กลับไปหน้ารวมบทความ
FINANCE

“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดร่วง นิกเกอิดิ่งกว่า 1,000 จุด กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน | การเงินธนาคาร | LINE TODAY

02 ก.ย. 2569 · 3 min read via LINE TODAY
“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดร่วง นิกเกอิดิ่งกว่า 1,000 จุด กังวลสงครามสหรัฐ-อิหร่าน | การเงินธนาคาร | LINE TODAY

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบตามวอลล์สตรีท นิกเกอิร่วง 1.54% ขณะที่ KOSPI ดิ่ง 2.87% หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หนุนราคา...

"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบตามวอลล์สตรีท นิกเกอิร่วง 1.54% ขณะที่ KOSPI ดิ่ง 2.87% หลังสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่านรอบใหม่ หนุนราคาน้ำมัน WTI พุ่งกว่า 5%

วันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงในวันนี้ (2 ก.ย.) ตามทิศทางตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ร่วงลงในวันอังคาร (1 ก.ย.) ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากปะทะกันรอบใหม่

*ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ 65,195.43 จุด ลดลง 1,019.91 จุด หรือ 1.54% ขณะที่ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 25,280.82 จุด ลดลง 48.91 จุด หรือ 0.19% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีน เปิดที่ 3,963.07 จุด ลดลง 16.82 จุด หรือ 0.42% ส่วน ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ ร่วงลง 2.87% และ ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลีย ลดลง 1.09%*

แรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชียเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศรอบใหม่ต่อเป้าหมายของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีมีขึ้นหลังสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ เตรียมประกาศมาตรการคว่ำบาตรธนาคารอิหร่านเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจ ขณะที่อิหร่านเตือนว่าจะขัดขวางการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย

ความกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงโดยราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 5.2% และน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 4.6% ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อวันอังคาร ซึ่งยิ่งเพิ่มความวิตกเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย

ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินยังถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 สะท้อนแรงเทขายที่เกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรทั่วโลก และสร้างความกังวลต่อผลกระทบที่จะตามมาต่อสินทรัพย์เสี่ยงและต้นทุนทางการเงิน

นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ประจำเดือนส.ค.ในวันศุกร์นี้ (4 ก.ย.) เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 68.2% ต่อโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนก.ย. เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 39.6% เมื่อสัปดาห์ก่อน

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 58,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค. หลังจากลดลง 23,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่อัตราว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ 4.1%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชีย นักลงทุนจับตาการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.ของเกาหลีใต้ รวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 2/2569 ของออสเตรเลีย ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในวันนี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่


เริ่มโปรเจกต์

มีไอเดียซอฟต์แวร์ในใจ? ให้เราช่วยทำให้เกิดขึ้นจริง

นัดคุยฟรี 30 นาที เพื่อประเมิน scope ประเมินราคา และวางแผน timeline ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ