บาทแข็ง!! ตามเงินเยนพลิกเร็วแรง เปิดเช้านี้ 33.18 บาท/ดอลลาร์

เงินเยน ญี่ปุ่น พลิกแข็งค่า เร็ว! แรง! ส่งค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ระดับ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” ด้านดอลลาร์อ่อนค่าลง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.32 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 33.10-33.34 บาทต่อดอลลาร์) ตามการอ่อนค่าลงแรงของเงินดอลลาร์ หลังเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็วและแรง
จากที่ใกล้โซน 160 เยนต่อดอลลาร์ สู่ระดับ 158.22 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะอ่อนค่าลง กลับสู่บริเวณล่าสุดแถว 159 เยนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงเงินเยนญี่ปุ่น รวมถึงโอกาสที่ทางธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย +25bps ในการประชุมเดือนกันยายนนี้ ซึ่งถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ BOJ บางท่านยังได้สะท้อนถึงโอกาสที่ BOJ อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย +50bps ได้
ดอลลาร์อ่อนค่า หนุนทองคำสู่ระดับ 4,388 ดอลลาร์/ออนซ์
นอกจากนี้ การอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ ยังพอช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ทยอยรีบาวด์ขึ้นสู่ระดับ 4,388 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีส่วนช่วยหนุนเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทยังคงถูกจำกัดอยู่ ท่ามกลางสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่และยังไม่มีแนวโน้มที่จะทยอยคลี่คลายลงได้ในระยะสั้น ส่งผลให้ ราคาพลังงาน ทั้ง ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อ อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ เพื่อรอลุ้นรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้
แนวโน้มบาท ช่วงสั้น เสี่ยงเผชิญ Two-way risk
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) คงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง
ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
แนะทยอยเพิ่มสถานะ Short JPY
ในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา อาจชะลอลงบ้าง หลังผู้เล่นในตลาดอาจต้องการรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจใช้จังหวะที่เงินเยนญี่ปุ่น แข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ในการทยอยเพิ่มสถานะ Short JPY (มองเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง) ดังจะเห็นได้จากมุมมองและคำแนะนำในการ Short JPY ของบรรดานักวิเคราะห์ในต่างประเทศ ที่ต่างมองว่า ในช่วงปลายปี เงินเยนญี่ปุ่นยังมีโอกาสอ่อนค่าลง เหนือโซน 160 เยนต่อดอลลาร์ โดยภาพดังกล่าว รวมถึงความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะช่วยชะลอและจำกัดการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์
ทั้งนี้ หากตลาดการเงินเอเชียอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงบ้าง ไม่ต่างกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจพอช่วยหนุนบรรดาสกุลเงินเอเชียได้ แต่เราประเมินว่า การแข็งค่าของเงินบาทอาจจะถูกจำกัดไว้แถวโซนแนวรับ 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์ ( แนวรับถัดไปจะอยู่ในช่วง 32.80-32.85 บาทต่อดอลลาร์)
ขณะที่ การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกจำกัดไว้แถวบริเวณโซนแนวต้านแถว 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่าเพิ่มเติมนั้น ยังคงมีอยู่ หากผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น โดยจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐน ที่จะทยอยรับรู้เพิ่มเติม รวมถึง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ FED อย่าง Christopher Waller
ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้ม “แข็งค่าขึ้น” แต่หากเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน จะเป็นการกลับสู่แนวโน้ม “อ่อนค่าลง” ใน Time Frame รายสัปดาห์ (เงินบาทได้กลับมาอยู่ในแนวโน้ม อ่อนค่าลง ใน Time Frame รายวัน หลังอ่อนค่าทะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์)
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.05-33.30 บาท/ดอลลาร์