เบื้องหลังแทรกแซงค่าเงิน! “สหรัฐ” เลือกใช้ยูโรซื้อเยน เลี่ยงแรงกดดันต่อดอลลาร์ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY
นักกลยุทธ์คาดกระทรวงการคลังสหรัฐเลือกใช้เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ในการเข้าซื้อเงินเยนระหว่างแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น หลีกเลี่ยงส่งสัญญาณกำลังลดค่าเงินดอ...
นักกลยุทธ์คาดกระทรวงการคลังสหรัฐเลือกใช้เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ในการเข้าซื้อเงินเยนระหว่างแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น หลีกเลี่ยงส่งสัญญาณกำลังลดค่าเงินดอลลาร์
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐฯ อาจเลือกใช้ เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ ในการเข้าซื้อเงินเยนระหว่างปฏิบัติการแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังขายเงินดอลลาร์ ซึ่งอาจขัดแย้งกับนโยบายสนับสนุนดอลลาร์แข็งค่าของรัฐบาลสหรัฐ ตามความเห็นของนักกลยุทธ์ในตลาดเงิน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องดังกล่าวเปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 แห่ง ได้รับการติดต่อจาก ธนาคารกลางสหรัฐ สาขานิวยอร์ก (New York Fed) ให้ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง เงินเยนและเงินยูโร ก่อนที่ New York Fed จะดำเนินการขายเงินยูโรเพื่อซื้อเงินเยนในนามของกระทรวงการคลังสหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้าของ Financial Times
เดวิด ฟอร์เรสเตอร์ นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Credit Agricole CIB กล่าวว่า สหรัฐฯ น่าจะต้องการหลีกเลี่ยงภาพลักษณ์ของการขายเงินดอลลาร์ เพราะรัฐบาลยังคงยึดแนวทางสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งแกร่ง และไม่ต้องการให้ถูกมองว่ากำลังลดค่าเงินของตนเองเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการค้า ซึ่งจะขัดกับหลักการที่ประเทศสมาชิก G20 ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน
การใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินตัวกลางในการแทรกแซงครั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากการดำเนินการในอดีต เนื่องจากที่ผ่านมา สหรัฐมักใช้เงินดอลลาร์โดยตรง ในการเข้าแทรกแซงตลาดเงิน ขณะที่เงินยูโรเป็นสกุลเงินที่มีการซื้อขายมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากดอลลาร์ โดยคิดเป็นประมาณ 29% ของมูลค่าการซื้อขายในตลาดปริวรรตเงินตราโลก ซึ่งมีมูลค่าราว 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามข้อมูลของ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS)
ด้าน เจสัน หว่อง นักกลยุทธ์ค่าเงินจาก Bank of New Zealand กล่าวว่า การใช้เงินยูโรแทนเงินดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันด้านภาพลักษณ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แม้ท้ายที่สุดกระบวนการดังกล่าวอาจยังนำไปสู่การขายเงินดอลลาร์ในภายหลัง เพียงแต่เป็นการดำเนินการที่ไม่ปรากฏชัดต่อสายตาตลาดมากนัก
หลังญี่ปุ่นเริ่มเข้าแทรกแซงค่าเงินตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค. เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยนราว 4% ขณะที่ Bloomberg Euro Index ปรับลดลง 0.2% ในวันจันทร์ แม้ว่ายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย.
นักกลยุทธ์ของ JPMorgan Chase & Co. ได้แก่ จุนยะ ทานาเสะ และ แพทริก ล็อก มองว่า เป้าหมายหลักของการแทรกแซงครั้งนี้คือ การสนับสนุนญี่ปุ่นในการสกัดการอ่อนค่าของเงินเยน มากกว่าการพยายามทำให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของ JPMorgan ยังระบุว่า เนื่องจากทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของสหรัฐ (ไม่นับรวมทองคำและสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือ SDR) ถือครองสินทรัพย์หลักเป็น เงินยูโรและเงินเยน จึงอาจตีความได้ว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นเพียง การปรับสัดส่วนทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อร่วมมือกับญี่ปุ่นในการลดแรงกดดันต่อค่าเงินเยน มากกว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนด้านนโยบายค่าเงินของสหรัฐ
อ้างอิง : www.bloomberg.com