กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

Michael Saylor ลั่น นายทุนหรือวาฬชี้นำ Bitcoin ไม่ได้

05 ก.ค. 2569 · 3 min read via Siam Blockchain
Michael Saylor ลั่น นายทุนหรือวาฬชี้นำ Bitcoin ไม่ได้

สรุปข่าว Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy

Michael Saylor ลั่น นายทุนหรือวาฬชี้นำ Bitcoin ไม่ได้

กรกฎาคม 4, 2026

Michael Saylor ลั่น นายทุนหรือวาฬชี้นำ Bitcoin ไม่ได้

สรุปข่าว
  • Michael Saylor ประธานบริษัท Strategy ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าเม็ดเงินลงทุนจำนวนมหาศาลไม่ได้มอบสิทธิขาดในการกำหนดทิศทางของเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องการอัปเดตทางเทคนิคที่กำลังสร้างความแตกแยกให้กับชุมชนนักพัฒนาและนักขุด
  • ปัจจุบันเครือข่ายกำลังเผชิญกับทางแยกจากสองข้อเสนอหลักซึ่งประกอบไปด้วยข้อเสนอ BIP-110 เพื่อบล็อกธุรกรรมสแปมที่นักพัฒนาบางกลุ่มพยายามผลักดันโดยไม่รอความเห็นชอบจากนักขุด และข้อเสนอ BIP-361 ที่มุ่งป้องกันการแฮ็กด้วยควอนตัมคอมพิวเตอร์ด้วยการบังคับระงับกระเป๋าเงินเก่าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวซึ่งรวมถึงกระเป๋าของ Satoshi Nakamoto ด้วย
  • ข้อความดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก Adam Back ซีอีโอของ Blockstream โดย Saylor ย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออำนาจการทำธุรกรรมของโหนด พลังการประมวลผลของนักขุด และอำนาจทางเศรษฐกิจของกลุ่มทุนมีฉันทามติที่สอดคล้องกันเท่านั้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากความขัดแย้งทางเทคนิคเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาตามปกติในระบบกระจายศูนย์ แม้ความกังวลเรื่องการระงับกระเป๋าเงินอาจสร้างแรงกระเพื่อมในระยะสั้น แต่การออกมายืนยันหลักการที่มั่นคงจากวาฬระดับองค์กรช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาวได้

Michael Saylor ประธานกรรมการของบริษัท Strategy ได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของ Bitcoin ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งเกี่ยวกับสองแนวคิดทางเทคนิคที่กำลังทำให้ชุมชนนักพัฒนาและกลุ่มนักขุดเสียงแตก โดยแนวคิดแรกคือ BIP-110 ที่เป็นระบบกรองธุรกรรมสแปมซึ่งนักพัฒนาบางรายพยายามผลักดันโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากฝั่งนักขุด และแนวคิดที่สองคือ BIP-361 ที่เสนอให้บังคับล็อกกระเป๋าเงินเก่าที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันการแฮ็กจากระบบควอนตัมในอนาคต ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระเป๋าของ Satoshi Nakamoto ที่ถือครองเหรียญอยู่ถึง 1.1 ล้าน BTC

Bitcoin’s future is shaped by dynamic consensus among nodes, miners, and holders. Influence is weighted by power: nodes by transaction power, miners by computer power, holders by economic power. Protocol changes prevail when validation, security, and capital align. $BTC

— Michael Saylor (@saylor) July 3, 2026

ในฐานะที่ Strategy เป็นบริษัทที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกด้วยจำนวน 847,363 BTC หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ Saylor ได้เน้นย้ำว่าในเครือข่ายแบบกระจายอำนาจนั้น เม็ดเงินทุนไม่ได้แปลว่าจะมีสิทธิโหวตชี้ขาดเหนือคนอื่น โดยกลุ่มทุนมีเพียงแค่อำนาจทางเศรษฐกิจเท่านั้น ซึ่งอำนาจนี้จะถูกคานด้วยอำนาจการตรวจสอบของโหนดและกำลังการขุดของนักขุดอย่างเท่าเทียม การเปลี่ยนแปลงโปรโตคอลจะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่เพราะแรงกดดันทางการเมืองหรือสถาบันการเงินภายนอก

การออกมาเน้นย้ำสัจธรรมข้อนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Strategy เองก็กำลังแบกรับตัวเลขการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสูงถึง 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากราคาตลาดของ Bitcoin วนเวียนอยู่แถว 62,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทที่ 75,646 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า Saylor กำลังพยายามส่งสัญญาณบอกวอลล์สตรีทว่า ปัจจัยทางการเงินระยะสั้นและกฎระเบียบภายนอกอาจจะทำให้เกิดการถกเถียงที่ซับซ้อน แต่ทว่ากฎเกณฑ์และฉันทามติระยะยาวของเครือข่ายจะถูกกำหนดโดยระบบโปรโตคอลเท่านั้น

ที่มา: X


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการออกมาแสดงความคิดเห็นของ Michael Saylor ในช่วงเวลานี้มีความสำคัญอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของระบบนิเวศ Bitcoin โดยรวม การที่วาฬระดับองค์กรที่ถือครองเหรียญมากที่สุดในโลกกล้าออกมายืนยันว่าตนเองไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการชี้นำเครือข่ายถือเป็นการตอกย้ำจุดแข็งของระบบกระจายศูนย์ได้อย่างชัดเจนที่สุด

ข้อเสนอที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอย่าง BIP-361 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการอายัดกระเป๋าเงินเก่าเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ ถือเป็นประเด็นที่อ่อนไหวและสั่นคลอนความเชื่อมั่นของชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีเป็นอย่างมาก การแตะต้องกระเป๋าเงินของ Satoshi Nakamoto ที่มีเหรียญมหาศาลย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือและการแทรกแซงทรัพย์สินส่วนบุคคล ซึ่งขัดต่ออุดมการณ์ดั้งเดิมของนักลงทุนที่เชื่อมั่นในเสรีภาพทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการยึดมั่นในกติกาดั้งเดิมของโปรโตคอลจึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกจนนำไปสู่การแยกเครือข่ายหรือ Fork ในอนาคต

Michael Saylor ลั่น นายทุนหรือวาฬชี้นำ Bitcoin ไม่ได้

Channarong Noramat

"Content is King" คือคติประจำใจ ชื่นชอบในเทคโนโลยี รักในการค้นคว้าข้อมูล และเชื่อใน Blockchain จึงผันตัวมาเป็นนักเขียน มั่นใจว่าวงการเทคฯ ในอนาคตยังมีอะไรอีกหลายอย่างรออยู่ และพร้อมเสมอที่จะ Ride the wave


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ