ธนาคาร Wall Street เร่งจ้างคนสาย AI เพิ่ม 49% แตะเกือบ 1.4 แสนตำแหน่ง โดย Agent Orchestration กลายเป็นทักษะมาแรงที่สุด ขณะที่ผู้จัดการ Generative AI รับเงินเดือนพื้นฐานเฉลี่ยราว 190,000 ดอลลาร์ต่อปี
วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 16.50 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจถูกมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาแทนที่งานจำนวนมากใน Wall Street แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น AI กำลังสร้างตำแหน่งงานใหม่และเปลี่ยนทักษะที่สถาบันการเงินต้องการอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ “Agent Orchestration” ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในอุตสาหกรรมการเงิน
ข้อมูลจาก Draup บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการจ้างงานระดับองค์กร ซึ่งจัดทำให้ CNBC โดยเฉพาะ พบว่า ประกาศรับสมัครงานที่เกี่ยวข้องกับ AI ของธนาคารและสถาบันการเงิน รวมถึง JPMorgan Chase, Citigroup และ Capital One เพิ่มขึ้น 49% ในปีนี้ เมื่อเทียบกับปี 2568 แตะ 139,819 ตำแหน่ง
ทักษะที่เติบโตเร็วที่สุดอยู่ในกลุ่ม AI Agent โดยเฉพาะ “Agent Orchestration” หรือความสามารถในการออกแบบและประสาน AI Agent หลายตัวให้ทำงานร่วมกันเพื่อทำภารกิจหนึ่งให้สำเร็จ ซึ่งถูกระบุในประกาศรับสมัครงานเพิ่มขึ้นถึง 1,721% ในปีนี้
Vijay Swaminathan ซีอีโอของ Draup ระบุว่า Agent Orchestration ถือเป็นหนึ่งในทักษะที่ร้อนแรงที่สุดใน Wall Street เนื่องจากสถาบันการเงินต้องการบุคลากรที่เข้าใจทั้งข้อมูล AI และสามารถมองออกว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปใช้ในส่วนใดของธุรกิจ
Wall Street ขยับจาก Chatbot สู่กองทัพ AI Agent
ตัวเลขการจ้างงานสะท้อนว่า ธนาคารใน Wall Street กำลังก้าวข้ามการใช้ AI ในรูปแบบ Chatbot ไปสู่ยุคที่ AI Agent สามารถรับผิดชอบงานและดำเนินกระบวนการต่าง ๆ ได้มากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่มผลิตภาพและลดงานซ้ำซ้อนที่มนุษย์ต้องทำ
หากต้องการนำ AI มาใช้งานจริงภายในสถาบันการเงิน กระบวนการหนึ่งอาจต้องอาศัย AI Agent หลายตัวทำงานร่วมกัน เช่น Agent ตัวแรกตรวจสอบข้อมูลดิบ ตัวที่สองวิเคราะห์เอกสาร และอีกตัวตรวจสอบว่ากระบวนการดังกล่าวเป็นไปตามกฎระเบียบหรือไม่
แนวโน้มดังกล่าวทำให้ความต้องการบุคลากรที่เรียกว่า “Forward-Deployed Engineer” เพิ่มขึ้น โดยคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่นำ AI เข้าไปฝังและประยุกต์ใช้กับกระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่โต๊ะซื้อขายหลักทรัพย์ ฝ่ายกำกับดูแล ฝ่ายปฏิบัติการหลังบ้าน ไปจนถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคล
ตำแหน่งดังกล่าวต้องมีทั้งทักษะทางเทคนิคและความเข้าใจธุรกิจเฉพาะด้าน เนื่องจากการนำ AI มาใช้ในองค์กรขนาดใหญ่มีความซับซ้อนสูง แม้แต่กระบวนการที่ดูเรียบง่าย เช่น การอนุมัติวันลาของพนักงาน ก็อาจมีเงื่อนไขและข้อยกเว้นจำนวนมากที่ระบบต้องสามารถจัดการได้
ทักษะ Agent Orchestration จึงมีบทบาทสำคัญ เพราะบุคลากรต้องตัดสินใจว่า กระบวนการหนึ่งควรใช้ Agent กี่ตัว แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร ใช้เทคโนโลยีใด และขั้นตอนใดจำเป็นต้องมีมนุษย์เข้ามาตรวจสอบหรืออนุมัติ
ทักษะ AI พุ่งยกแผง
นอกจาก Agent Orchestration แล้ว ความต้องการทักษะและเครื่องมือสำหรับพัฒนา AI Agent ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อมูลของ Draup พบว่า การกล่าวถึง LangGraph ซึ่งเป็น Framework สำหรับสร้าง Workflow แบบหลายขั้นตอน เพิ่มขึ้น 679% ขณะที่ “LlamaIndex” ซึ่งช่วยเชื่อมแอปพลิเคชัน AI เข้ากับข้อมูล เพิ่มขึ้น 291%
ส่วน Retrieval-Augmented Generation หรือ RAG ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยให้โมเดล AI สามารถนำข้อมูลจากฐานข้อมูลขององค์กรมาประกอบการสร้างคำตอบ มีความต้องการเพิ่มขึ้น 259%
อย่างไรก็ตาม Wall Street ไม่ได้ต้องการเพียงทักษะด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ Soft Skills มากขึ้น ทั้งการแก้ปัญหา ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการตั้งคำถามที่ยาก และความกล้าในการตั้งข้อสงสัยเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทำงานอย่างลึกซึ้ง
AI Governance โตแรงไม่แพ้สายเทคนิค
อีกหนึ่งกลุ่มงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วคือการสร้างระบบควบคุมและกำกับดูแล AI โดยประกาศรับสมัครงานที่กล่าวถึง Responsible AI เพิ่มขึ้นถึง 657% ในปีนี้ ขณะที่ AI Governance เพิ่มขึ้น 394% และ Risk Management ที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 359%
ทักษะด้าน Governance ปรากฏในข้อมูลการรับสมัครงานมากกว่า 16,000 ครั้ง เกือบสองเท่าของประมาณ 8,400 ครั้งในกลุ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการฝึก การนำไปใช้งาน และการบริหารโมเดล AI โดยตรง
หนึ่งในความกังวลสำคัญของสถาบันการเงิน คือ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการป้องกันไม่ให้เครื่องมือ AI จากบริษัทภายนอกหรือการเชื่อมต่อกับโมเดลภายนอกสร้างช่องโหว่ที่อาจลุกลามเป็นความเสี่ยงต่อระบบขององค์กร
เงินเดือนสาย Generative AI แตะ 190,000 ดอลลาร์
ความต้องการบุคลากรที่สูงยังสะท้อนผ่านค่าตอบแทน โดยตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI และ AI Agent มักได้รับค่าตอบแทนสูงกว่างานเทคโนโลยีประเภทอื่นในอุตสาหกรรมการเงิน
ข้อมูลของ Draup ระบุว่า ผู้จัดการด้าน Generative AI ได้รับเงินเดือนพื้นฐานมัธยฐานประมาณ 190,000 ดอลลาร์ต่อปี หรือราว 6 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตามสถาบันการเงินยังประสบปัญหาในการหาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเหล่านี้
ธนาคารขนาดใหญ่จึงหันมาให้ความสำคัญกับโครงการ Reskilling ภายในองค์กร เพื่อยกระดับทักษะของนักพัฒนาซอฟต์แวร์และพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอยู่แล้ว ให้สามารถนำ AI มาใช้กับงานจริงได้
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังอาจนำไปสู่การโยกย้ายแรงงานครั้งใหญ่ภายในสถาบันการเงิน เมื่อ AI เข้ามารับผิดชอบงานมากขึ้น โดย Jamie Dimon ซีอีโอ JPMorgan เคยกล่าวถึงแผน “Huge Redeployment” หรือการโยกย้ายพนักงานครั้งใหญ่ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงานจาก AI
แนวโน้มล่าสุดจึงสะท้อนว่า AI ไม่ได้เพียงเข้ามาลดหรือแทนที่ตำแหน่งงานใน Wall Street แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงาน พร้อมสร้างความต้องการบุคลากรรูปแบบใหม่ที่ต้องผสมผสานความรู้ด้าน AI ความเข้าใจธุรกิจ และทักษะการแก้ปัญหาเข้าด้วยกัน
อ้างอิง : www.cnbc.com

