GCAP ชี้ทองคำผันผวนหนักลุ้นตัวเลขแรงงานสหรัฐชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟด | การเงินธนาคาร | LINE TODAY
ราคาทองคำดิ่งรับแรงกดดันหลังประธานเฟดส่งสัญญาณลุยคุมเงินเฟ้อดันโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก.ย.พุ่งแตะ 60% ดันดอลลาร์-บอนด์ยีลด์ทะยาน ตลาดทั่วโลกจับตาการป...
ราคาทองคำดิ่งรับแรงกดดันหลังประธานเฟดส่งสัญญาณลุยคุมเงินเฟ้อดันโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยก.ย.พุ่งแตะ 60% ดันดอลลาร์-บอนด์ยีลด์ทะยาน ตลาดทั่วโลกจับตาการประกาศตัวเลขจ้างงาน Nonfarm Payrolls วันศุกร์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากตลาดแรงงานชะลอตัวมีลุ้นหนุนทองคำฟื้นตัว นักวิเคราะห์แนะกลยุทธ์ “รอซื้อเมื่อสร้างฐาน” ประเมินแนวรับสำคัญ $4,235 หรือทองไทย 67,000 บาท มองเป้าหมายขายทำกำไร $4,450
3 กันยายน 2569 - นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ภาพรวมราคาทองคำกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจาก นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งสัญญาณในการประชุม Jackson Hole อย่างชัดเจนว่า เฟดยังคงมีภารกิจที่ต้องดำเนินการต่อ หากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังไม่ปรับตัวลงสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%
การส่งสัญญาณดังกล่าวนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของมุมมองในตลาดการเงิน โดยตลาดได้ปรับเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ขึ้นมาอยู่ที่ระดับประมาณ 60% จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้เพียง 35% ก่อนการแถลงสุนทรพจน์ ปัจจัยนี้กลายเป็นแรงส่งให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น จนกลายเป็นปัจจัยลบที่เข้ามากดดันราคาทองคำในระยะสั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่องรอยแตกร้าวตลาดแรงงาน ตัวแปรคุมทิศทางดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม เส้นทางการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของเฟดยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดเริ่มสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางในภาคการจ้างงานของสหรัฐฯ โดยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนกรกฎาคมปรับตัวลดลงถึง 23,000 ตำแหน่ง ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนที่ผ่านมา ยังถูกปรับลดลงรวมกันมากกว่า 103,000 ตำแหน่ง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าภาวะการจ้างงานแท้จริงอาจอ่อนแอเกินกว่าที่ตลาดเคยประเมินไว้
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด ระบุถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า “โจทย์ของเฟดในขณะนี้จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงกับตลาดแรงงานที่เริ่มเปราะบาง แม้ตลาดจะเพิ่มน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ย แต่ทิศทางนโยบายยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามข้อมูลแรงงานที่จะประกาศในสัปดาห์นี้”
จับตา Nonfarm ศุกร์นี้ ชี้ชะตาเทรนด์ทองคำ
สำหรับปัจจัยชี้นำสำคัญที่ผู้เล่นในตลาดกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด คือการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 4 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเบื้องต้น consensus ในตลาดคาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้นราว 58,000 ตำแหน่ง และคาดว่าอัตราการว่างงานจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.1%
ทิศทางของราคาทองคำหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับผลการประกาศตัวเลขดังกล่าวอย่างมาก หากตัวเลขการจ้างงานออกมาขยายตัวดีกว่าที่คาดและค่าจ้างยังคงเร่งตัวขึ้น จะกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนให้ Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลงต่อ
ในทางกลับกัน หากตัวเลขการจ้างงานออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หรือพลิกกลับมาติดลบ ตลาดก็พร้อมที่จะลดน้ำหนักโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะกดดันให้ Bond Yield และดอลลาร์อ่อนค่าลง เปิดโอกาสให้ราคาทองคำรีบาวด์ฟื้นตัวขึ้นได้
กางกลยุทธ์ตั้งรับ เผยกรอบแนวรับ-แนวต้าน
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน GCAP GOLD แนะนำให้นักลงทุนใช้วิธี “รอซื้อเมื่อราคาสร้างฐาน” มากกว่าการรีบเข้าไปรับความเสี่ยงเข้าซื้อทันทีหลังจากที่ราคาปรับตัวลดลงมาอย่างร้อนแรง โดยให้ให้ความสำคัญกับกรอบแนวรับและแนวต้านตามลำดับ
ประเมินแนวรับสำคัญไว้ที่บริเวณ $4,300/$4,235 คิดเป็นราคาทองคำแท่งในประเทศประมาณ 67,800–67,000 บาท หากราคาสามารถชะลอการลงและเริ่มสร้างฐานได้ พร้อมมีแรงซื้อกลับเข้ามาในบริเวณดังกล่าว ให้ถือเป็นสัญญาณจังหวะทยอยเข้าซื้อ
ตั้งเป้าหมายการขายทำกำไรไว้ที่กรอบ $4,425–$4,450 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 69,700–70,000 บาท ทั้งนี้ หากราคาทองคำสามารถฟื้นตัวทะลุและยืนเหนือระดับ $4,500 หรือราคาทองคำไทยประมาณ 70,500 บาทขึ้นไปได้ จะถือเป็นสัญญาณบวกทางเทคนิคที่ยืนยันว่าแรงกดดันในระยะสั้นเริ่มคลี่คลาย และพร้อมเปิดทางให้ราคากลับเข้าสู่เทรนด์การฟื้นตัวที่ชัดเจนยิ่งขึ้น