยีเชิงลึกด้านเกษตรหรือสาขาที่คณะกรรมการกำหนด อาจได้รับการขยายระยะเวลารวมไม่เกิน 10 ปีกรอบกฎหมายนี้เป็นทางเลือก ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจว่าจะเข้าสู่ระบบเพื่อใช้สิทธิและประโยชน์หรือไม่ จึงไม่ได้บังคับให้สตาร์ตอัปทุกรายต้องจดทะเบียนตาม Startup Actเครื่องมือระดมทุนที่ร่างกฎหมายต้องการปลดล็อกปัญหาหลักที่ร่างกฎหมายพยายามแก้คือข้อจำกัดของบริษัทจำกัดภายใต้กฎหมายเดิม ซึ่งยังรองรับเครื่องมือระดมทุนและข้อตกลงการลงทุนที่สตาร์ตอัปใช้กันในระดับสากลได้ไม่เต็มที่ สาระสำคัญมีดังนี้หุ้นกู้แปลงสภาพ เปิดทางให้บริษัทออกตราสารหนี้ที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เพิ่มความยืดหยุ่นให้การระดมทุนระยะแรก ซึ่งมูลค่าบริษัทยังประเมินได้ยาการแปลงหนี้เป็นทุน รองรับการเปลี่ยนภาระหนี้ให้เป็นทุนจดทะเบียน ช่วยให้บริษัทและนักลงทุนจัดโครงสร้างทางการเงินได้ยืดหยุ่นขึ้นหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญ รองรับการแปลงหุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นสามัญตามข้อตกลงการลงทุนการทยอยให้หุ้น หรือ Vesting เปิดทางให้สิทธิในหุ้นเกิดขึ้นตามระยะเวลาหรือเงื่อนไขที่ตกลงกัน เพื่อรักษาบุคลากรและจัดผลประโยชน์ระยะยาวให้สอดคล้องกับการเติบโตของบริษัทการถือหุ้นของตนเอง หรือ Treasury Stock อนุญาตให้บริษัทจำกัดถือหุ้นของตนเอง เพื่อนำมาจัดสรรให้กรรมการ พนักงาน หรือนักลงทุนตามโครงการให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงาน หรือ ESOP และข้อตกลงการลงทุนการเสนอขายหุ้นและออกหุ้นกู้ เปิดช่องให้บริษัทที่เข้าเกณฑ์เข้าถึงเครื่องมือระดมทุนได้กว้างขึ้น ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่จะกำหนดในกฎหมายลำดับรองNIA รับบทศูนย์บริการกลางร่างกฎหมายกำหนดให้ NIA ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ หรือ One-Stop Service ตั้งแต่รับและตรวจสอบคำขอรับรอง ประกาศรายชื่อบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ ไปจนถึงรวบรวมข้อมูลโครงการและแหล่งเงินทุนสำหรับสตาร์ตอัปNIA ยังมีบทบาทประสานสิทธิประโยชน์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการเข้าเมืองและการทำงานของผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ ทรัพย์สินทางปัญญา ภาษี การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และมาตรการสนับสนุนด้านอื่น ๆ รวมถึงสามารถให้กู้ยืม ถือหุ้น หรือร่วมลงทุนตามกรอบที่กฎหมายกำหนดร่างกฎหมายยังเสนอให้มีคณะกรรมการส่งเสริมธุรกิจสตาร์ตอัป ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนพัฒนาระบบนิเวศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านร่วมพิจารณา เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานรัฐเชื่อมต่อกันมากขึ้นดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA ระบุว่า หน่วยงานเตรียมทำหน้าที่เชื่อมโยงสตาร์ตอัปกับองค์กรภาครัฐและเอกชน ตลอดจนเป็นศูนย์กลางข้อมูลโครงการและเงินทุน หากกฎหมายมีผลบังคับใช้ สตาร์ตอัปที่ผ่านการรับรองจะสามารถใช้ช่องทางกลางเพื่อติดต่อขอรับสิทธิและประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดอ้างอิง : NIA, Thaigov Source: Originally published on Techsauce. Read the full article at Techsauce → ### XBOX ส่งอีเมลถึงผู้ใช้บางประเทศ ยืนยันไม่จำกัดชั่วโมง Cloud Gaming สำหรับสมาชิกเดิม - Thisisgame Thailand URL: https://onesiamsoft.com/articles/xbox-cloud-gaming-thisisgame-thailand Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 XBOX ส่งอีเมลถึงผู้ใช้บางประเทศ ยืนยันไม่จำกัดชั่วโมง Cloud Gaming สำหรับสมาชิกเดิม Thisisgame Thailand XBOX ส่งอีเมลถึงผู้ใช้บางประเทศ ยืนยันไม่จำกัดชั่วโมง Cloud Gaming สำหรับสมาชิกเดิม  Thisisgame Thailand Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### Distributed tracing for CI pipelines without touching a single workflow file URL: https://onesiamsoft.com/articles/distributed-tracing-for-ci-pipelines-without-touching-a-single-workflow-file Category: cloud · Reading time: 7 min Published: 2026-09-08 You’ve probably felt this one: GitHub Actions usage creeps up across your org, and your actual visibility into it doesn’t keep pace. Which workflows are slow? Which are flaky? How long are jobs… Posted on September 8, 2026 by George Sims, downtherabbithole.dev CNCF projects highlighted in this post You’ve probably felt this one: GitHub Actions usage creeps up across your org, and your actual visibility into it doesn’t keep pace. Which workflows are slow? Which are flaky? How long are jobs sitting queued for a runner before they’ve even started doing anything? GitHub’s own insights are per-repo and shallow. There’s no cross-org view of CI health, no way to slice by team or workflow type, no way to alert when things quietly get worse. Someone eventually asks why CI took forty minutes yesterday, and the honest answer is “let me go check that one repo and get back to you.” So let’s actually fix that properly, without asking a single team to touch a single workflow file. The obvious fix doesn’t scale The instinctive answer is to instrument each workflow: add a tracing step, wire up an SDK, sprinkle spans through the YAML. It works, technically. But it means every team has to opt in, every new repo starts blind until someone remembers to add it, and you end up maintaining instrumentation scattered across however many workflow files exist across the org. That approach doesn’t scale with your org, it scales with how diligent everyone stays about something that isn’t their actual job. The actual insight GitHub already knows almost everything you want. Every workflow run and every job inside it fires an event: workflow_run and workflow_job. You don’t need to ask each repo to report on itself. You just need to listen to what GitHub is already telling you, at the org level, once. It’s like trying to track a whole apartment building’s water usage by asking every tenant to self-report their reading. Most will forget. New tenants won’t even know they’re supposed to. The easier answer is to read the one meter at the street, where every pipe in the building already converges, whether the tenants know it’s there or not. How it actually works An OpenTelemetry Collector with the githubreceiver component sits behind a single org-level GitHub webhook and converts incoming workflow_run and workflow_job events straight into OTLP spans. Worth knowing upfront: it’s a contrib component still at alpha stability, so the config surface can shift. Pin a specific collector version rather than tracking latest, and skim the changelog before bumping it, cheap insurance against a config field quietly changing shape under you. If tracing is new to you, the mapping is intuitive once you see it: a workflow becomes one outer span, each job inside it a child span, each step inside a job a child of that, so what you get is something you can actually drill into rather than a flat pile of events. One nice detail: span and trace IDs are generated deterministically, hashed from the workflow’s run ID and each job’s check run ID. If you ever want to emit your own telemetry from inside a step, there’s tooling for this, it can compute the matching ID and attach directly to the same trace without any coordination with the collector. receivers: github: webhook: endpoint: 0.0.0.0:19418 path: /events secret: ${env:GITHUB_WEBHOOK_SECRET} scrapers: # required even if you only want tracing, a dummy entry is enough scraper: github_org: ${env:GITHUB_ORG} exporters: otlp: endpoint: ${env:TRACE_BACKEND_ENDPOINT} headers: authorization: ${env:TRACE_BACKEND_API_KEY} service: pipelines: traces: receivers: [github] exporters: [otlp] That scrapers block looks unrelated to tracing, and it is, it belongs to a separate GraphQL/REST metrics feature the same receiver offers, but the config fails validation without at least a dummy entry, even if all you want is the webhook side. Easy to lose twenty minutes to that the first time. Point the exporter at Tempo, Jaeger, Datadog, or whatever your team already pays for, and it just works, that’s the actual point of using OTLP rather than a vendor-specific format. The backend is genuinely the least interesting decision in this whole setup. Before you deploy this A few things worth deciding upfront, since the config alone won’t force you to think about them. The collector needs a publicly reachable endpoint, GitHub has to deliver webhooks to it, so plan for IP allowlisting or a WAF restricted to GitHub’s webhook source ranges rather than leaning on the shared secret as your only line of defence. There’s also a GitHub App option if you’d rather not manage a shared secret directly, worth a look if secret rotation across many services is already a headache for your team. Setting up an org-level webhook needs org admin access, worth confirming early rather than discovering it mid-rollout. And if you’re on GitHub Enterprise Server rather than github.com, I’d validate that webhook delivery behaves the same way in your setup before assuming this is a drop-in. None of that is difficult, it’s just easy to skip past when you’re excited about the zero-instrumentation part. Get it sorted early and it’s a one-time cost: point one org-level webhook at the collector and every repo in the org is covered from that moment on, including repos that don’t exist yet. Nobody has to remember to switch anything on. Sizing it before you build it Worth walking through the actual method here, since “just turn on tracing for everything” is a good way to end up with an unwelcome bill or an unwelcome conversation with whoever owns your tracing budget. Start by scanning the org for total repo count, then immediately throw that number away. It’s nearly meaningless on its own. Most orgs of any real size are carrying a long tail of dormant, forked, archived, or abandoned repos that inflate the headline count without generating any real CI traffic. What actually matters is the active slice: how many repos had genuine workflow activity in a real week, not how many exist. From there, extrapolate outward. Active repo count times average runs per repo gives you expected workflow volume. Workflow volume times average steps per workflow gives you expected span volume. Span volume times typical payload size gives you an expected data volume per day. Compare that against whatever tracing volume your infrastructure already handles for application traces, and in most orgs, CI trace volume turns out to be a rounding error next to it. That comparison is the actual point, not any specific number I could hand you. What generalises is the method: measure real activity instead of headline repo count, and walk in with a comparison rather than an assertion. Getting buy-in The technical build was the easy part. The harder part was justifying the data volume to whoever owns the tracing budget, especially with cost concerns already floating around about the backend in question. Showing up with an actual sizing exercise, not “trust me, it’s small,” turns that into a five-minute conversation instead of a drawn-out one. Nobody has to take your word for “it’s small” when they can see it sitting next to the tracing volume they’re already paying for without blinking. It’s also worth remembering that standing up a new observability project is as much an ownership question as a technical one. Someone has to actually own the collector, the webhook, the alerting rules going forward. Sorting that out early saves the awkward moment three months later when something breaks and nobody’s sure whose pager it is. Why this is worth doing The zero-instrumentation part is the whole value here. New repos are observable the moment they’re created, not the moment someone remembers to add tracing to them. And because everything lands as proper OTel traces, CI health sits in the same tool as your application traces, so a slow deploy and a slow downstream service can be correlated instead of investigated in two different dashboards by two different people who don’t talk to each other until Thursday. If you’re running self-hosted runners on the Actions Runner Controller, it’s worth being clear this doesn’t replace what ARC already gives you, it sits on a different layer entirely. ARC’s own metrics tell you about your runner fleet: how many pods exist, whether autoscaling is keeping up, how deep the queue is. This tells you about your workflows: why a specific run was slow, which ones are flaky, where the time actually went. Queue depth and queue time are practically the same question asked from two different vantage points. Worth running both, not picking one. This covers the collection side. It doesn’t get into building good alerting on top of the trace data, that’s queue-time thresholds, flaky-test detection, and how noisy those alerts get before people start ignoring them, which is a genuinely separate problem and probably its own post. Source: Originally published on CNCF. Read the full article at CNCF → ### “ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดลบ น้ำมันพุ่งจุดชนวนกังวล Stagflation จับตา ECB ขึ้นดอกเบี้ย | การเงินธนาคาร | LINE TODAY URL: https://onesiamsoft.com/articles/stagflation-ecb-or-or-line-today Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 &quot;ตลาดหุ้นยุโรป&quot; เปิดลบ หลังราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดจับตา ECB ซึ่งคาดว่าจ... "ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดลบ หลังราคาน้ำมันพุ่งจากความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย เพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดจับตา ECB ซึ่งคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในวันที่ 10 ส.ค.2569วันที่ 8 กันยายน 2569 เวลา 15.29 น. ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายในแดนลบวันนี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันพฤหัสบดีนี้ โดยตลาดคาดการณ์ว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อรับมือกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวควบคู่กับเงินเฟ้อสูง หรือ Stagflation กลับมาเป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง*ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ 648.96 จุด ลดลง 0.94 จุด หรือ 0.14% ขณะที่ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส เปิดที่ 8,268.12 จุด ลดลง 38.03 จุด หรือ 0.46% และ ดัชนี DAX ของเยอรมนี เปิดที่ 25,897.22 จุด ลดลง 109.31 จุด หรือ 0.42% สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุนท่ามกลางความเสี่ยงทั้งด้านพลังงาน เงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้น*แรงกดดันสำคัญต่อตลาดมาจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น หลังอิหร่านเตือนว่าจะตอบโต้ทันทีหากสหรัฐฯ หรือชาติพันธมิตรเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ โดยระบุว่าอาจมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงสินทรัพย์ด้านน้ำมันและก๊าซของสหรัฐฯ ในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้ตลาดเพิ่มค่าความเสี่ยงต่อความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะกระทบแหล่งผลิตและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานโดยตรงความตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ปัญหาการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังไม่คลี่คลาย ส่งผลให้ความกังวลของตลาดขยับจากปัญหาความล่าช้าและต้นทุนการขนส่ง ไปสู่ความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานอาจหยุดชะงักเป็นเวลานาน หากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคได้รับความเสียหาย โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของตลาดพลังงานโลก ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางราคาน้ำมันในระยะสั้นสำหรับยุโรป ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากหลายประเทศต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงาน เมื่อราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวขึ้น ภาคธุรกิจต้องเผชิญต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่สูงขึ้น ซึ่งอาจถูกส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการ ขณะเดียวกันยังบีบอัตรากำไรของบริษัทและกำลังซื้อของภาคครัวเรือน จึงเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจยุโรปจะเผชิญแรงกดดันทั้งจากการเติบโตที่ชะลอลงและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงสถานการณ์ดังกล่าวยิ่งเพิ่มความซับซ้อนให้กับการดำเนินนโยบายของ ECB เนื่องจากธนาคารกลางต้องสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการหลีกเลี่ยงการกดดันเศรษฐกิจมากเกินไป หาก ECB ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามที่ตลาดคาด จะทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้นในช่วงที่ภาคธุรกิจและผู้บริโภคต้องรับภาระจากต้นทุนพลังงานที่สูงอยู่แล้ว และอาจเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจยูโรโซนกำลังเข้าใกล้ภาวะ Stagflation มากขึ้นนักลงทุนจึงยังจับตาทั้งทิศทางราคาน้ำมัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลการประชุม ECB อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัญญาณเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป เนื่องจากหากราคาพลังงานยังทรงตัวในระดับสูงและสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อต่อเนื่อง ตลาดอาจต้องปรับมุมมองต่อเส้นทางนโยบายการเงินของยุโรป และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีอีกครั้งอ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่ Source: Originally published on LINE TODAY. Read the full article at LINE TODAY → ### Acer เปิดตัว Acer PA100 Portable SSD ไดรฟ์พกพาความเร็วสูง บางเบา พกง่าย URL: https://onesiamsoft.com/articles/acer-acer-pa100-portable-ssd Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 เอเซอร์ (Acer) เปิดตัวไดรฟ์พกพารุ่นใหม่ "Acer PA100 Portable SSD" ชูความเร็วอ่าน-เขียนระดับสูง บนดีไซน์เพรียวบางน้ำหนักเบา ตอบโจทย์การทำงาน ถ่ายโอนไฟล์ขนาดใหญ่ และไลฟ์สไตล์ดิจิทัลยุคใหม่ เช็กสเปก พอร์ตเชื่อมต่อ และราคาได้ที่นี่ เอเซอร์ (Acer) เปิดตัว Acer PA100 Portable SSD อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบพกพารุ่นใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับการทำงานและการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลากหลาย พร้อมดีไซน์บางเบา พกพาสะดวก และมีตัวเลือกความจุสูงสุดถึง 2 TB เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องจัดการไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ และคอนเทนต์ขนาดใหญ่ ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงานแบบเคลื่อนที่ ยกระดับความเร็ว เพิ่มความคล่องตัวให้ทุกเวิร์กโฟลว์ Acer PA100 มาพร้อมการเชื่อมต่อมาตรฐาน USB 3.2 Gen 1 ให้ความเร็วในการอ่านข้อมูลแบบลำดับ (Sequential Read) สูงสุด 560 MB/s และความเร็วในการเขียนข้อมูลแบบลำดับ (Sequential Write) สูงสุด 430 MB/s ช่วยให้การถ่ายโอนไฟล์และเข้าถึงข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ภายนอกแบบจานหมุน (Mechanical External Drive) แบบดั้งเดิม ด้วยประสิทธิภาพดังกล่าว Acer PA100 สามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ตั้งแต่การจัดเก็บและถ่ายโอนเอกสาร ไฟล์มัลติมีเดีย และสื่อการเรียน ไปจนถึงงานสร้างสรรค์คอนเทนต์ ช่วยลดระยะเวลาในการโอนย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ การสำรองข้อมูล (Backup) และการเข้าถึงไฟล์งานจากอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ความจุหลากหลาย รองรับทุกความต้องการจัดเก็บข้อมูล Acer PA100 มาพร้อมตัวเลือกความจุ 500 GB, 1 TB และ 2 TB รองรับความต้องการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกความจุให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่การจัดเก็บเอกสาร ไฟล์สำหรับการเรียนและการทำงาน ไปจนถึงภาพถ่าย วิดีโอความละเอียดสูง และไฟล์โปรเจกต์ขนาดใหญ่ ด้วยความจุที่หลากหลาย Acer PA100 จึงตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนตัวและการทำงาน พร้อมช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลโดยยังคงความสะดวกในการพกพา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าถึงและจัดการไฟล์ได้ทุกที่ทุกเวลา ดีไซน์บางเพียง 9 มม. พกพาสะดวก พร้อมรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย Acer PA100 ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หลากหลายประเภท ตัวเครื่องมีความบางเพียง 9 มิลลิเมตร และน้ำหนักเบา จึงพกพาได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานหรือเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เป็นประจำ พร้อมโครงสร้างที่ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและระหว่างการเดินทาง ด้านการเชื่อมต่อ Acer PA100 มาพร้อม สายเคเบิลแบบ 2-in-1 รองรับทั้ง USB-C to C และ USB-A ภายในกล่อง พร้อมการใช้งานแบบ Plug-and-Play สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้ทันทีกับพีซี แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่รองรับ รวมถึงรองรับระบบปฏิบัติการหลัก ช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายโอนและเข้าถึงข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ประหยัดพลังงาน พร้อมความเสถียรในการใช้งาน และรับประกัน 3 ปี Acer PA100 ได้รับการออกแบบให้ใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ (Ultra-low-power architecture) โดยใช้พลังงานขณะทำงานต่ำกว่า 3W และใช้พลังงานขณะไม่มีการใช้งาน (Idle) เพียง 0.62W ช่วยให้สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบบริหารจัดการความร้อนที่ช่วยรักษาความเสถียรของการทำงานเมื่อต้องใช้งานต่อเนื่อง Acer PA100 Portable SSD พร้อมวางจำหน่ายแล้ว พร้อมการรับประกันแบบจำกัดระยะเวลา 3 ปี เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Acer PA100 Portable SSD ได้ที่ https://www.acerstorage.com/products/portable-ssd/acer-pa100-portable-ssd Source: Originally published on MobileOcta. Read the full article at MobileOcta → ### “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” คาดเงินเฟ้อไทยปี 2569 อยู่ที่ 1.8% มีแนวโน้มเร่งขึ้นในไตรมาส 4/2569 URL: https://onesiamsoft.com/articles/2569-18percent-42569-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 กรุงเทพฯ, 8 ก.ย.69 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสถา […] กรุงเทพฯ, 8 ก.ย.69 – ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานสถานการ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือน ส.ค. 2569 ว่าเร่งตัวขึ้นที่ 2.5%YoY สอดคล้องกับที่คาด โดยราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้น 8.6%YoY กลับมาเร่งตัวขึ้นตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กลับมา ทั้งนี้ ยังคงเห็นการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและขยายวงกว้างไปยังรายการสินค้าอื่นมากขึ้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 แม้คาดว่าจะยังมีการส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอส่งผลให้การส่งผ่านต้นทุนเป็นไปอย่างจำกัด ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4/2569 จากราคาพลังงานยังมีแนวโน้มทรงตัวสูง โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังมีความยืดเยื้อและไม่แน่นอน  และราคาสินค้าเกษตรและอาหารมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากความเสี่ยงเอลนีโญที่อาจจะพัฒนาไปสู่ระดับเอลนีโญขั้นรุนแรงในช่วงไตรมาสที่ 4/2569 ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2570 Source: Originally published on ไทยแทบลอยด์ สำนักข่าวออนไลน์. Read the full article at ไทยแทบลอยด์ สำนักข่าวออนไลน์ → ### ส่งออกจีนโตแรง 25% รับกระแส AI แต่นำเข้าน่าผิดหวัง เร่งการค้าไม่สมดุล URL: https://onesiamsoft.com/articles/25percent-ai-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ส่งออกจีนกลับมาเร่งตัวแรงรับอานิสงส์ AI บูม แต่นำเข้าโตน้อยกว่าที่คาด ในขณะที่สหรัฐและหลายประเทศเร่งกดดันการค้าที่ไม่สมดุลกับจีน ส่งออกจีนกลับมาเร่งตัวแรงรับอานิสงส์ AI บูม แต่นำเข้าโตน้อยกว่าที่คาด ในขณะที่สหรัฐและหลายประเทศเร่งกดดันการค้าที่ไม่สมดุลกับจีนกรมศุลกากรจีนเปิดเผยตัวเลขการค้าล่าสุดในเดือน ส.ค. พบว่า "การส่งออก" เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งตัวขึ้นจากที่โตเกือบ 24% ในเดือนก่อนหน้า  ขณะที่ "การนำเข้า" เพิ่มขึ้น 28.2% ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์สำรวจโดยรอยเตอร์สคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 30% ส่งผลให้จีนเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.191 แสนล้านดอลลาร์ จาก 1.125 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.โลกกดดันการค้าไม่สมดุล   ตัวเลขเดือนล่าสุดสะท้อนถึงการส่งออกของจีนที่เร่งตัวขึ้น และการเกินดุลการค้าเพิ่มสูงขึ้น ในจังหวะที่ "สหรัฐ" กำลังเพิ่มแรงกดดันให้จีนแก้ปัญหา "ความไม่สมดุลทางการค้า" ก่อนที่ผู้นำของสองประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจะประชุมสุดยอดผู้นำร่วมกันที่กรุงวอชิงตัน ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าหลังจากจีนเกินดุลการค้า "สูงสุดเป็นประวัติการณ์" ถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว ในปีนี้ 2026 จีนกำลังมีแนวโน้มที่จะเกินดุลในระดับใกล้เคียงกันอีกครั้ง เนื่องจากการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั่วโลกกำลังขับเคลื่อนการค้าทั่วเอเชีย อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกำลังก่อให้เกิดความไม่สมดุลและเพิ่มความตึงเครียดกับบรรดาประเทศคู่ค้า ซึ่งกังวลว่าอิทธิพลของจีนในภาคการผลิตตลอดห่วงโซ่มูลค่าโลกกำลังบั่นทอนอุตสาหกรรมภายในประเทศของตนเอง สหรัฐกำลังเพิ่มความแข็งกร้าวในการวิพากษ์วิจารณ์จีน โดยเรียกร้องให้จีนกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการส่งออกเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโต ก่อนที่ประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" ผู้นำจีน มีกำหนดพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาวในช่วงปลายเดือนก.ย. นี้ ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาข้อตกลงพักรบด้านภาษีที่เปราะบางเอาไว้ ซึ่งกำลังจะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ย. หากไม่มีการขยายเวลาออกไปอีก นอกจากสหรัฐแล้ว ความตึงเครียดระหว่างปักกิ่งกับ "สหภาพยุโรป" (อียู) ก็กำลังเพิ่มขึ้นเช่นกัน ก่อนถึงเส้นตายในเดือนต.ค. สำหรับการแก้ปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า ซึ่งบรรดาผู้นำอียูมองว่าเป็นความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วระหว่างการประชุมรัฐมนตรีคลังกลุ่มประเทศ G20 สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ กล่าวโจมตีจีนว่าพยายามขัดขวางไม่ให้ที่ประชุมออกแถลงการณ์ร่วม ที่เรียกร้องให้ประเทศ "ซึ่งมีการเกินดุลภาคต่างประเทศในระดับสูงเกินไปและต่อเนื่อง” แก้ไขปัญหาการบิดเบือนดังกล่าว ปักกิ่งโต้กลับข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า การดำเนินการของสหรัฐเป็นความพยายามหาเหตุผลสนับสนุนนโยบายกีดกันทางการค้าและสกัดกั้นจีน AI ชดเชยฤดูมรสุมป่วนการค้า ทั้งนี้ สภาพอากาศรุนแรงสร้างความปั่นป่วนต่อการขนส่งสินค้าในเดือนส.ค. โดยท่าเรือสำคัญหลายแห่งทางตะวันออกของจีนระงับการดำเนินงานในช่วงที่พายุไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวเข้าใกล้ ขณะที่ข้อมูลทางการระบุว่า ปริมาณการขนถ่ายสินค้าของท่าเรือจีนลดลงทุกสัปดาห์ตลอดเดือนที่แล้ว เมื่อเทียบกับช่วง 7 วันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ปริมาณการค้าในภาพรวมยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ "ราคา" ที่ปรับตัวขึ้นกำลังทำให้มูลค่าการส่งออกของจีนในปีนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเงินลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์หลั่งไหลเข้าสู่ AI ในขณะที่ภาวะขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำให้ราคาชิปบางประเภทพุ่งสูงถึง 700% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา S&P Global Ratings ประเมินว่า ปริมาณสินค้าผ่านท่าเรือของจีนจะขยายตัวประมาณ 5% ในปีนี้ Source: Originally published on bangkokbiznews. Read the full article at bangkokbiznews → ### สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สนพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง PDP2026 วางกรอบกำลังผลิตไฟฟ้าใหม่ 5.09 หมื่นเมกะวัตต์ใน 12 ปีแรก เน้นสมดุล “มั่นคง–ต้นทุน–สิ่งแวดล้อม” รองรับดีมานด์พลังงานสะอาดจากอุตสาหกรรม Data Center และ AI พร้อมวางเป้าพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 65% ภายในปี 2593 วันนี้ (8 ก.ย.2569) นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า สนพ.จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (PDP2026) เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อกำหนดทิศทางระบบไฟฟ้าไทยให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและพลังงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยการจัดทำ PDP2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุล 3 ด้าน ได้แก่ ความมั่นคงด้านพลังงาน (Security) เศรษฐกิจ (Economy) และสิ่งแวดล้อม (Ecology) โดยมุ่งให้ระบบไฟฟ้ามีกำลังผลิตเพียงพอ กระจายประเภทเชื้อเพลิง บริหารต้นทุนค่าไฟให้อยู่ในระดับเหมาะสมและเป็นธรรม ควบคู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 ทิศทางการใช้ไฟฟ้าในอนาคตเปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งความต้องการพลังงานสะอาดจากภาคอุตสาหกรรม การขยายตัวของ Data Center และ AI การผลิตไฟฟ้าใช้เอง การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงกติกาการค้าระหว่างประเทศ ทำให้ระบบไฟฟ้าจำเป็นต้องมีความยืดหยุ่นและรองรับรูปแบบการผลิต–ใช้ไฟฟ้าที่หลากหลายมากขึ้น สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด สำหรับร่าง PDP2026 ยังผลักดันระบบไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Decentralization) และการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (Just Energy Transition) โดยตั้งเป้ากลไก Demand Response (DR) สะสมกว่า 2,800 เมกะวัตต์ และ Distributed Energy Resources (DER) กว่า 9,100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2593 เพื่อช่วยบริหารความต้องการใช้ไฟฟ้าช่วงสูงสุดและเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่าย โดยในช่วง 12 ปีแรก ระหว่างปี 2569–2580 ร่างแผนกำหนดกรอบกำลังผลิตใหม่รวมประมาณ 50,900 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติแบบ CCGT 9,100 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้า SMR 300 เมกะวัตต์ พลังงานแสงอาทิตย์ 24,300 เมกะวัตต์ พลังงานลม 2,700 เมกะวัตต์ และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 14,500 เมกะวัตต์ สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด ส่วนช่วงหลังปี 2580 สนพ.เตรียมทางเลือกเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด พิจารณาทั้งการใช้เทคโนโลยี CCS การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนควบคู่ระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงการผสมผสานหลายเทคโนโลยี โดยทุกทางเลือกกำหนดให้ พลังงานสะอาดมีสัดส่วนไม่น้อยกว่า 65% ในปี 2593 ร่างแผนยังเปิดทางรองรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต ทั้ง SMR, CCS, ระบบกักเก็บพลังงานระยะยาว และไฮโดรเจน เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเทคโนโลยีในระยะยาว สนพ. เปิดฟังร่าง PDP วางกรอบกำลังผลิต ดันไฟฟ้าไทยสู่ยุคพลังงานสะอาด ทั้งนี้ สนพ.เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง PDP2026 เพิ่มเติมถึง 15 กันยายน 2569 ก่อนรวบรวมข้อเสนอจากทุกภาคส่วนไปปรับปรุงร่างแผนให้มีความเหมาะสมและรอบด้าน ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป โดยมีเป้าหมายให้ PDP2026 เป็นกรอบพัฒนาระบบไฟฟ้าที่สร้างสมดุลระหว่าง ความมั่นคง ต้นทุนเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานของไทยในระยะยาว อ่านข่าว: กกพ.ลดค่าไฟบ้านไร้ทะเบียน ช่วยเกือบ 4 หมื่นครัวเรือน 200 หน่วยแรกไม่เกิน 3 บาทอาหาร-พลังงานปรับตัวสูง ดันเงินเฟ้อพุ่ง 2.53% สนค. คงเป้าทั้งปี 2%ดับร้อน-เซฟน้ำจืด เจาะที่มา "ดาตาเซนเตอร์ใต้น้ำ" ทางรอดยุค AI ใหม่ใต้มหาสมุทร Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### สรุปราคาทองคำ 8 ก.ย.2569 ปิดตลาด -50 ผันผวน 24 ครั้ง URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-2569-50-24 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ราคา ทองคำ ผันผวน 24 ครั้ง ลบ 50บาท ทองย่อตัว หลังบอนด์ยีลด์ / น้ำมันมีแนวโน้มกดดัน หลังซาอุฯ ถูกโจมตี จับตาบอนด์จีน อาจหนุนทองคำในอนาคต “รูปพรรณ” ในประเทศ ขายออก 69,400 บาททองคำ “ทองคำแท่ง” ขายออก 68,600 บาททองคำ วันนี้ (8 ก.ย.2569) “ฮั่วเซ่งเฮง” เผย ทองโลกทรงตัว และยังคงอยู่ในระยะขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีแนวโน้มทะลุ 100 และ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากพลตรีเตอร์กิ อัล-มาลิกิ โฆษกกองกำลังผสมที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเปิดเผยว่า กลุ่มฮูตีได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้พยายามที่จะพุ่งเป้าโจมตีดินแดน ทรัพย์สินของชาติ ประชาชน และผู้อยู่อาศัยในซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยของชาติ เหตุการณ์ดังกล่าว มีความเสี่ยงที่สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน จะขยายวงกว้างอีกครั้ง และอาจลุกลามไปถึงเงินเฟ้อภาคพลังงาน / ดอกเบี้ยเฟด เป็นลบกับทองคำ อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์จีน อายุ 10 ปี ได้ ปรับตัวลดลงต่อเนื่องต่ำกว่า 2% สวนทางกับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จากปัญหาภาวะเงินฝืด ดอกเบี้ยต่ำ หลังหนี้เสียจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซามานาน 5 ปี ซึ่งอาจหนุนให้ภาคเอกชนของจีนเข้าซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ เนื่องจากให้ผมตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่า หรืออาจเข้าซื้อทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้เช่นกัน วิเคราะห์ราคาทองโลกมีการย่อตัวลงหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,440 ดอลลาร์ แต่ทว่าภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways ประเมินว่า ทองโลกอาจฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังทดสอบแนวรับที่ 4,375 ดอลลาร์ ทั้งนี้หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,355 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงอีกครั้ง สรุปราคาทองคำ วันที่ 8 ก.ย. 2569 ครั้งที่ 24 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,400 บาท ขายออก บาทละ 68,600 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,037.52 บาท ขายออก บาทละ 69,400 บาท ครั้งที่ 23 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,350 บาท ขายออก บาทละ 68,550 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,976.88 บาท ขายออก บาทละ 69,350 บาท ครั้งที่ 22 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,400 บาท ขายออก บาทละ 68,600 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,037.52 บาท ขายออก บาทละ 69,400 บาท ครั้งที่ 21 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,350 บาท ขายออก บาทละ 68,550 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 66,976.88 บาท ขายออก บาทละ 69,350 บาท ครั้งที่ 20 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,400 บาท ขายออก บาทละ 68,600 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,037.52 บาท ขายออก บาทละ 69,400 บาท ครั้งที่ 19 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,450 บาท ขายออก บาทละ 68,650 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,083. บาท ขายออก บาทละ 69,450 บาท ครั้งที่ 18 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,500 บาท ขายออก บาทละ 68,700 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,128.48 บาท ขายออก บาทละ 69,500 บาท ครั้งที่ 17 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,450 บาท ขายออก บาทละ 68,650 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,083. บาท ขายออก บาทละ 69,450 บาท ครั้งที่ 16 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,500 บาท ขายออก บาทละ 68,700 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,128.48 บาท ขายออก บาทละ 69,500 บาท ครั้งที่ 15 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,550 บาท ขายออก บาทละ 68,750 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,173.96 บาท ขายออก บาทละ 69,550 บาท ครั้งที่ 14 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,600 บาท ขายออก บาทละ 68,800 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,234.6 บาท ขายออก บาทละ 69,600 บาท ครั้งที่ 13 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,650 บาท ขายออก บาทละ 68,850 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,280.08 บาท ขายออก บาทละ 69,650 บาท ครั้งที่ 12 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,700 บาท ขายออก บาทละ 68,900 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,325.56 บาท ขายออก บาทละ 69,700 บาท ครั้งที่ 11 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,650 บาท ขายออก บาทละ 68,850 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,280.08 บาท ขายออก บาทละ 69,650 บาท ครั้งที่ 10 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,700 บาท ขายออก บาทละ 68,900 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,325.56 บาท ขายออก บาทละ 69,700 บาท ครั้งที่ 9 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,750 บาท ขายออก บาทละ 68,950 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,371.04 บาท ขายออก บาทละ 69,750 บาท ครั้งที่ 8 ลบ 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,800 บาท ขายออก บาทละ 69,000 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,416.52 บาท ขายออก บาทละ 69,800 บาท ครั้งที่ 7 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,850 บาท ขายออก บาทละ 69,050 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,477.16 บาท ขายออก บาทละ 69,850 บาท ครั้งที่ 6 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,800 บาท ขายออก บาทละ 69,000 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,416.52 บาท ขายออก บาทละ 69,800 บาท ครั้งที่ 5 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,750 บาท ขายออก บาทละ 68,950 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,371.04 บาท ขายออก บาทละ 69,750 บาท ครั้งที่ 4 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,700 บาท ขายออก บาทละ 68,900 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,325.56 บาท ขายออก บาทละ 69,700 บาท ครั้งที่ 3 บวก 50 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,650 บาท ขายออก บาทละ 68,850 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,280.08 บาท ขายออก บาทละ 69,650 บาท ครั้งที่ 2 ลบ 100 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,600 บาท ขายออก บาทละ 68,800 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,234.6 บาท ขายออก บาทละ 69,600 บาท ครั้งที่ 1 บวก 350 บาท ทองแท่ง รับซื้อ บาทละ 68,700 บาท ขายออก บาทละ 68,900 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ บาทละ 67,325.56 บาท ขายออก บาทละ 69,700 บาท อ่านข่าว: เฟดเสียงแตกเงินเฟ้อ จับตา CPI ศุกร์นี้ ชี้ชะตาดอกเบี้ย–ทองราคา“ทองคำ” เช้านี้ +350 บาท “รูปพรรณ” ขายออก 69,600 บาทสรุปราคาทองคำ 7 ก.ย.2569 ปิดตลาด-600 ผันผวน 28 ครั้ง"ทองคำ" ยังไม่จบรอบขาขึ้น ลุ้นเป้าสิ้นปี 5,000 ดอลลาร์ "ทองไทย" ขาย 77,000 บาท Source: Originally published on Thai PBS. Read the full article at Thai PBS → ### นับถอยหลัง iPhone 18 เปิดจองเร็วๆนี้! ช้อป Tech & Gadget คุ้มสุดที่เซ็นทรัลพร้อมรับสิทธิพิเศษใน Electronics Pro Day - efinanceThai URL: https://onesiamsoft.com/articles/iphone-18-tech-and-gadget-electronics-pro-day-efinancethai Category: tech · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 นับถอยหลัง iPhone 18 เปิดจองเร็วๆนี้! ช้อป Tech & Gadget คุ้มสุดที่เซ็นทรัลพร้อมรับสิทธิพิเศษใน Electronics Pro Day efinanceThai CASETiFY หลุดโป๊ะเผยชื่อมือถือจอพับ Apple ในชื่อ iPhone Duo ก่อนแก้ไขและลบหน้าเว็บในภายหลัง Thairath.co.th iPhone 18 Pro Max หลุดคลิปเครื่องสี Dark Che นับถอยหลัง iPhone 18 เปิดจองเร็วๆนี้! ช้อป Tech & Gadget คุ้มสุดที่เซ็นทรัลพร้อมรับสิทธิพิเศษใน Electronics Pro Day  efinanceThaiCASETiFY หลุดโป๊ะเผยชื่อมือถือจอพับ Apple ในชื่อ iPhone Duo ก่อนแก้ไขและลบหน้าเว็บในภายหลัง  Thairath.co.thiPhone 18 Pro Max หลุดคลิปเครื่องสี Dark Cherry พร้อม iPhone 18 Pro สี Blue ก่อนเปิดตัว  ThaimobilecenteriPhone จอพับอาจไม่ใช่ชื่อ "Ultra" จับตาชื่อ "iPhone Duo"  TrueIDiPhone 18 ปีนี้อาจไม่เหมือนเดิม! Apple เตรียมเปิดตัวอะไรบ้างในงาน 9 ก.ย.?  Sanook.com Source: Originally published on Google News — เทคโนโลยี. Read the full article at Google News — เทคโนโลยี → ### จีนอัดฉีดทุน 8 สถาบันการเงิน 3.6 แสนล้านหยวน เสริมแกร่งระบบการเงิน URL: https://onesiamsoft.com/articles/8-36 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 จีนเดินหน้าเพิ่มทุน 8 สถาบันการเงินรายใหญ่ รวมวงเงินสูงสุด 3.6 แสนล้านหยวน หรือราว 1.77 ล้านล้านบาท เสริม CET1 เพิ่มศักยภาพปล่อยสินเชื่อ สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า  สถาบันการเงินขนาดใหญ่ของจีน 8 แห่ง รวมถึงธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) เปิดเผยแผนอัดฉีดเงินทุนเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) หรือ CET1 ซึ่งจะช่วยระดมทุนรวมกันสูงสุดถึง 3.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.77 ล้านล้านบาท) โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกที่มองการณ์ไกล ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในการดำเนินงาน เพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง และยกระดับศักยภาพในการสนับสนุนภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีน (ABC) และธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน (ICBC) วางแผนระดมทุนรวมกันสูงสุด 2.6 แสนล้านหยวน (ราว 1.28 ล้านล้านบาท) ผ่านการเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ (A-share) แบบเฉพาะเจาะจง โดยธนาคารเกษตรแห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเอ-แชร์ ให้แก่กระทรวงการคลังจีน (MOF) บริษัทยาสูบแห่งชาติจีน (China National Tobacco Corporation) และบริษัทในเครือ คิดเป็นมูลค่าระดมทุนสูงสุด 1.6 แสนล้านหยวน (ราว 7.86 แสนล้านบาท) ซึ่งเงินทั้งหมดจะนำไปใช้เป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (Core Tier 1 Capital) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล ขณะที่ธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีนจะเสนอขายหุ้นเพื่อระดมทุนต่างหากสูงสุด 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.9 แสนล้านบาท) แก่กลุ่มผู้ลงทุนเดียวกัน โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปเพิ่มเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของทั้งหมดหลังจากได้รับการอนุมัติตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว เงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ ถือเป็นเงินกองทุนคุณภาพสูงที่สุดของธนาคาร นำมาใช้รองรับผลขาดทุนและเป็นหลักประกันความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งนี้ การมีเงินกองทุนดังกล่าวในระดับสูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายสินเชื่อ พร้อมทั้งรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลได้อย่างมั่นคง นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน (CEXIM) เปิดเผยว่ากระทรวงการคลังจีนจะอัดฉีดเงินทุนจำนวน 3 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.48 แสนล้านบาท) เข้าสู่ธนาคาร ขณะที่บริษัทประกันส่งออกและเครดิตแห่งประเทศจีน (Sinosure) จะได้รับเงินทุนอัดฉีดจำนวน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.9 หมื่นล้านบาท) นอกจากนี้ กระทรวงการคลังจีนยังเตรียมเพิ่มทุนใหม่ให้แก่บริษัทประกันภัยรายใหญ่ของจีนอีก 4 แห่ง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านเงินทุน ความสามารถในการชำระหนี้ และความสามารถในการรองรับความเสี่ยง การเพิ่มทุนดังกล่าว มีขึ้นหลังจีนดำเนินการเสริมสร้างฐานเงินทุนของสถาบันการเงินของรัฐ โดยกระทรวงการคลังประกาศในเดือนสิงหาคมว่าจะออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 3 แสนล้านหยวน (ราว 1.47 ล้านล้านบาท) เพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว อวี๋เสียง จากบริษัทหลักทรัพย์ซิติก ซีเคียวริตีส์ (CITIC Securities) ระบุว่า อุปสงค์การระดมทุนด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี การยกระดับภาคอุตสาหกรรม และอุปสงค์ภายในประเทศยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงินที่มั่นคง พร้อมเสริมว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการเสริมแกร่งฐานเงินทุนเพื่อตอบสนองภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความเสี่ยง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่มั่นคงตลอดช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจีนดำเนินการในลักษณะเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรรัฐบาลชุดพิเศษมูลค่า 5 แสนล้านหยวน (ราว 2.45 ล้านล้านบาท) ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐรายใหญ่ ทั้งนี้ ขอบเขตของมาตรการในปีนี้ได้ขยายครอบคลุมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจตามนโยบายรัฐและบริษัทประกันภัยของรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ที่แตกต่างกันของแต่ละหน่วยงาน และเปิดทางให้แหล่งเงินทุนที่มีความหลากหลายร่วมกันส่งเสริมภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง Back to top button Source: Originally published on ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์. Read the full article at ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ → ### Bitcoin ยืนแกร่งใกล้ 80,000 ดอลล์ แม้ผวา Fed ขึ้นดอกเบี้ย-จับตา CPI URL: https://onesiamsoft.com/articles/bitcoin-80000-fed-cpi Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 คริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตามราคาตลาดใหญ่ที่สุดในโลกมีการเปลี่ยนมืออยู่ที่ประมาณ 79,500 ดอลลาร์ ตามหน้าเวลาราคา Bitcoin ของ.... Thunhoon — ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน Thunhoon คือสำนักข่าวการลงทุนที่มุ่งให้ข้อมูล ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเศรษฐกิจมหภาค การเงินส่วนบุคคล ภาษี และแนวทางบริหารความเสี่ยง จุดเด่นของเราคือการสรุปเนื้อหาซับซ้อนให้เข้าใจง่าย พร้อมแหล่งอ้างอิงชัดเจน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ ติดตามอัปเดตได้ทุกวันจากทีมงานมืออาชีพของเรา Thunhoon is an independent investment newsroom dedicated to turning market noise into clear, actionable insight. We cover equities, funds, insurance, fixed income, and the broader macro-economy with a blend of fundamental and technical analysis. Our editors summarize earnings calls, track sector rotations, and translate regulatory changes into investor-friendly language. You will also find data-driven explainers, morning briefs, and educational guides for portfolio construction and risk management. Each piece prioritizes clarity, source transparency, and practical takeaways so that beginners and experienced investors alike can make informed decisions. Beyond articles, we publish infographics and short videos to highlight key numbers, catalysts, and scenarios. The goal is simple: help you focus on what moves the market and what truly matters for long-term returns. Use the navigation to explore our core sections: Latest News, ทันหุ้น Focus, Special Analysis, Funds & Insurance, and Crypto. Topic pages group related coverage and provide quick access to archives, while tag pages surface deep dives on themes such as dividends, earnings quality, and policy risk. Every article page uses a clear H1 headline, structured sub-headings, and internal links to help you discover context and follow-ups. If you are new here, start with the morning brief in Latest News, then bookmark the analysis pages for end-of-day reading. For background on our editorial approach, visit About; for partnership or press inquiries, see Contact. เนื้อหาบนเว็บไซต์นี้เหมาะสำหรับการศึกษาและให้ข้อมูลทั่วไป การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบและตัดสินใจด้วยวิจารณญาณของตนเอง หากต้องการติดตาม ข่าวหุ้น กองทุน ประกัน และการลงทุน แบบต่อเนื่อง โปรดบุ๊กมาร์กหน้าแรกและเลือกหัวข้อที่สนใจจากเมนูด้านบน ข่าวล่าสุด  |  ทันหุ้น Focus  |  บทวิเคราะห์เด่น  |  กองทุน & ประกัน  |  คริปโต  |  เกี่ยวกับเรา  |  ติดต่อเรา ข่าวล่าสุด ทันหุ้น Focus บทวิเคราะห์เด่น กองทุน & ประกัน คริปโต ทันหุ้น ทันโลก หนังสือพิมพ์ ประกาศ บจ. วิดีโอ อินโฟกราฟิกส์ แท็ก: หุ้นปันผล แท็ก: กลยุทธ์พอร์ต แท็ก: เศรษฐกิจโลก ค้นหา: หุ้น เกี่ยวกับเรา ติดต่อเรา สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งาน SET (ตลาดหลักทรัพย์) SEC Thailand (ก.ล.ต.) ธนาคารแห่งประเทศไทย Reuters Markets Asia Bloomberg Asia Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### พลังงานเปิด PDP 2026 ชูโรงไฟฟ้า SMR ดึงลงทุน Data Center มุ่ง Net Zero URL: https://onesiamsoft.com/articles/pdp-2026-smr-data-center-net-zero Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 สนพ.รับฟังเสียงประชาชน ถกร่าง PDP 2026 มุ่งพลังงานสะอาด […] สนพ.รับฟังเสียงประชาชน ถกร่าง PDP 2026 มุ่งพลังงานสะอาด-Net Zero ดึงดูดการลงทุนระดับโลก รับมือเทรนด์ Data Center และ EV พุ่ง ปักหมุดนำร่องโรงไฟฟ้า SMR 9,000 เมกะวัตต์ 8 ก.ย. 2569 – นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569-2593 (PDP 2026) ว่า การรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนนี้ เพื่อนำไปปรับปรุงให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศ โดยหัวใจสำคัญของแผนฉบับนี้คือการตอบโจทย์ “พลังงานสะอาด” และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero เพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับสินค้าที่เป็น Low Carbon และไม่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในห่วงโซ่การผลิต ทั้งนี้ หนึ่งในความท้าทายใหม่คือความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันมียอดแจ้งความประสงค์ขอใช้ไฟฟ้าเข้ามาสูงถึง 22,000-30,000 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ภาครัฐอาจต้องมีกระบวนการคัดกรอง Data Center ที่สร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจริงๆ เช่น กลุ่ม AI Industry Foundation ในด้านกำลังการผลิต ในระยะสั้นประเทศไทยมีระดับสำรองไฟฟ้า (Reserve Margin) ที่เพียงพอประมาณ 25% แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ ระบบส่งและสายจำหน่ายเพื่อรองรับการขยายตัวที่รวดเร็ว โดยคาดว่าอาจต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 3-7 แสนล้านบาทในการปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Smart Grid) และการติดตั้งอุปกรณ์รักษาสถียรภาพความถี่ (Synchronous Condenser) ซึ่งจะใช้เงินลงทุนจากการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่ง ขณะเดียวกันเพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง แผน PDP 2026 จึงได้บรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR – Small Modular Reactor) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทางเลือกหลัก โดยตามแผนคาดการณ์ว่าจะมีกำลังผลิตรวมสูงสุดถึง 9,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2050 โครงการแรกขนาด 300 เมกะวัตต์ จะมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ริเริ่ม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและการกำกับดูแลภายใต้หลักเกณฑ์ของ IAEA ก่อนที่จะพิจารณาเปิดให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในอนาคต “SMR คือคำตอบของพลังงานสะอาดที่เป็น Base Load มีความเสถียรและปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ ตัวโรงไฟฟ้ามีขนาดเล็กและมีเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ Passive ที่สามารถคูลดาวน์ตัวเองได้” นายประเสริฐ กล่าว สำหรับทิศทางราคาค่าไฟฟ้าภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน รวมถึงสัดส่วนเชื้อเพลิงผสมผสาน (Fuel Mix) ตั้งเป้าจะควบคุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนให้ไม่เกิน 3.88 บาทต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการไฟฟ้าสะอาดคุณภาพสูง (Premium Clean Energy) เช่น Data Center อาจต้องยอมรับโครงสร้างราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริงซึ่งอาจสูงกว่าภาคประชาชนทั่วไป ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีโจทย์ใหม่ที่สำคัญคือการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก (Tech Company) ที่ต้องการเข้ามาจัดตั้ง Data Center และอุตสาหกรรม AI ในประเทศไทย ธุรกิจเหล่านี้มีความต้องการใช้พลังงานมหาศาล และที่สำคัญต้องเป็นพลังงานสะอาดที่มีความเสถียรและความมั่นคงสูงเพื่อตอบโจทย์เงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนระดับสากล “แผน PDP 2026 นี้ต้องตอบโจทย์เรื่องการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 เพราะหากเราทำไม่ได้ การค้าการลงทุนจากต่างประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”นายประเสริฐ กล่าว  ทั้งนี้ แผน PDP 2026 จะมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับเปลี่ยนทุก 2-3 ปีตามสถานการณ์เทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป หากเทคโนโลยี SMR เกิดความล่าช้า ภาครัฐก็มีแผนสำรองโดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนบวกระบบกักเก็บพลังงาน (Solar + BESS) หรือการใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับเทคโนโลยีดักจับคาร์บอน (Gas + CCS) เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีพลังงานที่มั่นคง สะอาด ราคาเหมาะสมอย่างยั่งยืน และหนึ่งในประเด็นสำคัญของร่างแผน PDP ฉบับใหม่ คือนโยบายการเปิดเสรีภาคไฟฟ้า โดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้ให้แนวทางในการขยายสัดส่วนการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) จากเดิม 2,000 เมกะวัตต์ ให้ครอบคลุมไม่เพียงแต่ Data Center เท่านั้น แต่ยังเปิดกว้างให้ภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการพลังงานสะอาดสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมเรื่อง Third Party Access (TPA) เพื่อเปิดให้มีการใช้โครงข่ายไฟฟ้าของรัฐในการส่งจ่ายไฟฟ้า และส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปในภาคครัวเรือนอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพลังงานย้ำว่าโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) จะต้องมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตได้เฉพาะช่วงกลางวัน จากการติดตามข้อมูลการใช้ไฟฟ้า พบว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเกิดช่วงความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ในเวลาประมาณ 21.00 – 22.00 น. เนื่องจากในช่วงกลางวันมีการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ใช้เองเป็นจำนวนมาก แผน PDP ฉบับใหม่จึงต้องให้ความสำคัญกับความเสถียรของระบบไฟฟ้าให้สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้ไฟได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน ภายใต้หลักการเปิดปุ๊บต้องติดปั๊บ แผน PDP 2026 เป็นแผนของคนไทยทุกคน จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และภาคประชาชน ร่วมให้ข้อเสนอแนะอย่างเต็มที่ในช่วงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่จะดำเนินไปหลังจากนี้อีก 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้แผนที่สมบูรณ์ที่สุดก่อนเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1-2 เดือนนี้ นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนต่อร่างแผน PDP 2026 เพื่อพิจารณาเลือกฉากทัศน์ (Scenario) ที่เหมาะสมที่สุด โดยเบื้องต้นคณะอนุกรรมการและ สนพ. มีแนวโน้มชื่นชอบ “กรณีที่ 4” (Scenario 4) ซึ่งเป็นรูปแบบทางสายกลางแบบไฮบริด เนื่องจากมีความสมดุลทั้งในด้านต้นทุนค่าไฟฟ้า ความมั่นคงของระบบ และการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศ นายวัฒนพงษ์ กล่าวว่า แผน PDP ใหม่มีการรันโมเดลเปรียบเทียบทั้งหมด 4 ฉากทัศน์ เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคพลังงานของประเทศลงเหลือ 19 ล้านตัน จากระดับปกติที่คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 121 ล้านตัน ดังนี้ กรณีที่ 1 (BAU) ดำเนินการตามมาตรการปกติ ขยายสัดส่วนพลังงานสะอาดเป็น 65% และฟอสซิล 35% ส่งผลให้การปล่อยคาร์บอนลดลงเหลือ 66 ล้านตัน ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในภาพรวมที่กำหนดให้ภาคพลังงานต้องลดการปล่อยคาร์บอนลงเหลือเพียง 19 ล้านตัน  กรณีที่ 2 ต่อยอดจากกรณีแรกโดยเพิ่มการลงทุนเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) 100% สัดส่วนเชื้อเพลิงคงเดิมที่ 65:35 แต่มีต้นทุนค่า CCS เพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง กรณีที่ 3 มุ่งเน้นพลังงานหมุนเวียน (RE) สุดโต่งถึง 89% โดยไม่ใช้เทคโนโลยี CCS เลย ซึ่งจะต้องพึ่งพาโซลาร์และลมเป็นหลัก ส่งผลให้ความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติลดลงเหลือเพียง 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งจะกระทบต่อโครงสร้างท่อส่งก๊าซและสถานีรับจ่ายก๊าซ (LNG Terminal) ที่จัดเตรียมไว้ กรณีที่ 4 (ไฮบริด) ผสมผสานระหว่างกรณีที่ 2 และ 3 โดยขยายสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนขึ้นเป็นประมาณ 73% ควบคู่กับการนำเทคโนโลยี CCS มาใช้บางส่วน ฉากทัศน์นี้จะช่วยรักษาระดับการใช้ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยให้อยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณก๊าซในอ่าวที่มีอยู่ ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG มากเกินไป “เราชอบกรณี 4 เพราะอยู่ตรงกลาง ได้ทดลองใช้เทคโนโลยี CCS ตามกรอบแผนระยะยาวเพื่อลดโลกร้อนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และยังเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน (RE) ขึ้นอย่างเหมาะสม” นายวัฒนพงษ์ กล่าว ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดแผนทั้ง 4 ฉากทัศน์จะอยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่อาจมีการปรับทบทวนตามนโยบายและปัจจัยแวดล้อม ซึ่งในช่วงปลายแผนอาจขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 4.50 – 4.60 บาทต่อหน่วย อีกหนึ่งปัจจัยเร่งสำคัญคือความต้องการใช้ไฟฟ้าจากกลุ่ม Data Center ซึ่ง สนพ. ได้ประเมินไว้ 3 ฉากทัศน์ (ตั้งแต่ 6,000 เมกะวัตต์, 8,800 เมกะวัตต์ ไปจนถึงเกือบ 20,000 เมกะวัตต์) แต่เลือกใช้ตัวเลขคาดการณ์ระดับกลางที่ 8,800 เมกะวัตต์ มาใช้ในการรันแผน PDP โดยปริมาณไฟฟ้านี้เป็นการซื้อไฟฟ้าจากระบบหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจเลือกใช้วิธีผลิตไฟฟ้าเอง ติดตั้งแบตเตอรี่เอง หรือทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ซึ่งนโยบายปัจจุบันของรัฐมนตรียังไม่อนุมัติให้ซื้อขายกันโดยตรงนอกระบบสายส่งหลักเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเสถียรภาพโดยรวม Source: Originally published on Google News — การเงิน. Read the full article at Google News — การเงิน → ### ตลาดหุ้นยุโรปร่วงยกแผง น้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด หลังอิหร่านขู่ถล่มคลังพลังงานสหรัฐฯ : อินโฟเควสท์ URL: https://onesiamsoft.com/articles/feed-1788863485181 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบในวันนี้ โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งได้เข้ามาจุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation ตลาดหุ้นยุโรปเปิดลบในวันนี้ โดยมีปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งได้เข้ามาจุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมเงินเฟ้อสูง (stagflation) ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] เปิดตลาดที่ระดับ 648.96 จุด ลดลง 0.94 จุด หรือ -0.14% ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดตลาดที่ระดับ 8,268.12 จุด ลดลง 38.03 จุด หรือ -0.46% ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีเปิดตลาดที่ระดับ 25,897.22 จุด ลดลง 109.31 จุด หรือ -0.42% การซื้อขายได้รับอิทธิพลหลังราคาน้ำมันดิบพุ่งแรง เมื่อกองทัพอิหร่านออกมาเตือนว่าจะตอบโต้ทันทีหากสหรัฐฯ หรือพันธมิตรเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทั่วอ่าวเปอร์เซีย พร้อมขู่เจาะจงว่าจะเล่นงานสินทรัพย์น้ำมันและก๊าซของสหรัฐฯ ในพื้นที่ดังกล่าว คำขู่ที่ว่านี้ ประกอบกับปัญหาบริเวณช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ได้ยกระดับความกังวลของนักลงทุน จากแค่ความล่าช้าในการขนส่ง ไปสู่ความเสี่ยงที่อุปทานพลังงานในระยะยาวอาจถูกทำลายลง ซึ่งสำหรับตลาดหุ้นยุโรปที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลักแล้ว ต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นได้ซ้ำเติมความเสี่ยงเงินเฟ้อฝั่งต้นทุน ทั้งยังกดดันแนวโน้มกำไรของภาคธุรกิจด้วย โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต Source: Originally published on สำนักข่าวอินโฟเควสท์. Read the full article at สำนักข่าวอินโฟเควสท์ → ### ทรัมป์ขู่แบนเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดา หากไม่ยอมผลิตในอเมริกา URL: https://onesiamsoft.com/articles/bombardier-1 Category: finance · Reading time: 3 min Published: 2026-09-08 ทรัมป์ขู่ระงับการจำหน่ายเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดาในตลาดสหรัฐฯ หากบริษัทไม่ยอมผลิตเครื่องบินในสหรัฐฯ พร้อมกล่าวหาว่าแคนาดาปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม ดึงสงครามการค้าตึงเครียดอีก ทรัมป์ขู่ระงับการจำหน่ายเครื่องบิน Bombardier ของแคนาดาในตลาดสหรัฐฯ หากบริษัทไม่ยอมผลิตเครื่องบินในสหรัฐฯ พร้อมกล่าวหาว่าแคนาดาปฏิบัติต่อสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม ดึงสงครามการค้าตึงเครียดอีกโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาขู่ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันจันทร์ที่ 7 กันยายนว่า อาจสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องบินของ Bombardier ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่จากแคนาดาในสหรัฐฯ หากบริษัทต้องการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ ก็ต้องเข้ามาสร้างเครื่องบินภายในประเทศทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านโดยใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดว่า "ไม่มีการขาย Bombardier ในสหรัฐฯ อีกต่อไป!" อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่า หากต้องการระงับการจำหน่ายเครื่องบินของ Bombardier จริง จะดำเนินการผ่านกลไกหรือหน่วยงานใดนอกจากนี้ทรัมป์ยังกล่าวหาว่า แคนาดามีมาตรการทางการค้าที่ ไม่ยุติธรรมและไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐฯ พร้อมระบุว่าแคนาดาขัดขวางไม่ให้ธนาคารและบริษัทอเมริกันเข้าไปทำธุรกิจในประเทศ และย้ำว่ายุคสมัยนั้นจบลงแล้วทรัมป์ยังระบุว่า ตลาดสหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ของ Bombardier ซึ่งหมายความว่าการถูกจำกัดการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญBombardier โต้ สร้างงานในสหรัฐฯ หลายหมื่นตำแหน่งด้าน Bombardier ออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า บริษัทมีส่วนสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่งทั่วสหรัฐฯ ผ่านการขยายธุรกิจและฐานการดำเนินงานในอเมริกา รวมถึงเครือข่ายซัพพลายเออร์ซึ่งประกอบด้วยบริษัทอเมริกันราว 2,800 แห่งใน 47 รัฐบริษัทระบุว่า อุตสาหกรรมการบินและอวกาศของสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากการค้าและการส่งออก พร้อมย้ำว่า Bombardier เป็นผู้มีส่วนสำคัญต่ออุตสาหกรรมดังกล่าว โดยเครื่องบินของบริษัทใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในสหรัฐฯ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ ระบบอากาศยาน และระบบสำคัญอื่น ๆ ซึ่งจัดหาโดยบริษัทสัญชาติอเมริกันนอกจากนี้ Bombardier ยังมีแผนเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเมืองฟอร์ตเวย์น รัฐอินเดียนา ภายในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานธุรกิจในสหรัฐฯนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ขู่ดำเนินมาตรการกับ Bombardier โดยเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ เคยขู่ว่าจะเพิกถอนการรับรองเครื่องบิน Bombardier ที่ใช้งานในสหรัฐฯ และเรียกเก็บภาษีนำเข้าเครื่องบินจากแคนาดาสูงถึง 50%สำหรับคำขู่ล่าสุดเกี่ยวกับ Bombardier ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร เนื่องจากหน่วยงานที่มีอำนาจรับรองหรือเพิกถอนการรับรองเครื่องบินในสหรัฐฯ คือสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ไม่ใช่ทำเนียบขาวโดยตรงปัจจุบันเครื่องบิน Bombardier ยังคงได้รับการรับรองให้ใช้งานในสหรัฐฯ และบริษัทยังได้รับการยกเว้นจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯคำขู่ของทรัมป์มีขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดากำลังตึงเครียดอย่างหนัก โดยเมื่อเดือนที่แล้ว ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาบางรายการในอัตราสูงถึง 50% ครอบคลุมสินค้ามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐล่าสุด แคนาดาประกาศเตรียมใช้มาตรการภาษีตอบโต้สินค้าจากสหรัฐฯ ในมูลค่าใกล้เคียงกัน โดยจะเริ่มมีผลตั้งแต่ช่วงเช้าวันอังคารที่ 8 กันยายน ตามเวลาท้องถิ่นภาษีตอบโต้ของแคนาดาจะอยู่ที่ 15%, 25% และ 50% ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า โดยครอบคลุมสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ หลายรายการ รวมถึงผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียม ตลอดจนสินค้าอาหารอย่างชีสและผลิตภัณฑ์จากนม.ที่มา : channelnewsasiaคลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ Source: Originally published on www.thairath.co.th. Read the full article at www.thairath.co.th →