กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

วิสัยทัศน์ใหม่ของแคนาดาต่อสหรัฐ

03 ต.ค. 2569 · 3 min read via Google News — การเงิน
วิสัยทัศน์ใหม่ของแคนาดาต่อสหรัฐ

จุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ใหม่คือเพื่อรักษาอธิปไตย ชวนให้ตั้งคำถามว่าระบบพันธมิตรฝ่ายประชาธิปไตยกำลังแตกร้าวใช่หรือไม่

ภาพ: วิสัยทัศน์ใหม่ของแคนาดาต่อสหรัฐ

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

นโยบายของรัฐบาลสหรัฐเปลี่ยนไปแล้วดังที่ทุกคนทราบดี บางกรณีการค้ากับสหรัฐเกี่ยวข้องกับนโยบายอื่นๆ ที่ไม่ใช่การค้า มีเรื่องอธิปไตยเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เมื่อประเมินคำพูดต่างๆ ของประธานาธิบดีทรัมป์ มีความเสี่ยงที่สหรัฐเป็นภัยคุกคามทางทหาร

วิเคราะห์: ทรัมป์ใช้กฎหมาย 1930 กีดกันสินค้าแคนาดาหลายรายการ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารจากนม กากน้ำตาล ยืนยันสู้จนกว่าแคนาดาจะค้าขายกับสหรัฐอย่างยุติธรรม ตอนนี้เป็นสงครามการค้าทวิภาคีเต็มตัว ตอบโต้ไปมา

รัฐบาลทรัมป์ใช้แนวทางประเทศคู่ค้าต้องไม่เกินดุลอเมริกา แต่สหรัฐเกินดุลได้ทุกประเทศ ไม่ยึดกติกาการค้าเสรีขององค์การการค้าโลก จึงขึ้นภาษีสินค้านำเข้าหวังให้ประเทศคู่ค้าเข้ามาเจรจาต่อรอง เพื่อซื้อสินค้าอเมริกามากขึ้น อีกทั้งเป็นมหาอำนาจสามารถกดดันให้นานาชาติยอมทำตามที่ตนต้องการ แต่บางประเทศไม่ยอมเดินตามแนวทางทรัมป์ จึงเกิดสงครามการค้า

หลักคิดสำคัญคือ ทรัมป์ยึดความมั่นคงแห่งชาติมากกว่าการค้าเสรี ทั้งๆ ที่เป็นแกนนำผลักดันการค้าเสรี แต่เมื่อพบว่าเป็นฝ่ายเสียเปรียบจึงละทิ้งแนวทางนี้ เน้นการค้าทวิภาคีแทน เจรจาต่อรองให้ฝ่ายตนได้ประโยชน์มากที่สุด ทั้งด้านการค้ากับด้านอื่นๆ เป็นการจัดระเบียบโลกใหม่ที่ตนได้ประโยชน์มากที่สุดนั่นเอง

บางประเทศพยายามสู้ จีนเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจไม่อ่อนข้อให้ การส่งออกจีนเติบโตต่อเนื่องโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐ ไม่กลัวแรงกดดันต่างๆ ตอนนี้คือแคนาดาที่ขอสู้ยิบตา ประเมินแล้วว่าสู้ดีกว่าถอย ชาวแคนาดาสนับสนุนให้สู้ หากถอยเรื่องนี้วันหน้าสหรัฐจะเอาเปรียบเรื่องอื่นๆ ไม่จบสิ้น แม้กระทั่งอาจสิ้นชาติ ดังที่ทรัมป์ประกาศคิดผนวกแคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ทั้งๆ ที่แคนาดาเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ เป็นฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน เป็นพันธมิตรนาโตที่น่าจะมั่นคงที่สุด แต่ตอนนี้ถูกพันธมิตรเล่นงานเสียเอง

ประการที่ 2 ถอดบทเรียน

จากความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป แคนาดาถอดบทเรียนได้ 2 ข้อ

1) ประเทศต้องเข้มแข็งกว่านี้ ต้องปกป้องตัวเองได้ดีขึ้น เป็นแนวทางเดียวกับชาตินาโตยุโรป ตั้งเป้างบกลาโหมสูงถึง 5% ของจีดีพีก่อนสิ้นทศวรรษนี้

2) ต้องกระจายความสัมพันธ์กับนานาชาติ ที่ผ่านมาแคนาดาได้ประโยชน์จากสหรัฐ ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว แคนาดาต้องเน้นคู่ค้าอื่นมากขึ้น ต้องรักษาอธิปไตยแร่หายากที่มหาอำนาจหวังครอบงำ

วิเคราะห์: นายกฯ คาร์นีย์ ยกตัวอย่างระบบชำระเงินนานาชาติ ที่สหรัฐกับอีกหลายประเทศร่วมกันคว่ำบาตรรัสเซีย เกรงว่าสักวันอาจโดนคว่ำบาตรแบบนี้เหมือน จึงต้องหาระบบชำระเงินทางเลือก

ประการที่ 3 ความสัมพันธ์ต่อจีน

แคนาดาจะปรับความสัมพันธ์กับจีนในบ้างด้าน เช่น เปิดตลาดสินค้าเกษตรให้แก่กัน เปิดตลาดแก่รถจีนปีละ 49,000 คัน แต่จะไม่ร่วมมือด้าน AI อาวุธป้องกันประเทศ นอกจากนี้กำลังหาทางร่วมมือด้านพลังงาน การค้ากับจีน อาจใช้แพลตฟอร์มชำระเงินแบบใหม่

ประการที่ 4 กระชับความสัมพันธ์กับยุโรป

แคนาดาหวังกระชับความสัมพันธ์กับยุโรป เป็นตลาดที่ตอนนี้ให้ความสำคัญสูงสุด สามารถเชื่อมเศรษฐกิจให้แนบแน่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยา พลังงานสะอาด ระบบการศึกษา ให้นักศึกษาของแต่ละประเทศสามารถไปศึกษาต่อ

อุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะได้ประโยชน์มาก โครงการสร้างเรือดำน้ำพร้อมฐานทัพเรือดำน้ำ 4 แห่งกับเยอรมันและนอร์เวย์ มูลค่า 40,000 ล้าน โครงการนี้สหรัฐไม่เกี่ยวข้องเลย ลดการสั่งซื้อ F-35s โดยเปลี่ยนเป็นเครื่องบิน Saab Gripen E ของสวีเดน

แน่นอนแคนาดายังต้องการสหรัฐ NORAD เป็นตัวอย่างความร่วมมือทางทหารที่ยังคงอยู่ (บูรณาการระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ เพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากเครื่องบินทิ้งระเบิดและขีปนาวุธของฝ่ายตรงข้าม) Five Eyes (ร่วมมือกันถอดรหัสและดักฟังการสื่อสารครอบคลุมทั่วโลก)

แคนาดายังต้องพึ่งพาต่างประเทศแต่กระจายออกไป เช่น ใช้ชิปของหลายประเทศ จะเห็นแคนาดาขยายการค้าการลงทุนกับนานาชาติ

แคนาดายึดถือข้อตกลงการค้าและจะตอบโต้มาตรการภาษีจากสหรัฐแน่นอน เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมตัวเอง

ประการที่ 5 ลดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับสหรัฐ

เรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ระบบเศรษฐกิจแคนาดากับสหรัฐสัมพันธ์แนบแน่น แต่ตอนนี้ส่งออกสู่สหรัฐลดลง ส่งออกสู่ประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่สหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมความแล้วแม้นโยบายปรับเปลี่ยนแต่แคนาดายังทำการค้ากับสหรัฐต่อไปโดยยึดผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ความตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐอเมริกา เม็กซิโกและแคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement) ยังอยู่

วิเคราะห์: หลักคิดรัฐบาลทรัมป์คือสหรัฐเป็นตลาดใหญ่ที่นานาชาติหวังส่งสินค้าเข้ามาขาย ดังนั้นจึงมีตัวเลือก เรื่องนี้มีส่วนถูก สหรัฐสามารถนำเข้าเสื้อผ้ารองเท้า ทีวีตู้เย็นจากหลายประเทศ แต่บางกรณีซับซ้อนกว่านั้น เช่น แร่โพแทช (Potash) ที่ใช้ทั่วโลกส่วนใหญ่มาจากแคนาดา สหรัฐนำเข้าถึง 80% ได้ราคาถูกกว่านำเข้าจากประเทศอื่น

บางกรณีการปรับเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องง่าย อุตสาหกรรมรถยนต์เป็นตัวอย่าง ชิ้นส่วนรถยนต์ที่สหรัฐต้องการครึ่งหนึ่งมาจากแคนาดา หากนำเข้าจากประเทศอื่นแทน อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐจะกระทบหนัก นอกจากนี้แคนาดาเป็นลูกค้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุด สหรัฐสามารถหาตลาดส่งออกได้มากน้อยแค่ไหน ผลกระทบเรื่องนี้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะแคนาดากำลังปรับเปลี่ยนแนวทางตามเทคโนโลยีรถไฟฟ้ากับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป:

จุดเริ่มต้นของวิสัยทัศน์ใหม่คือ เพื่อรักษาอธิปไตยจากการคุกคามของรัฐบาลทรัมป์ ท่าทีต่อหลายประเทศที่เป็นพันธมิตร ทำให้รัฐบาลคาร์นีย์เห็นควรต้องปรับนโยบายครั้งใหญ่ ไม่อิงกับสหรัฐมากดังเช่นอดีต ขยายความร่วมมือกับนานาชาติ เรื่องนี้ไม่ใช่นโยบายเฉพาะกิจแต่มั่นใจว่าเป็นแนวทางสู่อนาคตใหม่

เรื่องหนึ่งที่สำคัญและชัดเจนมากคือ รัฐบาลทรัมป์กำลังขัดแย้งกับฝ่ายเสรีประชาธิปไตยด้วยกัน ทั้งๆ ที่หลายประเทศเป็นพันธมิตรนาโตที่ต้องคอยดูแลปกป้องความมั่นคงของกันและกัน บางประเทศ เช่น ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นพันธมิตรเก่าแก่ แต่ไม่วายโดนสหรัฐเล่นงานไม่เลิก

เรื่องนี้ส่งผลดีต่อจีนโดยที่จีนไม่ต้องทำอะไร หลายประเทศที่เคยร่วมสกัดจีน จำต้องเข้าหาจีนมากขึ้น บางประเทศหวังใช้จีนเป็นเครื่องถ่วงดุลสหรัฐ ส่วนจีนเร่งพัฒนาประเทศ ส่งเสริมการค้าเสรี สร้างสัมพันธ์กับนานาชาติ

ล่าสุดข้อมูลผลโพลชี้ว่านานาชาติชอบสหรัฐน้อยกว่าจีน สหรัฐที่พยายามเชิดชูตัวเองว่าเป็นแกนนำโลกเสรีประชาธิปไตยกำลังขัดแย้งกับพวกเดียวกัน ส่วนจีนที่ตะวันตกชี้ว่าเป็นรัฐบาลคอมมิวนิสต์วางตัวเป็นมิตร ไม่รุกรานประเทศอื่น มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของตัวเองและส่งเสริมการค้ากับนานาชาติตามกติกาองค์การการค้าโลก จึงเป็นภาพย้อนแย้ง ใครกันแน่ที่ส่งเสริมสันติภาพและการอยู่ดีกินดี

สงครามการค้าสหรัฐ-แคนาดาในยามนี้เป็นหลักฐานอีกชิ้นที่ชวนให้ตั้งคำถามว่าระบบพันธมิตรตะวันตกกำลังแตกร้าวใช่หรือไม่.


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ