กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดลบ บอนด์ยีลด์พุ่ง-เงินเฟ้อทะลุ 3% ตลาดเพิ่มเดิมพัน ECB ขึ้นดอกเบี้ย | การเงินธนาคาร | LINE TODAY

02 ก.ย. 2569 · 3 min read via LINE TODAY
“ตลาดหุ้นยุโรป” เปิดลบ บอนด์ยีลด์พุ่ง-เงินเฟ้อทะลุ 3% ตลาดเพิ่มเดิมพัน ECB ขึ้นดอกเบี้ย | การเงินธนาคาร | LINE TODAY

"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดลบ หลังบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่เงินเฟ้อยูโรโซนเดือน ส.ค.เร่งตัวเกิน 3% หนุนตลาดคาด E...

"ตลาดหุ้นยุโรป" เปิดลบ หลังบอนด์ยีลด์พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ขณะที่เงินเฟ้อยูโรโซนเดือน ส.ค.เร่งตัวเกิน 3% หนุนตลาดคาด ECB อาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในสัปดาห์หน้า

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 15.30 น. ตลาดหุ้นยุโรปเปิดการซื้อขายในแดนลบวันนี้ (2 ก.ย.) ท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่กลับมาปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนสิงหาคมเร่งตัวเกิน 3% จากต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ยิ่งตอกย้ำการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

*ดัชนี STOXX 600 เปิดตลาดที่ 646.72 จุด ลดลง 0.74 จุด หรือ 0.11% ขณะที่ ดัชนี CAC 40 ของฝรั่งเศส เปิดที่ 8,292.95 จุด ลดลง 8.90 จุด หรือ 0.11% ส่วน ดัชนี DAX ของเยอรมนี เปิดที่ 25,886.67 จุด ลดลง 83.44 จุด หรือ 0.32%*

แรงกดดันสำคัญต่อตลาดหุ้นมาจากตลาดพันธบัตร หลังบอนด์ยีลด์ในยูโรโซนปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ท่ามกลางแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลที่เกิดขึ้นในหลายตลาดทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจทำให้ธนาคารกลางต้องคงนโยบายการเงินเข้มงวดไว้นานกว่าที่เคยคาดการณ์ หรืออาจต้องกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม

ความกังวลดังกล่าวเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลเงินเฟ้อยูโรโซนเดือนสิงหาคมขยับขึ้นเหนือระดับ 3% โดยมีต้นทุนพลังงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดเพิ่มน้ำหนักต่อโอกาสที่ ECB จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า โดยข้อมูลจาก LSEG สะท้อนว่า นักลงทุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยราว 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์

การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ยังทำให้พันธบัตรกลับมามีความน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับหุ้น โดยเฉพาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง หลังจากตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนแข็งแกร่งมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่พันธบัตรสามารถให้ผลตอบแทนในระดับสูงขึ้นโดยไม่ต้องรับความผันผวนของราคาหุ้นในระดับเดียวกัน

ขณะเดียวกัน บอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้นถือเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะเทคโนโลยี อสังหาริมทรัพย์ และสาธารณูปโภค เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและอัตราคิดลด (Discount Rate) ที่สูงขึ้นทำให้มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดในอนาคตลดลง ส่งผลให้ระดับมูลค่าหุ้นที่นักลงทุนยอมจ่ายมีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีความอ่อนไหวเป็นพิเศษ เนื่องจากมูลค่าของบริษัทจำนวนมากพึ่งพาการคาดการณ์กำไรในอนาคต ขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญต้นทุนการกู้ยืมและรีไฟแนนซ์ที่สูงขึ้น ส่วนหุ้นสาธารณูปโภคและหุ้นปันผลสูงอาจมีความน่าสนใจลดลง เมื่อพันธบัตรรัฐบาลสามารถให้ผลตอบแทนสูงขึ้นและกลายเป็นทางเลือกในการลงทุนที่แข่งขันกับหุ้นกลุ่มดังกล่าวได้มากขึ้น

ทิศทางตลาดหุ้นยุโรปในระยะสั้นจึงยังขึ้นอยู่กับความเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์และแนวโน้มเงินเฟ้อเป็นสำคัญ โดยนักลงทุนจะจับตาสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ ECB และข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อประเมินว่าธนาคารกลางจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าตามที่ตลาดคาดการณ์หรือไม่ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของปี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ