กลับไปหน้ารวมบทความ
TECH

WHOOP 5.0 สายรัดข้อมือไร้จอ แบตอึด 14 วัน โค้ช AI สุขภาพ 24 ชม.

07 ก.ค. 2569 · 3 min read via Google News — เทคโนโลยี
WHOOP 5.0 สายรัดข้อมือไร้จอ แบตอึด 14 วัน โค้ช AI สุขภาพ 24 ชม.

WHOOP 5.0 และ WHOOP MG เจนใหม่ล่าสุด! สายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพดีไซน์คลีนไร้หน้าจอที่มาพร้อมเซนเซอร์ความแม่นยำสูง แบตเตอรี่อัปเกรดอึดลากยาว 14 วัน โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ Healthspan คำนวณอายุร่างกาย และโค้ช AI ส่วนตัวคอยวิเคราะห์ความพร้อม สลีป และความเครียดตลอด 24 ชั่วโมง ดูรีวิวก่อนสมั

     เทคโนโลยีด้านสุขภาพมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์สวมใส่ไม่ได้มีหน้าที่เพียงนับก้าวเดินหรือแสดงเวลาอีกต่อไป แต่ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยวิเคราะห์สุขภาพแบบเชิงลึก ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจร่างกายของตนเองได้มากกว่าที่เคยซึ่งหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากนักกีฬาอาชีพ โค้ชฟิตเนส รวมถึงผู้ที่ใส่ใจสุขภาพทั่วโลกก็คือ Whoop 

     Whoop 5.0 ถือ เป็นการพัฒนาครั้งสำคัญของสายรัดข้อมือสุขภาพรุ่นใหม่ที่ยกระดับทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และระบบ AI ให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพได้ละเอียด และแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม โดยยังคงแนวคิดเดิมของแบรนด์ที่เน้นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกมากกว่าการแสดงผลบนหน้าจอ สิ่งที่ทำให้ Whoop แตกต่างจากสมาร์ทวอทช์ทั่วไป คือการไม่มีหน้าจอแสดงผลเลย ผู้ใช้งานจะดูข้อมูลทั้งหมดผ่านแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ซึ่งช่วยให้สามารถโฟกัสกับกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันตัวอุปกรณ์ก็ทำหน้าที่เก็บข้อมูลสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ ความเครียด ระดับการฟื้นตัวของร่างกาย อุณหภูมิผิวหนัง ไปจนถึงการประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน

     Whoop 5.0 จึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ แต่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยแนะนำว่าควรพักผ่อนเมื่อใด ควรออกกำลังกายหนักแค่ไหน และควรปรับพฤติกรรมอย่างไรเพื่อให้ร่างกายมีประสิทธิภาพสูงสุด WHOOP 5.0 และรุ่นอัปเกรดทางการแพทย์ WHOOP MG ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับปรุงดีไซน์ภายนอกให้เล็กลงหรือเบาขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการปฏิวัติสถาปัตยกรรมภายในทั้งหมด ทั้งในแง่ของความแม่นยำของเซ็นเซอร์ อัลกอริทึมในการคำนวณ ความประหยัดพลังงานของหน่วยประมวลผลที่ทำให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้นแบบก้าวกระโดดและที่สำคัญที่สุดคือการขยายขอบเขตจาก อุปกรณ์ติดตามการซ้อมกีฬาไปสู่ อุปกรณ์บริหารจัดการความเยาว์วัย และดูแลสุขภาพแบบระยะยาว

Article

สเปกของ Whoop 5.0

     แม้ Whoop จะไม่ได้แข่งขันด้านหน้าจอหรือแอปพลิเคชันเหมือนสมาร์ตวอทช์ทั่วไป แต่กลับเลือกพัฒนาเซ็นเซอร์ และอัลกอริทึมให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกเจเนอเรชั่น แม้ว่าตัวเลขสเปกอาจดูไม่หวือหวา แต่หัวใจสำคัญของ Whoop ไม่ใช่ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว หากเป็นการผสานข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายตัวเข้ากับอัลกอริทึม Machine Learning และ AI เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง

ข้อมูลสเปกโดยรวม

  • อุปกรณ์ประเภท Fitness & Health Tracker
  • ไม่มีหน้าจอแสดงผล
  • เซ็นเซอร์ Optical Heart Rate รุ่นใหม่
  • เซ็นเซอร์วัดค่า HRV
  • Accelerometer
  • Gyroscope
  • Skin Temperature Sensor
  • Blood Oxygen Monitoring (SpO₂)
  • Respiratory Rate Tracking
  • Stress Monitoring
  • Sleep Monitoring
  • Recovery Score
  • Strain Score
  • AI Health Coach
  • Bluetooth Low Energy
  • ซิงค์ข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • รองรับ iOS และ Android
  • กันน้ำประมาณ 10 ATM
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้หลายวันมากถึง 14 วันต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง
  • รองรับการชาร์จโดยไม่ต้องถอดสายรัด

     การที่ WHOOP สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของโปรเซสเซอร์ให้ประมวลผลข้อมูลได้รวดเร็วเพิ่มขึ้นถึง 60% ในขณะที่กินไฟน้อยลง 10 เท่า การเก็บข้อมูลความถี่ 26 ครั้งต่อวินาที หมายความว่าในทุก ๆ นาทีที่ผ่านไป ร่างกายของคุณจะถูกบันทึกสัญญาณชีพไปมากกว่า 1,500 ชุดข้อมูล ซึ่งจะถูกนำไปวิเคราะห์ในแอปพลิเคชันอย่างละเอียดเพื่อหาความผิดปกติหรือแนวโน้มของสุขภาพ นอกจากนี้ ในฝั่งของรุ่น WHOOP MG ซึ่งเป็นโมเดลคู่ขนานที่เน้นด้านการแพทย์สำหรับระดับสมาชิก LIFE จะมีการเพิ่มฮาร์ดแวร์พิเศษเข้าไป ได้แก่ เซ็นเซอร์ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ที่ผ่านการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) โดยใช้เทคโนโลยี HeartKey และระบบเซ็นเซอร์วิเคราะห์ความดันโลหิต (Blood Pressure Insights) จากข้อมือ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการจดสิทธิบัตร ทำให้ในตระกูลเจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่ต้องการได้

Article

การออกแบบ เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยแนวคิดที่แตกต่าง

     Whoop 5.0 แตกต่างจากสมาร์ตวอทช์แทบทุกรุ่นในตลาด เพราะไม่มีหน้าปัดไม่มีปุ่มกด และไม่มีจอ OLED ให้ใช้งาน แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้พัฒนาต้องการให้ผู้ใช้โฟกัสกับสุขภาพมากกว่าการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน จึงออกแบบให้ Whoop เป็นสายรัดข้อมือที่เรียบง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และแนบสนิทกับข้อมือ ทำให้สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงขณะนอนหลับ ออกกำลังกาย ว่ายน้ำ หรือแม้แต่ระหว่างทำงาน วัสดุของตัวเรือนมีความแข็งแรงและทนทาน ขณะที่สายรัดผลิตจากผ้าแบบถักคุณภาพสูง ให้สัมผัสนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และลดการสะสมของเหงื่อ จึงเหมาะกับการสวมใส่ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง อีกหนึ่งจุดเด่นคือระบบ Quick Release ที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสายได้ง่าย ผู้ใช้งานสามารถเลือกสีหรือวัสดุของสายให้เหมาะกับการแต่งตัวในแต่ละวันได้อย่างสะดวก ด้วยรูปทรงที่เพรียวบางลง WHOOP 5.0 มีการปรับลดขนาดตัวเรือนลง 7% เมื่อเทียบกับ WHOOP 4.0 เมื่อมาอยู่บนข้อมือนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างนั้นที่ชัดเจนมาก ตัวเรือนมีความแบนราบไปกับผิวหนังมากขึ้น ลดโอกาสที่ขอบของอุปกรณ์จะไปเกี่ยว หรือชนกับแขนเสื้อ หรือสร้างความรำคาญขณะพลิกตัวเวลานอน โครงสร้างตัวเรือนด้านนอกทำจากพลาสติกเกรดพรีเมียมที่ไม่มีส่วนผสมของโลหะที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ทำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถสวมใส่ได้ยาวนานหลายสัปดาห์โดยไม่แพ้หรือมีผดผื่นคัน

ระบบล็อกสายแบบใหม่

     หนึ่งในจุดที่ผู้ใช้งานรุ่นเก่ามักจะบ่นคือระบบคลิปล็อกของรุ่น 4.0 ที่บางครั้งแกะยากหรือใส่กลับลำบาก ในรุ่น 5.0 นี้ WHOOP ได้ออกแบบกลไกตัวล็อกใหม่ทั้งหมด ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้สายรัดร่วมกับรุ่น 4.0 ได้ ระบบล็อกใหม่นี้มีความลื่นไหลมากขึ้น ล็อกได้แน่นหนาขึ้น และช่วยให้ตัวเซ็นเซอร์แนบสนิทกับผิวหนังได้อย่างคงที่ ซึ่งความคงที่นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความแม่นยำของสัญญาณแสง PPG ที่ใช้วัดอัตราการเต้นของหัวใจ

เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย WHOOP 5.0 จึงมาพร้อมกับสายรัดข้อมือหลากสไตล์ที่ใช้วัสดุแตกต่างกัน:

  • CoreKnit & SuperKnit: สายถักไมโครไฟเบอร์มาตรฐานที่ยืดหยุ่นสูง ซับเหงื่อได้ดี และแห้งไว เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและการใส่นอน
  • SportFlex: สายซิลิโคนเกรดสูงที่ออกแบบมาสำหรับกิจกรรมลุยๆ หรือการว่ายน้ำ ทำความสะอาดง่ายเพียงแค่เช็ดออก
  • LeatherLuxe: นี่คือการอัปเกรดครั้งสำคัญ สายรัดที่ทำจากหนังอิตาลีแท้ (Genuine Italian Leather) ที่ให้ลุคหรูหรา เปลี่ยนให้ข้อมือของคุณดูเหมือนสวมใส่เครื่องประดับระดับไฮเอนด์เมื่อต้องออกงานสังคม หรือทำงาน

     WHOOP เป็นแบรนด์เดียวที่ผลักดันแนวคิดที่ว่า คุณไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องตรวจวัดไว้ที่ข้อมือเสมอไป ด้วยเทคโนโลยี AnyWear ตัวเซ็นเซอร์ของ WHOOP 5.0 สามารถถอดออกจากสายรัดข้อมือได้อย่างง่ายดาย แล้วนำไปใส่ไว้ในชุดเสื้อผ้าอัจฉริยะของ WHOOP (WHOOP Body Apparel) เช่น สายรัดต้นแขน (Bicep Band), สปอร์ตบรา, กางเกงบ็อกเซอร์ หรือเสื้อรัดรูป ซึ่งในจุดต่าง ๆ เหล่านี้ เซ็นเซอร์ยังคงสามารถอ่านค่าสัญญาณชีพได้อย่างแม่นยำเหมือนใส่ไว้กับข้อมือปกติ ความสบายในการสวมใส่เป็นส่วนหนึ่งที่ผู้ใช้งาน Whoop ชื่นชอบคือความสบายในการสวมใส่ในการใช้งาน เนื่องจากไม่มีหน้าจอ จึงไม่มีน้ำหนักส่วนเกินเหมือนสมาร์ตวอทช์ทั่วไป ทำให้เมื่อใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมงจะรู้สึกเหมือนกำลังใส่สายผ้าธรรมดา มากกว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

     สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนัก ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน เวตเทรนนิง หรือ Cross Training ตัวสายรัดยังคงยึดติดกับข้อมือได้ดี ไม่เลื่อนหลุดง่าย และไม่ก่อให้เกิดแรงกดทับบริเวณข้อมือ ผู้ใช้งานหลายคนจึงสามารถใส่นอนได้ทุกคืนโดยแทบไม่รู้สึกว่ามีอุปกรณ์อยู่บนข้อมือ ซึ่งถือเป็นข้อสำคัญ เพราะข้อมูลการนอนคือหัวใจหลักของระบบวิเคราะห์สุขภาพของ Whoop การวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพที่ละเอียดกว่าอุปกรณ์ทั่ว ๆ ไปหลายเท่า โดยระบบจะเก็บข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมง แล้วประมวลผลออกมาเป็นคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เช่นวันนี้ควรออกกำลังกายหนักหรือไม่ ร่างกายฟื้นตัวเพียงพอแล้วหรือยัง เราควรนอนเพิ่มอีกกี่ชั่วโมง การวัดระดับความเครียดส่งผลต่อประสิทธิภาพร่างกายหรือไม่ รวมถึงพฤติกรรมใดที่จะทำให้การนอนหลับดีขึ้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตได้อย่างมีเหตุผล แทนที่จะอาศัยเพียงความรู้สึกของตัวเอง

Article

Recovery Score วัดความพร้อมของร่างกายในแต่ละวัน

      หนึ่งในฟีเจอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Whoop คือ Recovery Score ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของระบบทั้งหมดแทนที่จะบอกเพียงจำนวนชั่วโมงการนอน หรืออัตราการเต้นของหัวใจ Whoop จะวิเคราะห์ว่าร่างกายของผู้ใช้งานพร้อมสำหรับการใช้พลังงานมากน้อยเพียงใด Recovery Score จะคำนวณจากหลายปัจจัย เช่น

  • คุณภาพการนอน
  • Heart Rate Variability (HRV)
  • Resting Heart Rate
  • Respiratory Rate
  • Skin Temperature
  • ปริมาณการออกกำลังกายในวันก่อนหน้า
  • ระดับความเครียดสะสม

     จากนั้นระบบจะสรุปผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์พร้อมใช้โทนสีเพื่อให้อ่านเข้าใจง่าย ได้แก่

  • สีเขียว แสดงว่าร่างกายฟื้นตัวได้ดี พร้อมสำหรับการออกกำลังกายหนักหรือกิจกรรมที่ใช้พลังงานสูง
  • สีเหลือง หมายถึงร่างกายฟื้นตัวในระดับปานกลาง สามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรควบคุมความหนักให้เหมาะสม
  • สีแดง เป็นสัญญาณว่าร่างกายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ควรเน้นการพักผ่อน ลดความหนักของการฝึก หรือทำกิจกรรมเบา ๆ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บและภาวะฝึกหนักเกินไป

     ซึ่งระบบนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลแทนที่จะอาศัยเพียงความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งอาจจะไม่สะท้อนสภาพความพร้อมร่างกายที่แท้จริง

Strain Score วัดภาระกิจกรรมที่ร่างกายได้ทำตลอดทั้งวัน

     หลังจากรู้ว่าร่างกายพร้อมมากน้อยเพียงใด Whoop ยังมีอีกหนึ่งระบบที่ทำงานคู่กันคือ Strain Score คือค่าที่สะท้อนว่าร่างกายใช้พลังงานหรือรับภาระจากกิจกรรมต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะการออกกำลังกายเท่านั้น แต่รวมถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

  • เดินขึ้นบันได
  • ทำงานใช้แรง
  • วิ่ง
  • ปั่นจักรยาน
  • เวทเทรนนิง
  • ว่ายน้ำ
  • เดินทางทั้งวัน
  • เล่นกีฬา

     ระบบจะประเมินคะแนนในช่วง 0–21 โดยคะแนนที่สูงขึ้นหมายถึงร่างกายได้รับภาระมากขึ้น ข้อดีของระบบนี้คือช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถรักษาสมดุลระหว่างการฝึกและการพักฟื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากการฝึกหนักเกินไป และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาสมรรถภาพของร่างกายของเรา ให้สามารถออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมในระยะยาว

Sleep Coach การวางแผนการนอนหลับ

     WHOOP 5.0 มีการปรับปรุงอัลกอริทึม Sleep Score ใหม่ทั้งหมดเพื่อสะท้อนถึง "คุณภาพ" ของการนอนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงที่นอนอยู่บนเตียง โดยระบบจะแบ่งระยะการนอนออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ Awake (ตื่น), Light Sleep (หลับตื้น), Deep Sleep (Slow Wave Sleep - หลับลึกที่ร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อ) และ REM Sleep (Rapid Eye Movement - หลับฝันที่สมองเรียบเรียงความจำและฟื้นฟูจิตใจ)แอปพลิเคชันจะคำนวณว่าในคืนนั้นคุณเกิดการตื่นตัวกี่ครั้ง เรามีประสิทธิภาพในการนอนหลับคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับที่ร่างกายต้องการ ฃ และสิ่งที่เป็นไฮไลต์คือ Sleep Coach ที่จะคอยคำนวณให้ว่า หากพรุ่งนี้คุณต้องการตื่นมาพร้อมความสดชื่นเต็มร้อย คุณควรจะต้องเข้านอน ณ เวลาใด โดยคำนวณจากภาระการทำงานของร่างกาย (Strain) ที่คุณทำมาตลอดทั้งวัน

Article

Healthspan และระบบบอกอายุร่างกาย

     ฟีเจอร์ Healthspan จะนำข้อมูลสัญญาณชีพ 9 แกนหลักของคุณที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่อง มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์เพื่อคำนวณออกเป็นสองค่า:

  1. WHOOP Age (อายุทางชีวภาพ): ร่างกายของคุณภายในมีอายุเท่าไหร่เมื่อเทียบกับอายุจริงตามปฏิทิน เช่น คุณอายุ 40 ปี แต่ถ้าดูแลตัวเองดีเยี่ยม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ HRV สูง WHOOP Age ของคุณอาจจะอยู่ที่ 32 ปี
  2. Pace of Aging (อัตราการแก่ตัว): อัตราความเร็วในการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกายของคุณในปัจจุบัน หากค่านี้ต่ำกว่า 1.0 หมายความว่าคุณกำลังแก่ช้ากว่าคนทั่วไปในวัยเดียวกัน

     ฟีเจอร์นี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองการใช้งานอุปกรณ์ Wearable จากที่เคยดูแค่ว่าวันนี้วิ่งได้เร็วแค่ไหน มาเป็นการดูว่าพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การกินอาหารฟาสต์ฟู้ด การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการอดนอน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัจจัยในการเร่งให้ร่างกายของเราแก่เร็วขึ้น พร้อมมีระบบ AI Coach คอยแนะนำแนวทางในการชะลอวัยให้แบบเฉพาะตัวของเราเอง

Heart Rate และ Heart Rate Variability (HRV)

     Whoop วัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง และแสดงผลทั้งในขณะพัก ระหว่างออกกำลังกาย และขณะนอนหลับนอกจาก Heart Rate แล้ว ยังมีการวัด Heart Rate Variability (HRV) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนความสามารถของร่างกายในการฟื้นตัวจากความเครียด และการออกกำลังกายโดยทั่วไป หากค่า HRV มีแนวโน้มสูงและคงที่ มักสะท้อนว่าระบบประสาทอัตโนมัติทำงานได้สมดุล ร่างกายพร้อมรับกิจกรรมที่ใช้พลังงาน ส่วนค่า HRV ที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอาจบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเผชิญความเหนื่อยล้าหรือความเครียดสะสม Whoop จะแสดงแนวโน้มของค่า HRV ในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้เห็นภาพรวมของการฟื้นตัวได้ดีกว่าการดูตัวเลขเพียงครั้งเดียว

การติดตามค่าออกซิเจนในเลือด และอัตราการหายใจ

     Whoop 5.0 ยังติดตามค่า ออกซิเจนในเลือด และอัตราการหายใจ ระหว่างการนอนหลับและช่วงพัก เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้อย่างต่อเนื่อง การติดตามค่าเหล่านี้มีประโยชน์สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนัก เดินทางไปพื้นที่สูง หรือผู้ที่ต้องการเฝ้าดูแนวโน้มด้านสุขภาพโดยรวม แม้จะไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับการวินิจฉัยโรค แต่ข้อมูลที่ได้สามารถใช้เป็นตัวช่วยในการสังเกตความผิดปกติ และปรับพฤติกรรมการพักผ่อนได้อย่างที่ร่างกายต้องการเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้มีความสมดุล

Article

การเชื่อมต่อที่เสถียรและยืดหยุ่น

     WHOOP 5.0 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Bluetooth พลังงานต่ำรุ่นล่าสุดที่ปรับปรุงระยะการส่งสัญญาณ และความเสถียร การจับคู่กับแอปพลิเคชันทั้งในระบบ iOS และ Android ทำได้รวดเร็วขึ้น ปัญหาการหลุดการเชื่อมต่อหรือข้อมูลค้างที่เคยพบในรุ่นเก่าลดลง ตัวอุปกรณ์สามารถซิงค์ข้อมูลย้อนหลังได้นานหลายวันหากคุณไม่ได้อยู่ใกล้สมาร์ทโฟน WHOOP ยังเปิดกว้างในการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นภายนอกยอดนิยม เช่น Apple Health, Google Health Connect, Strava, TrainingPeaks และสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องส่งสัญญาณอัตราการเต้นของหัวใจผ่าน Bluetooth ให้กับจักรยานอัจฉริยะอย่าง Peloton หรือนาฬิกาจักรยาน Garmin ได้อีกด้วย

     แบตเตอรี่ WHOOP 5.0 ถูกพัฒนาให้ดีขึ้นจากรุ่น 4.0 ที่แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้เพียงประมาณ 4-5 วัน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของสายรัดข้อมือขนาดเล็ก แต่ด้วยสถาปัตยกรรมชิปเซ็ตประหยัดพลังงานตัวใหม่ WHOOP 5.0 นัั้นสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 14 วันต่อการชาร์จเต็มเพียง 1 ครั้ง โดยที่ยังคงเปิดระบบวัดค่าความถี่สูง 26Hz ตลอด 24 ชั่วโมงได้เหมือนเดิม

ราคาและระดับสมาชิกแบบใหม่

WHOOP ONE (ระดับเริ่มต้น - เน้นความคุ้มค่า) ค่าสมาชิก 4,690 บาทต่อปี

  • สิ่งที่จะได้รับ: ตัวเครื่องเซ็นเซอร์ WHOOP 5.0, สายรัดมาตรฐาน CoreKnit (สี Jet Black), และ Basic Charger (แบบต่อสาย)
  • ฟังก์ชันที่มีให้ใช้งาน: การวัด Strain, Sleep, Recovery พื้นฐาน, ฟีเจอร์นับก้าว และฟีเจอร์ผู้ช่วยฮอร์โมนสตรี (Women's Hormonal Insights)
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นเข้าสู่ระบบนิเวศของ WHOOP เน้นการออกกำลังกายทั่วไป ฟิตเนส วิ่ง โยคะ ติดตามการนอนหลับ และมีงบประมาณจำกัด

WHOOP PEAK (ระดับยอดนิยม - สำหรับผู้รักสุขภาพเชิงลึกและนักกีฬา) ค่าสมาชิก 6,690 บาทต่อปี

  • สิ่งที่จะได้รับ: ตัวเครื่องเซ็นเซอร์ WHOOP 5.0, สายรัด SuperKnit (สี Obsidian), และ Wireless PowerPack (ระบบชาร์จไร้สายประกบข้อมือ)
  • ฟังก์ชันที่มีให้ใช้งาน: ได้รับฟังก์ชันทั้งหมดของรุ่น ONE บวกกับฟีเจอร์ระดับสูงอย่าง Healthspan ระบบบอกอายุร่างกาย WHOOP Age, Real-time Stress Monitor และการเข้าถึงระบบ Advanced Labs
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่จริงจังกับการซ้อมกีฬา ออกกำลังกายแบบหนักๆ ชอบเล่นกีฬากลางแจ้ง ปีนเขาพายเรือ หรือผู้ที่ต้องการข้อมูลชะลอวัย และผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดในการชาร์จแบตเตอรี่

WHOOP LIFE (ระดับการแพทย์ - ข้อมูลหัวใจขั้นสูงสุดด้วยเครื่อง WHOOP MG) ค่าสมาชิก 8,690 บาทต่อปี

  • สิ่งที่จะได้รับ: ตัวเครื่องเซ็นเซอร์รุ่นพิเศษ WHOOP MG, สายรัดระดับพรีเมียม SuperKnit Luxe, และ Wireless PowerPack
  • ฟังก์ชันที่มีให้ใช้งาน: ได้รับฟังก์ชันทั้งหมดของรุ่น PEAK บวกกับฟีเจอร์เฉพาะของฮาร์ดแวร์ MG ได้แก่ Heart Screener พร้อมระบบ ECG ที่สามารถตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และภาวะสัญญาณหัวใจเต้นผิดจังหวะ และระบบประเมินความดันโลหิต
  • เหมาะสำหรับ: ผู้สูงอายุ, ผู้ที่มีความกังวลหรือความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด หรือผู้ที่ต้องการการมอนิเตอร์สุขภาพในระดับที่ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีความน่าเชื่อถือ

Article

สรุปแล้ว Whoop 5.0 เหมาะกับใคร

     Whoop 5.0 เป็นอุปกรณ์ติดตามสุขภาพที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการเข้าใจร่างกายของตัวเองอย่างลึกซึ้ง มากกว่าการเป็นสมาร์ทวอทช์สำหรับใช้งานทั่วไป จุดเด่นอยู่ที่การวิเคราะห์ข้อมูลด้านการนอน การฟื้นตัว (Recovery) ระดับความหนักของการออกกำลังกาย (Strain) และสุขภาพโดยรวมด้วย AI ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการออกกำลังกายและการพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะไม่มีหน้าจอเหมือนสมาร์ทวอทช์ทั่วไป แต่ด้วยการสวมใส่ที่สบาย เซ็นเซอร์ที่มีความแม่นยำ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ละเอียด ทำให้ Whoop 5.0 เหมาะสำหรับนักกีฬา ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำและผู้ที่ใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์ที่ช่วยติดตามสุขภาพตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมให้คำแนะนำที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ Whoop 5.0 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านเทคโนโลยี ความแม่นยำ และการดูแลสุขภาพในระยะยาวได้อย่างยอดเยี่ยม


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ