“ราคาทองคำโลก” พุ่งเหนือ 4,400 ดอลลาร์ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณศึกอิหร่านไม่ยืดเยื้อ | การเงินธนาคาร | LINE TODAY
"ราคาทองคำโลก" พุ่งเป็นวันที่ 2 แตะเหนือ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังทรัมป์คาดการโจมตีอิหร่านรอบล่าสุดจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ช่วย...
"ราคาทองคำโลก" พุ่งเป็นวันที่ 2 แตะเหนือ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังทรัมป์คาดการโจมตีอิหร่านรอบล่าสุดจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ช่วยคลายกังวลราคาพลังงานดันเงินเฟ้อ
วันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 10.48 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน และกลับขึ้นเหนือระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ส่งสัญญาณว่าปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อ ช่วยคลายความกังวลว่า ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งรอบใหม่จะเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ราคาทองคำตลาดสปอตพุ่งขึ้นสูงสุด 1.2% แตะเหนือ 4,430 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ในวันก่อนหน้า และยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน
ราคาน้ำมันหยุดการปรับตัวขึ้น หลัง ทรัมป์ ระบุว่า การโจมตีอิหร่านรอบล่าสุดน่าจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ โดยก่อนหน้านี้การกลับมาปะทะกันอีกครั้งได้จุดชนวนความกังวลว่า ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะเร่งเงินเฟ้อ ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากทองเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
ขณะเดียวกัน ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวในวันพฤหัสบดี หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว จนทำให้ตลาดจับตาว่าทางการญี่ปุ่นอาจดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อพยุงค่าเงิน โดยดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น
แม้ราคาทองคำปรับขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับต้นปี แต่ตลาดเผชิญความผันผวนอย่างมาก โดยราคาทองเคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมกราคม ก่อนเข้าสู่ช่วงขาลงต่อเนื่องประมาณ 4 เดือนจนถึงเดือนมิถุนายน
หลังจากนั้นราคาทองฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นหรือไม่
อีกปัจจัยที่ช่วยหนุนราคาทองคือสัญญาณการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องจากธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งช่วยเพิ่มแรงซื้อในตลาดท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
John Williams ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก ระบุเมื่อวันพุธว่า มีหลักฐานบ่งชี้ว่าเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลง เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการภาษีศุลกากรเริ่มลดลง ขณะที่ราคาพลังงานที่สูงขึ้นยังไม่ได้ส่งผ่านไปยังราคาบริการในวงกว้าง
ความเห็นดังกล่าวช่วยลดการคาดการณ์ว่า เฟดจะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม และได้รับแรงสนับสนุนจากข้อมูลตลาดแรงงานที่แสดงให้เห็นว่า บริษัทเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงานในเดือนสิงหาคมในอัตราที่ชะลอลง
Christopher Wong นักกลยุทธ์จาก Oversea-Chinese Banking Corp. หรือ OCBC ระบุว่า ตลาดตั้งแต่ทองคำไปจนถึงพันธบัตรมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนในทั้งสองทิศทางมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนหันไปให้น้ำหนักกับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศก่อนการประชุม Fed ครั้งถัดไป โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์
นอกจากนี้ความผันผวนอย่างรุนแรงของราคาน้ำมันยังเพิ่มความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เควิน วอร์ช ประธานเฟด กล่าวสุนทรพจน์ในเชิงเข้มงวดด้านนโยบายการเงินที่การประชุม Jackson Hole ส่งผลให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดหรือ FOMC มีกำหนดประชุมครั้งต่อไปในช่วงกลางเดือนกันยายน
อย่างไรก็ตามWong ระบุว่า เนื่องจากวอร์ชยังไม่ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าการประชุมครั้งใดจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย ข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศต่อจากนี้จึงมีความสำคัญมากขึ้นต่อการกำหนดทิศทางนโยบายระยะสั้น และอาจทำให้ตลาดตอบสนองอย่างรุนแรงต่อข้อมูลสำคัญแต่ละชุด
ณ เวลา 11.46 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ราคาทองคำตลาดสปอต เพิ่มขึ้น 1% อยู่ที่ 4,427.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ ราคาเงิน เพิ่มขึ้น 1% สู่ 65.94 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วน แพลทินัม และ พัลลาเดียม ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
ด้าน Bloomberg Dollar Spot Index ซึ่งใช้วัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์สหรัฐทรงตัว หลังลดลง 0.2% ในการซื้อขายวันก่อนหน้า
อ้างอิง : www.bloomberg.com